` S H O R T F A N F I C R O O M | G O T 7 ♡

ตอนที่ 24 : { S F } AMNESIA : 기억력 상실 {Mark x Jinyoung ft. Jaebum} chp.05 。

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 347
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    27 ก.ค. 57

 
 

 

 

{ AMNESIA : 기억력 상실}

pairing ; Mark x Jinyoung ft. Jaebum
author ; pinnathero
genre ; little drama,romantic,medical

type ; AU,PWP

rate ; pg-15




 

 

 



(หมายเหตุ : Hanamizuki (acoustic guitar solo) / Hitoto You (arranged&performed by Yuki Matsui) : http://youtu.be/w0hxzhu0mEc )

 

 

 

warning ; อยากมีแท็กกับเขาซักเรื่อง สกรีมเรื่องนี้แท็ก #มนความจำเสื่อม ในทวิตด้วยน้า

 

warning 2 ; ความหมายเพลงไม่เกี่ยวกับเรื่องนะ แค่นึกถึงเพลงตอนเด็กๆที่เคยร้องได้เฉยๆ เรื่องนี้อาจจะยาวหน่อยประมาณ 5-6 ตอน แต่ไม่มั่นใจว่าจะตัดจบตอนที่เท่าไหร่ ติดตามและฝากไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ 

 

warning 3 ; เป็นครั้งแรกที่ได้ลองแต่งฟิคทางการแพทย์และดราม่ามากแบบนี้ ถ้าผิดพลาดเรื่องข้อมูลอย่างไรต้องขออภัยด้วยนะคะ ไรท์เตอร์ไม่ได้เรียนหมออ่ะง่ำๆ แค่ชอบซีรี่ส์การแพทย์เฉยๆเอง อย่าดราม่าใส่กันนะฮึก T_T

 

 

                                                     

 

 

 











 

 

 

 

 

 

 

 

 ปาร์คจินยองยังคงนั่งมองโทรศัพท์มือถือเครื่องสวยที่มีข้อความแจ้งเตือนมาเมื่อสิบนาทีก่อน หลังจากที่เขาเดินไปส่งมาร์คถึงห้องพักผู้ป่วยจนคนไข้นอนหลับเรียบร้อยดีแล้ว เขาก็รู้สึกได้ถึงการสั่นตัวของโทรศัพท์มือถือว่ามีข้อความแจ้งเตือนเข้ามา เพียงแค่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเท่านั้น เขาก็แทบอยากจะยัดมันลงกระเป๋าเสื้อกาวน์แสร้งทำเป็นลืมไปเสีย แต่ไม่คิดว่าจนตอนนี้เขาก็ยังจดจ้องข้อความที่ถูกส่งมาแล้วร่วมกว่าสิบนาทีด้วยความรู้สึกสับสนอย่างบอกไม่ถูก ทั้งๆที่ทุกอย่างกำลังจะผ่านไปได้ด้วยดีแล้ว แต่ทว่ายังกลับไม่ถึงเวลาที่จะเป็นเช่นนั้น

 

 

 

 

 

อิมแจบอม : อยู่ไหนน่ะจินยอง ... เย็นนี้ไปทานข้าวด้วยกันหน่อยไหม ? เราไม่ได้ไปทานข้าวด้วยกันนานแล้วนะ

 

 

 

 

 

มือบางทั้งสองข้างยกขึ้นมาลูบหน้าแรงๆหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จินยองพยายามที่จะไม่สนใจในข้อความที่ส่งมา แม้จะหันมาสนใจงานบนหน้าจอคอมพิวเตอร์แต่ก็ไมได้ทำให้เขาเลิกคิดมากเรื่องของอิมแจบอมไปแม้แต่นิดเดียว เขารู้สึกว่าแจบอมแปลกไปตั้งแต่ที่เขาเจอมาร์คในสภาพที่เป็นผู้ป่วยของเขา เหมือนกับว่าแจบอมกำลังจ้องจับผิดอะไรบางอย่าง แจบอมคนเดิมกำลังกลับมาอีกครั้ง ได้แต่นั่งคิดหนักก่อนจะเงยหน้ามองเมื่อจู่ๆบานประตูห้องทำงานของเขาถูกเปิดออกกว้างพร้อมร่างสูงโปรงที่แสนคุ้นตา มีเพียงไม่กี่คนที่จะเปิดประตูห้องทำงานของเขาโดยที่ไม่เคาะประตูก่อน ถ้าไม่ใช่ชเวยองแจ รุ่นน้องคนสนิทของเขา ก็เป็น ...

 

 

 

แจบอม ...

