` S H O R T F A N F I C R O O M | G O T 7 ♡

ตอนที่ 6 : { S F } B E S T F R I E N D : 친한 친구야 {Jaebum x Jinyoung} (2 / 2) 。

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 795
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    11 มี.ค. 57





 

 

{ B E S T F R I E N D : 친한 친구야 }

pairing ; Jaebum x Jinyoung
author ; pinnathero
genre ; little romantic

type ; AU,PWP

rate ; pg-15,nc-17




 

 

 

 

 


Flash Animation

(หมายเหตุ : 짝사랑  / 산들 (Sandeul of B1A4) : http://youtu.be/kHBhR2fxEAA )

 

 

 

warning ; อยากมีแท็กกับเขาซักเรื่อง สกรีมเรื่องนี้ช่วยแท็ก #ตุ๊ดปูซาน ในทวิตด้วยน้า เราอยากรู้ว่าคนอ่านมีความคิดเห็นและฟีลลิ่งอะไร ขอบคุณนะก้ะ T_T

 

 

 

 

 











 

 

 

 

 

 

 

 

 " ซึงฮุนส่งเราถึงตรงนี้ก็พอ ขอบคุณมากนะที่มาส่งเราน่ะ " ปาร์คจินยองเอ่ยสำเนียงปูซานขอบคุณเพื่อนร่วมคลาสตัวสูงที่อาสาเดินมาส่งที่หน้าหอเพราะพวกเขาใช้เวลาที่ลานใต้ตึกอักษรฯจนเกือบสองทุ่ม และตอนนี้ก็มืดค่ำแล้ว เดินกลับหอคนเดียวมันอาจเกิดอันตรายขึ้นมาได้ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การที่เขากับซึงฮุนได้นั่งพูดคุยกันในวันนี้ทำให้รู้ความจริงอย่างหนึ่งว่า เพื่อนร่วมคลาสอย่างอีซึงฮุนคนนี้ก็เป็นคนปูซานเหมือนกันกับจินยอง ยิ่งรู้สึกดีใจที่มีเพื่อนจากดินแดนเดียวกันอยู่ในคณะเดียวกันนี้ จินยองเริ่มรู้สึกไม่อึดอัดที่ไม่ได้พูดภาษาถิ่นของตนมากขึ้น อย่างน้อยก็มีซึงฮุนที่ฟังเขารู้เรื่องทุกอย่าง เพราะบางที ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บางเรื่องที่ไม่อยากพูดให้แจบอมฟัง เขาก็จะได้พูดกับซึงฮุนในสำเนียงท้องถิ่นที่คนเมืองกรุงฟังไม่รู้เรื่อง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

" ไม่เป็นไรหรอกจินยอง ... งั้นฉันไปนะ เจอกันพรุ่งนี้ " ซึงฮุนเอ่ยลาอีกฝ่ายที่ยืนโบกมือให้เขาด้วยสำเนียงท้องถิ่นกลับไป ก่อนจะเดินกลับไปทางเดิมที่เดินมา เพราะหอพักของซึงฮุนอยู่ก่อนถึงหอพักของจินยองไปเพียงแค่สองซอยเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ร่างเล็กเดินเข้าไปในตัวอาคารของหอพักด้วยใบหน้าที่อ่อนเพลียจากการอ่านหนังสือและหัวเราะกับซึงฮุนมานานหลายชั่วโมง ตอนนี้ในสมองของเขาคือการนอนหลับ ขอแค่เข้าไปในห้องเท่านั้น เขาจะละทิ้งทุกอย่างแล้วนอนบนเตียงของเขาทันทีโดยที่จะไม่สนอะไรที่จะเกิดหลังจากที่เข้าห้วงนิทราแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

มือเรียวบางค้นหากุญแจห้องในกระเป๋า เมื่อเจอแล้วก็เสียบลูกกุญแจเข้าไป มืออีกข้างจับลูกบิดประตูห้องพักของตัวเองพร้อมบิดมันแล้วเปิดประตูเข้าห้องไป พอได้เข้าไปในห้องเต็มตัว ก็พบว่ามีร่างของเจ้าของห้องอีกคนที่แชร์ร่วมกันได้กลับมาจากการเดทนานพอสมควรแล้ว ร่างสูงที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงชั้นล่างขนาดเล็กไม่ได้ทำให้จินยองรู้สึกแปลกใจมากนักเพราะในบางครั้งที่แจบอมและจียอนเดทกันเสร็จไวแล้วไม่ไปค้างต่อที่อื่น จินยองก็จะพบว่าอีกฝ่ายนั่งดูทีวีรอเขาอยู่ในห้องรอเขากลับมาแล้ว แต่ผิดปกติที่ว่า .... ทำไมถึงนอนหลับก่อนเขา

 

 

 

 

 

 

 

" หรือว่าเหนื่อยที่ต้องตามใจจียอนมาทั้งวันนะ ? " ว่าเพียงเท่านั้น จินยองก็เดินไปไฟในห้องพร้อมวางกระเป๋าเป้ใบหนาบนโต๊ะอ่านหนังสือของตนก่อนจะเดินเข้าไปทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย เดินไปปิดไฟในฟ้องให้ดับสนิทไม่ให้แสงไฟแยงตาเวลานอนหลับและค่อยๆปีนขึ้นไปข้างบนที่มีเตียงนอนขนาดเล็กเหมือนกับชั้นล่างนั้นทันที 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อเอนตัวนอนราบไปกับเตียงพร้อมดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาห่มแล้ว ปาร์คจินยองกลับนอนไม่หลับเสียงอย่างนั้น ดวงตาเรียวยังคงกระพริบเหมือนคนยังไม่ง่วงนอน พยายามข่มตานอนหลับก็ยังไม่สามารถจมตัวลงไปในห้วงนิทราได้ ร่างบางได้แต่ดิ้นหันซ้ายหันขวาไปมาเพื่อที่จะได้อยู่ในท่าสบายๆแล้วจะได้นอนเสียที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

" นับแกะสิ่ ... " 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงทุ้มแสนคุ้นเคยของใครบางคนที่ปาร์คจินยองคิดว่านอนหลับสนิทไปแล้วดังขึ้น ทำเอาคนตัวบางที่ได้ยินเสียงถึงกับต้องจีบราวเตียงนอนชะเง้อลงไปมองอีกฝ่ายที่นอนหงายมองตนอยู่ .. แม้มันจะมืดสนิทแต่จินยองก็มองเห็นแววตาของอีกคนที่ส่งมาให้เขา

 

 

 

 

 

 

 

... แววตาที่เจือปนด้วยความไม่พอใจอะไรบอกไม่ถูก ... 

 

 

 

 

 

 

 

" อ่า .. อื้ม ฉันขอโทษทีที่ขยับตัวเสียงดังไปหน่อย พอดีว่านอนไม่หลับน่ะ สงสัยเพราะตัวเพิ่งโดนน้ำเลยสร่างง่วง นายนอนต่อไปเถอะ ... " จินยองเอ่ยขอโทษแจบอมก่อนจะพยายามข่มตานอนหลับและนับแกะอย่างที่เจ้าตัวบอก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่ขอโทษเถอะ ปาร์คจินยองนับแกะจนจะล้นฟาร์มแล้วก็ยังไม่ง่วง นี่ปาไปตัวที่สามร้อยแล้วนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อาจจะเป็นเพราะเวลานี้ยังไม่ใช่เวลานอนที่แท้จริง แต่เพราะเขาจำเป็นต้องนอนเวลานี้เพราะมีเรียนตอนแปดโมงเช้า แล้วถ้ายังไม่ง่วงนอนอยู่อย่างนี่ มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะช่วยให้จินยองรู้สึกอยากหลับขึ้นมาได้คือ ... 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ยานอนหลับที่ได้มาตอนปีหนึ่งจากรุ่นพี่ที่เรียนเภสัชฯด้วยกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มือบางค่อยๆล้วงไปใต้หมอนก็พบขวดยาพลาสติกสีขาวขนาดเล็กนอนกลิ้งอยู่ใต้หมอน โชคดีที่มันไม่หายไปไหน ก่อนจะค่อยๆเปิดฝาขวดออกพร้อมเขย่าให้เม็ดยาที่อยู่ก้นขวดทะลักออกมาบนมือ แต่ทว่า ... 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

" ปาร์คจินยอง "

 

 

 

" ห .. หืม ? " ด้วยความสะดุ้งตกใจที่จู่ๆน้ำเสียงทุ้มที่ติดจะไม่พอใจดังขึ้นมาอีกครั้ง เขาคงเขย่าขวดเสียงดังเกินไปสิ่นะ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้ตายสิ่เจ้าบ้าจินยอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

" ลงมานอนข้างล่าง ... มานอนกับฉัน " คำสั่งของอิมแจบอมที่ดูเหมือนไม่มีอะไรนั้น กลับทำให้ใบหน้าน่ารักนั้นขึ้นสีระเรื่อได้ไม่ยาก มือเล็กยังคงกำขวดยาเอาไว้ จะบอกว่าเกรงใจเดี๋ยวอึดอัด เพื่อนสนิทของเขาก็จะโวยวายใส่อีก 

 

 

 

 

 

 

 

จะบอกว่าตลอดเวลาที่คบกันมาเป็นเพื่อนกันนี้ ปาร์คจินยองไม่เคยนอนเตียงเดียวกับอิมแจบอมแม้แต่ครั้งเดียว ขนาดที่แจบอมเคยไปนอนค้างบ้านเขาที่ปูซาน จินยองก็สละเตียงให้อีกฝ่ายได้นอน ส่วนเขาก็นอนกับพื้นที่ปูฟูกแทน แต่นี่ ... กลับเป็นฝ่ายอิมแจบอมที่เรียกให้เขาลงไปนอนด้วย 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นี่กำลังจะฆ่ากันให้ตายทางอ้อมใช่ไหม อิมแจบอมคนบ้า ! 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

" เอ่อ ... "

 

 

 

" จะลงมาดีๆหรือจะให้ฉันขึ้นไปลากขานายลงมา ? " เพียงแค่คำขู่ทีเล่นทีจริงของแจบอมก็สามารถทำให้ร่างบางกว่ารีบปีนลงมาจากเตียงของตนพร้อมหมอนข้างและหมอนหนุนของตนเอง 

 

 

 

 

 

 

 

และตอนนี้ปาร์คจินยองยืนอยู่ตรงหน้าคนตัวโตที่นอนอยู่บนเตียงแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

" จะเอาหมอนลงมาทำไม ? " แจบอมเอ่ยถามในขณะที่ลุกขึ้นนั่งและสบตาอีกฝ่ายที่ยังคงกอดหมอนไว้แน่น

 

 

 

" ก็เผื่อว่านายอยากหนุน ... / นอนหนุนหมอนใบเดียวสองคนเนี่ยแหละ จะได้ไม่รกพื้นที่ " จินยองกำลังอธิบายถึงเหตุผลที่เอาหมอนของตัวเองลงมาแต่ก็ถูกแจบอมขัดขึ้นมา สุดท้ายมือบางก็ต้องโยนหมอนหนุนขึ้นไปไว้บนเตียงอย่างช่วยไม่ได้

 

 

 

" แต่ฉันขอกอดหมอนข้างของฉันนะ ... " 

 

 

 

" แล้วแต่นาย .. " 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ว่าจบก็ใช้มือหนาจับเข้าไปที่มือบางนิ่มนั้นแล้วดึงคนตัวบางลงมานอนด้วยกันบนเตียงขนาดเล็กที่ดูแล้วไม่น่าจะยัดคนสองคนลงไปได้ แต่อิมแจบอมทำได้ ... 

