` F A N F I C R O O M | SEVENTEEN ♡

ตอนที่ 23 : - 23 : 봄이 좋냐 ? | soonyoung x jihoon 。

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 355
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    17 ธ.ค. 59

봄이 좋냐 ? | SOONYOUNG x JIHOON
AU / pg – 15 / romantic

 

 


ps.ฟังเถอะเพลงตลกจริง เพิ่มอรรถรสในการอ่านด้วยนะ

 

 


/ ฟิคแก้บน : ลงทะเบียนวิชา EN341 ได้สมใจอยาก /








 

 

 

คุณชอบฤดูใบไม้ผลิมากเหรอ โง่ป่ะ

มองว่าดอกซากุระสวยนักเหรอ บ้าป่ะ

 

 

 

 

นายว่าดอกซากุระมันจะบานวันไหนอ่ะ สองสามวันที่จะถึงนี้ได้รึเปล่านะ ?

 

“ … ”

 

เฮ้ ! ซูนยอ

 

คนพวกนี้เป็นอะไรนักหนาเนี่ย

 

นี่ไม่ใช่คำสบถบ่นออกมาเป็นครั้งแรกที่ อีจีฮุน ได้ยินจากปากของเพื่อนสนิทตัวหนาที่เดินปั้นหน้าบูดอยู่ข้างๆอย่าง ควอนซูนยอง หรอกนะ เพราะตั้งแต่ที่เอ่ยปากชวนซูนยองออกมาซื้ออุปกรณ์ทำรายงานกลุ่ม คนตัวโตกว่าก็ทำท่าทางอิดออดไม่ยอมออกจากบ้านจนต้องลากให้ออกมา กว่าจะสำเร็จได้ก็ปาไปครึ่งชั่วโมงเพราะเสียเวลาไปกับการฉุดกระชากให้ร่างหนาที่นอนเปื่อยเหมือนเส้นรามยอนอืดบนโซฟาลุกขึ้นยืนเป็นคนปกติ และสุดท้ายควอนซูนยองก็ยอมออกมาแต่ทำหน้าบูดใส่แถมพาลไปทั่ว ทั้งๆที่เขาพยายามชวนคุยเรื่องอื่นแล้ว ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละ

 

อะไรของนาย บ่นอะไรเนี่ย

 

เห็นพวกคู่รักแล้วน่ารำคาญชะมัดแม้จะบ่นออกมาด้วยความหงุดหงิด แต่สายตาก็ยังจดจ้องคู่รักที่เดินผ่านไปมาไม่วางตา จีฮุนรู้ดีว่าควอนซูนยองยังโสดพอๆกับที่เขายังโสด แต่ก็ไม่ได้คิดว่าคนข้างกายจะเป็นพวกโสดแล้วพาลไปทั่วแบบนี้ ยิ่งช่วงฤดูใบไม้ผลิ คู่รักมักจะเดินเตร็ดเตร่ไปทั่วเป็นพิเศษ และนั่นก็ยิ่งทำให้คนช้ำใจง่ายอย่างควอนซูนยองเป็นบ้าแบบที่เห็น

 

ที่ไม่อยากออกนอกบ้านก็เพราะแบบนี้อ่ะนะ ?

 

หรือนายอยากเห็นพวกคู่รักสวีทเย้ยกันล่ะ เป็นบ้าไปแล้วรึไง

 

นายนั่นแหละเป็นบ้าไปแล้วรึไง ! พาลอะไรไร้สาระ ไม่เห็นต้องไปเดือดร้อนอะไรขนาดนั้นเลยนี่

 

จีฮุนแหวออกมาเมื่อเพื่อนข้างกายพาลอะไรไร้สาระไม่พอยังส่งเสียงดังจนคู่รักที่ถูกพาดพิงได้ยินเข้า นัยน์ตาเรียวเล็กเหลือบมองเพื่อนสนิทที่พาลออกมาแต่สายตาก็ยังคงจ้องมองคู่รักชายหญิงคู่หนึ่งที่เดินผ่านพวกเขาพร้อมควงแขนเอนซบกันไม่วางตาด้วยความระอา ศีรษะทุยเล็กโคลงไปมาอย่างเหนื่อยหน่ายกับพฤติกรรมเด็กๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงท่อนแขนของซูนยองให้อีกฝ่ายเดินตามมาติดๆ ซึ่งต้องขอบคุณคนตัวสูงที่ยอมให้ความร่วมมือเดินตามมา แทนที่จะหยุดยืนจ้องเขม็งคู่รักเหมือนเป็นตัวประหลาด

 

ก็มันจริงนี่นา ทำมาเป็นซบกันอยู่ได้ อะไรนักหนา

 

ก็เขาเป็นแฟนกันจะรักกันแบบนั้นมันแปลกที่ไหน มีแต่นายนั่นแหละที่เป็นบ้าอยู่คนเดียว

 

ก็ฉันมันคนโสดนี่ ! ”

 

เออไอ่คนโสด หุบปากได้แล้ว !! ” ทันทีที่คำเด็ดขาดของอีจีฮุนหลุดออกจากเรียวปากเล็กนั้น ควอนซูนยองก็ถึงกับสงบปากสงบคำขึ้นมาทันที สังเกตจากริมฝีปากหนาที่เม้มเข้าหากันก่อนจะคลายออกขมุบขมิบคล้ายทำทีประชดประชันคนตวาดใส่นั่นล่ะ

 

สองเท้าใหญ่เล็กเดินเลียบไปตามเส้นทางในสวนสาธารณะอันเป็นเส้นทางลัด บรรยากาศเริ่มเย็นน้อยลงกว่าทุกๆวัน เริ่มเห็นหิมะน้อยลง เนื่องจากในเวลานี้ เริ่มเข้าสุดช่วงปลายฤดูหนาวต้นฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้นานาพันธุ์เตรียมผลิบานสะพรั่งเพื่อดึงดูดสายตาผู้คนที่เดินผ่านไปมา โดยเฉพาะต้นซากุระที่ปลูกเรียงไปตามทางก็ทำท่าจะผลิบานสะพรั่งเป็นสีชมพูไปทั่วสวนเช่นกัน และนั่นเป็นสัญญาณให้ทุกคนได้รู้ว่าใกล้เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูแห่งการเริ่มต้นที่ดีแล้วจริงๆ ซึ่งหลายๆคนต่างรอคอยกับการชมดอกซากุระที่ผลิดอกเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์ต่อหนึ่งปีเท่านั้น จีฮุนเองก็เป็นหนึ่งในคนที่รอชมดอกซากุระผลิบนต้นจนกลายเป็นสีชมพูละลานตา