 

ทำไมนายไม่ตอบข้อความของฉัน ?แจบอมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกกลัวขึ้นมาแปลกๆ หากเวลานี้มียองแจหรือใครซักคนเผลอเปิดประตูเรียกเขาหรือแสร้งเข้ามาบอกด้วยสีหน้าตื่นตระหนกว่ามีเคสฉุกเฉินให้รีบไปดูด่วน เขาคงจะรู้สึกอยากขอบคุณคนๆนั้นมาก แต่ทว่ากลับเหมือนฝันลมๆแล้งๆเสียมากกว่าเพราะรุ่นน้องคนสนิทเพิ่งเลิกเวรออกไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ จินยองจึงทำได้แต่ถอนหายใจออกมายอมรับชะตากรรมที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้านั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

ขอโทษที คือฉันตรวจคนไข้ เลยไม่ว่างตอบข้อความนายน่ะ

 

 

 

แม้เขาจะกลัวมากแค่ไหนแต่ก็ต้องทำเป็นเสียงแข็งใจสู้กับคนตรงหน้าอยู่ตลอดเวลา ก็เป็นความจริงที่เขาพูดออกไป ไม่ได้มีเพียงแค่มาร์คต้วนเท่านั้นที่เป็นคนไข้ในการดูแลของเขา ยังมีคนอื่นอีกมากมายเช่นกัน แม้ว่าจะเป็นกรณีเล็กๆน้อยๆไม่ได้สาหัสเหมือนมาร์ค แต่นั่นก็คือเหล่าคนไข้ของเขา ทว่าอีกฝ่ายกลับมาอารมณ์เสียใส่เพียงเพราะไม่ตอบข้อความที่ไม่ได้สำคัญอะไรมากมายเท่าชีวิตคนไข้อย่างนั้นเหรอ

 

 

 

อ้างเป็นแค่ตรวจคนไข้อย่างเดียวงั้นเหรอจินยอง ?แจบอมแสยะยิ้มจรดมุมปากเล็กน้อย ยิ่งทำให้อารมณ์หงุดหงิดที่เริ่มก่อตัวเล็กน้อยของจินยองพุ่งพล่านมากขึ้น

 

แล้วจะให้ฉันอ้างอะไรล่ะ ต้องให้ฉันพูดยังไงถึงจะถูกใจนายทุกอย่าง ?! ”

 

ฉันก็แค่ ... ไม่คิดว่านายจะสละเวลาดูแลคนไข้ได้ดีจนน่าตกใจขนาดนี้ .. โดยเฉพาะคนไข้รายแรกของนาย รู้สึกว่านายดูแลเทคแคร์หมอนั่นเป็นพิเศษจังนะเพียงแค่ถ้อยคำประชดประชันราวจับผิด กลับทำให้ร่างบอบบางแทบอยากเซล้มอย่างไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าน่ารักรู้สึกชาราวกับว่าโดนฝ่ามือหน้าฟาดลงมากระทบแก้มเนียนนั้น

 

 

 

 

 

... หรือว่าอิมแจบอมรู้แล้วว่ามาร์คต้วนเป็นใคร ? ...

 

 

 

 

 

.. หมายความว่ายังไง ?

 

หึ ฉันก็แค่รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาคนไข้ของนายคนนั้นมาก .. ก็เท่านั้นเองร่างสูงโปร่งหัวเราะในลำคอก่อนจะสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้เจ้าของห้องทำงานที่กำลังถอยหลังออกห่างอีกฝ่าย คิ้วสวยขมวดลงทันทีด้วยความไม่พอใจกับการกระทำที่ดูละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวมากเกินไปของอิมแจบอม

 

คนไข้จะเข้าออกโรงพยาบาลหลายครั้งมันก็ไม่แปลกหรอกนะที่นายจะคุ้นหน้า นายไม่เคยรักษาคนไข้ที่แอดมิดบ่อยๆรึไง ?

 

ก็ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น

 

ฉันไม่ชอบคนจ้องจะจับผิดตัวฉัน แต่นายกำลังทำมันอยู่ รู้ตัวบ้างรึเปล่า ?

 

ฉันแค่รู้สึกว่า บางทีฉันอาจจะรู้จักคนไข้คนนี้ก็ได้นะ ถ้านายแนะนำให้ฉันรู้จัก

 

ฉันว่านายก้าวก่ายเรื่องงานของฉันมากไปแล้วนะ อิมแจบอม !! ”

 

แล้วยังไงล่ะ ?

