` F A N F I C R O O M | SEVENTEEN ♡

ตอนที่ 25 : - 25 : closer you | hansol x seungkwan。

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 355
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    10 ม.ค. 60

CLOSER YOU | HANSOL x SEUNGKWAN
AU / pg – 15 / little drama-romantic



 

ps. ฟังหน่อยนะ เพลงนี้ความหมายดีจริงๆนะ ._..

 

 

 

 

 

อาจไม่ดูดีเท่าดาวดวงใด แต่ฉันอยู่ใกล้กว่าดาว ...

 

 

 

 

 

เพราะระยะห่างที่ใกล้กันมากเกินไป อาจทำให้คนข้างกายมักมองข้ามกันอยู่เสมอ ด้วยเหตุผลที่ว่า ก็เพราะอยู่ข้างๆ อย่างไรก็ไม่หายไป จึงมักจะให้ความสนใจไปที่คนอยู่ไกลตัวเสียมากกว่า โดยที่ไม่ได้นึกถึงความรู้สึกนึกคิดของคนใกล้ตัวเลยสักนิด พอเป็นแบบนั้นแล้ว ความรู้สึกของคนที่ถูกมองข้ามก็คงมีแต่คำว่าน้อยใจตีรวนขึ้นมาในจิตใต้สำนึก จนอาจเกิดการทะเลาะกันเกิดขึ้นก็ได้ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่แสนธรรมดาของมนุษย์ผู้ละเลยคนข้างกายและมนุษย์ขี้น้อยใจ

 

 

แต่ถึงอย่างนั้น ชเวฮันโซล กลับไม่ได้เป็นทั้งมนุษย์ผู้ละเลย และมนุษย์ขี้น้อยใจหรอกนะ

 

 

ค่ำคืนในวันนี้เรียกได้ว่าเป็นคืนที่ดีสำหรับใครหลายๆคน เพียงแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่ไร้เมฆบดบังจนมองเห็นดวงดาวพราวระยับกระจายรายล้อมอยู่บนฟากฟ้าอันมืดมิดเสมือนเป็นพื้นหลัง ดวงจันทร์กลมโตที่เหลืองอร่ามลอยเด่นอยู่กลางฟ้า สายลมพัดเอ่ยๆทำให้มองเห็นเมฆก้อนสีดำกำลังเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ ราวกับตัวเมฆเป็นผืนม่านที่ถูกเปิดออกให้มองเห็นดวงดาว เขาอดไม่ได้ที่จะยกรอยยิ้มขึ้นมาประดับบนใบหน้าหล่อ แน่นอนว่าถ้าเป็นภายในตัวเมืองที่มีแสงสีมากมายจนเจิดจ้า คงไม่มีทางได้เห็นดวงดาวบนท้องฟ้าผืนกว้างอย่างชัดเจนแบบนี้ แต่ถ้าเป็นชานเมืองหรือแถวๆริมชายหาด ก็คงไม่แน่ที่จะได้เห็นอะไรแบบนี้

 

เนื่องจากนักเรียนมัธยมปลายชั้นปีหนึ่งถึงสามที่ลงชื่อสมัครเข้าค่ายกระชับสัมพันธ์ของทางชมรมสันทนาการ จะต้องเดินทางไปที่เกาะเชจูเป็นเวลาสามวันสองคืน อันที่จริงแล้วเขาไม่ค่อยสนใจกิจกรรมเข้าค่ายพวกนี้เสียเท่าไหร่เพราะฮันโซลคิดว่า แทนที่จะเสียเวลาเข้าค่ายร่วมกิจกรรมที่ดูเหมือนจะไม่ได้อะไรกลับมาเป็นชิ้นเป็นอัน เขาควรเอาเวลาไปจัดการตัวเองเพื่อการสอบกลางภาคน่าจะดีกว่า แต่เมื่อเพื่อนสนิทร่างอวบที่เป็นนักกิจกรรมประจำโรงเรียนที่ตระเวนเข้าค่ายทุกชนิดจนทุกคนทั้งโรงเรียนรู้จักอย่าง บูซึงกวาน ขอร้องแกมบังคับให้ไปด้วยกัน แถมยังหยิบข้ออ้างที่ว่าคิดถึงบ้านเกิดแต่จะให้ไปคนเดียวก็กลัวว่าจะเหงาที่ต้องมาค่ายคนเดียวขึ้นมาอีก สุดท้าย ร่างสูงก็ต้องมาในชีวิตในโรงแรมหรูดีกรีสี่ดาวที่ตั้งอยู่ริมทะเลเป็นเวลาสามวันสองคืนเสียจนได้

 

กิจกรรมที่จัดเมื่อตอนกลางวันผ่านไปได้ด้วยดี ทั้งซึงกวานและเขาให้ความร่วมมือกับพี่ปีสามที่จัดกิจกรรมละลายพฤติกรรมและสร้างความสามัคคีเป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ทีมเดียวกันเพราะรุ่นพี่จับเพื่อนสนิทของทุกๆคนแยกออกจากกันหมดเหมือนกับว่ารู้ว่าใครสนิทกันใครก็ตาม ฮันโซลอยู่ทีมสีม่วง ในขณะที่ซึงกวานอยู่ทีมสีเหลือง ภายในทีมพวกเขาไม่ได้มีเพียงแค่ชั้นปีเดียวเท่านั้น แต่กลับคละกันทั้งสามชั้นปี

 

 

และก็เหมือนโชคจะเข้าข้างให้บูซึงกวานได้อยู่ทีมเดียวกับ อีซอกมิน รุ่นพี่ปีสามที่เจ้าตัวแอบชอบมาปีกว่า

 

 

เขาไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมซึงกวานถึงชอบซอกมินมากขนาดนั้น อีกฝ่ายเป็นถึงหัวหน้าชมรมสันทนาการที่เจ้าเพื่อนสนิทตัวอวบลากเขามาร่วมแจมด้วย แถมด้วยนิสัยที่อ่อนโยน ใจดี ใจเย็น เป็นมิตรกับรุ่นน้อง เพราะเป็นแบบนี้บูซึงกวานถึงหลงรักอีซอกมินเข้าให้แล้ว อันที่จริงต้องบอกว่าการที่เขามาเข้าค่ายในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการมาเพื่อกระชับความสัมพันธ์ฉันพี่น้องตามเป้าหมายหรอก หากแต่เป็นการมาส่งให้ทั้งสองคนสนิทกันมากกว่า แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ เพราะเป็นมากสุดได้แค่เพื่อนสนิทที่อยู่เคียงข้างเสมอ เลยทำได้มากสุดก็เพียงแค่ให้เพื่อนมีความสุขเท่าที่จะทำได้

 

ความรู้สึกของเขาจะเป็นอย่างไรก็ช่างมันเถอะ แค่ได้เห็นรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าน่ารักก็พอใจแล้ว

 

 

 

มานั่งคนเดียวแบบนี้ แล้วพี่ซอกมินล่ะ ? ” เสียงทุ้มเอ่ยดังขึ้นเมื่อนัยน์ตาคมสวยมองเห็นร่างอวบของเพื่อนสนิทกำลังนั่งกอดเข่าบนพื้นทรายริมชายหาดทอดมองออกไปไกลสุดตาเพียงลำพัง ก่อนจะหย่อนตัวลงข้างๆ

 

พี่เขาบอกว่าเข้าไปประชุมสรุปงานอ่ะ

 

มานั่งตรงนี้ไม่หนาวเหรอ ? ”

 

ก็นิดหน่อย

 

