` F A N F I C R O O M | SEVENTEEN ♡

ตอนที่ 14 : - 14 : SICK | mingyu x soonyoung 。

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 335
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 ก.ค. 59

SICK | MINGYU x SOONYOUNG
au / pg – 15 / little romantic

 

 


ps.เพลงไม่เกี่ยวอะไรกับฟิคหรอกแต่ฟังไปพลางๆได้นะอิอิ

 

 


/ ฟิคแก้บนเรื่องที่2/2 : จิตวิทยาฯนกจริงๆ /








 

 

 

... ถ้าฉันดื้ออยู่แบบนี้ นายจะยังอยู่ข้างๆฉันอีกไหม

 

 

 

 

 

วันนี้วันเกิดพี่ซึงชอล ฟืดดด คืนนี้ไปงานกันไหม ? ”

 

อยู่ๆคำถามที่ไม่มีที่มาที่ไปก็ดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบภายในห้องทำงานสี่เหลี่ยมขนาดกว้างที่มีโต๊ะสำหรับทำงานและวางเอกสารและกระดาษพิมพ์เขียวจำนวนสี่ตัว ใบหน้าน่ารักของคนถามเงยขึ้นมามองปฏิกิริยาของร่างสูงผู้เป็นเพื่อนร่วมงานที่กำลังจรดปากกาเขียนเอกสารอยู่พลางหยิบกระดาษทิชชูแผ่นบางจากกล่องกระดาษทิชชูบนโต๊ะขึ้นมาเช็ดน้ำมูกที่เริ่มจะไหลออกมาให้รำคาญเล่นๆแผ่นแล้วแผ่นเล่า

 

ความจริงแล้ว ควอนซูนยอง ก็อยากกลับไปนอนพักผ่อน เนื่องจากว่าเขาเริ่มรู้สึกตัวว่าตัวเองมีอาการป่วยเมื่อคืนนี้ หลังจากที่โหมร่างกายไปกับการปั่นโปรเจ็กต์เพื่อพรีเซ็นต์ให้ลูกค้าดูโดยที่ไม่ได้นอนติดกันมาสามวัน ซึ่งสิ่งที่ควรทำในเวลานี้คือเขาควรทำงานให้เสร็จแล้วไปนอนพักกันอาการน็อคถามหา แต่เพราะว่าวันนี้ดันมาเป็นวันเกิดของ ชเวซึงชอล รุ่นพี่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่แสนดีกับเขามาตลอด แน่นอนว่าซูนยองเองก็ไม่อยากเทงานวันเกิดพี่ชายที่แสนดีคนนี้เท่าไหร่ แต่ดูเหมือนคนที่เขากำลังชวนจะไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ จากสีหน้าที่ดูนิ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้นให้ไปในทางที่ควรจะเป็นนั่น

 

แต่พี่ไม่สบายอยู่นะพี่ซูนยอง

 

นิดๆหน่อยๆเอง ไปงานแค่นี้สบายมาก

 

นัยน์ตาคมละจากแผ่นกระดาษตรงหน้าเพื่อมองร่างเล็กในชุดเสื้อยืดสีฟ้าและกางเกงสามส่วนสีเข้มที่ยืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับใบหน้าน่ารักของซูนยองที่โดนกระดาษทิชชูม้วนเกลียวเสียบเข้าไปในจมูกเพื่อไม่ให้น้ำมูกไหลออกมา คิมมินกยู และควอนซูนยองเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องในรั้วมหาวิทยาลัยและเพื่อนร่วมงานในบริษัทเดียวกัน ไม่แปลกที่เขาจะตราหน้าว่าร่างเล็กตรงหน้าเป็นเพื่อนร่วมงานที่ขึ้นชื่อว่าดื้อที่สุด เจ้าตัวดื้อมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ดื้อชนิดที่ว่าถ้าจะทำอะไรขึ้นมาสักอย่าง ควอนซูนยองจะต้องทำมันให้ได้ และเขาก็ไม่สามารถห้ามความตั้งใจแม้จะมีผลกระทบในแง่ลบมากกว่าบวกได้ สุดท้าย พอสิ่งที่ทำมันไม่เป็นตามที่หวัง ก็เป็นคนตัวเล็กที่วิ่งแจ้นมาร้องไห้ใส่แถมยังด่าทอว่าไม่ยอมห้ามปรามอีกต่างหาก

 

 

แล้วสรุปว่างานนี้ใครผิดกันแน่ ?

บางทีคิมมินกยูก็ยังสงสัยเหมือนกัน

 

 

 

ครั้งที่แล้วก็พูดแบบนี้ แล้วเป็นไง สุดท้ายก็ป่วยนอนซมไปสองวัน เพียงแค่ไม่กี่วินาทีที่สบตา นัยน์ตาคมก็ละสายตากลับมาสนใจเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะพลางหยิบกล่องทิชชูของตัวเองที่ตัวอยู่ด้านหลังมาวางไว้ตรงหน้า มือเล็กปาซากทิชชูที่เพิ่งผ่านการใช้มาอย่างหนักหน่วงลงบนโต๊ะทำงานของมินกยูแล้วถือวิสาสะเอื้อมหยิบทิชชูแผ่นใหม่บนโต๊ะเจ้าของที่ยังนั่งเขียนเอกสารรายการเบิกสินค้ามาเช็ดน้ำมูกออก

 

เหย อันนั้นมันรอบที่แล้ว ฟืดดด ไม่ใช่รอบนี้ไงมินกยู ไปกับฉันเถอะนะ นะนะนะนะนะ

 

ไม่

 

ง่า ... ใบหน้าน่ารักงอง้ำลงทันทีที่ถูกขัดใจ มือเล็กวางแหมะลงบนโต๊ะทำงานคนเพื่อนร่วมงานก่อนจะชะโงกตัวเข้าไปหาใกล้ๆคนใจแข็งที่นั่งสนใจงานบนโต๊ะมากกว่าตัวเอง นัยน์ตาเรียวเล็กจดจ้องมองใบหน้าหล่อคล้ายกับว่ากำลังกดดันอยู่

 

ไม่ก็คือไม่ ควอนซูนยอง

 

เถอะนะมินกยูนะ อ่ะฉันสัญญาเลยว่าจะไม่ดื้อไม่เถียงนายตลอดสามวัน ถ้านายยอมไปกับฉัน เถอะนะนะ

 

“ ... ”

 

ร่างหนาเงยหน้ามองคนที่นั่งจากอีกฝั่งวิ่งมาที่โต๊ะทำงานพร้อมส่งสายตาวิบวับคล้ายๆว่าจะอ้อน นัยน์ตาเรียวเล็กดูเป็นประกายสดใสเช่นเคยแม้ว่าสภาพร่างกายจะไม่เอื้ออำนวยก็ตามที อันที่จริงแล้วร่างเล็กตรงหน้าไม่ค่อยแสดงท่าทีอ้อนอะไรบ่อยๆนักหรอก ถ้าไม่ใช่ว่าต้องการอะไรสักอย่าง เพราะซูนยองชอบเอาชนะจนยอมทำได้ทุกอย่าง แต่ในขณะเดียวกันมินกยูก็พยายามใจแข็งเพื่อที่จะไม่ตามใจอีกฝ่ายเช่นกัน แต่คราวนี้ข้อเสนอค่อนข้างน่าสนใจกว่าทุกครั้ง เนื่องจากในทุกๆวัน ซูนยองมักจะมีเรื่องที่ต้องสรรหามาเถียงกับเขามาชนิดที่ว่าแค่วางโต๊ะเบี้ยวองศาเดียวก็อาจจะหยิบมันมาเป็นประเด็นวิวาทได้ ซึ่งมันน่าหงุดหงิดพอควรที่ต้องมาต่อล้อต่อเถียงกับคนที่ชอบการเอาชนะแบบนี้

 

 

 

เอาเป็นว่าขอคิดดูก่อนสามวิสำหรับข้อเสนอนี้ ...