 

 

ร่างหนาเขยิบตัวให้หลังชิดติดกำแพง เว้นพื้นที่เตียงให้เหลือมากขึ้นเพื่อที่คนตัวบางจะได้นอนสบาย ท่อนแขนแข็งแรงค่อยๆโอบกอดรอบเอวบางไว้เบาๆ ไม่แน่นเกินไป จนตอนนี้คนตัวเล็กกว่าเผลอเขยิบจนแผ่นหลังบางนั้นชิดติดกับแผ่นอกแกร่งของเจ้าของเตียง ใบหน้าหล่อเกยคางได้รูปบนไหล่มนนั้น ลมหายใจอุ่นๆรดอยู่บริเวณต้นคอจนคนถูกกอดนั้นรู้สึกไม่เป็นตัวเองขึ้นมา มือบางจิกเล็บลงไปที่หมอนข้างเพื่อไม่ให้แสดงอาการเงอะงะขึ้นมา รีบก้มหน้าหลับตาให้สนิท. พยายามหลบซ่อนใบหน้าที่ตอนนี้สีแดงระเรื่อฉาบบนพวงแก้มเนียนทำให้ใบหน้าที่ดูน่ารักอยู่แล้วยิ่งน่ารักขึ้นไปอีกในสายตาของร่างสูงกว่า อดไม่ได้ที่แจบอมจะยกยิ้มขึ้นมาประดับบนใบหน้า ทั้งๆที่ตั้งแต่เขาเจอฉากที่ไม่น่าพอใจนั้นมา เขาก็อารมณ์เสียเกือบทั้งวัน ถึงขั้นยกเลิกนัดเดทกับจียอนเพื่อที่จะกลับมานอนรอในหอพัก ว่าจะต่อว่าคนตัวบางให้ระวังตัวหน่อย แต่เพียงแค่เจอคนตัวบางในอ้อมกอดทำท่าทางเหมือนเขิน เขาก็อดยิ้มให้กับความน่ารักนี้ไม่ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

" ไง ตอนนี้ง่วงรึยัง ? " เสียงทุ้มเอ่ยที่ข้างใบหูนิ่มนั้นเบาๆ ร้อนให้คนถูกถามถึงกับย่นคอหลบอีกฝ่ายที่ทำท่าจะแกล้งเขาทันที

 

 

 

" ก ... ก็ง่วงแล้ว "

 

 

 

" แต่ฉันยังไม่ให้นายนอน " 

 

 

 

" ทำไม ? "

 

 

 

" อีซึงฮุน ... มันเป็นใคร " จู่ๆแจบอมก็เอ่ยถึงเพื่อนร่วมคลาสของเขาที่ปาร์คจินยองยืนยันเต็มหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ว่าคนตัวโตคนนี้ไม่เคยเจอและไม่เคยรู้จักได้ .. 

 

 

 

 

 

 

 

แต่ทำไมถึงรู้ชื่อของซึงฮุนได้นะ ? 

 

 

 

 



อ๋อ ... ซึงฮุนเป็นเพื่อนของฉันเอง " 

แน่ใจเหรอว่าเป็นแค่เพื่อน ? " แทบไม่อยากเชื่อ แต่เพราะน้ำเสียงของจินยองที่ดูใสด้วยความจริงใจไม่โกหกปิดบังเขา แจบอมจึงเลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่คนในอ้อมกอดพูด

แน่ใจสิ่ เขาเป็นเพื่อนร่วมคลาสน่ะ เวลาทำงานกลุ่มที่อาจารย์สั่งในคลาส ฉันก็อยู่กับเขานั่นแหละ .. เพราะคนอื่นเขาไม่รับฉันเข้ากลุ่ม " คนตัวเล็กกว่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงงุ้งงิ้งติดจะน้อยใจทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องการเรียนในคลาส 



ปาร์คจินยองเป็นคนเก่ง มีความสามารถ และเวลาที่มีการสอบ จินยองมักจะได้คะแนนที่สูงเสมอ แต่ไม่เคยมีใครรับเข้าไปอยู่ในกลุ่มทำงานด้วยซักคน ด้วยเหตุผลที่ไร้สาระและเขาก็เกลียดมันมาก 





เพราะคนในคลาสคนหนึ่งเคยได้ยินเรื่องที่เขาได้ฉายาเป็นตุ๊ดปูซานตอนอยู่ชั้นมัธยม ทุกคนที่ได้ยินเรื่องเล่านี้มักจะเกิดอาการสมเพชในตัวจินยอง ทั้งๆที่เขาไม่ได้เป็นตุ๊ดหรือเป็นอะไรที่หลายๆคนยัดเยียดมาให้เขาเป็น ไหนจะเพราะบางคนฟังสำเนียงปูซานไม่รู้เรื่องอีก จึงไม่มีใครอยากให้จินยองเข้าร่วมกลุ่มทำงานด้วย จะมีก็แต่อีซึงฮุนที่ให้เขาเข้ากลุ่มทำงานด้วย





คงเพราะเรื่องตอนมัธยมที่นายโดนล้อว่าเป็นตุ๊ดปูซานใช่ไหม ? " 

อือ ... " คนตัวเล็กกว่าตอบรับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบจะไม่ได้ยินแล้วถ้าไม่เงียบแล้วฟังดีๆ






ไม่เป็นไรนะจินยอง ... อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้รังเกียจนายนะ " มือหนาข้างหนึ่งผละออกจากรอบเอวบางก่อนจะยกขึ้นมาลูบกลุ่มผมนิ่มสีดำสนิทของอีกฝ่ายเบาๆ เพียงแค่สัมผัสอบอุ่นจากมือหนาก็สามารถทำให้หัวใจที่ห่อเหี่ยวจากหลายเรื่องตลอดทั้งวันกลับพองโตขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาดใจ 





ขอบคุณนะ แจบอม .. " 

รู้งี้ฉันน่าจะสอบเข้าอักษรฯเหมือนนายให้รู้แล้วรู้รอด คะแนนฉันผ่านเข้ามาได้สบายๆอยู่แล้ว " อิมแจบอมบ่นขึ้นมาเช่นนี้ทุกครั้งที่ได้ยินว่าคนรังแกจินยอง แต่ก็เป็นความจริงที่ว่าความสามารถและมันสมองของเขาสามารถเข้าคณะอักษรฯได้สบายอยู่แล้ว 

บ้ารึไงแจบอม นายอยากเป็นผู้กำกับหนังไม่ใช่รึไงกัน ? " จินยองหันตัวมาหาอีกฝ่ายพร้อมมองคนบ้าที่เพ้อจะสอบเข้าอักษรฯทั้งๆที่ความฝันของตัวเองไม่ได้อยู่ในคณะนั้นเลย 





แต่เหมือนว่าจะลืมตัวไปว่าคนข้างหลังไม่ได้อยู่ห่างจากตนเสียเท่าไหร่ พอหันหน้ามาเท่านั้น ก็ต้องตกใจเมื่อใบหน้าของตนและคนตัวโตกว่านั้นห่างกันเพียงไม่ถึงคืบ รับรู้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายว่ามันร้อนมากเพียงใด กลิ่นเปเปอร์มิ้นต์จากน้ำยาบ้วนปากและยาสีฟันของอีกฝ่ายมันผ่านออกมาทางลมหายใจ ทำเอาคนตัวบางกว่าที่ตอนนี้ยังเคอะเขินหลบซ่อนใบหน้าที่มีเลือดฝาดอย่างต่อเนื่องเกือบเคลิ้มไปเสียแล้ว ดวงตากลมกำลังหลุบมองดูมือตัวเอง แต่จู่ๆ จินยองรู้สึกถึงใบหน้าหล่อคมคายนั้นที่ค่อยๆโน้มลงมาจนหน้าผากของทั้งคู่ติดชิดกัน และความฝันบนความจริงก็ปรากฏต่อหน้า 

ในที่สุดริมฝีปากร้อนของอิมแจบอมก็ค่อยๆประทับปิดลงบนริมฝีปากเรียวนิ่มนั้นอย่างแผ่วเบา แม้จะไม่มีการลุกล้ำใดๆให้รู้สึกถึงความวาบหวามภายใน แต่ใบหน้าที่แดงซ่านและดวงตาใสที่หลับลงเพื่อรับสัมผัสอันอ่อนโยนของคนตัวบางก็เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับแจบอมว่า





อย่างน้อยปาร์คจินยองก็เขินเขา และก็คงรู้สึก ... 











เหมือนที่เขาเองก็รู้สึกอยู่ไม่น้อย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

xx.

 

 

 

 

 

 

 

ในช่วงกลางวัน ระหว่างทางที่จินยองเดินอยู่บนระเบียงของตึกคณะอักษรกับซึงฮุนผู้ที่ถือว่าเป็นเพื่อนคนสำคัญคนหนึ่งของจินยอง แม้ความสำคัญจะน้อยกว่าแจบอมแต่เพื่อนคนนี้ก็ดีกับเขามากจนเขาไม่รู้ว่าจะตอบแทนอย่างไรดี แม้ขนาดตอนนี้ผู้คนในคณะที่เดินผ่านพวกเขาต่างซุบซิบนินทาเสียงดังซึ่งประเด็นใจความสำคัญที่จินยองจับได้คือ

 

 

 

 

 

... ตุ๊ดปูซานกล้าดียังไงมาตีสนิทอ่อยอีซึงฮุนหนุ่มฮอตประจำคณะอักษรฯได้ ...