 

 

แต่คงต้องยกเว้นคนตัวโตเจ้าของนัยน์ตาเรียวชี้ข้างกายคนหนึ่งก็แล้วกันนะ

 

 

แม้ว่าอากาศในช่วงนี้จะเริ่มอุ่นกว่าช่วงฤดูหนาวก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอากาศฤดูใบไม้ผลิจะไม่หนาวเลย ร่างเล็กจำต้องกระชับเสื้อโค้ทของตนเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายพลางก้าวเดินอย่างไม่เร่งรีบ สายตาที่ฉายแววประกายสดใสกวาดมองไปรอบสวนสาธารณะราวกับพยายามเก็บบรรยากาศที่ดีเอาไว้ในความทรงจำให้ได้มากที่สุด ฤดูใบไม้ผลิในปีนี้จีฮุนเชื่อว่ามันจะเป็นการเริ่มต้นที่ดี เขาคาดหวังเอาไว้แบบนั้น และต้องการให้เป็นแบบนั้นด้วยเช่นกัน

 

ที่จริงแล้วการออกมาซื้อของทำรายงานกลุ่มมันแทบไม่ใช่จุดประสงค์หลักสำหรับอีจีฮุนเลยด้วยซ้ำ เพราะจุดประสงค์หลักของเขาคือการออกมาเดินสูดอากาศ และชื่นชมบรรยากาศที่จะกลายเป็นสีชมพูในอีกไม่กี่วันข้างหน้าราวกับภาพวาดสีน้ำสีชมพูที่แต่งแต้มลงบนเฟรมผ้าใบอย่างบรรจง ส่วนเหตุผลที่ลากเพื่อนสนิทอย่างซูนยองออกมาเดินด้วยกันนั้น

 

 

... ไม่มีอะไรหรอก

 

 

 

ถามจริงดิเสียงทุ้มของซูนยองเอ่ยดังขึ้นแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้สายตาของเพื่อนตัวเล็กเบือนสบมองแต่อย่างใด

 

อะไร ?

 

ทำท่าทางแบบนี้ชอบรึไง ?

 

ห้ะ ?

 

ชอบฤดูใบไม้ผลิรึไง อีจีฮุน

 

ซูนยองเอ่ยถามพร้อมกับหันหน้ามามองใบหน้าน่ารักของคู่สนทนาที่หันมามองด้วยความงุนงงในจังหวะเดียวกัน เวลานี้เพื่อนตัวเล็กของซูนยองกำลังทำให้สายตาของเขาพร่ามัวแปลกๆ เพราะทันทีที่นัยน์ตาเรียวคมจ้องมองใบหน้าน่ารักที่พวงแก้มเริ่มขึ้นสีระเรื่ออาจจะเพราะสภาพอากาศที่ยังคงหนาวอยู่ ไหนจะนัยน์ตาเรียวเล็กน่ามองเมื่ออยู่คู่กับคิ้วเส้นสวย จมูกโด่งรั้นและริมฝีปากเรียวสีพีชที่ยกยิ้มจางๆนั่น ควอนซูนยองแทบจะยกมือขึ้นมาขยี้ตาตัวเอาแรงๆสักทีสองทีพร้อมตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่

 

 

นี่ควอนซูนยองเผลอมองว่าอีจีฮุนเป็นคนน่ารักจิ้มลิ้มอย่างนั้นเหรอ ?

 

 

 

ก็ชอบนะ

 

ห้ะ ใบไม้ผลิเนี่ยนะ ?แต่แล้ว พอได้ยินคำตอบ คนฟังก็ถึงกับร้องตกใจออกมาทันที ร้อนให้คนโดนถามถึงกับสะดุ้งให้กับความเล่นใหญ่ ราวกับว่าเขาไปบอกว่าชอบอะไรที่มันประหลาดๆทำนองนั้น ก่อนจะหรี่ตามองอีกคนด้วยท่าทีจับผิด

 

ก็ใช่ดิ ทำไมอ่ะ

 

บ้าป่ะ ชอบฤดูใบไม้ผลิเนี่ยนะ เป็นบ้าแน่ๆ

 

เอ้าไอ่บ้านี่ เอะอะโวยวายเสียงดังแบบนี้ เป็นอะไรมากไหมล่ะควอนซูนยอง ! ”

 

จีฮุนหยุดเดินพลางยกมือเท้าเอวมองหน้าเพื่อนสนิทตัวโตที่โวยวายไม่เลิกด้วยแววตาขุ่นเคืองคล้ายจะหาเรื่องอีกฝ่ายในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้ เขาไม่เข้าใจตรรกะความคิดประหลาดของเพื่อนสนิทคนนี้ มันผิดตรงไหนที่เขาจะชอบฤดูใบไม้ผลิ ไม่ว่าใครจะชอบฤดูไหนมันก็ไม่แปลกหรอก ความชอบแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน แต่แล้วนี่อะไร เอ่ยปากชอบอะไร ร่างหนาก็โวยวายออกมาเป็นว่าเล่น

 

นายนั่นแหละเป็นบ้าแน่ๆจีฮุน ฤดูใบไม้ผลิมันดีตรงไหน ?

