` F A N F I C R O O M | SEVENTEEN ♡

ตอนที่ 18 : - 18 : almost forgot | soonyoung x jihoon 。

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 305
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    23 ต.ค. 59

ALMOST FORGOT | SOONYOUNG x JIHOON
AU / pg – 17 / drama


 

 

ps.ฟังเพื่อเพิ่มอินเนอร์ความดราม่าขึ้นมานิดนึง ._.

 



 

 

 

... เกือบลืมไปแล้วว่าฉันเคยรักเธอมาก่อน

ไม่อยากจะย้อนเวลาเหล่านั้นให้หวนกลับมา

 

 

 

 

 

เห้ยไอ่ซูน มึงจะไปงานเลี้ยงรุ่นไหมวะ ?

 

 

เพื่อนสนิทคู่ขาแสนอารมณ์ดีอย่าง อีซอกมิน เอ่ยถามร่างหนาไม่ต่างจากเขาที่กำลังนั่งจดจ่อจ้องเกมในโทรศัพท์มือถือจนหน้าแทบฝังกับโทรศัพท์ได้ เพราะตอนนี้เขากำลังจะหาเพื่อนไปงานเลี้ยงรุ่นโรงเรียนสมัยมัธยมที่ประธานรุ่นผู้หมกตัวอยู่กับหนังสือตั้งแต่มัธยมปลายกลับนึกคึกจัดมันขึ้นมา ทั้งๆที่ร้อยวันพันปีไม่เคยมีงานอะไรทำนองนี้เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ แน่นอนว่าอีซอกมินชอบงานสังสรรค์ ใครจัดงานอะไรเขาไปหมดจริงๆ แต่อีกใจก็แอบไม่อยากไปงานนี้เสียเท่าไหร่

 

 

เพราะอีซอกมินคนนี้ไปได้ยินข่าววงในมาว่าประธานรุ่นคงจะต้อนคนในงานมาซื้อประกันอยู่แน่ๆ

 

 

งานมีวันไหนวะ ? ”

 

อาทิตย์หน้าหกโมงเย็น สนใจไหมล่ะ

 

อืม .. ไม่อ่ะ ไม่สนใจ ถามไปงั้นแหละ

 

อ่าวสัด

 

กูมีเวร ไม่ว่างไป มึงก็ไปเองดิ่กูถามเฉยๆเอง

 

เอ้าไอ่นี่ ไอ่เราก็นึกว่าจะไปเป็นเพื่อนกันสักหน่อย ซอกมินจิ๊ปากอย่างหงุดหงิด ครั้นจะไปงานคนเดียวก็กลัวว่าจะเมากลับบ้านไม่ได้ ก็เลยหวังไว้อยู่หน่อยๆว่าเพื่อนคนดีโนแอลกอฮอล์ของเขาจะยอมหยวนๆไปด้วยกันสักงานถึงความจริงจะรู้ว่าเจ้าเพื่อนคนนี้ไม่ว่างไปด้วยก็เถอะ

 

 

นั่นแหละ ... เหตุผลที่จะเอา ควอนซูนยอง ไปเป็นเพื่อนก็เพราะจะให้มันมาเป็นสารถีนี่แหละ

 

 

ไอ่สัด อย่าคิดว่ากูไม่รู้ว่ามึงจะให้กูไปเป็นเบ๊คอยไปรับไปส่งมึง ซูนยองตวัดตามองเพื่อนรักที่ยกยิ้มแป้นก่อนจะก้มหน้าเล่นเกมในมือถือต่อไม่ใส่ใจกับคำขอของเพื่อนสนิท ท่อนขาเรียวยาวยกขึ้นพาดบนโต๊ะทำงานที่มีกองเอกสารกระจัดกระจายอยู่หวังบรรเทาความเมื่อยจากการที่หย่อนขาเดินมาตลอดวัน

 

น่ะ ในเมื่อมึงรู้ทันแล้วมึงก็ไปกับกูดิ่ว้า

 

แต่ใครๆก็รู้ดีว่าอีซอกมินเป็นมนุษย์ขี้ตื๊อที่ตื๊อจนน่ารำคาญ และครั้งนี้ก็เช่นกัน ต้องบอกเลยว่าควอนซูนยองรำคาญความตื๊อของอีซอกมินมาตั้งแต่มอปลายแล้ว ร่างใหญ่เดินมาเขย่าแขนไปมาทั้งๆที่รู้ว่าเขากำลังเล่นเกมอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่แท้ๆ ซูนยองที่โดนตื๊อถึงกับคิ้วขมวดลงฉับ ใบหน้าเริ่มหงิกงอใส่เพื่อนรักที่เริ่มรังควานตอนเขาเล่นเกมแล้วในนาทีนี้

 

ไอ่สัดปล่อยก่อนดิ้ กูจะเล่นเกมแพ้แล้วเนี่ยๆๆๆ

 

มึงก็ตอบตกลงก่อนเด้

 

โว้ยยย กูจะตายแล้วเนี่ยมึงหยุดเขย่าแขนกูก่อนได้ไหมวะ !

 

ก็ตอบตกลงก่อนดิ่วะมันจะยากอะไรตรงไหน!!

 

เออ!!! ไปก็ไปโว้ย ปล่อยมือออกจากแขนกูเดี๋ยวนี้ ไอ่เหี้ยซอกมินซูนยองถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมเอ่ยออกมาเสียงดังเพื่อตัดรำคาญและเขาจะได้เล่นเกมอย่างปกติสุขสักที ซอกมินที่ได้ยินคำตอบรับถึงกับแสดงความดีใจออกมาชัดเจนมาก ผละมือออกจากท่อนแขนของเพื่อนสนิท

 

แต่กลับไปกระโดดโอบรอบคอเพื่อนตาตี่ที่กำลังเล่นเกมเป็นบ้าเป็นหลังแทน และนั่นก็ทำให้ ...

 

 

 

โว้ยยยยยยยยยยยยย ไอ่เหี้ยซอกมิน กูแพ้เกมเพราะมึงเลยเนี่ย เลว !!!!! ”

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

มึงแน่ใจนะว่ามาถูกงานจริงๆ ?