 

 

 

 

 

บางทีพวกเขาอาจจะรู้อยู่แล้วว่าอีซึงฮุนเพื่อนในคณะคนเดียวของเขาก็เป็นคนปูซานไม่ต่างจากเขา แต่ทำไมไม่เห็นมีใครนึกรังเกียจหรือไม่มีใครไม่ให้เข้ากลุ่มเหมือนที่เขาโดนบ้างล่ะ อาจจะเพราะซึงฮุนสามารถพูดสำเนียงของคนในเมืองได้อย่างราบรื่น แต่ปาร์คจินยองกลับพูดไม่ได้ เพราะเวลาที่เขาพูดมักจะมีเสียงสำเนียงต่อท้ายตลอดเวลาสิ่นะทุกคนเลยไม่ค่อยชอบเขาเท่าไหร่

 

 

 

เพราะเหมือนเด็กบ้านนอก ... สิ่นะ

 

 

 

 

 

เอ้อ รายงานที่อาจารย์สั่งอ่ะ เดี๋ยวไว้วันพรุ่งนี้เราค่อยแบ่งกันไปทำแล้วกัน แล้วไว้เดี๋ยวฉันจะนัดมาทำด้วยกันอีกทีนะ

 

ได้ๆ ... นายโอเคนะจินยอง ? ” ซึงฮุนเอ่ยถามเพื่อนตัวเล็กที่แสร้งหาเรื่องคุยด้วยสำเนียงปูซานแบบเป็นกันเอง

 

ฉันโอเคอยู่แล้ว โดนแบบนี้มาหกปีแล้วล่ะจินยองยกยิ้มตอบกลับไป มันเป็นความจริงที่เขาชินชาในเรื่องแบบนี้ไปแล้ว แต่มันก็มีบ้างที่รู้สึกแอบน้อยใจอยู่หน่อย แต่เขาก็ไม่คิดจะเอามันมาใส่ใจให้มากระทบเรื่องการเรียนแน่นอน

 

ฉันนึกว่านายจะร้องไห้หรือเฟลอะไรทำนองนี้เสียอีก

 

ว่าแต่นายพูดสำเนียงแบบนี้ไม่กลัวคนอื่นมองว่ามันแย่เหรอ ? ” จินยองเอ่ยถามในขณะที่เงยหน้ามองเพื่อนตัวสูงที่ยังคงยิ้มร่า

 

กลัวทำไมล่ะ ก็ฉันเกิดที่ปูซาน ไมได้เกิดในโซลซักหน่อยเอ่ยจบมือหนาของเพื่อนคนเดียวของจินยองก็ยีกลุ่มผมนิ่มสีดำสนิทของจินยองไปมา เรียกเสียงหัวเราะของคนตัวเล็กได้ไม่ยาก

 

 

 

 

 

... นี่แหละเสน่ห์ของปาร์คจินยอง .. ความร่าเริงแจ่มใส อัธยาศัยดี เป็นกันเอง ...

 

 

 

 

 

เฮ้จินยอง ! นั่นมันจียอนดาวนิเทศฯนี่ ? ” ซึงฮุนทักขึ้นมาพร้อมกับนิ้วเรียวที่สะกิดที่ต้นแขนเล็กของเขา ทำเอาสายตาเรียวเงยมองหญิงสาวสวยน่ารักที่ครอบครองในสิ่งที่เขาไม่เคยจะได้ครอบครองมันแม้จะอยู่ใกล้ก็ตาม ใบหน้าของเธอดูเรียบนิ่งแปลกๆเหมือนว่ากำลังจะเกิดเรื่องไม่ดีอะไรซักอย่าง และเธอกำลังเดินตรงมาที่

 

 

 

... เขากับอีซึงฮุน

 

 

 

เอ่อ ... มีอะไรรึเปล่าครับน้องจียอน ? ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เพี๊ยะะะ !!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทุกสายตาจับจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงไม่ถึงวินาที เมื่อร่างบางของหญิงสาวมาหยุดอยู่ตรงหน้า มือบางของสาวเจ้าก็เงื้อขึ้นสูงแล้วฟาดลงบนแก้มเนียนของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนของแฟนตนเองเสียฉาดใหญ่ สร้างความฮือฮาให้กับคนที่มองดูเหตุการณ์นี้ไม่น้อยเลย รวมถึงซึงฮุนที่กำลังประคองร่างของเพื่อนของตัวเองอยู่เช่นกัน

 

 

 

 

 

เกิดอะไรขึ้นครับน้องจียอน ใจเย็นๆก่อนนะครับซึงฮุนเอ่ยปลอบประโลมหญิงสาวอย่างใจเย็น ในขณะที่จียอนกำลังยืนเงียบ จู่ๆน้ำใสภายในดวงตากลมก็กลั่นตัวลงมาต่อหน้าต่อตาชายหนุ่มทั้งสอง ยิ่งทำเอาซึงฮุนตกใจเข้าไปอีก ต่างกับจินยองที่ตอนนี้กำลังรู้สึกว่าใบหน้าของนกำลังชา และอีกไม่นานมันก็จะบวมเป่ง

 

 

 

 

 

นายมันแย่ ปาร์คจินยอง !! ”

 

...

 

นายกล้าดียังไง ..... มาแย่งพี่แจบอมของฉัน ! ”

 

...

 

เพราะนาย ... เพราะนายคนเดียว .. ฮึกก ปาร์คจินยอง เพราะนาย !!! ”

 

...

 

เพราะนาย ... ทำให้พี่แจบอม .. ฮึกกก ... พี่แจบอมไม่เคยสนใจฉัน

 

...

 

เพราะนาย ... พี่เขามัวแต่เป็นห่วงนาย ... แต่ไม่เคย .. เป็นห่วงฉันเลย .. ฮือออ

 

...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เพราะนาย .. ฮึกก .... ทำให้ฉันต้องเลิกกับพี่แจบอม ... เพราะนายคนเดียว ! ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อตวาดใส่คนตรงหน้าจนพอใจแล้ว หญิงสาวดาวคณะนิเทศฯก็รีบวิ่งชนไหล่บางของจินยองหนีไปทันที เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น เสียงซุบซิบนินทาก็ดังขึ้นมาจนแทบเกินข้ามผ่านเส้นที่เรียกว่านินทาเสียแล้ว ฟังแต่ละถ้อยคำที่ออกมาจากปากของทุกคนในคณะที่ไม่เคยรู้เห็นในอีกด้านของจินยองที่มีมานานก็รู้สึกได้ว่ามีแต่ถ้อยคำเสียหายจึงคนฟังแทบทนไม่ไหว ในเมื่อเขายังไม่ได้ทำอะไรเลยแล้วทำไมต้องต่อว่าเสียๆหายๆเช่นนั้นด้วย เขาต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายต่อว่าและตบเธอ ไม่ใช่จียอนที่จะต้องเป็นฝ่ายตบเขา เพียงเพราะเขาเป็นเพื่อนกับแจบอมรึไง เขาถึงต้องโดนต่อว่าว่าเป็นคนแย่งแฟนคนอื่น เขาไม่ได้ทำอะไรลงไปซักอย่าง เขาอยู่เฉยๆมาตลอด สนับสนุนให้คนสองคนรักกันแม้ตัวเองจะเจ็บปวดก็ตาม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

... และเขาก็รักแจบอมก่อนที่จียอนจะรู้จักแจบอมเสียด้วยซ้ำ .. ใครผิดกันแน่ ? ปาร์คจินยองผิดใช่ไหม ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อีซึงฮุนที่เห็นเพื่อนของตนกำลังรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองก็รีบพยุงคนตัวเล็กกว่าออกไปจากที่เกิดเหตุทันทีเพื่อที่จะไปพักสงบสติที่โรงอาหารของคณะซึ่งตอนนี้ผู้คนบางตาลงไปมาก เมื่อพาร่างบางกว่านั่งลงที่ม้านั่งในโรงอาหารแล้ว ซึงฮุนก็รีบวิ่งไปซื้อน้ำหวานสีแดงสดใสพร้อมน้ำแข็งพร้อมใส่ถุงพลาสติกมาให้เพื่อนของตนทันที

 

 

 

ขอบคุณนะซึงฮุนจินยองเอ่ยพร้อมหยิบน้ำหวานและถุงพลาสติกที่มีน้ำแข็งอยู่มาไว้ในมือ ก่อนจะวางแก้วน้ำแล้วยกถุงพลาสติกที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งประคบแก้มเนียนที่โดนมือของหญิงสาวฟาดลงมาเบาๆ

 

ไม่เป็นไรจินยอง นายไหวนะ ? ”

 

อือ ... ก็ไหวอยู่ใบหน้าน่ารักพยักหน้าขึ้นลงเบาๆ มือบางยกจับแก้มของตนที่รู้สึกได้ว่ามันกำลังบวมขึ้นมาแล้วก็แทบเบ้หน้าลงทันที

 

หน้าบวมแล้วใช่ไหมล่ะ ทำหน้าแบบนั้นน่ะ ฮ่าๆๆ

 

ก็แหงสิ่ ... คนอะไรมือหนักชะมัดร่างบางกว่าบ่นออกมาด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดก่อนจะประคบแก้มด้วยน้ำแข็งต่อไป

 

ทำเป็นพูดตลกไป

 

ก็มันจริง

 

ว่าแต่ ... เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องจริงเหรอ ? เรื่องอิมแจบอมที่นายเล่าให้ฉันฟังบ่อยๆน่ะ อีซึงฮุนหย่อนตัวนั่งลงข้างๆเพื่อนของตนพร้อมเปิดประเด็นถามขึ้นมา ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนอยากรู้อยากเห็นเรื่องของชาวบ้านนะ แต่เพราะอีซึงฮุนอยากมั่นใจกับความจริงเพื่อที่จะได้ปกป้องคนได้ถูกต้องเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฉันไม่ได้แย่งแจบอมมาจากจียอน ... เธอคนนั้นมาช้ากว่าฉันไปตั้งสี่ก้าว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมายความว่า ...

 

อือ .. ตามที่นายเข้าใจนั่นแหละ ..... คนตัวบางระบายความในใจทุกอย่างให้คนที่เป็นเพื่อนคนเดียวในคณะฟังด้วยถ้อยคำสำเนียงปูซาน จึงไม่แปลกใจที่ไม่มีใครหยุดฟังหรือนำไปเล่านินทาต่อ เพราะไม่มีใครฟังพวกเขารู้เรื่องหรอก

 

...