 

 

 

นะมินกยูนะ นะนะนะนะ

 

“ ... ”

 

อ่ะแถมไม่แตะแอลกอฮอล์ตลอดงาน ไม่ป่วนด้วย !

 

“ ... เห้อ เสียงถอนหายใจดังมาจากร่างสูงที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเอง มือหนาวางปากกาในมือลงบนโต๊ะพร้อมเงยหน้ามองใบหน้าเรียวกลมน่ารักที่ยื่นเข้ามาทำแววตาวิบวับใส่จนระยะห่างแทบน้อยลงทุกที

 

“ ... ”

 

 

 

แล้วอย่ามาด่าว่าผมไม่ห้ามพี่อีกนะ ควอนซูนยอง

 

 

 

และคิมมินกยูก็พ่ายแพ้ในสงครามนัดแรกไปเพราะหัวใจที่ไม่แข็งแรงพอนั่นแหละ ...

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

กินยาลดไข้มาแล้วใช่ไหม ? ”

 

กินแล้วหน่า ก็เห็นอยู่ว่าฉันกินยาต่อหน้านายเมื่อกี้เนี่ย ซูนยองแทบจะเบ้ปากใส่รุ่นน้อง ตั้งแต่เขาเดินออกมาจากที่ทำงานจนมาถึงบ้างรุ่นพี่เจ้าของงานวันเกิด มินกยูยังคงถามเรื่องยา ทิชชู ยา ทิชชูวนไปมาอยู่แบบนั้น

 

 

ฟังไปฟังมามันชักน่ารำคาญนะ

 

 

 

อย่าลืมสัญญาที่ตกลงกันไว้ล่ะพี่ซูนยอง

 

อ่าวเห้ย พี่ซูนกับไอ่มิงมาแล้วว่ะ !

 

ไอ่ซอกมินน !!!

 

 

อยู่ๆเสียงคุ้นหูก็ดังขัดคำพูดขึ้นมาทันทีที่สองเท้าของซูนยองและมินกยูเหยียบลงบนพื้นที่บ้านของเจ้าของวันเกิด เสียงทักทายนั่นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเสียงของ อีซอกมิน ที่เป็นน้องรักของเขา พวกเขาอยู่คณะเดียวกันมาก่อนที่จะแยกย้ายกันไปทำงานตามที่อยากไป แน่นอนว่าเขาไม่ได้เจอรุ่นน้องคนสนิทสุดตลกโปกฮาคนนี้มานานแล้ว พอได้เห็นร่างเจ้าของต้นเสียง ร่างเล็กก็รีบวิ่งเข้าไปกอดน้องรักที่ยืนอ้าแขนรอกอดทันที ถัดจากร่างของซอกมินก็เป็นรุ่นน้องคนสนิทของซอกมิน เจ้าของร่างกลมอย่าง บูซึงกวาน กำลังนั่งเปิดกระปุกกิมจิอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล แม้เจ้าตัวจะเงยหน้ามาทักทายแล้ว แต่สุดท้ายก็ก้มหน้าลงไปสนใจกระปุกกิมจิที่คาดว่าน่าจะเป็นคนพกมาเอง ร่างสูงโปร่งหมายจะเดินตามติดๆ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อสัมผัสถึงแรงสะกิดจากด้านหลัง ทำให้ใบหน้าหล่อต้องหันไปมอง ก็พบว่ารุ่นพี่ที่ไม่ควรมาเดินเล่นในงานกลับยืนอยู่ตรงหน้า

 

 

อ่าวพี่วอนอู มาตั้งแต่เมื่อไหร่แล้ว

 

ก็ซักพักใหญ่แล้วล่ะ แล้วมึงมาตั้งแต่เมื่อไหร่อ่ะ

 

เมื่อกี้เองพี่ ลมอะไรหอบพี่มาที่นี่เนี่ย ค่อนข้างน่าแปลกใจสำหรับคิมมินกยูที่รุ่นพี่คณะเดียวกันอย่าง จอนวอนอู ที่รักความเป็นส่วนตัวไม่สุงสิงใครจะโผล่มาในงานวันเกิดของซึงชอลเหมือนคนอื่นๆด้วย ใบหน้าหล่อมึนก็ยังคงมึนอยู่เหมือนเดิมแถมสมองยังประมวลช้าไม่เปลี่ยนแบบนี้ คิมมินกยูก็ไม่คาดหวังรอคำตอบเท่าไหร่

 

ก็ ..

 

ก็ ? ”

 

ก็โดนชวนก็เลยมา ไม่มีอะไรหรอก

 

วอนอูตอบปัดๆ แม้ว่ามินกยูจะรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นในใจ แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ตอบสนองต่อความต้องการของตัวเองที่อยากรู้เหตุผลไปมากกว่านี้ ก่อนจะเดินขนาบข้างร่างโปร่งที่ความสูงไล่เลี่ยกันเข้าไปภายในตัวบ้านเพื่อไปยกอาหารที่เตรียมไว้เพื่อการสังสรรค์โดยเฉพาะออกมาจัดวางด้านนอก แต่ก็ยังไม่ละสายตาจากร่างเล็กที่ตอนนี้กำลังนั่งหัวเราะกับเพื่อนรักพลางเช็ดน้ำมูกที่ไหลออกมา

 

มองขนาดนั้นไม่ไปนั่งตัวติดกันเลยล่ะ

 

บ้าแล้วพี่วอนอู ทำไมผมจะต้องไปนั่งข้างๆหมอนั่นด้วย

 

ทำมาเป็นพูดดี อย่าคิดว่าคนอื่นจะไม่รู้เหมือนใจมึงหรอกนะ

 

อ่าวพูดงี้แล้วตัวพี่เหอะ

 

ทำไม ? ”

 

แล้วพี่ซึงชอลล่ะ ? ” มินกยูเลือกที่จะเปลี่ยนบทสนทนาที่เหมือนว่ารุ่นพี่ข้างกายจะเริ่มต้อนเขาให้จนมุมกลายเป็นพยายามต้อนรุ่นพี่กลับทันที สายตาคมกวาดสอดส่องรอบบ้านก็ไม่พบร่างของรุ่นพี่ที่ถามถึงเลยแม้แต่เงา

