` F A N F I C R O O M | SEVENTEEN ♡

ตอนที่ 21 : - 21 : i feel you | soonyoung x jihoon 。

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 300
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    5 พ.ย. 59

I FEEL YOU | SOONYOUNG x JIHOON
AU / pg – 17 / drama



 

ps. ฟังหน่อยนะ เพลงมันบิลด์ฟีลได้จริงๆนะ ._..

 

 

 

 

 

Although you're not here with me but I feel you every second.

 

 

 

 

 

อีจีฮุนมักจะนั่งอยู่ตรงป้ายรถเมล์เวลาหนึ่งทุ่มตรงของทุกๆวัน ...  

 

 

มันเป็นเรื่องปกติที่ อีจีฮุน จะนั่งอยู่ที่ม้านั่งตัวริมขวามือสุดตรงที่รอรถโดยสารประจำทางทุกๆวัน ราวกับว่ากำลังรอใครบางคนอยู่เดินทางมาที่นี่ ใบหน้าน่ารักของอีจีฮุนยังคงมองรถราที่ขับสัญจรผ่านไปมาเพื่อกลับบ้านของตนเองไม่วางตา นัยน์ตาเรียวกลมฉายแววประกายสดใสระคนดีใจที่จะได้เจอใครบางคน สองปลายเท้าเล็กเตะพื้นฟุตปาธเบาๆฆ่าเวลา

 

ในช่วงเวลานี้ ผู้คนในเมืองมักจะพลุกพล่านเป็นพิเศษ ช่างแตกต่างจากแถวละแวกชานเมืองที่ผู้คนเริ่มเข้าบ้านของตนเองจนจางผู้คนลงไปมาก เสียงจิ้งหรีดร้องแว่วเข้ามาในหูให้รู้ว่าในเวลานี้สัตว์ปีกเล็ก สัตว์กลางคืนกำลังเตรียมตัวออกหากินกันแล้ว แต่นั่นไม่ได้ทำให้อีจีฮุนสนใจที่จะทำตาม

 

 

เพราะเขายังรอใครบางคนอยู่

 

 

รถโดยสายคันแล้วคันเล่าขับมาจอดที่ป้ายหยุดรถโดยสารนี้ แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของใครบางคนที่เขารออยู่ ซึ่งนั่นไม่ใช่ประเด็นเพราะอีจีฮุนรอได้เสมอ ขอเพียงแค่ได้เจอก็ยังดี

 

ร่างเล็กในชุดเสื้อแขนยาวเนื้อผ้าสำลีโอเวอร์ไซส์สีเทาอ่อนพร้อมกางเกงสามส่วนสีกรมท่ายังคงนั่งอยู่ในอิริยาบถท่าทางเดิมตั้งแต่หนึ่งทุ่ม ไม่มีการลุกไปเข้าห้องน้ำหรือยืดเส้นสายเลย จีฮุนก้มมองนาฬิกาข้อมือของตนเองประมาณสองสามรอบ ใบหน้าน่ารักยังคงอยู่ในระดับอารมณ์ดีอยู่ ไม่มีการยู่ใบหน้าลงหรือแสดงท่าทีถึงความไม่พอใจออกมา

 

 

ทั้งๆที่นั่งรอคนกลับมาช้ากว่าทุกวันเกือบหนึ่งชั่วโมง ...

 

 

แต่ทว่ารถโดยสารประจำทางคันสีขาวคันหนึ่งกำลังค่อยๆขับมาเทียบจอดตรงป้ายอีกคันหนึ่ง รถโดยสารประจำทางคันสีขาวแสนคุ้นตาที่มักจะนำผู้โดยสารจากในเมืองมาส่งตามละแวกชานเมืองใกล้ๆจอดลงตรงป้ายจอดรถโดยสารที่คนตัวเล็กนั่งอยู่ มีผู้โดยสารลงมาอยู่สามคน เด็กผู้ชายวัยมัธยมปลายในชุดยูนิฟอร์มที่สวมหูฟังสีแดงไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ผู้หญิงวัยกลางคนที่สวมชุดพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในตัวเมือง และ ...

