คืนหนึ่งในฮาโลวีน (sansaka fic)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 66 Views

  • 3 Comments

  • 3 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    22

    Overall
    66

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ



ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ว่าจะแต่งลงวันฮาโลวีน สรุปเลยมาจะครบเดือนแล้วค่ะ 55555555555555555555555

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 2 ธ.ค. 61 / 10:10

บันทึกเป็น Favorite


วันนี้เป็นวันฮาโลวีน


ทุกคนในโรงเรียนจึงแต่งตัวต้อนรับวันปล่อยผีนี้กัน บ้างก็แต่งเป็นผีผ้าคลุมแบบคลาสสิก โครงกระดูก มัมมี่ พ่อมด แม่มด ตัวตลก และอื่นๆอีกมากมาย บางคนก็แต่งอยู่ในห้องเรียน บางคนก็มาร่วมกิจกรรมกับชมรมในโรงเรียน บางห้องบางชมรมก็จัดเป็นคาเฟ่ แสดงละคร บ้านผีสิงหรืออะไรก็ว่ากันไป ผู้ปกครองหรือนักเรียนต่างโรงเรียนก็มาร่วมสนุกกันได้ นับเป็นสีสันประจำโรงเรียนโซโฮคุไม่น้อย 


ชมรมจักรยานชายทีมโซโฮคุก็เช่นกัน


แชะ!

"โอเค รูปนี้แหละ"

โอโนดะ ซากามิจิ นักปั่นตัวเล็กแห่งทีมโซโฮคุ กำลังส่งรูปที่ตัวเองแต่งเป็นมนุษย์หมาป่าพร้อมข้อความไปให้มานามิ ซังกาคุ เพื่อนต่างทีมที่อยู่ฮาโกเนะ

ถึง มานามิ
    ชมรมผมทำบ้านผีสิงกัน ผมแต่งเป็นมนุษย์หมาป่าล่ะ เป็นไงมั่ง

"แฮ่!"

"เหวอ! นารูโกะคุง ตกใจหมดเลย"

"ฮ่าๆๆ น่ากลัวใช่มั้ยล่ะโอโนดะคุง ชุดผีจีนนี่แม่ส่งให้ฉันจากนานิวะเลยนะ"

"ไม่ได้น่ากลัวเลยซักนิด..."

"ว่าไงนะขี้เก๊ก"

นารูโกะแต่งเป็นผีจีนมียันต์แปะกลางหน้าผากที่ชุดส่งตรงมาจากนานิวะ ส่วนอิมาอิสึมิแต่งเป็นแดร็กคิวล่าที่ถ้าสาวๆเห็นคงยอมให้หลอกไม่ก็ถวายตัวให้หลอกถึงที่

"ถ้าฉันไม่น่ากลัว แกก็แย่กว่าฉันอีก"

"ฉันยอมรับว่าไม่น่ากลัว แต่ฉันหล่อ"

"ห๊า? ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนฟะ หลงตัวเองชะมัด"

"แล้วตอนแรกใครหน้าแดงพอเห็นฉันใส่ชุดนี้ล่ะฮึ?"

"ฉ..ฉันไม่ได้หน้าแดงเพราะแกนะโว้ย! ใส่ชุดนี้แล้วมันร้อนต่างหาก!"

"อ๋อเหรอ"

แล้วก็เถียงกันไม่หยุด

"อ้าวๆ สองคนนั้นทะเลาะกันอีกแล้วเรอะ"

"อ๊ะ คุณเทชิมะ คุณอาโอยากิ แต่งเป็นพ่อมดกับยมทูตเหรอครับ"

"ใช่ คิดว่าไงล่ะโอโนดะ แปลกๆมั้ย ฉันไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่"

"ไม่แปลกครับ เท่มากเลย!"

"ฮะๆ ขอบใจนะ"

"ส่วนคุณอาโอยากิก็น่ากลัวมากครับ เอ้ย ม..ไม่ได้ว่าคุณอาโอยากินะครับ! หมายถึงว่าดูน่ากลัวเหมาะที่จะหลอกคนดี แหะๆ" โอโนดะว่าพลางเกาหัวแก้เก้อ

"ฉันเข้าใจ"

"ครับ!"

