` S H O R T F A N F I C R O O M | G O T 7 ♡

ตอนที่ 12 : { O S } NOSTALGIA : 노스탤지어 {Jaebum x Jinyoung} 。

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 772
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    11 พ.ค. 57




 

 

{ NOSTALGIA : 노스탤지어 }

pairing ; Jaebum x Jinyoung
author ; pinnathero
genre ; little romantic,drama

type ; AU,PWP

rate ; pg-15




 

 

 



(หมายเหตุ : Nostalgia / Sungha Jung : http://youtu.be/sL19kIaXE_w )

 

 

 

warning ; ขอแต่งคั่น #ฟิคอวจ ก่อนนะคะ แบบว่าคิดไม่ออกฮือฮือฮือ (?) แท็กฟิคเรื่องนี้ #นสทจ นะคะงืมงืม

 

warning 2 ; เรื่องนี้ดราม่านะ สาระใจความสำคัญก็ไม่มี กากสุดๆเลยล่ะ สีตัวหนังสืออาจจะอ่อนไปหน่อย ขอโทษนะคะ เอาเป็นว่า ... ไรท์เตอร์มึน เราผิดไปแล้ววววว T_T

 

 

 

 

 











 

 

 

 

... ถ้าการคิดถึงบ้านเป็นข้ออ้างเดียวที่กำลังทำให้จิตใจของผมบอบช้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ...

 

 

 

 

 

... ผมขอเลิกคิดถึงบ้านดีกว่า ...

 

 

 

 

 

 

 

 

xx

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

" เมื่อไหร่ผมจะได้กลับบ้าน " นี่คือประโยคแรกในทุกๆวันที่เด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีหน้าตาน่ารักอย่าง ปาร์คจินยอง มักจะเอ่ยขึ้นเพื่อรอคำตอบที่จะได้กลับมาเสมอ สายตาคมทอดมองออกไปคล้ายคนไร้ชีวิตชีวา เหมือนต้นไม้ขาดการดูแลจากเจ้าของ

 

 

 

 

 

มันค่อนข้างจะชินชาหูมากสำหรับพี่ชายกำมะลอวัยยี่สิบสามปีอย่าง อิมแจบอม แต่ทว่าบางครั้งมันก็น่ารำคาญมากเช่นกัน เขาต้องมาทนฟังคำถามเดิมๆซ้ำๆของเด็กดื้อที่นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง วันๆไม่ทำอะไรเลยนอกจากไปโรงเรียนอย่างเหม่อลอย พอกลับบ้านมาก็พร่ำบอกคิดถึงบ้านอยู่อย่างนั้น แต่เขาก็ได้แค่ปั้นหน้าฉีกยิ้มเสแสร้งกลับไปเท่านั้นอย่างช่วยอะไรไม่ได้ ถ้ามันทำให้คนตรงหน้าฝืนยิ้มตามเขาได้บ้างมันก็คงจะดี

 

 

 

 

 

" เดี๋ยวแม่ก็มารับนะจินยอง " ได้แต่พูดประโยคเดิมๆซ้ำๆ ทั้งๆที่รู้ว่า แม่ ที่เขาพูดถึงไม่มีทางกลับมารับเด็กน้อยที่นั่งอยู่ตรงหน้า

 

" คำว่าเดี๋ยวที่พี่ว่านี่อีกนานไหม .. ผมคิดถึงแม่ " มือบอบบางจับเข้าที่ชายเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มร่างสูงไว้พร้อมเงยหน้าสบตามองอีกฝ่ายด้วยแววตาของคนที่กำลังรอคอยบางสิ่งบางอย่างแต่มันช่างดูสิ้นหวังเหลือเกิน อดไม่ได้ที่จะย่อตัวลงแล้วคว้าร่างบางเข้ามาในอ้อมกอดอบอุ่น กระชับอ้อมกอดเอาไว้แน่น มือข้างหนึ่งยกลูบศีษะของคนตัวบางอย่างอ่อนโยน

 

" อีกไม่นานครับเด็กน้อย ... อีกไม่นาน "

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

... สุดท้ายก็ทำได้เพียงแค่เอ่ยถ้อยคำโกหกให้เด็กน้อยของเขาที่คอยเลี้ยงดูมาตลอดสิบสามปีรับฟังเหมือนเดิม ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