 

นายไม่มีสิทธิ์ยุ่งเรื่องงานของฉัน ! นายควรไปทำหน้าที่ของนายให้ดีๆเถอะถ้านายคิดว่าตัวนายว่างมากน่ะ

 

 

 

จินยองตวาดอย่างเหลืออด มือบางพยายามผลักแผ่นอกหนาที่โน้มลงมาให้ออกไปห่างๆ หากแต่เหมือนอีกฝ่ายยังพยายามใช้แรงยื้อมันไว้ทำให้เขาไม่สามารถทำให้แจบอมออกห่างจากตัวเขาได้ มือหนาคว้าไปที่ข้อมือทั้งสองข้างพร้อมดึงร่างบางให้เข้ามาใกล้จนแทบสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนระอุของแจบอมและเสียงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความกลัวของจินยอง ดวงตาเรียวจ้องมองใบหน้าหล่อด้วยสายตาจ้องเขม็ง แจบอมโน้มใบหน้าของตนลงมาใกล้ใบหน้าน่ารัก ก่อนที่จะเอ่ยประโยคที่สร้างความอึดอัดใจสำหรับจินยองมากขึ้น มือหนาที่จับข้อมือเล็กนั้นผละร่างบอบบางให้ออกห่างพร้อมเดินออกจากห้องทำงานของประสาทศัลยแพทย์ไปโดยที่ไม่สนใจใบหน้าที่คล้ายคนกำลังจะร้องไห้ของอีกคนเลยแม้แต่นิดเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก็ถ้าคนไข้คนนั้นกำลังทำให้นายหลงรักมันจนโงหัวไม่ขึ้น ฉันก็พร้อมที่จะเข้าไปก้าวก่ายเพื่อดึงนายกลับคืนมา ปาร์คจินยอง ! ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

xx.

 

 

 

 

 

 

 

 

มาแล้วเหรอจินยองเสียงทุ้มนุ่มของมาร์คต้วนเอ่ยดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนอย่างที่เคยเห็นในทุกๆวัน จินยองยกรอยยิ้มกว้างตอบกลับไป

 

 

 

 

 

ผ่านไปสามเดือนแล้วทุกอย่างดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ กลุ่มผมนิ่มสีน้ำตาลเริ่มยาวขึ้นมาบ้าง จากเดิมที่ไร้เส้นผมปกคลุมจนต้องใช้หมวกไหมพรมคลุมศีรษะเอาไว้ สภาพร่างกายทุกอย่างดูจะเข้าที่เข้าทางมากขึ้น อาการทุกอย่างเริ่มดีขึ้นตามลำดับ ความทรงจำในส่วนที่หายไปบางส่วนก็เริ่มกลับมา มาร์คเริ่มจำได้แล้วว่าเขารู้จักและเคยสนิทกับคุณหมอคนน่ารักตรงหน้านี้มากพอสมควร เขาเริ่มจำทุกอย่างเกี่ยวกับคุณหมอระบบประสารทได้

 

 

 

 

 

หากแต่ ... มาร์คต้วนก็ยังคงจำไม่ได้ว่าตนเคยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งมากกว่าเพื่อน รุ่นน้อง และคนรู้จักกับปาร์คจินยอง

... เขาจำไม่ได้ว่าเคยเป็นแฟนกับปาร์คจินยอง ....

 

 

 

 

 

มาแล้วล่ะพี่มาร์ค เป็นยังไงบ้างวันนี้ ?จินยองหย่อนตัวนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆเตียงผู้ป่วยพลางเอ่ยถามคนไข้ร่างโปร่งที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่บนเตียง

 

" ก็ปกติดี พี่ไม่ค่อยปวดหัวแล้วล่ะ "

 

" ไม่ๆ ... ผมหมายถึงความทรงจำของพี่ .. " คุณหมอเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาเมื่อพูดถึงความทรงจำที่ยังไม่กลับคืนมา บางทีมันเป็นเรื่องที่ดีที่คนตรงหน้าจะจำในส่วนที่เหลือไม่ได้

 

 

 

 

 

... ความทรงจำในส่วนที่แย่ที่สุดของชีวิตมาร์คต้วน เขาไม่อยากให้มาร์คจำได้จริงๆ ...

 

 

 

 

 

" อ๋อ .. มันก็กลับมาบ้างแล้ว พี่จำได้แล้วว่าตัวพี่เองทำงานเป็นวิศวกร มีน้องสาวที่อยากเรียนวิศวะฯเหมือนกัน "

 

" ... ดีแล้วล่ะ "

 

ต้องขอบคุณแจ็คสันกับซูฮยอนที่ช่วยพี่เอาไว้ ถ้าพี่ไม่ได้รูปที่ซูฮยอนวาดและข้าวของที่เก็บเอาไว้เข้ามาช่วย พี่ก็คงจะจำอะไรไม่ได้ต่อไปเรื่อยๆแน่นอน มาร์คเอ่ยขอบคุณถึงน้องสาวที่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ดูแลเนื่องจากเป็นข่วงเวลาเรียนของเธอ จินยองพยักหน้าเชิงรับฟังในสิ่งที่คนไข้พูดถึง เพราะเขาเองก็คงไม่อยากเสนอตัวออกไปว่าถ้าไม่ใช่เพราะคำขอร้องที่ให้แจ็คสันรักษาจนหายนั่น ป่านนี้ร่างโปร่งก็คงจำอะไรไม่ได้

