` S H O R T F A N F I C R O O M | G O T 7 ♡

ตอนที่ 28 : { S F } AMNESIA : 기억력 상실 {Mark x Jinyoung ft. Jaebum} chp.07 。- 100% -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 513
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    16 พ.ย. 57

 
 

 

 

{ AMNESIA : 기억력 상실}

pairing ; Mark x Jinyoung ft. Jaebum
author ; pinnathero
genre ; little drama,romantic,medical

type ; AU,PWP

rate ; pg-15




 

 

 



(หมายเหตุ : Hanamizuki (acoustic guitar solo) / Hitoto You (arranged&performed by Yuki Matsui) : http://youtu.be/w0hxzhu0mEc )

 

 

 

warning ; อยากมีแท็กกับเขาซักเรื่อง สกรีมเรื่องนี้แท็ก #มนความจำเสื่อม ในทวิตด้วยน้า

 

warning 2 ; ความหมายเพลงไม่เกี่ยวกับเรื่องนะ แค่นึกถึงเพลงตอนเด็กๆที่เคยร้องได้เฉยๆ เรื่องนี้อาจจะยาวหน่อยประมาณ 5-6 ตอน แต่ไม่มั่นใจว่าจะตัดจบตอนที่เท่าไหร่ ติดตามและฝากไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ 

 

warning 3 ; เป็นครั้งแรกที่ได้ลองแต่งฟิคทางการแพทย์และดราม่ามากแบบนี้ ถ้าผิดพลาดเรื่องข้อมูลอย่างไรต้องขออภัยด้วยนะคะ ไรท์เตอร์ไม่ได้เรียนหมออ่ะง่ำๆ แค่ชอบซีรี่ส์การแพทย์เฉยๆเอง อย่าดราม่าใส่กันนะฮึก T_T

 

 

                                                     

 

 

 











 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากที่โทรศัพท์ไปนัดเจอศัลยแพทย์แผนกหลอดเลือดและหัวใจตัวการของความวุ่นวายทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ปาร์คจินยองก็รีบเดินเข้ามาภายในห้องทำงานของตนทันทีด้วยใบหน้าที่ตึงเครียดจนไม่มีใครกล้าเอ่ยถามว่าเพราะเหตุใด คุณหมอที่มักจะยิ้มแย้มอยู่สม่ำเสมอถึงได้ปั้นหน้าตึงเครียดเช่นนั้น

 

 

 

" นายมาตรงเวลาดีนี่ แจบอม ... " เสียงใสเอ่ยขึ้นพร้อมเหลือบหันใบหน้าเรียวมองใครคนหนึ่งที่เปิดประตูห้องทำงานของเขาเข้ามาโดยไม่เคาะประตูเช่นเดิม และก็มีอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้นจริงๆ ท่อนแขนเล็กที่สวมใส่นาฬิกาเรือนยกขึ้นเพียงเล็กน้อยเพื่อเหลือบมองเวลานัดหมายเท่านั้น

 

 

 

 

 

เวลาไล่เลี่ยกันเพียงไม่ถึงสองนาที ...

 

 

 

 

 

" อะไรทำให้นายคิดว่าฉันจะมานัดเลทล่ะหืม ? "

 

อย่ามาเล่นลิ้น อิมแจบอม ฉันไม่เล่นด้วยหรอกนะ

 

ว้า ... ปาร์คจินยองที่รักของฉันเป็นอะไรไปล่ะวันนี้ร่างสูงโปร่งเดินตรงไปที่โซฟารับแขกสีเข้มพร้อมถอดเสื้อกาวน์ที่สวมใส่อยู่แล้วพาดมันกับพนักพิงหลังของโซฟาตัวสวยนั้น

 

" อย่าคิดว่าฉันจะไม่รู้ว่านายทำอะไรอยู่นะแจบอม เลิกรังควาญพี่มาร์คได้แล้ว ! "

 

" จะให้เลิกรังควาญคนที่กำลังจะแย่งนายไปจากฉันงั้นเหรอ ? ไม่ง่ายไปหน่อยมั้งจินยอง " อิมแจบอมยกแสยะยิ้มจรดมุมปากพร้อมหัวเราะภายในลำคอเล็กน้อย

 

" แต่นั่นมันเป็นเพราะนายไม่เคยสนใจฉันตั้งแต่แรก ! นายสนใจคนอื่นมาตลอด แต่พี่มาร์คเขากลับดูแลฉันอย่างดีทั้งๆที่ยังไม่ได้เป็นอะไรกันเลย  แม้กระทั่งตอนนายแย่งฉันไปจากเขา เขาก็ยังคงดูแลดีจนถึงวินาทีสุดท้าย แล้วนายล่ะ ? นายทำอะไรบ้างเพื่อฉัน ?! "

 

" หึ ... นายเริ่มรักไอ่บ้าสมองกลับนั่นเข้าแล้วใช่ไหมล่ะ ? " เพียงแค่คนพูดที่ตรงไปตรงมาของคนตรงหน้า ทำเอาร่างบางถึงกับเงียบไม่พูดอะไรออกมา

 

" ... "

 

" ความจริงตอนแรกฉันก็ไม่อยากจะยุ่งอะไรกับนายหรอก ... "

 

" ... "

 

" แต่เพราะฉันทนเห็นไอ่บ้านั่นชนะฉันไม่ได้ ! ทั้งๆที่นายกำลังวิ่งตามฉันอยู่แท้ๆ มันเป็นใครกล้าดียังไงมาแย่งทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังจะเป็นของฉัน ! ”

 

“ … ”

 

... ฉันเลยต้องแย่งนายมาจากมันไง !!! " และธาตุแท้ของความเลวที่สั่งสมมานานของแจบอมก็เปิดเผยออกมาให้อีกฝ่ายได้เห็น ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนเขาคงจะร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร แต่กลับครั้งนี้ เพราะอะไรบางอย่างกลับทำให้เขารู้สึกว่าควรจะเข้มแข็งขึ้นมาได้แล้ว จินยองยังคงปั้นใบหน้าให้ดูนิ่งสงบแต่ทว่ามือกลับสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้

 

ใช่ !! ... ฉันรักพี่มาร์คเข้าแล้ว ทั้งๆที่มันช้าเกินไป แต่ฉันก็รักเขาไปแล้ว

 

“ … ”

 

" ... ฉันรู้อยู่แล้วล่ะ ... รู้ดีมากด้วยว่านายน่ะ ไม่ได้รักฉันหรอก ไม่เคยรักฉันด้วยซ้ำ "

 

" ... "

 

" ทั้งๆที่เมื่อก่อนฉันรักนายมาก แต่ในใจฉันก็รู้ดีว่านายไม่มีวันรักฉันด้วยซ้ำ ... "

 

" หึ .. รู้ก็ดีแล้วล่ะ " ความจริงเขาเองกำลังโกหกคนตรงหน้าอยู่ สิ่งที่ทำลงไปทุกอย่างนั่นไม่ใช่เพราะเขาไม่เคยรัก ไม่เคยสนใจ รู้สึกอิจฉาและเกลียดทุกครั้งที่อีกฝ่ายสนใจใครอีกคนที่กำลังให้ความรักครอบคลุมพื้นที่หัวใจของจินยองไปแทบทั้งหมด

 

 

 

 

 

... อิมแจบอมเริ่มหลงรักปาร์คจินยองอย่างจริงจังเข้าเสียแล้วล่ะ ...

 

 

 

 

 

 

" เพราะงั้น .. ในเมื่อมันเป็นความรักที่จอมปลอมที่ไม่น่าจะทนฝืนมันเพื่อสานต่อ นายควรจะปล่อยฉันไปได้แล้ว อิมแจบอม .. "

 

" ... "

 

 

 

 

 

 

 

 

" เราเลิกกันเถอะ .. " สิ้นเสียงใสของร่างบาง ใบหน้าน่ารักก็ก้มลงเพื่อหลบซ่อนหยดน้ำตาที่กำลังไหลรินออกมาเปรอะเปื้อนใบหน้าน่ารักนั้น หยดน้ำใสที่กลั่นออกมาเพราะความเสียใจ ความโง่งมงายที่ปล่อยให้หัวใจหลงรักคนที่ไม่เคยรักมานานหลายปี และอะไรหลายๆอย่าง เขาไม่อยากที่จะให้อีกฝ่ายเห็นมัน ไม่อยากจะให้อีกฝ่ายเห็นในความอ่อนแอของตน

 

 

 

 

 

 

 

 

" ฉันไม่มีทางให้มันจบง่ายๆ ตราบใดที่ฉันยังไม่ชนะแบบนี้หรอก จำไว้ ! "

 

 

 

 

 

 

ว่าจบ มือหนาก็คว้าร่างบอบบางเข้าสู่อ้อมกอดของตนพร้อมประกบริมฝีปากร้อนลงบนเรียวปากสวยนั้นทันที จากรสจูบที่ดูอ่อนโยนและหอมหวานในวันวาน บัดนี้กลับไร้ความหวานนั้นไปโดยสิ้นเชิง ความเจ็บปวดที่เรียวปากหนากระแทกเข้ามาอย่างรุนแรงพร้อมฟันสวยที่ขบเม้มริมฝีปากจนรู้สึกได้ถึงความคาวของเลือดที่กลบไปทั่วโพรงปาก มือบางพยายามผลักแผ่นอกแกร่งนั้นให้ออกห่าง เสียงครางอื้ออึงอย่างขัดขืนดังขึ้นมายิ่งทำให้ริมฝีปากหนากลับโลมเลียไปทั่วจนริมฝีปากบางสวยนั้นบวมช้ำ แจบอมซุกไซร้ซอกคอขาวพร้อมจูบเม้มที่ต้นคอด้วยความกระหายยิ่งกว่าปีศาจไร้จิตใจจนเกิดรอยสีกุหลาบจางไปเต็มลำคอ ยิ่งทำให้จินยองเปล่งเสียงครางหวานออกมาดังมากขึ้นอีก และด้วยรสจูบที่รุนแรงแต่ร้อนแรงนั้น ยิ่งทำให้สติของร่างบอบบางแทบไร้เรี่ยวแรงมากขึ้น และสุดท้าย ฝ่ามือที่ผลักไสกลายเป็นเงื่อนไปโอบกอดรอบคอแกร่งอย่างไม่รู้ตัว

 

