` F A N F I C R O O M | SEVENTEEN ♡

ตอนที่ 31 : - 31 : mission complete | mingyu x seungcheol。

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 334
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    2 เม.ย. 60

MISSION COMPLETE | MINGYU x SEUNGCHEOL
AU / pg – 17 / romantic

 

 

 

 

 

I’m in hot pursuit, my mission is you.

 

 

 

ยืนอยู่เฉยๆแบบนี้แล้วเมื่อไหร่มึงจะเข้าถึงตัวเป้าหมายวะ มินกยู

 

เสียงทุ้มหวานเอ่ยดังขึ้น เมื่อนัยน์ตากลมโตจ้องมองภาพเคลื่อนไหวบนจอแลปท็อปคู่ใจที่กำลังฉายภาพภายในงานเลี้ยง โดยที่ภาพในจอโฟกัสไปที่ร่างสูงผิวเข้มเจ้าของกลุ่มผมสีดำสนิทในชุดสูทสีดำเรียบหรู พร้อมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมคอเสื้อหนึ่งเม็ด และกางเกงสแล็คสีดำเนื้อดีต้องมายืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์เหล้าที่มีบาร์เทนเดอร์หนุ่มวัยกลางคนคอยทำหน้าที่บริการผสมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามที่แต่ละคนภายในงานสั่งออเดอร์มา นัยน์ตาเรียวคมของคนในจอกวาดสายตามองไปรอบๆงานอย่างรอบคอบ ก่อนจะยกแก้วมาร์ตินี่ใบใสที่บรรจุเครื่องดื่มค็อกเทลรสแรงอย่างดรายมาร์ตินี่พร้อมมะกอกฝานบางขึ้นมาจิบอย่างไม่รีบร้อน แถมยังเบนสายตามาทางกล้องวงจรปิดที่จับภาพเจ้าตัวเอาไว้ และชูแก้วขึ้นให้กล้องอย่างอารมณ์ดี

 

 

ทุกการกระทำที่วางมาดจนน่าหมั่นไส้ของ คิมมินกยู ในเวลานี้ฉายอยู่ภายในกรอบสายตานกเหยี่ยวที่ติดอยู่ทั่วงานของ ชเวซึงชอล เสมอ

 

 

เหตุผลที่พวกเขาต้องเข้ามาทำอะไรลับลมคมในแบบนี้เป็นเพราะว่า นี่คือภารกิจฝึกฝนของเด็กฝึกหัดรุ่นสิบในอะคาเดมีชื่อดังที่ผลิตบุคลากรในองค์กรให้กลายเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนที่มีสติปัญญาความสามารถที่ล้ำเลิศและมีประสิทธิภาพ ซึ่งภารกิจในครั้งนี้ที่พวกเขากำลังทำอยู่นั้นเป็นเรื่องของ การปลอมตัว โดยที่การปลอมตัวในครั้งนี้ หัวหน้าทีมได้ให้โจทย์ว่า นักเรียนฝึกหัดคนใดที่เข้าถึงตัวซีอีโอของบริษัทชั้นนำที่มาร่วมงานเลี้ยงบริจาคเพื่อการกุศลได้ ถือว่าผ่านการฝึกฝนในส่วนของการปลอมตัว

 

ถ้าพูดถึงเรื่องสมรรถภาพในการฝึกฝนโดยภาพรวมแล้ว มินกยูที่เป็นคนดังฝีมือดีอันดับต้นๆในอะคาเดมี ค่อนข้างเป็นกังวลกับรุ่นพี่ในทีมที่อายุมากกว่าถึงสองปีอย่างซึงชอลมากกว่าคนอื่นๆในทีม เนื่องจากคนตัวขาวทำภารกิจต่างๆได้ดีกว่าเขา แม้ซึงชอลจะไม่ได้เป็นที่หนึ่งของชั้นเรียนที่เก่งรอบด้านและมีสมาธิมากเหมือน อีจีฮุน แต่ด้วยความสามารถในการวิเคราะห์พฤติกรรมและสถานการณ์ต่างๆ เรียกได้ว่าซึงชอลทำมันได้ดีมากจนเจ้าหน้าที่พิเศษหลายคนหมายตาเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ในคราแรกก็อดหวั่นใจไม่ได้ว่าจะต้องแข่งทำคะแนนกับรุ่นพี่คนเดิมอีกแล้วหรืออย่างไร จนสุดท้ายหัวหน้าทีมกลับเรียกให้เจ้าตัวไปเป็นนักวิเคราะห์พฤติกรรมแทนการเป็นนักเรียนฝึกหัดแบบนี้

 

เท่ากับว่า ชเวซึงชอลไม่ใช่นักเรียนฝึกหัดเหมือนที่คิมมินกยูและคนอื่นๆเป็นอีกต่อไป แต่เจ้าตัวกลับกลายเป็นนักวิเคราะห์พฤติกรรมคู่หูของมินกยูไปเป็นที่เรียบร้อย จึงเป็นเรื่องโชคดีที่ไม่ต้องมาแข่งทำคะแนนกันอีก

 

 

( ใจเย็นๆสิ ช้าๆได้พร้าเล่มงามไม่รู้รึไง พี่ซึงชอล )

 

มินกยูเอ่ยตอบเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงทุ้มหวานจากอินเอียร์ไร้สายสีใสเปล่งเข้ามาในโสตประสาท ก่อนจะยกยิ้มหลิ่วตาเมื่อมีสาวสวยกลุ่มหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลหันมามองเขาด้วยสายตาพราวเสน่ห์ และหันกลับไปกระซิบกับกลุ่มเพื่อน นักวิเคราะห์พฤติกรรมตัวขาวที่มองผ่านเลนส์กล้องภายในงานแทบกรอกตาไปมาอย่างเหนื่อยใจในท่าทางของคนเจ้าเสน่ห์ในสายตาที่เริ่มออกลายเจ้าชู้เกินบทบาท

 

ช้าๆได้ซิวสาวน่ะสิไม่ว่า อย่าลืมนะเว่ยว่าเรากำลังทำอะไรอยู่

 

( นิดๆหน่อยๆเองพี่ ถือว่าหากำไรอาหารสายตาตัวเอง )

 

เหอะ แผนแตกแล้วจะสมน้ำหน้าเข้าให้

 

( พูดออกมาซะขนาดนี้ พี่หวงผมเหรอ หืม ? )

 

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามคนตัวเล็กกว่าที่กำลังพิมพ์แป้นคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์เพื่อจัดการเจาะระบบรักษาความปลอดภัยอยู่ในมุมหนึ่งของตึกนี้ ทันทีที่ได้ยินคำถาม ปลายนิ้วอวบถึงกับหยุดชะงักการกระทำที่ทำอยู่ ใบหน้าหวานคล้ายผู้หญิงเริ่มสัมผัสได้ถึงความเห่อร้อนขึ้นมาบนใบหน้า โดยเฉพาะพวงแก้มเนียนที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อจางๆ ริมฝีปากสีพีชธรรมชาติขบเม้มมันเบาๆอย่างชั่งใจที่จะตอบ เขาไม่ค่อยได้ยินมินกยูพูดจาทีเล่นทีจริงออกมาในที่สาธารณะแบบนี้เท่าไหร่ พอยิ่งได้ยินชัดๆ หัวใจที่ตื่นเต้นกับภารกิจเป็นทุนเดิมก็ยิ่งไหววูบผิดจังหวะ แต่คนเก่งก็ยังรักษาความนิ่งสงบเอาไว้ได้ดี