 

 

ผู้ชายเจ้าของกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มวัยยี่สิบปลายๆที่สวมชุดสูททำงาน

 

 

ซูนยอง ! ทางนี้ๆๆ

 

จีฮุนเรียกร่างสูงเจ้าของชื่ออย่าง ควอนซูนยอง ที่ลงจากรถโดยสารประจำทางสีขาวเป็นคนสุดท้ายพร้อมยกมือขึ้นโบกไปมา นัยน์ตาเรียวคมหันมามองด้วยแววตาเรียบเฉย ก่อนจะเดินย้อนขึ้นไปที่จุดรอรถตรงป้ายจอดรถโดยสาร ในขณะที่รถโดยสารประจำทางคันที่มาส่งออกตัวจากไปแล้ว สองเท้าหนาเดินกระทบกับพื้นจนเป็นจังหวะเสียงดังก๊อกแก๊ก และเจ้าของชื่อที่ถูกเรียกก็หย่อนตัวลงนั่งที่ม้านั่งตัวริมซ้ายมือสุดพร้อมวางกระเป๋าเป้สีดำใบคู่ใจลงที่ม้านั่งตัวกลาง

 

 

เว้นที่ว่างระหว่างพวกเขาไว้ที่หนึ่งช่วงตัว ...

 

 

เห้อ

 

วันนี้กลับมาช้านะ งานเยอะแน่ๆเลยสิ่นะ ? ”

 

“ ... ”

 

วันนี้เป็นยังไงบ้างซูนยอง เหนื่อยไหม จีฮุนเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม นัยน์ตาเรียวกลมมองเสี้ยวโครงหน้าหล่อนั้นด้วยแววตาประกายสดใส แม้ว่าคนข้างกายจะยังพรูหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้าก็ตาม

 

ในสายตาของคนนอก อีจีฮุนเป็นคนเย็นชา เข้าถึงยากแถมพูดน้อย ไม่สุงสิงกับคนอื่นอีกต่างหาก แต่กับคนข้างกายในเวลานี้ อีจีฮุนกลายเป็นคนน่ารักสดใส ส่งรอยยิ้มให้กำลังใจและพูดเก่งกว่าใครเพื่อนเสมอ เขาแสดงความเป็นตัวเองออกมาเท่าที่จะทำได้เมื่อเวลาอยู่กับร่างหนาข้างๆ

 

 

ยังไงก็ยกเว้นให้ซูนยองคนนึงก็แล้วกันที่เขาจะเป็นคนร่าเริงสดใสแบบนี้

 

 

“ .... เหนื่อยจังเลยน้า

 

ก็แหงล่ะ เราบอกแล้วไงว่าอย่าทำงานหักโหมมาก ไม่เคยเชื่อเราเลย

 

“ ... ”

 

พักผ่อนบ้างสิ่ เครียดมากไม่ดีนะ

 

จีฮุนอดไม่ได้ที่จะตำหนิคนข้างกายที่ยังคงทำงานอย่างหนักเพื่ออนาคตที่ดีของตัวเองและคนรอบข้างโดยไม่คำนึงถึงสภาพร่างกายที่เริ่มถูกใช้งานอย่างหนักจนอาจจะทำให้ป่วยได้ ร้อนให้เขาต้องเป็นห่วงอยู่ตลอดแบบนี้

 

เป็นไงบ้าง ? ” แต่แล้วซูนยองกลับเอ่ยเลี่ยงประเด็นไม่ให้มีโอกาสได้บ่นต่อ และนั่นก็ทำให้ใบหน้าน่ารักยู่ลงอย่างขัดใจเพียงชั่วครู่ก่อนจะยกยิ้มเล่าเรื่องราวของตัวเองให้อีกคนฟังราวกับไม่สนใจการเลี่ยงประเด็นของอีกคน

 

เราเหรอ ทั้งวันเราไม่ค่อยได้ทำอะไรหรอก นั่งๆนอนๆเหมือนคนว่างงานเลย แต่ก็ว่างงานจริงๆแฮะ

 

มีเรื่องอะไรจะเล่าให้ฉันฟังรึเปล่า ? ”

 

มีสิ่ๆ มีเยอะเลยอ่ะ อยากฟังเหรอ ถ้าอยากฟังเดี๋ยวเล่าให้ฟัง

 

... ฉันอยากฟัง

 