 

หึ เข้าห้องน้ำมั้ง

 

รุ่นพี่ข้างกายตอบพลางเดินไปจัดแจงจานช้อนส้อมที่วางบนเคาน์เตอร์จัดเตรียมอาหารมาไว้ในมือ ถึงเขาจะเป็นแขกที่ถูกรับเชิญมา แต่ก็คงไม่เห็นแก่ตัวเดินตัวปลิวลอยหน้าลอยตาไปมาแบบนั้นได้ มือหนาจึงเอื้อมไปหยิบจานอาหารที่ปรุงเสร็จมาไว้ในมือก่อนจะเดินออกไปจากบ้านเพื่อวางไว้ที่โต๊ะด้านนอก

 

แต่สองขาที่กำลังจะก้าวออกจากบ้านก็ต้องชะงัก เมื่อสายตาคมดันเหลือบเห็นร่างเล็กกำลังเอื้อมมือไปหยิบกระป๋องเบียร์เย็นๆที่อยู่ภายในถุงสีดำ คาดว่าคงเป็นซอกมินที่เป็นคนซื้อมันมา อาจจะเพื่อสร้างบรรยากาศตามประสาผู้ชายหรืออะไรก็แล้วแต่

 

 

 

แต่ควอนซูนยองตกลงกับคิมมินกยูเอาไว้แล้ว

 

 

 

เราคุยกันแล้วไม่ใช่รึไงว่าจะไม่มีการดื่มแอลกอฮอล์

 

มือหนาที่ในคราแรกถือจานอาหารกลับกลายเป็นมือข้างที่ว่างกำข้อมือเล็กข้างที่กำลังจะเอื้อมหยิบกระป๋องเบียร์ข้างกาย ใบหน้าน่ารักเงยขึ้นมามองร่างสูงโปร่งก่อนจะปั้นหน้างอง้ำใส่พลางสูดน้ำมูกเข้าไปที่เดิม

 

มาปาร์ตี้แต่ไม่แตะเหล้ามันไม่สนุกเลยนะ

 

แต่เราตกลงกันแล้ว

 

ถือว่าโมฆะไปก่อนไม่ได้เหรอ

 

ไม่

 

“ ... ”

 

“ ... ”

 

 

 

ตุบ !

 

 

 

เห้ยมือถือตก ! ร่างเล็กรีบชี้ไปที่พื้นข้างๆที่ร่างสูงยืน เพียงแค่นัยน์ตาคมตวัดลงไปมอง ท่อนแขนเล็กถูกสะบัดออกแล้วหยิบกระป๋องเบียร์ที่เปิดทิ้งไว้มายกดื่มหลายอึก จนมินกยูที่หันมามองต้องถอนหายใจ

 

 

หลอกปัดกระป๋องเบียร์แล้วหาว่าเป็นโทรศัพท์มือถือนี่มันมุกยุคไหนกันนะ ...

 

 

 

ดื้อว่ะ

 

ไม่ดื้อดิ้

 

ดื้อแบบนี้ผมเริ่มจะไม่ทนแล้วนะ

 

แฮ่ นิดเดียวเอง หยวนๆกันหน่อยนะ เนอะซอกมินเนอะ

 

เอาหน่ามึง หยวนๆหน่อย พี่ซูนมันคงอยากเมาให้มันเมาเหอะ

 

เอ้ะพี่ซอกมิน ไปให้ท้ายพี่ซูนยองทำไมเล่า ! ซึงกวานที่นั่งมองรุ่นพี่ทะเลาะกันก็รีบยกมือตีไหล่กว้างของรุ่นพี่คนสนิทที่เอ่ยให้ท้ายรุ่นพี่อย่างผิดๆ

 

 

 

เกิดอะไรขึ้นพวกมึงก็จัดการกันเองละกัน

 

 

 

มินกยูไม่พูดอะไรอีก ร่างสูงเดินไปนั่งอีกฝั่งซึ่งอยู่ตรงกันข้ามทิ้งให้ซูนยองนั่งข้างน้องรักที่เจ้าตัวตั้งฉายาให้เหมือนเดิม ทั้งๆที่ปกติแล้วพวกเขานั่งข้างกันตลอดตัวติดกันเหมือนปาท่องโก๋ ถ้าคนใดคนหนึ่งไม่ได้นั่งด้วยกันก็จะไม่ยอมเด็ดขาด แต่ครั้งนี้ยอมรับว่าคิมมินกยูโกรธจริงๆ โกรธจนไม่อยากพูดไม่อยากนั่งข้างอีกฝ่ายเลยก็ว่าได้ มันไม่ใช่เรื่องไม่ทำตามสัจจะสัญญาอะไรหรอกที่เขาโกรธจนเงียบแบบนี้ แต่เพราะคนตรงหน้ากลับไม่รู้ลิมิตตัวเองว่าควรจะปล่อยตัวเองได้มากสุดแค่ไหน ทั้งๆที่รู้ตัวดีว่าป่วยอยู่แท้ๆ

 

 

สั้นๆง่ายๆ คิมมินกยูโกรธควอนซูนยองที่ทำให้เขาต้องเป็นห่วงมากเกินไป

 

 

 

มากันแล้วเหรอทุกคน ขอบคุณที่มางานวันเกิดฉันนะ เสียงที่คุ้นหูดังขึ้นมาพร้อมกับร่างโปร่งของ ชเวซึงชอล ที่สวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินขาวกางเกงยีนส์สีฟอกกำลังเดินออกมาจากข้างในบ้าน ใบหน้าน่ารักที่เจ้าตัวมักบอกเสมอว่าหล่อแต่กลับไม่ได้เป็นแบบนั้นกำลังฉีกรอยยิ้มกว้างให้รุ่นน้องที่มาร่วมงาน นัยน์ตากลมโตเลื่อนสายตามองรุ่นน้องทุกคนก่อนจะหย่อนตัวนั่งตำแหน่งหัวโต๊ะทันที

 

ไม่เป็นไรพี่ เออแต่พวกชานมันบอกว่ามาไม่ได้เพราะติดทำโปรเจ็กต์ปั่นส่งพรุ่งนี้เช้า

 

เออฉันได้รับข้อความแล้วล่ะ ลงมือกินเลยๆ พอได้รับสัญญาณจากรุ่นพี่เจ้าของงาน ช้อนส้อมสี่ห้าคู่ที่วางไว้อยู่ตรงหน้าก็ยกขึ้นมาเพื่อลงมือตักอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะทันที หลังจากที่อาหารตรงหน้าเริ่มส่งกลิ่นหอมยั่วยวนกระเพาะพวกเขามาได้สักพัก ด้วยสีสันที่น่าทานประกอบกับรสชาติกลมกล่อมที่มาพร้อมกับกลิ่นหอมจึงไม่น่าแปลกใจที่อาหารตรงหน้าจะพร่องลงไปเยอะพอสมควร

