` F A N F I C R O O M | NO.MERCY ♡

ตอนที่ 7 : - 07 : goodbye summer | shownu x kihyun。

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 360
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 พ.ค. 58


GOODBYE SUMMER | SHOWNU x KIHYUN
AU / pg – 15 / romantic

 

* Adapted some part from GOT7’s fiction – Goodbye Summer by pinnathero. *

 

 

 

 

 

         

... 친구라는 이름 어느새 미워진 이름

ฉันเกลียดนิยามของคำว่าเพื่อน

감추던 감정은 지금도 아픈 비밀의 기억일

ความรู้สึกของฉันที่ยังซ่อนอยู่ ตอนนี้ก็ยังเป็นความลับ

우리 사인 정리할 없는 사진

รูปถ่ายที่ไม่สามารถนิยามความสัมพันธ์ของเราได้

보면 가슴 아린 Story, I’m sorry

เรื่องของเราเป็นเรื่องที่น่าเศร้า ฉันขอโทษ

여름아 이젠 Goodbye

ฤดูร้อนนี่ ฉันต้องลาก่อน

 

 

 

" นานแล้วสิ่นะ ... "

 

" หืม ?

 

" ที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้น่ะ ... นานแล้วนะ " รอยยิ้มสดใสโปรยมอบให้กับร่างหนึ่งที่นั่งหยิบขนมขบเคี้ยวที่เขาไม่ค่อยชื่นชอบเท่าไหร่ หากแต่ขนมขบเคี้ยวชนิดนี้กลับเป็นของโปรดของคนข้างกายเข้าปากพร้อมเคี้ยวกร้วมอยู่ข้างๆด้วยความชินมือ

 

 

 

 

 

" อืม ... นั่นสิ่ " และรอยยิ้มที่หาได้ยากจากร่างข้างกายก็ผุดขึ้นมาประดับบนใบหน้านั้น

 

 

 

และเราก็กลับมายืนที่จุดเดิมที่เคยอยู่ ที่ว่างไว้ข้างๆกาย ที่ๆมีแต่คนสองคนด้วยกันอีกครั้ง ...

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แม้ว่าสภาพอากาศจะร้อนจนตับแทบกระเด็นหรือฝนตกจนมองไม่เห็นทางก็เถอะ เชื่อได้ว่านักศึกษาในมหาวิทยาลัยมักจะไม่ค่อยพบเจอร่างหนาของคนที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นประธานชมรมกีฬาอย่าง ซนฮยอนอู ออกเดินเพ่นพล่านเสียเท่าไหร่ หากแต่วันนี้มันช่างประหลาดใจที่ประธานชมรมกีฬาที่วันๆจะใช้เวลาอยู่ที่ห้องชมรมกลับออกมาเดินอยู่ด้านนอก แม้จะไม่มีใครกล้าทักเพราะหน้าตาที่ดูไม่เป็นมิตรนั่น แต่ความประหลาดใจที่มีอยู่ในใจที่ยิ่งกว่าคือ

 

 

 

ทำไมต้องเดินเตร็ดเตร่แถวๆชมรมขับร้องสากลด้วย ?

 

 

 

นี่ๆ ...จู่ๆก็มีนักศึกษาหนุ่มใจกล้าเจ้าของเสียงใสที่สะกิดไหล่กว้างพร้อมเอ่ยทักหนุ่มร่างสูงนั้นด้วยความเร่งรีบ ใบหน้าหล่อหันมามองด้วยแววตานิ่งสงบไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ทำให้คนทักไม่กล้ามองหน้ามากไปกว่านี้เพราะกลัวพูดอะไรไม่ออกแล้วมันจะยิ่งช้าไปกันใหญ่

 

มีอะไรรึเปล่า ?

 

เปล่า .. คือ ...พอเห็นใบหน้าที่นิ่งตายราวกับหุ่นยนต์ทำให้เขารู้สึกไม่กล้าปริปากเอ่ยอะไร ได้แต่ยืนดิ้นไปมาคล้ายเด็กกำลังงอแง แต่เมื่อเหลือบมองนาฬิกาแล้วก็ต้องเข้าโหมดเร่งรีบอีกครั้ง

 

‘ … ’ สายตาคมเหลือบมองไปตามที่อีกฝ่ายชี้นิ้วไปทางด้านหลังของเขาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันมาเลิกคิ้วถามอีกทีด้วยความสงสัย

 

‘ … ชิบหายแล้ว

 

ห้ะ ?

 

คือ .. คุณยืนขวางประตูเข้าห้องชมรมน่ะ ขอทางหน่อยสาบานได้ว่าคนมองแทบจะขยับตัวออกห่างไม่เป็นเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาเรียวสวยที่เงยสบมองขึ้นมา ด้วยความสูงที่ต่างกันนั่นทำให้เขาต้องก้มลงมองอีกฝ่ายเพียงเล็กน้อย ใบหน้าหวานน่ารักที่เข้ากับพวงแก้มเนียนละเอียดกำลังแดงเลือดฝาดเพราะอากาศร้อนพร้อมกับกลุ่มผมทุยสีเข้มตรงหน้ายิ่งทำให้เขารู้สึกแปลกประหลาดอยู่ภายในอกซึ่งเขายังไม่สามารถหาสาเหตุและชื่อเรียกความรู้สึกนี้ได้ ไหนจะจมูกโด่งรั้น และเรียวปากเล็กสีแดงระเรื่อน่าสัมผัสนั่น สิ่งเหล่านี้ที่อยู่บนใบหน้าของคนตรงหน้ามันกำลังจะพรากความเป็นตัวของตัวเองไป

 

อ .. เอ่อ ขอโทษทีไม่ว่าเปล่า ร่างหนาพยายามขยับตัวหลบทางให้อีกฝ่ายสามารถเดินผ่านประตูชมรมได้

 

อ .. อื้อและร่างเล็กกว่าก็โค้งศีรษะขอบคุณเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปในห้องชมรมขับร้องสากลที่ตั้งอยู่ตรงหน้าทันที ทิ้งให้ร่างสูงหนาต่างชมรมยืนนิ่งเป็นท่อนซุงอยู่ตรงหน้าห้องชมรมไม่ไหวติง บางทีซนฮยอนอูคนนี้ควรจะรู้ตัวเสียทีว่าไม่มีที่ใดปลอดภัยต่อร่างกายและจิตใจเท่าห้องชมรมกีฬาขนาดสีเหลี่ยมผืนผ้าพื้นที่ใช้สอยสี่สิบตารางเมตรกับโรงยิมโง่ๆที่ตั้งอยู่ข้างๆห้องชมรมอีกแล้วจริงๆ

 

 

 

และกว่าเขารู้สึกตัวได้อีกที ก็ช้าเกินไป เมื่อเขากำลังรู้สึกได้ว่าหัวใจของเขากำลังลอยทะลุประตูเข้าไปในห้องชมรมขับร้องสากลเสียแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

' ซนฮยอนอู ยูกีฮยอน พวกคุณทำอะไรใต้โต๊ะน่ะ ? ' สิ้นเสียงอาจารย์วิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารที่กำลังยืนอธิบายเนื้อหาเกี่ยวกับโครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษอย่างน่าเบื่ออยู่ แต่กลับมองเห็นนักศึกษาที่กำลังไม่ตั้งใจฟังในสิ่งที่สอน ร่างของเจ้าของชื่อทั้งสองคนถึงกับสะดุ้งโหยงพร้อมเงยหน้ามองต้นเสียงที่ยืนกอดอกทองมองมาด้วยใบหน้าที่ซีดราวกับว่ากำลังโดนจับได้ว่าทำอะไรผิด

 

 

 

ขอพูดด้วยความสัตย์จริงได้ว่าเจ้าของชื่อทั้งสองคนนี้ไม่ได้นั่งโต๊ะเรียนข้างกัน เรียกได้ว่านั่งคนละมุมห้องก็ว่าได้ และด้วยห้องเลกเชอร์ที่กว้างและคลาสนี้มีจำนวนนักศึกษาที่เข้าชั้นเรียนมากกว่าคลาสอื่นที่เลือกลงเรียนวิชานี้ เป็นไปไม่ได้ที่อาจารย์ที่สอนวิชามหาวิทยาลัยจะจำชื่อนักศึกษาในคลาสได้ทุกคน แต่ไฉนอาจารย์กลับกวาดสายตาจับพวกเขาได้คาหนังคาเขาพร้อมกับเรียกชื่อได้อย่างไม่มีผิดเพี้ยนเช่นนี้

 

 

 

หรือว่ามีสปายในห้องนี้กันนะ ...