 

ทำมาเป็นพูดดีไป อย่างกูเนี่ยเหรอจะมีสิทธิ์หึงมึง พูดเป็นเล่นไป

 

( ก็นะ ) เสียงทุ้มเอ่ยปัดคำตอบก่อนจะผละตัวออกจากเคาน์เตอร์บาร์เหล้าเพื่อเดินเข้าไปในงาน ให้ดูกลมกลืนเหมือนคนร่วมงานปกติ ทำเอาคนรอฟังคำตอบทำได้แค่เพียงถอนหายใจออกมา ยังไงซึงชอลเองก็ไม่ได้คาดหวังในคำตอบของมินกยูอยู่แล้ว

 

 

.. เพราะยังไงคำตอบที่ควรได้ยินก็ถูกเลี่ยงตอบออกไปอยู่ดี

 

 

อย่าลืมยิ้มทักทายพวกผู้ใหญ่โต๊ะซ้ายมือด้วย

 

( รับทราบพี่ ) ตอบรับเสร็จ คนตัวโตก็หันไปทักทายแขกเหรื่อชั้นผู้ใหญ่ด้วยรอยยิ้มสุภาพที่เคลือบความเจ้าเล่ห์เอาไว้ ซึ่งสิ่งที่ได้กลับมาก็คือรอยยิ้มอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ของเหล่าผู้ใหญ่ที่ไม่รู้ว่ามีคนแทรกซึมเข้ามาในงานถึงเกือบสิบคน

 

ดูทำตัวดิ ยิ้มขนาดนี้เหงือกไม่แห้งรึไง ดวงตากลมสวยเหลือบมองจอแลปท็อปมุมด้านขวามือที่กำลังฉายภาพร่างสูงกำลังส่งยิ้มทักทายคนรอบตัวราวกับว่าคุ้นเคยงานแบบนี้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอากัปกิริยาที่ส่งยิ้มให้กับสาวสวยภายในงานแล้ว ก็คงต้องบอกว่ามันเป็นงานถนัดของเจ้าตัวล่ะ

 

( เขาเรียกว่าสร้างไมตรีต่างหาก โธ่ไหนว่าเก่งเรื่องการปลอมตัวไง )

 

ก็เห็นยิ้มขนาดนั้น หิวสาวมากเลยเลยรึไงวะ

 

( โหย ทำอย่างกับมีสาวสวยในทีมให้จีบให้เต๊าะล่ะวะพี่ )

 

โอ้โห เอาว่ะ คิมมินกยูหิวสาวก็มาว่ะ สงสัยลืมโซราคนสวยไปแล้ว

 

( พอเลยพี่ แม่ง .. เจอเป้าหมายแล้ว ) มินกยูเอ่ยเปลี่ยนประเด็นทันทีที่มองเห็นเป้าหมาย และปลายนิ้วขาวก็ไม่รอช้าที่จะจับเคลื่อนเมาส์ไปคลิกแตะที่มุมภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อขยายภาพให้เห็นชัดทันที ภายในภาพเผยให้เห็นร่างของหญิงสาวเจ้าของผมสวยหุ่นเพรียวดูดีที่ยืนหันหลังคุยกับแขกภายในงานอย่างออกรส คิ้วสวยขมวดลงเล็กน้อย เมื่อสัมผัสได้ว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น

 

ขอเช็คดูก่อนแป๊บนึง

 

( รับทราบครับ ) ร่างสูงของรุ่นน้องยืนรอคำสั่งจากรุ่นพี่ และฆ่าเวลาด้วยการพูดคุยกับสาวๆที่ยืนอยู่ใกล้ตัวอย่างเป็นธรรมชาติ

 

อ่า ... คนนี้ค่อยๆตีสนิทนะเว่ย ถ้าข้อมูลฉันไม่ผิดพลาด คนๆนี้น่าจะสาวตัวไปหาตัวพ่อได้ ระวังตัวด้วย

 

( รับทราบ )

 

และมินกยูที่เแสร้งลูบขมับข้างของตนเองแสดงสัญญาณก็หันหลังปราดตัวเข้าไปตีสนิทหลังจากที่ตอบรับคนในสายเรียบร้อยแล้ว ร่างสูงค่อยๆเดินเข้าไปใกล้พลางหันไปมองสิ่งรอบตัวราวกับไม่มีที่วางสายตา ก่อนจะแสร้งเดินไปชนเข้ากับร่างเพรียวบางของเป้าหมายที่กำลังหันหลังคุยกับแขกภายในงานรุ่นราวคราวป้าเข้าจนร่างสาวเจ้าเซถลาเกือบล้ม และด้วยความสุภาพบุรุษของคิมมินกยูที่มีอยู่มากพอ มือหนาก็รีบเอื้อมคว้าเข้าที่เอวบอบบางของหญิงสาวเอาไว้ทันท่วงที วินาทีที่นัยน์ตาเรียวคมมองใบหน้าสวยที่เข้ารับกับส่วนประกอบบนในหน้าไม่ว่าจะเป็นดวงตากลมโต จมูกโด่งสวย พวงแก้มเนียน จรดริมฝีปากเรียวสวย ภาพหญิงสาวใบหน้าคล้ายตุ๊กตากระเบื้องกลับไปสะกิดความทรงจำในอดีตที่เคยฝังกลบลงไปกลับถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง มือของมินกยูก็แทบไร้เรี่ยวแรงจนจะปล่อยให้ร่างของหญิงสาวล้มลงไปกับพื้นเสียให้ได้

 

ขอโทษครั— ”

 

มินกยู ? ”

 

“ … ยอนฮวา

 

 

 

!!!!!!!!!!!!!!

 

 

 

สิ้นเสียงทุ้มที่เอ่ยเรียกชื่อหญิงสาวระคนคุ้นเคยกันดี ฝ่ามือขาวของผู้สังเกตการณ์ถึงกับยกขึ้นมาลูบหน้าตัวเอง ในใจตอนนี้โหวงจนชาวาบไปทั้งตัว ครั้นจะเอ่ยให้คนปลายสายได้ยินก็ควานหาเสียงตัวเองไม่ได้ สุดท้ายก็ไม่มีข้อความใดๆส่งตอบกลับไปให้คนปลายสายที่ยืนฟังเป้าหมายพูดคุยอยู่ ความจริงซึงชอลไม่ได้ต้องการจะให้เจอกับเธอคนนั้น มันไม่ได้อยู่ในแผนที่วางเอาไว้ แต่ทว่าทุกอย่างกลับเป็นไปแล้ว แม้ว่าภารกิจการปลอมตัวจะพังไม่เป็นท่า แต่เขาก็ยอมให้เป็นไปเป็นแบบนั้นต่อไป

 

 

งานนี้เล่นเกมผิดแผนก็เท่ากับว่าทุกอย่างคือเกมโอเวอร์ ...

