` F A N F I C R O O M | SEVENTEEN ♡

ตอนที่ 20 : - 20 : my number one | mingyu x seungcheol 。

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 391
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    29 ต.ค. 59

MY NUMBER ONE | MINGYU x SEUNGCHEOL
AU / pg – 17 / romantic



 

ps.ฟังหน่อยนะ แอบเกี่ยวเบาๆ นิดเดียวจริงๆ ._..

 

 

 

 

 

... I wanna be your No.1

ฉันอยากจะเป็นที่1ของเธอ

この想い止まらない

ความรู้สึกนี้หยุดไม่ได้แล้ว

 

 

 

 

 

หมายเลขหนึ่งยังไงก็ดีกว่าหมายเลขสองอยู่วันยันค่ำ ...  

 

 

ความคิดนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ ชเวซึงชอล ที่คิดแบบนี้อยู่คนเดียว เชื่อเถอะว่าร้อยทั้งร้อยคงไม่มีใครชอบการเป็นที่สองรองจากใครหรอก ต่อให้คนๆนั้นจะชอบเลขสอง ไอศกรีมสองแท่ง หรือของฟรีสองอันก็เถอะ ยังไงเลขหนึ่งมันก็ดีกว่าอยู่แล้วในทุกๆเรื่อง ขนาดสอบแต่ละครั้งทุกคนยังพยายามที่จะสอบให้ได้ที่หนึ่ง ไหนจะนักกีฬาทุกคนที่แข่งขันเพื่อให้ตัวเองได้อันดับที่หนึ่ง มีใครที่ไหนที่จะพอใจอันดับสองบ้าง ฉะนั้นทุกคนอยากชนะ อยากได้ที่หนึ่ง มันคือความจริงอยู่แล้ว

 

ทุกคนอยากเป็นที่หนึ่งไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ...

 

 

ร่างเล็กในชุดบาสสีแดงเลือดหมูหมายเลขแปดหย่อนตัวนั่งลงบนม้านั่งยาวสำหรับนักกีฬาพร้อมหยิบผ้าขนหนูสีขาวสะอาดคลุมศีรษะด้วยอาการเหนื่อยหอบหลังจากที่การแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลของมหาวิทยาลัยเพิ่งจบลง ทีมของซึงชอลไม่สามารถเอาชนะทีมคู่แข่งได้ทั้งๆที่คะแนนห่างกันเพียงแค่สองแต้มเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นทุกคนในทีมต่างพึงพอใจกับการแข่งขันที่ดูสมศักดิ์ศรีในครั้งนี้ แต่นั่นไม่ใช่สำหรับชเวซึงชอลที่เป็นถึงกัปตันทีมบาสของคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพียงแค่สองคะแนนถ้าเขาไม่ใจลอย ป่านนี้คงชนะขาดลอยด้วยคะแนนห้าแต้มยังทำได้

 

นัยน์ตากลมทอดมองภาพบรรยากาศหลังจบการแข่งขัน แน่นอนว่ามีทั้งคนยินดีและคนเสียใจ มันเป็นเรื่องปกติของการแข่งขัน มีชนะก็ต้องมีแพ้ น้ำใจนักกีฬาในสนามควรจะมี ยังดีที่ไม่มีการปะทะหรือทะเลาะวิวาทกันเสียก่อน กวาดสายตามองไปรอบๆก่อนที่จะไปสะดุดเข้ากับใครบางคนที่หันมามองทางทีมของพวกเขาจากฝั่งตรงข้าม ด้วยระยะห่างที่ไกลกันคนละฝั่งเขาไม่สามารถมองเห็นได้ว่าคนๆนั้นมองมาด้วยแววตาเช่นไร แต่ถึงอย่างนั้นซึงชอลก็ไม่ได้สนใจ ร่างเล็กลุกขึ้นยืนพร้อมหยิบกระเป๋าเป้คู่ใจสะพายไว้บนบ่าแล้วเดินออกจากสนามไป ทิ้งให้โค้ชและสมาชิกในทีมยังคงอยู่ในสนามแบบนั้น

 

สองเท้าก้าวเดินด้วยจังหวะที่เร็วเพื่อเดินออกจากบริเวณยิมของคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาให้ไวที่สุดโดยไม่แม้แต่จะแวะเปลี่ยนชุดในห้องพักตัวของนักกีฬาเลยสักนิด แต่ทว่าร่างเล็กกลับต้องหยุดการเดินลงจนรองเท้ากีฬาเสียดสีกับพื้นให้เกิดเสียงดังลั่น เมื่ออยู่ๆมีใครบางคนที่ตัวสูงกว่ามายืนขวางทางเดินเขาอยู่ ซึงชอลจ้องใบหน้าหล่อของเด็กหนุ่มรุ่นน้องร่างสูงที่สวมชุดบาสสีฟ้าหมายเลขสี่ของทีมคู่แข่งที่เพิ่งเอาชนะไปได้เมื่อสักครู่พร้อมกอดอกอย่างไม่พอใจ ใบหน้าหวานไม่เข้ากับบุคลิกปั้นหน้างอไม่พอใจอย่างชัดเจน ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับหลุดขำออกมา เผยให้เห็นเรียวฟันที่เรียงตัวสวยและเขี้ยวอันเป็นเอกลักษณ์ ถ้าใครต่อใครมาเห็นเด็กตัวสูงยิ้มเข้าก็คงจะหลงเสน่ห์คนตรงหน้าอย่างแน่นอน

 

 

 

อะไรกัน แพ้แล้วพาลเหรอพี่ ?

 

แล้วมันเป็นเพราะใครวะที่ทำให้ทีมฉันแพ้ ! ”

 

มันผิดที่ตัวพี่เองไม่ใช่รึไงกัน ที่มัวแต่มองหน้าผมแบบนั้นน่ะหืม ?ยิ่งนึกถึงเหตุผล ซึงชอลยิ่งรู้สึกเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนั้น เขาพลาด พลาดมากที่เผลอใจลอยไปมองใบหน้าหล่อๆของเจ้าเด็กบ้าตรงหน้าโดยไม่ได้ตั้งใจ จนลูกบาสที่กำลังจะเตรียมเลย์อัพทำแต้มในมือต้องถูกปัดโดยเจ้าของใบหน้าหล่อนั่นถึงสองครั้งสองครา นึกถึงก็ยิ่งเจ็บใจเข้าไปอีก แต่ก็นั่นแหละทำอะไรไม่ได้นอกจากโทษตัวเองอย่างเดียว

 

ก็ถ้านายไม่ยื่นหน้าเข้าในฉันก็ไม่คิดจะมองหรอกเว่ย ! ”

 

เฮ้ แค่กีฬาเด็กๆเองพี่ ซีเรียสอะไรมากมาย

 

ถึงจะแค่กีฬาเด็กๆแต่มันก็คือการแข่งขันว่ะ ช่วยเข้าใจตรงนี้ด้วย คิมมินกยูพอได้ยินถ้อยคำที่ดูไม่ใส่ใจของคนตรงหน้า ซึงชอลผู้ไม่ชอบความพ่ายแพ้ก็ฉุนขึ้นมาทันที มือขาวคว้าหมับเข้าที่อกเสื้อบาสสีฟ้าพร้อมกระชากเข้ามาใกล้ตัวเองด้วยอารมณ์คุกรุ่น ใบหน้าน่ารักเริ่มชักสีหน้าไม่พอใจคล้ายว่าจะหาเรื่องคนที่กล่าวหาว่าการแข่งขันกีฬาที่เพิ่งผ่านไปมันเป็นเพียงแค่กีฬาเด็กๆเท่านั้น แต่ใช่ว่า คิมมินกยู เด็กหนุ่มรุ่นน้องคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาจะกลัวเสียเมื่อไหร่ ซ้ำร้ายยังยื่นใบหน้าเข้าใกล้ใบหน้าน่ารักของรุ่นพี่พร้อมส่งรอยยิ้มหล่อให้อีกฝ่าย

 

ผมก็เคยบอกพี่ไปหลายครั้งแล้วไง ว่าคนอย่างพี่น่ะ ไม่จำเป็นต้องชนะไปทุกๆเรื่องหรอก

 

“ … ”

 

หรือว่าจำไม่ได้ อยากให้ผมทวนความจำไหมล่ะ ?