 

 

 

นัยน์ตาเรียวชะเง้อมองสอดส่องไปทั่วห้องเรียนขนาดใหญ่ พบว่านักศึกษาคนอื่นๆต่างก้มหน้าก้มตาจดเนื้อหาตามบนกระดาน ไม่มีคนไหนที่พอจะเป็นสปายให้อาจารย์สุดเนี้ยบนี้ได้ แต่ในความคิดอันน้อยนิดนั้น เขากลับสงสัยประธานเซคที่นั่งหน้าสลอนมองกระดานราวกับว่ากระดานเป็นคนรักคนสำคัญของตนอย่างนั้น ไม่แปลกใจถ้าประธานเซคสุดเชยจะเป็นสปายให้อาจารย์ ใครๆก็เชื่อแบบนั้น ขนาดเขายังเชื่อเลย บางทีก็เคยมีความคิดที่ลองคิดเล่นๆดูว่าถ้าลองเอาแว่นตาของอาจารย์ไปซ่อนที่ไหนซักที่ แล้วอาจารย์จะรู้หรือไม่ว่าพวกเขากำลังทำอะไร จะรู้หรือไม่ว่าสปายส่งข้อความลับอย่างไร ได้แต่คิดแล้วก็สงสัยอยู่อย่างนั้น

 

หากแต่กลุ่มก้อนความคิดก็ดับมอดลงเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงเคาะเบาๆที่หัวทุยๆนั้นด้วยปากกามาร์เกอร์สีเข้มเบาๆ นัยน์ตาเรียวที่มัวแต่มองไปรอบห้องถึงกับต้องกลับมาโฟกัสตรงจุดตรงหน้าที่มีร่างของอาจารย์ใกล้วัยทองอีกไม่เท่าไหร่นัก

 

 

 

 

 

' ยูกีฮยอน คุณมองอะไร '

 

' อ .. เอ่อ .. '

 

' แล้วใต้โต๊ะของคุณมันมีอะไรน่าสนใจมากกว่าเนื้อหาที่ฉันอธิบายที่หน้ากระดานเรียน คุณซ่อนอะไรเอาไว้ใต้โต๊ะ ? ' แม้เขาจะจำได้ขึ้นใจในเรื่องกฎกติกาในการเรียนคลาสนี้ว่าจะต้องตั้งใจฟังและตั้งใจเรียนในคาบให้มากที่สุด ไม่มีการวอกแวกทำอะไรใต้โต๊ะ แต่ในเมื่อมันน่าเบื่อ การแหกกฎคือความตื่นเต้นอย่างหนึ่งในชีวิตการเป็นนักศึกษาซึ่งเขาก็เลือกที่จะลองทำมันดูก็แค่นั้น

 

' ป ... เปล่าครับอาจารย์ ' กีฮยอนเอ่ยตอบกลับอย่างตะกุกตะกักในขณะที่มือเรียวค่อยๆยืนเข้าไปในใต้โต๊ะพร้อมซุกซ่อนหนังสือการ์ตูนเอาไว้ก่อนจะหยิบปากกาหลากเฉดสีที่กองอยู่ใต้โต๊ะออกมาบังหน้า

 

' คุณแน่ใจเหรอว่าไม่มีอะไร ? '

 

' ค ... ครับ ' ใบหน้าน่ารักก้มหน้าหลบสายตาเฉียบแหลมที่คล้ายดวงตาแม่มดชั่วร้าย ก่อนจะเหลือบไปมองที่ที่นั่งตำแหน่งเดียวกันแต่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง ก็ถึงกับตกใจในสิ่งที่มองเห็น เมื่อพบว่า ...

 

 

 

 

 

คนที่ชื่อซนฮยอนอูคนนั้น คือคนๆเดียวกับคนที่ยืนขวางประตูชมรมของเขาเมื่อตอนกลางวัน !

 

 

 

 

 

แต่นั่นก็ทำให้เขาตกใจได้ไม่นาน ร่างเล็กแอบหลุดขำออกมาเล็กน้อยเมื่อสายตาที่จดจ้องมองร่างหนานั้นกำลังเห็นการกระทำบางอย่าง

 

 

 

 

 

... ซนฮยอนอูกำลังซ่อนโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งใช้เล่นเกมใส่ลงไปในกระเป๋ากางเกงของเพื่อนที่นอนฟุบหลับข้างๆโต๊ะนั้นอย่างแนบเนียนที่สุด ...

 

 

 

 

 

 

' ซนฮยอนอู คุณลุกขึ้นซิ ' อาจารย์เอ่ยลั่นวาจาเสียงดัง ทำให้เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสั้นสีดำสนิทต้องค่อยๆลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตนด้วยใบหน้าที่นิ่งเรียบ ซึ่งเพื่อนในคลาสไม่สามารถสรุปได้ว่าซนฮยอนอูเป็นคนที่เก็บอารมณ์ความรู้สึกเก่ง หรือเป็นคนที่หน้าตาบอกบุญไม่รับแบบนี้ตั้งแต่เกิดก็ไม่รู้

 

' ... '

 

' เมื่อกี้คุณทำอะไรใต้โต๊ะ คุณลองบอกมาซิ ' เสียงรองเท้าสูงกระทบกับพื้นห้องดังก๊อกแก๊กตามจังหวะการเดินเข้าไปหาร่างสูงโปร่งนั้นมันช่างดังเข้าไปในโสตประสาทจนรู้สึกหนวกหู นิ้วเรียวของคนที่ยืนอยู่เผลอยกมาแคะหูพร้อมบ่นพึมพำเบาๆด้วยความรำคาญ

 

' ผมเปล่าครับ '

 

' แต่ฉันเห็นว่าคุณกำลังแอบทำอะไรใต้โต๊ะ '

 

' ผมบอกว่าเปล่าก็คือเปล่า อาจารย์รู้เรื่องที่ผมพูดบ้างไหม ? ' เสียงทุ้มเอ่ยถ้อยคำต่อล้อต่อเถียงอาจารย์ด้วยใบหน้าที่นิ่งเรียบจนอาจารย์แทบควบคุมอารมณ์ไม่ได้

 

' คุณอย่ามาเถียงฉัน ! ฉันเป็นอาจารย์ของคุณนะ '

 

' ผมนั่งฟังคุณบ่นเรื่องโครงสร้างประโยคภาษาอักงฤษที่พวกผมเรียนมาตั้งแต่ประถมจนตอนนี้คลาสที่สามของเทอมคุณก็ยังบ่นไม่เลิกกับเรื่องนี้ ถามจริงๆเถอะครับ อาจารย์ไม่เบื่อบ้างรึไง ? ' เขาว่ากันว่าคนพูดน้อยมักจะต่อยหนัก ในกรณีนี้ทฤษฎีดังกล่างเห็นจะใช้ได้จริง เพียงแค่คนตัวสูงเอ่ยออกมาเช่นนั้นก็เรียกเสียงโห่ถูกอกถูกใจจากเพื่อนในคลาสได้ไม่น้อย รวมถึงคู่กรณีที่โดนหางเลขด้วยกันอย่างกีฮยอนก็ยังตกใจไม่น้อยกับคำพูดที่เหมือนกับอ่านใจออก และนั่นก็ทำให้ความอดทนของอาจารย์ประจำรายวิชาขาดผึงลง

 

 

 

' ซนฮยอนอู ! ยูกีฮยอน ! อาจารย์ขอลงโทษให้พวกเธอไปยืนอยู่นอกห้องเดี๋ยวนี้ !? '

 

 

 

 

 

... งานเข้าแล้วไงกู ...

 

 

 

 

 

 

 

 

ร่างของคนทำผิดทั้งสองร่างกำลังยืนเงียบอยู่บริเวณหน้าห้องเรียน ทั้งสองยืนในระยะที่ห่างกันประมาณเมตรเดียว ท่อนแขนทั้งสองข้างยกขึ้นกอดอกอย่างไม่ใส่ใจในการลงโทษของอาจารย์โดยที่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันแม้แต่คำเดียว

 

 

 

... เพราะความไม่สนิทกันเป็นอุปสรรคของการพูดคุยทั้งหมด ...

 

 

 

ยืนสำนึกผิดร่วมห้านาทีกว่าๆแล้ว ก็ยังไม่มีคนใดเริ่มเอ่ยปากชวนพูดคุยก่อน หรืออาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขากำลังสำนึกผิดกันอย่างจริงจัง แต่ทว่าทิฐิที่สร้างขึ้นเพื่อรอให้อีกฝ่ายทักก่อนนั้นก็พังลง

 

มือเรียวเล็กข้างหนึ่งลดลงไปหยิบอะไรบางอย่างในกระเป๋ากางเกง เสียงดังกรอบแกรบคับคล้ายคับคลาว่าเป็นเหมือนถุงพลาสติกห่อหุ้มอะไรสักอย่างนั้นกำลังเข้าไปในโสตประสาทของร่างหนาที่ยืนนิ่งอยู่ด้านข้าง ก่อนจะหยิบมันออกมาพร้อมยื่นให้คนโดนลงโทษอีกคนที่ยืนมองด้วยแววตานิ่งแต่แฝงความสงสัยเอาไว้เล็กน้อย

 

 

 

 

 

... อมยิ้มจูปาจุ๊บรสสตรอเบอรี่ครีม ...