ร่างหนาค่อยๆดันตัวอีกฝ่ายให้ล้มลงไปนอนราบบนโซฟาตัวสวยก่อนที่ร่างของตนจะคร่อมตามลงมาพร้อมใบหน้าหล่อเจ้าเล่ห์ที่ก้มลงสูดความหอมทั้งพวงแก้มเนียนและซอกคอที่เต็มไปด้วยรอยรักนั้น แม้ใจอยากจะผลักไสให้ร่างหนาห่างออกไปเสีย แต่ทุกอย่างเหมือนไม่เป็นใจ ไม่ว่าจะเป็นร่ายกายที่ดูเบียดเสียดเข้าหาอีกฝ่าย มือบางที่กลายเป็นว่าจับไหล่หนานั้นเอาไว้แน่น จนสุดท้ายก็ต้องยอมเสียทุกอย่างอีกครั้ง หยดน้ำตาที่ตีตื้นขึ้นมาคลอหน่วยอยู่รอบดวงตาก็ไหลลงมาอย่างห้ามไม่ได้ จินยองพยายามเสมองหลบสายตาไม่ให้ร่างด้านบนมองเห็นมัน แจบอมที่เหลือบเห็นร่างด้านใต้ปล่อยหยดน้ำตาเข้า แม้ใจอยากที่จะเอาชนะในทุกสิ่งอย่างแต่ใช่ว่าเขาจะไม่มีจิตใจที่อ่อนโยนเลยแม้แต่น้อย หากแต่เขากำลังพรมจูบเรียวปากเล็กนั้นอ่อนโยนเพียงสามสี่ครั้งก่อนจะก้มลงไปซุกไซร้สูดดมความหอมบริเวณลำคอที่เต็มไปด้วยรอยรักนั้น จู่ๆมือบางที่กำไหล่หนาเอาไว้เสียแน่นนั้นกลับมีแรงผลักให้เขาออกห่างอย่างรวดเร็ว พร้อมดวงตาเรียวที่เบิกโตอย่างน่าตกใจ

 

 

 

 

 

 

พี่มาร์ค !! ”

 

 

 

 

 

 

บานประตูห้องทำงานที่ถูกปิดสนิทถูกเปิดออกกว้างพร้อมกับร่างโปร่งของผู้ป่วยที่ดูคุ้นตากำลังยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องทำงานของจินยอง ถุงน้ำเกลือที่ห้อยไว้ตรงเสาน้ำเกลือที่อีกฝ่ายกำลังถืออยู่กลับไม่ได้เป็นสีใสอย่างที่ควรจะเป็น เลือดที่ย้อนขึ้นมาจากสายน้ำเกลือนั้นกลับไปปนผสมเล็กน้อยภายในถุงน้ำเกลือนั้น กลุ่มผมสีน้ำตาลที่ยาวขึ้นมามากกว่าเมื่อก่อนยังคงสะดุดตาไม่มีเปลี่ยน ใบหน้าเรียวที่ดูนิ่งจนน่ากลัวนั้นยิ่งทำให้ร่างด้านใต้รู้สึกหวั่นกลัว ในขณะที่ร่างหนากลับยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะผละออกจากร่างบอบบางนั้นพร้อมจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง

 

 

 

 

 

อ้าว สวัสดีครับคุณมาร์ค ผู้ป่วยคนสำคัญของคุณหมอปาร์คจินยอง

 

เลิกเรียกประชดผมซักทีเถอะ แจบอมมาร์คเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นจนทำให้คนโดนตอกกลับได้แต่แสยะยิ้มเบาๆเท่านั้น แม้ว่าท่าทียโสโอหังนั้นไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเกรงกลัวอีกต่อไปแล้วก็ตาม แต่แจบอมก็เลือกที่จะทำมัน

 

คุณจำผมได้แล้วสิ่นะ ? ... งั้นก็ดีแล้วล่ะที่จำผมได้

 

หึ .. ตอนแรกผมก็จำไม่ได้หรอก แค่เห็นหน้าเจ้าเล่ห์ของคุณผมก็ยังไม่มั่นใจว่าผมเคยรู้จักคุณรึเปล่า ...

 

“ … ”

 

แต่แค่ผมเจอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้แล้วผมเองก็รู้สึกอยากแค่นยิ้มให้ตัวเองในใจ

 

...

 

อยากแค่นยิ้มว่าทำไมผมถึงจำไม่ได้ว่าคุณเป็นใคร ทั้งๆที่คุณเคยทำให้จินยองเจ็บปวดอยู่แทบทุกวัน ... แม้เขาจะเคยคบกับผมเมื่อก่อนก็ตาม ทำไมผมถึงจำไม่ได้ ?ร่างโปร่งเอ่ยถึงคุณหมอคนเจ้าเล่ห์แต่สายตากลับสบเข้ากับดวงตาเรียวที่มองมาทางตนพร้อมหลั่งหยดน้ำตาออกมาไม่ขาดสาย สาบานได้ว่าคนมองเหตุการณ์ทางสายตาอย่างแจบอมก็รู้สึกเจ็บปวดอยู่ไม่น้อยที่คนสองคนมองหน้ากันข้ามหน้าข้ามตาเขาเช่นนี้

 

แสดงว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้คุณจำเรื่องที่หายไปได้แล้วสิ่นะ ... ไงล่ะจินยอง ผู้ป่วยของนายหายดีแล้วนะ หึ

 

... พี่หายดีแล้วล่ะจินยอง ไม่ต้องเสียเวลามาดูแลพี่แล้วนะ

 

ฮึก ... พี่มาร์ค .. มันไม่ใช่ ...จินยองเอ่ยแย้งขึ้นมาทันทีเพื่อที่จะบอกว่าสิ่งที่เห็นนั้นเขาไม่เต็มใจที่จะให้มันเกิดขึ้นมา แต่ทว่าคนฟังทำได้แค่เพียงยกยิ้มบางๆแต่กลับทำให้หัวใจของคนมองรู้สึกเจ็บปวดมากถึงที่สุด

 

จินยองได้อยู่กับคนที่จินยองรักแล้วก็ดูแลดีๆสมกับที่รอคอยความรักนี้มานานนะ ดูแลให้เหมือนกับที่พี่เคยดูแลเราเมื่อก่อนนะรู้ไหม

 

ฮืออ ... พี่มาร์ค .. พี่ฟังผมก่อน .. ฮึกกกก

 

ไม่เป็นไรหรอกจินยอง อย่าปลอบพี่ แล้วหลังจากนี้ไม่ต้องพยายามตามหาพี่อีกแล้วนะ ...

 

“ … ”

 

พี่ไม่ได้เชื่อในสิ่งที่พี่เห็นกับตามากหรอกนะ แต่พี่เชื่ออยู่เสมอตั้งแต่วันที่เราเดินเข้ามาในหัวใจของพี่จนกระทั่งเดินออกไปจากหัวใจของพี่ ..

 

ฮึก ...

 

... พี่เชื่อและรู้ตัวอยู่เสมอว่าเราไม่เคยรักพี่เลย พี่คาดหวังอยู่ทุกวันว่าบางทีนายอาจจะรักพี่ขึ้นมาบ้าง แต่พี่ก็รู้ตัวดีอยู่ทุกวินาทีว่านายไม่เคยแม้แต่จะแบ่งพื้นที่หัวใจเพียงเสี้ยวเล็กๆให้พี่เลยแม้แต่น้อย

 

... อึก ..

 

มีความสุขให้มากๆ รักเขาให้มากๆล่ะ ถึงแม้ว่าเขาจะเลวจะไม่ดียังไง อย่างน้อยเขาก็ครอบครองพื้นที่ในใจเราทั้งหมดไปแล้วนะจินยองอ่า

 

 

 

 

 

 

 

 

และร่างโปร่งของผู้ป่วยที่กำลังเจ็บปวดไปทั้งกายและหัวใจก็ฝืนตัวเดินออกจากห้องที่เปิดเผยความทรงจำที่หายไปทั้งหมดทันทีโดยที่ไม่ได้หันกลับมามองร่างบางที่ทรุดตัวนั่งลงกับพื้นพร้อมปล่อยหยดน้ำตาร้องไห้จนแทบขาดใจอยู่ในห้องนั้นเลยซักนิดเดียว จินยองร้องไห้ยกใหญ่อย่างไม่อายใครอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆตน มือบางกำเอาไว้แน่นพร้อมซบหน้าลงกับเบาะโซฟาที่เขาเพิ่งผละมันออกมาไม่นานมานี้

 

 

 

 

 

ฮึก ... สาแก่ใจนาย .. อึก ... แล้วใช่ไหม ..

 

ถึงหมอนั่นจะพูดจาแบบนั้นกับนายทั้งๆที่มันไมได้รู้เลยว่านายหลงรักมันเข้าให้แล้ว แต่รู้อะไรไหมจินยอง ... นายยังไม่รู้ความลับของฉันอย่างหนึ่งที่อยู่ในใจของฉันมาตลอดหรอกนะ

 

“ … ”

 

ความลับที่ว่า .. อิมแจบอมก็เริ่มหลงรักปาร์คจินยองแล้วเหมือนกัน ... ยังไงล่ะ

 

“ … ฮึก .. ไม่ .. มันไม่ใช่หรอกแจบอม ...จินยองเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยแววตาตัดพ้อ ดวงตาเรียวที่บวมช้ำจนคนมองรู้สึกเจ็บปวดอยู่ภายในใจกลับยังคงมองอยู่เช่นนั้น เรียวปากที่บวมช้ำเม้มเป็นเส้นตรงก่อนที่จะพูดประโยคหนึ่งออกมาที่ทำให้เขาต้องเก็บมันเอาไปคิดทบทวนกับหัวใจตัวเองอีกครั้ง

 

“ … ”

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่ผ่านมา .. ฮึก ... นายรักยองแจมาตลอดต่างหากล่ะ ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

xx.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พี่มาร์ค ...เสียงใสของคนเป็นรุ่นน้องที่เขาแอบชอบมานานแสนนานเอ่ยดังขึ้น ทำเอาใบหน้าหล่อนั้นเงยหน้าจากพิมพ์เขียวที่ตนกำลังร่างเอาไว้อยู่เพื่อมองใบหน้าน่ารักที่ถูกบดบังด้วยแว่นตาหนาเตอะนั้น

 

ว่าไงเหรอจินยอง ?เขาเพียงแค่แปลกใจว่ามีเหตุการณ์สำคัญอะไรที่ทำให้รุ่นน้องที่ไม่เคยมีเวลาว่างให้เขาตรงหน้ากลับเดินเข้ามาหาเขาถึงที่บ้านได้ ทั้งๆที่เจ้าตัวกำลังเตรียมตัวสอบเลื่อนตำแหน่งเป็นประสาทศัลยแพทย์

 

พี่เคยบอกว่าพี่ชอบผมใช่ไหม ?

 

ครับ พี่เคยบอก

 

เราลองมาเป็นแฟนกันดูไหม ?

 

‘ … ตกลงครับ

 

 

 

ความสัมพันธ์ที่ไม่มีผลตอบแทนที่คุ้มค่าสำหรับหัวใจกำลังเริ่มต้นตั้งแต่วินาทีนั้นที่ต้วนอี้เอินตอบตกลงไป ...