" นายจะโกหกจินยองไปอีกนานแค่ไหนวะ ก็รู้อยู่แล้วว่าแม่ของเด็กนั่นไม่มีทางกลับมาแล้ว " คำถามที่ถูกยิงมาโดย แจ็คสันหวัง เพื่อนสนิทของแจบอมที่ทนเห็นเพื่อนของตนโกหกเด็กหนุ่มที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อยู่ทุกวี่ทุกวันไม่ได้ แจบอมทำได้แค่เพียงนิ่งราวกับกำลังใช้ความคิดเท่านั้น

 

 

 

 

 

... มันยังไม่ถึงเวลาที่เด็กคนนั้นจะรับรู้ความเป็นไปของแม่ของตน ...

 

 

 

 

 

" เป็นนาย นายกล้าที่บอกออกไปเหรอว่าแม่ของจินยองตายไปแล้ว แกใจแข็งพอที่จะทนเห็นน้ำตาของเด็กคนนั้นได้รึไง ถึงแม้ว่าแกทนได้ แต่ฉันไม่ ..

 

...

 

ฉันทนเห็นจินยองร้องไห้ไม่ได้ "

 

" แต่แกก็น่าจะรู้ว่าถ้าในอนาคตจินยองดันรู้เรื่องนี้ขึ้นมา แกจะทำยังไง ? "

 

" ถ้าถึงวันนั้นจริงๆ ... ฉันจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง " แจบอมหยิบแก้วใบใสที่ภายในบรรจุของเหลวสีอำพันกลิ่นฉุนจรดริมฝีปากหนาพร้อมดื่มของเหลวนั้นลงคอในครั้งเดียว

 

 

 

 

 

" แกชอบเด็กนั่นรึไง ? " มือหนาคว้าขวดวิสกี้ที่วางบนโต๊ะขึ้นมาแล้วรินของเหลวสีอำพันที่บรรจุอยู่ภายในใส่ในแก้วของตนโดยไม่ได้สนใจคิ้วเรียวสวยของเพื่อนสนิทที่กระตุกขึ้นลง แจ็คสันเงยหน้าจากแก้วเหล้าสีสวยเพื่อสบตามองอีกฝ่ายอย่างมีเลศนัยอยู่ไม่น้อย

 

" แกพูดอะไร แจ็คสัน ? "

 

" ดูเหมือนแกเป็นห่วงเป็นใยจินยองมาก กลัวเจ้าเด็กนั่นเสียใจ .. ทำทีเหมือนว่าแกกำลังสนใจเด็กนั่น "

 

...

 

 

 

 

 

 

 

 

" แต่ฉันไม่คิดว่าแกจะลืมหรอกนะว่าแม่ของจินยองทำให้แม่ของแกต้องตาย อิมแจบอม "

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

xx.

 

 

 

 

 

 

ถ้าเปรียบคำพูดเหมือนน้ำมันที่รดลงบนกองไฟ คำพูดที่ตรงไปตรงมาของแจ็คสันหวังคือน้ำมันชั้นดีที่กำลังถูกราดลงบนกองไฟเจ้าปัญหาภายในหัวใจของอิมแจบอม แม้เขาจะรู้สาเหตุการตายของคุณนายปาร์คฮเยมี ผู้เป็นมารดาของเด็กหนุ่มที่เขาคอยเลี้ยงดูเป็นอย่างดี แต่เขาก็ไม่คิดที่จะบอกเด็กหนุ่มให้ได้รับรู้ เรื่องราวนี้ถูกเก็บไว้เป็นความลับมาสิบสามปีแล้ว เขาจะไม่ยอมให้จินยองรับรู้เรื่องราวอันแสนเศร้าที่เขาปกปิดมันมานานตามที่เคย ให้สัญญา กับเธอคนนั้นไว้

 