"ส่วนผมแต่งเป็นมัมมี่ล่ะครับคุณโอโนดะ ฮี่ๆ"

"เหมือนดักแด้เลยนะ"

"หา! ตาถั่วรึไงอาโอยากิ"

ผัวะ

"โอ๊ย"

"พูดกับรุ่นพี่ให้มันสุภาพหน่อย"

"คร้าบ"

คาบุรากิที่ลูบหัวป้อยๆเพราะกัปตันทีมตบหัวไปทีนึง อิมาอิสึมิกับนารูโกะที่เกทับกันไม่หยุด โคงะ ดันจิคุ มิกิ และคนอื่นๆที่กำลังช่วยกันตกแต่งบ้านผีสิงในชมรมเพิ่มอีกนิดหน่อย โดยมีโค้ช เทชิมะและอาโอยากิคอยดูแลการจัดงาน บรรยากาศช่างเต็มไปด้วยความเฮฮาสนุกสนาน แต่ละคนในชมรมต่างก็ตื่นเต้นที่จะได้ทำกิจกรรมในวันฮาโลวีนนี้

ยกเว้นก็แต่สึกิโมโตะที่นั่งทำหน้านิ่วคิ้วขมวดจนโอโนดะสังเกตเห็น

"สึกิโมโตะคุง เป็นอะไรรึเปล่า"

อิมาอิสึมิที่กำลังหยิกแก้มนารูโกะอยู่พอได้ยินจึงหันไปถามบ้าง "ไม่สบายรึไง"

"อื๋ออ้าอวดอี้"

"พวกนายรู้ใช่มั้ย..."

"ว่า?" ทั้งสามคนประสานเสียงพร้อมกัน



"ทุกโรงเรียนย่อมมีตำนาน......ที่นี่ก็เหมือนกัน"



เสียงในชมรมสงัดทันที...


"เพื่อนในห้องฉันเล่าให้ฟังน่ะ ที่โรงเรียนนี้มีเรื่องเล่ากันมานานว่า...เคยมีนักเรียนชายปี 2 คนนึง เขาทะเลาะกับที่บ้านรุนแรงมาก เพราะที่บ้านให้เรียนหนัก เขาทนไม่ไหวเลยตัดสินใจฆ่าตัวตาย...ในวันที่ 31 ตุลาคม ณ โรงเรียนแห่งนี้..."

"เชื่อกันว่าวิญญาณของเขายังไม่หายไปไหน และทุกๆวันที่ 31 ตุลานี้ เขาจะกลับมา และจะมาสิงร่างใครซักคนนึงในโรงเรียนนี้..."



สึกิโมโตะถลึงตาพร้อมกับแผดเสียงออกมา..!

"ระวังไว้ให้ดี!!!!"

"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!"

เสียงกรี๊ดที่ควรจะเป็นเสียงของสาวน้อยอย่างมิกิ กลับเป็นเสียงของสองเกลอโอโนดะกับนารูโกะที่กอดคอกรี๊ดกันกลม บวกคาบุรากิด้วยอีกหนึ่ง

โคงะเอาม้วนกระดาษเคาะหัวสึกิโมโตะไปทีนึง
"ไม่มีจริงหรอกน่า ฉันอยู่ก่อนพวกนายยังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้เลย"

"แต่เพื่อนผมบอกว่ามันมีจริงนะครับ!?" สึกิโมโตะยังคงกังวล

"แต่เพื่อนนายก็อาจจะฟังคนอื่นเค้ามาอีกทีหนิ? สรุปก็เป็นเรื่องเล่าที่ไม่รู้ว่าจริงมั้ย ช่างมันเถอะ ฉันอยู่มานานก็ไม่เคยได้ยินหรือเจออะไรเหมือนกัน โอเคนะ?" เทชิมะพูดแล้วตบบ่าสึกิโมโตะเบาๆเหมือนจะสื่อว่าสบายใจได้ไม่ต้องกังวล

"ครับ.."