 

 

 

 

 

 

ตั้งแต่วันที่มาร์คต้วนคบกับจินยองมา เขาสาบานได้ว่าไม่เคยทำอะไรให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่เลยแม้แต่น้อย เขาค่อนข้างดูแลอีกฝ่ายดีแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่เคยดูแลเอาใจใส่เขากลับซักครั้ง เขาไม่ได้เคยได้อะไรกลับมาเลย ความรัก ความเอาใจใส่ สายตาที่ลึกซึ้งและมีความหมาย ถ้อยคำให้กำลังใจในยามท้อ เขาไม่เคยได้รับมัน

 

 

 

 

 

เขารู้ดีว่าเพราะอะไร ...

 

 

 

 

 

เขามอบความรักที่มีแต่จินยองให้ไปทั้งหมดหัวใจแต่ผลตอบแทนคือความว่างเปล่า เขาวิ่งตามคนตัวเล็กมากเท่าไหร่ คนตัวเล็กก็กลับวิ่งหนีออกห่างเพื่อวิ่งตามใครคนนั้นที่ทำให้ปาร์คจินยองเป็นคนใจแข็งไม่เคยเปิดใจยอมรับเขา เขาทำหน้าที่ของคนรักดีเท่าไหร่ คนเป็นรุ่นน้องก็ทำหน้าที่แค่ยืนอยู่ข้างๆแสดงตนให้รู้ว่าเป็นคนรักเท่านั้น ทำหน้าที่ไปไหนมาไหนด้วย แต่การกระทำเชิงคนรักกลับไม่มีออกมาให้เขาเห็น แม้แต่การสัมผัสที่ลึกซึ้งก็ไม่เคยมี มากสุดคงเป็นเพียงแค่การยอมให้จุ๊บเบาๆเพื่อลงโทษเท่านั้น

 

 

 

 

 

' ย๊า ! ทำแบบนี้ทำไมเนี่ย รู้ไหมว่าตรงนี้มันที่สาธารณะ อายคนอื่นบ้างสิ่ ' จินยองแหวใส่คนเป็นรุ่นพี่ที่อยู่ๆก็เผลอโน้มหน้ามาใกล้พร้อมจุ๊บริมฝีปากเรียวเบาๆหนึ่งทีท่ามกลางผู้คนที่เดินเที่ยวไปมาอยู่กลางสวนสัตว์ที่ตนเอ่ยปากบอกอีกฝ่ายว่าอยากมาเที่ยว

 

' ก็แค่อยากลงโทษ ' มาร์คต้วนไม่มีท่าทีว่าจะรู้สึกกลัวกับเสียงแหวของอีกฝ่าย ซ้ำร้ายยังยกยิ้มกว้างจนคนมองเผลอยกยิ้มออกมาเล็กน้อย

 

' ลงโทษอะไร ?  '

 

' ข้อหาที่ทำให้เป็นห่วง '

 

มั่วตลอดเวลานั่นแหละ ก็แค่ไปเข้าห้องน้ำแล้วลืมบอกแค่นั้นเองนะจินยองมุ่ยหน้าใส่รุ่นพี่ที่พ่วงสถานะความสัมพันธ์เป็นคนรักเมื่อรู้สาเหตุที่โดนทำโทษ

 

ก็ถ้าใครเผลอลักพาตัวเราไปทำอะไรไม่ดีขึ้นมาล่ะ พี่ไม่ได้เป็นซุปเปอร์แมนที่วิ่งตามไปช่วยได้ตลอดหรอกนะ

 

โธ่ ผมก็ไม่ได้จะร้องขอให้พี่มาช่วยผมหรอกนะ

 

แต่พี่เต็มใจอยากจะช่วยเอง โอเคไหม ?และถ้อยคำที่มันมาจากใจนั้นกลับทำให้รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้าน่ารักนั้นก่อนเจ้าตัวจะรีบเดินหนีเพื่อไม่ให้คนเป็นรุ่นพี่มองเห็นมัน และนั่นก็เป็นเพียงโอกาสเดียวที่ทำให้คนเป็นพี่ได้รู้สึกขึ้นมาเพียงเล็กน้อยว่าปาร์คจินยองก็ไมได้ใจร้ายที่จะมองข้ามความห่วงใยของเขาไป

 

 

 

 

 

 

 

 

จนเมื่อความรักที่ไม่ได้หอมหวานและไม่ได้มีผลตอบแทนทางหัวใจที่คุ้มค่านั้นเดินทางมาถึงจุดจบ ทุกอย่างก็ต้องจบไปตามระเบียบของมันเมื่อคนที่เป็นเจ้าของหัวใจของคนรักของเขาเดินเข้ามาหาเพื่อขอทวงพื้นที่ที่เขายืนคืนโดยที่ไม่มีโอกาสได้ออกตัวทำอะไรดีๆเพื่อเอาชนะใจคนรักที่ปิดกั้นหัวใจเพื่อรอคนๆนั้นมาตลอด

 

 

 

พี่มาร์ค ..จินยองเอ่ยเรียกคนรักด้วยน้ำเสียงที่ดูแผ่วเบาจนอีกฝ่ายรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่ตนจะพบเจอล่วงหน้า เพราะพวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้กันมาเป็นเวลาเกือบหนึ่งอาทิตย์ และวันนี้ก็คงเป็นจุดจบของทุกสิ่งอย่างที่มาร์คต้วนทำให้ปาร์คจินยอง

 

ครับ

 

... คือว่า .. ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราคบกันมันก็มีความสุขดีนะ แต่ว่า ...

 

‘ … ’

 

เมื่อวันก่อน ... เขาคนนั้นมาบอกชอบผม แล้วอยากขอผมเป็นแฟน ...

 

‘ … ’

 

พี่รู้จักแจบอมใช่ไหม ? ...  อิมแจบอม เรียนแพทย์เหมือนกับผม แล้วก็ ...

 

เป็นคนที่จินยองแอบรักมาตลอด .. พี่รู้แล้วมาร์คพยักหน้าเบาๆเชิงรับรู้ ก่อนที่จะเงียบลงเพื่อรับฟังในสิ่งที่คนตัวบางพยายามที่จะเอ่ยบอกให้เขารู้สึกเจ็บปวดน้อยที่สุด

 

ผมยังลืมแจบอมไม่ได้จริงๆ ...

 

‘ … ’

 

พี่คงรู้สิ่นะว่าที่ผ่านมาผมคบพี่เพราะเพียงแค่ต้องการประชดเขา ...

 

รู้ครับ ..

 

แต่พี่ก็เลือกที่จะยอมร่วมทำมันกับผม

 

พี่ไม่ได้โง่หรอก แต่เพราะพี่รักนายมากเกินไปต่างหาก

 

ผมไม่อยากให้พี่ต้องมาทำอะไรดีๆให้ผม ทั้งๆที่ผมก็พยายามปิดกั้นพี่อยู่ตลอดแบบนี้อีก

 

แต่นายก็ไม่เคยเปิดโอกาสที่จะให้พี่ทำอะไรเพื่อให้นายเปิดใจยอมรับพี่เลย

 

พี่มาร์ค ...

 

ไม่เป็นไรจินยอง ... พี่จะยอมปล่อยนายไป

 

‘ … ’

 

พี่จะยอมเลิกกับนาย นายไม่ต้องบอกเลิกพี่ โอเคไหม ?

 

‘ … ’

 

พี่จะไม่รั้งนายให้เจ็บปวดอยู่กับพี่หรอก เพราะคงไม่มีใครที่อยากเห็นคนที่ตัวเองรักไม่มีความสุขหรอก จริงไหม ?

 

‘ … ’

 

รีบออกไปเถอะ คนที่นายรักยืนรอข้างนอกนานแล้วนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

และนั่นคือข้อความสุดท้ายที่เขาเอ่ยบอกคนที่เขารัก และ ... เป็นวันสุดท้ายที่เขาได้พบเจอใบหน้าน่ารักนั้น ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

xx.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บหน้าน่ารักที่มักจะยิ้มอยู่ตลอดเวลา แต่ทว่าตั้งแต่ผ่านวันที่เลวร้ายมา รอยยิ้มที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าน่ารักนั้นกลับหายไป ปาร์คจินยองปั้นหน้านิ่งตลอดเวลาทั้งวัน เว้นแต่ตอนที่เข้าไปตรวจอาการคนไข้ของตนเท่านั้นที่จะส่งยิ้มกว้างให้ผู้ป่วย ทำให้บรรยากาศในแผนกระบบประสาทที่ปกติมักจะสดใสกลับกลายเป็นอึมครึมแปลกๆ แปลกมากจนถึงขั้นที่แขกไม่ได้รับเชิญจากแผนกจิตเวชยังรู้สึกได้เมื่อเดินเข้ามาเยี่ยมเพื่อนรักหลังจากที่ได้ยินเรื่องจากพยาบาลนางหนึ่งที่ดันเดินสวนทางเข้าไปเจอเหตุการณ์เด็ดๆเข้า

 

 

 

ทำไมช่วงนี้กูเดินเข้ามาในแผนกระบบประสาทแล้วรู้สึกหายใจไม่ออกวะร่างหนาที่ดูแข็งแรงของเพื่อนสนิทเดินเข้ามาห้องทำงานของคนตัวบางพร้อมหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานที่มีคุณหมอหน้านิ่งนั่งเขียนงานอยู่

 

งั้นมึงก็เดินออกไปซะ แจ็คสัน

 

อะไรวะ กูก็แค่อยากให้มึงหายเครียด

 

แต่กูไม่ได้หายเครียดอย่างที่มึงต้องการไงจินยองตวัดสายตามองเพื่อนสนิทเพียงชั่วครู่ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ

 

ไปหาอะไรกินแก้เครียดไหมมึง ? กูมีแหล่งของกินดีๆมากเลยนะ

 

กูกินอะไรไม่ลง

 

งั้นไปเที่ยวแก้เซ็งกันไหมล่ะ ?

 

มึงว่างมากพอที่จะทิ้งคนไข้ไปเที่ยวรึไง ?

 

ทำไงได้ล่ะ นั่นก็ไม่เอา นี่ก็ไม่สน ก็มึงแก้ไขเรื่องของมึงช้าไปเองแม้จะโดนสายตาคาดโทษจากเพื่อนสนิทตัวบาง แต่ใช่ว่าเขาจะสนใจ ซ้ำร้ายยังนั่งกอดอกพูดเรื่องที่เกิดขึ้นในอาทิตย์ก่อนอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร และไม่ได้สนใจเสียงถอนหายใจหนักๆของคุณหมอประสาทศัลยแพทย์อีกด้วย

 

 

 

 

 

... เป็นเวลาสามอาทิตย์แล้วที่ปาร์คจินยองไม่ได้เห็นหน้าวิศวกรหนุ่มหน้าตาดีที่ได้ครอบครองหัวใจของเขาสมใจอยาก ไม่เห็นแม้แต่เงาของร่างโปร่งนั้น ...