สิ้นเสียงใส เพื่อนสนิทตัวโตกว่าถอดเสื้อแจ็กเก็ตผ้าหนาสีเข้มออกจากร่างกายแล้วนำไปคลุมไหล่เล็กเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย ซึงกวานเอ่ยขอบคุณเบาๆพร้อมกระชับเสื้อแจ็กเก็ตให้เข้าที่เข้าทาง กลิ่นหอมอ่อนๆบนเสื้อแจ็กเก็ตลอยแตะจมูกจนทำให้คนสวมใส่แทบเคลิ้มทว่าร่างอวบกลับไม่แสดงท่าทีอะไรออกมานอกจากนั่งอยู่เฉยๆเท่านั้น

 

การกระทำเช่นนี้มันเกิดขึ้นบ่อยจนทั้งคู่ต่างเคยชินกันไปแล้ว ฮันโซลมักเป็นฝ่ายเสียสละให้ซึงกวานเสมอโดยเต็มใจ มันเป็นแบบนี้มาสมัยที่พวกเขารู้จักกันตั้งแต่ประถมแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจะต้องเสียสละข้าวของหรืออะไรสักอย่างในชีวิตให้คนข้างกายคนนี้ แต่พอถึงเวลานั้น ใจของเขากลับสั่งให้ควรทำแบบนั้นเพื่อแลกรอยยิ้มที่เหมือนเป็นยาความสุขของเขามา และแน่นอนว่าชเวฮันโซลคนนี้ก็ยอมทำตามเสียงคำสั่งของหัวใจตัวเอง

 

เป็นไงบ้าง ? ”

 

โอเคเลยอ่ะ ไม่ใช่เล่นๆเลย

 

ไม่ใช่เล่นๆนี่เรื่องกิจกรรมหรือว่ารุ่นพี่คนนั้น ราวกับว่าชเวฮันโซลอ่านใจออก นัยน์ตากลมตวัดมองคนรู้ทันอย่างร้อนรนทันที ซึงกวานหันซ้ายหันขวามองไปรอบๆบริเวณที่พวกเขานั่งอยู่ ทำอย่างกับว่ากลัวจะมีใครมาแอบฟังบทสนทนาของพวกเขา แต่ก็นั่นแหละ นอกจากชเวฮันโซลแล้ว ก็ไม่มีใครอยู่ละแวกนี้เลยแม้แต่คนเดียว ร่างนุ่มนิ่มจึงผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะตวัดสายตาไปมองเพื่อนสนิทข้างกายที่นั่งยิ้มให้ และมืออวบก็ฟาดลงบนต้นแขนของเพื่อนสนิทแก้เคอะเขิน

 

แหน่ะ รู้ทันอีกแล้ว ฮันโซลอ่า

 

ก็มันจริงนี่นา เด็กหนุ่มตัวโตกว่าทำได้แค่หัวเราะออกมาแทนที่จะร้องโอดโอยเพราะความเจ็บ มือหนายกขึ้นลูบที่ต้นแขนตนเองเพื่อบรรเทาความเจ็บชา จนฝ่ามืออวบที่เพิ่งฟาดลงมาเอื้อมมาแตะลูบต้นแขนที่คาดว่าน่าจะขึ้นรอยมือเบาๆเป็นการขอโทษ

 

ขอโทษๆ มือฉันแรงไปหน่อย

 

ฮ่ะๆๆ แค่นี้เอง ไม่เป็นไรหรอก ไหนเล่าต่อสิ

 

พี่เขาก็น่ารักดีแหละ ก็ .. ก็โอเคอ่ะ เทคแคร์ดี

 

แล้วยังไงอีก ตลอดเวลาที่นั่งฟังเพื่อนรักพูดถึงเรื่องราวในวันนี้ นัยน์ตาคมสีเฮเซลนัทกลับไม่ละสายตาไปจากเสี้ยวโครงหน้าอวบของซึงกวานเลยสักวินาทีเดียว อาจมองผิวเผินว่าฮันโซลเป็นคนตั้งใจฟังผู้พูดเป็นอย่างดี แต่เปล่าเลย

 

 

... ชเวฮันโซลแค่ชอบมองบูซึงกวานเวลาที่เจ้าตัวเล่าเรื่องอะไรสักอย่างก็เท่านั้นเอง

 

 

ก็เวลาทำกิจกรรมใหญ่พี่เขาก็เป็นประธานงานใช่ไหมล่ะ พอเป็นกิจกรรมในทีมพี่เขาก็เป็นผู้นำทีม เป็นผู้นำทุกอย่างเลยอ่ะ ก็ดูแลเข้าใจทุกคนในทีมงี้ อย่างเวลาอยากเข้าห้องน้ำพี่เขาก็ไปส่งไง ไหนจะชอบเอาขนมมาให้ทุกคนในทีมกินด้วยกัน เยอะแยะจะตายความดีความชอบของพี่เขา พูดวันเดียวก็ไม่หมดหรอก

 

“ ... ที่จริงฉันก็ทำแบบนั้นให้บ่อยนะ ฮันโซลก้มหน้าลงพร้อมเอ่ยถ้อยคำออกมาเบาๆ แต่เหมือนเจ้าของร่างนุ่มนิ่มข้างกายอาจได้ยินไม่ถนัด จึงหันไปทางเพื่อนรักพร้อมเอียงหน้ามองด้วยแววตาสงสัย

 

เมื่อกี้พูดอะไรนะ ? ”

 

อ๋อเปล่าๆ ... เอ้อ ! แล้วไม่ไปรวมจอยปาร์ตี้กับคนอื่นๆรึไง ดูท่าทางสนุกอยู่นะ

 

ฮันโซลรีบเปลี่ยนประเด็นสนทนาไปเรื่องอื่น ซึ่งก็คงไม่พ้นเรื่องงานปาร์ตี้ของค่ายที่เปิดโอกาสให้เด็กในค่ายได้สนุกดื่มด่ำไปกับอาหาร เครื่องดื่มและดนตรีภายในงาน ฝ่ามือทั้งสองข้างเท้าไปด้านหลังอย่างผ่อนคลาย ซึงกวานเบือนสายตากลับไปทอดมองผืนทะเลที่นิ่งสงบกว่าตอนกลางวัน บรรยากาศตรงหน้าช่างสงบเหมาะแก่การปล่อยให้ใจนึกคิดไปตามต้องการ และอยู่กับตัวเองมากกว่าเป็นไหนๆ ถึงบูซึงกวานจะเป็นเด็กกิจกรรมที่ชอบความสนุกสนานแค่ไหน แต่ลึกๆแล้วเขารู้ดีว่า เพื่อนสนิทข้างกายก็มีมุมโลกส่วนตัวอยู่เช่นกัน

 

ไม่อ่ะ อยู่ๆวันนี้ก็อยากนั่งเงียบๆ ซึมซับบรรยากาศที่นี่เยอะๆ ในรอบสามปีที่ไม่ได้กลับมาน่ะ

 

อ่า .. จะว่าไป บรรยากาศที่นี่ดีจริงๆแฮะ

 

เห็นไหมล่ะบอกแล้วว่าต้องมาให้ได้ นี่ถ้าฉันไม่ลากนายมา นายก็ไม่ได้เจออากาศดีๆแบบนี้หรอกนะจะบอกให้ ซึงกวานเอ่ยคำยอยกความดีความชอบให้ตัวเองที่โน้มน้าวให้เขายอมตามมาเข้าค่ายที่เกาะเชจูได้สำเร็จ จนทำให้เพื่อนสนิทตัวโตถึงกับหลุดขำออกมาในความมั่นอกมั่นใจของเพื่อนพลางส่ายหน้าไปมา มันไม่ได้มีเหตุผลแค่ว่าถูกโน้มน้าวให้มาเป็นเพื่อนหรอกนะ

 

อยู่นิ่งๆนะ จู่ๆเสียงทุ้มเอ่ยดังขึ้นมา ทำเอาคนข้างกายถึงกับนิ่งและเผลอทำตาโตใส่ด้วยความตกใจ

 

อ .. อะไร ?