 

สบายดีกันไหม ไม่ได้เจอกันตั้งนานแหน่ะ

 

ก็เรื่อยอ่ะพี่ มีงานบ้างว่างบ้างตามประสา

 

ว่าแต่ทำไมพวกนายไม่นั่งด้วยกันอ่ะ

 

คนแถวนี้จู้จี้อ่ะพี่เลยไม่อยากนั่งด้วย เสียงใสเอ่ยออกมาพร้อมทำหน้าตาเหมือนไม่ได้แคร์คู่กรณีเลยสักนิด ด้วยความที่เคยตัวว่าทำท่าทางแบบนี้แล้วอีกฝ่ายจะหันมาสนใจ แต่เปล่าเลย ร่างสูงฝั่งตรงข้ามกลับทำหน้าเฉยชาเหมือนไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับท่าทีของคนตรงหน้าเลยด้วยซ้ำ ยิ่งทำให้ในใจของซูนยองเริ่มรู้สึกโหวงแปลกๆ แต่ก็ยังคงงัดทิฐิตั้งแต่ตั้งงอนใส่อีกฝ่ายอีกครั้ง

 

“ … ”

 

เหอะ จะเมินกันก็เมินไปเลยนะ ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน ! น่ารำคาญชะมัด !! ”

 

ก็อย่างที่เห็นนี่แหละพี่ซึงชอล ผมเบื่อนิสัยคนแถวนี้น่ะพี่ ... แล้วพี่เถอะ เป็นไงบ้างอ่ะ สบายดีไหม มินกยูเอ่ยถามพี่ใหญ่ที่นั่งหัวโต๊ะพลางใช้ส้อมจิ้มไส้กรอกค็อกเทลที่วางตรงหน้าเข้าปากโดยไม่สนใจรุ่นพี่ตัวเล็กที่ยกเบียร์กระป๋องขึ้นดื่มอึกใหญ่

 

หือ .. อื้อ สบายดีสิ่ ก็เรื่อยๆแหละช่วงนี้

 

จริงดิ่พี่ แล้วทำไมวันนี้พี่ดูลนลานแปลกๆอ่ะ นัยน์ตาคมหรี่มองคนเป็นรุ่นพี่ที่เขาสังเกตมาสักพักแล้วว่าดูลุกลี้ลุกลนแปลกๆเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่ก็ใช่ว่าจะมีแค่เขาคนเดียวที่สงสัย คนอื่นๆก็คงสงสัยเหมือนกันแต่ก็ไม่ได้พูดมันออกมา

 

กลายเป็นว่าคิมมินกยูคือหน่วยกล้าตายนี่เองสิ่นะ .....

 

 

เออนั่นดิ่ แถมวันนี้พี่ซึงชอลไม่พูดคำหยาบด้วยนะเว่ย

 

ซอกมินเอ่ยขึ้นสบทบเมื่อเขาสังเกตเห็นท่าทีแปลกๆของพี่ใหญ่ที่ดูเปลี่ยนไปไม่ต่างจากเพื่อนร่วมคณะร่างสูง นัยน์ตาเรียวของรุ่นน้องตัวแสบเงยหน้าขึ้นมามองรุ่นพี่ที่กำลังถูกไล่ต้อนก่อนจะมองสลับไปมาระหว่างรุ่นน้องคนสนิทข้างกายกับร่างสูงที่นั่งตรงข้าม ก่อนจะเอื้อมมือข้ามหน้าซึงกวานไปหยิบกระป๋องเบียร์ภายในถุงพลาสติกสีดำออกมายื่นให้ผู้เป็นพี่ทันที

 

พี่ซึงชอลดื่มเบียร์ป่ะ ไอ่ซอกมันบอกว่าพี่ชอบดื่มยี่ห้อนี้มากเลยเอามาฝาก

 

“ ... พี่เลิกดื่มเบียร์ไปนานแล้วซูนยอง ขอบใจที่ซื้อมาฝากนะ ตอนนี้ไม่ใช่ว่ามีเพียงคิมมินกยูและอีซอกมินที่สงสัยในท่าทีประหลาดของพี่ชายที่แสนดีแล้ว ควอนซูนยองก็เริ่มไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่เขาก็เลือกที่จะไม่สนใจแล้วสูดน้ำมูกกลับเข้าไปทีเดิมและกระดกกระป๋องเบียร์ยกดื่มทันที

 

 

 

ไม่สนแม้กระทั่งสายตาหวานของพี่ใหญ่ของโต๊ะกำลังแอบเหลือบมองใครบางคนบนโต๊ะตัวนี้อยู่ ...

 

 

 

แล้วพี่วอนอูเอาเบียร์ไหมอ่ะครับ ? ” ซึงกวานที่นั่งอยู่ใกล้ถุงเบียร์มากที่สุดเป็นคนเอ่ยถามพลางยื่นกระป๋องเบียร์ที่ยังไม่ได้เปิดให้รุ่นพี่ที่นั่งเงียบมาตลอด แล้วมือเรียวของวอนอูก็ยื่นไปรับกระป๋องเบียร์ในมือรุ่นน้องมาไว้ในมือแล้วเปิดกระป๋องทันที

 

อือ ซักป๋องน่าจะกำลังดี

 

ร้ายใช่ย่อยนะพี่ ฮ่าๆๆ

 

เอ้าชนนนนนน !

 

และงานเลี้ยงสังสรรค์ก็เริ่มขึ้นอย่างแท้จริงเมื่อได้ยินเสียงสั่งชนแก้วจากควอนซูนยองที่ตอนนี้ฤทธิ์แอลกอฮอล์เริ่มตีรวนขึ้นมาจนน่าจะเมากรึ่มๆบ้างแล้ว ทุกคนยกทั้งแก้วน้ำเปล่าและกระป๋องเบียร์ขึ้นมาชนกันก่อนจะยกดื่มรวดเดียว งานเลี้ยงสังสรรค์วันเกิดก็ยังคงดำเนินต่อไป เสียงหัวเราะที่ดังให้กับเรื่องตลกโปกฮายังคงดังไม่ขาดสาย ทว่ากลับมีคู่หูคู่หนึ่งยังไม่ยอมมองหน้าคุยกันอยู่เหมือนเดิม แม้ว่าความตึงเครียดนี้จะไม่ได้ทำลายบรรยากาศของงาน แต่มันกลับทำให้คู่กรณีของกันและกันต่างรู้สึกอึดอัดอยู่ภายในใจ

 

 

คิมมินกยูและควอนซูนยองต่างรู้ความผิดของตัวเองอยู่แก่ใจดีพอแต่ไม่กล้าเป็นฝ่ายพูดก่อนแค่นั้นเอง

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

ไอ่พี่ซูน ! พอได้แล้ว มึงเมาแล้วนะเว้ยยยย !