 

 

 

... ความผิดทั้งหมดเป็นของปาร์คจินยองแต่เพียงผู้เดียว ...

 

 

 

 

 

อือ .. เพราะมันผิดที่กูไง .. พี่มาร์คก็เลยหนีจากกูไปแล้ว ... ฮึก มือบอบบางกำปากกาด้ามคู่ใจที่เขียนอยู่เอาไว้แน่นจนสั่นเทา มือข้างที่ว่างอีกข้างยกขึ้นมากุมศีรษะของตนพร้อมปล่อยหยดน้ำตาที่อดทนกลั้นมันมาถึงสามอาทิตย์ออกมาอย่างไม่อายใคร เสียงสะอื้นเบาๆทำเอาเพื่อนสนิทอย่างแจ็คสันทำอะไรไม่ถูกนอกจากลุกขึ้นจากเก้าอี้ตรงข้ามเพื่อไปยืนอยู่เคียงข้างเพื่อนสนิทพร้อมยื่นมือใหญ่ไปโอบไหล่บางที่สั่นเทานั้น

 

กูขอโทษ

 

ไม่หรอก .. อึก ... มันไม่ .. ผ .. ผิดที่มึง .. ฮึกกกกกกหากเปรียบสภาพหัวใจในเวลานี้ คงเหมือนหัวใจที่โดนมีดกรีดพลาดไปโดนผิวเยื่อหุ้มหัวใจแล้วกรีดลึกลงมาจนเป็นแผลฉกรรจ์ จินยองไม่เคยรับรู้ถึงความเจ็บปวดนี้เลยแต่ครั้งนี้มันกลับย้อนเข้ามาหาเขาอย่างจัง

 

ถ้าอย่างนั้นมึงก็ไม่ควรจะร้องไห้แบบนี้สิ่วะร่างหนาไม่รู้จะปลอบใจอย่างไรเพราะโดยนิสัยส่วนตัวแล้วเขาเป็นคนพูดตรงๆตามความคิด แต่มันก็ตรงไปในบางเรื่อง เขาปลอบใจคนไม่เก่งและนั่นก็เป็นโชคร้ายเบาๆที่ว่า เพื่อนสนิทของเขาขี้แยมากเสียด้วย

 

ครั้งก่อน .. ที่พี่มาร์คปล่อยกูไปหาแจบอม ... กูไม่เคย .. ฮึก ปล่อยน้ำตาออกมาเลย ... ทั้งๆที่รู้ว่า .. จะไม่ได้เจอหน้ากันอีก

 

...

 

แต่ทำไมครั้งนี้มันเจ็บมากกว่าครั้งก่อนวะ ... ฮือออ

 

“ … ”

 

ตอนนี้กู .. เข้าใจความรู้สึกพี่มาร์คเมื่อก่อนแล้ว ... ฮึก .. เข้าใจดีเลยล่ะ

 

มึงอยากให้พี่เขากลับมาหามึงใช่ไหม ?แจ็คสันเอ่ยถามออกมาและคำตอบที่ได้กลับมามีเพียงแค่การพยักหน้าเท่านั้น

 

กูอยากให้พี่เขากลับมา .. ฮึกกก กลับมาวุ่นวายในชีวิตกูอีกครั้ง

 

...

 

ถ้าพี่เขากลับมาอีกครั้ง .. ฮึกก ... กูจะไม่มีวันปล่อยไปอีก

 

... กูมีวิธีทำให้พี่เขากลับมาแจ็คสันเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มและจริงใจ ในขณะที่หัวสมองของตนกำลังประมวลแผนการที่จะทำให้เพื่อนของตนมีความสุขเสียที เขายอมรับว่าเขาไม่โอเคเสียเท่าไหร่ที่จินยองใช้ชีวิตแบบสิ้นหวังไร้เรี่ยวแรงเช่นนี้ จินยองใช้ชีวิตแบบนี้มานานเกินกว่าที่จะเป็นแล้ว

 

 

 

... แจ็คสันหวังไม่อยากเห็นปาร์คจินยองรู้สึกเศร้าแบบนี้อีก นี่มันไม่ใช่นิสัยของเจ้าเพื่อนสนิทนั่น ...

 

 

 

ห้ะ ... ?และเป็นจินยองที่หันหน้าไปมองเพื่อนสนิทด้วยท่าทีเหรอหรา ทั้งที่เมื่อสักครู่นี้เพิ่งต่อว่าให้เขาร่ำไห้แทบขาดใจอยู่แท้ๆ จิตแพทย์หนุ่มยกยิ้มกว้างให้กับเพื่อนสนิทพร้อมบอกวิธีการที่คิดว่าเด็ดที่สุดออกไป

 

 

 

 

 

 

 

อยากระบายความเครียดไหมล่ะ ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- 45 %
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปาร์คจินยองไม่ชอบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ...

ปาร์คจินยองไม่ชอบเสียงดังอึกทึก ...

 

 

 

 

 

ร่างบอบบางที่เพิ่งถอดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดออกจากร่างก่อนจะเดินทางมายังสถานที่ที่ถูกแนะนำให้มานั่งนิ่งอยู่บนโซฟาสีแดงกำมะหยี่ที่ถูกตั้งอยู่ภายในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ห่างจากหอพักของเพื่อนสนิทตัวหนาที่กำลังยกแก้วใสที่บรรจุของเหลวสีอำพันไล่ชนเพื่อนร่วมโต๊ะไปทั่ว ใบหน้าน่ารักเหยเกลงทันทีเมื่อเห็นแก้วใสของตนที่ในตอนแรกเป็นเพียงแค่น้ำผลไม้สดสีหวานกลับกลายเป็นของเหลวสีเดียวกับที่บรรจุอยู่ภายในแก้วของแจ็คสัน เจ้าเพื่อนสนิทรู้ดีอยู่แล้วว่าเขาไม่ดื่มเครื่องดื่มจำพวกนี้ แต่ก็ยังตื๊อที่จะพามาให้ได้โดยให้เหตุผลเพียงแค่ ...

 

 

 

 

 

... เปิดหูเปิดตา ...

 

 

 

 

 

 

" มึงดื่มเลยจินยอง ลองแค่จิบเดียวก็ได้ เดี๋ยวติดใจเลย "

 

" มึงก็รู้ดีว่ากูไม่ชอบกินของพวกนี้ " จินยองตวัดสายตามองเพื่อนสนิทก่อนจะเอนหลังพิงพนักพิงหลังพร้อมกอดอกแน่น เขาไม่เคยคิดอยากจะแตะเครื่องดื่มจำพวกนี้ซักนิด

 

 

 

 

 

... ถ้าไม่มีคนควบคุมตัวเขาเวลาไม่ได้สติอย่างมาร์คต้วนอยู่ด้วย ...

 

 

 

 

 

 

" ถ้ามึงไม่กินมึงก็ต้องกลับมาเครียดแบบเดิมอีก "

 

" ถ้ากูรู้ว่ามึงจะพากูมาที่แบบนี้กูไม่มากับมึงหรอก " จินยองเอ่ยพลางกวาดสายตามองไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นแสงไฟสลัวที่ดูน่ารำคาญ เสียงเพลงที่ดังจนรู้สึกปวดหู ไหนจะผู้คนที่เข้ามาใช้บริการที่พลุกพล่านจนเขารู้สึกว่านี่มันใช่สถานที่คลายความเครียดจริงหรือ ไม่ใช่ว่าที่แห่งนี้กำลังสร้างความเครียดให้เขามากกว่าเดิมหรอกเหรอ

 

" อ่ะๆๆ เดี๋ยวกูสั่งน้ำผลไม้ให้มึงใหม่ก็ได้ไอ่ไก่อ่อน "

 

" กูไม่ได้ไก่อ่อนนะ "

 

" งั้นถ้ามึงไม่ได้ไก่อ่อนอย่างที่กูว่า มึงก็ดื่มดิ่ อึกเดียวก็ได้ " ไม่ว่าเปล่า มือใหญ่เอื้อมไปหยิบแก้วใสใบหนึ่งที่บรรจุน้ำอัดลมสีเข้มเอาไว้เต็มแก้ว จากที่ครั้งแรกยื่นแก้วที่บรรจุของเหลวสีอำพันให้เขา ร่างบอบบางหรี่ตามองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย แต่ทว่าคนถูกมองกลับยกยิ้มกว้าง

 

" มึงใส่อะไรลงไปรึเปล่า ? "

 

" เห้ยกูไม่ได้ใส่เลย ก็แค่น้ำอัดลมธรรมดาๆเนี่ย มึงกินไม่ได้รึไงวะเด็กอนามัย "

 

" เออเอามาๆ อย่าให้กูรู้นะว่ามึงเล่นตุกติกอะไรกับกูน่ะ "

 

" ไม่ได้เล่นตุกติกอะไรเลยจริงๆนะ " แจ็คสันลอบมองปฏิกิริยาหลังจากที่เพื่อนสนิทตัวบางฟังจากที่เขาบอกไปก่อนจะเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำอัดลมสีเข้มจรดริมฝีปากพร้อมดื่มน้ำอัดลมนั้นภายในยกเดียว การกระทำนั้นยิ่งทำให้รอยยิ้มของแจ็คสันฉีกกว้างมากขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

น้ำอัดลมนั่นไม่มีอะไรเลยจริงๆนะ ....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สองชั่วโมงต่อมา ...

 

 

 

 

 

 

" แจ็คคคคคคค .. " จากคุณหมออนามัยที่ไม่ดื่มเครื่องดื่มบั่นทอนสุขภาพกลายเป็นว่าคุณหมอคนนั้นกลับกำลังถือขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สีอำพันไว้ในมือพร้อมรินมันลงแก้วที่บรรจุด้วยน้ำแข็งสามสี่ก้อนนั้น ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ สติสัมปชัญญะที่เริ่มลดลงจากเดิม ดวงตาเรียวดูเหม่อลอยจากอาการเมา ไหนจะปากเรียวสีแดงฉ่ำที่พูดจาพร่ำเพ้ออะไรง้องแง้งฟังไม่ออกนั้นกลับกำลังทำให้แจ็คสันหวังรู้สึกปวดหัว

 

 

 

 

 

... บางทีเขาก็อาจจะลืมไปว่าปาร์คจินยองไม่ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพราะเป็นคนคออ่อน ...