 

 

 

 

 

ฉันชอบแจบอมมาตั้งนานแล้ว แต่เขาก็มองเห็นฉันเป็นแค่เพื่อนของเขาแค่นั้นแหละ

 

 

 

 

 

... นายทนมาได้ยังไงน่ะ ตั้งหกปีเชียวนะ  ” อีซึงฮุนอึ้งกับความอดทนที่มีความรักที่ต้องแอบเก็บไว้ตลอดหกปีของจินยอง ถ้าเป็นเขา เขาคงเลิกชอบไปตั้งแต่ขึ้นปีที่สองแล้วล่ะ คงไม่อดทนรอให้คนที่ชอบไปมีแฟนแล้วเขาต้องมาเจ็บปวดแบบนี้แน่ๆ

 

ฉันก็ไม่รู้หรอก ตอนนี้ฉันยังสงสัยอยู่เลยว่าทำไมแจบอมถึงเลิกกับจินยองเพราะฉัน ? ฉันไม่ได้ไปทำอะไรให้ซักหน่อยนึง ฉันก็สนับสนุนให้พวกเขารักกันนะ ... แต่ทำไมจียอนบอกว่าเขาเลิกเพราะฉันล่ะ ?

 

ไม่รู้สิ่ ... ฉันว่ามันอาจจะมีบางอย่างที่เราไม่รู้ก็ได้นะ

 

... เห้ออออ ... ฉันเหนื่อยแล้วล่ะซึงฮุนอ่ามือหนายกขึ้นแตะบ่าเล็กเบาๆเป็นเชิงปลอบใจอีกฝ่ายที่ตอนนี้กำลังรู้สึกแย่ลงมากกว่าเดิม ใบหน้าน่ารักซบลงกับบ่าหนาของเพื่อนด้วยความเหนื่อยล้าไปทั้งกายและจิตใจ ดวงตาเรียวหลับตาลงเพื่อปิดกั้นการรับรู้สิ่งต่างๆรอบตัว ไม่รับรู้อะไรใดๆอีก

 

 

... บางทีเขาควรจะเลิกชอบแจบอมไปได้แล้ว ทุกอย่างจะได้จบ จะได้ไม่ต้องมีอะไรวุ่นวายหัวใจเขาอีก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

... แต่ความรักมันไม่ได้ตัดง่ายๆเหมือนตัดกระดาษเสียหน่อย ถ้ามันง่ายแบบนั้น ปาร์คจินยองคงไม่อึดอัดใจมาหกปีหรอก ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันนี้ปาร์คจินยองเดินกลับมาที่หอพักค่ำกว่าทุกๆวัน อาจะเป็นเพราะเขายังไม่พร้อมจะเจอหน้าเพื่อนของเขาที่ดันสร้างวีรกรรมให้เขาต้องมาซวยแบบนี้ ตอนนี้ประเด็นของปาร์คจินยองก็ดันเป็นขี้ปากของคนเกือบทั้งมหาลัยแล้ว เขาเบื่อที่จะต้องได้ยินคำนินทาประเด็นร้อนระหว่างที่เดินกลับหอ วันนี้เลยตัดสินในโดดเรียนและมานั่งเล่นอยู่ในห้องสมุดจนถึงสองทุ่มครึ่ง

 

 

มือเรียวบางเปิดประตูห้องด้วยความเงียบเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายที่น่าจะนอนหลับอยู่รู้ตัวเขาเพราะตอนที่มาถึงเขาเงยหน้ามองที่ห้อง ก็เห็นว่าห้องยังมืดสนิทแม้มันจะยังไม่ได้ดึกเกินไป แต่ครั้งนี้จมูกของคนตัวบางก็รับรู้ได้ว่าภายในห้องนี้มีกลิ่นไม่พึงประสงค์จากมุมใดมุมหนึ่งของห้อง นิ้วเรียวเอื้อมไปเปิดสวิตช์ไฟข้างผนัง ดวงตาเรียวก็พบว่ามีร่างหนึ่งกำลังนอนแผ่ข้างๆเตียงสองชั้นนั้นด้วยสภาพดูย่ำแย่มาก เท้าเล็กก้าวเดินเข้าไปใกล้ๆเพื่อมองดูให้แน่ใจว่าเป็นใครที่ทำตัวได้แย่ขนาดนี้ และปาร์คจินยองก็ได้คำตอบอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งมาแล้วว่า 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

... อิมแจบอม นอนเมาแอ๋แผ่ตัวอยู่ข้างเตียงนี่เอง ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ร่างสูงเจ้าของใบหน้าหล่อและกลุ่มผมหนาที่ถูกย้อมด้วยสารเคมีจากสีน้ำตาลกลายเป็นสีเงินเงางามกำลังนอนแผ่หลาได้อย่างไม่อายใคร พูดจาอ้อแอ้ฟังไม่ออก แถมยังชี้โบ้ชี้เบ้ไปเรื่อยเปื่อยอีก ไหนจะเนื้อตัวเหม็นกลิ่นฉุนของเหล้าโซจูที่เจ้าตัวคงจะซื้อมากิน สังเกตจากขวดสีเขียวใสวางเรี่ยราดกระจัดกระจาย เสื้อเชิ้ตนักศึกษาที่สวมใส่กลับยับยู่ยี่เกินกว่าจะเป็นสภาพของเสื้อนักศึกษาในแบบปกติได้ ไหนจะถุงเท้าลายทางสีฟ้าเหลืองที่ถอดออกจากเท้าหนาไปตกอยู่ที่หน้าโต๊ะอ่านหนังสือของจินยองเพียงข้างเดียว ส่วนอีกข้างยังคงอยู่กับข้อเท้าหนาไม่เปลี่ยนแปลง ไม่รู้สาเหตุการเมาของอีกฝ่ายที่แน่ชัด แต่คงต้องบอกอย่างหน่วงใจแล้วว่า

 

 

 

... งานหนักของปาร์คจินยองกำลังมาเยือนเต็มรูปแบบแล้ว ... 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

" โอ้ยย ให้ตายเถอะไอ่บ้า แล้วฉันจะได้นอนเมื่อไหร่เนี่ยย ! " สำเนียงปูซานมักจะโพล่งออกมาจากเรียวปากเล็กทุกครั้งเวลาที่เจ้าตัวอารมณ์เสีย มันดังขึ้นมาในระหว่างที่จินยองกำลังถกแขนเสื้อนักศึกษาขึ้นเพื่อทำความสะอาดซากขยะและขวดโซจูที่เกลื่อนกราดไปทั่วห้องใส่ถุงขยะสีดำใบใหญ่ ส่วนเจ้าเพื่อนสนิทตัวแสบก็ยังมีหน้ามาบ่นพึมพำอะไรบางอย่างที่เขาเองก็ฟังไม่ออก

 

 

 

" @,,$&/£\*|^#%!€|>]€'$/91&4!4!.$#%* "

 

 

 

" นึกบ้าอะไรถึงกินเหล้าเข้าไปเนี่ย ! " เมื่อเก็บกวาดทุกอย่างให้สะอาดเรียบร้อยเหมือนเดิมแล้ว ก็เข้าสู่ภารกิจแบกคนเมาขึ้นไปนอนบนเตียงที่ปาร์คจินยองแทบอยากว้ากใส่อีกฝ่ายให้ตื่นขึ้นมานอนเองเสียจริง

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่คิดว่ามันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว จึงได้แต่ทำใจและรับชะตากรรมไปอย่างที่เห็น

 

 

 

 

 

 

 

ท่อนแขนเล็กพยายามพยุงคนตัวหนาที่ตอนนี้นอนเงียบไปแล้วให้ค่อยๆลุกขึ้นจนเต็มความสูง แต่ทว่าเพราะท่อนแขนแกร่งที่กอดรัดรอบคอเขาอยู่ทำให้การพยุงคนเมาเป็นเรื่องที่ลำบากมาก และสุดท้ายก็เกินเรื่องงามหน้าขึ้นมาจนได้ 

 

 

 

ร่างของอิมแจบอมที่เดินเซอยู่กับที่ดันสะดุดเข้ากับขาตัวเองก่อนจะล้มลงไปบนเตียงโดยที่ไม่ปล่อยให้ร่างบางกว่ายืนอยู่เฉยๆ มือหนากลับดึงคนตัวบางให้ล้มลงไปนอนด้วยกันอย่างช่วยไม่ได้ จินยองแทบร้องออกมาด้วยความตกใจ แต่เพราะได้ยินคนตัวโตกว่าพึมพำอะไรบางอย่างอยู่ใกล้ๆหูพร้อมกระชับรอบเอวบางของเขาไว้ ทำเอาคนจะร้องโวยวายถึงกับร้องไม่ออก ซ้ำยังนอนก้มหน้างุดหลบซ่อนใบหน้าที่แดงฉ่าโดยไม่ได้สนเลยว่าคนเมามองไม่เห็นมันอยู่แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

" ทำ .. ทำมายยยยย .. ทำไมนายไม่สนใจช้านนนนน " 

 

 

 

" ... "

 

 

 

" ทำไม .. ไม่รั้งฉันเหมือนที่ ... อึก ... ฉันรั้งนาย .. ไม่ให้ไป ..... กับคนอื่น "

 

 

 

" ห ... หมายความว่าไง ? " เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา เขารู้ดีอยู่แล้วว่าคนเมาคนฟังไม่รู้เรื่องและตอบออกมาไม่รู้เรื่องแน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

... ก็แค่อยากรู้ว่าไม่ได้หูฝาดไป ...

 

 

 

 

 

 

" ฉัน ... ไม่พอใจมากนะ ... จินยองอ่า "

 

 

 

" ... "

 

เพราะนาย ... ทำให้ฉัน .. ไม่เป็นตัว ... อึก .. ของตัวเองเลย

 

...

 

เพราะนาย ... ชอบทำให้ .. ฉันหึงไม่เข้าท่า

 

...

 

 

 

" เพราะนาย ... อึก .. ฉันเลิก ... กับจียอนแล้ว .. "

 

 

 

" ... "

 

 

 

" มันเป็นเพราะนาย ... " 

 

 

 

" ... " 

 

 

 

" ฉัน ... ชอบนาย ... จินยองอ่า "

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

!!!!!!!!!!