 

 

ทำไมชเวซึงชอลจะไม่รู้ว่าหญิงสาวคนนั้นเป็นใคร ใบหน้าน่ารักเหลือบไปมองแฟ้มเอกสารที่พกติดตัวมาตลอดซึ่งมันกำลังเปิดหน้าที่มีรายละเอียดข้อมูลของหญิงสาวในจอภาพที่กำลังพูดคุยกับคนตัวหนาอย่างคุ้นเคยกันดี ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพหน้าตรงหรือแม้กระทั่งข้อมูลรายละเอียดทุกสิ่งอย่างที่บันทึกลงบนกระดาษด้วยแววตาเย็นชาจนน่ากลัว พลางถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

 

 

จองยอนฮวา ( ลูกสาวนักธุรกิจบริษัทจองคอร์เปอเรชั่น )

สถานะความสัมพันธ์ : คิมมินกยู (แฟนเก่า)

 

 

 

ทั้งๆที่เธอคนนั้นอยู่ในรายชื่อที่เขายังไม่ต้องการให้มินกยูเจอไวแบบนี้แท้ๆ ผิดแผนนิดหน่อยแต่ก็ ...

 

 

( มึงอย่าหลงกลผู้หญิงคนนี้นะ ผู้หญิ )

 

ไม่เจอกันนานเลยนะคะ มินกยู สาวเจ้าเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงหวานหู เมื่อทราบว่าคนตรงหน้าคือคนรักเก่าที่เคยมีความสัมพันธ์ที่น่าจดจำแต่มันกลายเป็นอดีตไปแล้ว ดวงตากลมสวยคล้ายลูกแก้วใสมองคนรักเก่าที่ยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมรอยยิ้ม

 

อ .. อ่า ไม่เจอกันนานเลยนะ

 

เป็นยังไงบ้างคะเนี่ย ทำไมถึงมางานนี้ได้ล่ะ แม้จะรู้ว่างานนี้เป็นงานใหญ่ที่คิมมินกยูสามารถเข้างานมาร่วมสังสรรค์ได้อย่างสบาย แต่ตัวเธอเองก็อดสงสัยไม่ได้เพราะ งานนี้พ่อของเธอไม่ได้เชิญชวนตระกูลคิมมาร่วมงานด้วย

 

ที่ไหนมีสาวสวย ที่นั่นก็มีคนอย่างผมอยู่แล้ว แต่ทว่า คิมมินกยูก็ยังคงเป็นคิมมินกยูที่พราวเสน่ห์เล่ห์กลอยู่เสมอ แม้ว่าคนที่เขาเล่นแง่ด้วยจะเป็นสาวที่เคยเป็นคนรักตรงหน้าก็ตาม เขาพยายามซ่อนความรู้สึกที่เจ็บปวดเอาไว้เบื้องล่างของจิตใจ และฝังกลบมันด้วยความรู้สึกเฉยชาแทน

 

ดูเปลี่ยนไปเยอะเลยนะคะ

 

ก็คงไม่ต่างกับคุณเท่าไหร่หรอก

 

ต่างสิคะ เพราะฉันก็ยังคงเป็นฉันที่อยู่ตรงนี้ ต่างจากคุณที่หมดรักฉันไปแล้ว

 

มินกยูชะงักกึกเมื่อหญิงสาวเอ่ยเรื่องความสัมพันธ์อันจืดจางของเขาออกมากลางวงสนทนาที่มีผู้คนหลากวัยยืนอยู่ ก่อนแสร้งยิ้มเหยียดมุมปากอย่างร้ายกาจกับเรื่องที่คนตรงหน้าเอ่ยขึ้นมาเพื่อเรียกร้องความสนใจ คิมมินกยูไม่ได้สะทกสะท้านต่อสายตาเหยียดของผู้ใหญ่ที่มองประณามว่าเขาเป็นฝ่ายทอดทิ้งหญิงสาวแสนสวยเท่าไหร่

 

 

นี่คือแผนของพี่ซึงชอลจริงๆสินะ ต้องการให้เขาเจอคนที่ไม่อยากเจอเพื่อแลกกับผลงานแบบนี้น่ะเหรอ

 

 

หึ

 

แทงใจพอสมควรเลยใช่ไหมคะ ? ”

 

ถ้าเทียบกับสิ่งที่คุณทำกับผม แค่นี้มันแค่เฉือนเบาๆเท่านั้นแหละ

 

ว่าแต่ เป็นไงบ้างล่ะคะ ได้ข่าวว่าคุณไปรักใครคนใหม่เข้าแล้ว พูดแล้วก็น่าเศร้านะคะ สิ้นเสียงสาวเจ้า ลมหายใจของคนดักฟังแทบสะดุด คิ้วเริ่มขมวดลงอีกครั้ง คราวนี้ชเวซึงชอลเริ่มสงสัยขึ้นมาแล้วว่า คนๆนั้นที่จองยอนฮวาเอ่ยถึงกำลังหมายถึงใครกันแน่ ยังมีอะไรที่เขาไม่รู้เกี่ยวกับคิมมินกยูอีกอย่างนั้นเหรอ

 

“ ... ”

 

เขาน่ารักกว่าฉันงั้นเหรอ คุณถึงได้เลือกเขาทั้งๆที่ฉันยังหวังให้เรากลับมารักกันอีกครั้ง

 

คุณหมายความว่ายังไง ? ”

 

เพียงวูบหนึ่งที่เผลอไผลไปกับคำพูดของหญิงสาว คิมมินกยูเผลอแสดงแววตาของคนอ่อนแอออกมาให้เห็น ยังไม่ทันจะได้คำตอบที่ต้องการ ใบหน้าสวยมีเสน่ห์ของหญิงสาวเลื่อนเข้ามาใกล้พร้อมเอียงใบหน้าเข้าใกล้ใบหูอีกฝ่าย มือบางยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ภาพที่แสดงอยู่บนหน้าจอกำลังทำให้ภายในอกของชเวซึงชอลที่กำลังสงสัยในคำพูดของหญิงสาวถึงกับปวดหนึบอย่างน่าประหลาดใจ ความเจ็บแปลบแปลกๆกลับวิ่งผ่านเข้ามาในใจอย่างห้ามไม่ได้ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงนิ่งเฉยต่อสถานการณ์ที่ชวนลุ้นตรงหน้า

 

จุ๊ๆๆ อย่าให้เอ่ยถึงเขาเลยนะคะ เขาคงไม่พอใจแน่ๆ แม้แต่การกระทำที่ฉันทำแบบนี้กับคุณ

 

“ ... ”

 