 

 

 

 

 

 

" มึงพอได้แล้วจินยอง "

 

" ม่ายยยยย .... "

 

มึงปล่อยขวดเหล้ากูเดี๋ยวนี้นะมือหนาคว้าจับไปที่ขวดเครื่องดื่มที่ร่างบอบบางกอดแนบรักแร้เอาไว้ แม้จะพยายามใช้แรงอย่างเบาที่สุด ทว่าร่างที่โงนเงนไปมาเพราะเริ่มตั้งสติให้นั่งอยู่ตรงๆนั้นเริ่มหายไปนั้นกลับล้มตัวนอนลงที่โซฟาตัวสวยนั้นพร้อมผละขวดแก้วที่บรรจุของเหลวสีอำพันออกจากตัวทันที

 

“ … ”

 

จินยอง ... เห้ยจินยองตื่นดิ่วะ

 

ฮึก ..

 

.. จินยอง

 

ฮึก .. ทำไมมันเจ็บแบบนี้วะะะ ...

 

" มึงใจเย็นดิ่วะ .. "

 

" ฮึก .. "

 

" กูเข้าใจมึงนะความรู้สึกนี้ เพราะ .. พี่มาร์คเขาก็เคยเป็นแบบที่มึงเป็นมาก่อน พี่เขาก็เคยมาระบายกับกู "

 

" ... "

 

" ถ้ามึงรู้สึกแบบที่เขารู้สึกแล้ว มึงควรจะถามใจตัวเองได้แล้วว่าเขามีคุณค่ากับมึงมากแค่ไหน "

 

" ... "

 

" เขายังคงดีพอที่จะยืนข้างมึงอยู่รึเปล่า แม้ว่ามึงจะเคยเป็นคนไม่ดีมาก่อน "

 

" ... "

 

" เข้าใจไหมจินยอง ? "

 

" ... "

 

" เฮ้ ! ... หลับซะงั้น ให้ตายดิ่วะ กูจะต้องทำไงเนี่ย " แจ็คสันบ่นพึมพำพลางยกมือเกาท้ายทอยแรงๆ มองไปทางซ้ายทางขวาก็ไม่เจอใครที่พอจะช่วยได้ อันที่จริงมันควรจะเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องไปส่งเจ้าเพื่อนคออ่อนตรงหน้า แต่เพราะตัวเขาเองก็มีฤทธิ์แอลกอฮอล์เยอะอยู่พอสมควร คงไม่กล้าพอจะไปส่งเพื่อนสนิทให้ถึงหอหรอก กลัวว่าจะพากันเขาคุกยามดึกก็อาจจะเป็นได้

 

 

 

 

 

 

... แต่ก็คงมีอยู่คนหนึ่งที่ช่วยได้ล่ะ ...

 

 

 

 

 

 

ว่าแล้วก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องสวยที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาพร้อมกดเลขเบอร์โทรศัพท์ปลายทางพร้อมกดโทรออกทันที รอยยิ้มฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างไม่รู้ตัว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

" ฮัลโหลครับ ... พี่มารับผมที่ผับที .. ครับๆ ผับ xxx ครับ "

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

xx.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ร่างบอบบางที่กำลังเมาไม่ได้สติถูกส่งไปให้ใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าผับที่พวกเขามาเที่ยวกันตามที่เขาโทรขอร้องให้มารับตัวไป มือเรียวคว้ารับร่างบอบบางนั้นเอาไว้แนบอกหลังจากที่ระหว่างการส่งตัวนั้นเจ้าคนเมากลับเดินโซเซไปมาจนไม่มั่นใจว่าถ้าปล่อยให้ยืนคนเดียวจะยังไหวอยู่รึเปล่า

 

 

 

 

 

" นายก็รู้ไม่ใช่เหรอแจ็คสันว่าจินยองไม่ดื่มของพวกนี้ "

 

" ผมรู้ แต่มันเครียดมาก ผมไม่รู้จะทำยังไงให้มันหายเครียดนี่หว่า .. "

 

" ก็ทำวิธีไหนก็ได้ที่ไม่ใช่มาดื่มเหล้าแบบนี้สิ่ "

 

" ... แต่มันเครียดเรื่องพี่มากนะ "

 

" ... "

 

" มันร้องไห้มานานตั้งแต่วันที่พี่หนีไปแล้วด้วย .. "

 

" ... "

 

" ผมรู้ว่าพี่รักมัน .. ตอนนี้มันก็รักพี่แล้ว ... พี่ช่วยจินยองให้มันมีความสุขอีกซักครั้งเถอะนะ "

 

" ... "คนฟังไม่ยอมตอบ ได้แต่เดินพาร่างที่ไร้สติจากแอลกอฮอล์เข้าไปนั่งที่นั่งข้างคนขับ หยิบชุดสูทที่วางอยู่ด้านหลังมาปกคลุมร่างกายที่เริ่มสั่นหนาวก่อนจะเอี้ยวตัวเดินเข้าไปนั่งที่ประจำคนขับพร้อมรัดเข็มขัดนิรภัยให้ทั้งตนเองและอีกฝ่าย

 

" พี่มาร์ค .. ผมขอร้องล่ะ "

 

" ฉันรู้ว่าฉันควรทำตามหัวใจตัวเองยังไง ... ไม่ต้องห่วงหรอก "

 

“ … ”

 

จะให้พี่ไปส่งที่บ้านไหม ?ร่างโปร่งของคนเป็นรุ่นพี่เอ่ยถามรุ่นน้องที่เป็นเพื่อนสนิทของใครบางคนที่นอนเมาอยู่ในรถด้วยความเป็นห่วง ยังไงเจ้าหมอนี่ก็รุ่นน้องของเขาคนหนึ่งเช่นกัน

 

ไม่เป็นไรครับพี่ เดี๋ยวผมรอสร่างเมากว่านี้อีกหน่อยค่อยกลับก็ได้ พี่ไปส่งจินยองเถอะ

 

โอเค กลับบ้านดีๆล่ะ อย่าทำให้พี่ต้องเดือดร้อนไปประกันตัวนายออกมาจากคุกก็แล้วกันแล้วรถสีดำสนิทคันสวยก็พุ่งทะยานออกจากบริเวณหน้าร้านไปด้วยความเร็วเต็มพิกัดทันที

 

 

 

 

 

 

ระหว่างที่ขับรถอยู่บนท้องถนนที่เริ่มไม่มีการจราจรที่ติดขัด สายตาที่จดจ่อกับเส้นทางถนนในยามดึกเหลือบมองร่างโปร่งบางที่นอนเอียงคอพับไปทางหน้าต่างจนหัวโขกกับกระจกอยู่หลายทีแต่เจ้าตัวก็ยังไม่รู้สึกตัว แม้จะพยายามไม่สนใจแต่เสียงหัวทุยๆที่โขกกับบานกระจกรถอยู่หลายครั้งนั้นมันยิ่งทำให้เขาอดทนไม่ไหวอีก ท้ายที่สุดมือเรียวเอื้อมไปแตะที่ปลายคางอีกฝ่ายเบาๆกว่าจะดันให้หัวทุยๆมาซบลงที่ไหล่แกร่งของตนเองแทน  เพียงแค่ศีรษะซบลงที่ไหล่ และหัวทุยของอีกฝ่ายเริ่มถูไถหาบริเวณที่นอนหนุนได้อย่างสบายแล้วนั้น ความรู้สึกเก่าๆก็กลับหวนคืนมาอีกครั้ง

 

 

 

 

 

" นายใจร้ายมากนะจินยอง นายไม่เคยปล่อยให้พี่ไปตกหลุมรักคนอื่นเลย "

 

" ... "

 

" ไม่เคยเลย แม้แต่ครั้งเดียว "

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากขับรถออกจากตัวเมืองมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร รถคันสวยที่แล่นด้วยความเร็วเกือบเต็มพิกัดก็จอดตัวอยู่ตรงบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองพอสมควร บ้านที่ถูกออกแบบและตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นตามความชอบส่วนตัวของเจ้าของบ้าน สวนหย่อมขนาดเล็กที่มีขนาดกว้างพอจะวิ่งเล่นหรือนั่งเล่นได้ หากแต่เพราะเป็นเวลากลางคืน ทัศนียภาพจึงถูกบดบังไปด้วยความมืด แต่ระหว่างทางก็ยังมีโคมไฟที่ส่องแสงให้มองเห็นทางเดินเข้าบ้านอยู่เช่นกัน

 

ร่างโปร่งค่อยๆพยุงร่างที่เมาคอพับเข้าไปภายในบ้านหลังนั้นพร้อมถอดรองเท้าออกและพาร่างที่เมาโซซัดโซเซนั้นไปที่โซฟารับแขกตัวใหญ่ที่ถูกตั้งอยู่กลางบ้าน

 

 

 

 

 

พี่จินยองเมาเหรอคะพี่มาร์คเสียงใสของน้องสาวที่รักเพียงคนเดียวเอ่ยดังขึ้น ร่างโปร่งของคนเป็นพี่ชายก็ยืดตัวขึ้นพร้อมหันหน้ามามองน้องสาวของตนที่กำลังยืนมองด้วยรอยยิ้ม

 

ใช่ คงโดนแจ็คสันแกล้งมาน่ะ แล้วเราตื่นมาทำไมน่ะหืม ? ซูฮยอนอ่า

 

หนูได้ยินเสียงคนเปิดประตูน่ะค่ะเลยตื่นขึ้นมา ถ้าไม่มีอะไรแล้วหนูขอตัวไปนอนนะคะว่าจบร่างของเด็กสาวในชุดนอนสีชมพูอ่อนก็เดินเข้าไปในห้องนอนของตนทันที

 

 

 

 

 

เหลือเพียงแต่ร่างของวิศวกรหนุ่มที่กำลังพยายามหนีหัวใจตัวเอง กับ คุณหมอคนน่ารักผู้เป็นหัวใจของคุณวิศวกรหนุ่มที่นอนเมาจนไม่ได้สติ

 

 

 

 

 