 

 

 

 

 

' นาย .. ' เสียงใสเปล่งขึ้นเพื่อทักใครอีกคนเพื่อให้เจ้าตัวหันหน้ามามองซึ่งมันก็ได้ผลชะงัก

 

' หือ ? '

 

' ฉันจำนายได้ .. นายคนที่ยืนขวางทางฉัน ' กีฮยอนยกยิ้มหวานให้อีกฝ่าย และนั่นก็ทำให้อาการเคอะเขินของซนฮยอนอูกำลังเริ่มทำงาน

 

' เอ่อ ... ฉัน .. ไม่ได้ตั้งใจยืนขวางทางนายหรอกนะ '

 

' ฉันเข้าใจ อาจจะเป็นเพราะว่าเสียงของพวกคนในชมรมมันดังไปถึงชมรมของนายล่ะสิ่นะ ' ร่างเล็กหยอกประชดอีกฝ่ายก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อเห็นคิ้วหนาขมวดลงมาเป็นปมใหญ่

 

' ... '

 

' ฉันล้อเล่นน่ะ อย่าซีเรียสมาก ... ตอนนั้นที่รีบเข้าห้องเพราะว่าพวกรุ่นน้องในชมรมมันจะยกพวกทะเลาะกันน่ะ ฉันเลยต้องรีบเข้าไปห้าม แต่นายก็ขวางทางไว้ '

 

' แล้วสรุปห้ามทันไหม ? ' ฮยอนอูเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกผิด เนื่องจากตนเป็นคนยืนขวางทางเข้าออกของชมรมทำให้การเข้าไปปรามรุ่นน้องล่าช้าลงไปอีกเท่าตัว

 

' จะเหลือเหรอ ฮ่ะๆ '

 

' พวกเขาตีกันจนเลือดตกยางออกเลยรึไง ? '

 

' ตลกสิ่ ที่บอกว่าจะเหลือเหรอคือฉันไล่ตวาดด่าจะหัวหดหนีกันไปหมดต่างหากล่ะ '

 

' อ่อ ก็นึกว่าตีกันตายเสียแล้ว ' ใบหน้าหล่อพยักหน้าเบาๆเป็นเชิงรับรู้ก่อนจะหันไปทอดมองทิวทัศน์ของมหาวิทยาลัยยามบ่ายจากระเบียงตึกชั้นที่แปดอย่างรู้สึกถึงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง

 

' เอ่อ ... ว่าแต่ นายกินไหม ? ยืนนานๆมันน่าเบื่อ น่าจะมีอะไรกินเล่นแก้เซ็งซักหน่อยนะ ' ยื่นมือเรียวที่ถือแท่งจูปาจุ้บสีชมพูปนสีครีมไปให้อีกคนที่ยืนอยู่ห่างไกลจากตนเล็กน้อยพร้อมกับพยักเพยิดให้รับมันไป

 

' แล้วนายไม่กินรึไง ? ' ใบหน้าหล่อทำทีสงสัย เพราะถ้าหากมีอยู่อันเดียวแล้วคนให้จะกินอะไรล่ะ

 

' ฉันมีอีกอัน ... นี่ไง ' มือเรียวอีกข้างลดลงเพื่อหยิบจูปาจุ้บสีเดียวกันกับอันที่หยิบมาก่อนหน้านี้ให้อีกฝ่ายดูพร้อมยกรอยยิ้มสดใสให้คนมอง

 

 

 

 

 

... และสุดท้าย มือหนาก็เอื้อมไปหยิบจูปาจุ้บแท่งหนึ่งไปแกะซองห่อแล้วอมในโพรงปากทันที ...

 

 

 

 

 

' อร่อยไหม ? '

 

' ก็ไม่เลวเท่าไหร่ นายน่าจะมีรสอื่นติดตัวไว้บ้างนะ กินรสชาติแบบนี้มันเหมือนผู้หญิงกิน รู้สึกแปลกๆ ' ถึงจะพูดออกไปอย่างนั้น แต่เชื่อเถอะว่าซนฮยอนอูก็รู้สึกว่าจูปาจุ้บสีชมพูขาวมันช่างเหมาะกับคนน่ารักอย่างร่างเล็กข้างกายเสียเหลือเกิน

 

' ไม่อ่ะ ฉันกินแต่รสนี้ รสชาติมันหวานดี รสอื่นมันแปลกๆ บางอันเปรี้ยว บางอันไม่อร่อย ที่จริงฉันก็กินจูปาจุ้บโคล่านะ แต่มันอยู่ใต้โต๊ะเรียนอ่ะ ลืมหยิบออกมา อาจารย์คงยึดไปแล้วแน่ๆ ' ว่าแล้วก็ฉีกซองห่ออมยิ้มในมือออกแล้วจัดการนำมันใส่เข้าไปในโพรงปากพร้อมคาบแท่งไม้อมยิ้มเอาไว้

 

' อ่อ ... '

 

นายรำคาญอาจารย์สอนอังกฤษคนนี้มากสิ่นะ ถึงขั้นโวยใส่อาจารย์แบบนั้นน่ะ

 

แล้วนายไม่รำคาญรึไงที่ป้าแก่ๆนั่นสอนเรื่องโครงสร้างประโยคมาสามคาบติดแบบที่ไม่ได้อะไรขึ้นมาเลยน่ะ

 

เอาจริงๆนะ ฉันก็อยากจะเอาซองขนมเน่าๆใต้โต๊ะฉันยัดปากป้าแกด้วยซ้ำ แต่เพราะฉันโดนหมายหัวเอาไว้หลายทีแล้ว เลยต้องแสร้งเป็นคนดีให้ป้าแกดู นายต้องเข้าใจนะ ใบหน้าน่ารักเบ้ลงพลางเบะปากใส่เมื่อยามกำลังนินทาอาจารย์ป้าแก่ๆที่กำลังสอนเรื่องโครงสร้างภาษาอังกฤษในห้องเรียนอยู่

 

นายโหดกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะ ฮ่ะๆ

 

' โห่ยยยยย ไม่จริงอ่ะไม่จริงเลย ฉันใจดีอยู่นะ ฮ่าๆๆๆ ... เอ้อ ... นายคงรู้จักชื่อฉันแล้วจากในห้องที่อาจารย์ป้าแกตะโกนเรียกน่ะ งั้นขอแนะนำตัวอีกครั้งก็แล้วกัน ... ฉันชื่อกีฮยอน ยูกีฮยอน ' กีฮยอนเอ่ยแนะนำตัวพร้อมส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ในขณะที่อีกฝ่ายยังคงมองหน้านิ่งอยู่อย่างนั้น แต่ไม่ได้ทำให้ความพยายามที่จะสร้างไมตรีที่ดีของกีฮยอนลดลงเลย

 

' ชื่อเพราะดีนี่ '

 

' ฮ่ะๆๆๆ ... '

 

นายอยู่ชมรมขับร้องสากล แสดงว่าเป็นคนร้องเพลงเก่งสิ่นะ

 

ก็ ... ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก

 

ร้องเพลงให้ฟังหน่อยดิ่

 

ไม่ร้องอ่ะ ยังไม่ถึงเวลาที่จะร้องให้นายฟัง

 

งกว่ะ

 

ย๊าาาาา !!! ’

 

' เบาๆหน่อย เดี๋ยวอาจารย์ก็รู้ว่าเราแอบอู้หรอก ' ฮยอนอูชักสีหน้าดุใส่ร่างเล็กเหมือนที่เคยทำกับลูกทีมในชมรมอย่างเผลอตัว

 

' โอเค ... ' ใบหน้าน่ารักพยักหน้าเบาๆก่อนจะยกมือปิดปากตัวเองทำตาขวางใส่ทันที

 

' ไม่ต้องมองหน้าแบบนั้นใส่ฉันเลย '

 

' ก็นายมันชอบทำหน้าดุใส่นี่หว่า ว่าแต่นายชื่ออะไรอ่ะ อะไรฮยอนๆนะ .. ' ร่างเล็กเอ่ยออกมาพลางยกมือเกาท้ายทอยคล้ายว่ากำลังนึกชื่อของคนตรงหน้าแต่ก็นึกไม่ออก

 

' ฮยอนอู ซนฮยอนอู ' ร่างสูงกว่าเอ่ยแนะนำตัวพร้อมเผยรอยยิ้มจางๆให้อีกฝ่ายตอบ

 

' ยินดีที่ได้รู้จักนายอย่างเป็นทางการนะ ฮยอนอู '

 

' เช่นกัน กีฮยอน '

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

" เอาอมยิ้มไหม ? " ร่างเล็กหยิบยื่นอมยิ้มรสสตรอเบอรี่ครีมให้คนข้างกาย ก่อนที่มือหนาจะหยิบมันมาไว้ในมืออย่างเคยชิน

 

" ไม่คิดจะเปลี่ยนรสชาติบ้างรึไง ? " ว่าไปอย่างนั้นแต่นิ้วเรียวก็ยังฉีกห่อพลาสติกที่หุ้มอมยิ้มเอาไว้ออกไปพร้อมนำมันเข้าปากตามลำดับ

 

" นายคิดว่าคนเรามันจะเปลี่ยนอะไรได้ง่ายๆเหรอไงเล่า ก็ฉันชอบของฉันนี่นา "