 

ไม่ต้อง ! ” ไม่ว่าเปล่า ซึงชอลรีบปล่อยมือออกจากอกเสื้อของมินกยูและผลักอีกคนให้ถอยห่างออกไปทันที ก่อนจะเลี่ยงตัวเดินหนีอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกไม่สบอารมณ์ตามสไตล์คนแพ้ แต่ก็ไม่ทันได้เดินพ้นคนตัวสูง ข้อมือขาวกลับถูกมือหนารั้งเอาไว้ นัยน์ตาหวานตวัดกลับมามองเด็กรุ่นน้องที่ยังคงกุมข้อมือของเขาเอาไว้ ซึ่งใบหน้าของมินกยูไม่เหลือความอารมณ์ดีเอาไว้อีก คิ้วเข้มขมวดลงจนใบหน้าหล่อนั้นดูจริงจังผิดแปลกจากเมื่อสักครู่

 

เดินลงน้ำหนักแบบนั้นเดี๋ยวเส้นเอ็นก็อักเสบหรอก

 

ปล่อย ! ไม่ต้องมายุ่ง

 

แพ้แล้วดื้อแบบนี้ก็ได้เหรอวะพี่ เดี้ยงขึ้นมาจะทำไง

 

เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างหงุดหงิด โอเค มินกยูเข้าใจดีว่าซึงชอลกำลังหงุดหงิดเรื่องที่ตัวเองแพ้บาสเขาแค่สองแต้ม แต่กับเรื่องอาการบาดเจ็บมันคนละเรื่องกัน ที่จริงแล้วเขาเห็นอาการบาดเจ็บที่เท้าของคนเป็นรุ่นพี่ตั้งแต่เริ่มการแข่งขันในควอเตอร์ที่สามหลังจากที่ในช่วงปลายควอเตอร์ที่สอง ซึงชอลโดนลูกทีมของเขาสกัดเข้าที่ขาจนสะดุดผิดท่า ทำให้ข้อเท้าข้างขวาที่ต้องใช้ในลงน้ำหนักเพื่อกระโดดเกิดอาการพลิกเล็กน้อย คาดว่าการที่ข้อเท้าพลิกน่าจะทำให้บาดเจ็บไปที่เส้นเอ็นด้วย เพราะหลังจากที่ได้รับอุบัติเหตุ ร่างเล็กกลับวิ่งด้วยท่าทางแปลกๆอย่างที่มินกยูคาดการณ์เอาไว้ไม่ผิดมาตลอดสองช่วงหลังของการแข่งขัน

 

 

ซึงชอลวิ่งและกระโดดชู้ตโดยที่ไม่ลงน้ำหนักที่เท้าด้านขวามาตลอดสองควอเตอร์ ...

 

 

แม้คนภายนอกจะมองว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น อย่างมากสุดก็คงเข้าใจว่าทีมของคณะวิศวะฯอาจจะเร่งเครื่องจนร้อนและเหนื่อยกันไปเอง ทุกคนก็ยังคงเชียร์อัพทีมของตัวเองต่อไป แต่ต้องบอกเลยว่าฟอร์มการเล่นของพาวเวอร์การ์ดทีมบาสของคณะวิศวะฯตกลงจนมินกยูสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน และคิดว่าสมาชิกในทีมของคนตัวขาวก็คงเห็นแบบเดียวกับเขา เพียงแต่ทุกคนคงไม่กล้ามีใครเป็นหน่วยกล้าตายเสี่ยงเข้าไปพูดหรือขัดใจอะไรในตอนที่อารมณ์ของกัปตันทีมที่กำลังบ้าดีเดือดแบบนั้นแน่ๆ

 

แต่ก็นั่นแหละ ชเวซึงชอลไม่ชอบความพ่ายแพ้และจะเกลียดมากถ้าตัวเองยอมแพ้เพียงแค่อาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที เจ้าตัวเลยไม่ยอมสละตำแหน่งในสนามให้ใครและยังพยายามเล่นจนจบเกม นับว่าเสี่ยงและอันตรายมากสำหรับสุขภาพข้อเท้าเล็กๆนั่น แต่เจ้าของก็คงไม่ได้สนใจหรือให้ความสำคัญมากเท่าไหร่ สังเกตจากการที่คนตัวเล็กกว่าที่โดนรู้ทันอาการถึงกับสะอึกที่ปิดบังอาการบาดเจ็บของตัวเองไม่มิดนั่น ใบหน้าน่ารักคลายความหงุดหงิดลงไปบ้างแต่ก็ยังไม่วายจะปั้นหน้ามุ่ยไม่สบอารมณ์อยู่เหมือนเดิม

 

สู่รู้ ! ”

 

ไม่รู้ก็โง่เกินทนแล้วไหมพี่ ผมเรียนวิทย์กีฯมานะเว่ย ทำไมจะไม่รู้ ?

 

แล้วจะทำไมวะ ฉันเดี้ยงแล้วจะทำไม ?!

 

แล้วพี่อยากเดินกะเผลกทั่วมอรึไงล่ะ

 

เหอะดวงตากลมกรอกมองด้วยความเบื่อหน่าย ยิ่งได้ยินยิ่งรู้สึกคันปากจนอยากจะหลุดปากพูดอะไรหลายอย่างแต่สุดท้ายก็ต้องข่มใจไม่ให้พูดอะไรออกมามากนัก

 

อะไรอีกล่ะ

 

ถึงฉันจะเดินกะเผลกไปทั่วมอ อย่างน้อยมันก็ยังแมนกว่าสิ่งที่เมเนเจอร์ทีมนายทำก็แล้วกันเหอะ !! ”

 

ซึงชอลสะบัดข้อมือออกจากพันธนาการหนาที่รั้งเขาไว้จนสุดแรงก่อนจะเดินออกไปจากโรงยิมโดยไม่แม้แต่จะหันมามองร่างสูงของรุ่นน้องที่ยังคงยืนลูบหน้าตัวเองพร้อมถอนหายใจออกมา ปล่อยให้คิมมินกยูยังคงยืนยกยิ้มมุมปากอยู่ตรงทางเดินออกจากโรงยิมอยู่แบบนั้น เพียงนึกย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนแข่งขัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั่นคงอยู่ในกรอบสายตากลมหวานมาตลอดแน่ๆ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งอยากหัวเราะออกมาให้ดังๆแต่ก็กลัวคนเดินผ่านเข้าใจว่ามินกยูกำลังเป็นบ้าเสียสติหลังแข่งชนะแน่ๆ

 

 

 

... ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะว่าที่ชเวซึงชอลโมโหคิมมินกยูคนนี้หนักหนาสาหัสขนาดนี้เป็นเพราะอะไร

 

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

 

ชเวซึงชอลไม่ชอบความพ่ายแพ้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเรื่องกีฬา การเรียน หรือแม้กระทั่งความรัก ...