 

 

 

มาร์คเอื้อมมือลงไปหยิบกระดานสเก็ตซ์ภาพของน้องสาวที่วางเอาไว้ข้างๆเตียงขึ้นมาวางไว้บนหน้าตัก มือเรียวค่อยๆเปิดหน้ากระดาษที่ว่างเปล่าออกมาเผยให้เห็นรูปวาดบนหน้ากระดาษถัดไป บนกระดาษแผ่นนั้นปรากฏรูปวาดของคนสองคน คนหนึ่งมีรูปร่างสูงโปร่ง กลุ่มผมสีแดงที่ตัดกับผิวที่ขาวซีด ส่วนชุดมาสคอตเป็นฟักทองสวมมงกุฎไว้ ที่ยืนข้างๆนั้นคือรูปของผู้หญิงที่ผมยาวประบ่าสีดำสนิท ดวงตาเรียวคมที่ดูมีเอกลักษณ์ สวมชุดมาสคอตกระต่ายสีขาวสวมเทียร่าเพชรระยิบระยับสวยงาม เบื้องหลังของเจ้าชายและเจ้าหญิงมีปราสาทที่สูงตระหง่านและงดงามอยู่ รูปวาดนั้นถูกวาดเอาไว้อยู่กลางหน้ากระดาษพร้อมลงสีน้ำเอาไว้จึงทำให้รูปดูสวยและอ่อนโยนไปตามสีจางๆ แต่ทว่าที่น่าสังเกตภายในรูปนี้คือ ... ใบหน้าของคนสองคน

 

 

 

... เจ้าชายฟักทองยกรอยยิ้มกว้างราวกับกำลังทำให้โลกนี้สดใสด้วยรอยยิ้มของเขา แต่เจ้าหญิงกระต่ายกลับทำหน้าบึ้งตึงเหมือนไม่พอใจอะไรบางอย่าง ...

 

 

 

 

 

“ … ”

 

รูปวาดเจ้าชายฟักทองกับเจ้าหญิงกระต่าย ...

 

...

 

ตอนที่พี่เห็นรูปนี้ สิ่งแรกที่พี่นึกถึงคือรูปวาดนี้เคยมีอยู่ที่บ้านของพี่ อยู่ในห้องของพี่ บนผนังฝั่งที่พี่นอน พี่เคยวาดมันเอาไว้ ... ซูฮยอนคงจะจำมันแล้ววาดลงมา มือเรียวค่อยๆลูบไล้กระดาษที่มีภาพวาดอยู่อย่างแผ่วเบา ริมฝีปากเรียวยกยิ้มอย่างอ่อนโยน สายตากลมคมทอประกายแววตาอ่อนโยนไปตามรอยยิ้ม ไม่รู้ว่าทำไมเพียงแค่เขาเห็นรูปนี้เขารู้สึกว่าอยากยิ้มไปทั้งวัน แม้จะมองเห็นอย่างชัดเจนว่าเจ้าหญิงไม่ได้มีรอยยิ้มที่สวยงามตามเจ้าชายเลยแม้แต่น้อย

 

“ … ”

 

สิ่งต่อมาที่พี่จำได้คืออะไรรู้ไหม ? จู่ๆคนไข้ก็เอ่ยถามคุณหมอที่นั่งมองเขาพูดถึงเรื่องรูปภาพโดยไม่โต้แย้งว่าขี้เกียจฟัง รู้สึกรำคาญ พร้อมหันหน้ามามองด้วยแววตาที่รู้สึกมีความหมายเป็นพิเศษ แววตาที่ทำให้จินยองรู้สึกว่าหัวใจของเขากำลังจะกลับมาพองโตอีกครั้ง แต่ก็ได้แค่แสร้งเสมองหลบสายตาอีกฝ่ายไปพร้อมเอ่ยตอบกลับไปอย่างไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก

 

ผมไม่รู้หรอก

 

 

 

 

 

 

 

 

... พี่นึกถึงนาย จินยองอ่า ... พี่นึกถึงนาย

 

 

 

 

 

 

 

 

พี่มาร์ค ...

 

ไม่รู้สิ่ พี่รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้พี่นึกถึงนายบ่อย นึกถึงนายโดยไม่มีเหตุผล ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น

 

...