ก็ .. วันนี้นะเราไปที่สวนดอกไม้ของคุณป้าที่อยู่ตรงยอดเขามาแหละ ดอกไม้ร่วงหมดแล้วอ่ะ ช่วงนี้กำลังจะเข้าหน้าหนาว ใบไม้เป็นสีแดงร่วงลงพื้นหมดเลย มันจะดีมากเลยถ้าเราไม่แพ้อากาศน่ะนะ ดูสิ่ๆ ผื่นขึ้นด้วยๆ ไม่ว่าเปล่า จีฮุนก็ชูแขนขาวเรียวเล็กที่ขึ้นผื่นสีแดงนูนเป็นปื้นใหญ่กว่าฝ่ามือของตนให้คนข้างๆดู

 

“ ... ชอบให้เป็นห่วงอยู่เรื่อยเลยนะ

 

โดนซูนยองดุเสียงเข้มแบบนี้เรากลัวแล้ว เราจะดูแลตัวเองดีๆไม่ให้มีโอกาสได้บ่นเลย

 

“ ... ”

 

ดูเหนื่อยๆนะวันนี้ หน้าโทรมเชียว ครั้นจะยื่นมือไปออกไปแตะสันกรามคมเพื่อสำรวจใบหน้าหล่อที่โทรมเพราะความเหนื่อยล้าก็ไม่กล้าพอเท่าไหร่ จีฮุนที่ยกมือขึ้นมาทำได้เพียงแค่ขยำนิ้วตัวเองและปล่อยมือเล็กตกลงบนตัก

 

“ ... ฉันคิดถึงนายนะจีฮุน

 

 

สิ้นเสียงทุ้มที่เอ่ยวาจาออกมา มือเล็กที่ปล่อยตกลงตักกำมือตัวเองแน่น นัยน์ตาเรียวมองเสี้ยวใบหน้าหล่อของใครอีกคนที่กำลังเหม่อลอยออกไป จีฮุนมองตามสายตาที่นัยน์ตาเรียวคมทอดมองอยู่ ซูนยองทอดมองอย่างเลื่อนลอยไปยังทุ่งนาผืนกว้างที่ตอนนี้เริ่มมองเห็นเลือนลางลงเพราะสภาพบรรยากาศตอนนี้เข้าสู่ช่วงกลางคืนที่มืดและเงียบสงัด มีเพียงดวงดาวกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยที่ส่องแสงประกายอยู่ไกลๆ และ ...

 

 

เพราะม่านน้ำใสที่บดบังรอบแก้วตาเล็กนั่นทำให้ทุกอย่างมองไม่ชัด ...

 

 

 

ร้องไห้ทำไมซูนยองอ่า ... จีฮุนเอ่ยถามร่างหนาที่ปล่อยหยดน้ำใสที่เอ่อล้นอยู่ในดวงตาให้ร่วงลงมากระทบลงบนหลังมือหนา รอยยิ้มแสนน่ารักเริ่มจางหายจากใบหน้าน่ารักของจีฮุน สายตาฉายแววไหววูบเมื่อมองไปยังใบหน้าของคนข้างกายที่กำลังร้องไห้ออกมา

 

“ ... ”

 

“ ... เหนื่อยมากเลยเหรอ

 

ฮึก .. ฉันเหนื่อย .. เหนื่อยแล้วจีฮุนอ่า ยิ่งเห็นคนข้างกายร้องไห้อย่างเจ็บปวด คนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆก็เริ่มตัวสั่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ มือเล็กที่กำเอาไว้กลับสั่นสะท้านราวกับกำลังอดกลั้นความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมาในอก

 

อ .. อย่าร้องไห้ออกมาสิ่

 

“ … ”

 

ร้องไห้แบบนี้ .. เรา ... ฮึก ... เราเจ็บปวดนะรู้ไหม

 

ฮึกก ...

 

“ .. ฮึก ... ร .. เราคิดถึงซูนยองนะ

 

...