 

" นั่นสิ่นะ ... แต่บางอย่างมันก็เปลี่ยนแปลงได้เหมือนกันนะ กีฮยอน "

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

' เฮ้กีฮยอน ! ' เสียงทุ้มตะโกนลั่น ทำเอาคนที่เดินพลุกพล่านภายในแคนทีนที่นักศึกษาทุกชั้นปีจะมารวมตัวกันที่นี่เพื่อรับประทานอาหาร ทุกคนต่างหันมามองเป็นสายตาเดียว แต่ทว่าเจ้าของชื่อกลับไม่ได้หันมา

 

 

 

 

 

... เพราะเจ้าตัวดันใส่เฮดโฟนแล้วเปิดเพลงเสียงดังอยู่

 

 

 

' เฮ้ กีฮยอนทัดดอกชบา ! ' เสียงทุ้มตะโกนอีกครั้ง คราวนี้ตะโกนชื่อพร้อมฉายาประจำตัวที่ทำให้ทุกคนรอบข้างหันไปมองเจ้าของชื่อพร้อมปล่อบเสียงหัวเราะออกมา มีเพียงเพื่อนสนิทที่ตัวติดกันยิ่งกว่าแฝดตั้งแต่ผ่านพ้นช่วงลงโทษในคลาสภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารมาประมาณหกเดือนที่แล้วเท่านั้นที่เรียกแบบนี้ได้

 

 

 

 

 

และเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์เรียกแบบนี้ ...

 

 

 

 

 

ร่างเล็กที่อยู่ในชุดนักศึกษาเต็มระเบียบถอดเฮดโฟนพร้อมตวัดสายตาเรียวมามองต้นเสียงอย่างเอาเรื่อง พอได้ยินเสียงก็ยิ่งอยากต่อยปากคนที่พูดปมอดีตอันน่าอับอายของตนเสียใจจะขาด

 

แน่สิ่ เขาอาจจะไว้ใจร่างหนามากไปหน่อย ด้วยความที่รู้สึกคุยกันแล้วรู้สึกถูกคอเลยทำให้เผลอเล่าเรื่องราวของตัวเองจนจะหมดเปลือก ต่างจากอีกคนที่แทบจะไม่เล่าเรื่องราวของตัวเองให้ฟังเลย ซ้ำร้ายกว่า ยูกีฮยอนคนซื่อบื้อดันเผลอเล่าเรื่องอดีตอันน่าอับอายอย่างเรื่องทัดดอกชบาตอนถ่ายรูปรุ่นตอนมัธยมจนฮยอนอูเอามาล้ออีกนี่สิ่

 

 

 

 

 

อย่าให้ฉันเจอจุดอ่อนนายนะ ซนฮยอนอู ! พ่อจะล้อจนแก่ตายเลยคอยดู ...

 

 

 

 

 

' เสียงดังทำไมเล่า ! ' กีฮยอนเดินเข้ามาหาร่างสูงที่กำลังยืนยิ้มตาหยีให้ตนก่อนจะเอื้อมมือไปบิดเข้าที่ต้นแขนอันอุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแข็งแรงนั้นแรงๆหนึ่งทีจนเจ้าของท่อนแขนแกร่งถึงกับร้องโอดโอย

 

' ก็นายไม่หันหน้ามาอ่ะ ฉันเรียกจนคนทั้งโรงอาหารจะจำชื่อนายไปสาปแช่งได้แล้ว '

 

' ให้ตายเหอะ อยากจะจิ้มลูกตานายแล้วฆ่าปาดคอทิ้งจริงๆ '

 

' แต่ชื่อแบบนี้ก็น่ารักอยู่นะ ' ก็แค่พูดไปตามความรู้สึกที่ภายในใจมันตีรวนอยากจะบอก เอื้อมมือหนาไปยีกลุ่มผมนิ่มไปมาจนเจ้าของร้องโวยวายไล่ตีมือเพื่อนสนิทของตนไปมา เพียงแค่เขาจินตนาการถึงร่างเล็กตอนสมัยยังเด็กพร้อมกับดอกชบาดอกโตที่ทัดใบหูเล็กนิ่มนั้นก็รู้สึกได้ว่ารูปที่ออกมาคงน่ารักไม่น้อย

 

' ไม่ต้องเลยฮยอนอู ย๊าาาา ! '

 

' ฮ่าๆๆๆๆๆ '

 

' หยุดหัวเราะฉันได้แล้ว ! ' พอได้ยินประโยคออกมาจากปากเรียวเล็กนั้น มือหนาที่กำลังยีกลุ่มผมนิ่มก็หยุดการกระทำของตนทันที ประจวบเหมาะกับที่สายตาคมเหลือบไปเห็นใครบางคนจากจุดไกลๆ มือหนาก็รีบทำหน้าที่คว้าข้อมือเล็กเอาไว้พร้อมกับกระตุกเบาๆให้อีกฝ่ายเดินตาม และกีฮยอนก็เดินตามแรงกระตุกด้วยความงุนงง

 

' ... '

 

' นายจะลากฉันไปไหนเนี่ยฮยอนอู '

 

' ... '

 

' นี่ .. '

 

' หยุดถามแล้วเดินตามฉันมาก่อน ถ้าไม่อยากร้องไห้จนตาบวมอีกน่ะ '

 

 

 

 

 

แปลกใจที่เห็นเหรอ ... หรือไม่พอใจที่เห็น ...

 

 

 

ฮยอนอูไม่สามารถอธิบายมันออกมาได้ เพียงแค่เห็นหน้าของสภานักศึกษาผู้เป็นอดีตแฟนของยูกีฮยอนอย่าง ชินโฮซอก หรือที่ทุกคนเรียกกันว่า วอนโฮ ที่เพิ่งเลิกรากับเพื่อนสนิทตัวเล็กไปเมื่อเดือนก่อนกำลังเดินมาทางที่พวกเขาอยู่ ก็รู้สึกอยากพาอีกฝ่ายหนีไปพร้อมกับหนีความเจ็บปวดประหลาดภายในใจที่ไม่เคยเกิดขึ้นแบบนี้มาก่อน ซึ่งการกระทำนี้กำลังทำให้ร่างเล็กที่เดินตามรู้สึกสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปตามเนื้อผ้า

 

 

 

 

 

' หยุดลากฉันแล้วตอบก่อนได้ไหม '

 

' ... ' แม้ว่าร่างสูงจะไม่ได้ตอบคำถามอีกฝ่าย แต่มือหนาก็ผละออกจากข้อมือเล็กนั้นพร้อมกับหยุดเดินทันที ในขณะที่อีกไม่กี่ก้าวพวกเขาก็จะเข้าไปในห้องสมุดเพื่อหลบหนีความวุ่นวายได้แล้วเชียว

 

' กีฮยอน ? ' เสียงทุ้มที่ไม่ค้นหูเอ่ยดังขึ้นมา เรียกให้ใบหน้าน่ารักหันไปมองตามเสียงทันที

 

' ... วอนโฮ ' กีฮยอนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ฮยอนอูมองเห็นถึงความเจ็บปวดที่กำลังกลับมากัดกินแผลเก่าๆอีกครั้ง

 

' ถ้านายอยากจะเดินหนี แค่บอกฉันเท่านั้น ฉันจะพานายหนีไปจากเรื่องแย่ๆนี่ทันที ' เสียงทุ้มของฮยอนอูเอ่ยดังอยู่ข้างใบหูเล็กพร้อมกับเอื้อมมือไปกุมมือเล็กนั้นไว้อย่างอ่อนโยน

 

 

 

เขารู้ดีว่าเป็นคนมาก่อน และอีกฝ่ายนั้นมาทีหลับ ผิดอะไรที่เขาจะไม่พอใจกับการกระทำของคนที่แย่งทำคะแนนเพื่อเป็นคนรักของคนที่เขาแอบชอบมาตลอด ด้วยความที่สภานักศึกษากับชมรมกีฬามักจะไม่ค่อยถูกกันเนื่องด้วยทางชมรมกีฬาชอบยื่นเรื่องขอใช้สนามกลางเพื่อซ้อมกีฬาเวลาที่โรงยิมซ่อมแซมในระยะหนึ่ง แต่ทว่ากลับโดยเพิกเฉยทุกครั้งโดยคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า นั่นก็คือเหตุผลเล็กๆน้อยๆที่เขาจะไม่ชอบวอนโฮ แต่ที่ทำให้ฮยอนอูเกลียดคนที่กีฮยอนยอมเรียกว่าเป็นแฟนมากที่สุดคือการที่วอนโฮนอกใจกีฮยอนเพื่อแอบไปคบกับเด็กรุ่นน้องปีสองคนหนึ่งซึ่งเขาไม่สนใจว่าเป็นใคร แต่ที่สนใจคือเพราะอะไรถึงกล้าทำร้ายหัวใจของคนที่เปิดหัวใจรับใครได้อย่างยากเย็นแบบไม่เหลือชิ้นดีเช่นนั้น

 

 

 

 

 

ยอมรับเต็มอกว่าอาการที่เคยสงสัยมานานแสนนานนั่นมันคือความรู้สึกชอบจนจะกลายเป็นคำว่ารัก และที่รู้และเข้าใจความรู้สึกอย่างชัดเจนได้ก็เพราะ ซนฮยอนอูไม่พอใจที่มาเจอศัตรูอย่างวอนโฮ เขาหงุดหงิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะ ..