มาร์คเดินออกมาพร้อมกับกะละมังใบเล็กใสที่ถูกบรรจุด้วยน้ำอุ่นอุณหภูมิที่อุ่นกำลังดีพร้อมผ้าขนหนูสีขาวสะอาด สองเท้าเรียวเดินเข้าไปใกล้ร่างบางที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงนอนที่เขาเพิ่งอุ้มพาร่างโปร่งบางมานอนเมื่อสักครู่ ก่อนจะค่อยๆหย่อนตัวนั่งลงคุกเข่าอยู่ตรงหน้าอีกฝ่าย ดวงตาคมจดจ้องใบหน้าน่ารักที่ขึ้นสีระเรื่อด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์อย่างไม่วางตา นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้แตะต้องตัวคุณหมอจินยอง เขารู้สึกว่ามันนานมากแล้วที่เขาเคยมีเวลาอยู่ด้วยกันกับอีกฝ่ายที่ไม่ใช่สถานพยาบาลที่ทำงานของปาร์คจินยอง แต่นั่นมันคืออดีต เขาเองก็ไม่เข้าใจหัวใจตัวเองว่าทำไมยังคงขัดคำสั่งของสมองอย่างชัดเจนเช่นนั้น เขาเคยตัดสินใจแล้วว่าจะหนีไปอยู่ให้ไกลเพื่อที่เขาอาจจะได้ใช้เวลาเยียวยาหัวใจที่เจ็บเจียนตายอยู่ซ้ำๆให้มันหายดีขึ้น แต่เพียงแค่เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นพร้อมหน้าจอว่าปรากฏว่าเป็นเบอร์โทรศัพท์ของเพื่อนสนิทคนที่ครอบครองหัวใจของเขาไปทั้งหมดนั้น มือเรียวก็กดรับสายโดยไม่คิดเลยแม้แต่วินาทีเดียว พร้อมกับรีบผละจากงานที่กองอยู่ตรงหน้าเพื่อไปรับคนเมาที่ไม่ชอบดื่มแอลกอฮอล์ทันที

มือเรียวยกขึ้นลูบใบหน้าของตัวเองแรงๆด้วยความอ่อนล้า แม้เขาจะล้ากับทุกสิ่งพร้อมกับสภาพร่างกายที่ยังไม่แข็งแรงดีเท่าไหร่ แต่เขาก็ได้แค่เก็บมันเอาไว้ในใจเท่านั้น เขาไม่สามารถระบายมันออกมาได้เป็นคำพูดหรือสิ่งใดๆได้ นอกจากเก็บมันไว้แล้วปล่อยลืมมันไป

 

 

 

 

 

 

ฮึก ..มือเรียวกำลังจะหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นถึงกับชะงักเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นที่ดังออกมาจากเรียวปากบางนั้นพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลออกมาเปรอะเปื้อนใบหน้า

 

...

 

ผมขอโทษ .. ฮึก

 

“ … ”

 

“ … ผิดไปแล้ว .. อึก .. ผมผิดเอง

 

“ … ”

 

ผมรัก .. พี่มาร์คนะ ... รักสิ้นเสียงใสที่ละเมอเอ่ยถ้อยความในใจ ร่างบอบบางก็ผล็อยหลับไปทันทีทิ้งให้คนฟังได้แต่กำผ้าขนหนูเอาไว้ในมือนิ่ง ก่อนที่จะเรียกสติกลับมาเช็ดตัวอีกฝ่ายต่อจนเสร็จพร้อมเอื้อมคลุมผ้าห่มผืนหนาปกคลุมร่างบางจนมิดปลายคาง ใบหน้าหล่อโน้มลงมาใกล้พร้อมจรดริมฝีปากอุ่นแนบลงกับหน้าผากมนนั้นเบาๆด้วยหลากหลายความรู้สึกแล้วผละออก มาร์คยืนมองจนมั่นใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วก็ถึงจะเอี้ยวตัวเดินออกจากห้องนอนไปโดยที่ไม่เอ่ยอะไรออกมาอีกทั้งนั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หากแอลกอฮอล์คือเครื่องดื่มแห่งความสัตย์จริง พี่จะสามารถเชื่อคำพูดของจินยองได้อีกครั้งหรือเปล่า ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

xx.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านผืนบางจนสว่างไปทั่วห้องโดยไม่ต้องเพิ่งหลอดไฟ ทำให้ดวงตาเรียวกลมที่หลับสนิทมาตลอดคืนค่อยๆลืมตาขึ้นพร้อมปรับโฟกัสสายตาไปรอบห้องที่ไม่คุ้นตา เพียงกระพริบตาให้คุ้นชินเพียงสามสี่ที ร่างบอบบางก็ลุกขึ้นนั่งบนเตียงกว้างนั้นพร้อมกุมศีรษะที่รู้สึกถึงความหนักอึ้งทันที

 

จินยองประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดทันที เขาจำได้ว่าเมื่อวานเขาร้องไห้ไปหนักมาก และลงท้ายด้วยการถูกเชิญชวนไปเที่ยวที่ผับของแจ็คสัน แน่นอนว่าเขาไม่ได้ตกลงที่จะไปเปิดหูเปิดตาตามที่เจ้าคนชวนได้พูดเชิญชวนเอาไว้เสียดิบดีแต่เพราะเขาไม่รู้ว่าเจ้าเพื่อนบ้าจะพาไปที่ที่เขาไม่ชอบเช่นนั้น เขาก็ยกข้อต่อรองว่าเขาจะไม่แตะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใดๆทั้งสิ้นซึ่งเพื่อนสนิทเขาก็ตอบตกลงกับเงื่อนไขดังกล่าว

 

 

 

และเขาก็เผลอแตะเครื่องดื่มมึนเมานั่นโดยไม่รู้ตัว ...

 

 

 

และหลังจากนั้นสติของปาร์คจินยองก็ถูกฤทธิ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พรากมันไป เขาจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือพูดอะไรออกไปตอนที่เมาไมได้สติอยู่ ทำไมเขามาอยู่บนเตียงกว้างหลังสะอาดพร้อมกับเสื้อผ้าที่ถูกเปลี่ยนจากชุดเชิ้ตทำงานเป็นชุดนอนลายทางสีอ่อนเรียบร้อยเช่นนี้ แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆที่คุ้นเคย คุ้นเคยจนเขาไม่กล้าจะเข้าข้างตัวเองว่าเขากำลังได้อยู่ใกล้คนที่คิดถึงมากขนาดไหน

 

 

 

ดวงตาเรียวกลมตวัดไปมองนาฬิกาตั้งอยู่บนโต๊ะหัวเตียงที่บ่งบอกให้คนมองรู้ว่าวันนี้คือวันเสาร์ เวลาเก้านาฬิกาสิบห้านาที จินยองหย่อนปลายเท้าลงไปที่พื้นข้างเตียงที่มีสลิปเปอร์สีขาวสะอาดวางไว้เหมือนที่บ้านเขาเคยใช้อยู่ทุกๆวัน ก่อนจะสอดปลายเท้าเข้าไปในสลิปเปอร์คู่นั้นเพื่อสวมใส่มันและเดินออกมาจากห้องนอนที่แสนสะอาดนั้นด้วยความรู้สึกหลายอย่างที่ตีรวนกันไปหมด

 

 

 

 

 

ความรู้สึกสงสัย งุนงง ตื่นเต้น ลุ้นระทึก หรือ .. กลัวทำใจไม่ได้กับสิ่งที่กำลังจะเจออีกไม่กี่วินาทีนี้ ...

 

 

 

 

 

สองเท้าเล็กก้าวเดินเข้ามาในห้องครัวตามกลิ่นหอมของอาหารที่ถูกปรุงจนส่งกลิ่นหอมกรุ่น และปลายเท้านั้นก็หยุดชะงักตัวลงทันทีเมื่อสายตาเรียวกลมมองเห็นใครบางคนที่แสนคุ้นตา ใครบางคนที่เขาคิดถึงอยู่ทุกวินาที ร่างโปร่งที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตที่ถูกพับปลายแขนเสื้อขึ้นไปถึงศอกสีฟ้าอ่อนพร้อมกางเกงยีนส์ถูกทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีเหลืองครีม แต่ไม่มีอะไรที่สะดุดตาเท่ากลุ่มผมสีน้ำตาลอมแดงที่เขามั่นใจว่าต้องเป็นคนๆนั้นแน่นอน ลมหายใจของจินยองแทบสะดุดขาดไปเมื่อใบหน้าหล่อนั้นหันมามองเขา ปาร์คจินยองรู้สึกได้ว่าหัวใจของเขากำลังพองโตสลับฟีบลงไป เสมือนชีพจรที่เต้นด้วยจังหวะไม่คงที่แบบที่เขาเคยเจอในเคสที่วิกฤตมากบางเคส

 

 

 

 

 

ตื่นแล้วเหรอ ? ใบหน้าหล่อคมคายเบือนสายตาจากเคาท์เตอร์ในห้องครัวที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบต่างๆนานาไปมองคุณหมอหนุ่มที่เขาไปรับจากสถานเริงรมย์เมื่อคืนนี้พร้อมกับรอยยิ้มบางๆที่ส่งมอบไปให้อีกฝ่าย

 

“ … ”

 

พี่ทำข้าวต้มเอาไว้ให้แล้วนะ มันร้อนหน่อยเพราะเพิ่งทำเสร็จ ค่อยๆกินล่ะ แล้วก็ .. น้ำมะนาวที่วางข้างๆนั่นดื่มด้วยนะ จะได้สร่างเมา

 

 

 

 

 

หมับ !

 

 

 

 

 

ไม่มีเสียงตอบรับในคำพูดใดๆของมาร์คต้วน หากแต่ร่างบอบบางของคุณหมอคนน่ารักกลับเดินตรงเข้าไปหาเจ้าของบ้านพร้อมสวมกอดร่างโปร่งเอาไว้อย่างแนบแน่น ใบหน้าน่ารักซบลงกับไหล่กว้างนั้นพร้อมปล่อยหยดน้ำตาออกมาอีกครั้งหลังจากที่เพิ่งหยุดพักไปไม่กี่ชั่วโมงก่อน อีกฝ่ายทำอะไรไม่ถูกเมื่อจู่ๆคนที่เขาคิดถึงมากแต่กำลังพยายามตัดใจอยู่กลับเข้ามาสวมกอดเขา

 

 

 

และสุดท้ายหัวใจก็ไปไวกว่าสมอง มือเรียวทั้งสองข้างนั้นก็ยกขึ้นโอบกอดร่างบอบบางตอบทั้งๆที่เขาพยายามหักห้ามใจไม่ให้ทำเช่นนั้น

 

 

 

... มาร์คต้วนไม่สามารถตัดใจจากปาร์คจินยองได้แม้แต่วินาทีเดียว นี่คือเรื่องจริง ...

 

 

 

 

 

จินยองอ่า ..

 

ฮึก .. พี่ไม่ต้องพูดอะไร ... ทั้งนั้น ... จินยองเอ่ยออกมาเป็นประโยคแรกของวันด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือทำเอาคนฟังได้แต่หยุดพูดเพื่อที่จะได้ฟังในสิ่งที่อีกฝ่ายอยากบอก

 

“ … ครับ

 

ผมขอแค่พี่ฟังผม .. แค่ฟังผมไม่ต้องตอบรับอะไรก็ได้ ...

 

“ … ”

 

ผมขอโทษพี่มาร์ค ... ฮึก .. ผมขอโทษ

 

...