"โอเค อีก 10 นาทีก็ทุ่มนึง เตรียมพร้อมนะทุกคน!"

"ครับ!/ค่ะ!"


'ติ๊ง'

"อ๊ะ

มีเมลล์เข้า

ผู้ส่ง : มานามิ


ตึกตัก ตึกตัก


เจ้าของโทรศัพท์หน้าร้อนฉ่าทันที

'หวา ม..มานามิคุงจะพูดว่าไงบ้างนะ'

มือรีบจิ้มดูข้อความอย่างไว


ถึง ซากามิจิ :
    ^_^


"แค่นี้เหรอ..."

โอโนดะทำหน้าสลด นึกว่าเพื่อนต่างทีมผมฟ้าคนนั้นจะส่งข้อความว่าน่ากลัวหรืออะไรมาบ้าง แต่กลับมีแค่อีโมหน้ายิ้มมาอย่างเดียว

"คุยกับแฟนเหรอโอโนดะคูงง~"

"เหวอ!"

เกือบทำโทรศัพท์ร่วงจนคว้าไว้แทบไม่ทัน

โอโนดะทำท่าลุกลี้ลุกลน
"ม..ม..ไม่ใช่ ไม่ใช่นะ! คุยกับเพื่อนน่ะ คุยกับมานามิคุงไงจำได้ใช่มั้ย นักไต่เขาที่อยู่ฮาโกเ–"

"อ๋อ จำได้ละ ไม่ต้องรีบอธิบายเหมือนคนถูกจับได้ว่ามีแฟนหรอก"

"ม..มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ–"

"โฮ่ย นารูโกะ โอโนดะ งานจะเริ่มแล้วนะ"

"เออ รู้แล้ว ป่ะ โอโนดะคุง ไปกันเถอะ"

"อื้ม"

"บอกแฟนด้วยว่าไม่ว่างคุยแล้ว"

"ไม่ใช่นะ!"
.
.
.
ชมรมจักรยานชายโซโฮคุทำบ้านผีสิง โดยแต่ละคนจะประจำที่ต่างกันไป ใครน่ากลัวน้อยสุดจะอยู่จุดแรก ใครน่ากลัวมากที่สุดจะอยู่จุดสุดท้าย คนที่อยู่จุดแรกคือโอโนดะ ต่อมานารูโกะ คาบุรากิ (นารูโกะกับคาบุรากินึกว่าตัวเองจะได้อยู่หลังๆ) สึกิโมโตะ เทชิมะ อิมาอิสึมิ ดันจิคุ อาโอยากิ สุดท้ายคือโคงะ ส่วนมิกิ โค้ชและคนอื่นๆทำหน้าที่ต้อนรับข้างหน้าห้องชมรม


แล้วบ้านผีสิงชมรมจักรยานชายโซโฮคุก็ได้เริ่มขึ้น

.

.

.

"แฮ่!"

"กรี๊ดดดดดดด!"

"ว้ากกกกกกก!"

"เห้ย! ตกใจหมด ฮ่าๆๆๆๆ"

"อิมาอิสึมิคุง! กรี๊ดดดดดดด <3"

คนแล้วคนเล่าที่เข้ามาร่วมสนุกในบ้านผีสิง บ้างก็กรี๊ด บ้างก็หัวเราะ บ้างก็หวังขนมที่จะแจกหลังเข้าบ้านผีสิง บ้างก็มาเพื่อดูอิมาอิสึมิโดยเฉพาะ ถึงจะต่างกัน แต่ใครก็ตามที่มาก็สนุกไปกับบ้านผีสิงหลังนี้กันทุกคน

ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

'ครั้งแรกเลยที่ได้ทำอะไรแบบนี้ ตื่นเต้นจัง'
โอโนดะคิดในใจ

'อ๊ะ มีคนกำลังมา'

โอโนดะรีบแอบหลังต้นไม้ปลอม เตรียมพร้อมที่จะหลอกผู้มาเยือนบ้านผีสิงนี้

'หือ ใคร? คุ้นๆ..'