 

 

บานประตูห้องชมรมเทควันโดถูกปิดเสียงดังโดยฝีมือของกัปตันทีมบาสคณะวิศวะฯตัวเล็ก ในเวลานี้ ภายในห้องชมรมขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่กินพื้นที่ตึกไปประมาณสองห้องชมรม ไม่มีวี่แววว่าจะมีใครเข้ามาในห้องนี้เลย มีเพียงแค่ชเวซึงชอลยืนอยู่กลางห้องซ้อมเท่านั้น แต่ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่เพราะก็เข้าใจอยู่ว่าทุกคนในชมรมเคยพูดเอาไว้นานแล้วว่าอยากดูการแข่งขันบาสนัดของคณะวิศวะฯกับวิทย์ฯกีฬากันใจจะขาด สมาชิกในชมรมอาจจะแห่กันไปดูการแข่งขันแล้วยังไม่กลับก็เป็นได้

 

เห็นแบบนี้ ซึงชอลเองไม่ได้เพียงแค่เป็นนักกีฬาบาสเกตบอลของคณะวิศวะฯเท่านั้น แต่ยังเป็นสมาชิกชมรมเทควันโดของมหาวิทยาลัยอีกด้วย บางครั้งก็เคยคิดสงสัยตัวเองอยู่เหมือนกันว่าทำไมตัวเขาถึงไม่สอบเป็นครูพละเสียให้รู้แล้วรู้รอด และการที่เขาเข้าชมรมในวันนี้ ก็ไม่ได้จะมาซ้อมแต่อย่างไร แต่ซึงชอลเข้ามาเพื่อที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะเขาไม่ได้แวะเปลี่ยนที่โรงยิมที่ใช้แข่งขันต่างหาก

 

 

 

เห้ยมึงว่าไอ่เด็กตัวสูงนั่นแม่งบล็อกบอลเก่งมะ

 

หมายถึงมินกยูเหรอพี่ ผมว่าใช้ได้เลยนะ ใช้ส่วนสูงเป็นประโยชน์สัดๆอะ

 

แต่ว่าพี่ซึงชอลก็เล่นเก่งไม่เบาเลยนะ ขนาดว่าฟอร์มแอบตกหน่อยๆก็เถอะ

 

บทสนทนาของสมาชิกในชมรมดังขึ้นภายในห้องในขณะที่คนแอบฟังยังคงอยู่ในห้องเปลี่ยนชุดของชมรม จากที่ฟังดูแล้วสามคนนี้คงจะเป็นสามในกลุ่มคนที่เข้าไปดูการแข่งขันเมื่อสักครูนี้มาแน่นอน เพราะจากที่ฟังรูปประโยคแล้วนั้น ดูมีความอินกับการแข่งขันเหมือนเป็นผู้ชมจริงๆ แต่ก็นะ พอได้ยินว่ามีคนชมเด็กตัวสูงนั่นก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง

 

 

ปังง !

 

 

อ้าวพี่ซึงชอล ! อีซอกมิน หนึ่งในสามคนที่เพิ่งวิจารณ์การแข่งขันไปถึงกับหันมามองทันทีที่ได้ยินเสียงบานประตูห้องเปลี่ยนชุดดังขึ้นมาด้วยความตกใจ ตามมาด้วยอีกสองคนภายในห้องซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ควอนซูนยอง และ มุนจุนฮวี ทั้งสามคนดูตกใจไม่น้อยที่เห็นคนเป็นรุ่นพี่ที่เพิ่งพาดพิงไปเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนชุดในสภาพที่ดูเหนื่อยๆ แต่ที่สังเกตเห็นชัดเจนที่สุดก็คงเป็นท่าเดินที่ผิดปกติเนื่องจากข้อเท้าด้านขวาที่บาดเจ็บเหมือนจะบวมขึ้นจากก่อนหน้านี้

 

อ่าวพี่ เข้าชมรมมาตอนไหนอ่ะ

 

เมื่อกี้ก่อนหน้าพวกมึงเข้ามาประมาณสิบนาที

 

เห้ยพี่อย่าเสียใจนะเว่ย พี่เล่นเต็มที่แล้วจริงๆจุนฮวีเดินเข้าไปปลอบเมื่อเห็นว่าแววตาของรุ่นพี่ที่เขานับถือดูจะเสียใจกับความพ่ายแพ้เพียงสองคะแนนจริงๆ ซึ่งซึงชอลก็ตอบรับแค่เพียงพยักหน้าเบาๆรับรู้ในความห่วงใยของพวกน้องๆในชมรม เอาเข้าจริงตอนนี้เขาก็อารมณ์เย็นลงบ้างแล้วเลยไม่รู้สึกเคืองใจอีกแม้จะมีเล็กๆน้อยๆตามประสาคนแพ้มาหมาดๆก็ตามที

 

แล้วพี่ไม่พันข้อเท้าเหรอ เดี๋ยวมันบวมหนักเดินลำบากนะพี่ซอกมินเอ่ยถามพลางชี้ไปที่ข้อเท้าข้างขวาที่เริ่มบวมหนักขึ้นจนคล้ายลูกมะนาว แต่คนบาดเจ็บก็ส่ายหน้าตอบกลับไป

 

ไม่อ่ะ กูพันไม่เป็น พวกมึงก็รู้นี่ว่ากูไม่ชอบเรื่องจุกจิกแบบนี้

 

เห้ยพี่แต่ซอกมินมันเรียน--

 

เออกูรู้ว่าเรียนวิทย์กีฯมา แต่กูจะไม่พันโอเคไหม กูไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่นี้เอง

 

ไม่ได้ว่ะพี่ รอบนี้พวกผมขอขัดใจพี่เหอะ !