 

ก็ดอกไม้สวย บรรยากาศดีเหมาะกับการเดินเล่น นี่ไงข้อดีของใบไม้ผลิ

 

ถ้านายรู้นายจะต้องบอกว่ามันบ้าแน่ๆ อีจีฮุน

 

อะไรของนายเนี่ย ! บ้ายังไงไหนบอกมา ลองอธิบายไอ่ที่โวยวายมาตั้งแต่ออกจากบ้านจนถึงตอนนี้ให้ฟังหน่อยว่ามันมีเหตุผลอะไรที่ดีนักหนาไปกว่าคำตอบของฉันจีฮุนใช้สายตามองคาดคั้นคนตัวสูงที่เริ่มยืนอยู่ไม่สุขทำปากขมุบขมิบไปมาเหมือนไม่กล้าพูด แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งแล้วบอกเหตุผลที่อีจีฮุนฟังแล้วอยากกระโดดตบหน้าผากคนพูดแรงๆ ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้อยู่ข้างนอกบ้านล่ะก็นะ

 

“ … ”

 

แต่ถ้ารู้ตัวว่าไอ่ที่จะพูดออกมามันคือการเถียงไร้สาระ ก็หุบปากไปซะไม่ต้องพูด

 

มันไม่ไร้สาระนะ !! ก็นายไม่รู้รึไงว่า .. มีแต่พวกคนมีความรักเท่านั้นแหละที่ชอบอะไรแบบนี้น่ะ

 

ตรรกะบ้าอะไรของนายวะซูนยอง

 

ก็แล้วไม่เห็นเมื่อกี้รึไงล่ะ พวกคู่รักเขาชอบอะไรแบบนี้ เดินควงแขนกัน ซบกัน กอดกันอยู่นั่น อากาศก็ไม่ได้หนาวขนาดนั้นตัวจะติดกันไปทำไมล่ะ ทำอย่างกับโลกนี้สีชมพูแบบนั้นอ่ะ เพ้อเจ้อ ! ”

 

“ … ”

 

แล้วไหนจะคนพวกนั้นอีก เล็งจีบนายให้ได้แน่ๆ ไม่งั้นพวกมันคงไม่มองนายจนลูกตาจะหลุดออกมาได้แล้วหรอก บ้ารึไง ! ” นิ้วเรียวชี้ออกไปยังกลุ่มนักเรียนมัธยมปลายต่างโรงเรียนที่ยืนจับกลุ่มแอบมองพวกเขาอยู่ ร้อยทั้งร้อยควอนซูนยองก็รู้ว่าไม่ได้มองมาที่เขา แต่มองรอยยิ้มของคนน่ารักข้างกายเขาต่างหากล่ะ

 

“ … ”

 

ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายจะชอบเจ้าพวกนั้นหรือไม่ชอบ แต่เชื่อดิ เดี๋ยวถ้าได้เลิกกันนะ ก็ไม่ต่างอะไรกับดอกซากุระร่วงจากต้นนั่นแหละ สวยไม่จริง คบกันได้ไม่นานหร้อก เฮอะ เลิกๆไปให้หมดก็ดี จะได้รู้ว่าอยู่เป็นโสดมันดีกว่าเยอะ

 

ซูนยองบ่นเหตุผลที่ตัวเองมั่นอกมั่นใจมาโดยตลอดว่ามันต้องเป็นแบบนั้นตามที่เขาคิดและเคยเจอมาแน่ๆ ก่อนจะสบถเฮอะออกมา นัยน์ตาคนตวัดเสมองไปทางอื่นพลางใช้ลิ้นดุนกระพุงแก้ม ส่วนจีฮุนก็ได้แต่เงยหน้ามองเพื่อนตัวโตด้วยสายตาเขม็งตอกกลับไป ถ้ามองจากสายตาคนนอก ในเวลานี้ท่าทางของพวกเขาเหมือนคู่รักที่ทะเลาะกันไม่มีผิดเพี้ยน แต่ใครจะรู้ล่ะว่าคนสองคนที่เป็นเพื่อนกันกำลังทะเลาะกันเรื่องตรรกะบ้าบอคอแตกที่เสียสติอยู่

 

 

... นี่มันตรรกะของคนโสดแล้วพาลชัดๆ !

 

 

ก็แล้วจะพาลออกมาทำไมเล่าเจ้าบ้า ! ”

 

ไม่ได้พาลซักหน่อยนึง ! ที่บอกแบบนั้นเพราะฉันไม่อยากจะเห็นคนนั่งร้องไห้ฟูมฟายตอนโดนบอกเลิกหรอก หวังดีอ่ะเข้าใจไหม ?

 

...

 

“ … ”

 

ไม่แปลกใจแล้วล่ะและเป็นเสียงใสของคนตัวเล็กที่เอ่ยขึ้นมาหลังจากที่พยายามสงบสติอารมณ์ที่จะไม่เอ่ยปากต่อล้อต่อเถียงกับคนที่ชอบเถียงข้างๆคูๆอย่างควอนซูนยอง ศีรษะเล็กพยักขึ้นลงอย่างเข้าใจในข้อสรุปของตัวเองที่จัดการแก้สมการเอาไว้ในใจเรียบร้อย

 

ไม่แปลกใจอะไรอ่ะ

 

ก็นะ ...

 

...

 

ความจริงนายก็หน้าตาดีนะซูนยอง เรียกว่าหล่อใช้ได้เลยล่ะร่างเล็กเดินเข้าไปใกล้เพื่อนสนิทตัวโตจนเรียกได้ว่าเกือบจะชิดกันจนไม่มีช่องว่าง มือเรียวเล็กยกขึ้นเพื่อลูบสันกรามคมของอีกฝ่ายก่อนจะไล้ไปที่ผิวแก้มเบาๆ และเลื่อนมือขึ้นไปปัดผมหน้าม้าสีดำสนิทที่ไม่เป็นทรงตั้งแต่ออกจากบ้านมาให้เปิดกว้าง จนคนถูกกระทำแทบเคลิ้มไปตามสัมผัสอ่อนโยน และ ...

 

“ … ”

 

 

 

ป้าบ !!!!