เพราะเปิดไฟสลัวมาก จึงเป็นเรื่องปกติที่จะมองไม่ค่อยเห็นหน้าตาคนที่เข้ามา

แต่ทรงผมที่ชี้โด่ขึ้นมานั้นมันช่างเหมือนใครบางคน

'คงไม่ใช่หรอก' ก็คนคนนั้นอยู่ฮาโกเนะ จะมาโผล่ที่นี่ได้ไง


ใกล้เข้ามาแล้ว...

สาม..

สอง..

หนึ่ง..


"แฮ่!"

"โอ๊ะ"

"เอ๋!?"


ชัดเลย เพราะโผล่มาหลอกถึงได้เห็นหน้าชัดๆ


ใบหน้าหล่อเหลาใจดีกับดวงตาที่สีราวกับท้องฟ้า กับผมสีฟ้าที่ตั้งโด่ขึ้นมาเป็นเสาอากาศอันเป็นเอกลักษณ์ มีแค่คนเดียวเท่านั้น


"มานามิคุง! ทำไมมาอยู่ที่นี่!?"

"..."

"มานามิคุง?"


"...มานามิ"

"?"


"ชื่อเจ้าของร่างนี้เหรอ"


"........."


'เคยมีนักเรียนชายปี 2 คนนึง เขาทะเลาะกับที่บ้านรุนแรงมาก เพราะที่บ้านให้เรียนหนัก เขาทนไม่ไหวเลยตัดสินใจฆ่าตัวตาย...ในวันที่ 31 ตุลาคม ณ โรงเรียนแห่งนี้'

'เชื่อกันว่าวิญญาณของเขายังไม่หายไปไหน และทุกๆวันที่ 31 ตุลานี้ เขาจะกลับมา และจะมาสิงร่างใครซักคนนึงในโรงเรียนนี้...'


อยู่ดีๆเรื่องนี้ก็แว้บมาในหัว...


ไร้ซึ่งเสียงกรี๊ดใดๆ
ร่างเล็กสลบลงไปทันที


โชคดีที่มานามิคว้าตัวไว้ทัน


"โอโนดะคุง!"

"คุณโอโนดะ!"

"ซากามิจิคุง!"

.

.

.

.

'...?...'

เพดานคุ้นๆ

พอลุกขึ้นนั่งมองรอบๆถึงจำได้ว่านี่ห้องพยาบาล คาบพละมาบ่อย จะว่าไปนี่เรานอนห้องพยาบาลอีกแล้วเหรอ

เดี๋ยวนะ แล้วทำไมมานอนได้? ก็ตอนนั้นยังอยู่ในชมรมอยู่เลย แล้วมานามิคุงก็มา

แล้วก็....

"มานามิคุงโดนสิง?"

ไม่สิ เราอาจจะตาฝาดก็ได้ มานามิคุงคงไม่มาหรอก ไม่มีผีสิงอะไรทั้งนั้นด้วย เราแค่หลอนจนเป็นลมไป...ใช่มั้ย...


จะว่าไปบรรยากาศมัน...วังเวงมาก


"ไม่มีใครอยู่เลยเหรอ"


นอกจากโอโนดะ ก็ไม่มีใครอยู่ในห้องพยาบาลเลย ประกอบกับตอนนี้น่าจะทุ่มกว่า บางห้องเลยเลิกทำกิจกรรมและกลับบ้านไปแล้ว เสียงเลยเงียบ ไฟในห้องก็ไม่เปิด มีเพียงแสงจากดวงจันทร์ช่วยเพิ่มความสว่างเท่านั้น ยิ่งทำให้ร่างเล็กบนเตียงทวีความกลัวขึ้นไปอีก กลัวจนดึงผ้าห่มมาแนบกับตัว กำมันจนยับยู่ยี่ เหมือนเด็กน้อยที่กำลังกลัวผีอยู่...