สัญญาที่เขาเคยรับปากกับปาร์คฮเยมี มารดาของจินยองว่า จะดูแลเด็กน้อยคนนี้อย่างดีเสมือนว่าเป็นน้องชายแท้ๆคนหนึ่ง จะไม่ทำให้เด็กน้อยคนนี้เสียใจ จะไม่ปล่อยให้เรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ผ่านเข้าไปในหูของคนตัวเล็กได้ ถ้าหากลูกชายของเธอรับรู้ขึ้นมา ทั้งเธอและพี่ชายจำแลงอย่างเขาจะต้องรู้สึกเจ็บปวดภายในใจอย่างมาก เขาจะทำมันให้ดีที่สุด เขาจดจำวันที่สตรีวัยกลางคนเดินมาเคาะประตูบ้านของเขาพร้อมจูงมือเล็กของเด็กน้อยที่อายุห่างจากเขาไปห้าปีได้เป็นอย่างดี เธอร้องไห้อ้อนวอนให้เขาดูแลเด็กคนนี้เสมือนน้องชายคนหนึ่ง ก่อนที่เธอจะลาจากโลกนี้ไป แม้สิ่งที่ปาร์คฮเยมีกำลังกระทำลงไปจะไม่สามารถชดใช้ความผิดที่เคยทำกับมารดาของเขาลงไปได้ แต่นั่นมันก็สาสมแล้วกับสิ่งที่เธอคนนี้ควรจะได้รับ เธอคนนั้นควรจะได้รับรู้ความเจ็บปวดของแม่เขาบ้างก็เท่านั้น

 

 

 

 

 

... แต่กับลูกชายของเธอ .. เขาคิดว่าเด็กคนนี้ไม่ควรที่จะรับรู้กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับแม่ของตน ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ร่างสูงค่อยๆแง้มประตูห้องนอนที่ถูกป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า ห้องนอนของจินยอง แขวนเอาไว้ สาวเท้าเดินเข้ามาภายในห้องที่มืดสนิทแม้เจ้าของห้องจะเปิดผ้าม่านเพื่อรับแสงในยามค่ำคืนเอาไว้ก็ตาม แจบอมค่อยๆหย่อนตัวลงที่ว่างข้างๆเตียงนุ่มที่คนตัวบางกำลังเข้าสู่ห้วงนิทราอยู่อย่างช้าๆ ไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว มือหนาเอื้อมไปลูบกลุ่มผมนิ่มอย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆเลื่อนมือหนาลงมาที่พวงแก้มเนียนที่เขามักจะฉวยโอกาสสูดดมความหอมอยู่ทุกคราวที่เจ้าของเผลอ ไม่รู้ว่าเมื่อใดที่ใบหน้าหล่อโน้มลงมาใกล้ชิดกับคนน่ารักที่นอนหลับสนิทเช่นนั้น รู้เพียงแต่ว่าตอนนี้สมองของเขาไม่สามารควบคุมการกระทำที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ ใบหน้าหล่อโน้มลงไปพร้อมฝังจมูกโด่งลงกับแก้มเนียนนิ่มนั้น ค่อยๆเคลื่อนใบหน้าลงไปที่ริมฝีปากเรียวเล็กที่เขามักจะลองชิมมันอยู่ทุกครั้ง ริมฝีปากหนาค่อยๆประกบทับเรียวปากเล็กนั้นอย่างแผ่วเบา ลิ้นร้อนค่อยๆเก็บความหอมหวานที่มีไม่เคยหมดภายในโพรงปากของจินยอง นานจนคนตัวบางรู้สึกตัว จินยองค่อยๆขยับตัวไปมา ท่อนแขนเรียวเผลอยกขึ้นมาเพื่อโอบรอบต้นคอหนาของคนเป็นพี่ชายเอาไว้แน่นและคอยรับสัมผัสอันแสนหอมหวานนั้นอย่างรู้หน้าที่

 

พวกเขารู้ดีว่านี่มันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง อิมแจบอมและปาร์คจินยองเป็นพี่น้องกัน แม้จะไม่ใช่พี่น้องแท้ๆก็ตาม หากแต่ความรู้สึกที่ทั้งสองมีให้กันนั้นมันช่างตรงกันราวกับจิ๊กซอว์ที่ต่อเข้ากันได้พอดีกำลังชักจูงให้พวกเขาดำดิ่งเข้าสู่ห้วงความรักอย่างไม่รู้ตัว และก็รู้ดีว่า อิมแจบอมกำลังฝ่าฝืนคำสัญญาที่ให้ไว้กับปาร์คฮเยมี

 

 

 

 

 

อือ ...

 

พี่รักจินยองนะ

 

 

 

... ใช่ อิมแจบอมรักปาร์คจินยองมาก .. ไม่ใช่แค่ในฐานะพี่น้องจำแลง ไม่ใช่แค่ในฐานะคนรู้จัก ...

 

 

 

... แต่รักปาร์คจินยองในฐานะคนรักคนหนึ่ง ...