 

ผมมันเป็นคนไม่ดี เป็นคนโลเล ไม่ทำตัวให้มั่นคง ทำให้พี่ต้องเจ็บปวดซ้ำๆซากๆ

 

 

ผมรู้สึกเสียใจจริงๆที่ทำตัวแบบนั้นมาตลอด .. ฮึก ... ทำตัวหมางเมินกับความรักที่พี่มอบให้ผมทั้งๆที่แจบอมก็ไม่เคยทำแบบนี้กับผมเลยซักครั้ง

 

...

 

ผม ... ใบหน้าน่ารักผละออกจากไหล่กว้างนั้นพร้อมก้มหน้าลง มือบางยกขึ้นมาปาดหยดน้ำตาที่ไหลเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้านั้นก่อนจะเงยหน้ามองใครอีกคนที่ยังคงโอบกอดรอบเอวเขาไว้ไม่ปล่อยไปไหน ดวงตากลมคมที่ทอดมองร่างบอบบางนั้นทอประกายที่อ่อนโยนและจริงจังต่อคนตรงหน้าไม่มีเปลี่ยนแปลง

 

...

 

ผมรู้ .. ว่าเพราะผมทำแบบนี้ พี่อาจจะไม่ได้รักผมแล้ว พี่อาจจะตัดใจจากผมแล้ว

 

“ … ”

 

ผมไม่ขอให้พี่กลับมารักผมเหมือนเมื่อก่อน แต่ผมจะขอรักพี่ .. อุ้บบบ ! ” จินยองเอ่ยพร่ำออกไปแต่ทว่ากลับถูกหยุดเอาไว้ด้วยริมฝีปากร้อนของคนเป็นพี่ ใบหน้าหล่อโน้มเข้าไปใกล้พร้อมประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากแดงระเรื่อและนิ่มนั้นทันที ดวงตาเรียวกลมเบิกกว้างด้วยความตกใจกับสิ่งที่ร่างโปร่งกระทำต่อตน จนเมื่อไร้การลุกล้ำให้รู้สึกตกใจ มีเพียงแค่การประทับริมฝีปากพร้อมเล็มเรียวปากเบาๆเท่านั้น ดวงตาเรียวก็หลุบลงรับสัมผัสอันอ่อนโยนที่ไม่เคยได้รับมันมาก่อนพร้อมกับตอบรับรสจูบที่คนตรงหน้ามอบให้

 

ความนิ่มหยุ่นปะปนไปกับความหวานหอมที่แทบละลายกำลังทำให้ความรู้สึกที่แล่นพล่านอยู่ภายในหัวใจกำลังดีดตัวมากขึ้นไปอีก เป็นครั้งแรกที่เขาฝ่าฝืนกฎทุกอย่างที่ตั้งขึ้น ตลอดเวลาที่มาร์คต้วนคบกับปาร์คจินยอง เขาไม่เคยล่วงเกินใดๆกับร่างบอบบางตรงหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว อย่างมากสุดก็ได้เพียงแค่กอดเท่านั้น เพราะเขารู้ตัวดีว่าเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะทำแบบนั้นตราบใดที่หัวใจของคนตรงหน้าไม่ได้มอบให้เขามาทั้งหมด เขาก็ไม่มีสิทธิ์

 

 

 

แต่ครั้งนี้เขามีสิทธิ์ที่จะกอดปาร์คจินยอง จูบปาร์คจินยองได้จริงๆแล้วใช่ไหม ?

 

 

 

จนเวลาล่วงเลยมานานกว่าห้านาที เป็นฝ่ายของมาร์คที่ต้องผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่งและรู้สึกเสียดายแม้ใจจะยังคงละโมบอยากเก็บเกี่ยวมากกว่านี้ ดวงตากลมสบมองกับใบหน้าน่ารักที่บัดนี้พวงแก้มเนียนน่าสัมผัสนั้นกำลังขึ้นสีระเรื่ออย่างน่ารัก เรียวปากที่บวมเจ่อหลังจากผ่านการสัมผัสกันก็ถูกเรียวฟันสวยของเจ้าของกัดมันเบาๆด้วยความขวยเขิน และเป็นเขาเองที่ต้องเอื้อมนิ้วโป้งขึ้นไปเกลี่ยที่ริมฝีปากนั้นให้คนตัวบางผละเรียวฟันออกจากริมฝีปากนิ่มนั้นเพราะกลัวจะช้ำไปมากกว่านี้

 

 

 

อย่าคิดแทนพี่ว่าพี่ไม่ได้รักนายแล้ว พี่ไม่เคยตัดใจจากจินยองได้เลยจริงๆ ... ต่อให้จินยองจะยังทำเหมือนเดิมซ้ำๆ พี่ก็จะยังคงตกหลุมรักนายเหมือนเดิมซ้ำๆเหมือนกัน

 

...

 

จินยองเป็นคนแรกและคนเดียวที่ทำให้พี่ตกหลุมรักซ้ำสอง นายไม่เคยปล่อยให้พี่ไปรักไปชอบคนอื่นเลยจริงๆนะ

 

“ … ”

 

พี่ยังสามารถเชื่อในคำพูดของนายได้อีกครั้งใช่ไหม ?

 

พี่มาร์ค ... ดวงตาเรียวที่บวมช้ำสบตามองอีกฝ่ายพร้อมกับหยดน้ำใสที่คลอหน่วยอยู่ มาร์คยกรอยยิ้มอ่อนโยนพร้อมกับยกมือเรียวไปลูบกลุ่มผมนิ่มนั้นอย่างแผ่วเบา

 

ไม่ร้องไห้สิ่จินยองอ่า ...

 

ไม่ร้องก็ได้ มือเรียวยกขึ้นลูบหน้าตัวเองสองสามทีก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆพร้อมปล่อยมันออกมาและมองหน้าคนเป็นพี่ด้วยแววตาที่ไม่เศร้าหมองเหมือนก่อนหน้านี้

 

ไม่รู้ว่าตอนนี้นายจะรู้สึกชอบพี่มากขึ้นมารึยังนะ

 

...

 

 

 

 

 

 

แต่เรามาเป็นแฟนกันอีกครั้งได้ไหมครับ ปาร์คจินยอง เพียงถ้อยคำที่ดูเหมือนจะเรียบง่ายแต่มากด้วยความรู้สึกที่รอลุ้นกับคำตอบที่อาจจะเป็นไปในทางที่ดีหรือไม่ แต่ถ้อยคำง่ายๆก็ยังทำให้ปาร์คจินยองกลายเป็นเด็กขี้แยที่ปล่อยหยดน้ำใสให้ไหลออกมาพร้อมกับกอดคนเป็นพี่เอาไว้แน่นไม่เปลี่ยนแปลง ทุกอย่างรวมถึงความรู้สึกไม่มีการเปลี่ยนแปลง หากมันเปลี่ยนไปตรงที่บุคคลที่พูดประโยคนั้นไม่ใช่คุณหมอตัวบางที่เอ่ยขึ้นมาเพื่อประชดรักใคร แต่เป็นวิศวกรคนหล่อที่มั่นคงในความรัก

 

 

 

 

 

แค่ได้ยินถ้อยคำที่เรียบง่ายแต่มั่นคง ก็ทำให้คนที่เคยทำร้ายหัวใจคนเอ่ยนั้นรู้สึกอ่อนไหวไปมากทีเดียว

 

 

 

 

 

ฮึกกก .. ตกลงครับ .. ผมไม่ปฏิเสธแล้ว ... จะไม่ทิ้งพี่ไปซ้ำสองด้วย

 

พี่รักนายนะจินยอง

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมก็รักพี่มาร์คนะ ผมรักพี่เข้าแล้วจริงๆนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-THE END .

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จินยองเห็นซูฮยอนไหม ? พอกินข้าวเสร็จก็หายไปไหนไม่รู้ ร่างโปร่งของวิศวกรหนุ่มเดินเข้ามาในห้องโถงที่สว่างเพราะโดยรอบเป็นห้องกระจกใสจึงทำให้แสงแดดสาดส่องเข้ามาภายในห้องอย่างทั่วถึง พบว่าคุณหมอคนน่ารักกำลังนั่งกินขนมอยู่บนโซฟาสีครีมตัวยาวอยู่หลังจากที่เสียพลังงานไปกับการร้องไห้ตั้งแต่เช้า มาร์คกวาดสายมองหาน้องสาวของตนที่หลังจากร่วมโต๊ะรับประทานอาหารในตอนเช้าก็หายตัวไปไม่บอกไม่กล่าว

 

เห็นน้องซูฮยอนบอกว่าจะไปปลูกดอกไม้ที่พี่ซื้อมาวันก่อนนะ ... นั่นไงๆ นิ้วเรียวชี้ไปที่ร่างของเด็กสาววัยรุ่นน่ารักที่สวมหมวกปีกกว้างกำลังก้มๆเงยๆอยู่กับการปลูกดอกกุหลาบสีชมพูที่มาร์คซื้อมาเมื่อวันก่อนเพื่อประดับบริเวณข้างบ้าน

 

นั่งกินขนมดีๆจินยองอ่า อย่านอนกินสิ่ มาร์คเอ็ดใส่คนรักที่กำลังล้มตัวนอนหนุนตักของเขาหลังจากที่ตนกำลังหย่อนตัวลงนั่งข้างๆพร้อมหยิบขนมที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขกนั้นเข้าปาก หากแต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจในสิ่งที่มาร์คต้วนพูดเลยซักนิด

 

ก็อยากนอนอ่ะ แล้วก็อยากกินขนมด้วย

 

แต่เราเป็นหมอก็น่าจะรู้สิ่ว่านอนกินมันไม่ดีนะ ดุมากก็กลัวอีกฝ่ายจะงอนให้ง้อยาก เขาจึงทำได้แค่บอกพร้อมยีกลุ่มผมนิ่มนั้นเบาๆ และรอยยิ้มน่ารักก็ยกขึ้นมาประดับอยู่บนใบหน้าหวานนั้นให้คนมองยกยิ้มตาม

 

ขอแหกกฎหมอซักวันเถอะพี่มาร์คอ่า วันนี้ผมไม่ได้ใส่เสื้อกาวน์เห็นไหม ?