 

.. ใบไม้ติดผมน่ะ นิ้วเรียวเอื้อมไปหยิบเศษใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมาบนกลุ่มผมสีน้ำตาลของซึงกวาน ก่อนจะชูให้เพื่อนรักดูพร้อมรอยยิ้ม ซึงกวานยกมือทาบอกทำท่าทางคล้ายว่ากำลังตกใจ ก่อนจะหลุดขำออกมาเบาๆ

 

นึกว่าอะไรซะอีก ตกใจหมดเลย

 

ฮ่ะๆๆๆ แต่ที่นี่มองเห็นดาวชัดนะ เราชอบ

 

อ .. อื้อๆ ที่เชจูน่ะ อยู่ตรงไหนก็มองเห็นดาวชัดทุกที่แหละ แต่ถ้ามองจากทะเลมันดีกว่าทุกที่อยู่แล้ว ยิ่งได้มองใกล้ๆแบบนี้นะมันสวยมากๆเลย ว่าไหม

 

ชเวฮันโซลไม่รู้หรอกว่าควรนั่งดูดาวอย่างไรให้รู้สึกซาบซึ้งไปกับความสวยงามของศิลปะวิทยาศาสตร์อย่างเช่นการดูดาวแบบนั้น แต่เขาแค่ชอบที่จะนั่งดูดาวกับเพื่อนรักของเขา แค่ได้เห็นดวงดาวล่องลอยบนท้องฟ้าเพียงดวงเดียวเขาก็ว่าสวยแล้ว จะที่ไหนมุมไหน เห็นชัดเพียงใดเขาก็โอเคทุกอย่าง เพราะถึงอย่างไรเขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจดูดาวเท่าการนั่งมองเพื่อนยกยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อนั่งดูดาวด้วยกันอยู่แล้ว

 

พอนึกแล้วก็เผลอหลุดยิ้มออกมา ละสายตาจากเสี้ยวใบหน้าน่ารักเพื่อเงยหน้ามองผืนดาวที่อยู่บนฟากฟ้าที่มืดมิดไร้กลุ่มเมฆ คอยส่องระยิบระยิบพร่างพราวตา สายลมแผ่วเบาที่พัดพาความสบายใจเข้ามา ยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่าค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนที่ดี

 

“ .. นั่นสิเนอะ

 

ชอบใช่ไหมล่ะ

 

อือ .. ชอบ ชอบมากๆแต่ไม่ได้หมายถึงดวงดาวบนฟ้าหรอกนะ

 

... ฉันก็ชอบเหมือนกัน

 

ซึงกวานยกยิ้มกว้าง ใบหน้าน่ารักในเวลานี้แสดงออกให้เห็นถึงความสุขในแบบที่คนอื่นไม่ได้เห็นมันบ่อย นัยน์ตาคมละสายตาจากเบื้องบนท้องฟ้า ไล้สายตาลงมามองใบหน้าน่ารักที่ฉีกยิ้มกว้างพลางเอื้อมฝ่ามืออวบขึ้นไปกลางอากาศ หมายจะเอื้อมคว้าจับดวงดาวประกายระยิบบนท้องฟ้า ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ว่าบรรยากาศโดยรอบ หรือเพื่อนรักที่ยิ้มอย่างมีความสุขนั้น อะไรสวยกว่ากัน หรืออาจจะสวยเท่ากันทั้งคู่ และวินาทีนั้น ชเวฮันโซลก็เข้าใจถึงการซึมซับความสวยงามตรงหน้าได้อย่างแท้จริงเพียงแค่มองภาพตรงหน้าเท่านั้น

 

แค่ได้มองและใช้ใจสัมผัสเท่านั้น

 

 

ซึงกวานนา ...

 

หืม ?

 

คือ

 

ซึงกวาน ! พี่ตามหาเราแทบแย่ยังไม่ทันที่คนตัวโตกว่าจะเอ่ยสิ่งที่ต้องการจะบอก ทว่ารุ่นพี่ร่างใหญ่ของประธานชมรมอย่างอีซอกมินกลับเข้ามาขัดจังหวะด้วยการเอ่ยทักร่างนุ่มนิ่มข้างกาย แน่นอนว่าเพื่อนของเขาให้ความสนใจต้นเสียงเป็นอย่างดี ใบหน้าน่ารักหันไปมองต้นเสียงที่กำลังวิ่งมาทางที่พวกเขานั่งอยู่ ฮันโซลลอบถอนหายใจออกมา แต่เขาไม่ได้ปรับสีหน้าให้ดูแย่ลงแต่อย่างใด

 

เพราะการทำกิริยาไม่ดีใส่รุ่นพี่เป็นสิ่งที่เขาไม่มีความคิดที่จะทำมันด้วยซ้ำ

 

พี่ประชุมเสร็จแล้วเหรอ ?

 

ครับ พี่ประชุมเสร็จแล้ว เราจะเข้าไปในงานรึเปล่า พี่จะเข้าไปดูรุ่นน้องในทีมด้วย

 

ซอกมินเอ่ยถามซึงกวานที่นั่งช้อนตามองพลางยกนิ้วหัวแม่มือชี้ไปในงานปาร์ตี้ที่ยังคงมีการเปิดเพลงเสียงดังอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคนตัวเล็กกว่ารีบพยักหน้าตอบรับพร้อมลุกขึ้นยืน ปัดเศษทรายที่เลอะกางเกงให้เรียบร้อยทันที ทิ้งให้เพื่อนตัวโตกว่านั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่มีท่าทีว่าจะลุกขึ้นตามไปด้วยอีกต่างหาก ก็คงจะตามเข้าไปด้วยได้หรอก ในเมื่อนัยน์ตากลมถลึงมองส่งสัญญาณไม่ให้เข้าไปขัดจังหวะการสนิทสนมของคนตรงหน้า

 

อื้อ ผมไปด้วยนะพี่

 

 “ แล้วเราล่ะ

 

ไม่เป็นไรครับพี่ ผมขอนั่งตากลมตรงนี้อีกสักพักแล้วกันครับฮันโซลเอ่ยปฏิเสธอย่างสุภาพพร้อมรอยยิ้มนอบน้อม ซึ่งซอกมินที่เป็นห่วงรุ่นน้องในค่ายประกอบกับหน้าที่ของเขาคือการดูแลรุ่นน้องทุกคนแล้วก็อยากจะเอ่ยบังคับให้รุ่นน้องตรงหน้าทำตาม แต่เพราะนัยน์ตาคมทอดแววตาสื่ออะไรบางอย่าง สุดท้ายก็ทำได้แค่พยักหน้ารับทราบก่อนจะพาเพื่อนร่างอวบของเขาออกไปจากชายหาดพร้อมกับกำชับคำสั่งเดิมถึงสองครั้ง

 

 

อย่านั่งคนเดียวนานนะ รีบเข้ามาในโรงแรมด้วย ! ’

 

 