บรรยากาศตอนนี้เหมือนผีจะโผล่มาเมื่อไหร่ก็ได้...


แอ๊ด...กริ๊ก


เสียงประตู..


ค..ใคร?




"ตื่นแล้วเหรอซากามิจิคุง"

ผี!!!!

"ว้าก!!!!"

"เหวอ!"

"เอ๊ะ เดี๋ยวนะ" 

โอโนดะหยิบแว่นมาใส่แล้วเพ่งมองดีๆถึงรู้ว่าเป็นมานามิที่ตอนนี้ก็ตกใจโอโนดะเหมือนกัน

อ้อ ไม่ใช่ผี นั่นมานามิคุง มานามิคุงมาจริงๆ...


แล้วก็โดนสิง!!?

"อ่า พอดีฉันไปเข้าห้องน้ำมาน่ะ"

"นี่มานามิคุงจริงๆรึเปล่า!!?"

"หือ"

"ไม่ใช่คุณผีใช่มั้ย!!?"

น้ำเสียงที่สั่นและสีหน้าท่าทางของคนตัวเล็กบนเตียงตรงหน้าดูกลัวและระแวงมากๆ

"ขอโทษนะ"

"...?"

"ฉันว่าจะเซอร์ไพรส์เธอเลยมาที่นี่ พอเจอเธอก็เลยแกล้งนิดหน่อย"

"เอ๊ะ–"

ร่างสูงโค้งตัวขอโทษต่อร่างเล็กบนเตียง "แต่ไม่คิดว่าซากามิจิคุงจะกลัวขนาดนั้น ขอโทษจริงๆนะ"

โอโนดะทำตัวไม่ถูกเมื่อมานามิขอโทษจริงจังขนาดนี้

"อ๊ะ ม..มานามิคุง ไม่ต้องก้มหัวหรอก ผมไม่ได้โกรธอะไร"

"แต่ฉันทำให้เธอหมดสนุกกับเพื่อนๆของเธอ–"

"ไม่เป็นไรหรอก นายไม่ได้ทำอะไรผิด ผมคิดมากไปเองน่ะแค่ฟังเรื่องเล่าก็เลยคิดเป็นตุเป็นตะ มานามิคุงอย่าคิดมากเลยนะ"

"เรื่องเล่า?"

"สึกิโมโตะคุงเล่าให้ฟังน่ะ บอกว่าทุกๆวันนี้จะมีผีมาสิงใครซักคนในโรงเรียน แล้วที่มานามิคุงพูดเมื่อตอนนั้นผมก็เลยคิดไปเองว่ามานามิคุงโดนสิงก็เลยเป็นลมน่ะ แหะๆ" โอโนดะว่าพลางก้มหน้างุด

จากนั้นก็เงยหน้ายิ้มร่า

"ดีนะที่มานามิคุงแค่แกล้ง ไม่ใช่เรื่องจริง ไม่เป็นไรก็ดีแล้วล่ะ! ผมนี่ก็ดันขี้กลัวเชื่ออะไรง่ายจังเนอะ ฮะๆ" แล้วก็เปลี่ยนเป็นเกาแก้มแก้เขินแทน

"งี้นี่ี่เอง"

โอโนดะเตรียมลุกจากเตียง
"เดี๋ยวผมจะไปชมรมแล้ว มานามิคุงก็มาด้วยกันสิ"

"งานชมรมเลิกแล้วล่ะ"

"เอ๊ะ"

"ตอนนี้สองทุ่มจะครึ่งแล้ว บางห้องก็เลิกเล่นแล้วล่ะ"

"นี่ผมหลับไปนานขนาดนั้นเลยเหรอ!"

"ใช่ พวกเพื่อนๆของเธอในชมรมเลยให้ฉันดูแลเธอแทน ต้องขอโทษอีกทีจริงๆนะ.."

"ม..ไม่เป็นไรหรอกมานามิคุง.."