 

 

 

 

 

พ ... พี่แจบอมใบหน้าน่ารักแสดงท่าทีงุนงงกับคำพูดของคนตัวโตกว่า แต่ทว่ากลับถูกช่วงชิงริมฝีปากและลมหายใจไปอีกครั้งจนเจ้าของเรียวปากบางได้แต่เสมองไปอีกทางเพื่อไม่ให้ดวงตาเรียวกลมสมเข้ากับดวงตาเรียวดั่งนกเหยี่ยวของอีกฝ่าย ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแก้อาการเคอะเขิน

 

หืม ?

 

พี่พูดจริงเหรอ ... พี่หลอกผมอยู่ใช่ไหม ?

 

เรื่องไหนล่ะ ? ว่าแล้วก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งให้อีกคน ทำเอาคิ้วสวยได้แต่ขมวดเป็นปมระคนไม่สบายใจ

 

ก็เรื่องที่ ...

 

 

 

ถ้าเรื่องที่พี่บอกรักเรา ... พี่ไม่ได้หลอกนาย พี่รักนายจริงๆนะ

 

 

 

... อ .. อื้อ ผม .. ผมก็ ..

 

...

 

... รักพี่นะ พี่แจบอม

 

นานแค่ไหนแล้วล่ะ ?แจบอมเอ่ยถามพลางลูบกลุ่มผมนิ่มของคนตัวบางอย่าวแผ่วเบา ดวงตาเรียวคมยังคงจดจ้องใบหน้าของของน้องชายที่หัวใจของเขาไม่สามารถรับเด็กหนุ่มตรงหน้าให้อยู่ในฐานะน้องชายได้อีก

 

... สองปีแล้ว

 

นานเหมือนกันนะ ทนเข้าไปได้ยังไงกัน หืม ?

 

ผมก็ไม่รู้สิ่ ......

 

ให้สมกับรางวัลที่รอคอยมานาน มีอะไรอยากจะถามพี่รึเปล่า ... เรื่องที่นายอยากรู้จู่ๆอะไรบางอย่างมาดลใจเขาให้หัวใจที่เคยแข็งแกร่งดั่งภูเขาต้องอ่อนยวบราวกับขี้ผึ้งที่ถูกไฟรน แจบอมใจแข็งทุกครั้งเวลาที่เด็กหนุ่มถามเรื่องที่อยากรู้ แต่ครั้งนี้ เขากลับเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ถามอย่างอิสระ

 

 

 

... ก็แค่ไม่อยากเก็บมันไว้ในหัวใจให้อึดอัดอีกต่อไป ...

 

 

 

... มีครับ แต่ผมมีสิทธิ์ถามพี่ได้จริงๆเหรอ ?

 

มีครับ ... แต่มีข้อแม้อยู่สองอย่างนะแจบอมยกยิ้มอย่างอ่อนโยน แม้แสงจากภายนอกส่องเข้ามาไม่มากนัก แต่เขาสามารถมองเห็นใบหน้าน่ารักที่กำลังจดจ้องเขาด้วยแววตาประกายระคนมีความหวัง ใบหน้าที่ดูเหม่อลอยไร้ชีวิตกลับดูสดใสมากขึ้นจนคนมองรู้สึกจุกอกขึ้นมา

 

 

 

... เขากำลังดับความสดใสและความหวังอันล้มเปี่ยมของคนตรงหน้า

 

 

 

...

 

ข้อแรก ... ถ้าหากพี่บอกอะไรเราไป เราได้รับรู้เรื่องที่อยากรู้แล้ว ขอให้เราเชื่อว่านั่นคือความจริง พี่ไม่ได้โกหกจินยอง ไม่คิดอยากจะโกหก แต่เพราะมันยังไม่ถึงเวลาที่จะบอกก็เท่านั้น

 

...

 

 

 

 

 

 

 

 

และข้อสุดท้าย ... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าความรู้สึกของนายจะเป็นอย่างไรหลังจากที่รับรู้ในสิ่งที่อยากรู้แล้ว .. ขอให้นายจดจำไว้ว่า พี่รักนายมาก แม้ว่านายจะไม่รักพี่แล้วหลังจากนั้น ... นะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

xx.