สายลมในเวลานี้มันช่างหนาวอย่างน่าประหลาด ทันทีที่ชเวฮันโซลนั่งมองดาวอยู่เพียงลำพัง เขากลับสัมผัสความหนาวเย็นได้อย่างชัดเจนมากกว่าเมื่อสักครู่ เย็นมากพอที่จะยกฝ่ามือขึ้นลูบต้นแขนที่ไร้เสื้อกันหนาว ในเวลานี้ทั้งตัวของฮันโซลมีเพียงแค่เสื้อยืดสีขาวและกางเกงวอร์มเท่านั้นที่พอจะคลายความหนาวได้บ้าง แต่มันก็ไม่ช่วยเท่าไหร่อยู่ดี เสียงถอนหายใจดังขึ้นมาเฮือกหนึ่ง นัยน์ตาคมทอดมองออกไปไกลแสนไกล ไม่มีใครรู้หรอกว่าสุดขอบฟ้าในกรอบสายตาของเขาจะสิ้นสุดตรงไหน ปลายสุดของขอบฟ้าที่ไม่มีจุดสิ้นสุด มันก็ไม่ต่างอะไรกับความรู้สึกของเขาที่ต้องวิ่งตามอะไรบางอย่างอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเช่นกัน

 

ยังไงมันก็เหนื่อยเปล่า .. แต่ชเวฮันโซลก็ดื้อด้านที่จะวิ่งตามต่อไป

 

 

 

ครืดด ครืดดดด ...

 

 

 

ฮัลโหลครับ ?ทันทีที่ได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือที่อยู่ภายในกระเป๋ากางเกงสั่นดังขึ้นมาเพียงสองครั้ง มือหนารีบหยิบมันออกมากดรับสายและแนบหูกรอกเสียงตอบรับสายทันที โดยที่ไม่ได้ตรวจสอบว่าเจ้าของปลายสายคือใคร

 

( ไงน้องชาย เป็นไงบ้างกับเรื่องค่าย )

 

อ่า ... ก็ดีครับ พี่ซึงชอลฮันโซลลอบถอนหายใจเมื่อคนปลายสายซึ่งมีฐานะเป็นพี่ชายของเขาอย่าง ชเวซึงชอล เอ่ยถามคำถามเรื่องค่ายวันนี้ อันที่จริงแค่ถามเรื่องค่ายมันก็ไม่ได้มีอะไรมากมายหรอก แต่คำว่า ค่าย ในนัยยะของชเวซึงชอล มันมีความหมายมากกว่านั้น

 

 

... มันไม่ใช่แค่ค่ายทั่วไปอย่างที่คนฟังคนอื่นจะเข้าใจ

 

 

( ยังไม่ได้บอกอีกเหรอ ? ) เสียงทุ้มยังคงกรอกคำถามเข้ามาในโสตประสาทของน้องชายที่อยู่ต่างจังหวัด ฮันโซลที่ได้ยินทำได้เพียงแค่ถอนหายใจออกมาก่อนกรอกเสียงตอบกลับไป

 

... อะไรพี่

 

( ยังไม่ได้บอกซึงกวานอีกเหรอว่า นายน่ะชอบเขามาก )

 

 

เพียงแค่ได้ยินถ้อยประโยคสั้นๆแต่ได้ใจความจากพี่ชาย คนเป็นน้องชายได้แค่ยกยิ้มมุมปากอย่างอ่อนใจ เขาไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่พี่ชายของเขาจะรู้ความลับบางอย่าง เช่นเรื่องที่ ชเวฮันโซลแอบชอบบูซึงกวาน มานานมากแล้ว หรือเรื่องที่อยากมาเข้าค่ายเพราะชูซึงกวาน ทั้งๆที่ชเวฮันโซลเกลียดการทำกิจกรรมพวกนี้มากก็ตามที คงไม่น่าแปลกใจหรอก เพราะการกระทำของเขามันแสดงออกได้ชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาแอบชอบเพื่อนสนิทร่างอวบมากแค่ไหน แต่เจ้าตัวต่างหากที่ไม่รู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของเขา ไม่สิ .. บูซึงกวานไม่เคยรับรู้ถึงความรู้สึกของเขาเลยแม้แต่เสี้ยวเลยต่างหาก

 

 

คนที่อยู่แสนไกล เธอไขว่คว้า คนที่อยู่ใกล้ตา มองข้ามไป ...

 

 

ยังหรอกพี่

 

( ไรว้า มีโอกาสดีๆทั้งที ทำไมไม่รีบจัดการ ) พอได้ยินว่าน้องชายปฏิเสธที่จะไม่บอกความในใจออกไป คนเป็นพี่ที่อยู่ที่บ้านก็เดือดร้อนโวยวายขึ้นมาแทน ฮันโซลนึกภาพออกเลยว่าถ้าอยู่ใกล้กันคงโดนพี่ชายโบกหัวแรงๆเข้าให้แน่นอน

 

ไม่รู้ดิพี่ ...

 

( ... )

 

ตอนนี้ซึงกวานก็มีความสุขดี ผมกลัวว่าถ้าผมบอกไป ถ้าซึงกวานไม่ได้คิดแบบผม ผมอาจจะไม่ได้ยืนอยู่ข้างๆซึงกวานแบบนี้ก็ได้การที่ฮันโซลไม่บอกความในใจออกไปนั้น เพราะเขาเองก็กลัวว่ามิตรภาพฉันเพื่อนที่มีมาอย่างยาวนานจะสิ้นสุดลง เขายังอยากอยู่เคียงข้างร่างนุ่มนิ่ม ไม่ว่าจะในฐานะใดก็ตาม มันคือความปรารถนาสุดท้ายที่อยากจะขอร้องเมื่อเกิดเรื่องไม่คาดฝันในความสัมพันธ์ขึ้นมา

 

( แล้วนายยอมเจ็บแบบนี้น่ะเหรอ อย่าโง่ไปหน่อยเลยหน่า )

 

“ … ”

 

( นายมันเสียนิสัยชอบตามใจเจ้าซึงกวานตลอดนั่นแหละ สงสารหัวใจตัวเองบ้าง ทุกวันนี้เจ้าของไม่สนใจมันเพราะสนใจคนอื่น มันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่นายละเลยสิ่งสำคัญเพื่อไขว่คว้าคนอื่นแบบที่เจ้าเด็กนั่นทำนั่นแหละ )

 

...มันก็จริงอย่างที่ซึงชอลบอก ซึงกวานมองข้ามเขาเพื่อสนใจซอกมิน ในขณะที่เขาเองก็มองข้ามหัวใจตัวเองเพื่อสนใจเพื่อนรักอย่างซึงกวาน มันก็เป็นลูปแบบนี้ ลูปแสนสะอิดสะเอียน แต่หากไม่ลงมือทำอะไรเลยเขาก็คงต้องจมอยู่กับลูปนี้ไปเรื่อยๆ เขาก็ต้องยอมละทิ้งความรู้สึกตัวเองเพื่อรักษาความรู้สึกเพื่อนรักของเขาที่ไม่เคยเหลียวมองกันเลยสักครั้ง

 

( บอกออกไปเถอะฮันโซล อย่างน้อยก็ยังได้บอก มีคำตอบกลับมาหานายตั้งสองคำตอบ )

 

“ … ”

 

( แต่ถ้านายไม่บอกออกไปเลย .. นอกจากที่นายจะไม่ได้ใจเขามาครอบครองแล้ว นายจะไม่มีสิทธิ์เสียใจที่เขาไปรักคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวนาย เพราะนายไม่ได้ลงสนามแข่งตั้งแต่แรก นายไม่ได้ก้าวออกจากจุดเริ่มต้นเลยด้วยซ้ำ )

 

“ … อืม

 

( หวังว่าอีกสองวันที่จะกลับมาถึงบ้าน ฉันจะไม่เห็นหน้าบูดหรือน้ำตาของน้องชายฉันนะ )