 

คิดถึงซูนยองมากๆเลย ฮึก .. ร .. รู้ไหม

 

สิ้นเสียงเอ่ยวาจา มีเพียงเสียงสะอื้นที่ดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงบในละแวกป้ายรอรถโดยสารที่มีเพียงพวกเขาที่ยังคงนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้นไม่ขยับตัวไปไหน ซูนยองก้มหน้าลงและปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาตามใบหน้า ในขณะที่จีฮุนทำได้เพียงแค่ยกมือขึ้นเช็ดหยดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนบนใบหน้าของตัวเองระเด็กน้อยที่กำลังงอแงไม่หยุด เขาอยากจะยื่นมือไปลูบไหล่หนาที่สั่นเทา อยากเข้าไปโอบกอดให้อีกฝ่ายได้ปล่อยน้ำตาลงมา อยากทำทุกอย่างๆที่ไม่เห็นความเจ็บปวดของควอนซูนยอง แต่อย่างมากที่สุดสำหรับอีจีฮุนที่จะทำให้ควอนซูนยองได้

 

คือ การนั่งร้องไห้เป็นเพื่อนควอนซูนยองเท่านั้น .. เพียงเท่านั้นที่ทำได้

 

 

 

แม้จะพยายามเข้าใกล้มากเท่าไหร่ แต่สุดท้ายทุกอย่างกลับสูญเปล่าราวกับว่าไม่เคยเกิดขึ้นจริงๆ

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

ควอนซูนยองกลับบ้านเวลาหนึ่งทุ่มทุกวัน ...

 

 

ร่างสูงหนาเจ้าของกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มและนัยน์ตาเรียวคมชี้เป็นเอกลักษณ์อย่าง ควอนซูนยอง พนักงานบริษัทแห่งหนึ่งที่อยู่ในตัวเมืองกำลังนั่งอยู่ในรถโดยสารประจำทางโดยที่ซูนยองเลือกที่จะนั่งตรงที่นั่งว่างริมหน้าต่างด้านซ้ายมือเกือบหลังสุดซึ่งเป็นที่นั่งประจำของเขาด้วยแววตาเลื่อนลอย

 

ในทุกๆวันเขาจะเดินทางกลับโดยรถโดยสารประจำทางคันสีขาวสายเจ็ดสิบหกที่ต้นสายเดินทางออกจากตัวเมืองมุ่งหน้ามายังละแวกชานเมืองที่เป็นบ้านของเขาในเวลาหนึ่งทุ่มของทุกวัน แต่โชคร้ายที่วันนี้ดันมีงานเข้ามาให้เขาต้องนั่งเคลียร์กะทันหันทำให้ต้องเลื่อนเวลากลับบ้านออกไป ทั้งๆที่ตลอดทั้งวันซูนยองรู้สึกเหนื่อยมากจากการทำงานและอะไรหลายๆอย่างจนอยากกลับไปชาร์จแบตด้วยการนอนพักให้ร่างกายและจิตใจได้รับการฟื้นฟู สุดท้ายจากหนึ่งทุ่มที่ควรถึงบ้านก็กลายเป็นสองทุ่มจนได้

 

 

เลทไปหนึ่งชั่วโมงเลยนะ ...

 

 

นัยน์ตาเรียวคมหลุบมองนาฬิกาเรือนสีดำบนข้อมือที่เดินหน้าทุกวินาทีไม่ย้อนกลับพลางถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ใบหน้าหล่อเลือกที่จะเบือนออกจากหน้าต่างเพื่อมองบรรยากาศโดยรอบที่ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนสภาพจากตึกราบ้านช่องที่แน่นหนากลายเป็นทุ่งนากว้างและต้นไม้ที่ขึ้นริมทาง แต่ทว่าด้วยบรรยากาศที่เริ่มมืดลงเลยทำให้ทัศนียภาพละแวกนี้อาจมองเห็นไม่ชัดนัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมืดสนิทจนมองไม่เห็นอะไร ในเมื่อยังมีเสาไฟถนนคอยส่องแสงสว่างตามถนนอยู่เป็นระยะ

 

ไม่นานเกินรอให้เบื่อหน่าย รถโดยสารประจำทางค่อยๆชะลอความเร็วลงเพื่อจอดเทียบท่าตรงป้ายจอดรถโดยสารที่อยู่ตรงหน้าห่างจากจุดที่รถเคลื่อนประมาณหกร้อยเมตร นัยน์ตาคมเหลือบมองร่างของหญิงวัยกลางคนในชุดออฟฟิศกำลังขยับตัวเพื่อเตรียมลงป้ายนี้ และไม่ใกล้ไม่ไกลเขาก็มองเห็นเด็กหนุ่มวัยมัธยมปลายที่สวมหูฟังสีแดงสดก็เตรียมที่จะลงป้ายนี้เช่นเดียวกัน และควอนซูนยองเองก็ต้องลงป้ายนี้เพราะมันคือสถานีปลายทางของเขา