 

 

 

 

 

 

ถ้าหากว่าย้อนเวลากลับไปได้ อิมแจบอมเลือกที่จะเก็บความลับนั้นเอาไว้ต่อไป ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำเหมือนไม่รู้เรื่องราวทั้งหมด เขาจะไม่เอ่ยปากถามร่างบางเลยว่าอยากรับรู้เรื่องอะไรที่ตนไม่ควรรู้บ้าง ถ้าทำได้ ...

 

 

 

... เขาจะไม่ทำให้คนตรงหน้าต้องเสียน้ำตามากมายเช่นนี้

 

 

 

แม้ว่าแจ็คสันจะเคยย้ำเตือนอยู่หลายรอบแล้วว่าเปิดเผยเรื่องราวนี้ให้ไวที่สุดเพื่อที่คนฟังจะได้ไม่เจ็บปวดมากกว่าที่ควรจะเป็น แต่เพราะหัวใจที่ไม่กล้าเผชิญหน้ากับความเป็นจริงที่รออยู่ปลายทาง สุดท้ายเขาก็ต้องรับผิดชอบทุกอย่างตาที่เคยพูดเอาไว้ เขาต้องยอมรับในความเจ็บปวดที่ได้เห็นหยดน้ำตาที่ไหลพรั่งพรูจากดวงตาเรียวนั้น ความรู้สึกภายในอกมันช่างเจ็บปวดอย่างหาสาเหตุไม่ได้ เขารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัดให้แน่นจนหยุดเต้นไปอย่างช้า ดวงตาเรียวทอดมองไปยังร่างบางที่กำลังร้องไห้อย่างหนักต่อหน้าหลุมฝังศพที่ถูกปักชื่อมารดาของตนไว้ จินยองร้องไห้สะอื้นเสียงดังจนไร้สติ มือบางโอบกอดหินอ่อนที่มีรูปสตรีผู้เป็นมารดากำลังส่งมอบรอยยิ้มอันอ่อนโยนเอาไว้แน่น จินยองตกอยู่ในสภาวะจิตใจตกต่ำอย่างรวดเร็ว เมื่อตอนเช้าของวันนี้เขาได้พามายังบ้านเกิดที่ร่างบางเคยอาศัยอยู่กับพ่อแม่ของตน ในตอนแรกเขายังคงเห็นรอยยิ้มสดใสที่ประดับอยู่บนใบหน้านั้น แต่แล้วเมื่อรถของเขาเลี้ยวเข้ามาภายในสถานที่หนึ่ง บรรยากาศแสนเงียบ จู่ๆใบหน้าของจินยองก็เศร้าลงทันตาเห็น เหมือนว่าจะรับรู้อะไรบางอย่าง และหยดน้ำตาเม็ดแรกที่เจ้าตัวอดกลั้นมันมานานก็ปล่อยลงมาทิ้งตัวสู่พื้นดินทันที ...

 

 

 

 

 

พี่รู้เรื่องนี้ .. ฮึก .. มานานรึยัง ...จินยองเอ่ยถามอีกฝ่ายที่ยังคงยืนเงียบอยู่ด้านหลังของเขา หลังจากที่ตนรวบรวมสติให้อยู่นิ่งได้แล้ว แต่ก็ไม่สามารถเก็บกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ได้

 

... สิบสามปีแล้ว

 

แล้วพี่ ... รู้เหตุผลที่แม่ของผม .. จากไปไหม ?

 

รู้ .. พี่รู้ดี

 

ทำไมพี่ไม่ห้ามแม่ของผมว่าไม่ให้ท่านทำแบบนั้น ...

 

...

 

แล้วทำไมพี่ไม่เคยบอกผมเลย ...

 

...

 

... ทำไมพี่ไม่บอกผม พี่จะเก็บมันเอาไว้อีกนานแค่ไหน พี่จะหลอกให้ผมรอคนที่จากโลกนี้ไปอีกนานแค่ไหน !?! ” จินยองตวาดใส่ร่างสูงอย่างทนไม่ได้ ก่อนจะก้มหน้าลงพร้อมปล่อยโฮเสียยกใหญ่ มือบางยกขึ้นมาปิดใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาเอาไว้ แจบอมไม่สามารถทำอะไรได้ แม้แต่จะเอื้อมมือออกไปก็ไม่สามารถทำมันได้ ร่างของเขาเหมือนถูกแช่แข็งเอาไว้

 

 

 

 

 

พี่ขอโทษ ...