 

รู้แล้วหน่าพี่ซึงชอล งั้นแค่นี้นะพี่ ผมจะเข้าไปข้างในแล้ว ฝันดีนะครับ

 

ว่าจบ ฮันโซลก็แตะจอวางสายแล้วเก็บโทรศัพท์มือถือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะนั่งอยู่นิ่งๆนานร่วมชั่วโมงกว่าด้วยการจมไปกับห้วงความคิดของตัวเองเพียงลำพัง เขาไม่มีความมั่นใจมากพอที่จะบอกความรู้สึกภายในใจกับเพื่อนรักที่สนิทกันมาแสนนานแบบนั้น แต่คำพูดของพี่ชายสุดที่รักเข้ามาสะกิดกลางหัวใจของเขา มันทำให้ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ เรื่องความรักมันเป็นเรื่องของการลงทุนที่ต้องเจอความเสี่ยง เสี่ยงมากเสี่ยงน้อยมันก็คือความเสี่ยงอยู่ดี ฉะนั้นต่อให้ต้องเสี่ยงเท่าไหร่ กับความรักที่มีต่อบูซึงกวานก็คงต้องลองดูสักหน่อย ไม่น่าเสียหายอะไร

 

 

 

เพราะยังไงก็มีแค่หนึ่งในสองคำตอบที่จะได้กลับมา จริงไหมล่ะ ?

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

น่าแปลก ...

 

สิ่งที่น่าแปลกสำหรับชเวฮันโซลไม่ใช่กิจกรรมหรือว่ารสชาติอาหารมื้อเช้าแต่อย่างใด แต่สิ่งที่แปลกคือ ร่างนุ่มนิ่มของเพื่อนสนิทที่เขาเผลอคิดไม่ซื่อกำลังนั่งปั้นหน้างอเท้าคางกัดช็อกโกแลตบาร์ในมืออยู่ข้างๆเขาที่อยู่คนละทีมกับเจ้าตัว ทั้งๆที่ทีมสีเหลืองนั่งรวมกันเป็นทีมอยู่อีกฝั่ง

 

 

ทำไมไม่กินข้าวล่ะซึงกวานนา

 

ฉันไม่หิว

 

... คนตัวโตกว่ารู้สึกแปลกใจกับท่าทีของเพื่อนรัก จึงเบือนสายตาจากใบหน้าหงิกงอไปมองหัวหน้าทีมสีเหลืองที่กำลังตักข้าวใส่ปากตัวเอง และข้างกายที่ควรเป็นที่นั่งของเพื่อนสนิทของเขานั้น กลับเป็นที่นั่งของรุ่นพี่ในทีมของเขาอย่าง จองแจฮยอน แทนเสียอย่างนั้น

 

ไม่ต้องไปมองหรอกนะ ยังไงฉันก็ไม่คิดจะเล่าให้ฟังตอนนี้หรอก

 

เป็นอะไรไปล่ะ แล้วทำไมพี่แจฮยอ

 

ฉันขอแลกสีกับพี่แจฮยอนเอง โอเคไหม แล้วก็เลิกถามและนั่งกินข้าวเข้าไปได้แล้วซึงกวานตวัดสายตาอย่างหงุดหงิด ก่อนจะยัดช็อกโกแลตใส่ปากคำโตอย่างไม่ใยดี ร้อนให้คนตัวโตกว่าต้องรีบเอ่ยปากเตือนออกมาด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าจะสำลักช็อกโกแลตจนไหลเข้าไปในหลอดลม

 

เดี๋ยวก็สำลักหรอก กินดีๆสิซึงกวานนา

 

อั๊นไอ้เอ็นไออ่อกอ่า ! (ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า !) ” แม้ภายในปากจะเต็มไปด้วยกับช็อกโกแลตจนพวงแก้มยุ้ยพองออกจนเกือบตึง แต่ซึงกวานก็ยังเอ่ยพูดออกมาจนได้ ทำเอาคนนั่งฟังได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอากับความดื้อของเพื่อนรัก ก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับมื้อเช้าของตัวเองที่วางแน่นิ่งไม่มีท่าทีว่าจะพร่องลงไปตรงหน้า

 

อันที่จริงฮันโซลเองก็สงสัยมาตั้งแต่เมื่อคืนที่เขากลับเข้าไปในที่พักแล้วด้วยซ้ำว่าเพื่อนรักของเขาเป็นอะไรไป ไม่ใช่ว่าเขาไม่สังเกตพฤติกรรมอาการประหลาดเหล่านี้ เพียงแต่เขาไม่มีโอกาสที่จะได้ถาม แม้กระทั่งเวลานี้เองก็ไม่มีโอกาสได้ถามอีกเช่นกัน หรืออาจเป็นเพราะในเวลาที่เขาต้องการรู้คำตอบ กลับไม่เป็นเวลาส่วนตัวพอสำหรับซึงกวานก็เป็นได้ แต่ก็ใช่ว่าชเวฮันโซลจะสร้างเวลาส่วนตัวของพวกเขาไม่ได้สักหน่อย

 

ฝ่ามือหนาคว้าเขาที่ข้อมืออวบของเพื่อนรักจนเจ้าของข้อมือหันมามองด้วยความงุนงง เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่ซึงกวานสบตามองดวงตาคม นัยน์ตากลมกลับแสดงแววตาไม่สบอารมณ์อย่างชัดเจน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ฮันโซลสนใจและยอมปล่อยมือออกจากข้อมือ ซ้ำร้ายยังออกแรงดึงให้ร่างอวบลุกขึ้นจากที่นั่ง ก่อนจะพาร่างของเพื่อนสนิทออกจากห้องอาหารของโรงแรม และมุ่งตรงไปที่ห้องน้ำชายที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที แน่นอนว่าซึงกวานพยายามขัดขืนแล้ว แต่ถ้าชเวฮันโซลได้ออกแรงขึ้นมาจริงๆ แรงมือหนักหรือยื้อตัวเองของบูซึงกวานเองก็คงสู้ไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องจำใจเดินตามเพื่อนรักไป

 

ทันทีที่บานประตูห้องน้ำชายปิดลง ฮันโซลกดล็อคประตูเพื่อไม่ให้ใครเข้ามาขัดจังหวะพวกเขา ร่างหนาดันจนร่างนุ่มนิ่มแทบชิดติดกับประตูที่เพิ่งทำการล็อคไป ก่อนจะยกฝ่ามือขึ้นมาวางแนบบานประตูเหนือศีรษะกลมเล็กน้อยเพื่อกั้นไม่ให้อีกคนหลบหนีไปได้ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งของชเวฮันโซลกลับรวบร่างอวบนิ่มไม่ให้หนีไปไหนเอาไว้แล้ว ใบหน้าหล่อโน้มลงมาใกล้จนเพื่อนรักรีบเสหน้าหนีไปอีกทางไม่ยอมสบตากันตรงๆ ยอมรับว่าบูซึงกวานเองไม่เคยเข้าใกล้ชเวฮันโซลในระยะที่ใกล้มากแบบนี้เลยสักครั้ง และนี่เป็นครั้งแรก ... แค่ครั้งแรกยังเผลอทำให้ก้อนเนื้อภายในอกแทบเต้นผิดจังหวะเพราะแรงไหววูบเสียแล้ว

 

ตอนนี้เวลาส่วนตัวพอที่จะบอกฉันได้รึยังว่านายเป็นอะไรไป เสียงทุ้มเอ่ยดังขึ้นแต่กลับไม่ได้ทำให้คนในพันธนาการกลายๆเอ่ยปากหรือแม้แต่จะสนใจแต่อย่างใด

 

“ ... ”

 

บูซึงกวาน

 

“ ... ”

 

ซึงกวานนา ..