 

ทันทีที่รถโดยสารประจำทางจอดเทียบป้ายสนิทแล้ว ร่างสูงก็เดินตามหลังสตรีวัยกลางคนที่เดินตามหลังเด็กมัธยมปลายเพื่อลงจากรถโดยสารคันนี้ ทันทีที่ปลายเท้าแตะพื้นดินที่ปูทางด้วยคอนกรีต ควอนซูนยองสัมผัสได้ถึงสายลมเบาๆที่พัดมากระทบใบหน้าของเขา หันไปมองร่างของบุคคลสองคนที่ลงจากรถมาพร้อมกันกำลังเดินไปอีกทางหนึ่งแล้วก็ลอบถอนหายใจ ดวงตาเรียวคมหันกลับไปมองจุดรอรถโดยสารด้วยแววตาเรียบเฉย ก่อนจะเดินย้อนขึ้นไปที่จุดรอรถตรงป้ายจอดรถโดยสาร ในขณะที่รถโดยสารประจำทางคันที่นั่งมาได้สตาร์ทออกตัวจากไปแล้ว สองเท้าหนาเดินกระทบกับพื้นจนเป็นจังหวะเสียงดังก๊อกแก๊ก ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งที่ม้านั่งตัวริมซ้ายมือสุดพร้อมวางกระเป๋าเป้สีดำใบคู่ใจลงที่ม้านั่งตัวกลาง

 

 

... เพียงลำพัง

 

 

เห้อ ควอนซูนยองถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อย เขาเหนื่อยกับทุกสิ่งอย่างมาเป็นเวลาหนึ่งปีแล้ว เป็นเวลาหนึ่งปีที่เขาต้องแบกรับอะไรเพียงลำพัง ไม่มีใครคอยอยู่เคียงข้าง เพียงแค่นึกถึง ความท้อใจปะปนความน้อยใจซึมเข้ามาในห้วงความรู้สึก

 

“ ... ”

 

“ .... เหนื่อยจังเลยน้า


“ ... ”

 

เป็นไงบ้าง ? ” จู่ๆเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบราวกับว่ามีใครนั่งอยู่เคียงข้าง ดวงตาหลุบมือฝ่ามือที่ประสานกับเมื่อยามที่เขารู้สึกอึดอัดใจหรือรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ริมฝีปากกระตุกยิ้มแห้งๆอย่างเหนื่อยล้า ซูนยองไม่ได้ต้องการมานั่งพูดคนเดียวแบบนี้ แต่บางครั้งการพูดคนเดียวก็ถือเป็นการระบายความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ภายในใจได้เช่นกัน ในกรณีที่แบกรับทุกเรื่องเอาไว้และไม่มีใครคอยรับฟัง

 

“ ... ”

 

มีเรื่องอะไรจะเล่าให้ฉันฟังรึเปล่า ? ”

 

“ ... ”

 

“ ... ฉันอยากฟัง

 

“ ... ”

 

“ ... ชอบให้เป็นห่วงอยู่เรื่อยเลยนะ

 

แต่แล้วพอนึกถึงใครบางคนที่มักเอ่ยเรื่องราวในแต่ละวันให้ฟังบ่อยๆก็อดยกยิ้มจางๆขึ้นมาไม่ได้ นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้ยินเสียงใสเจื้อยแจ้วคอยพูดคุยกับเขาแบบเมื่อก่อน คอยมาบ่นให้ฟังว่าในแต่ละวันไปพบเจออะไรมาบ้าง ไปบาดเจ็บหรือใช้ชีวิตอย่างไร พอได้ยินคำบ่นว่าไปเจ็บตัวมาอย่างไรก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกเป็นห่วงและจะต้องดุตักเตือนออกมาทุกครั้ง แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับรอยยิ้มสดใสน่ารักที่คอยละลายหัวใจที่แข็งกระด้างของเขาอยู่เรื่อยไป

 