 

ซอกมินเอ่ยขึ้นเมื่อหันไปเห็นรุ่นพี่สุดที่รักกำลังทำตัวป่วนอยู่ด้านหลังของเขา เมื่อสักครู่ก็เพิ่งเลื้อยตัวกลางโต๊ะไป ยังดีที่ซึงชอลเริ่มเก็บจานอาหารที่ว่างเปล่าออกไปจากโต๊ะก่อนหน้านั้นแล้ว ไม่อย่างนั้นจานราคาแพงคงได้แตกละเอียดเป็นเศษเล็กๆน้อยๆแน่ๆ ตอนแรกก็ไม่คิดหรอกว่า ควอนซูนยองจะคออ่อนขนาดนี้เลยชวนดื่มกะว่าเอาให้สนุกกรึ่มๆพอให้สมกับเป็นงานเลี้ยง เจ้าตัวก็ดันบ้าจี้ตกปากรับคำตามอีก พอดื่มไปได้ไม่ถึงสามกระป๋องก็เมาเละเทะพูดจาไม่รู้เรื่องแบบนี้ไปแล้ว

 

รู้แบบนี้อีซอกมินควรเชื่อคิมมินกยูตั้งแต่แรกก็ดี

 

 

 

ม่ายมาวววววววววววววววววววว ใครมาววว ไม่เมมมมมมมมมม

 

เข้าใจรึยังว่าทำไมกูไม่ให้ซูนมันดื่ม

 

มินกยูเอ่ยขึ้นพลางยกมือกอดอกมองผลการกระทำที่เกิดขึ้นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ร่างเล็กลุกขึ้นไปยืนด้านหลังของซอกมินก่อนจะยกมือจับที่ศีรษะทุยแล้วเขย่าแรงๆเหมือนกำลังเขย่าขวดอะไรสักอย่าง ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งไปป่วนซึงกวานและวอนอูมา ส่วนซึงชอลดันขอตัวไปล้างจานอาหารก่อนถึงได้รอดพ้นจากเงื้อมมือของคนตัวเล็กได้ เขารู้ดีอยู่แล้วว่าควอนซูนยองคออ่อนเลยไม่อยากให้ดื่ม พอดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป พฤติกรรมประหลาดมันก็แสดงออกมาแบบนั้นแหละ

 

 

ในเมื่อตอนเขาสั่งห้ามไม่ให้คนตัวเล็กดื่มทุกคนก็หนุนหลังให้ดื่มกันดีนัก ก็ให้ได้ลิ้มรสความแสบอย่างเต็มที่เลยแล้วกัน

 

 

 

กูเข้าใจแล้วๆ มึงเอาพี่แม่งออกไปจากกูที หัวกูจะหลุดแล้วไอ่เหี้ยยยย ซึงกวานช่วยฉันหน่อย !!

 

ผมก็พยายามดึงอยู่เนี่ยพี่ ใจเย็นดิ้ ! ซึงกวานโวยกลับเมื่อรุ่นพี่เร่งเร้าจะให้เขาแยกตัวของรุ่นพี่ตัวป่วนออกทั้งๆที่มือเรียวอีกข้างของควอนซูนยองยังคงยกยีกลุ่มผมของตัวเองไม่เลิก

 

“ ... ”

 

ไอ่เหี้ยมิงงง ! เอาไอ่พี่ซูนออกไปจากหัวกูเร็วๆเด้ !

 

พี่มินกยูช่วยพวกผมทีเถอะนะพี่นะ !!

 

มึงไปเอาไอ่ซูนออกจากหัวไอ่ซอกมินได้แล้วไอ่มิง กูหนวกหู !

 

และเป็นวอนอูที่ต้องระงับสงครามด้วยการเอ่ยปากออกคำสั่งให้มินกยูไปจัดการกับร่างเล็กที่เริ่มไปป่วนคนอื่นไปทั่ว มินกยูถอนหายใจออกมาหนึ่งเฮือกก่อนจะยอมจำใจลุกขึ้นเดินอ้อมไปยังอีกฝั่งของโต๊ะที่กำลังมีสงครามขนาดย่อมเกิดขึ้นอยู่ ครั้นจะเดินไปกระชากให้คนเมานั่งลงที่เดิม เจ้าตัวก็คงจะโวยวายลุกขึ้นมาก่อกวนคนอื่นอีกรอบอยู่ดี ในตอนนี้คนตัวโตกว่าจึงทำได้แค่ยืนซ้อนหลังโน้มใบหน้าหล่อเข้าใกล้ใบหูเล็กนิ่มของคนตัวเล็กกว่าเท่านั้น มันเป็นวิธีที่คิดว่าน่าจะดีสุดแล้ว

 

พี่ซูนยอง

 

“ … อารายยยยยยยยยยย ฮื่อออออ

 

ปล่อยซอกมินได้แล้ว

 

อย่ามายุ่งนะ ! จะไปไหนก็ปายยยยยยยยยยยยยยย !!!!! ” ซูนยองสะบัดแขนให้มือหนาที่จับต้นแขนของเขาออกไป ทว่าฝ่ามือหนาอุ่นยังคงเหนียวแน่นไม่มีท่าทีว่าจะหลุดออกจากแขนเลยด้วยซ้ำ

 

ควอนซูนยอง คุณเมาแล้วนะ

 

เพียงแค่ได้ยินสรรพนามที่ไม่ค่อยได้ยินบ่อยจากร่างสูง ร่างเล็กที่คอยสร้างความปั่นป่วนในงานมาตลอดสองชั่วโมงก็หยุดชะงักทุกการกระทำ มือเล็กผละมือออกจากกลุ่มผมของรุ่นน้องทั้งสองคนปล่อยให้ท่อนแขนเล็กตกลงขนาบข้างลำตัว ใบหน้าน่ารักที่เริ่มจะแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ก็เริ่มก้มหน้าเบ้ปากลงราวกับกำลังรู้สึกน้อยอกน้อยใจบางอย่าง ยอมรับว่ามันเป็นประโยคแรกที่คนตัวสูงพูดกับเขาตั้งแต่ที่ตั้งแง่ใส่กันก่อนจะเริ่มงานเลี้ยง ใช่ว่าซูนยองจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังโกรธอยู่ที่เขาทำตัวไม่ดี แต่ทางฝั่งของเขาเองก็รู้สึกไม่พอใจอยู่เหมือนกัน

 

แน่สิ่ ถึงจะโกรธกันบ่อยแต่คิมมินกยูไม่เคยพูดจาดูเหมือนห่างเหินกับควอนซูนยองแบบนี้เลยนี่นา

 

 

เดี๋ยวผมพาพี่ซูนยองกลับบ้านก่อนนะพี่ อยู่นานๆแล้วเดี๋ยวป่วนหนัก

 

เออๆ พามันกลับบ้านดีๆล่ะ มึงก็ด้วยกลับบ้านดีๆ

 

มินกยูพยักหน้ารับคำจากวอนอูก่อนจะค่อยๆเข้าไปประคองร่างเล็กที่เริ่มเดินนโงนเงนเหมือนคนจะเป็นลม และยังไม่ทันจะเดินไปถึงที่รถ ร่างเล็กที่ยืนโงนเงนอยู่ในอ้อมแขนก็หมดสติล้มตัวลงจริงๆอย่างที่คิดไว้ แต่โชคดีที่ร่างหนาประคองร่างเอาไว้ได้ทัน เพียงมือหนาสัมผัสลงบนผิวกายนิ่มบริเวณท่อนแขนเล็ก คิ้วเข้มกลับขมวดลงฉับ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าควรทำอย่างไรต่อ ร่างสูงโปร่งก็รีบอุ้มร่างอ่อนปวกเปียกของรุ่นพี่ตัวเล็กที่อยู่ๆก็เข่าอ่อนเกือบจะทรุดลงไปนั่งกับพื้นขึ้นพาดบ่าแล้วรีบก้าวขาเดินไปที่รถของตัวเองทันที

 

ควอนซูนยองไข้ขึ้น ....