ฉันยังรักคุณนะคะมินกยู

 

“ ... ”

 

เรากลับมารักกันอีกครั้งไม่ได้เหรอคะ ? ”

 

“ ... ” มินกยูยังคงเงียบไม่เอ่ยตอบคนรักเก่าที่พยายามพร่ำคำบอกรักออกมาใกล้ๆใบหูข้างที่เขาซ่อนอินเอียร์ไร้สาย พอความทรงจำที่หญิงสาวตรงหน้าเคยทำเรื่องเจ็บแสบเอาไว้ลอยขึ้นมาในห้วงความคิด ใบหน้าหล่อเบือนหนีหญิงสาวทันที แม้ว่าการเบือนหน้าหนีคือการปฏิเสธที่ชเวซึงชอลต้องการ แต่มันไม่ได้ทำให้ยอนฮวาที่เขาจ้องมองการกระทำมาตลอดต้องพ่ายแพ้ต่อความใจแข็งของคนรักเก่าเธอ หญิงสาวถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อเห็นท่าทีของคนรักเก่าที่ดูไม่เหมือนเดิม ใบหน้าสวยยกยิ้มที่เดาใจไม่ถูกออกมา

 

( มินกยู .. )

 

เปลี่ยนไปเยอะจริงๆด้วย

 

หยุดแสดงละครเสียที คุณอย่าพูดอะไรแบบนี้ออกมาดีกว่ายอนฮวา เราต่างรู้เรื่องของเราดี

 

แสดงว่าฉันไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้คุณมาในงานนี้ ทันทีที่เห็นว่าหมู่ผู้ใหญ่เริ่มสลายวงกันไปแล้ว ยอนฮวาเอ่ยออกมาอย่างวางมาดพร้อมกอดอกเชิดหน้าอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ต่างจากคราแรกที่คนตรงหน้าแสดงท่าทีต่อหน้าผู้ใหญ่

 

“ ... ”

 

งั้น .. คุณคงอยากพบคุณพ่อของฉันสินะคะ หืม ? ”

 

เพียงหญิงสาวหยิบไพ่ไม้ตายออกมากางเอาไว้ตรงหน้า นัยน์ตาคมของคนที่หมดใจกับคนรักเก่าเบือนกลับมามองด้วยความรู้สึกที่ไม่ไว้วางใจในท่าทีของจองยอนฮวา เขารู้นิสัยเจ้าเล่ห์ของคนตรงหน้าดีพอๆกับที่คนตรงหน้ารู้นิสัยแข็งกระด้างแต่มากเสน่ห์ของเขา เพราะทั้งเขาและเธอต่างรู้ด้านแย่ของกันและกัน จึงไม่แปลกที่ต่างฝ่ายจะไม่ไว้วางใจในตัวอีกฝ่ายเหมือนอย่างเคย

 

“ ... ”

 

ถ้าต้องการแบบนั้น แค่ทำตามที่ฉันขอแค่อย่างเดียว คุณก็จะได้สิ่งที่คุณต้องการ

 

“ ... ”

 

( .. มึงอย่าตกหลุมพราง คิมมินกยู ยอนฮวากำลังหลอกมึงอยู่ ) ไม่รู้อะไรดลใจให้ชเวซึงชอลเอ่ยห้ามอีกฝ่ายเอาไว้ แต่ถึงแบบนั้นเขาก็เผลอพูดออกไปแล้ว และไม่สนใจด้วยว่าหญิงสาวเจ้าเล่ห์ตรงหน้าจะได้ยินหรือไม่ เพราะเขาสัมผัสได้ถึงลางร้ายบางอย่างที่คนตัวโตกำลังจะเจอ

 

ว่ายังไงคะ ? ข้อเสนอน่าสนใจพอไ— ”

 

ตกลง ไม่ทันที่ยอนฮวาจะเอ่ยจบประโยค มินกยูก็เอ่ยตอบตกลงในข้อเสนอดังกล่าวโดยไม่คิดอะไรอีก คำตอบสั้นๆแค่นั้นกลับเรียกรอยยิ้มอย่างผู้ชนะของจองยอนฮวาได้เป็นอย่างดี

 

( ไอ่เหี้ยมินกยู มึง ! )

 

 

 

 

และบทสนทนาของทั้งสองคนภายในภาพก็ถูกตัดขาดโดยฝีมือของชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ภายในงานที่กำลังให้หญิงสาวควงแขนตนเองเดินออกจากงานไป

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

หงุดหงิด ...

 

 

นอกจากภารกิจลับจะพังไม่เป็นท่าเพราะคิมมินกยูไม่แม้แต่จะได้ปลอมตัวอะไรเลยสักนิด แถมยังไม่ได้อะไรกลับมาแล้ว ไอเด็กแสบนั่นยังตกหลุมพรางคนรักเก่าที่ดูเหมือนจะวางแผนลึกเข้าไปอีกชั้นหนึ่งอีกต่างหาก ทั้งๆที่พยายามรั้งเอาไว้แล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายคนรักเก่ากลับมีอิทธิพลต่อหัวใจของมินกยูมากกว่ารุ่นพี่ในทีมที่เป็นคู่หูคู่ใจแบบเขา หรือแท้ที่จริงแล้ว ลึกๆเขากำลังหงุดหงิดอะไรกันแน่ ซึงชอลเองก็ไม่รู้เหมือนกัน มันไม่ใช่ความหงุดหงิดที่ภารกิจล้มเหลว แต่มันหงุดหงิดที่เขาแพ้ให้ผู้หญิงคนนั้น เขาอาจจะอ้างว่าเพราะการเชื่อมต่อทางความคิดและจิตใจระหว่างตัวเด็กฝึกฝึกหัดกับนักวิเคราะห์พฤติกรรมของพวกเขายังคงเชื่อมต่อกันน้อยไปเลยเป็นแบบนี้ แต่ทั้งหมดทั้งมวลของเหตุผลที่ลองไตร่ตรองด้วยสมองและหัวใจดูแล้ว คงมีแค่คำตอบเดียวที่เข้าข่ายมากที่สุดแล้ว

 

 

ชเวซึงชอลกำลังไม่พอใจที่คิมมินกยูยอมไปกับจองยอนฮวา

แค่คิดก็หงุดหงิดชะมัด

 

 

ฝ่ามือขาวยกเสยกลุ่มผมเส้นหนาสีดำสนิทของตัวเองขึ้นอย่างหงุดหงิด ก่อนจัดการเก็บอุปกรณ์สอดแนมที่วางเกลื่อนห้องควบคุมไฟฟ้าใส่เข้าไปในกระเป๋าเป้คู่ใจใบใหญ่ของตนเองอย่างรวดเร็ว พอหันร่างจะออกจากห้อง ก็พบร่างของพนักงานเจ้าของห้องยังคงนอนสลบอยู่คาประตู ปลายเท้าทั้งสองข้างค่อยๆย่องข้ามร่างที่นอนสลบแล้วรีบวิ่งออกจากห้องควบคุมไฟฟ้าไป พลางนึกขอโทษขอโพยพนักงานคนนั้นที่ต้องเจ็บตัวเพราะเขาอยู่ในใจ