เพียงแค่คิดถึง ความหน่วงเริ่มตีตื้นขึ้นมาจนปวดอก ร้อนให้นัยน์ตาเรียวคมต้องกระพริบถี่เพื่อไล่ให้หยดน้ำใสที่ก่อตัวรอบดวงตาไหลย้อนกลับเข้าไป ดวงตากรอกมองบนท้องฟ้า ดวงดาวบนฟากฟ้าส่องแสงพราวระยิบอยู่ไกลๆ คืนนี้ไม่ได้มืดมิดจนมองไม่เห็นอะไร แต่พอได้เห็นดวงดาวแล้วก็พาลนึกถึงคนเคยเคียงข้างกายที่ชอบดูดาวอยู่ข้างๆไม่ได้

 

“ ... ”

 

“ ... ฉันคิดถึงนายนะจีฮุน

 

ซูนยองเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบาราวกับว่าความรู้สึกของเขาที่มีต่อใครบางคนมันช่างบางเบาจนอ้อนล้า นัยน์ตาทอดมองด้วยสายตาเลื่อนลอยไปยังทุ่งนาผืนกว้างที่เริ่มมองเห็นเลือนลางเพราะสภาพบรรยากาศตอนนี้เข้าสู่ช่วงกลางคืนที่มืดและเงียบสงัด มีเพียงดวงดาวกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยที่ส่องแสงประกายอยู่ไกลๆ และ

 

 

... เพราะม่านน้ำใสที่บดบังรอบแก้วตาเล็กนั่นทำให้ทุกอย่างมองไม่ชัด

 

 

ควอนซูนยองยังคิดถึง อีจีฮุน ผู้เป็นที่หนึ่งในหัวใจเสมอมา แม้ว่าในเวลานี้จะไร้ร่างเล็กอยู่เคียงข้างเพราะประสบอุบัติเหตุรถเนื่องจากคนขับรถบรรทุกหลับในเผลอเหยียบคันเร่งพุ่งเข้ามาชนร่างเล็กที่กำลังนั่งรอรับเขาที่จุดจอดรถโดยสารสถานีนี้เมื่อหนึ่งปีก่อน เพียงแค่คลาดกันไม่ถึงสองนาทีเท่านั้น ถ้าหากเขาทิ้งงานแล้วกลับบ้านให้เร็วกว่านี้เรื่องอาจไม่เกิด ซูนยองเห็นคนรักของเขาเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา แน่นอนว่าหัวใจของเขาเหมือนแหลกสลายไปตามๆกับร่างเล็กที่นอนนิ่งไม่ไหวติงจมอยู่บนกองเลือด

 

ตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นเขาก็เหมือนคนไร้หัวใจที่จะรู้สึกอะไรอีก ทั้งชีวิตเขาทุ่มเทและทำแต่งานเพียงเพราะต้องการลืมเรื่องหนึ่งปีที่ผ่านมา ซูนยองรู้ดีว่าถ้าหากคนตัวเล็กของเขายังมีชีวิตอยู่ก็คงจะบ่นว่าเขาทุ่มเทแต่งานจนไม่ดูแลตัวเองเป็นแน่ ซึ่งซูนยองก็ยอมที่จะรับฟังคำบ่นด้วยความเต็มใจ แต่ในเวลานี้เพียงแค่รู้ว่าเขาไม่มีอีจีฮุนค่อยนั่งอยู่เคียงข้าง ค่อยรับฟังเรื่องราวแสนเหนื่อยล้าหรือคอยปลอบใจเขาในยามทุกข์ หัวใจของควอนซูนยองคนนี้รวดร้าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งร่างของเขายังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้รอรถโดยสารเหมือนที่คนรักของเขาเคยทำอยู่เสมอแบบนี้ หยดน้ำตาที่ถูกอารมณ์จุกหน่วงเพราะความเจ็บปวดตีตื้นขึ้นมากลับไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่

 

 

ช่วงเวลาที่ไม่มีอีจีฮุน ควอนซูนยองรู้สึกเจ็บปวดเข้าไปในห้วงลึกของหัวใจจนเหนื่อยล้า ...