 

เออ ถูกแล้วดิ่ ก็ที่อยู่ตามที่บอกในกรุ๊ปมันก็ที่นี่ไม่ใช่เหรอวะ

 

กูนึกว่าคืนสู่เหย้าพวกป้าๆซะอีก

 

ซูนยองกรอกตาไปมาก่อนจะกวาดสายตามองบรรยากาศงานที่ดูน่ารักเกือบจะเฉิ่มเอาใจสาวๆซึ่งถูกจัดขึ้นในร้านอาหารกลางสวน ลูกโป่งสีสันสดใสถูกร้อยเชือกแขวนเอาไว้ตามกิ่งไม้สูง ไฟประดับตกแต่งหลากสีร้อยเรียงบนพุ่มไม้ขนาดความสูงเท่าเอว โต๊ะสังสรรค์ถูกจัดเอาไว้หลายโต๊ะกลางสนามหญ้าที่ถูกล้อมรอบด้วยพุ่มไม้ไฟประดับ เรียกได้ว่าใครอยู่กลุ่มไหนไปแจมกับกลุ่มของตัวเองได้เลย แน่นอนว่างานนี้มีแอลกอฮอล์และมีคาราโอเกะกลางสนามอีกต่างหาก ซูนยองคิดไว้ในใจแล้วว่าคืนนี้เป็นไปได้ยากที่อีซอกมินจะออกจากงานก่อนสี่ทุ่มอย่างที่เจ้าตัวบอกจริงๆ


ในตอนนี้ล่วงเลยมาจนถึงสองทุ่ม เพื่อนเก่าในสมัยมัธยมปลายต่างเริ่มเดินเข้ามาในงานมากขึ้น บางคนก็ดูดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน บางคนก็ดูเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน จะหนักหน่อยก็เป็นพวกเพื่อนผู้หญิงที่บางคนก็สวยจนจำไม่ได้ บางคนก็ไปจัดการหน้าใหม่มา แต่ทั้งหมดทั้งมวลแล้ว ซูนยองไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีคนมาร่วมงานเลี้ยงรุ่นที่ประธานรุ่นสมัยมัธยมปลายจัดขึ้นมาจริงๆ แต่ก็นั่นแหละ สำหรับคนที่ทำมาหากินกับอาชีพพิทักษ์สันติราษฎร์อย่างควอนซูนยองกลับไม่ค่อยพิศมัยงานแบบนี้เสียเท่าไหร่ เป็นเพราะว่าเขาต้องใช้เวลาส่วนมากในการออกไปทำคดีสืบสวนตามที่หัวหน้าทีมมอบหมาย ไหนจะต้องเข้าสถานีเพื่อไปเขียนรายงานสรุปเกี่ยวกับคดีที่ทำอีก ไม่พอชีวิตของเขาแทบไม่ค่อยได้อยู่กับที่เลยถ้าไม่เลิกเวรออกมา

 

 

... ใช่แล้ว ควอนซูนยองเป็นตำรวจล่ะ

 

 

ร่างหนาในชุดสูทสีดำที่สวมทับเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพร้อมกับผมที่เซ็ตขึ้นอย่างลวกๆเมื่อเทียบกับเพื่อนสนิทหน้ายาวที่สวมชุดสูทสีดำทับเสื้อเชิ้ตสีเหลืองอ่อนแต่ทรงผมกลับถูกจัดทรงมาให้ดูดีเป็นพิเศษกำลังยืนมองรอบงานด้วยสายตาเลื่อนลอย เขาได้ยินเสียงกรี๊ดจากเพื่อนผู้หญิงที่แอบมองมาทางพวกเขาทั้งสองคน ซอกมินทำหน้าที่โปรยเสน่ห์ให้กับสาวๆที่แอบมองและแอบกรี๊ดได้ดีตามสไตล์คนโสดอารมณ์ดี ต่างจากซูนยองคนนี้ที่ยังคงยืนนิ่งมองเลยผ่านไปไม่สนใจแม้ว่าเขาจะได้รับเสียงกรี๊ดมากกว่าซอกมินก็ตาม เพราะเวลานี้ถึงตัวจะเดินเตร็ดเตร่อยู่หน้างานแต่ในใจตอนนี้ซูนยองแทบอยากจะออกงานเลี้ยงสังสรรค์บ้าบอนี่เพื่อไปกลับไปเคลียร์รายงานคดีที่กองไว้ที่โต๊ะทำงานใจจะขาด

 

เอาอะไรไหมมึง ?ซอกมินยื่นแก้วที่บรรจุน้ำอัดลมสีเข้มมาตรงหน้าซูนยองที่ยืนอยู่บริเวณโต๊ะสังสรรค์แถวหลังของงานที่เลือกทำเลเองเพราะไม่ชอบสุงสิงกับใครมากนัก เขายกมือรับมาจิบเล็กน้อยพอเป็นพิธี ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธไป

 

ไม่อ่ะ

 

เหย ทำหน้าให้มันดูรื่นเริงหน่อยดิ่ว้า มางานปาร์ตี้นะเว่ยไม่ใช่งานศพ

 

มึงก็รู้ว่างานกูกองแทบจะทับหัวแล้วเนี่ยซูนยองเหล่ตามองเพื่อนรักที่ยังคงยื่นโยกตัวไปตามจังหวะเพลงแถมยังมีหน้ามายิ้มร่าอีกต่างหาก จนสุดท้ายเขาก็ทำได้แค่ถอนหายใจกับท่าทีหูทวนลมของเพื่อนสนิท

 

.. เอาหน่ามึง เทงานมาสนุกบ้างมันจะเป็นอะไรไป

 

เออมึงสนุกของมึงไปคนเดียวเถอะ กูขอไปเข้าห้องน้ำก่อน

 

ร่างหนาฝากแก้วเครื่องดื่มของตนไว้กับเพื่อนรักก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาทางด้านหลังเพื่ออ้อมตามทางเดินที่ตรงไปทางห้องน้ำที่ตั้งอยู่หลังร้านอาหาร สองเท้าก้าวเดินบนก้อนอิฐที่เรียงตัวเป็นเส้นทางเลียบไปตามพุ่มไม้ที่ประดับด้วยไฟประดับอย่างไม่เร่งรีบ มือทั้งสองข้างสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกง อันที่จริงแล้วซูนยองเองไม่ได้อยากเข้าห้องน้ำจนต้องรีบเดินขนาดนั้น เพียงแต่เขาอยากออกมาสูดอากาศข้างนอกมากกว่า เขาไม่ค่อยถูกกับงานสังสรรค์ตั้งแต่ที่ก้าวมาเป็นตำรวจเต็มตัวแบบนี้ ความไม่คุ้นชินเกินขึ้นอยู่บ่อยๆจนแทบนับครั้งได้ว่าเขาไปร่วมงานสังสรรค์กับทีมของเขากี่ครั้ง

 