 

ร่างสูงแทบสบถออกมาเป็นคำหยาบตั้งแต่ที่มือของเขาสัมผัสได้ถึงความร้อนภายในตัวของคนตัวเล็ก อาการไข้ของควอนซูนยองเป็นมาตั้งแต่ก่อนจะเดินทางมายังงานเลี้ยงแล้ว ทั้งๆที่เขาบังคับให้กินยาลดไข้เข้าไปแล้วแท้ๆ แต่เพราะเจ้าตัวแตะแอลกอฮอล์เลยทำให้ตัวยาไม่ออกฤทธิ์ ไข้ที่ควรจะหายก็กลับขึ้นสูงขึ้นจนร้อนจี๋ แม้ใจจะอยากตำหนิคนป่วยที่ไม่เคยรู้ลิมิตตัวเอง แต่แท้ที่จริงแล้ว ...

 

 

คิมมินกยูอยากตำหนิตัวเองที่ใจไม่แข็งพอจะตักเตือนอีกฝ่ายให้เข้มงวดกว่านี้

 

 

ร่างสูงค่อยๆวางร่างของซูนยองลงที่เบาะนั่งด้านข้างคนขับอย่างแผ่วเบา คาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินอ้อมไปฝั่งคนขับแล้วหย่อนตัวนั่งประจำตำแหน่งและสตาร์ทรถเหยียบคันเร่งปล่อยให้รถทะยานตัวออกจากบ้านของซึงชอลทันที นัยน์ตาคมจดจ้องถนนยามค่ำคืนที่จางทั้งผู้คนและยานพาหนะขับขี่ ท้องถนนที่เริ่มมองเห็นลำบากเพราะกลุ่มหมอกอากาศเย็นลอยตัวต่ำลงจนทำให้ทัศนวิสัยการขับขี่ลดลง แต่ต่อให้กลุ่มหมอกบดบังท้องถนนจะทำให้การเดินทางกลับบ้านลำบากแค่ไหน แต่คิมมินกยูก็ไม่ได้ให้ความสนใจมันเลยแม้แต่น้อย เพราะในห้วงความคิดของเขา เขาจะต้องพาร่างเล็กกลับบ้านให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

 “ … อือออ

 

“ ... ” มินกยูเหลือบสายตามองร่างบอบบางที่นอนขดตัวอยู่บนเบาะรถที่เอนไปด้านหลังให้จนสุดกำลังครางเสียงอืออึง ก่อนจะหันไปสนใจกับท้องถนนเหมือนเดิมพลางปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตสีอ่อนเม็ดบนสุดออกเพื่อคลายความหงุดหงิด

 

อึก ... ไอ่คนใจร้าย

 

“ ... พูดไรวะดื้อ

 

“ ... ”

 

ซูนยองบ่นงึมงำเพียงชั่วครูก่อนจะปล่อยสติให้นอนหลับไปเพราะความเมาผสมกับอาการไข้ที่ขึ้นสูง พอเห็นว่าอีกฝ่ายนอนหลับไป ใจของคนขับรถก็ยิ่งไม่ค่อยดีเท่านั้น ฝ่าเท้าเหยียบคันเร่งจนแทบเกินลิมิตความเร็วที่กำหนดเพื่อให้รถคันสวยมาจอดเลียบอยู่ตรงหน้าบ้านของคนข้างกายให้ไวที่สุด

 

 

ห้านาที .. อืม น่าจะภายในห้านาที

 

 

มินกยูเดินลงจากรถของตัวเอง เดินอ้อมไปอุ้มร่างของรุ่นพี่ตัวเล็กมาไว้ในอ้อมกอด ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านหลังสวยทันที คงแปลกใจสิ่นะว่าทำไมเขาถึงเข้าบ้านได้สบายๆ ก่อนหน้านี้คิมมินกยูเคยมีกุญแจสำรองของบ้านหลังนี้ แน่นอนว่าซูนยองเต็มใจยื่นกุญแจบ้านให้เพราะคิดว่าถ้ามีเรื่องอะไรจะได้เข้ามาช่วยได้ทัน

 

อย่างเช่นเหตุการณ์ในวันนี้ ...

 

มินกยูวางร่างของซูนยองลงบนเตียงสีเทาขนาดกว้างอย่างแผ่วเบา สองเท้ารีบก้าวไปที่ห้องน้ำเพื่อหยิบผ้าขนหนูขาวและกะละมังสีใสที่บรรจุน้ำสะอาดเกือบเต็มใบ มือหนาวางกะละมังใบเล็กไว้บนหัวเตียง หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำบิดหมาด แล้วค่อยๆบรรจงเช็ดตัวอย่างอ่อนโยนตั้งแต่ใบหน้าน่ารัก ลำคอขาว จรดท่อนแขนเล็กและท่อนขาเรียวราวกับตัวเองเป็นพยาบาลคอยดูแลคนไข้

 

ความจริงแล้วมินกยูไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ให้ซูนยองก็ได้เพราะเจ้าตัวเคยบอกแล้วว่าถ้าหากเจ้าตัวทำเรื่องแสบ ทำเรื่องวุ่นวายหรือเมาไม่รู้เรื่องแบบนี้ก็แค่มาส่งที่บ้านแล้วก็กลับบ้านไปซะ แต่กลับเป็นทุกครั้งที่มินกยูฝ่าฝืนคำพูดของซูนยองด้วยการนั่งดูแลอีกคนจนคิดว่าน่าจะนอนหลับสบายดีแล้วถึงจะกลับไป เหตุผลที่ขัดขืนคำพูดของควอนซูนยองมันไม่มีอะไรเลยนอกจาก

 

 

 

คิมมินกยูแอบชอบควอนซูนยองอยู่ ... นั่นแหละ

 

 

ถ้าถามว่าชอบมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ... สองสามปีแล้วล่ะ ตั้งแต่รู้จักกันครั้งแรกในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมคณะ มินกยูก็เข้ามาตีสนิทจนกลายเป็นรุ่นน้องที่รู้ใจของซูนยอง พอจบมหาวิทยาลัย คนเป็นรุ่นพี่ก็ชวนมาทำงานด้วยกัน ไปๆมาๆก็เป็นแบบที่เห็นกันทุกๆวันนี่แหละ