 

 

“ ... ”

 

ฮึก .. ฉันเหนื่อย .. เหนื่อยแล้วจีฮุนอ่า ซูนยองปล่อยหยดน้ำใสที่เอ่อล้นอยู่ในดวงตาให้ร่วงลงมากระทบลงบนหลังมือหนาอย่างไม่คิดจะเช็ดมันออก แม้เขาจะเอ่ยพร่ำพรรณนาออกมาแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนข้างกายปรากฏอยู่ตรงหน้าได้

 

“ … ”

 

ฮึกก ...

 

“ ... ”

 

ซูนยองก้มหน้าลงและปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาตามใบหน้าไม่หยุด ใช้เวลานานพอสมควรกับการระบายความรู้สึกผ่านหยดน้ำใสที่กลั่นออกมาจากหัวใจ เขาไม่สนว่าใบหน้าของเขาจะเปรอะเปื้อนน้ำตาจนขี้ริ้วขี้เหร่อย่างไร ในห้วงความรู้สึกหนึ่ง เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่โถมเข้ามาในใจถึงสองเท่า ราวกับว่าไม่ได้มีเพียงเขาที่เจ็บปวดอยู่แบบนี้เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่สิ่งที่เขารู้สึกอยู่ทุกวินาที แม้จะมองไม่เห็นแต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่มีตัวตนเลย

 

ราวกับว่าจีฮุนกำลังนั่งร้องไห้เป็นเพื่อนเขาเหมือนอย่างที่เคยเป็นเสมอมา

 

 

หนึ่งปีแล้วนะ ..

 

“ … ”

 

ฮึก ... หนึ่งปีที่ฉันเสียนายไป .. อย่างไม่มีวันได้กลับมา ซูนยองพยายามสงบอารมณ์ที่กำลังทะลักออกมาผ่านหยดน้ำตาอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเงยขึ้นมองท้องฟ้าเพื่อไล่หยดน้ำตาอีกครั้ง ยกหลังมือหนาขึ้นมาเช็ดจมูกเบาๆและปาดหยดน้ำตาที่ไหลรินออกมาอีกครั้งและอีกครั้ง ก่อนจะยกยิ้มให้ตัวเองบางๆอย่างที่คนตัวเล็กมักจะชอบส่งรอยยิ้มนี้มาให้เขาในยามที่ท้อใจ

 

“ … ”

 

ฉันรู้ .. ฉันรู้ว่านายอยากให้ฉันเดินหน้าต่อ ...

 

“ … ”

 

ถึงใจ .. ใจฉันจะไม่ไหว ... แต่ฉันจะเดินหน้าต่อ .. เพื่อนาย

 

“ … ”

 

นายช่วยให้กำลังใจฉัน ... อย่าเป็นห่วงฉันเลยนะจีฮุนอ่า ควอนซูนยองรู้ดีว่าคนรักของเขายังคอยมองจากที่ใดสักที่หนึ่งอยู่ไกลๆ คอยเป็นห่วงเป็นใยไม่ต่างอะไรกับตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เขาไม่อยากให้อีจีฮุนต้องคอยห่วงใยให้ทั้งตัวเขาและอีกฝ่ายต้องรู้สึกเจ็บปวดไม่ปล่อยวางสักที

 

“ … ”

 

แต่ .. ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ... ช่วยจดจำไว้ด้วยนะจีฮุนอ่า

 

“ … ”

 

ว่า .. ฮึกกก

 

“ … ”

 

ควอนซูนยองคนนี้ .. อึก ... จะรัก .. และไม่ลืมอีจีฮุนที่แสนดี ... ของควอนซูนยองตลอดไป

 

ซูนยองเอ่ยคำมั่นสัญญาออกมาท่ามกลางความเงียบสงัด ร่างหนาสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อเตรียมตัวเดินกลับบ้านสักที เพียงแค่ก้าวแรกที่เดินออกจากจุดรอรถ ใบหน้าหล่อของควอนซูนยองเผยรอยยิ้มจางๆออกมาอย่างขอบคุณ เพราะสิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้เข้าไปถึงในความรู้สึกให้รู้ว่าคนรักผู้เป็นที่รักสุดหัวใจของเขารับรู้ในคำสัญญาแสนมั่นคงของเขา

 

คือสายลมแผ่วเบาที่พัดกระทบใบหน้าของเขาเพื่อตอบรับอย่างอ่อนโยน

 

 

 

 

 

ขอบคุณนะ ควอนซูนยองที่แสนดีของอีจีฮุน ขอบคุณจริงๆ จากหัวใจ ... J

 

 

 

 

 

 

           

FIN.