 

 

 

 

 

ในตอนนี้สมองของเขาไม่สามารถคัดกรองคำพูดอะไรได้นอกจากคำว่า ขอโทษ แต่มั่นใจได้เต็มร้อยว่าร่างบอบบางตรงหน้าคงไม่ยอมรับคำขอโทษง่ายๆหรอก มันไม่ง่ายและไม่คุ้มกันเลยกับการสูญเสียสิ่งที่สำคัญไปแต่กลับได้มาเพียงแค่คำขอโทษ หากลองมองในอีกแง่มุมหนึ่งว่าคนที่สูญเสียเป็นตัวของแจบอมเอง แน่นอนว่าเขาก็คงไม่ให้ แต่เพราะเขาเคยผ่านเหตุการณ์นี้มาก่อน เขาก็เข้าใจความรู้สึกของจินยอง แต่ตอนนี้ ...

 

 

 

... ก็เริ่มเข้าใจความรู้สึกของปาร์คฮเยมีขึ้นมาบ้างแล้ว ...

 

 

 

 

 

ผมไม่อยากเห็นหน้าพี่ ... ผม ...

 

...

 

 

 

 

 

... ผมเกลียดพี่ พี่แจบอม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

xx.

 

 

 

 

 

 

สองอาทิตย์หลังจากเกิดเรื่องราวที่ถือว่าเป็นจุดต่ำสุดของชีวิต แจบอมก็ไม่ได้พบเจอจินยองอีกเลย แน่นอนว่าเขาเองก็ไม่กล้าเข้าไปในบ้านของเด็กน้อยที่ชอบพร่ำบ่นว่าคิดถึงบ้านอย่างที่ได้ยินทุกๆที คงจะสมใจอยากแล้วที่ได้กลับบ้านที่แท้จริงที่ไม่ได้กลับไปเยี่ยมเยียนมาตลอดสิบสามปีของตน จินยองอาจต้องการที่จะกลับไปในโลกที่แท้จริงของตัวเอง ดินแดนที่ตัวเองคิดว่าสมควรจะอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่เขาสามารถสัมผัสและรับรู้มันได้แม้จะอยู่ห่างไกลกันมาก ...

 

 

 

... จินยองยังคงต้องเผชิญกับความว้าเหว่จากการอยู่คนเดียวอยู่ดี ...

 

 

 

ร่างสูงยังคงนอนก่ายหน้าผากอยู่บนโซฟา อากาศด้านนอกบ้านค่อนข้างหนาวจัดเนื่องจากเข้าสู่ฤดูเหมันต์เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เขานอนคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดสิบสามปีที่ดูทรมานเสียเหลือเกินสำหรับเขา ถ้าหากเขาไม่โกหก ถ้าหากเขาพูดความจริงออกไปก่อนหน้านี้ ถ้าหากเขาทำให้ร่างบางที่เขาพบเจอในทุกๆวันทำใจได้ เขาก็จะยอมทำมันทุกๆอย่าง เขาจะลดทิฐิที่มีต่อมารดาของเด็กหนุ่ม แต่นั่นมันคืออดีตที่เขาไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้

 

 

 

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก ...

 

 

 

เสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังขึ้นทำลายความเงียบภายในบ้าน ร่างสูงที่นอนอยู่ค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆพลางมองไปยังบานประตูบ้านสีครีมที่อยู่ด้านหน้าซึ่งไม่ได้ห่างไกลจากจุดที่เขานอนอยู่นัก ความจริงแล้วเขาไม่อยากแม้แต่จะขยับตัวไปไหนเลยด้วยซ้ำ แต่ทว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างที่กำลังบอกเป็นลางดีภายในใจว่า ... คนที่เขารอคอยกำลังกลับมา

 

แจบอมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สาวเท้าทั้งสองข้างไปหยุดอยู่ตรงหน้าประตูบ้านที่คั่นกลางระหว่างตัวเขากับใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูบ้าน มือหนาเอื้อมไปจับลูกบิดแต่ไม่มีทีท่าว่าจะบิดมันเพื่อเปิดต้อนรับคนด้านนอก ใบหน้าหล่อยังคงนิ่งแต่แววตาแฝงความทุกข์ใจอยู่เต็มเปี่ยม แจบอมหายใจเข้าออกลึกๆเฮือกหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆเปิดประตูบ้านออกช้าๆ ...