 

 

 

 

 

... บางที ฉันเองก็ .. ไม่อยากเชื่อหูของตัวเองที่ได้ยินประโยคนี้จากปากของนาย .. 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อิมแจบอม ... 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากที่คนตัวบางพยายามงัดมือเหนียวหนึบยิ่งกว่าปลาหมึกติดกาวสองหน้าหนาของคนเมาออกจากเอวของตนได้อย่างทุลักทุเลแล้ว แจบอมก็ขยับตัวนอนท่าที่ดูสบายเกินตัว นอนพาดแขนขาไปมั่วซั่วจนเขาคิกว่าตื่นมาพรุ่งนี้เจ้าตัวคงต้องบ่นปวดแขนแน่ๆ จินยองค่อยๆลุกจากเตียงชั้นล่างของแจบอม เดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่อเตรียมน้ำอุ่นใส่กะละมังเล็กๆและผ้าขนหนูสีครีมผืนเล็กเพื่อเช็ดเนื้อเช็ดตัวเพื่อนสนิทขี้เมาให้สร่างเมาบ้าง

 

 

 

มือบางค่อยๆวางกะละมังเล็กที่เต็มไปด้วยน้ำอุ่นอุณหภูมิพอเหมาะไว้กับพื้นห้อง ร่างของจินยองหย่อนตัวนั่งลงข้างๆเตียงที่คนตัวโตกว่าที่กำลังนอนอยู่พร้อมกับหยิบผ้าขนหนูที่ลอยอยู่ในกะละมังขึ้นมาบิดน้ำออกให้พอหมาด ก่อนจะค่อยๆใช้ผ้าขนหนูผืนนั้นบรรจงเช็ดตามกรอบหน้าหล่อของเพื่อนสนิท ไล่ลงมาที่ลำคอหนานั้นอย่างแผ่วเบา ดวงตาเรียวยังคงลอบมองใบหน้าของเพื่อนสนิทที่ขโมยหัวใจของเขาไปตั้งแต่หกปีที่แล้วไม่วางตา 

 

 

 

 

 

“ บางที ... ฉันก็ไม่เข้าใจในตัวนาย ... ไม่เข้าใจว่า ... ทำไมนายถึงไม่เคยรับรู้อะไรซักที แจบอมอ่า ”

 

“ ... ”

 

 

 

 

 

“ ไม่เคยรู้เลยสิ่นะว่า ... ฉันชอบนายมาตั้งนานแล้ว .. ไม่เคยรู้หรอก จริงไหม ? ”

 

 

 

 

 

 

                                  

 

 

 

xx.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สามสี่วันที่ผ่านมาหลังจากเกิดเรื่องทอล์คออฟเดอะทาวน์ประจำมหาลัย ปาร์คจินยองก็พยายามหลบหน้าอิมแจบอมอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้า จินยองก็พยายามที่จะตื่นก่อนแจบอมและรีบไปมหาลัยก่อนเสมอโดยที่ไม่รออีกฝ่ายที่กำลังเพิ่งตื่น หรือจะตอนพักเที่ยง จินยองเลือกที่จะไม่กินข้าวที่โรงอาหารแต่จะมาขลุกตัวในห้องสมุดบ้าง ห้องชมรมที่ตนสมัครบ้าง หรือที่หนักสุด ในระหว่างที่เดินมาเจอกัน จินยองก็เลือกที่จะเดินผ่านอีกฝ่ายไปโดยที่ไม่สนใจใบหน้าที่ไม่พอใจของอีกฝ่าย แต่เมื่อเขาหันหลังกลับไปก็พบว่าแฟนสาวของแจบอมที่เลิกรากันไปก็ยังคงวนเวียนในชีวิตของเพื่อนสนิทอยู่ดี จนตอนเย็น ปาร์คจินยองก็เลือกที่จะกลับดึกกว่าแจบอม บางครั้งกลับมาก็ไม่เจอแจบอม แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรสำหรับเขาอยู่แล้ว เพียงแค่ขอให้อยู่ห่างๆกันซักเล็กน้อย เรื่องแย่ๆในชีวิตก็อาจจะลดลงบ้าง บางทีการที่มีเพื่อนเป็นถึงหนุ่มฮอตประจำคณะนิเทศฯก็เป็นเรื่องที่น่าลำบากใจอยู่ไม่น้อยจริงๆในสังคมอันกว้างใหญ่เช่นนี้

 

และวันนี้จินยองก็รีบกลับมาเก็บข้าวของที่จำเป็นในหอพักเพื่อจะกลับไปนอนเล่นที่บ้านเช่าในกรุงโซล ปกติแล้วเขาไม่ค่อยได้เข้าไปในเท่าไหร่ บ้านเช่าหลังนั้นเป็นบ้านเช่าขนาดเล็ก พ่อกับแม่ของเขาซื้อไว้เผื่อว่าวันไหนคิดถึงลูกชายก็จะได้มาเยี่ยมและนอนพักที่นี่ และเผื่อบางทีลูกชายเบื่อหอพักก็กลับมานอนที่บ้านได้ วันนี้เขารู้สึกอยากกลับมานอนที่บ้านเช่าหลังนี้เพราะอีกสองวันเป็นวันหยุดของทางมหาลัย ใจจริงเขาอยากจะกลับไปปูซานไปหาพ่อแม่เสียด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดว่าวันมะรืนนี้ต้องไปทำรายงานกับซึงฮุนตามที่เคยนัดไว้

 

ตกเย็น ร่างบางยังคงนอนแผ่ตัวบนโซฟาในห้องรับแขกขนาดเล็กของตนในบ้านเช่าขนาดย่อมด้วยความเหนื่อยล้า ดวงตาเรียวเหม่อมองโทรทัศน์จอใหญ่ที่ยังคงฉายการแข่งขันเบสบอลรองรองชนะเลิศอยู่ แม้ว่าจะหิวมากก็ตามแต่เขาก็ไม่คิดจะลุกขึ้นเดินไปที่ห้องครัว เพราะความรู้สึกเหนื่อยล้ามันถาโถมใส่อย่างเต็มที่ ไม่อาจทำให้เขามีกระจิตกระใจทำอาหารกินได้

 

หลังจากที่ทราบว่าพ่อกับแม่ไม่ว่างขึ้นมาเยี่ยมตนเพราะติดธุระในปูซานอยู่ทำให้วันนี้เขาคงต้องอยู่คนเดียว ทำอาหารกินคนเดียว ทำความสะอาดบ้านเพียงคนเดียว แม้มันจะชินแล้วแต่มันก็รู้สึกโหวงๆแปลกๆ เพราะปกติแล้ว ... ก็จะมีใครบางคนอยู่ด้วยตลอด

 

 

 

แต่วันนี้กลับไม่ใช่ ...

 

 

 

แน่นอนว่าจินยองไม่ได้บอกเพื่อนสนิทของตนว่าจะมานอนที่บ้าน จะไม่กลับหอซักสองสามวัน เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายรับรู้และคอยเป็นห่วงเขาจนต้องเกิดเรื่องแบบนี้อีก แม้เขาจะไม่ผิดอะไรแต่เขาก็เป็นฝ่ายเสียหายไปเต็มๆ ทุกคนสงสารและเห็นใจจียอนมากเพราะทางฝ่ายนั้นเป็นผู้หญิงและยังครองตำแหน่งดาวคณะ ส่วนเขาไม่มีอะไรซักอย่างนอกจากทำคะแนนได้เป็นอันดับหนึ่งของชั้นปีในคณะเท่านั้น จากที่มีแต่คนหมั่นไส้อยู่แล้ว ตอนนี้ก็เริ่มมีคนไม่ค่อยชอบเขาเข้าไปอีก

 

 

 

 

 

... กลายเป็นว่าปาร์คจินยองเป็นนางร้ายในละครที่คอยแย่งพระเอกมาจากนางเอกไปเสียแล้วล่ะ ทั้งๆที่คนดูทั้งหลายก็ไม่เคยสนใจเลยว่านางร้ายแอบชอบพระเอกมานานตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กริ๊งก่อง !

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงกริ่งดังขึ้นหนึ่งครั้ง ใบหน้าน่ารักหันไปมองที่ประตูบานสีครีมที่กั้นระหว่างนอกบ้านและในบ้านด้วยความชั่งใจจะเปิด ในใจคิดว่าคงเป็นพ่อกับแม่ที่ยืนอยู่หน้าบ้าน อาจจะอยากเซอร์ไพรส์เขาให้ดีใจเล่นเลยอำว่าไม่ว่างติดธุระอยู่ แต่บางทีอีกใจก็คิดว่าไม่น่าจะใช่พ่อกับแม่แน่ๆเพราะความรู้สึกบางอย่างในใจมันบอกเป็นลางอยู่ คนตัวบางลุกขึ้นนั่งบนโซฟาก่อนจะหยั่งเชิงด้วยการตะโกนออกไป

 

 

 

“ นั่นใครครับ ? ”

 

“ ... ”

 

 

 

เพราะที่บ้านไม่ได้ติดตั้งตาแมวแอลซีดีไว้ก็เลยไม่สามารถมองเห็นคนภายนอกผ่านกล้องได้ และเมื่อไม่มีเสียงตอบกลับมาบางทีอาจจะมีเด็กข้างบ้านมากดกริ่งเล่นเรื่อยเปื่อยก็ได้ แม้มันจะน่ารำคาญแต่ยังไงก็น่าจะออกไปดูเสียหน่อยว่าเป็นใคร คิดได้เช่นนั้นคนตัวบางก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและเดินตรงไปที่บานประตูสีครีมนั่น มือบางหมุนลูกบิดประตูและเปิดออกเพื่อมองหาใครที่ยืนอยู่หน้าบ้าน

 

ความรู้สึกแรกที่ได้เห็นใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าบ้านคือ ความรู้สึกที่เหมือนหัวใจถูกหน่วงให้จุกภายในอก น้ำตาที่ไม่เคยได้ไหลออกมาก็รู้ว่ามันเริ่มกลั่นตัวให้คลอหน่วยอยู่แถวรอบดวงตาเรียว ริมฝีปากรู้สึกหนักจนพูดอะไรไม่ออก ความคิดถึงกำลังทำให้ความพยายามทั้งหมดพังทลายลงเมื่อตนได้เจอใบหน้าที่เห็นแล้ว

 

 

 

 

 

... ไม่มีทางไหนที่จะตัดใจได้เลย

 

 

 

 

 

“ จ ... แจบอม ... ”

 