 

สองเท้าที่ถูกหุ้มด้วยรองเท้าผ้าใบสีทึบพยายามก้าวยาวๆเดินเข้ามาในตัวอาคารของโรงแรมเพื่อที่จะได้เข้าไปกลมกลืนกับแขกเหรื่อคนอื่นๆที่ยังคงเดินวนเวียนอยู่หน้างาน นัยน์ตากลมยังมองเห็นว่ามีผู้คนเดินวนเวียนอยู่หน้าห้องงานเลี้ยงที่กำลังจัดงานอยู่ไม่น้อย มีอยู่ประมาณสามสี่คนที่ซึงชอลสามารถระบุตัวได้ว่าเป็นพวกเดียวกัน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่คิดจะเข้าไปทักทายเพื่อนร่วมอะคาเดมีที่กำลังยืนสังเกตการณ์อยู่ด้านนอกแม้แต่คนเดียว เพราะเขาไม่พร้อมที่จะบอกทีมอื่นว่าคนในทีมทำแผนพังไม่เป็นท่า เสียงจิ๊ปากดังขึ้นด้วยความหงุดหงิดใจ จนสุดท้าย ชเวซึงชอลยกมือกระชับสายสะพายเป้คู่ใจบนไหล่แน่น พร้อมเดินเลี่ยงไปยังลิฟต์ของโรงแรมทันที เหมือนโชคเข้าข้างที่แสงไฟในโรงแรมชั้นนี้ไม่ได้สว่างมากพอจะทำให้คนเหล่านั้นมองเห็นเขาได้ชัดเจน

 

ในเวลานี้ซึงชอลต้องการสงบสติอารมณ์กับเรื่องที่เกิดขึ้นเพียงลำพัง ร่างขาวคิดวางแผนในใจไปแล้วว่า ถ้าถึงห้องพักของตัวเอง เขาจะรีบเข้าไปอาบน้ำแล้วล้มตัวนอนหลับให้หายฟุ้งซ่านไปซะ ยังดีที่ฉุกคิดได้ว่าควรจองโรงแรมเอาไว้ เขาคาดการณ์แล้วว่าถ้าจะให้เดินทางกลับไปที่ศูนย์ฝึกที่อยู่ห่างจากโรงแรมนี้มากพอสมควรหลังทำภารกิจเสร็จสิ้นก็คงดึกกว่าที่คิดแน่ๆ แต่เพราะนักวิเคราะห์พฤติกรรมหนุ่มมัวแต่คิดเรื่องจัดแจงเวลาส่วนตัว ชเวซึงชอลที่ยืนอยู่หน้าลิฟต์จึงไม่ได้สนอกสนใจเลยว่า

 

 

กำลังมีใครบางคนเดินตามหลังมาอยู่ติดๆโดยที่เขาไม่รู้ตัว

 

 

 

หมับ !!

 

 

 

เห้ย !!!

 

เสียงทุ้มหวานร้องดังลั่นเมื่ออยู่ๆสัมผัสได้ถึงฝ่ามือใหญ่ที่ยกขึ้นปิดปากของเขาเอาไว้เพื่อปิดกั้นเสียงโวยวาย ซ้ำร้าย คนแปลกหน้ายังใช้ท่อนแขนแข็งแรงโอบกอดรอบเอวและรวบข้อมือทั้งสองข้างไว้ภายในมือข้างเดียว พร้อมดึงร่างขาวเข้าใกล้จนร่างแทบแนบชิดกัน ด้วยความตกใจ ชเวซึงชอลที่พยายามดิ้นให้ตนออกจากพันธนาการกำลังเตรียมงัดใช้ศิลปะป้องกันตัวที่เรียนมานานจัดการกับคนที่เข้ามาทำมิดีมิร้ายกับเขา

 

จะเสียงดังทำไม เดี๋ยวคนก็รู้หรอก

 

ทว่า เมื่อยามโสตประสาทได้ยินเสียงทุ้มต่ำแสนคุ้นเคยดังขึ้นใกล้ๆ ประกอบกับกลิ่นน้ำหอมที่เขาจดจำมันได้ดี นัยน์ตากลมที่ฉายแววสั่นกลัวตวัดช้อนมองใบหน้าคนแปลกหน้าคนนั้นทันที ใบหน้าหล่อเข้มคมคายพร้อมดวงตาเรียวคมแสนคุ้นตาตรงหน้าค่อนข้างทำให้เขาเบาใจลงไปเล็กน้อยว่าไม่ใช่คนที่หวังทำร้ายร่างกาย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเคืองในเรื่องก่อนหน้าเข้ามาแทนเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มยกยิ้มขำขันส่งมาให้ แต่ไม่ทันจะเอาคืนอะไร บานประตูลิฟต์กล่องที่จะนำพาผู้โดยสารขึ้นไปที่ชั้นห้องพักก็เปิดออกกว้าง คนตัวโตกว่ารีบดันให้ร่างขาวเดินเข้าไปในกล่องลิฟต์ และรีบกดปุ่มเลขสามสิบแปดที่เป็นชั้นของห้องพักคนตัวเล็กกว่า ก่อนจะเร่งกดปุ่มปิดประตูลิฟต์เพื่อให้กล่องโดยสารส่งพวกเขาไปยังห้องพักทันที

 

ไอ่เชี่ยนี่ !! เมื่อมือหนาของรุ่นน้องคนสนิทผละออกจากริมฝีปาก ชเวซึงชอลก็รีบตวาดใส่อย่างเหลืออดกับคนตรงหน้า มือขาวกระชากสูทสีดำของคนตัวโตกว่าพร้อมดึงให้ร่างหนาเข้าใกล้ตนมากขึ้นโดยที่ไม่สนราคาของสูทตัวหรูที่แทบจะดูดเงินเดือนทั้งปีไปได้เลยสักนิด นัยน์ตากลมโตแฝงแววตาขุ่นเคืองอย่างปิดไม่มิด ในขณะที่มินกยูทำได้แค่ยกมือขึ้นไม่ต่อกรต่อคนเป็นรุ่นพี่ที่กำลังอารมณ์ฉุนอยู่

 

จะโวยวายอะไรวะพี่

 

มึงทำเสียแผน !