 

มือหนาค่อยๆใช้ผ้าขนหนูผืนใหม่ที่เพิ่งชุดน้ำบิดหมาดซับลงบนใบหน้าเพื่อระบายความร้อนของไข้ภายในตัว นัยน์ตาคมเพ่งพินิจตั้งแต่หน้าผากมนที่ถูกผมหน้าม้าปรกเอาไว้และเขาเพิ่งใช้มือเกลี่ยมันไปด้านข้าง ดวงตาเรียวเล็กที่ยังคงหลับตาลง เขาจำประกายในแววตาของคนตัวเล็กได้มันเป็นแววตาที่ทำให้เขาหลงรักทันที จนมินกยูเชื่อกับคำพูดที่ว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ จมูกโด่งรั้นที่มักจะเชิดทุกครั้งที่ไม่พอใจเขา ดวงตาคมไล่สายตาลงมาที่ริมฝีปากแดงอิ่มที่มักจะเอ่ยแต่ถ้อยคำชวนทะเลาะกำลังเผยอออกเล็กน้อย มินกยูมั่นใจว่าตอนนี้ก้อนเนื้อภายในอกมันกำลังเต้นผิดจังหวะ เขาสัมผัสมันได้ชัดเจนมาก ชัดเจนจนกลัวว่าคนตัวเล็กจะได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่กำลังเต้นบ้าคลั่งเหมือนตีกลองเบสแรงๆซ้ำๆอยู่แบบนั้น

 

 

 

อือ ...

 

“ ... ”

 

มินกยูอ่า .. นัยน์ตาเรียวเล็กที่หลุบลงเพื่อพิษไข้กลับค่อยๆลืมตาขึ้นมองใบหน้าหล่อของรุ่นน้องที่อยู่ข้างกายมาตลอด อยู่ๆความน้อยอกน้อยใจก็ตีตื้นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อย้อนกลับไปนึกถึงตอนก่อนจะเกิดเรื่องบาดหมางกัน

 

พี่ไข้ขึ้นอยู่ พี่ควรนอนพักเยอะๆ

 

“ .. อ่า นั่นสิ่นะ

 

“ ... ”

 

ทำไมนาย ..

 

อย่าถามว่าทำไมไม่ห้ามพี่ เพราะตัวพี่นั่นแหละที่ไม่ฟังผมเอง

 

“ ... อือ ศีรษะทุยที่ยังคงนอนอยู่บนหมอนใบนิ่มผงกขึ้นลงรับรู้ในคำตอบ

 

“ ... ”

 

เพราะฉันดื้อสิ่นะ ... ริมฝีปากแดงเม้มลงเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่เริ่มตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก นัยน์ตาเรียวเสมองไปทางอื่นไม่กล้าสบดวงตาคมกริบตรงหน้า ใช่ว่าซูนยองจะไม่รู้ว่าที่อีกฝ่ายโกรธมันเป็นเพราะตัวเขาดื้อเอง

 

“ ... ”

 

“ ... ลึกๆแล้ว ฉันเองน้อยใจนะ

 

พี่น้อยใจอะไร ? ”

 

อืม .. ไม่รู้สิ่ แต่ฉันน้อยใจ ... ที่นายชอบทำตัวเย็นชาแค่เพราะฉันดื้อแบบนี้

 

“ ... ”

 

ทีกับคนอื่น นาย ... ไม่เห็นทำเย็นชาแบบนี้บ้างเลย พูดแล้วก็นึกไปถึงตอนที่ก่อนหน้าประมาณสองวัน ที่รุ่นพี่ร่างบอบบางเจ้าของใบหน้าสวยราวกับผู้หญิงอย่าง ยุนจองฮัน เข้ามาเยี่ยมที่ทำงานพวกเขา รุ่นพี่หน้าสวยคนนั้นเข้ามาวุ่นวายจนได้แผลจากการที่เดินซนไปทั่วห้องทำงานที่มีแต่เศษไม้และของมีคมวางระเกะระกะ แต่คนตัวโตกว่ากลับหัวเราะร่าแล้วยังทำแผลให้อีก แต่ถ้าลองคิดกลับกันว่า หากเปลี่ยนยุนจองฮันเป็นควอนซูนยองคนนี้ล่ะ ... ยังไงคิมมินกยูก็จะต้องทำหน้าไม่พอใจและต่อว่าจนหูแฉะแน่ๆ

 

“ ... ”

 

ถ .. ถามหน่อยสิ่ ..

 

ครับ มินกยูยังคงมองใบหน้าน่ารักที่ขึ้นสีระเรื่อจากอาการไข้ขึ้นสูง ดวงตาเรียวเล็กยังคงหลบตาไม่สบกับคนฟังดังเดิม และนั้นก็ทำให้คนตัวเล็กไม่ได้เห็นรอยยิ้มอ่อนโยนที่ประดับบนใบหน้าหล่อ ใครจะไปบอกให้รู้ล่ะว่าซูนยองโหมดหงอยน่ารักมากขนาดไหน

 

อ่า .. ไม่สิ่ ถ้าได้ยินคำถามแล้วช่วยลืมๆมันไปด้วยนะ ... อ .. สงสัยไข้ขึ้นแล้วชักพูดเพ้อเจ้อ

 

“ ... ” ซูนยองพยายามขยับตัวเพื่อนั่งพิงหัวเตียง พร้อมสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆเพื่อควบคุมอารมณ์ที่กำลังจะทำให้ตัวเองอ่อนแอลง

 

 

 

 

 

ถ้าฉันดื้ออยู่แบบนี้ ... นายจะยังอยู่ข้างๆฉันอีกไหม ... มินกยูอ่า

 

 

 

 

 

ซูนยองช้อนตามอง เผยให้เห็นหยดน้ำใสที่คลอหน่วยอยู่ในดวงตา มันไม่ได้ไหลออกมาทันที แต่หากสะกิดเพียงนิดเดียว หยดน้ำใสก็พร้อมที่จะร่วงหล่นมาเปรอะเปื้อนบนใบหน้าได้เช่นกัน มินกยูที่เห็นท่าทีแบบนั้นแทบทำอะไรไม่ถูก สิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้คือการดึงร่างเล็กที่กำลังป่วยเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดแข็งแรงของตน ใบหน้าน่ารักซบลงบนบ่าปล่อยให้หยดน้ำตาไหลออกมา ท่อนแขนเรียวเล็กยกขึ้นโอบรอบคอคนเป็นน้องเอาไว้แน่น มือหนายกขึ้นลูบกลุ่มผมนิ่มสีสว่างอย่างอ่อนโยน ในเวลานี้คิมมินกยูใจอ่อนกับทุกอย่างที่เป็นควอนซูนยอง เขาไม่อยากเห็นน้ำตาของรุ่นพี่คนนี้อีก มินกยูลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าก่อนหน้านี้เขาโกรธอะไรกับคนตัวเล็กในอ้อมกอด แต่ที่แน่ๆคือ ....