แต่แล้วสายตาเจ้ากรรมที่มองตามพุ่มไม้ข้างทางกลับเหลือบสายตาไปเห็นอะไรบางอย่างที่เขาไม่มั่นใจตัวเองว่าสิ่งที่เห็นจะใช่สิ่งที่เขาคิดหรือไม่ เขารู้สึกคุ้นว่าหนึ่งในคนกลุ่มนั้นจะเป็นคนที่เขารู้จักดี รู้สึกคล้ายๆกับใครบางคน แต่ด้วยระยะทางที่ไม่ได้ใกล้กันนักจึงทำให้ควอนซูนยองมองเห็นร่างหนึ่งที่ยืนหัวเราะกับกลุ่มเพื่อนอีกสี่ห้าคนภายในงานไม่ชัดเท่าไหร่ ภาพตรงหน้าเขาไม่ได้ทำให้เอะใจอะไรกับสิ่งที่เห็นในระยะไกลได้ ร่างหนาเลือกที่จะละความสนใจจากภาพกลุ่มคนเหล่านั้นเพื่อเดินตรงไปยังห้องน้ำที่ตั้งอยู่ตรงหน้าไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตร

 

 

ใครนะ ?

 

 

หลังจากที่ใช้เวลาดึงสติของตัวเองในห้องน้ำได้สักพัก ต้องบอกเลยว่าควอนซูนยองยอมนั่งรอในห้องน้ำดีกว่านั่งรอในงาน ตอนเดินออกมาจากห้องน้ำเพื่อเข้าไปในงาน เขาเจอเพื่อนสมัยมัธยมต่างห้องเรียนที่เอ่ยทักทายเขาอย่างดูเป็นมิตร ซูนยองเองก็ทักทายกลับไปแม้จะรู้สึกเกร็งๆเพราะคนเหล่านั้นเขาก็ไม่ได้สนิทสนมมากขนาดที่จะมาคุยอะไรเป็นเรื่องเป็นราวเท่าไหร่นัก สงสัยที่ทักกันคงเห็นว่าหน้าที่การงานดีแน่ๆ เพราะเท่าที่ฟังจากบทสนทนาแต่ละคนแล้ว

 

 

... หวังผลประโยชน์กันชัดๆ

 

 

 

มึงๆ

 

ว่า ?

 

มึงจำเด็กน้อยของมึงได้ไหมวะ ? ” พอเดินเข้ามาถึงในงาน ซอกมินก็โยนคำถามที่ทำให้คนถูกถามจับต้นชนปลายไม่ถูกทันที ซูนยองแสดงสีหน้างุนงงกับคำถาม เรื่องราวตอนมัธยมเขาเลิกจดจำมันไปนานแล้ว ภายในสมองแทบไม่มีเรื่องความทรงจำแสนหวานหอมอะไร ทุกอย่างถูกทดแทนด้วยหน้าที่การงานเกือบทั้งหมด

 

เด็กน้อยไหนวะ ? ”

 

จีฮุนไง เด็กน้อยของมึงอ่ะ

 

 

 

... อีจีฮุน .. ไหนวะ ?

 

 

 

ทำไมวะ ? ” ซูนยองเลือกที่จะไม่ตอบว่าจำได้หรือไม่ แต่กลับโยนคำถามไปอีกชั้นหนึ่งกับเพื่อนสนิทที่ดูท่าทางจะเริ่มกรึ่มๆกับฤทธิ์แอลกอฮอล์บ้างแล้ว

 

จีฮุนมางานด้วยนะมึง ไม่ไปทักทายกันล่ะ

 

ตลกแล้วมึง เขาจะจำกูได้รึเปล่าเหอะ

 

ตราบใดที่หน้ามึงไม่เปลี่ยนเขาก็จำมึงได้ กูเชื่อ นั่นอ่ะเห็นมะ ดูตามนิ้วกู ซอกมินชี้ไปทางโต๊ะข้างหน้างานที่มีเพื่อนกลุ่มห้าหกคนกำลังยืนคุยกันสนุกสนาน แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดกลับเป็นร่างเล็กในชุดสเวตเตอร์สีชมพูอ่อนกางเกงยีนส์สีฟอกที่ดูมีความเปล่งประกายกว่าเพื่อนๆในกลุ่ม

 

 

... กลุ่มเดียวกับที่เขาเห็นเมื่อสักครู่

 

 

แต่ขาเจ้ากรรมดันมีความอยากรู้อยากเห็นมากกว่าตัวเขา สองเท้าใหญ่ค่อยๆก้าวเข้าไปหาแม้ดวงตาเรียวชี้ขึ้นจะหรี่มองด้วยความไม่แน่ใจ แต่ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ ก้อนเนื้อภายในอกกลับไหววูบด้วยความรู้สึกประหลาดที่เขาไม่ได้สัมผัสมันมานานแล้ว ซูนยองสาวเดินเข้าใกล้ได้ไม่เท่าไหร่ก็กลับต้องหยุด เมื่อทุกสิ่งอย่างที่เห็นกลับตรงชัดเจนกับสิ่งที่ห้วงลึกของจิตใจกำลังนึกถึงอยู่

 

 

 

... อีจีฮุน จริงๆด้วย

อีจีฮุนที่เป็นคนรักเก่าของควอนซูนยอง .. คนที่ทำให้เขาต้องเสียน้ำตาเมื่อเจ็ดปีก่อน

 

 

 

ซูนยองยืนแข็งทื่อจนทำอะไรไม่ถูกแม้แต่จะหันหน้าหลบหนีเมื่อยามที่ร่างเล็กหันมามองในจังหวะเดียวกัน ดวงตาเล็กมองมาทางเขา ชั่ววูบหนึ่งเขามองเห็นแววตาตกใจที่อีกฝ่ายแสดงมันออกมา แต่ก็นั่นแหละ อีจีฮุนเก่งเรื่องซ่อนความรู้สึกแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว เพียงแค่สองวินาทีที่แสดงท่าทีตกใจกลับหายไปพร้อมรอยยิ้มที่ยกขึ้นมาประดับบนใบหน้าน่ารักทดแทน พอเขาสัมผัสได้ว่าความทรงจำในอดีตทุกอย่างที่เคยฝังกลบในส่วนลึกของจิตใจกลับถูกขุดคุ้ยมันขึ้นมาอย่างง่ายดายแบบนี้ ควอนซูนยองชักไม่มั่นใจแล้วล่ะว่า

 

 

 

... ลึกๆแล้ว อีจีฮุนยังคงมีอิทธิพลต่อควอนซูนยองคนนี้อยู่ไม่เคยเปลี่ยนไป

 