 

ก็พี่บอกว่าแฟนเก่าผมเขาจะทำให้เกมจบไวๆ

 

เป้าหมายกูไม่ได้หมายถึงแฟนเก่ามึง

 

เหอะ อยากเห็นตอนผมเสียศูนย์ว่างั้น ? มินกยูแค่นหัวเราะออกมา ท่าทีแบบนั้นยิ่งเรียกอารมณ์ฉุนของชเวซึงชอลได้เป็นอย่างดี ปลายนิ้วเกี่ยวรั้งปกคอเสื้อเชิ้ตสีขาวเข้ามากำไว้ในมือมากขึ้นจนใบหน้าหล่อกวนประสาทของรุ่นน้องเริ่มชิดใกล้กันมากขึ้น

 

ก็มึงนั่นแหละบอกเป้าหมายผิด ! ”

 

อ๋อ สรุปผมผิดว่างั้น ตัวเองเป็นคนเช็คข้อมูลแท้ๆ พอผิดแล้วก็โยนความผิดให้ผมตลอดเลยนะชเวซึงชอล

 

มือหนาทั้งสองข้างยันผนังลิฟต์เพื่อกั้นพันธนาการให้ร่างเล็กอยู่ภายในพื้นที่การควบคุม พร้อมเปลี่ยนเกมรุกให้กลายเป็นคิมมินกยูที่เป็นฝ่ายต้อนให้รุ่นพี่ตัวขาวต้องจนมุมแทน ใบหน้าหล่อโน้มลงเข้าใกล้ใบหน้าหวานพร้อมยกยิ้มร้ายกาจแบบที่เคยส่งยิ้มให้หญิงสาวคนรักเก่า แต่มีหรือที่นักวิเคราะห์พฤติกรรมหนุ่มจะเกรงกลัวในรอยยิ้มแสนร้ายกาจตรงหน้า ตรงกันข้าม ซึงชอลยังคงจ้องหน้ารุ่นน้องด้วยแววตาขุ่นเคืองไม่เลิกเหมือนเดิม เชื่อเถอะว่าท่าทางโกรธเคืองแบบนั้นมันไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิดเดียว

 

 

แต่มัน น่ารัก มากเลยต่างหาก

 

 

หุบปากไปเลยไป ! ”

 

จะหัวเสียไปเพื่ออะไร ในเมื่อมิชชั่นของพี่ก็ผ่านแล้วไม่ใช่รึไง

 

ก็บอกให้หุบป อื้อ ! ”

 

ครั้นจะอ้าปากต่อว่าอีกครา ริมฝีปากสีพีชกลับถูกปิดสนิทด้วยริมฝีปากอุ่นหนาของคนเป็นรุ่นน้องอย่างถือวิสาสะทันที ด้วยความนิ่มหยุ่นและหวานฉ่ำของริมฝีปากที่เขาวาดฝันอยากสัมผัสมานาน จนพอได้สัมผัสเข้าจริงก็รู้สึกติดอกติดใจทันทีที่ได้สัมผัส มินกยูจึงเผลอไผลแนบบดคลึงจูบอย่างโหยหามานาน มือหนาข้างหนึ่งลดลงมาตระกองกอดรอบเอวอวบของรุ่นพี่ โดยที่เจ้าของริมฝีปากสีสวยยังคงพยายามขัดขืนอ้อมกอดด้วยความตกใจ นัยน์ตากลมเบิกกว้างทว่าไม่สามารถยกมือขึ้นออกแรงผลักให้ร่างหนาถอยออกได้ ใช่ว่าเขาจะไม่ตกใจ ในเมื่อนี่เป็นครั้งแรกที่มินกยูกล้าเหิมเกริมลุกล้ำเขามากขนาดนี้ แต่สุดท้ายก็เริ่มนึกคิดได้ว่า ต่อให้พยายามขัดขืนเท่าไหร่ ชเวซึงชอลก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับรสจูบแสนวาบหวามดีกับหัวใจผสมปนเปกับกลิ่นน้ำหอมชวนใจสั่นของคิมมินกยูอยู่ดี ร่างขาวหยุดดิ้นขัดขืนพร้อมเงยหน้าหลับตาลงรับรสจูบแสนประหลาดใจของคนตรงหน้าอย่างไม่ขัดขืน มือขวาคลายออกจากสูทตัวหรูและปกคอเสื้อเชิ้ตสีขาวจนเนื้อผ้ายับยู่ยี่ ค่อยๆเลื่อนมือแตะเข้าที่แผ่นอกแกร่งของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา และนั่นยิ่งทำให้คนเป็นน้องถึงกับยกยิ้มพร้อมป้อนจูบอย่างลึกซึ้งให้คนตัวเล็กอย่างต่อเนื่อง

 

จนสายตาคมเหลือบไปมองเห็นตัวเลขที่แสดงบนหน้าจอว่า ลิฟต์โดยสารกล่องนี้กำลังพาพวกเขามาถึงชั้นที่สิบเจ็ด ริมฝีปากหนาจึงผละออกจากริมฝีปากนิ่มอย่างเสียดาย

 

ไง เคลิ้มเลยดิทันทีที่ริมฝีปากร้อนผละออกจากเรียวปากนิ่ม มินกยูเอ่ยแซวรุ่นพี่ที่ก้มหน้าก้มตาหลบซ่อนใบหน้าแดงระเรื่อที่เริ่มเห่อร้อนอย่างน่ารัก จากรุ่นพี่สุดกร่างที่หัวร้อนจะต่อยจะตีอย่างเดียว กลับกลายเป็นว่าคนน่ารักพยายามซุกตัวหนีคนตัวโตกว่าเพราะความเขินอาย

 

เชี่ยมินกยู ...

 

พูดไม่เพราะว่ะพี่ซึงชอล อยากโดนจูบอีกรึไง

 

ม ... มึงจูบกูทำไม ?

 

ก็บอกแล้วไงว่ามิชชั่นพี่ผ่านแล้ว แต่มิชชั่นผมยังไม่ผ่าน

 

อะไร มิชชั่นกูมันทำไม ?

 

ก็มิชชั่นพี่คือให้จับตามองพฤติกรรมที่เจ็บปวดของคู่หูไม่ใช่รึไง อย่าคิดว่าผมไม่รู้ ยอนฮวาบอกหมดแล้วว่าแผนพวกนั้นมันไม่มีจริง มีแต่แผนของพี่ที่ซ้อนแผนปลอมบ้าบอนั่นต่างหาก

 

สิ้นเสียงทุ้มต่ำ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเบือนสายตามองใบหน้าหล่อของมินกยูที่จ้องมองมาด้วยความตกใจ นึกคาดโทษในความฉลาดร้ายลึกของจองยอนฮวาที่มองแผนออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง แถมยังปั่นหัวเขาเล่นอีก แต่ถึงอย่างนั้นซึงชอลก็ไม่ยอมปริปากสารภาพอะไรออกมา คนตัวเล็กกว่ายังคงเงียบและปล่อยให้มินกยูกดดันอยู่อย่างนั้น จริงอยู่ที่แผนภารกิจที่แท้จริงมันไม่ใช่การเข้าถึงตัวซีอีโอของบริษัทบ้าบอนั่น ทุกอย่างมันคือภารกิจปลอม ส่วนภารกิจที่แท้จริงมีเพียงนักวิเคราะห์พฤติกรรมเท่านั้นที่รับรู้ถึงภารกิจที่แท้จริง

 

 

... สังเกตเหตุการณ์ที่ทำให้คู่หูเจ็บปวด พร้อมวิเคราะห์พฤติกรรมของคู่หูและสิ่งเร้าที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดให้ละเอียดที่สุดเพื่อรายงานในคลาสเรียน