 

 

 

แต่ไม่แปลกใจเลยที่นายจะต้องโสดเพียงเพราะตรรกะเสียสติขวางโลกแบบนี้น่ะ น่าเสียดายแทนหน้าหล่อๆของนายจริงๆ ควอนซูนยอง

 

ทันทีที่ฝ่ามือเล็กตบลงไปที่กลางหน้าผากกว้างของเพื่อนรักไม่ออมแรงจนขึ้นรอยสีจางๆ ความเคลิ้มที่มีก่อตัวเมื่อสักครู่ก็หายไปแล้วแทนที่ด้วยความสะดุ้งตกใจ และปิดท้ายด้วยความชาวาบที่เริ่มออกฤทธิ์บริเวณกลางหน้าผากของตนเอง ซูนยองแทบเบลอไปชั่วขณะเพราะแรงตบที่ไม่ได้เบาๆของเพื่อนตัวเล็ก ประกอบกับที่เขาไม่ได้ตั้งตัวกับการกระทำที่ฉุกละหุก กว่าจะรู้ตัวอีกที อีจีฮุนเพื่อนสนิทของควอนซูนยองก็เดินนำลิ่วไปไกลและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดรออีกแล้ว

 

 

 

ย๊า !!! อีจีฮุนกลับมานี่เดี๋ยวนี้นะ ! ย๊า !!! ”

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

ควอนซูนยองป่วย ...

 

ใช่ ได้ยินไม่ผิดหรอก ควอนซูนยองคนตรรกะขวางโลกที่โวยวายเสียงดังกลางสวนสาธารณะเมื่อสองสามวันก่อนกำลังนอนป่วยอยู่บนเตียงกว้างในห้องนอนของตนเอง เสียงไอโขลกดังขึ้นเป็นระยะสลับกับเสียงสูดน้ำมูกที่มักจะไหลออกมาตลอดเวลาที่เขาหยุดไอเสียงดังยิ่งทำให้คนได้ยินยิ่งรำคาญแต่ก็หยุดการกระทำเหล่านั้นไม่ได้ จากคนแข็งแรงที่ลุกเดินไปมาได้สบายๆกลับกลับเป็นว่าตอนนี้แทบลุกขึ้นยืนไม่ไหว รู้สึกหนักตัวและเมื่อยตัวมากกว่าทุกวัน สภาพในตอนนี้เรียกได้ว่าดูไม่จืดเลยจริงๆ หน้าผากกว้างที่เคยโดนประทุษร้ายมาไม่นานมานี้ถูกแผ่นเจลลดไข้แปะลงกลางหน้าผาก รอบดวงตาเรียวชี้ดูคล้ำเพราะไอหนักจนไม่ได้นอน จมูกโด่งขึ้นสีแดงก่ำเพราะสั่งน้ำมูกออกบ่อยเกินไป และริมฝีปากที่ถูกปกปิดด้วยมาส์กอนามัยสีขาวสะอาด สภาพร่างของควอนซูนยองในเวลานี้ ลดความปวดประสาทกับความขวางโลกลงไปครึ่งหนึ่งเลยก็ว่าได้

 

 

ควอนซูนยองคนนี้กำลังคิดว่าตัวเองป่วยเพราะแพ้อากาศ .. รึเปล่านะ ?

 

 

แต่ก็อย่างว่า ซูนยองนอนซมไข้แบบนี้มาประมาณสองวันแล้ว โดยมีคุณแม่แสนน่ารักที่คอยเอาข้าวต้มมาให้สามมื้อแบบที่เขาไม่ต้องหย่อนขาลงเตียงเลย ทว่าพอคุณแม่ของเขาออกจากห้องนอนไป ก็รู้สึกว่าห้องนอนที่มักมีเสียงบ่นของใครบางคนทุกๆวันมันเงียบเกินไป ภายในสมองของควอนซูนยองก็ทำงานหนักขึ้น ตั้งแต่วันที่ทะเลาะกับจีฮุน จนถึงวันนี้ เขาก็ไม่ได้คุยกับคนตัวเล็กเลยแม้แต่คำเดียว เช่นเดียวกับอีกฝ่ายที่ไม่ได้โทรมาพูดคุยกับเขาหรือมาแวะเล่นที่บ้านเหมือนทุกครั้ง นับว่ามันเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดใจมากสำหรับควอนซูนยอง

 

 

นี่มันไม่แฟร์เลยนะ ควอนซูนยองคนหน้าตาดีแต่ทำไมไม่มีคนดูแลในช่วงป่วยกายป่วยใจแบบนี้

 

 

อันที่จริงแล้ว อีจีฮุนไม่ใช่คนขี้งอนอะไรขนาดนั้น แทบจะบอกได้ว่าจีฮุนเป็นผู้ฟังที่ดีมากด้วยซ้ำ แต่แล้วทำไมทุกอย่างมันไม่เป็นเหมือนเดิม ทีคราวก่อนทะเลาะกันเรื่องไอศกรีมขนมปังอร่อยกว่าไอศกรีมแท่ง พวกเขาก็ยังกลับมาคุยกันเหมือนเดิมได้ แล้วทำไมคราวนี้ไม่เห็นแบบนั้นล่ะ ทำไมไม่มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นแล้วมีเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วออกมา ทำไมคนตัวเล็กไม่มายืนบ่นที่เขาทิ้งทิชชูลงบนพื้นจนเรี่ยราดล่ะ

 

 

... แล้วเขาจะคิดมากเรื่องที่จีฮุนงอนไปทำไมกันล่ะ ในเมื่อพวกเขาไม่ได้เป็นอะไรกันนอกจากเพื่อนกันเฉยๆ

 

 

พอนึกถึงข้อสำคัญข้อนี้ ก็ได้แต่พรูหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ นัยน์ตาเรียวคมทอดมองเพดานสีขาวด้วยสายตาละห้อย ย้อนกลับไปนึกถึงภาพใบหน้าน่ารักที่ระบายยิ้มจางๆในวันที่ออกไปซื้ออุปกรณ์ทำรายงานกลุ่ม ภาพรอยยิ้มนั้นยังคงตรึงในใจมาตลอด และวินาทีที่เห็นใบหน้าน่ารักแจกรอยยิ้มหวานไปทั่วในแบบที่ตลอดชีวิตที่ควอนซูนยองเป็นเพื่อนกับอีจีฮุนมาไม่เคยได้เห็นมัน ภายในใจเขาก็เริ่มเดือดพาลด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ จู่ๆก็รู้สึกหมั่นไส้คู่รักที่เดินสวนไปมาอย่างไร้เหตุผล แถมสายตาเฉี่ยวคมของเขาดันไปเห็นพวกคนที่ลอบมองความน่ารักของเพื่อนตัวเล็ก ก็ยิ่งพาลมันไปทุกสิ่งอย่าง พูดจาไร้เหตุผลและไร้สาระจนต้องแตกคอกับเพื่อนสนิทโดยไม่รู้ตัว