 

 

“ .. ซูนยอง ใช่ไหมนะ ? ” เสียงใสเอ่ยดังขึ้นในระยะใกล้ จากร่างเล็กที่ยืนอยู่ห่างไกลจากเขากลับกลายเป็นว่าร่างนั้นมาแสดงตัวอยู่ตรงหน้าด้วยระยะห่างเพียงหนึ่งเมตรเท่านั้น นัยน์ตาเรียวคมเบิกขึ้นกว้างอย่างตกใจ เขาพูดอะไรไม่ออกหรอกว่าตอนนี้กำลังรู้สึกอะไรอยู่ในใจ

 

... ระหว่างดีใจ กับ อยากร้องไห้อีกครั้ง

 

 

 

อ .. อืม ฉันซูนยองเอง

 

ฉันจีฮุนเอง อีจีฮุน ยังจำกันได้อยู่ไหม ? ”

 

ก็ .. นะ ... เกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำถ้าซอกมินไม่บอก

 

ไม่ได้เจอกันนานเลย ดูดีขึ้นนะ จีฮุนกวาดสายตาพินิจมองร่างหนาในชุดสูทที่ดูดีแม้ใบหน้าจะดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย ก่อนยกยิ้มหวานส่งมอบให้ร่างสูงที่กำลังมองตนเองด้วยแววตานิ่งสนิท ไม่มีความรู้สึกต่างจากเมื่อเจ็ดปีก่อนด้วยความหวั่นใจ ควอนซูนยองกลายเป็นคนไร้ปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่นะ ลึกๆแล้วเขาเองก็รู้สึกผิดทุกชั่วขณะที่ย้อนกลับไปนึกถึงเรื่องราวเมื่อเจ็ดปีก่อน แต่เรื่องมันก็นานมาแล้วบางทีคนตรงหน้าอาจจะไม่จำมันแล้วก็เป็นได้

 

นายก็เหมือนกันยังน่ารักไม่เปลี่ยนไปเลยนะ

 

ฉันคงจะเรียกซูนยองเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว

 

“ … ”

 

คงต้องเรียกว่า ผู้หมวดควอนซูนยอง แล้วสิ่

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อเจ็ดปีก่อน ...

 

 

ซูนอ่า ทำอะไรอยู่เหรอ ?

 

ร่างเล็กเจ้าของกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนเดินหอบหนังสือเรียนเล่มหนาแนบอกพร้อมวิ่งเหยาะๆเข้าไปหาร่างหนาที่กำลังนั่งเท้าคางจิ้มนิ้วลงบนหน้ากระดาษหนังสืออยู่ ดูก็รู้ว่ายังไงควอนซูนยองกำลังหัวเสียกับหนังสือตรงหน้า เพียงแค่เห็นคิ้วเรียวขมวดลงแถมยังทำหน้ามุ่ยแบบนั้นแล้ว ยังไงก็ใช่ล่ะ

 

หือ ? ฉันอ่านหนังสืออ่ะ มานี่หน่อยสิ่ฮุนอ่าไม่ว่าเปล่า มือหนากวักเรียกคนตัวเล็กให้เข้ามาใกล้ๆ จีฮุนวางหนังสือไว้บนโต๊ะยาวที่ซูนยองนั่งอยู่ก่อนจะอ้อมไปหาคนตัวใหญ่ตามที่อีกคนเรียกหา

 

มีอะไรอ่ะ .. ฮื่อ เป็นอะไรไป

 

ซูนยองคว้าร่างเล็กเข้ามากอดแน่น มือหนาโอบกอดรอบเอวนิ่มเอาไว้ไม่ปล่อย แถมใบหน้าหล่อยังคงซุกอยู่บริเวณหน้าท้องแบนราบของเขา ความจริงจีฮุนเป็นคนบ้าจี้เอาเรื่องแต่พอเห็นอีกคนกำลังเครียดอยู่เขาก็ไม่กล้าดิ้นไปมาให้ซูนยองต้องหงุดหงิดเพิ่ม มือเล็กทำได้แค่ลูกกลุ่มผมนิ่มสีเข้มอย่างเบามือเท่านั้น

 

คือ … ”

 

“ … ”

 

... ฉันจะสอบเข้าเป็นตำรวจ

 

“ … ”

 

ฉันรู้ดีว่านายไม่อยากให้ฉันไปเป็นตำรวจ แต่ .. เห้อได้ยินที่คนตัวโตสารภาพออกมา อีจีฮุนแทบเบือนหน้าหนีไปอีกทาง เรื่องนี้พวกเขาเคยคุยกันแล้ว จีฮุนไม่อยากให้ซูนยองเป็นตำรวจเพราะเขามีพ่อที่มีอาชีพเป็นตำรวจและจุดจบชีวิตของท่านเมื่อเจ็ดเดือนก่อนจบไม่ค่อยสวยงามนัก ทุกวันนี้จีฮุนอยู่กับแม่เพียงแค่สองคนและเขาก็มีควอนซูนยองเข้ามาในชีวิตเพิ่มอีกหนึ่งคน เขาไม่อยากเสียคนที่สำคัญไปอีก

 

 

... เพราะควอนซูนยองคือคนสำคัญสำหรับอีจีฮุน

 

 

แต่อีกฝ่ายกลับยังคงดื้อดึงจะเป็นตำรวจให้ได้โดยบอกเหตุผลเพียงเพราะอยากทำให้เขารู้ว่าอาชีพนี้ใช่ว่าจะมีจุดจบเดียวกัน ซึ่งมันเป็นอะไรที่งี่เง่ามาก ควอนซูนยองเป็นคนเก่งรอบด้าน ไม่ใช่เป็นเรื่องยากถ้าหากเจ้าตัวจะสนใจสอบเข้ามหาวิทยาลัยรัฐเหมือนกับเขาและคนอื่นๆ ซูนยองอาจสอบได้ที่ดีๆกว่าเขาด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายกลับทิ้งความสามารถที่เขาเพียรอิจฉามาตลอดไปกับการสอบเข้าเป็นตำรวจ

 

... แต่เราเคยคุยเรื่องนี้กันแล้วนะซูน

 

ฉันก็ส่งใบสมัครสอบไปแล้วด้วย

 

“ .. งั้นเราคงไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกแล้วล่ะซูนยองมือเล็กพยายามแกะมือหนาที่โอบรอบเอวของเขาเอาไว้ออก แต่ทว่ามันกลับแกะยากกว่าทุกครั้ง ไม่มั่นใจว่าเพราะอีกฝ่ายกอดเอวเขาแน่นไปหรือ .. เป็นมือของเขาเองที่สั่นจนไม่มีแรงจะแกะมัน