 

 

แต่ซึงชอลพยายามอย่างมากแล้วที่จะเลี่ยงเหตุการณ์นั้น ด้วยการเล่นตามน้ำ แหวกว่ายอยู่ส่วนนอกแล้วค่อยๆเข้ามาใจกลางโดยไม่รู้ตัว ราวกับการให้แอลกอฮอล์เช็ดปากแผลโดยรอบก่อนโดนตัวแผล เพราะเขาเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะทนสังเกตการณ์ได้ แต่เมื่อความผิดพลาดมันเกิดขึ้น ทุกอย่างแก้ไขอะไรไม่ได้ ก็เหมือนใช้แอลกอฮอล์จิ้มลงไปกลางแผลปล่อยให้มันเจ็บแสบอย่างเดียว นอกจากแผนจะพังไม่เป็นท่าแล้ว หัวใจของผู้สังเกตการณ์ก็รู้สึกเจ็บแปลบๆด้วยเช่นกัน ยิ่งคำพูดของจองยอนฮวาที่ยังคงค้างคาอยู่ในความคิด ชเวซึงชอลก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจที่พลาดเรื่องที่ควรรู้ของคู่หูตนเอง

 

แล้วไงล่ะ มึงก็ไม่ได้เจ็บปวดที่เจอแฟนเก่านี่ ก็สบายใจได้

 

แล้วผมจะรู้สึกไปทำไม ในเมื่อเรื่องของพวกผมมันจบไปนานแล้ว

 

ก .. ก็ดีแล้วนี่ ซึงชอลยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ พยายามไม่แสดงท่าทีหวั่นใจออกมา แต่ทุกการกระทำกลับอยู่ในกรอบสายตาคมของคนที่อยู่ในลิฟต์กับเขาเสมอ

 

แต่ถึงอย่างนั้น มิชชั่นของผมก็ยังไม่จบหรอกนะ มินกยูเผลอรอยยิ้มหล่อออกมา พร้อมส่งสายตามองคนข้างกายที่เบือนหน้าหนีหาจุดวางสายตาอื่นที่ไม่ใช่ใบหน้าหล่อชวนใจสั่น ซึงชอลตวัดสายตามองร่างสูงหนาวูบหนึ่ง ก่อนจะวางสายตาไปยังเลขดิจิตัลบนจอของลิฟต์แทน

 

มิชชั่นอะไรของมึง พวกมึงไม่มีมิชชั่นอะไรสักหน่อย

 

มีดิพี่ ยอนฮวาบอกมาว่าผมอะมีมิชชั่น

 

มิชชั่นอะไร ?

 

ชเวซึงชอลคิดแล้วล่ะว่า นี่คือความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงที่เขาละเลยการตั้งรับกับรุ่นน้องสุดร้ายกาจอีกแล้ว เพราะเขาไม่ได้ตั้งตัวรับมือกับร่างหนาที่กอดเอวอวบพร้อมยืนชิดซ้อนให้แผ่นอกแข็งแรงซ่อนรูปกระทบกับแผ่นหลังไซส์ไม่ต่างกันจนกลิ่นน้ำหอมลอยแตะมาโดนประสาทการรับกลิ่นอีกครั้ง ยิ่งได้กลิ่น ก้อนเนื้อภายในอกของนักวิเคราะห์พฤติกรรมหนุ่มก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆจนต้องรีบยกฝ่ามือขึ้นมาวางบนหน้าอกราวกับว่ามันจะช่วยลดเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวอย่างบ้าคลั่งได้ ใบหน้าหล่อคมคายโน้มลงมาจนระยะห่างเสมอกับใบหน้าหวานน่ารักของรุ่นพี่ และเปิดภารกิจรุกเหยื่อด้วยการประทับริมฝีปากลงบนพวงแก้มเนียนนิ่มที่หอมยั่วยวนเกินห้ามใจทันที

 

 

 

จุ้บ !

 

 

 

จัดการคนรักใหม่ที่ชอบวางแผนซ้อนให้เลิกพยศไง

 

ห้ะ ... แล้วมึงมาจุ้บแก้มกูทำเชี่ยอะไ— อ๊ะ ! ”

 

พี่ไม่รู้อีกเหรอหืม ?

 

พอได้ยินคนตัวเล็กในอ้อมกอดโวยวาย คิมมินกยูก็อยากปิดปากคนน่ารักด้วยปากตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด แต่ด้วยสมองร้ายกาจกลับนึกอะไรสนุกได้ ใบหน้าหล่อเริ่มโน้มคลอเคลียหอมพวงแก้มแดงระเรื่อ มือหนาข้างหนึ่งผละออกจากรอบเอวอวบเพื่อสอดมืออุ่นหนาเข้าไปด้านในผ่านสาบเสื้อฮู้ดดี้สีเทาตัวเก่ง ส่วนอีกข้างกลับสอดเข้าไปลูบไล้ด้านในกางเกงยีนส์สีเข้มตัวโปรดอย่างแผ่วเบา ทันทีที่ฝ่ามือร้อนแตะจรดลงบนผิวขาวเนียนละเอียดนิ่มจนแทบละลายคามือแล้ว ท่าทางรุ่นพี่ร่างขาวคงไวต่อสัมผัสเมื่อยามที่มือของมินกยูแตะลูบวนสะเปะสะปะไปทั่วร่างกายเหลือเกิน เพราะอ้าปากโวยวายไม่ทันไร คนในอ้อมกอดก็แปรเปลี่ยนเสียงโวยวายให้กลายเป็นเสียงครางหวานหูแบบนี้

 

 

เข้าทางคิมมินกยูคนนี้แล้วล่ะ

 

 

“ … อ .. อื้ออออ

 

 

 

ติ๊งงงง !

 

 

 

ราวกับลิฟต์แอบรู้ใจว่าความกระหายของคิมมินกยูเริ่มโหมกระพือจนเครื่องร้อนมากขึ้นอย่างชัดเจน บานประตูลิฟต์เคลื่อนเปิดออกเมื่อถึงชั้นสามสิบแปดที่เป็นจุดหมายปลายทาง เป็นจังหวะเดียวกับที่คนตัวขาวในอ้อมกอดเงยหน้าช้อนดวงตากลมโตมองใบหน้าหล่อเข้มด้วยอารมณ์คุกกรุ่นที่ถูกรุ่นน้องตัวร้ายปลุกปั้นเมื่อสักครู่เพื่อรอฟังคำพูดที่คนตัวโตกว่าเอ่ยค้างไว้ ท่าทางเย้ายวนโดยไม่รู้ตัวของชเวซึงชอล กำลังทำให้สติของคิมมินกยูขาดสะบั้นลง

 

 

 

และในวินาทีนี้ ภารกิจที่แท้จริงของคิมมินกยูก็เริ่มต้นขึ้นแล้ว

 

 

 

... ภารกิจของผมคือพี่ไง พี่ซึงชอลของผม

 

 

 

 

 

ตอนนี้ผมขอตัวไปเคลียร์ภารกิจให้สำเร็จก่อนนะ เพราะคืนนี้คงเก็บภารกิจยาวเลยล่ะ ... J

 

 

 

 

 

 

 

           

FIN.