 

 

ไม่ว่าแลกด้วยการที่เขาต้องละทิ้งทิฐิเพื่อยอมจำนนต่อความดื้อรั้นของรุ่นพี่คนนี้หรือจะอะไรก็ตาม ขอแค่คิมมินกยูไม่เห็นน้ำตาของควอนซูนยองอีก เขาก็ยอม ...

 

 

 

ผมจะทิ้งพี่ให้อยู่คนเดียวได้ไงล่ะหืม ดื้อๆแบบนี้ต้องอยู่ให้ผมดูแลสิ่

 

“ ... ”

 

ผมผิดเอง ขอโทษนะพี่ซูนยอง

 

อือ ... ขอโทษเหมือนกันที่ดื้อกับนาย ไม่ว่าเปล่า ท่อนแขนเล็กยังคงกอดรัดรางหนาเอาไว้แน่น ใบหน้าน่ารักซบลงไหล่กว้างไม่ยอมเงยหน้าสบตาอีกฝ่ายเหมือนเดิม

 

ที่ผมทำแบบนั้นก็เพราะผมเป็นห่วงพี่มากเกินไปจนทำอะไรไม่ได้ต่างหาก ...

 

“ … ”

 

ที่ผมไม่ดุคนอื่นแต่ดุพี่คนเดียวก็เพราะผมไม่ได้เป็นห่วงคนอื่นเท่าพี่

 

“ … ”

 

ผมทำแบบนี้กับพี่คนเดียวด้วย

 

มือหนายกขึ้นเกลี่ยหยดน้ำใสที่ไหลออกมาจากดวงตาเรียวของรุ่นพี่อย่างแผ่วเบาพร้อมกับยกรอยยิ้ม ซูนยองยังคงทอดมองใบหน้าของมินกยูที่เริ่มเขยิบเข้ามาใกล้มากขึ้น สาบานได้ว่าท่าทีอ่อนโยนของคิมมินกยูกำลังทำลายความเข้มแข็งของควอนซูนยองทีละนิดจนท้ายที่สุดแทบจะไม่เหลือแม้แต่ความดื้อรั้นใดๆอีก ควอนซูนยองกลายเป็นคนว่านอนสอนง่ายทันทีที่ได้รับความอ่อนโยนจากคนเป็นรุ่นน้อง

 

หมายความว่าไง ?

 

หืม ?

 

อ .. เอ่อ ... หมายถึง เรื่องทั้งหมดน่ะ หมายความว่าไง ?

 

อยากรู้เหรอ ? มินกยูได้คำตอบจากซูนยองเป็นการพยักหน้าตอบรับ รอยยิ้มหล่อร้ายกาจเผยขึ้นมาใบหน้าหล่อจนทำให้ร่างเล็กต้องเสมองไปทางอื่นเพราะอาการประหลาดที่ซูนยองเข้าใจว่าน่าจะเรียกว่าความเขิน

 

แน่นอนว่าเรื่องไม่บริสุทธิ์ใจกำลังปรากฎอยู่ภายในจิตใต้สำนึกมากขึ้นทุกที มากจนคิมมินกยูไม่อยากทนมันอีกต่อไป ร่างหนาค่อยๆโน้มใบหน้าเข้าใกล้มากขึ้นจนปลายจมูกโด่งแทบจะชนเข้ากับจมูกรั้นของคนเป็นพี่ นัยน์ตาของซูนยองกำลังฉายแววตาสั่นไหวคล้ายคนกลัวอะไรบางอย่างจนมินกยูต้องยกมือขึ้นมาลูบศีรษะทุบเบาๆเป็นการปลอบโยน

 

“ … จะทำอะไรอ่ะ มินกยูอ่า

 

จะเล่าเรื่องให้ฟังไง

 

ต .. แต่ฉันป่วยอยู่นะ อื้ออออ ...

 

เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง พี่แค่นอนฟังเฉยๆก็พอนะ พอใจกับเรื่องเล่าของผมหรือไม่ค่อยบอกผมตอนเช้านะโอเคไหม

 

 

 

และคิมมินกยูก็เริ่มเล่าเรื่องราวที่แสนจะยาวนานตลอดทั้งคืนให้ควอนซูนยองที่กำลังป่วยฟังทันที ...

 

 

 

 

 

 

 

           

FIN.









- 160714 -

สวัสดีตอนที่สิบสี่ค่ะ

เราบนเอาไว้ว่าถ้าคะแนนวิชาจิตวิทยาการเมืองและการบริหารได้นกเราจะแต่งเรื่องนี้ ...

ฟิคแก้บนเรื่องสุดท้ายเลยคลอดออกมาให้อ่านแบบฉิวเฉียดแล้วเย้ ; - ;

ฟิคเรื่องนี้อาจจะป่วงๆงงๆไปตามประสาคนแต่งกำลังเบลอนะคะ อย่าว่ากันนะฮิ้ง

เอาเป็นว่าขอขอบคุณที่เสียเวลาเข้ามาอ่านด้วยน้า อย่าลืมคอมเม้นต์ให้กำลังใจกันหน่อยนะฮึก

ติดตามและให้กำลังใจกันได้เสมอ 

ทั้งทางคอมเม้นต์ แฮชแท็ก #pnn17fic 

หรือว่าจะเมนชั่นมาคุยก็ได้นะครัชชช ; w ;

 

 

เจอกันตอนถัดไป สวัสดีค่ะ !

 

(c)              Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #157 UBLOCK (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 20:34
    อิมิงๆ อิเด็กอบอุ่นนนน กรี๊ดดดดด เฮ้อออ ยินดีกับซูนด้วยนะค่ะ น้องเค้าเป็นห่วงแก เคนะเว้ยยยบย คนอื่นไม่ห่วงก็ไม่ดุหรอกกก เข้าใจช้ะะะะ เก็ทททนะะะ
    #157
    0
  2. #39 PuppyBH (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 09:21
    แหมมม เล่าเรื่องอะไรกันคะ อยากรู่ด้วยคนได้เปล่า 55555555 แล้วตกลงพอใจกับเรื่องเล่าของมิงมั้ยจ้ะคนดื้อ >< อ่านแล้วเขินเลย น่ารักมาก
    #39
    0
  3. #33 wansweet (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 21:29
    คนดื้อออ งือออ ฟินจัง เค้าเล่าเรื่องอะไรกันน่ะ อยากรู้ 55555
    #33
    0
  4. #32 ออต็อกเค๊ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 20:18
    แล้วตกลงพี่ช่อนกับวอนอูนี่มีอะไรรึเปล่า 55555555555555555555
    #32
    0
  5. #31 ออต็อกเค๊ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 20:17
    แล้วตกลงพี่ช่อนกับวอนอูนี่มีอะไรรึเปล่า 55555555555555555555
    #31
    0