 

ไม่ว่าเปล่า ซูนยองรีบดึงข้อมือขาวให้รุ่นพี่ร่างเล็กให้หย่อนตัวนั่งลงกับพื้นโฟมภายในห้อง ก่อนจะพยักเพยิดหน้าไปทางรุ่นน้องที่เขาเพิ่งเอ่ยอ้างว่าเรียนวิทยาศาสตร์การกีฬาเป็นสัญญาณให้มาจัดการเรื่องอาการบาดเจ็บ ซึ่งซอกมินรีบเดินไปที่ตู้เย็นที่ตั้งอยู่มุมห้องชมรมก่อนหยิบโคลด์แพคออกมาแล้ววิ่งมาจัดการปฐมพยาบาลข้อเท้าให้ซึงชอลทันที แม้ว่าเขาจะมองว่าเรื่องการปฐมพยาบาลเป็นเรื่องจุกจิกน่ารำคาญ แต่อย่างน้อยมันก็พอช่วยบรรเทาความปวดลงไปบ้าง แน่นอนว่าซึงชอลรู้สึกปวดและเจ็บที่ข้อเท้ามากจนอยากทรุดตัวลงนั่งตั้งแต่หน้ายิมแล้ว แต่ด้วยอารมณ์ที่ฉุนจัดจึงทำให้ทิฐิค้ำคอ ตั้งหน้าตั้งตาเดินมาถึงห้องชมรมและกว่าจะได้หย่อนตัวนั่ง เหมือนปลดแอกความเหนื่อยและความเจ็บปวดให้รู้สึกในเวลาเดียวกัน

 

ไม่นาน จากข้อเท้าที่บวมและช้ำจนยากจะสวมรองเท้าเดินได้ก็ถูกปฐมพยาบาลด้วยการพันผ้ายืดอย่างถูกหลักการปฐมพยาบาล นึกขอบคุณในน้ำใจของรุ่นน้องในชมรมที่คอยให้กำลังใจอยู่ตลอด แม้ว่าบางครั้งเขามักจะด่าและโวยวายขึ้นเสียงใส่รุ่นน้องทั้งสามคนเวลาที่ซ้อมแล้วทำผิดพลาด แต่ดูเหมือนว่าทั้งสามคนนี้กลับไม่มีท่าทีว่าจะโกรธในการกระทำของเขาเลยสักนิด แถมยังปฐมพยาบาลให้เป็นอย่างดีอีก

 

 

... ไว้ค่อยสั่งให้ซ้อมน้อยลงก็แล้วกัน

 

 

ขอบใจนะเว่ย

 

ไม่เป็นไรพี่ เรื่องแค่นี้เอง

 

พี่อาจจะพันผ้าไม่เป็น เดี๋ยวผมสอนพี่เผื่อว่าตกดึกพี่จะต้องจัดการกับมันเองพอได้ยินซอกมินเอ่ยถึงการปฐมพยาบาลตอนกลางคืน ซึงชอลก็นึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นได้ทันที น้ำลายของเขาเริ่มหนืดอยู่ในคอขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ไม่ใช่ว่าเขาทำไม่เป็นแล้วไม่มีคนช่วยหรอกนะ

 

 

... แต่เพราะคนช่วยนี่แหละที่ร้ายกาจจนชักกลัวอยู่ลึกๆ

 

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก ...

 

 

 

อยู่ๆเสียงเคาะประตูห้องชมรมดังขึ้นมาท่ามกลางเสียงพูดคุยกันของบุคคลทั้งสี่คน จนทำให้ทุกคนที่กำลังคุยกันอยู่ต้องหยุดแล้วหันไปมองบานประตูห้องที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีคนเปิดเข้ามา แสดงว่าคนที่เคาะประตูไม่ใช่พวกสมาชิกในชมรมอย่างแน่นอน พอเห็นว่าเป็นแบบนั้นจุนฮวีจึงอาสาลุกขึ้นไปเปิดประตูห้องดูแขกที่มาเยือนห้องชมรมเอง ทันทีที่บานประตูห้องชมรมถูกเปิดออกโดยรุ่นน้องร่างโปร่ง ก็ผมเด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักที่คับคล้ายคับคลาว่าจะเคยเห็นจากที่ไหนสักที แต่จุนฮวีเองก็จำไม่ได้

 

 

 

มาพบใครครับ ?

 

มาพบพี่ซึงชอลครับเสียงใสที่เอ่ยดังขึ้นมาทำเอาเจ้าของชื่อที่นั่งอยู่ถึงกับต้องชะเง้อมองแขกที่ต้องการพบเขา และเมื่อนัยน์ตากลมเหลือบเห็นใบหน้าและรูปร่างของแขกว่าเป็นคนคุ้นหูคุ้นตา ความอารมณ์ดีของเขาก็ลดลงฮวบทันที ร่างขาวยันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินกะเผลกไปที่ประตูห้องชมรมด้วยใบหน้านิ่งสนิทราวกับเป็นคนละคนกับเมื่อสักครู่

 

 

ก็จะไม่ให้หงุดหงิดได้ยังไง ในเมื่อเด็กคนนั้นก็คือ อีชานฮา เมเนเจอร์ทีมบาสของคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาคนนั้นที่เขาหมายถึงน่ะ !

 

 

มีอะไร ชานฮา

 

อ้ะ พี่ซึงชอลครับ ! คือว่าพี่มินกยูฝากให้ผมเอามาให้น่ะครับร่างเล็กยื่นม้วนผ้ายืดที่เหมือนกับผืนที่เขากำลังใช้พันข้อเท้าอยู่ กับถุงน้ำแข็งที่ดูเหมือนจะละลายไปเกือบหมดจนจะเป็นน้ำเปล่าแล้วมาให้เขาที่ยืนกอดอกอยู่

 

แปลกนะ ทำไมมินกยูถึงให้นายเอาของพวกนี้มาให้ฉัน ทำไมนายไม่ใช้เอง

 

อ๋า คืองี้อ่ะพี่ ... คือผมใช้มาก่อนแล้ว เลยเอามาแบ่งให้พี่ใช้ไงฟังยังไงร้อยทั้งร้อยก็รู้เลยว่าเด็กคนนี้ไม่ได้มาเล่นๆธรรมดา ถึงขนาดที่ควอนซูนยองต้องเดินมาจ้องหน้าด้วยนัยน์ตาคมดุเพื่อปรามปากของรุ่นน้องที่คิดปีนเกลียวใส่รุ่นพี่ของเขา

 

เหอะ ถึงว่าล่ะนะ คนมันจะสำออยมันก็สำออยจริงๆ บอกว่าเจ็บข้อเท้าแต่ก็ยังเสนอหน้ามาหาฉันถึงที่ ต้องนับถือความหน้าหนา เอ้อไม่ใช่สิ่ ความมีน้ำใจของนายจริงๆนะชานฮา

 

แต่พี่ก็ต้องเข้าใจนะครับว่าเรื่องแบบนี้ใครดีใครได้นะพี่

 

ของแบบนี้มันก็ต้องรู้เหมือนกันว่าอะไรมัน เรียล อะไรมัน เฟค

 

โธ่พี่ พี่ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลย พี่ไม่รู้ตัวเหรอว่าพี่อ่ะ เป็นที่สอง แล้วนะ พี่ แพ้ แล้วนะรู้ไหม คิ

 

ยิ่งเด็กตรงหน้าทำหน้าทำตาไม่เหมือนกับตอนที่มีเด็กหนุ่มตัวสูงอยู่ข้างๆ ถ้าไม่ติดว่าข้อเท้าบวมอยู่ล่ะก็นะ ชเวซึงชอลจะขอใช้เทควันโดสายดำดั้งสี่เตะสลบแล้วด้วยซ้ำ ความจริงแล้วซึงชอลไม่ค่อยชอบเด็กที่ชื่อชานฮาคนนี้เสียเท่าไหร่ เพราะเขาว่ากันว่าผีเห็นผีมักจะรู้ตัวตนของอีกฝ่ายดี และวันนี้ก็เห็นเรื่องงามหน้าจนได้เมื่ออยู่ๆเด็กตรงหน้าเกิดแสร้งข้อเท้าพลิกขึ้นมา แล้วดันมาออดอ้อนเซนเตอร์ของทีมอย่างมินกยูให้ช่วยแบกไปนั่งที่เก้าอี้ข้างสนาม แน่นอนว่าต่อให้สายตาซึงชอลสั้นห้าร้อยหรือจะมากกว่านั้นก็เถอะ แต่เขาก็มองเห็นสายตาเยาะเย้ยที่ส่มาจากร่างเล็กตรงหน้าอยู่ไกลๆ

 

แล้วทำไมต้องมาหงุดหงิด ทั้งๆที่คิมมินกยูกับเขาก็อยู่คนละคณะ แข่งบาสก็อยู่คนทีม แถมเมื่อสักครู่ยังทะเลาะกันอีกอย่างนั้นเหรอ ?