 

 

 

.. สถานะของคำว่าเพื่อนที่เขามีให้กับกีฮยอนมันค้ำคออยู่ ...

 

 

 

 

 

 

' ... ฉันอยากจะมาขอโทษนาย '

 

' ... '

 

' ฉันไม่อยากให้นายคิดแบบนั้นจริงๆนะ '

 

' ... ' แม้วอนโฮจะกล่าวแก้ตัวอีกสักกี่ครั้ง ก็ไม่สามารถทำให้ยูกีฮยอนคนร่าเริงกลับมาในเวลานี้ได้ มีเพียงแค่คนเย็นชาที่ชื่อยูกีฮยอนเท่านั้นที่ยืนทอดมองคนโกหกด้วยแววตาว่างเปล่า ยอมรับว่าเขาอยากจะทำตัวไร้มารยาทเดินหนีไป แต่เพราะมือหนาของร่างหนาข้างกายที่กุมมือของเขาเอาไว้ราวกับให้กำลังใจ หัวใจดวงน้อยที่เคยถูกทำร้ายเมื่อไม่นานมานี้ก็รู้สึกเหมือนได้รับยาดีมาช่วยเยียวยาทีละน้อย

 

' เรากลับมาคบกันได้ไหม กีฮยอนอ่า '

 

' ... '

 

' นะ .. กีฮยอน ... ฉันขอโทษกับเรื่องทุกๆอย่างจริงๆจากใจ '

 

' ฮยอนอู .. ' กีฮยอนละเลยในตัวตนของวอนโฮที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาเพิกเฉยต่อทุกสิ่งเสมือนว่าในเวลานี้มีเพียงแค่ยูกีฮยอนและซนฮยอนอูเท่านั้นที่ยืนอยู่ตรงนั้น แม้จะเป็นการกระทำที่ใจร้าย แต่นั่นก็ยังเทียบไม่ได้กับสิ่งที่คนใจร้ายตรงหน้ากระทำต่อเขา

 

' ว่าไง '

 

' นายจำเรื่องที่ฉันเคยเล่าให้ฟังเมื่ออาทิตย์ก่อนได้ไหม '

 

' ที่นายบอกว่าจะตัดใจจากไอ่หมอนี่น่ะนะ ' อยากจะตบปากตัวเองหลายๆทีที่เผลอพูดอะไรตรงไปตรงมาเกิดไป แต่เพราะใจมันไวกว่าความคิด ใบหน้าน่ารักที่กำลังก้มหน้าหลบซ่อนแววตาไหววูบด้วยความสับสนกลับเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายก่อนจะผุดรอยยิ้มจางๆคล้ายยิ้มเยาะให้ตัวเอง ซึ่งเขาไม่ชอบและไม่ได้ต้องการที่จะเห็นมันในเวลานี้ที่สุด

 

' อืม .. '

 

' ... '

 

' แล้วนายจำสิ่งที่นายพูดเมื่อกี้ได้ไหม ? '

 

' ... '

 

 

 

 

 

' พาฉันออกไปจากเรื่องแย่ๆนี่ที ฉันขอร้อง ... '

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

... บางทีเขาที่มาก่อนก็อาจจะเผลอก้าวเดินช้ากว่าอีกคนที่มาทีหลังไปหนึ่งก้าวใหญ่ แต่ในตอนนี้ .. เขากลับวิ่งแซงหน้าคนที่มาทีหลังได้แล้ว ...

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

" ฮยอนอูอ่า " กีฮยอนเอ่ยขึ้นพร้อมสะกิดบ่าแกร่งของเพื่อนสนิทที่กำลังจะเอนตัวลงนอนหลังจากที่นั่งเล่นอยู่บนดาดฟ้าของตึกอาคารเรียนรวม สถานที่ที่พวกเขาชอบแอบหนีเรียนมานอนหลับที่นี่มานาน ลมเย็นพัดโชยผ่านมารับกับแสงแดดที่สาดส่องลงมาอย่างสม่ำเสมอยิ่งทำให้บรรยากาศมีกลิ่นอายของฤดูร้อนมากขึ้น

 

" อะไรกีฮยอน ฉันจะนอน " ฮยอนอูที่กำลังล้มตัวนอนขืนตัวเล็กน้อยเมื่อมือเรียวของคนข้างกายกำลังดึงรั้งท่อนแขนหนาของเขาไว้อยู่

 

" ไม่เอาดิ่ มาถ่ายรูปด้วยกันก่อนนนนนน "

 

" ถ่ายทำไมเนี่ย ? "

 

 

 

 

 

" ย้อนวันวานไง เราไม่ได้ถ่ายรูปด้วยกันนานแล้วนะ และรอยยิ้มกว้างจากคนอ้อนวอนให้มาถ่ายรูปด้วยกันก็ยกประดับบนใบหน้าหวานนั้น

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฮยอนอูอ่าาาา ฮยอนอู !! เสียงใสตะโกนเรียกเพื่อนสนิทที่แอบหนีมานอนบนดาดฟ้าในยามบ่ายเสียงดังเพื่อให้เจ้าของชื่อหันหน้ามามองอย่างไม่สบอารมณ์

 

 

 

ฮยอนอูพยายามที่หลบหลีกจากมลภาวะทางเสียงและความอึดอัดจากผู้คนในวันนี้เป็นพิเศษ เพราะวันนี้เป็นวันกีฬามหาวิทยาลัย มักจะมีการแข่งขันกีฬา กองเชียร์และผู้นำเชียร์ รวมถึงมีเทศกาลที่รุ่นพี่รุ่นน้องก็มักจะเดินไปทั่วมหาวิทยาลัยเพื่อเดินดูงานและไปให้กำลังใจกับผู้แข่งขันทั้งหลาย

 

ส่วนตัวแล้วเขาไม่ค่อยชอบอะไรที่มันเสียงดังแม้ว่าเขาควรจะต้องชินกับเสียงเชียร์ที่ดังเซ็งแซ่เช่นนี้ในเวลาแข่งขันได้แล้ว แต่สาเหตุหลักที่หนีขึ้นมาอยู่บนดาดฟ้าก็คือ เพราะวันนี้มีรุ่นน้องมากหน้าหลายตาที่ต้องการตามตัวเขาไปถ่ายรูปด้วย เนื่องจากวันนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งวันที่รุ่นน้องจะมีโอกาสขอถ่ายรูปรุ่นพี่ที่ตนแอบชอบได้ แต่ทว่าก็พลาดไปอย่างน่าเสียดายเมื่อซนฮยอนอูหายตัวไปตั้งแต่เช้าหลังแข่งขันบาสเกตบอลเสร็จ และไม่ยอมเข้าร่วมกิจกรรมใดๆ

 

ทั้งๆที่เขาทำตัวไม่น่าเป็นมิตรกับทุกคนอยู่แล้วแท้ๆ แต่เพราะมีหลายคนดันมาเห็นบุคลิกท่าทีที่อ่อนโยนเวลาที่เขาอยู่กับกีฮยอน รุ่นน้องเหล่านั้นจึงแอบชอบเขาเพราะความอ่อนโยนนั่นขึ้นมาเสียอย่างนั้น ถาเอาตรงๆตามความรู้สึกเลยคือ เขาไม่ชอบที่ทุกคนเห็นท่าทางอ่อนโยนของเขาที่แสดงต่อกีฮยอน

 

 

 

... เพราะเขาอยากให้นิสัยที่ไม่เคยเผยให้ใครเห็นมาก่อน แสดงประจักษ์ต่อหน้าคนที่เขาแอบชอบมาตลอดเพียงผู้เดียว ...