 

 

... หรือลึกๆแล้วเขาอาจจะกลัวว่า อีจีฮุนจะไปมีคนอื่น แล้วกลายเป็นเหมือนคู่รักเหล่านั้นให้เขาช้ำใจเล่น ก็ชักไม่แน่ใจ

 

 

ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ควอนซูนยองกำลังมีอาการสับสนบางอย่างอยู่ในใจ มันไม่ได้เกิดขึ้นในวันนั้น บางอย่างที่มักจะทำให้ใจเต้นแรงเมื่อได้เห็นใบหน้าน่ารักอ่อนเยาว์ของเพื่อนรัก เมื่อหายไปก็กลับทำให้หัวใจห่อเหี่ยวอย่างแปลกประหลาด แต่เพราะซูนยองไม่เคยมีความรักอย่างที่จีฮุนเคยตราหน้าแบบนั้นแหละ เขาถึงไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในใจมันคืออะไรกันแน่ อาจจะเป็นความเคยชินหรือว่าอะไรซักอย่าง

 

 

อะไรซักอย่างที่น่าจะเรียกว่า ความรัก ล่ะมั้ง

.. ความรัก อย่างนั้นเหรอ ?

 

 

พอนึกได้แบบนั้นก็นึกอยากทดสอบหัวใจตัวเองดูอีกสักครั้ง ซูนยองกลิ้งตัวไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางไว้บนหัวเตียงมาไว้ในมือ ปลดล็อกหน้าจอและแตะเบอร์โทรล่าสุดที่ขึ้นอยู่บนจอพร้อมแนบใบหูลงกับโทรศัพท์เครื่องสวยด้วยจิตใจที่เต้นรัวเพราะลุ้นว่าปลายสายจะรับสายหรือว่าตัดสายของเขาทิ้ง

 

 

 

รับเถอะนะจีฮุน รับเถอะ รับ รับ รับสิ !

 

 

 

( .. ฮัลโหล )

 

ไม่นานเกินรอ สายโทรศัพท์ที่คนป่วยรอก็ถูกรับโดยเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ เสียงใสที่กรอกมาตามสายยิ่งทำให้ซูนยองรีบหยิกเข้าที่หน้าขาตัวเองหนึ่งทีเพื่อให้รู้ว่าไม่ได้ฝันไป ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปด้วยความหวั่นใจว่าอีกฝ่ายจะยังคงโกรธอยู่

 

ฮ .. ฮัลโหล

 

( มีอะไร )

 

อ่า ...ทั้งๆที่รู้ดีว่าคำถามนี้มันจะต้องหลุดออกมาจากอีกฝ่ายแน่ๆ แต่ทำไมในเวลานี้เสียงที่อยู่ในลำคอของเขามันหายไปล่ะ ยิ่งไปกว่านั้น ควอนซูนยองคิดอะไรไม่ออกเลยว่าจะต้องพูดอะไรออกไป

 

( ... )

 

“ … ”

 

( ถ้าไม่มีอะไ)

 

จีฮุนอ่า .. เสียงทุ้มติดจะแหบเอ่ยดังขึ้นขัดจังหวะที่อีกฝ่ายจะตัดสาย ด้วยน้ำเสียงที่ผิดปกติจากที่ได้ยินอยู่ประจำแบบนั้นกลับสร้างความสงสัยให้กับจีฮุนไม่น้อย

 

( หืม ? )

 

เหงาอ่ะ ป่วยด้วย ไม่สบายหนักมากๆเลย .. ฟืดดดมันเป็นจังหวะเดียวกับที่น้ำมูกของเขาไหลลงมา แต่เพราะไม่อยากหยิบทิชชูที่อยู่ไกลจากมือมาจัดการกับน้ำมูก ควอนซูนยองเลยใช้นิสัยเสียด้วยการสูดน้ำมูกกลับเข้าไปที่เดิม

 

( แล้วไงอ่ะ ? )

 

“ … ”

 

( ... )

 

ม .. มาอยู่เป็นเพื่อนหน่อยดิ ... นะและควอนซูนยองก็คงไม่รู้ว่า ด้วยน้ำเสียงอ่อนของตัวเองเมื่อตอนที่พยายามจะง้อใครซักคน มันกลับทำให้คนตัวเล็กใจอ่อนอย่างประหลาด นัยน์ตาเรียวเล็กของคนปลายสายกรอกไปมากับความใจอ่อนของตัวเอง ก่อนจะพรูลมหายใจออกมาอย่างอ่อนใจ

 

 

 

( ลุกเปิดประตูสิ มือถือชามข้าวอยู่เปิดประตูไม่ได้ )

 

 

 

และแค่อีจีฮุนบอกแบบนั้น คนป่วยก็รีบกระโดดลงจากเตียงวิ่งไปเปิดประตูห้องนอนบานสีขาวสะอาดออกทันที หลังจากบานประตูถูกเปิดออก สายตาเรียวคมก็พบร่างเล็กนุ่มนิ่มของคนที่ไม่ได้เห็นมาหลายวันในชุดสเวตเตอร์โอเวอร์ไซส์สีขาวและกางเกงยีนส์สีเข้มกำลังยืนถือถาดที่มีชามข้าวต้ม กระปุกยา และน้ำเปล่าซึ่งคาดว่าเป็นอาหารกลางวันของคนป่วยถูกจัดวางเอาไว้ด้วยสองมือ ส่วนใบหน้าน่ารักกลับเอียงเพื่อให้ใบหูเล็กแนบโทรศัพท์กับไหล่เล็กได้ นัยน์ตาเรียวเล็กช้อนมองเพื่อนรักที่กลายเป็นผู้ป่วยด้วยแววตาเรียบเฉย เมื่อเห็นว่าคนมาเยี่ยมทำท่าทางทุลักทุเลแบบนั้น ร่างสูงกว่าจึงเข้าไปช่วยเพื่อนสนิทยกถาดอาหารของตัวเองไว้ในมือ เพื่อให้อีกฝ่ายได้วางสายโทรศัพท์ลง