 

“ … ”

 

ปล่อยฉัน

 

ไม่ ฉันไม่ปล่อย

 

... ตลอดเวลาที่เรารู้จักกันฉันไม่เคยขอร้องอะไรนายเลย แต่พอฉันขอแค่เรื่องนี้นายกลับให้ฉันไม่ได้

 

“ … ”

 

นายก็รู้ว่าฉันไม่อยากเสียนายไป ... นายรู้มันดี แต่นายกลับมองว่าคำขอของฉันมันไร้ค่า

 

คำของของนายก็สำคัญฉันรู้ แต่เรื่องนี้มันสำคัญกับฉันเหมือนกัน

 

สำคัญกว่าชีวิตนายยังไง ลองบอกฉันสิ !! ”

 

จีฮุนตวาดใส่ร่างสูงพร้อมทั้งน้ำตา หยดน้ำใสไหลลงมาอย่างไร้ความอดกลั้น เขาไม่รู้ว่าจะร้องไห้ไปทำไม แต่คิดอีกทีหยดน้ำตาก็ไหลลงมาโดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว ซูนยองที่เงยหน้าของมองใบหน้าน่ารักที่กำลังร้องไห้อยู่ก็ถึงกับเบิกตาด้วยความตกใจ เขาไม่คิดว่าจีฮุนจะร้องไห้ออกมาแบบนี้จริงๆ ริมฝีปากหนาเม้มลงอย่างชั่งใจในความรู้สึกผิดและความมั่นใจว่าเขาควรบอกออกไปหรือไม่

 

 

... แต่มันเหมือนมีอะไรสักอย่างที่จุกอยู่ในลำคอ เขาพูดอะไรไม่ออกเลยจริงๆ

 

 

“ … ”

 

ป.. ปล่อยเถอะซูนยอง

 

“ … ”

 

นายให้เหตุผลมันไม่ได้ ...

 

“ … ”

 

เราเลิกกันเถอะนะ .. ฮึก ... ฉัน … ”

 

จีฮุนอ่า ...

 

 

... ฉันไม่อยากเสียใจ .. ในวันที่ฉันรักนายหมดหัวใจ .. แล้วต้องสูญเสียนายไป ...

 

 

 

เพียงคำพูดที่สั่นไหวจากคนที่ควอนซูนยองรักมากจนเกือบเท่าครึ่งชีวิตของเขา กลับทำให้หยดน้ำตาของผู้ชายที่เข้มแข็งที่สุดในชั้นเรียนต้องหลั่งมันออกมา นัยน์ตาเรียวคมเหมือนกำลังถูกม่านน้ำตาบดบังทัศนียภาพจนมองใบหน้าเล็กสั่นไหวไปหมด มือหนาผละออกจากเอวเล็กปล่อยให้ร่างเป็นอิสระจากอ้อมกอด และเสียงสะอื้นจากผู้ชายแสนเข้มแข็งก็ดังขึ้นมาเมื่อร่างเล็กแสนรักของเขาหันหลังเดินจากไปไม่แม้แต่จะปลอบกันเลยสักนิด ควอนซูนยองไร้คนเคียงข้างแล้ว ในตอนนี้ทุกอย่างกลับว่างเปล่าจนทำได้แค่ร้องไห้เพียงคนเดียว

 

 

... ควอนซูนยองคิดว่าเสี้ยวความรู้สึกหนึ่งของอีจีฮุนจะยังคงอยู่เคียงข้างกันบ้าง แม้จะห่างไกลกันเขาก็ยอมหากจีฮุนจะเข้าใจเขาบ้าง .. แต่มันไม่มีอีกแล้ว

 

 

เขารู้ว่าจีฮุนเสียใจมากแค่ไหน แน่นอนว่าเขาเองก็เสียใจไม่ต่างกัน จีฮุนเสียที่เขาไม่ทำตามที่ขอไว้  ส่วนเขาเองก็เสียใจที่ทำตามที่อีกฝ่ายขอไว้ไม่ได้ อีจีฮุนสำคัญสำหรับควอนซูนยอง พอๆกับที่อีจีฮุนมองว่าควอนซูนยองสัญสำหรับตัวเอง แต่ทุกการกระทำของควอนซูนยองคนนี้ก็สำคัญเช่นกัน มันมีเหตุผลตายตัวอยู่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีตัวแปรอื่นใด และไม่ใช่เหตุผลงี่เง่าที่เขาเคยบอกอีกฝ่ายไปด้วยเช่นกัน

 

 

 

... ทุกการกระทำเขาทำเพื่ออีจีฮุนผู้เป็นที่รักในใจของเขาเสมอมา

 

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

 

เห้ยไอ่ซูน

 

หือ ?นัยน์ตาคมตวัดมองร่างใหญ่ของเพื่อนสนิทที่อยู่ๆมายืนเคียงข้างเมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ อาจจะเป็นตอนที่เขามัวแต่เหม่อมองคนตัวเล็กจนเจ้าตัวเดินกลับไปหาเพื่อนสนิทแล้วก็ได้ มือหนายกขึ้นลูบใบหน้าเรียกสติที่จางหายไปกับการย้อนไปนึกถึงอดีตที่เกือบทำให้เขาร้องไห้อีกครั้งให้กลับมาสู่ปัจจุบัน

 

มึงโอเคไหม ?ซอกมินเอ่ยถามเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วงพลางยกมือขึ้นตบบ่าแกร่งเบาๆเป็นการปลอบใจ ซึ่งซูนยองทำได้แค่พยักหน้าตอบรับและตอบไปสั้นๆเท่านั้น

 

อือ กูโอเค

 

มึงจะไม่บอกจริงๆดิ เรื่องนั้น น่ะ

 

ให้เขารู้เองเถอะ กูไม่มีความจำเป็นต้องบอก

 

แต่นั่นคนรักเก่ามึงเลยนะ มึงทำทุกอย่างเพื่อเขาไม่ใช่เหรอวะ ? นั่นสิ่นะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำลงไปมันก็เพื่อคนตัวเล็กคนนั้น แต่แล้วทำไมไม่บอกออกไปทั้งหมด จนตอนนี้เขาเกือบลืมไปแล้วจริงๆว่าที่ทำลงไปมันเป็นเพราะอะไร

 

... ทุกอย่างมันเป็นอดีตไปแล้วว่ะ

 

“ … ”

 