 

 

 

... ถึงในสนามพวกเขาจะเป็นศัตรูกัน แต่นอกสนามน่ะ คิมมินกยูเป็นที่หนึ่งของชเวซึงชอลเลยนะ !

 

 

 

ฉันว่าฉันไม่แพ้นะ คนที่แพ้น่าจะเป็นนายมากกว่าร่างขาวยกยิ้มร้ายกาจ ไม่มีวี่แววว่าจะโมโหเดือดร้อนอะไร ทั้งๆที่ชานฮาเองก็รู้ดีว่ารุ่นพี่คนตรงหน้าเป็นคนหัวร้อนง่าย ยั่วนิดยั่วหน่อยก็ระเบิดของขึ้นสบายมาก แต่รอบนี้กลับไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ ยิ่งทำให้คนตัวเล็กกว่าถึงกับสงสัย

 

“ … ”

           

            “ เป็นเมเนเจอร์แค่เดือนกว่าๆแล้วยังไงล่ะ ริอาจเหิมเกริมเหรอ ? โธ่เด็กน้อยที่น่าสงสาร หรือจะเรียกว่าสมเพชดีล่ะหืม

 

           

“ … ”

 

เชื่อเถอะว่านายน่ะแพ้ตั้งแต่เริ่มคิดจะชนะแล้วล่ะ

 

“ … ”

 

ทำไมน่ะเหรอ ? เพราะมินกยูคงไม่สมองกลวงขนาดว่าจะหลงกลกิ๊กก๊อกของนายได้หรอก เชื่อสิ่ มินกยูฉลาดกว่าที่นายคิด

 

“ … ”

 

เผลอๆสิ่งที่เด็กนั่นทำให้นายอาจจะเป็นแค่การสงเคราะห์กาฝากที่ชอบแย่งของๆชาวบ้านก็ได้นะ

 

ได้ยินเพียงเท่านั้น ร่างเล็กของคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นกาฝากไร้ญาติก็ทนไม่ไหวต่อกรกับคำพูดเจ็บแสบไม่ออกจึงรีบหันหลังเดินออกไปจากชมรมเทควันโดทันที ทิ้งให้สมาชิกรุ่นน้องอีกสามคนถึงกับยืนเหวอในลีลาวาทะที่รุ่นพี่ที่พวกเขาทั้งเคารพและกลัวสาดใส่เด็กคนนั้น

 

พี่แม่งโคตรเด็ดว่ะ

 

เด็ดห่าไร นี่เบาๆซึงชอลยักไหล่ไม่ใส่ใจ แต่ลึกๆแล้วเขาแอบภูมิใจและสะใจไม่น้อยที่ใจเย็นไม่หัวร้อนให้ตัวเองดูเป็นไอ่ขี้แพ้แถมยังได้ตอกหน้าเด็กสำออยอย่างจังอีก

 

เออแล้วพี่กับมินกยูญาติดีกันแล้วเหรอ ผมนึกว่าพี่เกลียดมันซะอีก

 

ซอกมินเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัยเพราะเห็นในการแข่งขันสองคนนี้ดูจะไม่ลงรอยกันบ่อยๆจนคิดว่าน่าจะไม่กินเส้นกันจริงๆ ถ้าเป็นแบบนั้นก็ค่อนข้างลำบากใจเพราะมินกยูก็เพื่อนเขา ส่วนซึงชอลก็รุ่นพี่ที่เขาเคารพรัก และร่างขาวก็ทำได้แค่ยกยิ้มจางๆไม่ขยายความอะไรไปมากกว่านี้

 

 

เพราะเขาอยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้นี่แหละ

 

 

 

เรื่องมันซับซ้อนว่ะ

 

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

 

ไงตัวแสบ

 

 

ทันทีที่บานประตูห้องพักหมายเลข 808 เปิดออกโดยเจ้าของห้อง นัยน์ตาคมมองเห็นร่างขาวของเพื่อนร่วมห้องกำลังนั่งกินขนมถุงดูโทรทัศน์อย่างสบายใจอยู่ปลายเตียงนอนขนาดใหญ่ ไม่ได้สนใจร่างสูงหนาเจ้าของเสียงทุ้มที่เอ่ยทักขึ้นมาตั้งแต่บานประตูห้องพักเปิดออกเลยสักนิด มินกยูเดินเข้ามาในห้องพร้อมปิดประตูห้องและล็อกมันให้สนิท และนั่นถึงจะทำให้ซึงชอลปรายตามามอง แต่ก็แค่ไม่ถึงสามวินาทีเพราะหลังจากนั้นคนตัวเล็กก็หันไปสนใจภาพยนตร์ในจอโทรทัศน์เหมือนเดิม

 

“ … ”

 

ใครพันผ้าให้พี่ ?มินกยูหย่อนตัวนั่งตรงปลายเท้าคนตัวเล็กโดยที่ไม่เกรงกลัวว่าอีกฝ่ายจะเล่นตุกติกลั่นเท้าเตะหน้าเลยสักนิด ซ้ำยังค่อยๆประคองข้อเท้าเล็กเพื่อตรวจดูอาการว่าบรรเทาลงบ้างหรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่าเพราะได้รับการปฐมพยาบาลที่ดีเลยทำให้ข้อเท้าอักเสบไม่มากนัก

 

ยุ่งอะไรด้วย

 

คงเป็นซอกมินสิ่นะที่ทำให้ เหอะ .. ทีผมจะทำให้ พี่แม่งก็ไม่ยอมให้ทำ

 

แล้วไงอ่ะ ? ฉันจะให้ใครทำแล้วทำไม ?

 

มันควรเป็นผมที่ต้องโกรธมากกว่าไหมที่คนปฐมพยาบาลให้พี่เป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ผมน่ะ ! ”

 

ฉันต้องหากที่ควรโกรธ !! ถามหน่อย ใครมันจะไปโง่ใช้ของเหลือวะ ! คิดว่ามันน่าภูมิใจนักเหรอที่ต้องมารอของเหลือใช้จากคนที่ไม่ชอบขี้หน้าน่ะ ! ”

 

หมายถึงอะไร ?