 

ง .. ไง

 

จะไม่ไปนอนที่เตียงรึไง ไม่สบายอยู่นี่

 

ก็ไม่สบายอยู่

 

“ … ”

 

พอเห็นนายแล้วก็หายป่วยเลยอ่ะถึงจะพูดแบบนั้น แต่ร่างหนาก็ยอมเอี้ยวตัวให้เพื่อนรักเดินเข้ามาในห้องนอนที่เต็มไปด้วยซากทิชชู ก่อนจะเดินไปวางถาดอาหารที่หัวเตียงและนั่งลงบนเตียงหลังใหญ่ ซึ่งเมื่อนัยน์ตาเรียวเล็กมองเห็นความสกปรกในห้องนอนก็ถึงกับถอนหายใจออกมา

 

เหอะ อาจจะไม่ได้อยากหายป่วยเพราะจะให้ฉันบ่นเรื่องทิ้งซากทิชชูนี่ไง

 

แฮ่

 

ไม่ต้องมาแฮ่เลยควอนซูนยอง ถังขยะแม่นายก็วางเอาไว้ใกล้ๆเตียง หัดทิ้งให้มันลงถังซะบ้างสิ ! เพราะนายไม่โตแบบนี้นี่ไง แฟนนายก็เลยไม่มี ไม่มีใครอยากจะมาเก็บซากการกระทำของนายแบบที่ฉันทำอยู่นี่หรอกนะ แม้ปากจะบ่นกับการกระทำราวเด็กน้อยของเพื่อนตัวโต แต่มือเล็กก็ไม่วายจะหยิบซากทิชชูที่เปรอะเปื้อนด้วยอะไรต่อมิอะไรทิ้งลงถังขยะสีเทาที่ตั้งนิ่งอยู่ตรงปลายเตียงอย่างเหนื่อยหน่าย

 

 

แต่ต่อให้เหนื่อยใจกับการกระทำแบบนี้ อีจีฮุนก็ยังคงจะทำมันต่อไป ...

ช่วยไม่ได้ ก็ควอนซูนยองไม่ยอมโตเสียทีนี่นะ

 

 

เพราะว่านายยอมทำไง ฉันถึงไม่มองหาใครมาทำมันแทน

 

พูดบ้าอะไร

 

เห้อ ไม่แฟร์เลยให้ตายสิ คนอื่นเขาไม่สบายแล้วมีคนคอยดูแล แต่ดูฉันดิ ป่วยแล้วยังต้องดูแลตัวเองแบบนี้ มันใช้ได้ที่ไหนอ่ะซูนยองเอ่ยเปลี่ยนเรื่องพลางเอนตัวนั่งพิงหลังกับพนักหัวเตียง นัยน์ตาเรียวคมเหลืองมองร่างเล็กของเพื่อนรักที่ยังคงเก็บซากทิชชูลงถังขยะที่ดูท่าว่าจะล้นออกมา

 

“ … ”

 

เป็นคนโสดนี่มันเหงาจริงๆน้า

 

ไหนวันนั้นบอกว่าเป็นโสดมันดีไม่ใช่รึไง อยากให้ทุกคนโสดด้วยกันไปให้หมด อย่าคิดว่าฉันจะจำคำพูดนายไม่ได้นะ

 

จีฮุนตวัดสายตามองคนป่วยด้วยแววตาคาดโทษ สองเท้าเล็กหมุนกลับหันเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างทำความสะอาดมือที่จับสิ่งสกปรกให้สะอาดก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำ ก็พบว่าใบหน้าหล่อของเพื่อนรักที่บดบังไปด้วยมาส์กอนามัยที่ดึงลงมาไว้ตรงคางยังคงนั่งมองเขาอยู่ จีฮุนเดินเข้าไปหย่อนตัวนั่งเก้าอี้ไม้ที่จัดวางเอาไว้ใกล้ๆเตียงหลังกว้าง

 

ก็ตอนนั้นฉันพาลไปเรื่อยอย่างที่นายบอกนั่นแหละ

 

สำนึกผิดแล้วรึไง ?

 

อือ ผิดไปแล้วซูนยองเอ่ยเสียงแผ่ว ดวงตาเรียวคมไม่กล้าสบเข้ากับสายตาติดขุ่นเคืองของคนข้างกาย เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่ามือทั้งสองข้างนี่มันช่างเกะกะเสียเหลือเกิน ไม่รู้ว่าควรเอามือทั้งสองข้างนี้ไปไว้ที่ไหนดี

 

“ … ”

 

ข .. ขอโทษ

 

“ … ”

 

ฉันรู้ .. ว่าฉันน่ะมันเด็กไม่รู้จักโต

 

“ … ”

 

แต่นายก็รู้ว่าเด็กไม่รู้จักโตน่ะ มันมีนิสัยเสียอยู่อย่าง คือชอบหวงข้าวของของตัวเองไม่รู้ว่าเพราะน้ำเสียงทุ้มกับข้อความประโยคนั้น หรือเพราะใบหน้าหล่อที่เหลือบมอง ที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจมันค่อยๆเร็วขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ดวงตาเล็กเสมองไม่ทางอื่น เขาไม่กล้าสบตาคนป่วยตรงหน้าเลยสักนิด เพราะคนตรงหน้าไม่ใช่ควอนซูนยองคนขวางโลกที่เขารู้จัก

 

 

... แต่กลับเป็น ควอนซูนยอง คนที่เข้ามาทำให้ระบบความคิดและหัวใจของเขาพังรวนอย่างหมดสภาพ

 

 

“ … ”

 

ก็วันนั้นฉันไม่พอใจที่พวกเด็กโรงเรียนฝั่งตรงข้ามมันแอบมองนายนี่นา แค่เห็นก็รู้แล้วว่ามันเล็งนาย ฉันเคยเห็นหน้าพวกมันมาตั้งนานแล้ว มันชอบมาวอแวหน้าโรงเรียนเหมือนจะมาจีบนาย ...