มึงจะกลับรึยัง จะสี่ทุ่มแล้ว ถ้ายังไม่กลับกูกลับก่อนนะ มีงานต้องเคลียร์ต่อ

 

 

 

ร่างของผู้หมวดหนุ่มกำลังหันหลังเดินออกจากงานหลังจากบอกล่ำลาเพื่อนรักที่ดูท่าทางว่าอาจจะอยู่ยาว แต่ยังไม่ทันจะก้าวขาออกจากประตูเขตจัดงาน เขาสัมผัสได้ถึงแรงดึงเสื้อสูทของเขาจากด้านหลังเหมือนกับดึงรั้งให้หยุดเดิน แน่นอนว่าควอนซูนยองหยุดเดินตามแรงรั้งด้านหลัง ก่อนจะหันหน้าไปมองว่าใครเป็นคนรั้งเขาเอาไว้ เมื่อเห็นว่าเป็นใคร นัยน์ตาเรียวคมถึงกับแสดงแววตาไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน

 

ร่างเล็กเจ้าของเสื้อสเวตเตอร์ไหมพรมสีชมพูอ่อนกับกางเกงยีนส์สีฟอกกำลังจับชายเสื้อสูทของเขาเอาไว้ แม้ว่าใบหน้าน่ารักไม่ได้เงยขึ้นสบตามอง แต่เขาก็พอจะเดาออกว่าแววตาที่กำลังสื่อมาคงจะลังเลอยู่ไม่น้อย ซูนยองค่อยๆเอื้อมมือไปคลายมือเล็กที่กำชายเสื้อของเขาออกอย่างเบามือแล้วหันไปหาอย่างเต็มตัว

 

 

 

มีอะไรรึเปล่า ?

 

“ … มีจีฮุนเงยหน้ามองใบหน้าหล่อของอดีตคนรักซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้มีท่าทีหลบสายตาแต่อย่างใด ซ้ำยังคงมองมาด้วยแววตาเฉยเมยเหมือนเดิม

 

ว่าไง ?

 

ไปส่งฉันที่บ้านหน่อยสิ ฉันไม่ได้เอารถมา

 

 

 

คำขอของอีจีฮุนกำลังทำให้เขาคิดหนักว่าควรทำอย่างไรดี เขายังมีงานสรุปรายงานคดีค้างอยู่และต้องการกลับไปทำให้เสร็จเดี๋ยวนี้ แม้ใจหนึ่งจะยังคงสงสัยว่าทำไมคนข้างกายของอีจีฮุนถึงไม่มารับคนรักของตัวเองกลับบ้าน แต่อีกใจกลับยังคงเป็นคนใจดีอยากไปส่งตามคำขอ ควอนซูนยองเป็นคนปฏิเสธคนไม่เก่งแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว เขาไม่เคยเลี่ยงปฏิเสธอะไรเลยถ้าไม่จำเป็น อะไรที่ทำได้เขาก็จะทำเท่าที่ทำให้ได้

 

 

... และครั้งนี้ก็เช่นกัน

 

 

ร่างเล็กนั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับพร้อมคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย ไม่ต้องรอให้เขาอ้าปากบอกแต่อย่างใด ซูนยองที่เป็นคนขับก็ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดี มือหนาเลื่อนไปปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในรถให้พอเหมาะก่อนจะสตาร์ทรถออกจากงานและหันไปสนใจกับท้องถนนที่จางผู้คนลงไปบ้างเพราะเวลาล่วงเลยมาดึกดื่นมากแล้ว

 

ไม่มีบทสนทนาใดๆเกิดขึ้นภายในรถเอสยูวีสีดำคันใหญ่ มีเพียงเสียงลมหายใจที่ดังสลับกันไปด้วยความอึดอัด แม้ใบหน้าน่ารักจะหันมามองเขาบ่อยคล้ายว่ามีอะไรค้างคาใจแค่ไหนแต่เขากลับใจแข็งไม่หันหน้ากลับไปมองให้รู้สึกใจสั่นไหวอีก

 

 

... ไม่ว่าจะนานเท่าไหร่ ควอนซูนยองยังคงใจเต้นแรงแค่กับอีจีฮุนเท่านั้น

 

 

มองหน้าขนาดนี้มีอะไรจะพูดรึเปล่า ?

 

ก็ ...

 

“ … ”

 

แค่อยากถาม ว่าสบายดีไหมเสียงใสเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมอยู่ในรถ มือเล็กจิกเข้าฝ่ามือตัวเองเพื่อเรียกสติ แทบอยากจะยกมือตบปากตัวเองให้รู้แล้วรู้รอดกับความปากแข็งของตัวเอง แต่เพราะกลัวเจ็บเลยทำได้แค่จิกมือลงโทษตัวเองเท่านั้น

 

 

... ทั้งๆที่เขาอยากรู้มากแท้ๆว่าควอนซูนยองจะมีคนข้างกายแล้วรึยัง ก็เท่านั้นเอง

 

 

ก็เรื่อยๆ บางวันเจอคดีเย็นก็หนักหน่อย บางวันเจอคดีเบาก็ไม่เท่าไหร่มาก ส่วนนายคงสบายดีนะ

 

อื้อ สบายดี บางวันมีสอนก็ออกไปสอน วันไหนไม่มีก็นั่งแต่งเพลงในบ้านควอนซูนยองไม่แปลกใจที่ได้ยินคนตัวเล็กบอกกิจวัตรแบบนี้เท่าไหร่ เพราะเขารู้อยู่แก่ใจว่าความฝันสูงสุดของอีจีฮุนคือการเป็นนักแต่งเพลงที่มีชื่อเสียง ความฝันแต่วัยเยาว์ของจีฮุนจู่ๆมันก็ลอยขึ้นมาจากห้วงลึกของจิตใจมาให้เขานึกถึงอีกครั้ง

 

อ่อ ..