 

“ ... ฮึก สาบานได้ว่าเขาไม่ได้กดน้ำเสียงให้เย็นชาหรือดุดันแต่อย่างใด เพียงแค่เอ่ยคำถามด้วยความใจเย็น ดวงตากลมใสกลับปล่อยหยดน้ำตาที่กลั้นเอาไว้ตลอดออกมา เสียงสะอื้นที่หลุดออกมายิ่งทำให้ภายในใจของชเวฮันโซลปั่นป่วนไปหมด ร้อนให้คนทำหน้าที่ปลอบใจอยู่ประจำต้องรีบทำหน้าที่ทันที

 

เป็นอะไรไปซึงกวานนา ...

 

ฉ .. ฉันหมดหวังแล้วฮันโซลอ่า ... ฮึกกกก หมดหวังแล้วอ่ะ

 

หมดหวังเรื่องไหน

 

ฮันโซลรั้งซึงกวานเข้ามาใกล้พร้อมสวมกอดอย่างอ่อนโยน มือหนายกลูบแผ่นหลังเล็กที่สั่นจนตัวโยนเพราะแรงสะอื้นอย่างปลอบใจ เพียงแค่สัมผัสอันแผ่วเบาแต่กลับอุ่นวาบเข้าไปในหัวใจเกิดขึ้นที่กลางหลัง ยิ่งทำให้หยดน้ำใสพรั่งพรูออกมายิ่งกว่าเดิม ใบหน้าน่ารักซบลงที่ไหล่ของเพื่อนสนิทพร้อมปล่อยน้ำตาออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ฮันโซลสัมผัสได้ถึงความชื้นบนไหล่ที่มาจากหยดน้ำตา แต่กระนั้นเขากลับไม่รังเกียจที่จะเป็นที่รอบรับหยดน้ำตาของซึงกวาน มืออวบกำแขนเสื้อของเพื่อนรักเอาไว้ ถึงนี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่บูซึงกวานร้องไห้ออกมาให้เขาเห็น แต่ครั้งนี้มันกลับดูเจ็บปวดจนเขาเริ่มไม่ชอบใจกับน้ำตาของเพื่อนสนิท

 

 

สิ่งหนึ่งที่เขาเกลียด คือ การที่ซึงกวานร้องไห้ออกมาแบบนี้

 

 

พ ... พี่ซอกมินเขา .. ฮึกกก ... เขาไม่ได้ ...

 

“ ... เขาไม่ได้ชอบนาย

 

อือ เขาไม่ได้ชอบฉัน .. ฮือออออออ

 

“ … ”

 

ฉัน .. ฮึก ... ฉันบอกเขาไป ... แต่พี่เขาปฏิเสธ ฮือออออ ช่วยฉันด้วยฮันโซลอ่า ช่วยฉันด้วย ....

 

ต่อให้ซึงกวานไม่สารภาพออกมาแบบนี้ ฮันโซลเองก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าอีซอกมินไม่ได้คิดอะไรเกินเลยไปกว่ารุ่นพี่รุ่นน้องทั่วไป ในคราแรกเขาแค่ไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เขาคิดและปักธงเอาไว้ตลอดนั้นมันจะเป็นแบบนั้นจริงๆหรือไม่ และเขาภาวนาอยู่เสมอว่ามันคงจะไม่ใช่อย่างที่เพื่อนรักอยากให้เป็น เพียงแต่เหตุการณ์เมื่อคืนนี้มันกลับชัดเจนจนเขาต้องกลับมาคิดอีกทีว่าถ้าหากบอกความในใจไป อย่างน้อยมันต้องมีสักนิดที่จะสมหวังบ้าง เพราะเมื่อฮันโซลได้สบตาซอกมินเพียงไม่กี่วินาที แววตาของซอกมินกลับไม่ฉายแววอะไรออกมาเลยนอกจากแววตาที่เป็นอยู่ปกติ ความมั่นใจที่แทบไม่มีมันก็ตีตื้นขึ้นมาเล็กน้อย ประกอบกับคำพูดของพี่ชาย มันทำให้เขามั่นใจมากขึ้นยิ่งไปอีก

 

 

 

อย่างน้อยถ้าเขาใช้โอกาสนี้บอกความในใจไป มันอาจจะพอมีหวังรึเปล่านะ

 

 

 

... ไม่เป็นไรนะซึงกวานนา

 

ฮึกกก ....

 

ถึงเขาจะไม่ได้ชอบนายก็ไม่เป็นไร ยังไงก็เป็นพี่น้องกับพี่เขาได้นี่

 

“ … ”

 

ถึงเขาจะไม่ได้ชอบนาย แต่ก็ยังมีคนๆหนึ่งที่ยังชอบนายอยู่เสมอนะ แค่ได้พูดออกมา ภายในใจฮันโซลกลับเริ่มรู้สึกโล่งมากขึ้นเรื่อยๆ รอยยิ้มจางปรากฏบนใบหน้าหล่อ ก่อนที่เสียงทุ้มจะยังคงพูดออกมาเหมือนกำลังเล่านิทานแสนเจ็บปวดให้คนในอ้อมกอดได้ฟัง และเพราะความน่าสนใจของเนื้อเรื่องเลยทำให้เสียงสะอื้นฮักของซึงกวานเงียบลงไปได้

 

“ … ”

 

นายอาจจะไม่ได้สนใจเขาเท่าไหร่หรอก มันไม่น่าแปลกใจเลย เพราะถ้าเขาเป็นนาย วินาทีแรกเขาก็คงเลือกคนที่เขารักเหมือนกัน แน่นอนว่าเขาทำแบบนั้นแม้ว่านายจะไม่เคยรู้ก็ตาม

 

“ … ”

 

แต่แล้วยังไงล่ะ เขาไมได้เพียงแค่ชอบนายเท่านั้น แต่เขากลับยังคงรักนายอยู่ไม่เปลี่ยนไป ถึงนายจะยังรักคนอื่น เขายังดูแลนายอยู่เสมอ ถึงนายจะต้องการให้คนอื่นดูแลนายแบบที่เขาดูแลมากกว่า เขายอมนายทุกอย่างทั้งๆที่นายกลับยอมคนอื่นมากกว่าเขา

 

“ … ”

 

 

 

เพราะว่าเขาเป็นคนที่รักนายมาตลอด แต่ไม่เคยมีโอกาสบอกว่ารักนายเลยสักครั้งยังไงล่ะ

 

 

 

“  … หมายความว่าไง เพียงได้ยินถ้อยคำเอื้อนเอ่ยแสนนานของชเวฮันโซล บูซึงกวานถึงกับผละใบหน้าออกจากบ่าแข็งแรงเพื่อสบตามองด้วยแววตาสับสนและไม่เข้าใจ และใบหน้าหล่อของเพื่อนรักก็ทำได้แค่ยกยิ้มจางๆส่งกลับไปให้เท่านั้น ไม่มีการเอ่ยบอกถึงความหมายที่แท้จริง และไม่มีการเอ่ยบอกถึงเจ้าของสรรพนาม เขา คนนั้น

 

ฉันก็แค่เล่าเรื่องให้ฟัง

 

“ … ”

 

ฉันไม่ได้พูดเรื่องนี้เพราะว่าอยากให้นายเห็นใจที่เขารักนายหรอกนะ

 

“ … ”

 