 

“ … ”

 

ฉันไม่ชอบให้มันมาจีบนาย

 

กว่าคำสารภาพที่แท้จริงจะหลุดออกจากริมฝีปากหนาของคนป่วย ก็เล่นเอาคนฟังถอนหายใจออกมาหนึ่งเฮือก ดวงตาเล็กช้อนมองคนป่วยที่นั่งมองเขามาตั้งนาน ราวกับว่าแววตาของพวกเขามีประกายอะไรบางอย่างที่ดึงดูดไม่ให้ใครคนใดต้องละสายตาหนีจากกันไป เพียงแค่ได้สบตา ก็ทำให้จังหวะหัวใจไหววูบเกิดขึ้น ที่พิเศษกว่าทุกครั้งคือ ไม่ได้มีเพียงแค่ใครคนหนึ่งที่มีความรู้สึกไหววูบแบบนี้

 

... แต่พวกเขาทั้งสองคนกลับรู้สึกเหมือนกัน

 

 

“ … ก็แล้วเห็นว่าฉันเล่นกลับไหมล่ะ ไอ่บ้า

 

“ … ”

 

วันนั้นเห็นฉันมองพวกนั้นกลับรึไง ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีคนมองฉันอยู่

 

“ … ”

 

ฉันก็ชวนนายคุยตลอด ... มองนายตลอด ฉันยังไม่ทันได้มองใครนอกจากคู่รักที่นายโวยวายใส่เลยด้วยซ้ำ

 

อีจีฮุนกำลังรู้สึกเขินอายกับวาจาที่ลั่นออกไปเพราะบรรยากาศชักนำให้พูดออกไป ริมฝีปากเรียวเล็กขบเม้มเอาไว้ไม่ให้คำพูดใดๆหลังจากนี้หลุดออกไป พวงแก้มเนียนขึ้นสีระเรื่อจางๆแต่ก็คงไม่เท่าคนป่วยที่ในเวลานี้ดวงหน้าเริ่มขึ้นสีอย่างชัดเจน ท่าทางน่ารักในสายตาของคนตัวโตกว่ายิ่งทำให้ความอดทนเริ่มหมดลง ซูนยองคว้าร่างเล็กที่นั่งอยู่ใกล้ๆเข้ามาในอ้อมกอดของตนอย่างไม่รีรอให้คนเขินอายมีโอกาสได้อ้าปากโวยวาย ท่อนแขนแข็งแรงกระชับอ้อมกอดแน่นจนจีฮุนแทบจมเข้าไปในอก ทันทีที่ได้รับความอบอุ่นประหลาดในแบบที่ไม่เคยได้รับมาก่อนแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ มือเรียวเล็กที่กำเอาไว้แน่นในคราแรกก็ผละคลายออกพร้อมค่อยๆสวมกอดอีกฝ่าย เพียงเท่านั้นก็ยิ่งทำให้รอยยิ้มของคนป่วยที่จางหายไปหลายวันเผยขึ้นมาได้ไม่ยาก

 

น่ารักชะมัด

 

“ … พ .. พูดบ้าอะไร

 

อย่ามาทำให้ฉันต้องตื่นเต้นเพราะมีความสุขแบบนี้ได้ไหม

 

“ … ”

 

อย่ามาทำให้ใจฉันเต้นแรงแบบนี้ได้ไหม .. แค่นี้หัวใจก็จะแย่แล้วเพราะใบหูแนบลงกับแผ่นอกกว้างของเพื่อนรัก เลยทำให้คนในอ้อมกอดได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเร็วและแรงมากขึ้นและมากขึ้น จนเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เขาเป็นอยู่ และยิ่งน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบเพราะไม่สบายดังอยู่ใกล้ๆใบหู ก็ยิ่งทำให้คนตัวเล็กรีบฝังใบหน้าลงบนอก ไม่ยอมให้เจ้าของอ้อมกอดได้เห็นใบหน้าที่กำลังขึ้นสีแดงซ่านแบบนั้น ...

 

 

 

หยุดพูดแบบนี้ซักทีจะได้ไหม แค่นี้เขินจะแย่แล้ว เจ้าบ้าควอนซูนยอง !

 

 

 

ฮื่อออ บ .. บอกตัวเองให้ได้ก่อนเหอะ ก่อนจะมาบอกคนอีกแบบนี้น่ะ ไอ่บ้า

 

ฮึ่ย น่ารักวะ ไม่เป็นเพื่อนกันแล้วไหมอ่ะ ไม่ไหวแล้ว จริงๆนะจีฮุนนา

 

ยิ่งเห็นท่าทีน่ารัก ควอนซูนยองก็ยิ่งรู้สึกมันเขี้ยวจนไม่ไหว อยากจะทำอะไรมากกว่านี้แต่แค่กอดแนบแน่นแบบนี้ คนเป็นเพื่อนกันเขาทำรึเปล่า ซูนยองเองก็ยังไม่รู้เลย แต่แล้วร่างเล็กก็ค่อยๆผละออกจากอ้อมกอดทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ใบหน้าน่ารักที่ขึ้นสีระเรื่อยิ่งทำให้หัวใจของคนป่วยทำงานหนักก็จริง แต่การผละออกแบบนี้ก็แอบทำให้หัวใจของคนป่วยฟีบลงไปไม่น้อยเช่นกัน จีฮุนหยิบชามข้าวต้มที่วางอยู่ในถาดบนหัวนอนมาไว้ในมือ ตักข้าวต้มขนาดพอดีคำพร้อมเป่าไล่ความร้อน ก่อนจะช้อนตามองคนป่วยที่มองเขาด้วยความงุนงง

 

กินข้าวก่อน แล้วค่อยว่ากัน

 

ถ้าฉันกินข้าวแล้วเราจะเป็นแฟนกันได้ใช่ไหม ?