 

“ … ”

 

แล้วแฟนของนายคนนั้นล่ะ ยังคบกันอยู่รึเปล่า ทำไมเขาไม่มารับนายกลับบ้าน

 

ยิ่งพูดหัวใจก็ยิ่งบอบช้ำ ที่เขาพูดออกไปหมายถึงรุ่นพี่คนนั้นที่มาขอคบกับจีฮุนหลังจากที่พวกเขาเลิกกันไปได้สักพักใหญ่ ราวกับว่ารอรับช่วงต่อจากเขาอย่างไรอย่างนั้น แถมคนตัวเล็กก็ยังตอบตกลงปลงใจจะคบเป็นแฟนอีก และเหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ควอนซูนยองกลายเป็นคนแบบนี้ไปในที่สุด จากควอนซูนยองคนสดใสร่าเริง กลับกลายเป็นคนบ้างานที่มีชีวิตแค่เพื่องานเท่านั้น เขากลายเป็นคนไร้หัวใจ ความทรงจำร้ายๆที่เคยทำให้น้ำตาของเขาตกในซ้ำแล้วซ้ำเล่าถูกฝังลงไปเบื้องลึกของหัวใจไม่ได้โผล่พ้นความมืดมิดนั้นออกมาอีก จนมาวันนี้ มันกลับถูกคนที่เคยทำร้ายหัวใจของเขาเปิดแง้มให้ความรู้สึกเหล่านั้นลอยขึ้นมาอีกครั้ง

 

... ฉันเลิกกับเขาไปแล้ว

 

อ่า ... ขอโทษนะที่ถามอะไรแทงใจ

 

ไม่เป็นไรหรอก แล้วนายล่ะ ...

 

ฉันไม่ได้โฟกัสเรื่องนั้นมานานแล้วล่ะใบหน้าหล่อหันมามองคนตัวเล็กที่ยังคงมองเสี้ยวหน้าของเขาเพื่อยืนยันในสิ่งที่พูดว่าเขาทำแบบนั้นจริงๆ เขาไม่ได้สนใจมันอีกตั้งแต่ที่เขาถูกทำร้ายจิตใจแบบนั้น

 

... เข้าใจแล้วล่ะ

 

“ … ”

 

ฉันคิดถึงเมื่อก่อนนะ ที่เรา ...จู่ๆหัวใจของควอนซูนยองไหววูบเมื่ออดีตคนรักของเขาเอ่ยเรื่องราวให้เขาต้องหวนไปนึกถึงอดีตอีกครั้ง เขาไม่อยากจะย้อนกลับไปนึกถึงมันอีก กว่าจะเข้มแข็งจนถึงจุดที่ไม่รู้สึกอะไรได้มันใช้เวลาไม่น้อยเลยด้วยซ้ำ จนสุดท้ายซูนยองก็ต้องเป็นฝ่ายเอ่ยตัดความหวังของคนตัวเล็กอย่างไร้เยื่อใย

 

มันเป็นอดีตไปแล้วจีฮุน อย่าไปรื้อฟื้นมันขึ้นมาเลยนะ ..

 

“ … ”

 

ถือว่าฉันขอล่ะ

 

“ … ” ไม่ทันที่จีฮุนจะเอ่ยตอบตกลงใดๆ รถเอสยูวีคันใหญ่ก็จอดเทียบหน้าบ้านของเขาเป็นที่เรียบร้อย พวกเขาเดินทางมาถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ จีฮุนนึกชมอดีตคนรักในใจว่าซูนยองเป็นคนขับรถที่ดีและไม่ใจร้อนเหมือนใครๆ แต่เขาก็ไม่พูดออกไปเพราะอีกฝ่ายคงไม่ได้อยากฟังถ้อยคำชื่นชมอะไรมากนัก

 

ไหนๆก็เจอกันแล้ว ฉันนึกขึ้นได้ว่ามีของจะให้

 

ซูนยองเอี้ยวตัวไปด้านหลังเพื่อหยิบซองเอกสารบางอย่างที่ซุกซ่อนเอาไว้ใต้เบาะหลังอย่างมิดชิดออกมา ซองสีน้ำตาลที่ไร้รอยยับปรากฎอยู่บนมือของเจ้าของรถก่อนจะถูกส่งมอบไปให้คนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ ซึ่งจีฮุนยื่นมือรับมันมาอย่างงุนงง ซองสีน้ำตาลที่เขียนที่อยู่บ้านของเขาเอาไว้ด้วยลายมือแสนคุ้นตาทำให้รู้ว่าซองสีน้ำตาลนี้กำลังจะถูกส่งมาที่บ้านของเขา แต่เจ้าของกลับเลือกที่จะไม่ส่งมันผ่านบริการไปรษณีย์

 

ซูนยองเลือกที่จะมาส่งของที่สำคัญให้กับจีฮุนด้วยตัวเอง ...

 

 

อย่าเพิ่งเปิดซองนะ ไว้ไปเปิดดูในบ้าน แล้วก็อย่าให้คนอื่นเห็น เข้าไปในบ้านอย่าลืมล็อกประตูให้ดีๆ ดูหน้าดูหลังระวังตัวเองด้วยซูนยองกำชับจีฮุนขึ้นมาเมื่อมือเล็กทำท่าทีว่าจะแกะซองเอกสารออกมาดูเนื้อหาภายในซองด้วยน้ำเสียงจริงจังจนคนที่เกือบฝ่าฝืนถึงกับกลัว สุดท้ายเขาก็ไม่ได้แกะซองเอกสารนี้ดูสิ่งที่อยู่ข้างใน

 

อื้ม ขอบคุณมากนะสำหรับวันนี้

 

ไม่เป็นไร ... หวังว่าเราคงจะ ..

 

“ … ”

 

“ … เจอกันอีกไม่เจอกันอีก

 

อืม ไว้เจอกัน กลับบ้านดีๆนะ

 

 

 

รถเอสยูวีคันสีดำสตาร์ทตัวออกไปทันทีที่ร่างเล็กลงจากรถและปิดประตูให้ วินาทีที่สตาร์ทตัวออกจากบ้านของจีฮุน เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ไหลย้อนขึ้นมาอีกครั้ง หยดน้ำตาไหลออกมาอีกครั้งและอีกครั้ง เมื่ออยู่กับคนๆนี้ น้ำตาลูกผู้ชายของผู้หมวดคนเก่งกลับไหลออกมาแสนง่ายดาย ทั้งๆที่เกือบลืมไปแล้ว ว่าเคยรักกันมากแค่ไหน แต่สุดท้ายเขาก็ลืมมันไม่ได้จริงๆ มีเพียงแค่การหลอกตัวเองให้เข้มแข็ง สร้างกำแพงให้สูงและแข็งแกร่งไม่ให้สิ่งเหล่านี้มาเป็นจุดอ่อนในหัวใจ

 

... เขาไม่ต้องการให้อีจีฮุนมาเป็นจุดอ่อนสำหรับควอนซูนยองคนนี้อีก

 

 

 