 

 

 

 

 

จ ... จินยอง ดวงตาเรียวเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าคนที่เขาคิดถึงตลอดสองอาทิตย์กำลังยืนอยู่ตรงหน้า ร่างบอบบางที่ดูซูบผอมลงอย่างน่าใจหายในชุดไหมพรมสีขาวตัดกับผ้าพันคอไหมพรมสีแดงสดพร้อมกางเกงยีนส์สีเข้ม ดวงตาบวมปูดและจมูกโด่งรั้นแดงระเรื่อที่ผ่านจากการร้องไห้มาอย่างหนักหลายๆวันติดต่อกัน แต่ไม่ว่าคนตรงหน้าจะมีสภาพที่แย่อย่างไร ในสายตาของอิมแจบอม ปาร์คจินยองก็ยังคงน่ารักอยู่เสมอ

 

... ปล่อยให้แขกยืนรอหน้าบ้านนานขนาดนี้ เป็นเจ้าบ้านที่แย่จริงๆ จินยองว่าจบก็เดินก้าวเข้ามาในบ้านโดยที่ไม่รอคำอนุญาตจากเจ้าของบ้านเลยซักนิด ร่างสูงที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ปิดประตูบ้านตามหลังเท่านั้น ก่อนจะเดินมานั่งตรงโซฟาที่ตั้งเยื้องกับโซฟาที่คนตัวเล็กกว่ากำลังนั่งอยู่เพื่อที่จะรักษาระยะห่างไม่ให้อีกฝ่ายต้องอึดอัดใจ

 

มาที่บ้านพี่ มีธุระอะไรเหรอ ? เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบที่ปกคลุมมาประมาณห้านาทีกว่าๆ แต่ทว่าดวงตาเรียวคมไม่แม้แต่จะมองคู่สนทนาเลยซักนิด แถมมัวแต่ก้มมองพื้นราวกับว่ามีอะไรมากมายที่น่าสนใจกว่าแขกที่เข้ามาเยี่ยมเขา

 

ผมมาที่บ้านพี่จำเป็นต้องมีธุระอะไรด้วยรึไง ?

 

นั่นสิ่นะ ... แจบอมตอบกลับพร้อมหัวเราะเสียงแห้ง แล้วความเงียบก็ปกคลุมภายในบ้านที่พวกเขาทั้งสองคนใช้อากาศหายใจร่วมกันอีกครั้ง คนหนึ่งได้แต่ก้มมองมือหนาของตน ส่วนอีกคนก็ได้แต่เสมองไปทั่วบ้านโดยที่พยายามไม่วางสายตามองเจ้าของบ้าน

 

 

 

 

 

ก่อนที่บรรยากาศภายในบ้านจะอึดอัดไปมากกว่านี้ ร่างสูงโปร่งตัดสินใจที่จะเลี่ยงการพูดคุยกับอีกฝ่ายด้วยการยืนขึ้นแล้วเดินไปยังห้องครัวเพื่อเตรียมขนมว่างให้แขกตามมารยาท มือหนาเปิดตู้เย็นหลังใหญ่พร้อมหยิบขนมว่างที่แช่อยู่ในตู้เย็นออกมาวางบนโต๊ะแล้วจัดแจงจานให้เรียบร้อย โดยไมได้สนใจใครอีกคนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เขาอย่างเงียบๆ

 

 

 

 

 

หมับบ ...

 

 

 

 

 

ฮึก ... แจบอมสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากด้านหลัง ท่อนแขนเรียวเล็กโอบเอวหนาของเขาไว้พลางซบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้าง และเขาก็สัมผัสได้อีกอย่างหนึ่งคือความเปียกชื้นที่ค่อยๆแผ่กระจายตัวอยู่ด้านหลัง ร่างสูงกว่าค่อยๆพลิกตัวมาประชันหน้ากับร่างเล็กกว่าพร้อมกอดอีกฝ่ายเอาไว้ด้วยอ้อมกอดอันอ่อนโยน

 

เป็นอะไรไป จินยอง ...  

 

ผมขอโทษ ...

 

...

 

ผมขอโทษที่บอกว่าเกลียดพี่ ..

 

...