 

" แต่แค่พี่รู้ว่าเราเคยรู้จักกัน พี่จำนายได้ แค่นี้มันก็ดีมากพอแล้วล่ะ " มาร์คเอ่ยยิ้มๆก่อนจะหยิบน้ำผลไม้กล่องในถุงพลาสติกที่วางอยู่ตรงหน้าตนให้อีกฝ่าย ในขณะที่มืออีกข้างกำลังถือน้ำอัดลมกระป๋องสีแดงเอาไว้ จินยองมองด้วยสายตาที่งุนงง บางทีก็ไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่ว่าคนไข้ตรงหน้าจะจดจำสิ่งที่เขาชอบไม่ชอบได้เร็วเช่นนี้ได้อย่างไร

 

" หือ ? "

 

" ก็นายชอบรสนี้ไม่ใช่เหรอ หืม ? "

 

ทำไมพี่รู้ว่าผมชอบรสนี้ ?

 

พี่บอกแล้วไงว่าพี่จำได้ พี่จำเรื่องของนายได้แทบทุกอย่างแล้วล่ะ จำได้ว่านายชอบน้ำผลไม้กับนมช็อกโกแลต ไม่ชอบเหล้าเบียร์น้ำอัดลม ชอบเนื้อย่าง ไม่ชอบสลัดผักหลากสีอะไรนั่น ใช้ชีวิตอยู่แต่ในโรงพยาบาลแต่ก็อยากออกไปเที่ยวที่ทะเลบ้าง ... เป็นไงล่ะ พี่จำได้เก่งใช่ไหม ? ฮ่าๆๆๆ

 

พี่มาร์คเก่งจัง จำได้หมดทุกอย่างเลย

 

 

 

และจินยองก็ยกยิ้มหวานตอบกลับไปพร้อมรับน้ำผลไม้รสโปรดจากมืออีกคนมาดื่ม ในขณะที่มาร์คยังคงยิ้มบางๆเมื่อเห็นว่าคุณหมอคนน่ารักดูจะชื่นชอบกับน้ำผลไม้รสนี้เสียเหลือเกิน ร่างบอบบางที่มัวแต่จดจ้องอยู่กับการดื่มน้ำผลไม้ สายตาเรียวก้มมองกล่องน้ำผลไม้ราวกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งกล่อง ไหนจะสองมือที่จับกล่องเอาไว้แน่นยิ่งทำให้คนมองได้แต่รู้สึกเอ็นดูจนอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือเรียวไปยีกลุ่มผมนิ่มนั้นเบาๆ ดวงตาเรียวตวัดขึ้นมามองอีกฝ่ายด้วยสายตางุนงงก่อนจะแปรเปลี่ยนไปเป็นสายตาที่หงุดหงิด หงุดหงิดที่อยู่ๆคนไข้ของเขายีผมเขาเล่นหน้าตาเฉยเช่นนี้

 

อย่ายีหัวแรงดิ่พี่มาร์ค เสียทรงหมด

 

 

 

 

 

ทำไมนายน่ารักแบบนี้นะ ... พี่ชักจะชอบนายซะแล้วสิ่ จินยองอ่า

 

... พี่พูดอะไรอ่ะ .. ไม่ตลกนะ ดวงตาเรียวคมเบิกกว้างเมื่อใบหน้าหล่อละมุนของมาร์คโน้มลงมาใกล้ใบหน้าของตนพร้อมยกรอยยิ้มที่สามารถแกว่งหัวใจของเขาให้หมุนไปมาเหมือนเล่นเฮอร์ริเคนสามรอบ ดวงตากลมสบเข้ากับดวงตาเรียวที่จ้องมองเข้าไปถึงในดวงตาที่มองเห็นเพียงแค่ร่างบอบบางในชุดกาวน์อยู่เพียงผู้เดียว ใบหน้าน่ารักเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย หากแต่คิดจะเสมองก็ยังทำไม่ได้ เขารู้สึกได้ว่าดวงตาของมาร์คต้วนกำลังดึงดูดให้เขาต้องมองอย่างละสายตาไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถ้าพี่บอกว่าพี่อยากจีบนาย ... นายจะยอมให้พี่จีบรึเปล่า จินยองอ่า ?

 

 

 

 

 

 

... ผมขอโทษ .. ถ้าหากว่าพี่รู้ความจริงที่ถูกซ่อนเอาไว้ขึ้นมา พี่จะไม่อยากจีบผมแน่นอน ผมสาบานได้เลย .. พี่มาร์ค ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

xx.