 

 

 

 

 

 

 

 

' มีอะไร '

 

' ทำไมนายไม่ไปรับฉันที่ห้องซ้อม ? ' ใบหน้าน่ารักของกีฮยอนมุ่ยลงทันตาเห็นหลังจากที่นึกถึงประเด็นที่ทำให้ตนต้องถ่อตามหาเพื่อนสนิทของตัวเอง

 

' ขี้เกียจ '

 

' อะไรกันอ่ะ ก็ไหนว่าสัญญาแล้วไม่ใช่รึไงกัน ? '

 

' ก็บอกว่าขี้เกียจไง อีกอย่าง ... ' สายตาคมตวัดไปมองท้องฟ้าราวกับไม่สนใจแขกที่เดินมานั่งอยู่ข้างกาย ยิ่งทำให้คนตัวเล็กเริ่มขมวดคิ้วลงฉับ

 

' อีกอย่างอะไรเหรอ ? '

 

' เปล่านี่ ' ว่าแล้วล้มตัวลงนอนราบไปกับพื้นดาดฟ้า ท่อนแขนแกร่งยกขึ้นมาวางก่ายที่ดวงตาเพื่อป้องกันแสงแดดที่ส่องแยงตาโดยไม่ได้สนอกสนใจใบหน้าน่ารักที่ยู่ลงเมื่อมีอะไรที่ทำให้ไม่พอใจ

 

' เฮ้ ฮยอนอู ! ลุกขึ้นมาง้อฉันเลยนะ ฉันยังไม่หายงอนแล้วนายจะหลับแบบนี้ได้ไง ... ย๊าาาา ! ' มือเรียวรีบคว้าไปที่ท่อนแขนหนา ออกแรงดึงให้เจ้าของลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง

 

' อะไรฉันไปทำอะไรให้นายงอน ? '

 

' ก็นายไม่มาหาฉัน '

 

' ก็ต่อให้ฉันไม่ไปหา ก็มีคนไปหานายเยอะแยะ แล้วจะเอาอะไรอีกล่ะ '

 

' ฉันก็ไม่ได้อยากให้พวกรุ่นน้องมาวุ่นวายมากนักหรอก ถึงรอให้นายมารับไงล่ะ '

 

' แล้วยังไง ? '

 

' แล้วยังไงงั้นเหรอ ... นายก็ต้องง้อฉันดิ้ ! เพราะนายไม่มารับฉัน ทั้งๆที่มีคนอาสาไปส่งหลายคนแต่ฉันเลือกจะรอนายเนี่ย ' มือนิ่มเอื้อมไปจับที่แก้มสากพร้อมยืดมันออกมาอย่างหมั่นเขี้ยว สายตาคมจ้องมองเพื่อนของตนที่กำลังยืดแก้มก่อนจะเสมองไปทางอื่นด้วยใบหน้ามุ่ยลงจนอีกฝ่ายพอเห็นแล้วก็ได้แต่หัวเราะท้องแข็ง

 

 

 

 

 

... ถ้ามันทำให้คนตรงหน้ายิ้มเขาก็ยอมที่จะกลายเป็นตัวตลกให้โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ ...

 

 

 

 

 

' ง้อยังไงล่ะ ? '

 

' วันนี้วันกีฬามหา'ลัยใช่ไหมล่ะ ... '

 

' ก็ใช่ '

 

' ฮยอนอูอ่า เราไม่มีรูปถ่ายคู่กันเลยนะ ได้ไงอ่ะ อีกไม่กี่วันก็จะปีสี่แล้ว เราจะต้องแยกย้ายกันไปทำงานที่ถูกคัดเลือกแล้วนะ '

 

 

 

 

 

กีฮยอนส่งสายตาเว้าวอนพร้อมกุมมือหนาเขย่าขึ้นลง ฮยอนอูได้แต่กลอกตาไปมา รู้อยู่แล้วว่าต้องมาไม้นี้ เขากับจกีฮยอนไม่เคยมีรูปถ่ายคู่กันเลย ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากถ่าย แต่เพราะเวลาของเขาที่ใช้เวลาอยู่กับกีฮยอนก็แทบไม่จะมี เพราะเนื่องจากเขาซ้อมหนัก บวกกับกีฮยอนก็ต้องซ้อมร้องเพลง ไหนจะช่วงก่อนที่กีฮยอนติดวอนโฮแจยิ่งกว่าปลาหมึกอีก เขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

 

 

 

 

 

' เดี๋ยวก็โดนขัดจังหวะหรอก ' ฮยอนอูเอ่ยเบาๆพลางเบือนหน้าหนี

 

' ไม่หรอกหน่า ฉันล็อกประตูบนดาดฟ้าแล้ว รุ่นน้องตามหานายไม่เจอแน่ๆ มานี่ๆๆ ' กีฮยอนเอื้อมมือไปโอบบ่าแกร่งของเพื่อนสนิทให้เขยิบร่างเข้ามาใกล้กับตนก่อนจะรีบหยิบกล้องโพลารอยด์สีเขียวอ่อนในกระเป๋าเป้ขึ้นมาทันที

 

' เอางี้เลยเหรอ ? ' เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจกับการกระทำที่ไม่ทันตั้งตัวของเพื่อนสนิทของตน ก้อนเนื้อภายในอกเผลอเต้นผิดจังหวะอย่างไม่ได้ตั้งใจ

 

' เอางี้เลย รับรอง รุ่นน้องอิจฉาฉันแน่ๆ ฮ่าๆๆๆ '

 

' ... '

 

' ยิ้มนะฮยอนอู '

 

 

 

 

 

 

หนึ่ง

 

 

 

สอง

 

 

 

สาม

 

 

 

 

 

 

' กิมจิ ! '

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แชะะะ !

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

... และรูปแห่งความทรงจำที่มีเพียงรูปเดียวก็ปรากฎออกมาจากแถบผลิตภาพให้พวกเขาได้เห็น ...

 

 

 

 

 

รูปเด็กหนุ่มสองคนกำลังฉีกยิ้มสดใสให้กับกล้องยิ่งทำให้ใบหน้าน่ารักถึงกับยิ้มกว้างเมื่อเห็นภาพนี้ กีฮยอนกำลังยิ้มกว้างด้วยรอยยิ้มสดใสแบบที่ทำให้หัวใจของฮยอนอูเต้นแรงพร้อมดวงตาที่หยีลงจนดูน่ารัก นิ้วเรียวชูขึ้นมาสองนิ้วใกล้ๆพวงแก้มนิ่ม ท่อนแขนอีกข้างโอบร่างหนาเอาไว้พร้อมเอนหัวเข้าใกล้ใบหน้าหล่อนั้นเล็กน้อย ส่วนฮยอนอูก็ยกยิ้มมีเสน่ห์ที่ยากจะได้เห็นครั้งหนึ่ง มือหนาชูนิ้วหัวแม่มือขึ้นมาข้างลำตัว

 

 

 

 

 

เป็นรูปเพียงรูปเดียวที่มีความหมายและสำคัญสำหรับยูกีฮยอนและซนฮยอนอูมากที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

 

' นายจะเก็บไว้หรือว่าให้ฉันเก็บไว้ดี ? ' กีฮยอนเอ่ยถามในขณะที่มือกำลังสะบัดรูปเบาๆ

 

' นายเก็บไว้เถอะ เผื่อคิดถึงฉันในอนาคตจะได้หยิบมาดู '

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

' ฉันจะหยิบมันมาดูทุกวันเลย เพราะฉันจะคิดถึงนายทุกวัน เพื่อนรัก '

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

" นึกถึงตอนนั้น ฉันจำได้ว่านายร้องไห้ด้วย " ฮยอนอูเอ่ยขึ้นมาพลางยกมือยีกลุ่มผมนิ่มของเพื่อนสนิทเบาๆจนอีกฝ่ายถึงกับทำหน้ายู่ใส่

 

" ไม่ต้องมาพูดเรื่องนั้นเลยฮยอนอู เดี๋ยวเหอะๆ "

 

" ยูกีฮยอนคนขี้แย " ร่างสูงหัวเราะใส่อีกคนจนมือบางของเพื่อนสนิทตีรัวลงมาที่ไหล่หนาสามที

 

" แหมมมมม ทำมาเป็นพูดอย่างกับว่าตัวเองไม่ร้องอย่างนั้นแหละ "

 

" อะไร ฉันไม่เคยร้องไห้ซักหน่อย " ฮยอนอูหันหน้ามาเถียงคนตัวบางที่กำลังหัวเราะชอบใจตนเองอยู่

 

" นายแอบน้ำตาคลอ อย่ามา ฮ่าๆๆ "

 

" บ้าไปแล้ว ยูกีฮยอน "

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันสุดท้ายของการสอบปลายภาคเรียนที่สองของนักศึกษาชั้นปีที่สาม ถือเป็นวันที่จะได้ยินเสียงหัวเราะของเพื่อนครั้งสุดท้ายในเทอมนี้ก่อนที่เทอมต่อไปจะผันตัวเข้าสู่การเป็นรุ่นพี่ซีเนียร์ ซึ่งทั้งฮยอนอูและกีฮยอนใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงในร้านปิ้งย่างเกาหลีเจ้าประจำที่มักจะมาใช้บริการอยู่บ่อยๆ

 

ร่างหนานั่งเท้าคางมองเด็กน้อยขี้แยที่สัญญาว่าจะไม่ร้องไห้ใส่หลังจากที่อยู่ๆเจ้าตัวก็ร้องไห้เพราะว่าตัวเองได้รับคัดเลือกให้ไปฝึกงานที่ต่างประเทศตอนปีสี่ ในขณะที่ฮยอนอูก็ได้รับคัดเลือกไปฝึกงานที่อีกประเทศหนึ่งซึ่งห่างไกลจากกีฮยอนพอสมควร เท่ากับว่าพวกเขาได้ไปต่างประเทศกันทั้งคู่ แต่ไม่ได้อยู่ในประเทศเดียวกัน กีฮยอนนั่งคีบเนื้อย่างเข้าปากพลางพร่ำเพ้อเรื่องที่ทำให้ตัวเขาร้องไห้ ในขณะที่ฮยอนอูก็เลือกที่จะเงียบและรับฟังอีกฝ่ายระบายความอัดอั้นตันใจตั้งแต่เรื่องที่โดนแยกกันทำงานจนกระทั่งเรื่องความรักที่ผ่านมา

 

 

 

 

 

ครืดดดดดด ....