 

ผมไม่รู้ว่าสาเหตุที่พี่ปิดบังผมมันคืออะไร แต่ผมคิดอยู่เสมอว่านั่นอาจเป็นเพราะพี่เป็นห่วงผม ... จินยองยังคงเอ่ยถ้อยคำขอโทษออกมาในขณะที่อีกฝ่ายยังคงเงียบฟังและกอดปลอบคนในอ้อมกอดไปเรื่อยๆ

 

...

 

ถ้าการคิดถึงบ้านเป็นข้ออ้างเดียวที่กำลังทำให้จิตใจของผมบอบช้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

...

 

ผมขอเลิกคิดถึงบ้านดีกว่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมคิดถึงพี่นะ พี่แจบอม ...

 

 

 

 

 

แล้วทุกอย่างก็เงียบสงัดลงเมื่อริมฝีปากร้อนประทับจูบลงบนเรียวปากเล็กทันทีที่พูดจบด้วยความโหยหามานานแสนนาน มือหนาประคองใบหน้าน่ารักเอาไว้พร้อมเอียงตามองศา มือบางค่อยๆจับบ่าแกร่งของคนเป็นพี่เอาไว้และดวงตาเรียวกลมหลุบลงรับสัมผัสอันอ่อนโยนพร้อมตอบสนองกลับด้วยความอ่อนโยนเช่นกัน ทั้งสองต่างมีความต้องการกันและกันที่ไม่มีที่สิ้นสุด คนสองคนที่ห่างกันมาเกือบครึ่งเดือน แต่เหมือนว่าพวกเขาห่างกันมาเกือบครึ่งปี หากแต่นี่จะเป็นการรักษาบาดแผลจากความห่างไกลและความเจ็บปวดทั้งหมดได้... จริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พี่ก็คิดถึงนาย จินยองของพี่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-FIN .xoxo



themy  butter

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

347 ความคิดเห็น

  1. #181 m.zslt (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 / 02:46
    พี่แจบอมมมมมมมมมม พี่แจบอมคนดีของน้อง
    นี่มันอึดอัดมากสินะแงงงงงงงงง สงสารทั้งคู่เลย
    คนนึงพูดไม่ได้ คนนึงก็หวังไว้มากมาย เจอแบบนี้ก็จุกอ่ะ
    แต่สงสาระี่แจบอมเพราะคำว่า เกลียดออกมาจากปากของคนที่รักนี่แหละ
    โง่ยยยยยยยยยยย เรื่แงนี้มันยากกกกกกกก
    #181
    0
  2. #126 fronqinf (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2557 / 23:38
    ให้ความรู้สึกมึนงงและหนักหน่วงจริงๆเลยฮือ

    ยิ่งอ่านกับฟังเพลงนี่แบบสกหงวสกหเงวกง ร้งหรั้ยยยย

    พี่บีน่ารักจริงๆเลยง่ะ เป็นห่วงน้อง รักน้อง เอ็นดูน้อง เป็นคนอบอุ่นจริงๆเลย T_T

    จินยองแค่คิดถึงบ้าน แต่บ้าไม่มีอะไรน่าอยู่แล้วเนอะ เพราะฉะนั้นอยู่กับพี่บีดีกว่าอิๆ 
    #126
    0
  3. #121 windygroom (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 23:28
    ตอนแรกนึกว่าพี่บีแอบรักเนียร์ข้างเดียวซะอีก แต่จริงๆต่างคนต่างรักกัน ^^
    ตอนที่เนียร์รู้ความจริงนี่ อ่านแล้วอย่างหน่วงเลย พี่บีรักและห่วงเนียร์มากจริงๆสินะ
    นึกว่าจะไม่ได้กลับมาอยู่ด้วยกันซะแล้ว T___T สุดท้ายก็จบแบบแฮปปี้ ^_^
    #121
    0
  4. #117 LooknamTK (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 00:36
    อ่านจบแล้วปริ่มมม นั่งยิ้มกริ่มกับโทรศัพท์ อ้ากกกกกก พี่บีก็มีเหตุผลของพี่บีที่ต้องปิดไงงง น้องเนียร์ก็น่ารักที่สุดท้ายก็เข้าว่าแล้วกลับมาหา แอร๊ยยยยย ><
    #117
    0
  5. #116 ` Kathy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 00:32
    ทั้งหวานแหววเจ็บปวด แต่ก็ฟินดี สงสารจินยองนะ แต่ก็สงสารเจบีด้วย ปกปิดเพราะว่าห่วงจินยองไงง
    #116
    0