 

อย่าคิดนะว่าจะทำซื่อไม่รู้เรื่องแล้วฉันจะยอมปล่อยผ่านไปน่ะ

 

ถ้าพี่หมายถึงไอ่ถุงน้ำแข็งกับผ้ายืดที่ชานฮาเอาไปให้พี่ นั่นไม่ใช่ของผม บอกไว้ก่อนเลย

 

แล้วนายรู้ได้ไงว่าฉันจะพูดเรื่องไหน ? ”

 

เออผมรู้ก็แล้วกัน พี่แม่งไม่ต้องถามหรอก

 

“ … ” แม้จะได้ยินคำแก้ตัวจากปากคนเป็นรูมเมท แต่ซึงชอลยังคงหน้ามุ่ยใส่มินกยูจนคนตัวสูงกว่าต้องลอบถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ถึงจะหัวร้อนแค่ไหน แต่กับคนๆนี้เขาก็ต้องใจเย็นใช้น้ำแข็งลูบให้เย็นลงอยู่ดี

 

... เป็นอะไรอีกล่ะ

 

ไม่ได้เป็นอะไร สบายดี ตอนนี้สบายดีแล้วร่างเล็กยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ นัยน์ตากลมเหลือบมองรุ่นน้องตัวสูงที่เนียนมานั่งข้างๆก่อนจะหยิบหมองอิงมากอดเอาไว้แต่ก็ยังไม่คิดจะปล่อยถุงขนมในมือ

 

ก็ได้ฉะเมเนเจอร์ทีมผมแล้วนี่มินกยูเอ่ยโดยที่ไม่ได้มองใบหน้าน่ารักของคนข้างกาย ซ้ำร้ายยังโน้มใบหน้าหล่อไปงับขนมชิ้นที่อยู่ในมือของอีกฝ่ายมากินอีกต่างหาก เห็นแบบนั้นซึงชอลก็รีบยกมือฟาดเข้าที่ต้นแขนแรงๆหนึ่งที

 

เมเนเจอร์ทีมนายนี่ขี้ฟ้องจังนะ นิดๆหน่อยๆก็ไปฟ้องนายแล้ว เด็กนั่นมาฟ้องว่าไงล่ะ ว่าฉันเป็นคนเลวที่ด่าคนไม่มีทางสู้อีกไหม หรือว่าบีบน้ำตาเรียกร้องความสงสารอีกล่ะ

 

โธ่พี่ซึงชอล ผมก็บอกแล้วไงว่าผมไม่ได้คิดอะไรกับชานฮาจริงๆนะ

 

นายไม่คิดแต่เด็กมันคิด ! นัยน์ตากลมตวัดมองใบหน้าหล่อเข้มของรุ่นน้องผู้เป็นรูมเมทด้วยกันอย่างขุ่นเคือง

 

ความเป็นรูมเมทกันมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยที่ซึงชอลเข้ามาเช่าห้องพักในอพาร์ตเม้นต์นี้ก่อน ด้วยความที่ราคาค่าเช่ามันค่อนข้างแพง แต่แลกความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิตไม่ว่าจะเป็น ใกล้มหาวิทยาลัย ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน หรือแม้กระทั่งใกล้โรงพยาบาล ซึงชอลเลยยอมทนเช่าห้องพักที่ก็ไม่ได้กว้างแต่ก็ไม่ได้แคบต่อไป จนนานๆเข้ารู้สึกสู้ราคาไม่ไหวเพราะค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนของเขามันก็มากจนแทบจะต้องซดรามยอนกินทุกวัน จึงทำให้เขาประกาศหาคนแชร์ค่าห้องเพื่อแบ่งเบาภาระทางการเงินบ้าง และไม่ถึงสามวันหลังประกาศไปก็มีคนมาช่วยแชร์ค่าห้องซึ่งก็คือ เด็กผิวเข้มตัวสูงที่ชื่อคิมมินกยู นี่แหละ

 

 

จนตอนนี้เกือบหกเดือนแล้วที่พวกเขาแชร์ห้องร่วมกันและมีสถานะเป็นรูมเมทกันและกัน ...

 

ก็แค่รูมเมท ...

 

 

 

แต่รูมเมทบ้าอะไรมาหงุดหงิดหึงหวงกันแบบนี้วะ ?!

 

 

 

ก็ปล่อยให้คิดไปคนเดียวดิ่ ผมไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย แล้วพี่จะหงุดหงิดทำไม ทีพี่ยังให้ซอกมินมันทำแผลให้ล่ะ พี่ก็รู้ว่ามันคิดอะไรอยู่ เคสนั้นผมควรหงุดหงิดกว่าไหม ?! ”

 

ซอกมินมันเป็นน้องในชมรมเว้ย !

 

ชานฮามันก็เป็นเมเนเจอร์ทีมผมเหมือนกันไง !

 

ยิ่งต่างฝ่ายต่างขึ้นเสียงใส่กัน ก็เหมือนเอาของร้อนมาปะทะกัน ดีแต่จะทำให้หงุดหงิดมากกว่าเดิม ซึงชอลที่ไม่อยากจะอารมณ์เสียมากไปกว่านี้จึงเป็นฝ่ายยอมลุกขึ้นเพื่อเดินหนีไปสงบสติอารมณ์ที่เริ่มเดือดมากขึ้นเอง แต่ทว่าเขากลับไม่มีสิทธิ์ได้ทำแบบนั้น เพราะมินกยูที่ถอนหายใจออกมากลับเอื้อมมือหนาไปรั้งข้อมือขาวเอาไว้พร้อมดึงให้ร่างเล็กลงมานั่งบนตักแกร่งแทนที่เขาจะต้องกะเผลกเดินออกไปยืนสงบสติอารมณ์ข้างนอกห้อง ท่อนแขนแข็งแรงโอบกอดรอบเอวของรูมเมทรุ่นพี่พร้อมเกยคางลงบนไหล่ลาดนั้น แม้ว่าซึงชอลจะเป็นคนแข็งแรงที่มีพละกำลังมากพอประกอบกับอารมณ์กรุ่นของตัวเองที่สามารถผละออกจากอีกคนได้ แต่พอเจอโหมดละมุนของรูมเมทตัวสูง จู่ๆเขาก็นึกอยากเป็นคนไร้แรงขึ้นมาทันที จนลืมอารมณ์โมโหของตัวเองไปสนิท

 

ถามจริงเถอะ

 

ครับ ?

 

ทำไมเราต้องเป็นแบบนี้กันด้วย ?

 

แบบไหนอ่ะพี่ ?

 

แบบนี้ไง แบบที่มาทะเลาะกันทั้งๆที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน

 

นัยน์ตากลมมองใบหน้าคมคายของคนตัวสูงที่เพิ่งผละใบหน้าออกจากบ่าของเขาด้วยแววตาสับสน เขาไม่เข้าใจจริงๆว่าที่ทำลงไปเขาทำไปทำไม ในเมื่อต่างคนต่างไม่ได้เป็นอะไรกันไปมากกว่ารูมเมท แต่ทำไมเขาต้องมาหงุดหงิดหัวเสียกับเรื่องแบบนี้ด้วย หรือเพียงเพราะคืนนั้นที่เขาเผลอใจไปเพียงครั้งเดียว เลยทำให้ความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นมาในจิตใจที่แข็งแกร่งของเขา จากที่ไม่เคยสนใจใคร วันๆเอาแต่เล่นกีฬาและเรียน เขากลับกลายเป็นคนที่คอยมองหาร่างสูงทุกครั้งเวลาอยู่นอกหอพัก เฝ้ารอที่จะได้เจอกันในสนามแข่ง หรือแม้กระทั่งมักจะอยากทำอะไรที่ดูเป็นพิเศษกว่าคนอื่นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก อยากชนะทุกอย่างเพื่อที่ให้อีกคนสนใจมากกว่าเมื่อก่อน

 

 

มันไม่ใช่เพราะซึงชอลชอบการเอาชนะเพียงอย่างเดียว

แต่ชเวซึงชอลอยากเป็นที่หนึ่งสำหรับคิมมินกยูในทุกๆเรื่อง .. นี่คือประเด็นสำคัญ

 

 

 

ชเวซึงชอลคนใจแข็งพลาดท่าตกหลุมรักคิมมินกยูไปตั้งนานแล้ว ...