“ ไง ... เห้ย จินยอง ! ” เสียงทุ้มกำลังเอ่ยทักทายอีกฝ่ายที่ไม่ได้พูดคุยด้วยกันมาสามสี่วันแล้ว แต่ทว่ามือบางกลับดันประตูบ้านเพื่อที่จะปิดมัน แต่แรงที่น้อยกว่าอีกฝ่ายทำให้แขกที่ไม่ได้รับเชิญกลับดันมันไว้ได้ทันและเปิดประตูออกกว้างทั้งทีจนร่างของเจ้าของบ้านแทบจะปลิวติดกับประตู

 

“ ออกไปเถอะแจบอม ... ฉันยังไม่อยากคุยกับนายตอนนี้ ” แต่ยิ่งสั่งก็เหมือนยิ่งยุให้อีกฝ่ายทำในสิ่งที่ตรงข้าม คนตัวบางไล่ให้คนตัวหนาออกไปจากบ้านของเขา แต่อีกฝ่ายกลับเดินเข้ามาในบ้านจนเจ้าของบ้านทำได้แค่เพียงถอยหลังไปเท่านั้น มือหนาเอื้อมไปปิดประตูบ้านพร้อมกดล็อคกลอนประตูทันที

 

“ นายก็เลยหลบหน้าฉันมาตลอดสามสี่วันนี้ใช่ไหม ? ”

 

“ ... ” มือหนาเอื้อมไปรั้งต้นแขนนิ่มของคนตัวเล็กกว่าที่กำลังจะเดินหนีไว้ ใบหน้าหล่อเหลายังคงจดจ้องใบหน้าน่ารักที่ตอนนี้กลับไม่มองหน้าเขา ดวงตาเรียวของอีกฝ่ายเสมองไปทางอื่นเพื่อเลี่ยงที่จะมองหน้าร่างสูง

 

“ ปาร์คจินยองมองหน้าฉัน ... ” แจบอมเอ่ยสั่งให้คนตัวเล็กกว่าหันหน้ามามองตนแต่ทว่าอีกฝ่ายยังไม่สนใจซ้ำยังทำทีเป็นหูทวนลมใส่อีก ความโมโหที่เริ่มก่อตัวเป็นทุนเดิมก็ยิ่งประทุขึ้นมาอีกระดับ และเชื่อว่าคนตัวบางในพันธนาการของมือหนานี้ก็ยังไม่เคยเห็นเจ้าของมือหนาโมโหมากเลยซักครั้ง

 

“ ... ”

 

“ ย๊า !!! ฉันบอกให้นายมองหน้าฉันก็มองหน้าฉันดิ่วะ ! ” อิมแจบอมตวาดใส่คนตัวเล็กกว่าด้วยน้ำเสียงที่ดังลั่นจนอีกฝ่ายถึงกับสะดุ้งโหยงอย่างเห็นได้ชัด แต่จู่ๆไหล่บางที่ควรจะสั่นเพียงครั้งเดียวกลับสั่นหลายครั้งแทบจะคล้ายคนร้องไห้เสียแล้ว ... และมันก็จริง

 

" ฮึก ... " ใบหน้าน่ารักก้มลงพร้อมไหล่บางที่สั่นเทา หยดน้ำตาใสที่พยายามเก็บกลั้นมันมาก็เริ่มได้รับการปลดปล่อย เสียงสะอื้นค่อยๆดังขึ้นจนมือบางข้างที่ว่างอยู่ยกปิดเรียวปากเล็กไว้เพื่อไม่ให้เสียงมันดังไปมากกว่านี้ ร้อนให้คนตวาดใส่ถึงกับทำอะไรไม่ถูก เพราะตลอดเวลาหกปีที่คบกันมา คนตัวเล็กกว่าที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่เคยร้องไห้ออกมาต่อหน้าเขาเลยซักครั้ง มือหนาค่อยๆเลื่อนไปประคองใบหน้าน่ารักนั้นให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับตน

 

 

 

" จินยองอ่า ... "

 

 

 

" ฮืออออออออ .. "

 

 

 

" ม ... ไม่ร้องไห้นะจินยองนะ " แจบอมคว้าร่างบางของจินยองเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นของตน มือหนาลูบกลุ่มผมนิ่มของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบให้หยุดร้องไห้ ราวกับว่าคนในอ้อมกอดนั้นเป็นเด็กน้อยขี้แยที่ร้องไห้เพราะเขาแย่งของเล่น

 

 

 

" ฮืออออ ..... "

 

 

 

" ฉันขอโทษที่ทำให้นายตกใจ ... " เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ลดความรุนแรงลงไปมากจนอีกฝ่ายที่ร้องไห้เริ่มค่อยๆสะอื้นน้อยลง

 

 

 

" ... "

 

 

 

" ฉันแค่ไม่พอใจที่นายหลบหน้าฉันแบบไม่มีเหตุผล ฉันไม่รู้ว่าทำไมนายถึงทำแบบนั้น "

 

 

 

" ... "

 

 

 

" นายพอจะบอกได้ไหมว่าทำไมนายต้องหลบหน้าฉันแบบนี้ ? " แม้ว่าอ้อมกอดอันอบอุ่นจะไม่ได้ผละออกให้ห่าง แต่คนตัวสูงกว่าก็ยังคงเอ่ยถามอีกฝ่ายที่ตอนนี้เริ่มหยุดร้องไห้และค่อยๆยกท่อนแขนเล็กโอบกอดอีกฝ่ายตอบกลับอย่างใจเย็น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

" ฮึก ... สามวันก่อน .. " กว่าคนตัวเล็กจะตอบก็ผ่านไปสามนาที เสียงใสปนสะอื้นดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ คนตัวโตกว่าพยายามตั้งใจฟังอีกฝ่ายที่กำลังจะเล่าถึงสาเหตุที่หลบหน้าเขามาตลอด

 

 

 

" หืม ? "

 

 

 

" จียอนมาหาฉัน .. "

 

 

 

" ... "

 

 

 

" เธอเข้ามาบอกว่า .. ฮึก .. นายเลิกกับเธอ " เมื่อกล่าวถึงประโยคนี้ มือเล็กกลับกำหลังเสื้อของอีกฝ่ายไว้แน่น ใบหน้าน่ารักที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาซบลงที่บ่าแกร่งนั้นทันที

 

 

 

" ... "

 

 

 

" เพราะฉัน .. ฮึกกกก .. "

 

 

 

" จินยอง .. " 

 

 

 

" ฮึกก .. ฉันไม่รู้ว่าฉันผิดอะไร ... ฉันไม่ได้ทำอะไรให้พวกนายต้องแตกหักเลยแม้แต่นิดเดียว " คนตัวบางยังคงระบายความอัดอั้นตันใจที่มีมาตลอดสามสี่วันที่ผ่านมาให้อีกฝ่ายได้รับรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรในตอนนี้ 

 

 

 

" ... "

 

 

 

" นายอาจจะไม่รู้ ... ฉันโดนเธอตบด้วย .... " 

 

 

 

" ... " แม้ว่าเขาจะไม่พูดอะไรแต่เขาก็รู้ว่าคนตัวเล็กในอ้อมกอดรู้สึกอย่างไรและเจ็บแค่ไหน

 

 

 

" มันเจ็บมากนะ .. แต่ที่เจ็บกว่าหน้าที่โดนตบ .. "

 

 

 

" ... "

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

" ... มันคือหัวใจของฉันที่เจ็บมากกว่า "

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แจบอมรู้ว่าตนเป็นฝ่ายผิดที่เป็นคนทำให้ฝ่ายหญิงสาวเสียหน้าและเสียอะไรหลายๆอย่างด้วยการบอกเลิกสาวเจ้าผู้ครองตำแหน่งดาวคณะที่คบหากันมาตลอดหนึ่งปีด้วยเหตุผลที่ว่า ... 

 

 

 

 

 

 

 

' เขาคงเพิ่งจะรู้ตัวว่าแอบชอบเพื่อนสนิทของตัวเองเข้าเสียแล้ว '

 

 

 

 

 

 

 

และเขาก็รู้อีกว่าอดีตแฟนสาวของเขาจะต้องไปหาเรื่องคนตัวเล็กแน่ๆ แต่ไม่คิดว่าสาวเจ้าจะไปรังควาญชีวิตของเพื่อนสนิทตนไวขนาดนี้ เขาห้ามไม่ทัน กว่าจะมาถึงเขาก็พบกับฉากที่ชวนบาดแทงหัวใจก้อนน้อยๆที่เต้นอย่างอ่อนแอเมื่อพบเข้ากับสิ่งที่ทำให้แจบอมรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

... ปาร์คจินยองกำลังซบหน้าลงกับบ่าหนาของอีซึงฮุน คนที่คนตัวเล็กเคยบอกว่าเป็นเพื่อนร่วมคลาสคนนั้น ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เขาไม่เคยรับรู้ว่าอีกฝ่ายอดทนและปิดบังกับความรู้สึกของตัวเองมานานและไหน และไม่เคยรับรู้เลยว่า ... 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

... ปาร์คจินยองแอบชอบอิมแจบอมมาตั้งนานแล้ว ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เขามารู้ทีหลังว่าอีกฝ่ายก็คิดและรู้สึกเช่นเดียวกับเขาเมื่อตอนที่อีซึงฮุนเดินมาขอคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว หมอนั่นบอกความจริงทุกอย่างให้รับรู้ และตอนนี้ ... 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เขาอยากบอกคนตัวเล็กของเขาว่า ไม่ต้องอดทนเก็บความรู้สึกที่มีต่อเขาให้เป็นความลับอีกต่อไป ... 