 

ไหนบอกว่ามีแฟนฤดูใบไม้ผลิมันบ้าไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวก็เลิกกันไม่ใช่เหรอ จะกลืนน้ำลายตัวเองรึไง

 

โธ่ จีฮุนอ่า ... ตอนนี้โสดมันไม่ดีแล้วนะอีกอย่างมีแฟนฤดูไหนมันก็ดีเหมือนกันหมด ฉันไม่ยอมเลิกเด็ดขาด มีคนน่ารักอยู่ใกล้ๆแบบนี้ สละโสดตอนฤดูใบไม้ผลิน่ะมันดีสุดๆไปเลยนะรู้ไหมและควอนซูนยองเด็กไม่รู้จักโตก็เข้าสิงร่างอีกครั้ง ทำเอาคนเฝ้าไข้แทบระอากับพฤติกรรมไม่รู้จักโตของเพื่อนรัก

 

กินข้าวก่อนควอนซูนยอง

 

“ … ”

 

ก็ .. กินข้าวเสร็จแล้วจะได้ออกไปเดินเล่น ... ดูดอกไม้ที่ฉันชอบไง

 

 

ทันทีที่เสียงใสเอ่ยประโยคนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงใสเจือปนความเคอะเขิน คนป่วยที่ในคราแรกดูเปื่อยใกล้ตายก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเห็น รอยยิ้มกว้างยิ่งกว้างเข้าไปอีกเมื่อได้ยินถ้อยคำเหมือนยอมรับกลายๆจากเพื่อนรักตัวเล็กที่กำลังจะถูกเปลี่ยนสถานะเป็นความสัมพันธ์แสนหวานในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่เขาเคยตราหน้าว่าเป็นฤดูที่บ้าบอที่สุดในโลก เห็นทีแบบนี้ควอนซูนยองก็อยากโชว์มาดเด็กดีให้คนน่ารักตรงหน้าเห็นเยอะๆชะมัดเลยให้ตายเถอะ

 

 

 

นายพูดแล้วนะอีจีฮุน ห้ามกลับคำพูดนะรู้ไหม เย้ !!! ”

 

เลิกดีใจแล้วกินข้าวเที่ยงเข้าไปได้แล้วควอนซูนยอง !!! ”

 

 

 

ฤดูใบไม้ผลิก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เคยคิดเท่าไหร่หรอกนะ ...

หรือว่าที่จริงแล้ว ควอนซูนยองอาจจะชอบฤดูใบไม้ผลิจนยอมกลายเป็นคนโง่อย่างที่ตัวเองเคยบอกเอาไว้ และอาจจะยอมเป็นคนบ้าที่มองว่าดอกซากุระสวยจนเผลอชอบเข้าก็ได้

 

 

 

แต่ไม่หรอก เพราะที่จริงแล้ว ควอนซูนยองน่ะชอบอีจีฮุนที่สุดต่างหากล่ะ ! ... J

 

 

 

 

 

 

           

FIN.





- 161217 -


สวัสดีตอนที่ยี่สิบสามค่ะ 

ในที่สุดก็เป็นคนไม่ดีที่อู้งานวิจัยงานเปเปอร์มาอัพฟิคแก้บนแบบนี้

อยากแบ่งปันวิถีคนโสดแล้วพาล(?)ให้อ่านกัน อิสอิส 

แต่ดูๆแล้วก็ไม่น่าจะโสดหรอกนะคู่นี้ อยู่ๆฟังเพลงนี้แล้วนึกถึงซูนฮุนขึ้นมาก็เลย จัดเร้ย !!!

อาจจะงงๆเบลอๆกับเรื่องนี้หน่อย ต้องขอโทษด้วยนะคะ T_T

ขอขอบคุณที่เข้ามาอ่านด้วยน้า อย่าลืมคอมเม้นต์ให้กำลังใจกันหน่อยนะฮึก

ติดตามและให้กำลังใจกันได้เสมอ ทั้งทางคอมเม้นต์ แฮชแท็ก(ที่แปะไว้หน้าหลัก) -> #pnn17fic

หรือว่าจะเมนชั่นมาพูดคุยก็ได้นะครัชชช ; w ;

อยากได้คอมเม้นต์อยากอ่านคอมเม้นต์ ขอหน่อยนะขอหน่อย


แล้วเจอกันตอนถัดไป สวัสดีค่ะ !



(c)              Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #158 myotk__ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 00:05
    หมั่นไส้เว่ออออ ควอนซูนยองคนบ้าาาา น่ารักเกินไปล้าวววว อบอุ่นมากค่ะฮือออออ ถึงแม้จะอ่านท่ามกลางอากาศร้อนเกือบ40องศาเราก็ยังรู้สึกถึงบรรยากาศ อากาศเย็น ๆ และความอบอุ่นที่พวกเข้ามี ฮือออออ ชอบตอนที่จีฮุนฟาดหน้าผากซูนยองมากค่ะ ขำกร๊ากเลย55555555555555555555 อ่านไปก็ยิ้มแก้มจะแตกไป เขินและแสบคอกับความหวานหอมนี้มั่ก >w<
    #158
    0
  2. #138 Frank_Datayoung (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 17:27
    เป็นคนขี้วีนนะเนี่ยยยย แต่ทำตัวย้อนแย้งอ่ะพอเค้ายอมเป็นแฟนด้วย หน่อย ที่เงี้ย รักฤดูนี้ขึ้นมาเลย 655555555
    #138
    0
  3. #64 PICHEWA_ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 15:11
    -บ้าา โสดแล้วพาลว่ะ ซูน โอ้ยย เด็กน้อยชะมัด
    กว่าจะรู้ใจตัวเองนะ เกือบจะหมดฤดูใบไม้ผลิไปแล้วววว 55
    จี้ลูกแม่คือน่ารักกกก ทำไมหนูต้องน่าฟัดขนาดนี้ด้วยลูก ฮือออ ;;////;;)
    นี่ก็เป็ยคนไม่ดีที่อู้ธีสิาิสมาอ่านฟิคเหมือนกันค่ะ 5555
    #64
    0
  4. #63 ถ่อว (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 09:34
    พาลขนาดไหนถามใจตัวเองดู55555555555
    #63
    0
  5. #62 - 꿀 Jam (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 19:32
    ทำไมพาลงี้ล่ะซูน 555555 แต่จี้น่ารักอ่ะ ฮือออ เขิน -///-
    #62
    0