 

 

 

 

 

สายตาคมเหลือบมองโทรศัพท์มือถือเครื่องสวยของกีฮยอนที่วางทิ้งไว้ แน่นอนว่าสายตาของฮยอนอูแม้จะสั้นกว่าปกติเล็กน้อยแต่เขาสามารถมองเห็นได้ว่าข้อความที่ส่งเข้ามาในเครื่องนั้นเป็นของคนที่ทำให้เขาหงุดหงิดทุกครั้งที่เห็น

 

 

 

 

 

 

 

 

S.WONHOx : กีฮยอนอ่า เห็นว่านายได้รับคัดเลือกไปฝึกงานที่ต่างประเทศ ดีใจด้วยนะ

 

S.WONHOx : ฉันอยากขอโทษและเคลียร์เรื่องของเราให้จบ ก่อนที่ฉันจะไม่ได้เจอนายอีก ออกมาเจอข้างนอกได้ไหม ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

' กีฮยอน '

 

' หือ ? ' ใบหน้าน่ารักที่ขัดกับดวงตาที่บวมปูดไปเพราะผ่านการร้องไห้อย่างหนักหันมามองคนเรียกด้วยความสงสัย

 

' เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำก่อน นายอยู่ตรงนี้ อย่าไปไหนนะ '

 

' อื้อ ... ' พอขานรับเสร็จ กีฮยอนก็ก้มหน้าคีบเนื้อย่างเข้าปากต่อทันทีโดยไม่สนว่าเพื่อนสนิทของตนกำลังเดินถกแขนเสื้อออกไปจากร้านแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มาที่นี่ทำไมวะ ? ’ ฮยอนอูเดินออกมาจากร้านปิ้งย่าง ก็พบว่าร่างสมส่วนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอดีตแฟนหนุ่มของกีฮยอนกำลังยืนกระวนกระวายอยู่หน้าร้าน ใบหน้าหล่อตีสีหน้านิ่งเรียบทันที

 

คือกูจะมาขอโทษกีฮยอนจากใจ กีฮยอนยังไม่เข้าใจกู กีฮยอนยังไม่คืนดีกับกู ... กูกำลังเลิกกับฮยองวอนแล้วนะ วอนโฮเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูร้อนรนจนคนฟังรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง

 

แล้วยังไง มึงเห็นเพื่อนกูโง่มากเลยเหรอ ?! ’

 

ไม่ใช่แบบนั้น คือ ...

 

มึงก็รู้ว่ากีฮยอนชอบมึงมาก กีฮยอนเปิดใจรับใครยาก แล้วมึงทำแบบนี้ได้ยังไง !

 

ฮยอนอูมึงฟังกูก่อนดิ่วะ

 

กูไม่ควรปล่อยให้มึงเข้ามาทำคะแนนกับเพื่อนของกูตั้งแต่แรกเลย ! ความอดทนของฮยอนอูขาดสะบั้นลง มือหนากำหมัดเอาไว้พร้อมเงื้อขึ้นมาอัดลงบนใบหน้าหล่อของอีกฝ่ายจนเจ้าของใบหน้าที่รองรับหมัดหนักแทบเซถลาล้มลงไป

 

‘ … ’ วอนโฮทำได้เพียงยกนิ้วโป้งขึ้นมาเช็ดคราบเลือดที่เกาะอยู่มุมปากนั้นออกก่อนจะตวัดตามองอีกฝ่ายที่ยืนกำหมัดปั้นหน้าโมโหใส่ตน

 

มึงจำได้ไหม ... วันที่มึงคบกับกีฮยอน กูเคยบอกอะไรมึงไว้ ... มึงยังจำได้อยู่รึเปล่า ? ’

 

‘ .... ’

 

กูเคยบอกมึงว่า อย่าทำให้กีฮยอนเสียน้ำตาแม้แต่หยดเดียว เมื่อไหร่ที่มึงทำกีฮยอนเสียใจ กูจะฆ่ามึงให้ตายแล้วจะทวงกีฮยอนของกูคืนมา !! ฮยอนอูถลาเข้าไปซัดวอนโฮด้วยความโมโหจนคนบริเวณนั้นแทบจะดึงให้ทั้งสองร่างอยู่ห่างจากกันไม่ทัน

 

เชี่ยยยยย !

 

ไอ่ห่า ! ปล่อยดิ่วะปล่อยยยยย กูจะจัดการไอ่เลวนี่ให้มันเจ็บสมกับที่คนที่กูรักเจ็บแบบนี้ ปล่อยดิ่วะ !!!

 

 

 

 

 

 

 

 

และสงครามการทะเลาะวิวาทระหว่างชินโฮซอกกับซนฮยอนอูก็ดำเนินต่อไป

 

 

 

... โดยที่ทั้งสองคนนั้นไม่ได้สังเกตเลยสักนิดว่าบทสนทนาและการกระทำทุกอย่างอยู่ในสายตาของยูกีฮยอนทั้งหมด

 

 

 

 

 

 

 

 

อ้ากกกกก เจ็บนะกีฮยอนอ่า เบาๆดิ่ เจ็บบบ ! เสียงทุ้มร้องดังลั่นเมื่อสำลีสีขาวสะอาดที่ถูกชุบด้วยแอลกอฮอล์เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์กำลังสัมผัสเข้าที่แผลบริเวณโหนกแก้มนั้น ฮญอนอูตวัดสายตาไปมองพยาบาลจำเป็นมือหนักที่กำลังปั้นหน้าบึ้งตอบกลับมา

 

ทำตัวสร้างปัญหาไม่เข้ากับตัวนายเลยนะ

 

อะไรล่ะ ? ’

 

ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่สนใจวอนโฮแล้ว แล้วนายจะไปสนใจเขาทำไม แม้ปากจะพร่ำบ่นแต่มือบางก็ยังคนแกะพลาสเตอร์กันน้ำออกมาพร้อมบรรจงแปะลงที่แผลบนโหนกแก้มของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาพร้อมเป่าลมอ่อนๆเล็กน้อย

 

' ก็ไม่เห็นนายลบข้อความมันออกไป '

 

' ถ้าทำแบบนั้นเขาก็จะเข้าใจว่าฉันเป็นฝ่ายทำใจไม่ได้แล้วอยากหนีน่ะสิ่ '

 

ก็มันทำนายเจ็บ ...

 

 

 

 

 

แต่ตอนนี้ฉันก็ใกล้จะโอเคดีแล้วนะฮยอนอูอ่า ... ฉันก็แค่อยากบ่นๆให้มันออกไปจากใจ จะได้ไม่ต้องคิดอะไรมากอีกแค่นั้นเอง

 

 

 

 

 

แล้วคิดว่านานแค่ไหนนายถึงจะโอเคร้อยเปอร์เซ็นต์ ? ’

 

หนึ่งปีมั้ง ...

 

นานไป ร่างหนาเอ่ยพลางยกขวดน้ำเปล่าขึ้นจรดริมฝีปากเพื่อดื่มมันแทนเบียร์กระป๋องที่ร่างเล็กของเพื่อนสนิทสั่งกำชับว่าห้ามดื่มเพราะดื่มไปมากพอสมควรตั้งแต่อยู่ในร้านปิ้งย่างแล้ว

 

แต่นั่นเป็นความผิดพลาดเพราะความโง่ที่เผลอเปิดใจรับคนเลวเข้ามาในชีวิตของฉันเลยนะ ...

 

มันไม่ใช่หรอก ฉันรู้ ... ใบหน้าหล่อที่มีบาดแผลและรอยฟกช้ำประดับบนใบหน้าหันมามองใบหน้าน่ารักที่เพิ่งจะหยุดร้องไห้ไม่นานมานี้ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกว่าเจ้าของต้องการจะสื่ออะไร

 

หมายความว่ายังไง ? ’

 

นายก็แค่เจ็บใจที่มันทำนายได้เจ็บปวด เพราะนายเข้าใจว่านายเผลอไผลมากไป นายไม่ได้รักมันหรอก ก็แค่พลาดเพราะโดนจู่โจมจนตั้งตัวไม่ทันแค่นั้น

 

‘ ... นั่นสิ่นะ นายอ่านใจฉันออกอีกแล้ว กีฮยอนหัวเราะแห้งๆก่อนจะก้มหน้ามองมือของตัวเองที่ประสานเข้าหากันแน่น เขาชอบทำเช่นนี้เมื่อยามที่กำลังเผชิญกับปัญหาหนักอกหนักใจ

 

 

 

 

 

กีฮยอน ..

 

หือ ? ’

 

เป็นฉันไม่ได้เหรอ ...