 

 

 

 

 

 

 

 

พี่จินยอง ... เสียงใสของรุ่นน้องคนสนิทที่ทำงานวิจัยร่วมกันดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบภายในห้องทำงานของทั้งคู่ คุณหมอระบบประสาทเจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นจากกองงานพร้อมหันไปมองรุ่นน้องที่ทำหน้าไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ มือเล็กประสานกันไปมาราวกับเจอเรื่องไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่

 

มีอะไรเหรอยองแจ ? หรือว่านายยังกังวลเรื่องเกล็ดเลือดของคนไข้ที่เพิ่งผ่าตัดเมื่อตอนกลางวัน ? จินยองถามพลางเลิกคิ้วเชิงสงสัย เขาเข้าใจว่ายองแจอาจจะกังวลเรื่องคนไข้ที่มีเคสผ่าตัดเมื่อตอนกลางวันที่ผ่านมา การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี แต่มีปัญหาที่เกล็ดเลือดต่ำกว่าปกติ ทำให้อาการอาจจะยังไม่ทรงตัวได้ดีนัก เผลอๆอาจจะเข้าสู่อาการโคม่าก็เป็นได้ แต่ทว่ารุ่นน้องกลับส่ายหัวไปมาคล้ายว่าไม่ได้เครียดในเรื่องนั้น

 

เปล่าพี่ ... ผมไม่ได้เครียดเรื่องนั้น

 

แล้วเครียดเรื่องอะไรล่ะ ระบายให้พี่ฟังได้นะ

 

เรื่องพี่แจบอมครับ ... พอยองแจเอ่ยถึงเหตุผลที่นั่งหน้าเครียดมาแทบทั้งวัน จินยองก็ปั้นสีหน้าที่เคร่งเครียดตามทันที ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่ายองแจมีความสัมพันธ์ที่ทับซ้อนกับแจบอม แต่เพราะคนเป็นน้องเคยบอกอยู่ทุกครั้งว่าคนเป็นพี่ไม่เคยรักตน เห็นตนเป็นแค่เครื่องมือที่จะดึงรั้งรุ่นพี่ของตนเอาไว้เท่านั้น อีกทั้งส่วนตัวแล้วเขาก็รู้ดีแก่ใจว่าอิมแจบอมไม่เคยรักใครเท่ารักตัวเอง และครั้งนี้เขาก็รู้ดีว่ายองแจพยายามจะช่วยเหลือเขาทุกอย่าง แม้แต่เรื่องคำใบ้นั่นที่ทำเอาแจบอมหงุดหงิดหัวเสียไปหลายวันเพราะมัวแต่นั่งคิดความสัมพันธ์ที่ยองแจชักโยงไปมาจนแทบจะมาทำร้ายน้องต่อหน้าต่อตาเขาเพียงเพราะคำว่า พี่ชายของน้องสาวของคนที่พี่เขารัก

 

แจบอมทำอะไรนาย ?

 

ผมไม่รู้ว่าพี่จะรู้เรื่องรึยังนะ ... แต่พี่แจบอมเขาบอกกับผมว่าจะจัดการคนไข้ของพี่ ... เหมือนพี่เขาจะรู้ความจริงอะไรเข้าแล้วนะพี่จินยอง

 

“ … ”

 

ผมไม่รู้ว่าพี่แจบอมจะมาไม้ไหน ผมไม่รู้ว่าพี่เขาจะทำร้ายร่างกายคนไข้ของพี่หรือจะทำร้ายจิตใจคนไข้ของพี่ บางทีถ้าเขารู้เรื่องสภาพจิตใจที่กำลังฟื้นฟูตามสมอง พี่แจบอมอาจจะเอาตรงจุดนั้นมาเล่นงานพี่ก็ได้นะ

 

แจบอมเป็นหมอ เขาคงไม่กล้าทำร้ายร่างกายคนไข้หรอก มันเสียจรรยาบรรณของคนเป็นหมอ

 

ผมเป็นห่วงพี่ พี่ควรจะปกป้องคนไข้ของพี่แล้วก็ตัวพี่เองไว้ดีๆด้วยนะครับ ผมไม่อยากให้พี่แจบอมไปทำร้ายพี่และคนที่พี่รักนะ แค่นี้เขาก็เป็นคนเลวแย่เกินกว่าใครจะทนไหวแล้วจริงๆ

 

... พี่จะรีบจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ไม่มีใครรู้เรื่องนี้นอกจากนายใช่ไหม ?

 

ครับ .. มีแค่ผมคนเดียวที่รู้ ยองแจเอ่ยตอบโดยที่พยายามปิดบังว่ายังมีอีกคนสองคนที่รู้เรื่องนี้ แต่เขาจะไม่พยายามลากเพื่อนและรุ่นน้องเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้เด็ดขาด เพียงแค่มีเขาคนเดียวที่เขามาเป็นเครื่องมือของพี่แจบอมมันก็แย่เกินไปทั้งร่างกายและจิตใจแล้วจริงๆ

 

เข้าใจแล้วล่ะ ...