 

 

 

พี่คิดแบบนั้นเหรอ ?

 

“ … ”

 

พี่คิดว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกันไปมากกว่ารูมเมทจริงๆเหรอ นัยน์ตาคมจ้องมองใบหน้าน่ารักที่ยังคงมองมาด้วยแววตาลังเลอย่างแน่วแน่ แววตาของมินกยูไม่มีท่าทีว่าจะล้อเล่นกับคำพูดเลยสักนิด และนั่นก็ทำให้ซึงชอลไม่กล้าตอบอะไรออกไป ทำได้แค่หลบสายตาจริงจังตรงหน้าเท่านั้น เขาชักหงุดหงิดก้อนเนื้อภายในอกที่เต้นอย่างรุนแรงราวกับจะแสดงให้อีกฝ่ายรู้ความในใจจนแทบอยากควักทิ้งเสียรู้แล้วรู้รอด

 

“ … หมายความว่าไง

 

ผมนึกว่าคืนนั้นจะทำให้พี่จะคิดแบบเดียวกับผมเสียอีก

 

“ … ”

 

มันคงไม่ชัดเจนสิ่นะ มินกยูแค้นเสียงหัวเราะออกมา เขารู้ดีว่าสถานะของเขาและซึงชอลค่อนข้างซับซ้อนจนไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะต้องทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากไปทำไม แต่มินกยูกลับคิดว่าเรื่องในคืนนั้นมันก็พอจะบอกอะไรหลายอย่างได้ชัดเจนอยู่ไม่น้อย เพียงแต่ว่าการกระทำต่อให้ทำไปด้วยความรู้สึกอย่างไรก็ยังไม่ชัดเจนเท่าคำพูดอยู่ดี ยิ่งกับคนที่ชอบความชัดเจนอย่างร่างขาวตรงหน้าแล้ว การกระทำอย่างเดียวมันคงไม่พอ

 

 

แต่ถึงยังไง คิมมินกยูก็ไม่คิดจะมองใครนอกจากชเวซึงชอลอยู่แล้ว ..

 

 

ไม่รู้สิ่

 

ผมเคยบอกพี่ไปแล้วไม่ใช่รึไง ว่าพี่น่ะ ... ไม่ต้องชนะทุกๆเรื่องหรอก

 

แล้วฉันควรเชื่อแบบนั้นเหรอ ?

 

ผมคิดว่าเรื่องคืนนั้นมันน่าจะชัดเจนพอที่จะบอกให้พี่เชื่อแล้วนะ

 

รอยยิ้มหล่อยกขึ้นประดับริมฝีปาก มินกยูยังคงมองใบหน้าน่ารักของรุ่นพี่ที่มีสถานะมากกว่ารูมเมทกันอย่างอ่อนโยน ฝ่ามือหนายกขึ้นประคองพวงแก้มเนียนให้เจ้าของหันหน้ามา แต่ดูท่าทางว่าคนในอ้อมกอดจะขัดขืน และนั่นก็ยิ่งทำให้ความอดทนอดกลั้นของมินกยูแทบจะพังครืนเมื่อได้ยินเสียงครางเบาๆจากคนน่ารัก เขาพยายามมาตลอดที่จะใจแข็งทนต่อความน่ารักของซึงชอลที่เจ้าตัวไม่เคยรู้เลยว่าแสดงท่าทีออกมาโดยไม่รู้ตัว รวมถึงความหึงหวงเขากับเมเนเจอร์ทีมบาสด้วยนั่นล่ะ

 

 

... พวกเขาเลยสถานะความเป็นรูมเมทกันและกันไปนานแล้ว เพียงแต่มันยังไม่ชัดเจนก็เท่านั้น

 

 

ฮื่อ ..

 

แล้วก็เลิกหวงผมกับคนอื่นได้แล้วนะ เพราะผมก็จะเลิกหวงพี่กับคนอื่นเหมือนกัน เพียงได้ยินแบบนั้น ใบหน้าน่ารักก็ถอดสีหน้าลงอย่างชัดเจนราวกับว่าถูกตบหน้าเข้าฉาดใหญ่ตอนที่กำลังดีใจอยู่อย่างไรอย่างนั้น โอเคมันค่อนข้างจะมึนเบลอเหมือนโดนไม้หน้าสามฟาดหน้า ความไม่ชัดเจนมันยังคงอยู่ และนั่นก็เกือบทำให้หยดน้ำตาที่กลั้นเอาไว้ไหลออกมา ยังดีที่ใจของเขาเข้มแข็งพอ

 

 

 

หมายความว่ายังไงกันแน่ ที่บอกว่าการกระทำมันชัดเจนแต่กลับบอกให้เขาเลิกหึงหวงแบบนี้

 

 

 

“ … ”

 

เพราะแค่นี้พี่ก็ เป็นที่หนึ่งสำหรับผม อยู่แล้ว ไม่ต้องพยายามอะไรอีก

 

“ … ”

 

หยุดชอบผม ให้ผมได้ชอบพี่กลับบ้าง ไม่ต้องห่วง ผมชอบพี่ได้มากกว่าที่พี่แอบชอบผมอีก

 

“ … ”

 

ผมจะเลิกหวงเลิกหึงเพราะผมเชื่อใจพี่ ยังไงพี่ก็คงไม่ทำร้ายหัวใจผมหรอกจริงไหมล่ะ

 

 

 

เพียงเสียงทุ้มเอ่ยออกมา นัยน์ตากลมที่สั่นไหวระริกอย่างอดกลั้นมาตลอดถึงกับปล่อยหยดน้ำตาที่กลั้นเอาไว้ให้ไหลลงมา จากคนเข้มแข็งที่จะไม่ยอมปล่อยน้ำตาต่อหน้าใครก็กลายเป็นคนขี้แยที่ร้องไห้ได้น่ารักน่าชังสำหรับมินกยูเสียแล้ว มือขาวผลักให้คนตัวสูงหงายหลังลมตัวลงไปนอนบนเตียงจนกลายเป็นว่าคนตัวเล็กกว่ากำลังนั่งคร่อมร่างสูงหนาของรุ่นน้องอยู่  ฝ่ามือขาวกำแน่นแล้วทุบลงแผ่นอกกว้างของมินกยูรัวพร้อมกับร้องไห้ออกมา แน่นอนว่ามินกยูไม่รั้งให้คนบนร่างหยุดการกระทำนั้น หากแต่ท่อนแขนแกร่งกลับรวบร่างเล็กให้ล้มตัวลงมานอนอยู่ในอ้อมกอดอุ่นของเขา ซึงชอลซบใบหน้าลงบนแผ่นอกแล้วปล่อยน้ำตาออกมาไม่ขาดสาย

 

 

 

ไหนว่าเป็นคนเข้มแข็งไง ชเวซึงชอลคนหัวร้อนหายไปไหนแล้วนะ หืม ?

 

ฮึกก .. ไอ่เด็กบ้า ...