ทันทีที่รถคันสวยพุ่งทะยานออกจากประตูหน้าบ้าน ร่างเล็กก็รีบวิ่งเข้าไปในบ้านพร้อมล็อกประตูอย่างแน่นหนาตามที่อีกคนกำชับไว้ จีฮุนเดินเข้าไปในห้องนอนของตนเอง ล็อกประตูห้องก่อนจะเดินมาหย่อนตัวนั่งลงบนเตียงขนาดพอดีตัวของตนเองอย่างเหนื่อยล้า นัยน์ตาเรียวพิจารณาซองเอกสารสีน้ำตาลภายในมืออย่างละเอียด ก่อนจะค่อยๆเปิดซองออกมาเพื่อดูเอกสารภายในซองว่าอีกคนต้องการจะมอบอะไรให้กับเขา

 

ทันทีที่หยิบกระดาษภายในซองออกมาเพื่อที่จะอ่านมัน เพียงแค่อีจีฮุนค่อยๆบรรจงอ่านข้อความอย่างช้าๆ อ่านมันซ้ำๆสองสามครั้ง หยดน้ำใสในดวงตากลับร่วงหล่นลงมืออย่างห้ามไม่อยู่ เสียงสะอื้นดังขึ้นภายในห้องนอนที่มีเพียงแค่เขาอยู่เพียงคนเดียว น้ำตาของเขาเจือไปด้วยความรู้สึกเสียใจ ความรู้สึกผิด และความรู้สึกที่อยากขอบคุณในสิ่งที่ใครบางคนได้ทำไว้ ถ้าเพียงแต่จีฮุนอยู่เคียงข้างและมองเห็นถึงความพยายามของซูนยองที่มีต่อเขาอีกสักนิด ความรู้สึกผิดก็คงไม่ประดังประเดมามากมายขนาดนี้ ในเวลานี้ร่างเล็กทำได้แค่เพียงกอดเอกสารเหล่านั้นเอาไว้แนบอกก่อนจะปล่อยโฮออกมาไม่เหลือความอดทนอีก

 

 

 

 

 

เอกสารคดีฆาตกรรมปริศนาของสารวัตรอีชองฮุน ปี 2xxx ’

 

 

 

 

END.




- 161013 -


สวัสดีตอนที่สิบแปดค่ะ

ตามที่เคยเปิดโหวตในทวิตเนื่องในโอกาสเขียนเปเปอร์รธน.และเดมอคเสร็จเราเลยจะเขียนฟิคให้

สรุปว่าคู่ซูนฮุนชนะแล้วเราก็แต่งออกมา และมันก็คลอดแย้วววววว T_T 

พล็อตเส้าเส้าเลยอ่ะโน้ะ เป็นฟิคเรื่องแรกที่เราไม่จั่วหัวว่าเป็นโรแมนติก สังเกตดูได้เล้ย

แถมฟิคเรื่องนี้ยังทิ้งปมเอาไว้อีกต่างหาก(เหมือนว่าจะเผื่อไว้แต่งเรื่องยาว?)

เอาเป็นว่าขอขอบคุณที่เสียเวลาเข้ามาอ่านด้วยน้า อย่าลืมคอมเม้นต์ให้กำลังใจกันหน่อยนะฮึก

ติดตามและให้กำลังใจกันได้เสมอ ทั้งทางคอมเม้นต์ แฮชแท็ก(ที่แปะไว้หน้าหลัก) -> #pnn17fic

หรือว่าจะเมนชั่นมาพูดคุยก็ได้นะครัชชช ; w ;


เจอกันตอนถัดไป สวัสดีค่ะ !

(c)              Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #136 Frank_Datayoung (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 17:25
    ต่างคนยังต่างรักกันอยู่ ทำไมฮือออออ เข้าใจฮุนมากๆเลย ที่บอกเลิก แต่งอนซูนนน ฮืออออออ ไม่ยอมอ่ะ ทำไม ทำไมทำร้ายจี้ รู้สึกว่าเหตุที่ซูนที่ไม่อยากรีเทิร์นก็คล้ายๆจี้ที่ไม่อยากเห็นคนที่รีกเจ็บ แต่เข้าข้างจี้มากกว่า ฮือออออ
    #136
    0
  2. #42 24-7 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 15:15
    พิโรรรรรรรรรร น้องมาแล้ววววววว ;-;
    รักซูนฮุนสไตล์พี่โรสุดหัวใจจจจจจจ
    รักดราม่าสไตล์พี่โรมากเช่นกันนนนน
    ก่อนอื่นเลย นั่งขำกับคู่เพื่อนซี้อยู่ 55555 พิซูนยอมไปงานเลี้ยงรุ่นปัดรังควานพี่ซอกคนขี้ตื้อแต่สุดท้ายก็โดนเขาทำให้เกมแพ้จนได้ โอ้ย555555555 ซงซานนนนน
    นี่พอเห็นว่างานเลี้ยงรุ่นในใจรู้สึกเลย
    ว่าเอาละ เพื่อนเก่าที่แอบชอบกันแน่ๆ
    ไม่ก็แฟนกันชัวร์ๆ น้องอ่านฟิคแนวนี้มาเยอะ ใช่แน่55555555 ละก็เป็นอย่างที่คิด แฟนเก่ากันจริงๆ การกลับมาเจอกันนี่เป็นอะไรที่หนน่วงๆเนาะ เคยรักกันมาก่อน
    แต่ตอนนี้รู้สึกกันแบบนั้นไม่ได้แล้ว เพราะไม่ได้เป็นอะไรกัน โฮ ?_? อ่านๆแล้วสนใจมาสักพักว่าทำไมนา พี่โรถึงเลือกให้พี่ซูนเขาเป็นตำรวจ แต่พออ่านมาจนจบละแบบ...โอ้ย เข้าใจแล้วว มันพูดไม่ออกจริงๆนะ5555555 รู้สึกจุก ทั้งความรู้สึกพี่จี้ ที่พี่แกคงรู้สึกเป็นปม รู้สึกผิดไปอีกนาน ทั้งความรู้สึกคุณควอนเขา ที่รักอยู่ ทำทุกอย่างเพื่อเขา แต่กลับไปยืนข้างๆไม่ได้ ฮือ เข้าใจความหน่วงละ เป็นฟิคที่อ่านแล้วไม่ได้ร้องไห้ ร้องไม่ออก แต่รู้สึกบูลๆไปพักนึง ฮืออออ เชียร์ให้มีฟิคยาวต่อ แง 555555555555555555555
    #42
    0
  3. #41 ppatto_ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 15:10
    โหหหหหหหหหห
    น้ำตาไม่ไหลสักหยด
    แต่ในใจเจ็บมากเท่าไหร่ใครจะรู้ แงงงงงง
    TTT_____________TTT
    เจ็บปวดมาก
    #41
    0