 

 

 

 

 

 

 

 

พี่จินยองคะ ?ระหว่างที่ประสาทศัลยแพทย์หนุ่มกำลังเดินผ่านแผนกห้องฉุกเฉินไป เสียงของเด็กหญิงผู้เป็นน้องสาวของคนไข้รายแรกคนสำคัญของเขาดังขึ้น ร่างเล็กวิ่งเข้ามาหาทันทีที่เอ่ยเรียกชื่อของเขา จินยองหันหน้าไปมองซูฮยอนก่อนจะยกยิ้มให้อย่างเคยชิน

 

มีอะไรเหรอครับ ซูฮยอน ?

 

เมื่ออาทิตย์ก่อน มีคนมาถามหนูเรื่องพี่มาร์คน่ะค่ะ ...

 

หืม ?จินยองขมวดคิ้วทันทีเมื่อจู่ๆคนเป็นน้องสาวเอ่ยถึงเรื่องของพี่ชายของตน แม้เขาจะเริ่มรู้สึกแปลกๆที่ได้ยินเพราะเดี๋ยวนี้เริ่มมีแต่คนสนอกสนใจคนไข้ของเขาเป็นพิเศษจนแทบอยากสั่งกำชับให้คนมาดูแลห้องนั้นมากขึ้นไปอีก ต้องบอกอย่างเต็มปากว่าเขาไม่ไว้ใจอิมแจบอม ตั้งแต่วันนั้นมาเขาไม่เคยไว้ใจอีกฝ่ายเลยแม้แต่วินาทีเดียว

 

เขาถามหนูว่า ...

 

ซูฮยอน ตามพี่มามือบางคว้าหมับไปที่ท่อนแขนเล็กนั้นพร้อมจูงให้เด็กสาวเดินตามตนไปที่บันไดหนีไฟของตึกโดยที่ซูฮยอนก็ยังคงเดินตามมาด้วยอย่างไม่อิดออดอะไร มือบางเปิดบานประตูทางออกฉุกเฉินก่อนจะพาร่างของตนและเด็กสาวเข้าไปพร้อมปิดมันเอาไว้และคลายมือออกจากท่อนแขนเล็กนั้น

 

เอ่อ ...

 

ซูฮยอนช่วยเล่าเรื่องทั้งหมดมาให้พี่ฟังได้รึเปล่า ?จินยองย่อตัวลงเทียบเท่าความสูงของเด็กสาวพร้อมถามเด็กสาวที่กำลังลังเลใจเรื่องที่จะเล่าออกไป และคำตอบจากเด็กสาวคือการพยักหน้าตอบรับที่จะเล่าให้ฟังทั้งหมด

 

เมื่ออาทิตย์ก่อน มีหมอคนหนึ่งเขาเข้ามาถามหนูเรื่องพี่มาร์คน่ะค่ะ

 

“ … ”

 

เขาถามถึงอาการของพี่ชายหนู แล้วก็ถามว่าหนูเป็นอะไรกับพี่เขา ถามอีกว่าครอบครัวหนูมีพี่น้องกี่คน

 

แล้วซูฮยอนตอบไปว่ายังไง ?

 

หนูก็โกหกไปเยอะเหมือนกันค่ะ ... หนูไม่ค่อยไว้ใจเขาเท่าไหร่ เขาดูเจ้าเล่ห์จนน่ากลัว หนูกลัวว่าเขาจะมาทำร้ายพี่ชายของหนู อีกอย่าง ... เขาไม่ใช่คุณหมอแผนกที่จะรักษาพี่มาร์คของหนูด้วย ซูฮยอนบอกออกไปตามที่ตนรู้สึกด้วยสีหน้าหวาดระแวงอย่างเห็นได้ชัดเจน

 

 

 

เธอโกหกว่าตัวเธอเป็นหลานสาวของมาร์คต้วน ไม่ใช่น้องสาว และยังโกหกออกไปอีกว่า ครอบครัวของมาร์คต้วนมีพี่น้องสี่คน ทั้งๆที่ในตอนนี้มีเพียงแค่สองพี่น้องเท่านั้น เธอโกหกออกไปแทบทุกอย่าง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสัญชาตญาณดีหลังจากที่เคยประสบปัญหาจนตรอกจนจำเป็นต้องพูดโกหก หรือเป็นเพราะกลัว ซูฮยอนก็พูดโกหกคำโตเอาไว้แล้ว

 

 

 

พอจะจำหน้าตาของเขาได้รึเปล่าว่าหน้าตาของเขาเป็นยังไง ?