แค่อยากให้นายช่วยลืมคนที่นายรักแล้วลองให้โอกาสเขา ลองมองที่เขาคนนั้นที่คอยฝันถึงนาย คอยยิ้มให้นายเมื่อนายดีใจ คอยเศร้าไปกับนายเมื่อนายเสียใจบ้าง ฝ่ามือหนายกเกลี่ยหยดน้ำตาที่ไหลเปรอะเปื้อนบนใบหน้าให้จางหายไป นัยน์ตากลมช้อนตามองเจ้าของมือด้วยแววตาสั่นไหวและสับสน หากแต่เจ้าตัวกลับพูดอะไรไม่ออกถึงความสับสนที่เกิดขึ้นในใจนั้น

 

“ … ”

 

เพราะยังไงเขาก็รักนายเสมอ และเขาคงดีใจมากถ้านายหันมาสนใจเขาบ้างสักนิด

 

.. ฮันโซล

 

อ่า เอาเป็นว่าฉันจะให้เวลานายเอากลับไปคิดนะ ไม่ต้องรีบด่วนตัดสินใจหรอก เพราะฉันคิดว่าเขาก็คงไม่อยากได้คำตอบที่เร่งรัดในเร็ววันเท่าไหร่ ตัดสินใจได้แล้วก็บอกฉันนะ แล้วฉันจะเอาไปบอกเขาให้

 

ฮันโซลผละออกจากร่างอวบพร้อมก้าวถอยหลังออกมาในระยะที่เหมาะสม ริมฝีปากเรียวสวยยกยิ้มให้อย่างจริงใจในแบบที่เคยมอบให้คนนุ่มนิ่มเสมอมา เขาไม่คาดหวังอะไรอีกต่อไปแล้ว เพราะการไม่คาดหวังมันจะไม่ทำให้เจ็บปวด ยิ่งคาดหวังเอาไว้สูง ความเจ็บปวดก็มีมากขึ้น เพียงแค่ได้บอกทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายในใจเท่านี้ก็มากพอแล้วสำหรับคนแอบชอบเพื่อนสนิทมาตลอดอย่างชเวฮันโซล

 

ทว่าไม่ทันที่เท้าหนาจะก้าวหันหลังกลับไปที่บานประตูห้องน้ำ มือนิ่มกลับรั้งเข้าที่ข้อมือหนาของเพื่อนสนิทไม่ให้อีกฝ่ายเดินจากไป ใบหน้าน่ารักก้มลง นัยน์ตากลมกรอกไปมาอย่างชั่งใจในสิ่งที่จะพูดหลังจากนี้ว่าควรเอ่ยออกไปหรือไม่ และยิ่งมือหนาเอื้อมมาหมายจะแกะพันธนาการแสนนิ่มนวลนั้น บูซึงกวานก็ไม่พูดออกมาโดยไม่ได้ประมวลผลอะไรอีก

 

 

 

นายใช่ไหม ...

 

หืม ?

 

เขาคนนั้น คือนายใช่ไหม ชเวฮันโซล

 

 

 

ซึงกวานช้อนตามองนัยน์ตาคมอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ วูบหนึ่งที่ทำให้มั่นใจว่าเรื่องเล่าทั้งหมดหมายถึงเพื่อนสนิทตัวโตกว่านั้นคือ เมื่อยามที่เขาสบตาเข้ากับดวงตาคมที่ฉายแววไหววูบอย่างเจ็บปวดแต่ชินชาเพียงเสี้ยววินาที มันเป็นเรื่องที่น่าตกใจสำหรับเขาที่ไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย ไม่รู้แม้กระทั่งความรู้สึกที่แท้จริงที่แอบซ่อนอยู่ ซึงกวานเข้าใจมาตลอดว่าการกระทำของเพื่อนก็แค่ในฐานะเพื่อนที่สนิทกันมานานกันเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าเรื่องมันจะบานปลายมาขนาดนี้

 

 

 

บูซึงกวานยังรับไม่ทัน หัวใจของเขายังคงสับสนกับความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ภายในอก ...

 

 

 

...

 

ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายรู้สึกแบบนั้นมานานแค่ไหน ขอโทษนะ ...

 

...

 

แล้วก็ ... ฝากบอกเขาคนนั้นทีนะฮันโซลอ่า

 

“ … ”

 

 

 

“ … มันอาจจะชดเชยกับสิ่งที่ฉันได้รับไม่ได้ แต่ฉันจะลอง

 

นายอย่าเพิ่งรีบตัดสินใจในตอนที่นายเสียใจแบบนี้เลยซึงกวานนา เขาคงไม่ดีใจนักหรอกนะ ฮันโซลที่ยืนฟังอยู่นานเอ่ยขัดขึ้นมา

 

เขาไม่ได้ต้องการเป็นคนน่าสงสารในสายตาของคนตรงหน้า เขาแค่อยากให้เพื่อนของเขาตัดสินใจให้ดีก่อนพูดอะไรออกมา เพราะไม่ว่าจะตอบรับหรือปฏิเสธ ยังไงชเวฮันโซลก็ยังคงอยู่เคียงข้างบูซึงกวานอยู่เสมอ ทว่าฝ่ามืออวบกลับยกขึ้นปิดริมฝีปากหนาเพื่อไม่ให้เอ่ยคำใดๆออกมา ซึงกวานก็ยังคงเป็นซึงกวานที่ชอบถลึงตาใส่เพื่อบอกให้เขาเงียบ และฮันโซลก็ยังคงเป็นฮันโซลที่ยอมตามใจซึงกวานด้วยการยืนฟังด้วยความเงียบ

 

มันไม่ใช่เพราะฉันเสียใจ แต่ฉันคิดดีแล้ว

 

“ … ”

 

ฉันจะลองเปิดใจให้นายเข้ามา

 

“ … ”

 

เพราะบางที ... ฉันอาจจะชอบนายก็ได้ ซึงกวานเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเพื่อให้คนฟังมั่นใจในคำพูด และรอยยิ้มจางก็ปรากฏบนใบหน้าหล่ออีกครั้งพร้อมความอบอุ่นที่แผ่ซ่านบนศีรษะกลม ทันทีที่มือข้างที่ว่างนั้นยกขึ้นคว้าจับมืออวบนิ่มที่ถือวิสาสะยกปิดปากเขาพร้อมสอดประสานนิ้วมือเกี่ยวกันเอาไว้แน่น นับว่าเป็นรอยยิ้มและการกระทำที่อบอุ่นมากกว่าทุกๆครั้งในความคิดของบูซึงกวาน 

 

 

 

แล้วฉันจะไปบอกเขาให้นะว่านายกำลังจะชอบเขาแล้ว เขาคง .. ดีใจมากๆเลยล่ะ นายว่าไหม ?

 

 

 

และรอยยิ้มแสนหวานก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าน่ารักที่เพิ่งผ่านการร้องไห้จนคนมองเผลอยกยิ้มกว้างตอบกลับอย่างอดไม่ได้

 

 

 

 

 

อาจไม่ใช่ดาวที่เธอมี แต่ฉันคนนี้รักเธอ ... J

 

 

 

 

 

 

           

FIN.