 

‘ … ’

 

เป็นฉันไม่ได้เหรอ ... ที่จะยืนเคียงข้างนายไปตลอดทั้งชีวิตน่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 “ เดี๋ยวนายจะไปไหนต่อล่ะ ? ” ฮยอนอูเอ่ยถามในขณะที่กำลังเดินขนาบข้างร่างเล็กที่วุ่นวายกับการค้นหาของภายในกระเป๋าอยู่ คิ้วสวยขมวดเป็นปม มือบางกำลังคุ้ยหาบางสิ่งบางอย่างภายในกระเป๋าอย่างต่อเนื่อง

 

กลับบ้านล่ะมั้ง ? ว่าจะกลับไปเยี่ยมพ่อแม่อ่ะแล้วก็พาคนไปให้พ่อแม่รู้จัก

 

“ ... อ๋อ

 

แต่ตอนนี้ฉันหาตั๋วเครื่องบินไม่เจออ่ะฮยอนอู กีฮยอนเอ่ยขึ้น ก่อนจะก้มหน้าก้มตาหาตั๋วเครื่องบินที่ตนจองเอาไว้เพื่อที่จะเดินทางกลับบ้านเกิด

 

นายนี่สายตาไม่ดีหรือว่าติงต๊องกันแน่ ตั๋วของนายหนีบไว้ข้างกระเป๋านี่ไง ฮยอนอูคว้าตั๋วเครื่องบินที่สอดไว้อยู่ข้างกระเป๋าเป้ของกีฮยอนออกมา แต่ก็ต้องชะงักเมื่อหยิบตั๋วเครื่องบินออกมาปรากฏว่า ...

 

 

 

 

 

มีตั๋วเครื่องบินสองใบ ...

 

 

 

 

 

อ้าวจริงดิ่ ขอบใจนะ มือเล็กเอื้อมไปหยิบตั๋วเครื่องบินใบหนึ่งออกจากมือหนาพร้อมส่งรอยยิ้มให้เป็นการตอบแทน

 

 

 

 

 

ยูกีฮยอน

 

ว่าไง .. ซนฮยอนอู ? ”

 

นายจำคำถามที่ฉันเคยถามทิ้งไว้เมื่อสองปีที่แล้วได้อยู่ไหม ? ” ร่างหนาเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกไม่มั่นใจ แต่เขาคงไม่มีความอดทนที่มากพอ หากจะปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไปโดยที่ไม่ทำอะไรเลยอีกครั้งแน่ๆ

 

“ ... จำได้

 

นายพอจะให้คำตอบกับฉันได้รึยัง ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

" นายคิดว่าจะทำให้ฉันเสียใจเหมือนกับที่ฉันเคยเจอเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อนรึเปล่าล่ะ " กีฮยอนเอียงคอเอ่ยถามฮยอนอูพร้อมรอยยิ้มจางๆที่แบ่งรับแบ่งสู่จนคนมองถึงกับหัวใจจะฟีบลงจนแทบหยุดเต้นเข้าทุกที แม้จะรู้ดีว่าเขาจะไม่มีวันทำให้คนตรงหน้าเสียใจแบบที่วอนโฮทำกับคนตัวเล็กแน่นอน ซนฮยอนอูกล้าสาบานทั้งตัวและหัวใจ

 

" ฉันมั่นใจว่าฉันจะไม่ทำให้นายต้องเสียน้ำตาเพราะความเศร้า แต่นายจะเสียน้ำตาเพราะความสุขแน่นอน "

 

" แล้วนายแน่ใจแค่ไหนที่จะยืนเคียงข้างคนที่ทำตัวไร้สาระ ตามใครไม่ค่อยทัน ทำตัวงี่เง่าไปวันๆอย่างฉัน "

 

" ฉันแน่ใจล้านเปอร์เซ็นต์ ฉันแน่ใจตั้งแต่ที่ฉันเจอนายครั้งแรกแล้วว่าฉันสามารถยืนอยู่เคียงข้างนายได้ทุกเวลาที่นายต้องการและนายไม่ต้องการ "

 

 

 

 

 

" งั้น ... ทุกอย่างมันอยู่ภายในตั๋วเครื่องบินที่อยู่ในมือของนายแล้วล่ะ ซนฮยอนอู "

 

 

 

 

 

 

 

 

END.



 

 

 
- สวัสดีอย่างเป็นทางการอีกครั้งและอีกครั้งค่ะ !
เราจะมาบอกว่าเรากำลังคัมแบ็คแบบไม่เต็มตัวอ่ะโน้ะ เย้
ขอเวลาไฝว้กับไฟนอลก่อนที่จะมาไฝว้กับฟิคที่ดองไว้นะคะแง
ใกล้จบแล้วไฟนอล ให้กำลังใจเราด้วยน้าฮือฮือฮือ
และด้วยความไฟนอลนี้เราตายแต่เราอยากแต่งฟิค 
ก็เลยเอาฟิคเก่ามาดัดแปลงขายใหม่ มีเพิ่มเติมนิดนึง
ใครที่อ่านจากฟิคก็อทเซบแล้วก็อย่าตกใจนะคะ 
เพราะนี่คือฟิคของเราเอง (กล้าลอกเลียนวรรณกรรมได้อย่างไร T_T)
อาจจะมึนงงบ้างตามประสาคนแต่งลายตาง่วงนอนเบลอกับเปเปอร์โน้ะ ไม่ว่ากันน้า
ติดตามและให้กำลังใจได้เสมอน้า ได้ทั้งทางคอมเม้นต์ ทวิตเตอร์ และแฮชแท็กอิสอิส
แล้วก็ทักมาคุยกันทางทวิตเตอร์ได้เช่นกันน้า
 
 
เจอกันตอนหน้าค่ะ !
อย่าลืมคอมเม้นต์ ติดแท็กให้กำลังใจหรือบอกฟีดแบ็คหลังการอ่านด้วยน้าอิ้อิ้
ขอบคุณค่ะ :-} ! 


©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

82 ความคิดเห็น

  1. #81 CHAE (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 16:47
    เราไม่ค่อยว่าง เลยอ่านตอนนี้ 3 วันเลย 5555 ทั้งไม่ว่าง แล้วก็ยาวมาก เป็นเรื่องที่ลุ้นจริง ๆ ฉากสุดท้ายนี่น่ารักมากกก
    #81
    0
  2. #47 m.zslt (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 17:42
    งืออออออออออออออออออออออ พี่ชยอนูน่ารักกกกกกกกกกกกกกกกก

    อบอุ่นกว่านี้ก็ดวงอาทิตย์แล้วนะ ฮืออออออออออออออออออออออออ

    กีฮยอนนี่น่าอิจฉานะ โง้ยยยยย เขินเลอออออออออออออ
    #47
    0
  3. #42 ㅇㅋ~ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2558 / 18:40
    โอ้ยยยยยย



    ชอบบบบบ แบบนี้คือดี



    สู้ๆกับไฟนอลนะคะ

    ทำได้อยู่แล้วแหละ เราเชื่อมั่นนะ

    555555555555555555



    ปิดเทอมแล้วเราก็ยังรอฟิคเรื่องที่แล้วที่ยังขาดไป

    อีก1ตอนอยู่นะ

    5555555
    #42
    0
  4. #41 Princess#Thief (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 / 12:23
    ละมุนมากค่ะ

    เราชอบบรรยากาศของฟิค ชอบบรรยากาศของความสัมพันธ์ของพี่ชยอกับกีฮยอน ชอบความละมุนของเรื่อง

    อ่านแล้วรู้สึกดีมากเลยค่ะ คือบรรยากาศมันชวนเคลิ้มมากเลย

    การตัดฉากไปมาระหว่างปัจจุบัน ที่เชื่อมกับเรื่องราวในอดีตของทั้งสองคน มันดีมากเลยค่ะ



    ถ้าเราเป็นพี่ชยอนู เห็นคนน่ารักแบบนี้เราก็หวั่นไหว ทั้งร้อยยิ้มที่การกระทำ

    กีฮยอนดูน่าปกป้องถะนุถนอมมากเลย ,____, ปริ่มมากค่ะ

    ส่วนพี่วอนโฮคนใจร้าย กลับมาทำไมๆๆ 

    ทำให้น้องกีร้องไห้ทำไม ฮื้อออ 

    พี่ชยอดูเป็นหนุ่มสุขขุมนุ่มลึก ดูใจเย็นมาก

    รอคำตอบจากกีฮยอนตั้งสองปีแหนะ เป็นเราไม่ทนหรอก รวบหัวรวบหางเลย -..-



    ชอบมากค่ะ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ

    ชอบการเขียนของไรต์มากเลยค่ะ ^^ 
    #41
    0
  5. #40 tfy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 / 12:17
    ละมุนไปหมดทุกอย่าง ฮือออออ ความรักที่แบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป ชยิกีดูเหมาะสมมาก ชิอบตอนกีบิอกจะพาคนไปให้พ่อแม่รู้จัก จะกาตั๋วเครื่องบิน โงยยยยยย ><
    #40
    0