- 170402 -


สวัสดีตอนที่สามสิบเอ็ดนะคะ 

พักเรื่องแต่งฟิคไปนานเพราะงานท่วมหัวกับปัญหาร้อยแปด กว่าจะบิลด์อารมณ์แต่งได้ก็ลำบากเอาเรื่อง

แต่กลับมารอบนี้มากับฟิคมินคุปส์ฮะแปะค้างเอาไว้เยอะเลย เป็นพล็อตที่เคยดองเพราะดูซีรีส์ฝรั่งค้างไว้

รอบนี้ภาษาดูฝืดๆติดขัดนิดหน่อยนะคะเพราะไม่ได้แต่งนานแล้วจำสไตล์การแต่งไม่ได้ ท้อแล้ว 55555555

ขอขอบคุณที่เข้ามาอ่านด้วยน้า ช่วยคอมเม้นต์ให้กำลังใจกันหน่อยนะฮึก 

เราอยากอ่านคอมเม้นต์ ตอนนี้เราท้อมาก

ติดตามและให้กำลังใจกันได้เสมอ ทั้งทางคอมเม้นต์ แฮชแท็ก(ที่แปะไว้หน้าหลัก) -> #pnn17fic

หรือว่าจะเมนชั่นมาพูดคุยก็ได้นะคะะะะ ; w ;


แล้วเจอกันตอนถัดไป สวัสดีค่ะ !


 

 


Porcelain theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #160 _pxofficial (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 19:44
    โอ่ยยยยยแซ่บมากช่วยด้วยยยยย
    #160
    0
  2. #146 mookputh (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 07:39
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!!
    เธอจะมาตัดจบแบบนี้มั่ยดั้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    ทำภารกิจกันสองคนได้ไง ต้องรายงานผลให้เรารู้ด้วยเสะ
    ไม่ย้อมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!
    #146
    0
  3. #145 Kwa_Kwa (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 02:04
    มินกยูร้ายมาก ร้ายลึกสุดๆเล่นซะพี่ซึงชอลไปไม่เป็นเลยนะมือก็ไวจริงๆอยากตีๆ ตอนที่กำลังทำภารกิจนี่ลุ้นมากเลยกลัวว่ามันจะไม่สำเร็จจริงๆแต่พอรู้ว่าเป็นซ้อนแผนอีกทีก็โล่งใจ ตอนที่มินกยูขอไปจีดการภารกิจของตัวเองต่อนี่ดีกับใจมากค่ะ /เกร้สสสขอให้พี่ซึงชอลโชคดี55555555
    #145
    0
  4. #144 iceicebabyy. (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 13:38
    โอ้ยเท่มากทั้งสองคนเลยค่ะ ฮื่อ ตอนแรกนึกว่าจะจบแบบดราม่าซะแล้ว ;__; อ่านไปก็ลุ้นไปค่ะ หวาดเสียวแทนซึงชอล5555555555555 แต่มินกยูนี่ร้ายจริงๆ ถ้าลิฟต์สูงกว่านี้สงสัยจัดการในลิฟต์ไปแล้วแน่ๆ555555555555
    #144
    0
  5. #143 pedvanz (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 22:18
    ขอกรี๊ดก่อนเลยนะคะ โง้ยยยย มีความสายลับ เท๊เท่ค่ะ ตอนภารกิจนี่นึกว่าเสียแผนจริงๆซะอีก เจอแฟนเก่าแล้วคิดว่ามิงจะดราม่า แต่คนที่เจ็บน่าจะพี่ซึงชอลมากกว่ามั้ง ฮิฮิ พอมาในลิฟต์ที่แบ๊บ โอย น่าจะมีซักหลายๆชั้น ให้น้องเขาได้ทำมิชชั่นหน่อย แต่มิงนี่ร้ายกาจ รู้ทันพร้อมเอาคืนและทำภารกิจของตัวเองอี๊ก /พี่ซึงชอลพูดไม่เพราะต้องโดนทำโทษ อิ___อิ
    #143
    0
  6. #142 nook95b (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 17:36
    ชเวซึงชอลพูดไม่เพราะเลย สมแล้วที่โดนมินกยู...4555555555
    ตอนแรกเกือบฉุนแทนซึงชอลแล้ว!!ที่มินกยูทำผิดแผน แล้วยังไปกับแฟนเก่าอีก!555555 แต่แท้จริงๆ กลับไม่ใช่ แถมมินกยูยังรู้แผนพี่ซึงชอลอีก55555555 ร้ายไม่ต่างกันเลยนะคะ
    /เห็นมินคุปส์เป็นสายลับแล้วนึกถึงชุดดำๆ ส่วนฉากในลิฟท์.. อื้อ.... โนคอมเม้นต์ ห้องน่าจะอยู่สักชั้น888 เราคงจะได้เห็นเขาสองคน...xD
    สู้ๆนะครับ รออ่านเน้อ
    ปล.ชอบคำว่าริมฝีปากสีพีช ????????????????
    #142
    0
  7. #140 ป้าเองลูก.. (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 17:29
    กรี้ดดดดดดดดด ขอกรี้ดยาว ๆ ค่ะ! กรี้ดดดดดดดดดดดดดดด มินคุปส์!!! คือยังไงดี เท่มาก แบบมีความคิงส์แมนเพื่อฝึกไปเป็นสปายสายลับทำภารกิจเอ่าะ แล้วพี่ซึงชอลคนเท่ที่คุมมอนิเตอร์คอยสั่งนี่มีความร้ายกาจ! แต่ก็ไม่เท่ามินกยูแล้วจุดนี้ โห.. ว่ากวน ๆ พี่เขาตอนแรกก็น่าตีละ แต่พอต้องปลอมตัวไปเนียนตีสนิทละตอนเห็นว่าเป็นแฟนเก่านี่แอบดราม่าเลยคือนึกว่าแผนแตกจริงแต่ต่อมาพอรู้ว่าพี่ซึงชอลวางแผนซ้อนมาก่อนแล้วก็รู้สึกหน่วง ๆ อะไรอะจะถ่านไฟเก่ายังร้อนหรออะไรทำไมถึงไปด้วยกัน! ไม่ได้นะอย่าทิ้งซึงชอลลี่ ;---; แล้วเจ้าหมาตัวแสบนี่ก็ฉวยโอกาสเว่อ ฮื่อ อย่าแกล้งคนน่ารักกกกก ทีนี้อยากรู้เลยว่ามิชชั่นยาว ๆ เรื่องปราบพยศคนรักใหม่จะคอมพลีตด้วยรึเปล่า อุอิ รอตอนต่อ ๆ ไปซำเหมอออออออออ ร้ากกกกกกกกซ์ <3
    #140
    0