- 170110 -


สวัสดีตอนที่ยี่สิบห้านะคะ 

ความเผาฟิคก็ต้องมา ฟิคหน่วงแต่ก็หน่วงไม่สุดมันมาอีกแล้ว

เป็นครั้งแรกที่เราแต่งเวอร์กวานค่ะ เราอาจจะเข้าไม่ถึงอิมเมจทั้งสองคนมากนักต้องขอโทษด้วยนะคะ

ความจริงฟิคเรื่องนี้จะไม่เกิดเลยถ้าเราไม่เผลอไปฟังเพลงประกอบฟิคตอนช่วงปีใหม่เพราะชีวิตหน่วงรับปีใหม่

และที่จริงฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคที่เราดองไว้เมื่อสี่ปีก่อนค่ะ แต่เราวางไว้เป็นโซลชาน555555555

แต่ตอนนี้ดัดแปลงและคลอดมันออกมาแล้ว ขอฝากไว้ในอ้อมอกอ้อมใจกับฟิคคู่นี้ด้วยนะฮะ

ขอขอบคุณที่เข้ามาอ่านด้วยน้า ช่วยคอมเม้นต์ให้กำลังใจกันหน่อยนะฮึก

ติดตามและให้กำลังใจกันได้เสมอ ทั้งทางคอมเม้นต์ แฮชแท็ก(ที่แปะไว้หน้าหลัก) -> #pnn17fic

หรือว่าจะเมนชั่นมาพูดคุยก็ได้นะครัชชช ; w ;

อยากได้คอมเม้นต์อยากอ่านคอมเม้นต์ ขอหน่อยนะขอหน่อย


แล้วเจอกันตอนถัดไป สวัสดีค่ะ !


 

(c)              Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #84 24-7 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 04:12
    น้องมาแล้วววววววว มาอ่านแล้ววววว มาดูแล้วววววววว มาเม้นแล้วด้วยยยย ขอบคุณที่พี่โรไม่ลบไปซะก่อน!! น่ารักสุดใจ555555555555555555555 อย่างที่บอกไปว่าน้องไม่เคยอ่านบูน่อนที่คนอื่นเขียนเลย เคยแต่เขียนเอง นี่เป็นเรื่องแรกสเปเชียลวันสุดๆ เป็นสไตล์ที่นี่ชอบมากๆด้วย ฮืออออออออ เปิดเรื่องมาได้กลิ่นดราม่าชัดจนรู้สึกว่าว่าละต้องมีอะไร5555555555555 เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ แถมคนที่คิดไม่ซื่อด้วยเขาดันมีคนที่ชอบแล้วอีก ชเวฮันโซลน่าสงสารตั้งแต่ต้นเรื่องเลย โอ้ย ส่วนเจ้าตัวน่ารักบูซึงกวานในเวอร์ชั่นพี่โรคือน่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆ ;-; น่าเอ็นดูงะ น่าอุ้ม น่ากอด น่าโอ๋ ถ้านี่เป็นฮันโซลก็คงตามใจจนเสียคนเลยแหละ ชอบความเป็นอัตโนมัติ อยู่ด้วยกันมานาน จนการดูแลเขาเป็นเรื่องเคยชิน โอ้ย มันน่ารักกกกกก ชอบฉากดูดาวด้วย บทบรรยายสไตล์พี่โรมันขับให้ฉากนี้ออกมาชัดเจนเห็นภาพมากๆ บรรยากาศละมุนหน่วงๆ ต่างฝ่ายต่างมีเรื่องในใจท่ามกลางแสงดาวใกล้ชิดทะเลนี่ดีจริงๆนะ?? พี่ซึงชอลเป็นพระเอกเรื่องนี้ที่แท้จริง55555555 เหมือนมาชี้ทางสว่างให้เจ้าฮันโซลของแท้เลย ขนาดมาเป็นเสียงตามสาย โทรศัพท์มายังหล่อ แง๊ เอาจริงๆตอนแรกนึกว่าเจ้าน้องบูจะสารภาพรักสำเร็จซะอีก (แต่ถ้าเป็นงั้นจริงจะดราม่าปวดไตกันไปอีกเยอะเลย ;-;) กลายเป็นว่านกมีพี่แจฮยอนโผล่มาซะงั้น ตอนที่น้องร้องไห้นี่ยกมือกุมใจแรงมากจริงๆ555555 ฮื้อ น้องน่ารักมากๆเลยอะพี่โรรรรรรรรรรรร โดนเขามากักตัวไว้ เค้นความจริงไปๆมาๆร้องไห้เลย สะอึกสะอื้นได้น่าเอ็นดูมาก หัวใจ ??????? เจ้าน้องฮันโซลตอนบอกความรู้สึกไปทั้งหมดนี่เท่มากๆเลย คนใกล้ชิดที่โดนมองข้ามไปตลอด เพราะว่าทุกการกระทำทุกการดูแลใกล้ชิดจนกลายเป็นเรื่องปกติไม่หวือหวา เขาเลยไม่เคยได้รับรู้ความรู้สึกของตัวเองเลย จะว่าหน่วงมันก็หน่วงประเด็นนี้แหละ ;-; ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้คำตอบแน่นอนวันนี้แต่เจ้าน้องฮันลูกเขยดีเด่นเขาได้บอกไปแล้ว ก็ถือว่าเรื่องนี้แฮปปี้เอนดิ้ง ดราม่ากรุบกริบกำลังดี ไม่มากเกินไม่น้อยเกิน สวยงามประทับใจเรียบร้อยโรงเรียนพี่โรอีกตามเคย ไม่ได้อวยนะ ฮือ5555555 ขอบคุณสำหรับบูน่อนเรื่องนี้นะงับ หวังว่ามาติดบ่วงบูน่อนกันแล้ว ก็จะมีโอกาสได้รออ่านเรื่องต่อๆไปนะงิ รักพี่โร always beside u และคอยเป็นเอฟซีฟิคตลอดกาลสำเหมอนะ!
    #84
    0
  2. #83 ThelittleRabby (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 00:29
    เเจ้โรววววววววววววว เปิดมาก็จี้แผลกันเลยนะ555 มันดีมากอ่ะ ฟิคภาษาสวยตลอดเลย ชอบมาก นี่ขนาดงานเผานะ ยังดูเลอค่าอ่ะ แต่ก็ยังคงค.หน่วงที่เป็นซิกเนเจอร์อยู่555 ชอบมากๆ อ่านละอินมาก (อินมากมากมาก) ซลหล่อมาก ใจเอ็งหล่อมาก ขอชื่นชม5555? รอติดตามเรื่องต่อๆไปครัช!!
    #83
    0
  3. #82 realpp (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 23:01
    ฮันโซลอ่าาาาาาาา งื้ออออออ น่ารักจังเลยยย แอบซอกแจเบาๆ 55555555555555555555
    #82
    0
  4. #81 Kwa_Kwa (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 19:35
    โอยยยยย ฮันโซลน่ารักจังเลยฮื่อออออออออออ ดูแลซึงกวานตลอดเลย โอยยยยเป็นคนใกล้ตัวไปอีกแต่ว่าก็ได้บอกไปแล้วนะฮันโซล โอยยยยยยยย เขินจังเลยค่ะ ฮื่ออออออออออ
    #81
    0
  5. #80 ถ่อว (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 18:55
    น่ารักเกินไปแล้วน้าาาาาาาาาาาาาฟหกเ่งวสา้ยนไ่าสำอทสาไำ่พนวรฟไ่ดฟสาหทกอนรำะ่
    #80
    0
  6. #79 iceicebabyy. (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 18:08
    ชอบฮันซลจังค่ะฮือออออออ ตอนพูดถึงเขาคนนั้นนี่น้ำตาซึมเลยค่ะ เศร้า แอบเศร้าตั้งแต่เปิดเรื่องแล้วค่ะ ฮือ เป็นคนใกล้ตัวนี่มันแย่จริงๆ เนอะคะ,__,
    #79
    0
  7. #78 E_choom80 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 17:57
    ฮันโซลน่ารักกกกกกกก
    #78
    0