- 161105 -




สวัสดีตอนที่ยี่สิบเอ็ดค่ะ

ฟิคเศร้าและเศร้าอีกแล้ว ไม่เคยให้ซูนฮุนแฮปเอนเลย ทำร้ายสุด T_T

พล็อตเรื่องนี้คือธีม Neither lost nor found ก็คือ ไม่แม้แต่จะหายไปและพบเจอค่ะ 

เราคิดความหมายนานมากว่ามันจะแปลว่ายังไง จะทำยังไงให้มันเศร้า ... และมันก็ออกมาแบบนี้

ไม่ด่าไม่ว่าเรานะเราแต่งเศร้ากว่าชูออกกวาโดและเกือบอีกอ่ะ แง้ T_T

ขอขอบคุณที่เสียเวลาเข้ามาอ่านด้วยน้า อย่าลืมคอมเม้นต์ให้กำลังใจกันหน่อยนะฮึก

ติดตามและให้กำลังใจกันได้เสมอ ทั้งทางคอมเม้นต์ แฮชแท็ก(ที่แปะไว้หน้าหลัก) -> #pnn17fic

หรือว่าจะเมนชั่นมาพูดคุยก็ได้นะครัชชช ; w ;


เจอกันตอนถัดไป สวัสดีค่ะ !


(c)              Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #167 JjjjjB (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 23:29
    เราร้องไห้ เพราะคำพูดของพี่ซูนยอง ความคิดถึงของคนที่ต้องอยู่ต่อโดยลำพัง มันเซร้าและเหงามาก เหนื่อย แต่ไม่มีที่ให้ระบาย ไม่มีคำให้กำลังใจจากคนที่ต้องการ เพราะเขาไม่อยู่แล้ว แต่ว่าเข้มแข็งมากเลยนะซูน เราเชื่อว่าจีฮุนจะขอบคุณที่ซูนพยายามก้าวเดินต่อไปนะ;)
    #167
    0
  2. #159 Fey rune (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 00:09
    คือเศร้ามากอ่ะ รู้สึกพีคนิดๆ ตอนแรกนึกว่าพี่ซูนหยิ่งแต่ที่ไหนได้ฮึกก.... นี่น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัวเลยอ่า พี่ซูนสู้ๆนะT T //คือตอนแรกๆมันก็สดใสนิดๆ เป็นการบรรยายที่สดใสและปนเศร้าอ่ะ ตัวท่านจี้ดูสดใสมากๆเลย กำบังรอคนที่รักโดยไม่หงุดหงิด ทีแต่ความสดใสล้วนๆจริงๆ ชอบมากเลยค่ะ
    #159
    0
  3. #148 MG_Sunshine (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 07:58
    อีนี่ปล่อยโฮออกมาเลยอ่าาาา ฮืออออ มันเศร้าใจมากกกเลยยย พี่ซูนต้องเข้มแข็งน้า แง้ๆๆ
    #148
    0
  4. #137 Frank_Datayoung (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 17:26
    โฮรวววววว โคตรเศร้า โคตรสงสาร ฮือออออออ สงสารมากกกกกกก ไม่รู้จะอธิบายไงเลย สงสารรรร
    #137
    0
  5. #56 rainnie1tuan (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 03:01
    อีกคนอยากสัมผัสอยากบอกว่ายังอยู่ข้างๆไม่ไปไหน..
    ส่วนอีกคนอยากให้อยู่ข้างๆแต่กลับไม่ได้รับรู้
    การจสกลานี้แย่จริงๆ..
    #56
    0
  6. #55 payumty (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 16:40
    น้ำตาซึม ใจสั่นมากตอนอ่านพาทพี่ซูน คือตอนแรกคิดว่าพี่ซูนจะรำคาญจีฮุนแต่ไม่ใช่อ่ะ โอ้ยยยยยยย หักมุมสุดไรสุด โคตรปวดใจให้ตายเถอะอุบัติเหตุที่พรากจีฮุนนั่นถ้าไม่ใช่ควอนซูนยองคนเข้มแข็งต้องเสียใจจนเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ สู้ๆนะ ฮึกก
    #55
    0