 

 

 

 

 

 

 

เพราะเขารับรู้ ... และจะไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายต้องทนทรมานเจ็บปวดใจเพราะเขาอีกแล้ว 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เขาจะไม่มีวันทำให้เพื่อนสนิทของเขาเสียน้ำตาออกมาเพราะเขาอีก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

" จินยองอ่า ... " แจบอมผละอีกฝ่ายที่ยังคงโอบกอดตนออกเล็กน้อย มือหนาข้างหนึ่งยังคงโอบกอดรอบเอวบางไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างนั้นยกขึ้นมาเช็ดให้หยดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนบนใบหน้าน่ารักออกไป ดวงตาเรียวคมยังคงจดจ้องใบหน้าน่ารักที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและจมูกที่แดงรั้นนั้นไม่วางตา

 

 

 

" ... อ ... อะไร "

 

 

 

" ฉันขอโทษ ... สำหรับทุกๆอย่างนะ "

 

 

 

" ... " จินยองไม่พูดอะไรออกมา ริมฝีปากเรียวเม้มแน่นเป็นเส้นตึง แววตาของคนตัวเล็กไม่สามารถเดาได้ว่าเจ้าของรู้สึกอย่างไร 

 

 

 

" นายไม่ต้องอดทนกับฉัน วิ่งตามฉันอีกต่อไปแล้ว " 

 

 

 

" ... "

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จุ้บ ! 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ร่างบางแทบตั้งตัวไม่ทันเมื่อจู่ๆคนตัวสูงกว่าก้มลงจนใบหน้าแทบชิดติดกันไร้การแทรกแซงของลม มีเพียงลมหายใจร้อนที่แลกเปลี่ยนกัน ก่อนจะประทับริมฝีปากร้อนกับริมฝีปากเรียวนิ่มอย่างนุ่มนวล เหตุการณ์เมื่อวันก่อนกลับฉายเข้ามาภายในหัวอีกครั้ง ทุกอย่างยังคงอ่อนหวานและนุ่มนวลไม่เปลี่ยน แต่ครั้งนี้ไม่มีบรรยากาศที่เป็นใจ ไม่มีความมึนเมาจากแอลกอฮอล์มาเพิ่มความกล้าแสดงออก มีเพียงแต่ความรู้สึกภายในใจทั้งหมดที่คนตัวโตกว่าต้องการจะสื่อถึงกับคนตัวเล็กในอ้อมกอดและการรับความรู้สึกที่มีความหมายของคนตัวบางนี้

 

ไม่มีการลุกล้ำใดๆให้ต่างฝ่ายต่างรู้สึกเคอะเขินไปมากกว่านี้ ริมฝีปากหนาร้อนค่อยๆผละออกจากริมฝีปากบางนิ่มเหมือนเยลลี่สีสันที่เจ้าของชอบกินบ่อยๆ ผละออกมาในระยะที่ไม่ใกล้และไกลเกินไป ใบหน้าหล่อเหลายังคงยกยิ้มให้อีกฝ่าย ในขณะที่คนตัวบางกว่ากลับมองหน้าอีกฝ่ายด้วยแววตาไม่เข้าใจใจในการกระทำที่เกิดขึ้นจากคนตัวหนาตรงหน้า ทั้งๆที่บอกเองว่าขอโทษ ไม่ต้องอดทน ไม่ต้องวิ่งตาม แต่แล้วทำไมคนพูดวาจาโหดร้ายกับจิตใจเช่นนั้นกลับกระทำการที่ทำให้หัวใจดวงน้อยของจินยองแทบระเบิดแตกคาอกแบบนี้

 

 

 

 

 

... กะจะแกล้งเขาอีกแล้วสิ่นะ ไม่เว้นแม้แต่ตอนที่เขาเสียใจที่สุด แจบอมก็ยังเห็นว่าเรื่องที่จริงจังของเขาเป็นเรื่องเล่นๆ ...

 

 

 

 

 

“ นายจำคืนที่เกิดเรื่องใหญ่กับนายได้ไหม จินยอง ? ” แจบอมเอ่ยถามจินยองที่กำลังสับสนตัวเองอยู่ด้วยน้ำเสียงติดจะร่าเริงแปลกๆ

 

 

 

... นี่ไม่ใช่เวลาจะมาทำเสียงเหมือนคนร่าเริงหรอกนะ อิมแจบอม !

 

 

 

“ .. จำได้ ”

 

“ จำได้ใช่ไหมว่าฉันเมาเหล้ามา ... ” คนตัวบางกว่าเริ่มสงสัยแล้วว่าทำไมคนเมาในคืนนั้นถึงจำเรื่องราวได้ดีเหมือนคนไม่ได้เมาเลยล่ะ คิ้วสวยขมวดเป็นปมด้วยความสงสัยจนเจ้าของมือใหญ่อดไมได้ที่จะยื่นนิ้วเรียวของตนไปนวดคลายปมที่คิ้วขมวดไว้

 

“ อืม .. จำได้ ” คนตัวเล็กกว่าพยักหน้าเบาๆตอบรับ เขาจำได้แน่นอนว่าคืนนั้นแจบอมอยู่ในสภาพที่แย่มาก จำได้ขึ้นใจว่าเกิดอะไรบ้าง ... เขาจำมันได้ดี

 

“ ... แล้วจำได้ใช่ไหมว่าคืนนั้นฉันพูดอะไรออกไปบ้าง ? ”

 

“ ... ”

 

“ คืนนั้นฉันมีสติครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉันรู้ว่าตัวฉันทำอะไรลงไปบ้าง ”

 

“ ห ... หมายความว่าไง ? ” ในใจของปาร์คจินยองแทบเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นปนหน่วงใจ เขาไม่อยากจะคิดถึงประโยคถัดมาที่อีกฝ่ายจะพูดต่อไปนี้จริงๆ มือเล็กรีบยกขึ้นจับหน้าอกด้านซ้ายโดยอัตโนมัติ

 

 

 

... พระเจ้าได้โปรดอย่าบอกกับผมว่าอิมแจบอมรับรู้ทุกอย่างที่ผมเคยพูดไปในตอนนั้นทุกถ้อยคำและชัดเจน ...

 

 

 

“ นายจำไม่ได้เหรอว่าฉันน่ะคอแข็งนะ กินไปแค่นั้นไม่ได้ทำให้ฉันเมาได้ง่ายๆหรอก ”

 

“ น ... นาย ” มือเล็กแทบอยากยกเขกหัวตัวเองให้หัวแบะออกเสียเดี๋ยวนั้น นั่นสิ่นะ เขาลืมไปได้อย่างไรว่าแจบอมเป็นคนคอแข็งมาก เพราะเมื่อครั้งที่พวกเขาอยู่ชั้นมัธยมปลายปีสาม แจบอมโดนท้าดวลดื่มโซจูกับมินซู แข่งกันไปมาปรากฏว่า ... แจบอมชนะ สภาพยังคงปกติเหมือนคนไม่ได้ดื่มมาเลยล่ะ

 

 

 

 

 

 

“ ที่ฉันพูดทุกอย่าง .. มันคือความจริง ฉันไม่โกหก ไมได้เสแสร้งให้มันออกมาผ่านความมึนเมานั่น และฉันก็ได้ยินทุกอย่างที่นายพูดกับฉัน จินยอง ”

 

“ !!! ”

 

 

 

 

 

“ ฉันชอบนาย ... ไม่สิ่ .. ฉันรักนายนะ ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 !!!!!!!!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ เป็นเพื่อนสนิทกันแล้วฉันดูแลได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่ ... ”

 

“ ... ”

 

 

 

 

 

“ เลิกเป็นเพื่อนสนิทกัน .. แล้วมาเป็นแฟนฉันได้ไหม ปาร์คจินยอง ...  ”

 

 

 

 

 

“ จ ... แจบอม ” จินยองได้เพียงแต่เรียกชื่ออีกฝ่ายเท่านั้นเพราะหลังจากที่เรียกชื่อแล้ว น้ำตาที่เพิ่งหยุดไปกลับทะลักออกมาอีกครั้งเมื่อคนตัวสูงกว่ารั้งร่างบางของเพื่อนสนิทมาสวมกอดอย่างแนบแน่น ใบหน้าน่ารักซบลงที่บ่าแกร่งก่อนจะปล่อยโฮเสียยกใหญ่ มือบางยังคงทุบลงไปที่แผงอกแกร่งที่ให้ความอบอุ่นและคอยปกป้องเขามาตลอดไม่ยั้งแต่ทว่าเจ้าของอกแกร่งกลับไม่รั้งข้อมือบางไว้และยังคงปล่อยให้คนตัวเล็กกว่าทุบตีตนเองไปเรื่อยจนกว่าจะพอใจ

 

“ อย่าร้องไห้สิ่จินยอง .. ฉันขอคบนายนะไมได้บอกเลิกจะร้องทำไมเนี่ย หืม ? ”

 

“ ไอ่บ้า !!! ไอ่นิสัยไม่ดี แกล้งฉันสิ่นะ หลอกฉันเหรอ อย่ามาแกล้งกันได้ไหมล่ะ รู้ไหมฉันอึดอัดใจมานานแค่ไหนแล้วนายมาล้อเล่นแบบนี้น่ะ ห้ะ ! ” จินยองพ่นคำพูดออกมาเป็นสำเนียงปูซานด้วยความโมโหเหมือนคนโดนหลอก แม้เขาได้ยินคำบอกรักจากคนตัวสูงก็จริง แต่เขาไม่มั่นใจเสียทีเดียวเพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงแค่แกล้งกัน

 

“ ฉันไม่ล้อเล่นหรอกนะจินยอง นายเห็นฉันเป็นคนล้อเล่นรึไง ? ” มือหนาดึงแก้มเนียนของจินยองเบาๆจนเจ้าตัวได้เพียงแต่ค้อนสายตาส่งไปให้คนขี้แกล้งหนึ่งที

 

“ นายหลอกชอบฉันให้ฉันดีใจสิ่นะ .. ? ”

 

“ งั้นฉันก็คงจะหลอกชอบนายตั้งแต่มัธยมต้นปีสอง ตอนก่อนสอบระหว่างภาคเรียนแล้วล่ะ ไอ่ติ๊งต๊อง ” คนถูกกล่าวว่าเป็นคนติ๊งต๊องทำหน้าเหวอใส่อีกฝ่ายด้วยความสงสัย ตอนนั้นมันเป็นตอนที่เขาเข้ามาเรียนกลางคันนี่นา คือวันแรกที่ถูกล้อว่าเป็นตุ๊ดปูซาน ...

 

 

 

ไม่หน่า ...