 

บ้าเพราะพี่หรอก ดูดิ่ ทำตัวน่ารักแบบนี้ไม่บ้าก็ท่อนไม้แล้ว มันเขี้ยวชะมัด ฝ่ามือใหญ่ลูบกลุ่มผมนิ่มสีดำสนิทอย่างแผ่วเบาก่อนจะจรดริมฝีปากลงบนกลางกระหม่อมอย่างอ่อนโยนแล้วโอบกอดร่างขาวที่นอนร้องไห้บนตัวเอาไว้แน่น

 

ไอ่บ้าเอ้ยย .. ฮึก หลอกให้ร้องไห้ ... แล้วจะทำแบบนี้ก็ได้เหรอ

 

พี่ไม่เคยได้ยินเหรอว่ามันมีคนประเภทหนึ่งที่ชอบเห็นคนรักร้องไห้หนักๆแล้วค่อยปลอบอ่ะ นั่นแหละผมเลยพี่ ตอนนี้พี่ร้องไห้ผมก็คอยโอ๋พี่อยู่นี่ไง

 

.. มินกยูคนบ้า

 

ยังไงคืนนี้ก็รับผิดชอบรักษาคนบ้าให้ดีๆเลยนะพี่

 

ฉันเรียนวิศวะ ไม่ได้เรียนหมอ บ้ารึไง

 

ผมรู้หน่าว่าพี่ต้อง รักษาความบ้า ของผมได้ พี่ก็รู้ๆมันอยู่ ร่างด้านใต้ขยิบตาอย่างคนเจ้าเล่ห์ให้เจ้าของใบหน้าน่ารักที่เริ่มมีริ้วแดงระเรื่อประดับบนใบหน้าเมื่อนึกตามประเด็นเรื่องที่เด็กหนุ่มพูดถึง ซึงชอลยกมือทุบลงไหล่กว้างเบาๆอีกครั้งอย่างเขินอาย

 

“ … ”

 

ส่วนเรื่องข้อเท้าพี่ เดี๋ยวคืนนี้ผมจะปฐมพยาบาลให้ดีกว่าที่ไอ่ซอกมินมันทำเลย รับรองว่าพี่จะต้องพอใจกับฝีมือผมมากกว่าเป็นไหนๆ

 

 

 

... ทำให้มันดีๆล่ะ พี่เชื่อใจนายนะ มายนัมเบอร์วันของชเวซึงชอล

 

 

 

 

 

เชื่อเถอะว่าอันดับที่หนึ่งยังไงมันก็สำคัญกว่าอันดับไหนๆอยู่แล้ว

โดยเฉพาะที่หนึ่งในดวงใจน่ะนะ ... J

 

 

 

 

 

 

           

FIN.





- 161029 -


สวัสดีตอนที่ยี่สิบค่ะ

เรามาแต่งฟิคตามโหวตแล้วโน้ะ ในที่สุดคู่มินคุปส์ก็มาแย้วอิสอิส

แต่งไปแต่งมาเรารู้สึกงงๆกับตัวเองมาก รู้สึกว่าเรื่องนี้มันยังไม่สุด 

ยังชัดเจนไม่พอเหมือนตัวละครเลยล่ะค่ะ ฮุกกกก แต่ยังไงก็ลองอ่านหน่อยนะฮึก

เอาเป็นว่าขอขอบคุณที่เสียเวลาเข้ามาอ่านด้วยน้า อย่าลืมคอมเม้นต์ให้กำลังใจกันหน่อยนะฮึก

ติดตามและให้กำลังใจกันได้เสมอ ทั้งทางคอมเม้นต์ แฮชแท็ก(ที่แปะไว้หน้าหลัก) -> #pnn17fic

หรือว่าจะเมนชั่นมาพูดคุยก็ได้นะครัชชช ; w ;


เจอกันตอนถัดไป สวัสดีค่ะ !

(c)              Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #130 nook95b (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 08:35
    เป็นเมทกันหวงกันทำไมหนอ5555555555555
    เพราะคืนนั้นแน่ๆ แต่คืนนั้นมันคืออะไรล่ะ?55555555
    ชอบความไม่ต้องพูดอะไรมาก แต่ก็รู้กัน เอ หรือไม่รู้5555555
    บรรยายน่ารักมากๆเลยค้ะ อยากจับซึงชอลมาตีอ่ะ ทำไมดูงุ้ยๆแบบนี้ หมั่นเขี้ยวเจ้ามิงด้วย ;0;
    เป็นฟิคที่อ่านไปยิ้มไป รู้ตัวอีกทีก็จบแล้วซะงั้น5554444
    แต่งมินคุปส์อีกนะคะคนเก่ง ???
    #130
    0
  2. #54 iceicebabyy. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 14:35
    คืนนั้นมีอะไรกันนะอยากรู้จังเลยค่ะ5555555555555555555555 ฮื่ออออ หมั่นไส้เด็กนั่นเหลือเกินค่ะ อยากตบบบบ;___;
    #54
    0
  3. #53 ลิษา. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 02:46
    เอาจริงคืออ่านจบละต้องการภาคก่อนหน้า ภาคต่อ และอีกมากมายมากค่ะ
    ถ้าแตกหน่อเป็นเรื่องสั้นหลายๆตอนหรือเรื่องยาวไปเลยนี่กรี๊ดล๊าว แรร์มาก ชอบฟีลนี้จุง ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกับแบบไหน เมทกันไม่หึงกันนะยู แงงงงงงง
    #53
    0
  4. #52 Pippy.Kung (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 02:26
    น่ารักกกกก เขียนได้โอเคมากเลยนะคะเราชอบ น่ารักดี พี่กุ๊บกิ๊บน่ากินมากค่ะ (ไม่เกี่ยว) ว่าแต่ช่วยขยายความในหลายๆ ประโยคทีค่ะ คืนนั้นมันคืนไหน เราก็ไม่ได้อะไรปะ แต่ก็ ก็ อยากรู้5555555555555
    #52
    0
  5. #50 panpeachheart (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 21:28
    เขินอีกละ คุณกัปตันทีมมีความแซบ ฉะกะเมเนเจอร์หน้าแหกไปเรยนะคะซิส
    นี่ขนาดเบๆอ่ะ 555555555555555555555 มีความหมั่นไส้น้องมิงนะ
    อะไรคือการแหย่ให้ร้องแล้วก็ปลอบทีหลัง เราอยากโดนปลอบบ้าง!55555555555555555


    จะรอฟิคฮาโลวีนนะคะซิส
    #50
    0
  6. #49 panpeachheart (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 21:27
    เขินอีกละ คุณกัปตันทีมมีความแซบ ฉะกะเมเนเจอร์หน้าแหกไปเรยนะคะซิส
    นี่ขนาดเบๆอ่ะ 555555555555555555555 มีความหมั่นไส้น้องมิงนะ
    อะไรคือการแหย่ให้ร้องแล้วก็ปลอบทีหลัง เราอยากโดนปลอบบ้าง!55555555555555555


    จะรอฟิคฮาโลวีนนะคะซิส
    #49
    0
  7. #48 rminkk (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 20:52
    โอ้ยยยยย เขินนนนน อยากรู้ว่าคืนที่เผลอใจนี่คือยังไงฮือออ ขอภาคต่อได้ไหมคะ5555555
    #48
    0