 

ตาเรียวชั้นเดียวค่ะ ... อืม หล่อด้วยแต่ดูหล่อแบบเจ้าเล่ห์ชอบกล รูปร่างสูงโปร่งดูเท่แต่เท่น้อยกว่าพี่ชายหนู แล้วก็ผมสีดำสนิท ..

 

... ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อ๋า ! บนกระเป๋าเสื้อกาวน์ปักไว้ว่า ... ศัลยแพทย์แผนกหัวใจและหลอดเลือด ค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ศัลยแพทย์แผนกหัวใจและหลอดเลือดที่มีปัญหากับคนไข้ของเขามีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ...

 

 

 

... อิมแจบอม ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-TBC .xoxo


 



สวัสดีผู้อ่านทุกคนทั้งที่ติดตามและหลงทางมาอีกครั้งนึงนะคะ ' ^ '

ตอนที่ห้าคลานออกมาให้ทุกคนได้อ่านกันแล้วเย้เย้ !!!!
รู้สึกจะเริ่มเข้มข้น(รึเปล่า?)มากขึ้นแล้ว
หูยยย ไม่อยากบอกว่าที่จริงพี่บีไม่ได้ใจร้ายแบบนั้นนะคะ ; w ;
แต่งไปแต่งมาเริ่มจำปมที่ตัวเองสร้างไม่ได้แล้วกำกำ เลยแต่งออกมาช้า ขอโทษด้วยนะคะ ; _ ;
อาจจะจบที่ตอนที่ 7 หรืออาจจะมีสเปเชียลต่อรึเปล่านี่ ...
รอติดตามต่อไปนะคะงุ้ยงุ้ย
ย้ำอีกครั้ง .... ฟิคเราไม้ได้ใจร้ายนะคะฮึกฮึกฮึก นั้มตาไหลนะ T_T


อีกสองวันจะย้ายถิ่นแล้วฮึก ; w ;
ย้ายไปเรียนต่างจังหวัดก็ต้องย้ายถิ่นด้วย.....
เรื่องมันเศร้าขอนมเข้มๆ #ผิด
อาจจะไม่ค่อยว่างอัพฟิคเหมือนเช่นเคยแต่ก็จะมาบ่อยๆไม่ลืมแน่นอนค่ะ
แล้วก็เรื่องฟิค #ตุ๊ดปูซาน เราจะเริ่มแต่งหลังจบเรื่องนี้น้า
coming soooooon !!!!!


เอาเป็นว่าขอบคุณที่ติดตามกันมาถึงตอนนี้นะคะ 
สามารถพูดคุยทักทายติชมฟิคเราทางทวิต (.) ได้เลยน้า เย้เย้

ไว้เจอกันใหม่ในตอนต่อไปโน้ะ อย่าลืมอ่านเสร็จเม้นด้วยนะคะ
พลีส พลีส พลีส พลีส พลีส พลีส T . T

รักคนอ่านทุกคนนะฮิฮิฮิ <3

 

:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

347 ความคิดเห็น

  1. #228 gwaan (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 12:56
    อิมแจบอม อิมแจบอม อิมแจบอมอีกแล้ว อ่าฮือออออ

    พี่มาร์คกับคุณหมอคนน่ารักอยู่ในสภาวะอันตรายอีกรอบ T_____T



    รอตอนต่อไปนะครับผม^^
    #228
    0
  2. #227 COTTY✿ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 11:56
    พี่อ่านแล้วรู้สึกว่าพี่บีใจร้ายจริงๆนะ น่ากลัวมาก
    อ่านแล้วหวั่นสุดๆ เข้าใจความรู้สึกยองแจเลย
    แล้วจะจบแล้วหรอ? รู้สึกว่าเรื่องยังต่อได้อีกไกล
    เป็นช็อตฟิคที่เหมือนจะเป็นเรื่องยาว 5555555
    เชียร์ให้พี่มาร์คจีบจินยอง ง่อววว ดูน่ารักอ่ะ
    มีถามด้วยว่าจีบได้ไหม รู้สึกเขิน -////////-
    ยังไงก็สู้สู้นะ พี่รออ่านตอนต่อไปอยู่ -3-
    #227
    0
  3. #226 ` Kathy (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 00:51
    ดูยังไงก็ดูเหมือนแจบอมใจร้ายง่ะ จะทำอะไรพี่มาร์คหรือเปล่า แงงงงง แอบสงสารจินยองแฮะ
    จริง ๆ แล้วพี่มาร์คความจำเสื่อมแบบนี้ก็ดีนะ กลับไปชอบจินยองใหม่ เรื่องเก่าจะได้ไม่ต้องคิด ไม่เครียดด้วย
    #226
    0