 

เห็นแล้วหน่า ก็แค่เป็นห่วงกลัวขนมติดคอแล้วเดี๋ยวจะยุ่ง

 

รู้แล้วครับคุณแฟนนนนน

 

 

 

 

 

หากแต่บทสนทนากลับถูกหยุดลงเมื่อจินยองสัมผัสได้ว่าโทรศัพท์มือถือของตนกำลังสั่นตัวอยู่ภายในกระเป๋ากางเกง มือเรียวหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องสวยออกมาพร้อมมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ปรากฏชื่อปลายสายที่คุ้นเคยขึ้นมาก่อนจะแตะหน้าจอรับสายนั้นทันที

 

 

 

‘ C.YOUNGJAE ’

 

 

 

ฮัลโหลว่าไงยองแจ

 

( .. พี่จินยอง ) ปลายสายกรอกเสียงกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นมัวราวกับว่ามีเรื่องไม่สบายใจอยู่ ร้อนให้รุ่นพี่ต้องผละจากตักหนาพร้อมลุกขึ้นนั่งคุยโทรศัพท์กับรุ่นน้องอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

 

มีอะไรเหรอยองแจ ทำไมเสียงดูไม่โอเคแบบนั้นล่ะ

 

( ผมจะมาขอลาพักร้อนน่ะพี่ ) ยองแจเอ่ยเรื่องที่ตนต้องการจะบอกอย่างไม่อ้อมค้อมอะไรอีก และเพราะประเด็นนี้ทำให้จินยองรู้ว่ายองแจยังไม่โอเคกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง

 

 

 

มันไม่มีทางโอเคได้โดยไวหรอก ยองแจได้รับบาดเจ็บทางใจขนาดนั้น ...

 

 

 

นายยังไม่โอเคเหรอยองแจ ...

 

( ผมเจ็บอ่ะพี่ ... ผมขอลาพักร้อนนานหน่อยนะครับ เดี๋ยวผมจะส่งสถานที่ที่ผมลาพักร้อนให้พี่ พี่จินยองจะได้ไม่ต้องกังวลว่าผมจะหนีไปไหน )

 

ได้สิ่ได้ ไว้นายโอเคก็ค่อยกลับมานะ

 

( ครับพี่ ... แล้วก็ ... )

 

มีอะไรอยากบอกพี่อีกรึเปล่าหืม ? แม้จะรับฟังคำขอร้องจากรุ่นน้องแล้วแต่เขาก็ยังอดไม่สบายใจไม่ได้ ยองแจไม่เคยเป็นแบบนี้ เสียงยองแจไม่เคยเศร้าจนฟังออกได้ชัดเจนแบบนี้

 

 

 

 

 

... แจบอมทำร้ายยองแจมากเกินไปแล้วจริงๆ ...

 

 

 

 

 

 

 

( อย่าบอกเรื่องที่ผมขอลาพักร้อนให้พี่แจบอมกับพี่แจ็คสันรู้นะครับ ต่อให้เขาคุกเข่าขอร้องให้พี่บอก พี่ก็อย่าบอกเขาไปนะครับ ... ผมขอร้อง )

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-tbc.


 



สวัสดีผู้อ่านทุกคนทั้งที่ติดตามและหลงทางมาอีกครั้งนึงนะคะ ' ^ '

ในที่สุดก็เดินทางมาถึงตอนสุดท้ายแล้ว กรี๊ดดดดดดด !!!!
ตอนจบแล้วค่ะสำหรับคู่มาร์คเนียร์ #อุ้บบ
ขอบคุณรีดเดอร์ที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดมาด้วยกันถึงวันนี้นะคะ เจ็บไปดิ่ ; 3; 
ต้อขอโทษอย่างจริงจังจากใจจริงที่ทอดทิ้งไปตั้งสองเดือนกว่า
งานรัดตัวบวกกับเวลาว่างที่น้อยนิด (เห็นทวิตเยอะๆนั่นแสร้งว่าว่างค่ะแง)
ไรท์เตอร์จะไม่ทอดทิ้งแล้ววว อย่าเพิ่งทิ้งไรท์เตอร์กันนะคะ T_T


จะบอกว่า .. คู่มาร์คเนียร์จบแต่คู่ของยองแจยังไม่จบนะคะอุอิอุอิ
ถ้าจะหยุดอ่านที่คู่มาร์คเนียร์ก็จบได้นะคะ แต่มันจะค้างคาใจรึเปล่าถ้านึกไปอีกทีว่า

'แล้วยองแจจะคู่ใคร ?'


รอติดตามอีกหน่อยนะคะ ไม่นานเกินรออิอิ ไม่ทอดทิ้งอีกแย้ววววว T 3T

เราขอขอบคุณที่ติดตามกันมาถึงตอนนี้นะคะ 
สามารถพูดคุยทักทายติชมฟิคเราหรือจะมาจิกตบกรีดร้องใส่ก็มาจัดทางทวิต (.) ได้เลยน้า เย้เย้

ไว้เจอกันใหม่ในตอนต่อไปโน้ะ อย่าลืมอ่านเสร็จเม้นด้วยนะคะ
พลีส พลีส พลีส พลีส พลีส พลีส T . T

รักคนอ่านทุกคนนะฮิฮิฮิ <3

 

:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

347 ความคิดเห็น

  1. #322 mAjjcs (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2557 / 07:56
    เย้สส รักกันนานๆนะทีนี้ แอร๊ยยย
    #322
    0
  2. #321 ใบไม้ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2557 / 19:32
    หวานเว่อร์อะ ขอให้รักกันนานๆนะจ๊ะทั้งสองคนเลย ส่วนยองแจจะตอดตามต่อไปค่ะ
    #321
    0
  3. #320 ` Kathy (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 / 23:18
    ไรท์กลับมาแล้วววว โห้ว ตอนแรกนึกว่าจบแล้วจริงๆ แต่ยังเหลือตอนยองแจอีก สงสารยองแจสุดๆเลบ พี่มารร์คนี่คนดีสุดในเรื่องปะะคะ ดีมากอะ รักยังไงก็รักไม่เปลี่ยนเลย > <
    #320
    0
  4. #319 fronqinf (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 / 18:52
    ENDมน.เพื่อมาเจอแจ็คแจบีทุบีคอนทินิว แง้ก ทำไมรู้สึกว่ามันหวานหยั่งงี้ งูล ; 3; ตอนนี้ก็ได้เป็นแฟนกันแบบเต็มปากเต็มคำและเต็มใจเยย พี่มาร์คไม่เคยตัดใจจากนยองได้เลยนะ โอ้ยแบบหววหงหงหงหงห อารมณ์แรกๆแบบเศร้าร้องไห้หมาตายเลยงี้ แต่ชอบตอนนยองเมาจัง5555555555555555555555 ดูรั่วๆ ไม่ค่อยรู้ตัวเองดีง่ะ ส่วนฉากวาบหวาม(หวายดูใช้คำ) คนใสๆก็จะไม่อะไรมากนะเจ้ จะบอกแค่ชอบมาก555555555555555 กร้าก ก็แค่ห้านาที พี่มาร์คแค่คิดถึงมากเนอะ เนอะ ; ; แล้วแจ็คสันจะเป็นพ่อสื่อพ่อชักชักได้ชักเองงี้เป่า ฮือ คนดีอะ ไม่อยากให้แตงใจอ่อนให้อพบ.เลออ หมั่น ให้เป็นแจ็คแจแล้วพี่บีมาอยู่กับเราดีฝว่าเนอะ /-
    #319
    0
  5. #315 Camelotte (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 / 21:51
    งืออออ สองเดือนแล้วตัวเองงงง สู้ๆๆๆๆๆๆ ><
    #315
    0
  6. #294 baka_bunny (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 15:39
    กีสสสสสสสป้าควรจะสงสารใครดีคะ จินยองหรือมาร์คหรือทั้งคู่

    คริคริก่อนหน้านี้ได้แต่สกีรมฟิคเรื่องนี้อยู่ในทวิต แต่ตอนนี้มีไอดีในนี้แล้ว ก็มาสกรีมในนี้แล้วกันเนอะ

    ตอนต่อไปมาเร็ว ๆ นะคะป้ารอ ร๊อ รอ
    #294
    0
  7. #293 Prayy (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 กันยายน 2557 / 22:04
    รออยู่นะคะะ เข้ามาดูทุกวันเลยยยยยยย

    สู้ๆนะคะไรท์ สงสารจินยองจะแย่ พี่มาร์คก็สงสาร ยองแจอีกกก โอ๊ยยยยย TT TT
    #293
    0
  8. #292 Getgotgot7 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 กันยายน 2557 / 23:53
    ชอบฟิคนี้นะ แม้ฟิคนี้จะทำให้เราร้องไห้บ่อยๆ
    ตอนนี้ยิ่งหนักเลย ทำไมนะทำไ
    ความรักของคนสองคนถึงเดินสวนทางกันอยู่เรื่อย
    แต่ไม่สิ เพราะพี่มาร์ครักจินยองมาตลอด 
    จินยองรู้ใจตัวเองได้แล้วนะ 😘
    #292
    0
  9. #289 Angalgel (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 กันยายน 2557 / 01:34
    อ่านแล้วแบบ ฮืออ สงสารพี่มาร์คที่สุด เจ็บตลอด จินยองก็คงรู้แล้วสินะ สิ่งที่พี่มาร์คเจอมา มันเจ็บปวดเพียงใด แจบอมตกลงคือรักจินยอง แล้วยองแจล่ะ ? เอาเป็นว่าฝากความหวังไว้ที่แจ็คสันแล้วกัน ช่วยจินยองให้ได้นะ
    #289
    0
  10. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  11. #285 งิจังอีโช่ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 21:29
    เศร้าอ่ะ ;_____; บีบหัวใจมากตอนนี้ พี่มาร์คไปไหน กลับมาหาจินยองเดี๋ยวนี้นะ! ฮรืออออออออออT___T
    #285
    0
  12. #284 ` Kathy (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 18:55
    โหยยยย อย่างเจ็บอะ พี่มาร์คเจ็บมากี่ครั้งกันแล้วน่ะ แบบจินยองดูผิดไปหมดเลย ผิดทุกอย่างอะ ผิดตั้งแต่ตอนแรกแล้วแงงงงง ไม่รู้อะสงสารพี่มาร์ค ว่าแต่แจบอมชอบใครกันแนนน่
    #284
    0
  13. #283 นะ..นีออ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 17:15
    เเจ็คสันซะอย่างพี่มาร์คจะกลับมาใช่ไหม
    จะสงสารจินยองก็สงสารไม่สุด เพราะก็ทำตัวเองจริงๆนั่นเเหละ
    เเต่ยังไงก็อยากให้พี่มาร์คกลับมาหาจินยองอีกครั้งนะ
    รอที่เหลือนะค๊าบ ^^
    #283
    0
  14. #282 Geminious (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 12:05
    เจ็บปวดไงไม่รู้
    #282
    0
  15. #281 หมอนใบหนึ่ง (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 09:28
    แจ็คสันคิดอะไรแผลง ๆ แน่ ๆ เลย แต่ก็อยากให้มาร์คกลับมาหาจินยองอีกครั้งอ่ะ
    #281
    0