 

 

 

“ เอาดีๆสิ่อิมแจบอม ! ” มือเล็กฟาดลงไปที่ต้นแขนหนาของอีกฝ่ายหนึ่งทีจนคนโดนตีถึงกับร้องลั่น

 

“ แล้วนายคิดว่าคนอย่างฉันที่ไม่จดอะไร วันๆเอาแต่นอน แต่สอบได้ที่หนึ่งมาตลอด จู่ๆทำไมถึงได้ที่สองด้วยคะแนนห่างกันเพียงฉิวเฉียดล่ะ ? ” แจบอมค่อยๆต้อนคนตัวเล็กด้วยคำถามย้อนอดีตพร้อมก้าวเดินมาประชิดในขณะที่คนตัวเล็กกว่าอย่างจินยองก็ค่อยๆถอยหลังไปทีละก้าวเพื่อหลบอีกฝ่าย

 

“ ก็ .. นายเก่งแต่พลาดไม่ใช่รึไง ? ”

 

“ แล้วทำไมฉันจะต้องยืมสมุดนายมาลอกด้วยทั้งๆที่ฉันก็ซ่อนเครื่องอัดเสียงไว้ในกล่องดินสอ นายไม่ได้สังเกตมันเลยสิ่นะ ? ”

 

“ ห้ะ ... ” จินยองเริ่มมึนกับคำถามที่แจบอมยิงรัวใส่ แต่ละอย่างนั้นเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดเลยด้วยซ้ำและเขาก็มองข้ามไปทุกอย่างจริงๆ

 

 

 

... ไม่นะอิมแจบอม อย่าบอกให้ฉันดีใจเล่นแบบนั้นนะ

 

 

 

“ ความจริงเรื่องที่นายทะเลาะกับมินซูฉันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรอยู่แล้ว แต่ทำไมฉันต้องออกโรงช่วยทุกครั้งล่ะ ? ”

 

“ ม .. ไม่รู้ เพราะนายเป็นคนดีมั้ง ”

 

“ แล้วทำไมฉันถึงห้ามไม่ให้นายไปมีแฟนแต่ฉันกลับมีเองได้ และทำไมฉันต้องโมโหทุกครั้งที่นายไปสนิทสนมกับคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน นายคิดว่าเป็นเพราะอะไรล่ะ ปาร์คจินยอง ? ” จนคำถามสุดท้ายที่ร่างสูงยิงออกมา คนฟังถึงกับสะดุดขาตัวเองล้มลงไปนั่งที่โซฟาเรียบร้อย มือหนาทั้งสองข้างยันพนักพิงโซฟาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายที่โดนต้อนได้หลบหนีได้ ใบหน้าหล่อยักคิ้วเจ้าเล่ห์หนึ่งทีก่อนจะเค้นคำตอบจากอีกฝ่ายที่ตอนนี้กำลังมึนงงสับสนทุกอย่างไปหมด

 

“ ฉ ... ฉันไม่รู้ .. ถ้านายรู้ก็บอกเหตุผลมาดิ้ ! ” สะบัดหน้าหนีอีกฝ่ายที่ตอนนี้เริ่มจะเข้าโหมดเจ้าเล่ห์ที่เขาไม่เคยได้สัมผัสและเห็นมัน หากยังคงจดจ้องหน้าคนตัวสูงไปเรื่อยมีหวังว่าคนแพ้คงเป็นเขาแน่ๆ ปาร์คจินยองมั่นใจ

 

“ ฟังดีๆนะ ... ปาร์คจินยองของฉัน ... ”

 

“ ... ” เพียงแค่ได้ยินคำว่า ปาร์คจินยองของฉัน ใบหน้าน่ารักเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อบนพวกแก้มนิ่ม ดวงตาเรียวมีเสน่ห์หลุบมองมือของตนที่ยังคงกุมแน่น ท่าทีน่ารักน่าชังแบบนั้นแจบอมอดไม่ได้ที่จะยกมือยีกลุ่มผมนิ่มเบาๆด้วยความเอ็นดู

 

 

 

 

 

“ ความจริงแล้วข้อสอบที่ฉันทำ ฉันทำถูกหมดทุกข้อได้สบายๆอยู่แล้วล่ะจินยอง แต่ฉันอยากให้นายชนะด้วยคะแนนอันดับหนึ่งของโรงเรียน นายจะได้ชนะคนที่ดูถูกนายได้ ฉันก็เลยแสร้งกาข้อผิดไปสองข้อ ... ก็แค่นั้นเอง ”

 

“ ... ”

 

“ ฉันมีเครื่องอัดเสียงตั้งแต่ตอนประถมแล้ว ตั้งแต่ตอนนั้นมาฉันก็ใช้อัดเสียงเวลาอาจารย์สอนหน้ากระดานชั้นเรียน จนตอนมัธยมฉันก็ยังใช้ แต่ที่ยืมสมุดนายมาลอกก็เพราะว่า ... ฉันอยากรู้จักนาย แล้วนายก็เคยบอกว่าตัวหนังสือนายไม่สวย ... โกหกชะมัด ลายมือน่ารักออกนะ ”

 

“ นาย ... ”

 

“ แล้วเวลาที่นายมีเรื่องกับใคร ฉันก็ออกมาช่วยนายได้ทันตลอด ไม่ใช่เพราะฉันวางแผนทุกอย่างหรอกนะ แต่เป็นเพราะฉันอยากปกป้องนายไม่อยากให้นายเป็นอะไรไปต่อหน้าฉัน ... ”

 

“ ... ”

 

“ เหตุผลที่ฉันไปมีแฟนแต่กลับห้ามไม่ให้นายมีแฟน .. เพราะฉันไม่อยากให้นายรู้ว่าฉันหึง ฉันหวงนาย ฉันเลยเลือกที่จะคบกับจียอนเพื่อปิดบังมัน แต่ฉันก็โมโหนายทุกครั้งนะจินยอง เวลาที่นายไปไหนมาไหนกับคนอื่นโดยเฉพาะกับอีซึงฮุน ”

 

“ บ .. บ้าไปแล้ว อิมแจบอม ” มือเล็กพยายามผลักอีกฝ่ายที่ยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ตนเกินไปด้วยแรงที่จู่ๆก็หายไปตั้งแต่ที่ได้ฟังเหตุผลชวนรู้สึกเคอะเขินและดีใจอย่างบอกไม่ถูกนั่น ฟันสวยกัดริมฝีปากเรียวของตนเพื่อพยายามกลั้นความรู้สึกเขินอายของตัวเองเอาไว้ แจบอมได้แต่ส่งยิ้มให้กับจินยองจนคนมองแทบอยากยกมือปิดหน้าอีกฝ่ายถ้าไม่ติดว่ากำลังผลักอกหนาอยู่

 

 

 

 

 

“ ทีนี้นายจะรู้ได้รึยังว่าฉันไม่ล้อเล่น ... ปาร์คจินยอง ? ”

 

“ อ ... อือ รู้แล้ว ” หัวทุยของร่างเล็กกว่าผงกขึ้นลงเบาๆตอบรับแต่ก็ยังคงไม่มองหน้าคนที่มักจะทำให้หัวใจแทบเต้นระรัวอยู่ทุกวินาทีเหมือนเดิม

 

“ ว้า ... หลบตาอยู่ได้อ่ะ มองหน้าฉันหน่อยสิ่จินยองอ่า .. นะครับ ” แจบอมหย่อนตัวนั่งลงข้างๆเพื่อนสนิทที่ตอนนี้ยังคงนั่งนิ่งพอรับรู้ว่าแรงยวบลงของโซฟามาจากอีกฝ่าย เจ้าตัวก็รีบเขยิบไปด้านข้างทันที ซ้ำร้าย ปาร์คจินยองยังคงก้มหน้าไม่มองเช่นเดิมจนแจบอมต้องเอื้อมมือไปเชยคางมนของอีกฝ่ายให้เงยหน้าสบตากัน

 

“ ก็ .. ม .. มองแล้วหน่า ”

 

“ ฉันบอกรักนายไปแล้ว ... ฉันอยากได้ยินนายบอกรักฉันบ้าง ” แจบอมยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างอ่อนโยนพร้อมบอกสิ่งที่อยากได้ยินจากอีกฝ่าย แต่ทว่าจินยองกลับไม่ทำ ส่ายหัวไปมาเป็นการปฏิเสธ

 

“ ไม่เอา ”

 

“ บอกเถอะนะจินยองอ่า ฉันอยากได้ยินมันจริงๆนะ ” แม้คนตัวโตจะอ้อนอีกฝ่ายมากแค่ไหน แต่คนตัวเล็กก็กลับไม่สนใจในสิ่งที่อีกฝ่ายขอร้องเลยแม้แต่น้อย จินยองยังคงส่ายหน้าไปมาปฏิเสธอยู่เช่นนั้น

 

“ ไม่เอาไงแจบอม ไม่บอกแล้ว ”

 

“ จะไม่บอกใช่ไหม ? งั้นก็ได้ ... ” และอิมแจบอมก็นึกหาวิธีที่จะทำให้คนตัวบางของเขาบอกในสิ่งที่เขาต้องการได้แล้ว ร่างสูงยกยิ้มมุมปากก่อนจะเริ่มทำในสิ่งที่วางแผนภายในหัวเพียงแค่สิบวินาทีเท่านั้น ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ ฮ่าๆๆๆๆ ไม่เอาดิ่แจบอม ฮ่าๆๆ อย่ามาเล่นไม้นี้นะ ! ย๊าๆๆๆๆ ปล่อยเลยนะ ฮ่าๆๆๆๆ ”

 

 

 

“ ฮ่าๆๆ นี่แหน่ะๆ ” ร่างสูงขึ้นคร่อมจินยอง มือหนาลงมือทำการจั๊กจี้ที่ชายโครงบางของอีกฝ่ายเลื่อนลงมาที่เอวบางนั้นซ้ำไปมาจนทำให้เจ้าของถึงกับนอนดิ้นงอหัวเราะน้ำตาไหลอยู่บนโซฟาไม่หยุด มือบางพยายามปัดออกแต่ยิ่งปัดออกมือหนาก็ยิ่งแกล้งเข้าไปอีก จินยองหัวเราะจนแทบหายใจไม่ทันเลยทีเดียว

 

“ ม .. ไม่เอาแล้วแจบอมอ่า ฮ่าๆๆๆๆ หยุดเถอะนะ ฮืออ ฮ่าๆๆๆๆ ”

 

“ งั้นนายก็บอกซักทีสิ่จินยอง ฉันอยากได้ยินมันนะ ” แม้จะขอร้องแต่มือกลับยังไม่หยุดจั๊กจี้คนตัวบางที่ยังนอนดิ้นงอไปมาอยู่บนโซฟาจนสุดท้ายมือบางยกปิดใบหน้าของตนพร้อมพยักหน้าเบาๆ และแจบอมก็หยุดจั๊กจี้ทันที

 

“ .. บอกแล้วก็ได้ ”

 

“ ว่าไง ? ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ ฉัน ... รักนายนะ อิมแจบอม ”

 

 

 

 

 

และทุกอย่างก็เป็นไปตามที่หัวใจทั้งสองดวงเชื่อมโยงและนำพากันไป ...

 

 

 

 

 

 

                                  

 

 

 

xx.