ถึงโอโนดะจะพูดอย่างนั้น แต่มานามิก็มองสีหน้าและแววตาโอโนดะออก ว่าลึกๆแล้วเจ้าตัวก็เสียดายเหมือนกัน

แต่แค่ไม่อยากให้เขากังวล

มานามิลงมานั่งข้างเตียง

"เอางี้มั้ยซากามิจิคุง เธอหลอกฉันอีกรอบได้นะ"

"ฮะ?"

มานามิหยิบหูหมาป่าตรงโต๊ะเล็กข้างเตียงสวมให้โอโนดะ

"เสียดายใช่มั้ยที่ไม่ได้เล่นกับเพื่อนๆต่อ หลอกฉันยังไงก็ได้ที่คิดว่าตกใจน่ากลัวสุดๆเลย ดีมั้ย" มานามิยิ้มอ่อนโยน

"ม..ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้มานามิคุง ผมไม่เสียดายหรอก"

"ฉันดูสีหน้าเธอออกซากามิจิคุง จริงๆแล้วเธอเสียดายใช่มั้ย"

"อึก.."

"เอาน่า หลอกฉันตามที่เธอต้องการเลย"

"...เอางั้นเหรอ ก็ได้ ผมขอคิดแป๊บนึงนะ"

ร่างเล็กเอามือจับคางพลางใช้ความคิด หน้านิ่วคิ้วขมวด ท่าทางจริงจังมาก 

'อืมมมม จะหลอกยังไงดี ให้ตกใจกลัวสุดๆเลยเหรอ...วิธีนี้จะเวิร์คมั้ยนะ? ธรรมดาไปหน่อยแต่เวลานารูโกะคุงหลอกแบบนี้เราก็ตกใจตลอด.....วิธีนี้แหละ!'

"หือ?"

จู่ๆโอโนดะก็คลุมโปง

"ซากามิจิคุง"

"..."

ไม่ตอบ

มานามิยิ้ม รอดูว่าโอโนดะจะหลอกตัวเองยังไง

.

.

.

.

ผ่านไปเกือบ 2 นาที

จนในที่สุด

โอโนดะก็โผล่มาจากผ้าห่ม

แล้วก็!


"แฮ่!!!!"



..........

เงียบสงัดจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้อง



"...มานามิคุงไม่ตกใจเลยเหรอ"

"...อืม ไม่นะ"

"...แล้วน่ากลัวมั้ย"

"...ไม่เลย"


แผนล้มเหลว


"นี่ผมหลอกให้น่ากลัวสุดๆเลยนะ ไม่กลัวเลยเหรอ"

"ไม่นะ ฉันว่าน่ารักมากกว่า"

"น..น่ารัก!?"

โอโนดะหน้าร้อนฉ่าไปพักนึง ซักพักก็ถอดหูหมาป่าออกพลางนั่งคอตก ในขณะที่มานามิยิ้มอารมณ์ดีตามแบบเจ้าตัว

เหมือนลูกหมาป่าที่กำลังหัดทำตัวให้ดุร้ายน่ากลัว แต่ดันน่ารักแทน

คิดในใจแต่ไม่ได้พูดออกไป เดี๋ยวคนตัวเล็กจะน้อยใจเอา 

"งั้นตอนนั้นที่ผมหลอกมานามิคุงแล้วมานามิคุงตกใจ เพราะบรรยากาศบ้านผีสิงมันพาไปสินะ"

"คงงั้นมั้ง ฮะๆ"

แต่ก็ตกใจนิดเดียวนะ

คิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกไปอีกครั้ง

"ขอบคุณสำหรับการหลอกนะซากามิจิคุง ฉันชอบมากเลยล่ะ กลับกันเลยมั้ยเดี๋ยวฉันกลับด้วย"

"ด..เดี๋ยวก่อนมานามิคุง"

"หือ?"

โอโนดะทำท่าอึกอัก ลังเลที่จะพูด แต่สุดท้ายก็พูดออกไป

"ให้ผมหลอกมานามิคุงฝ่ายเดียวผมรู้สึกว่า มันไม่แฟร์เลย เอ่อ มานามิคุงลองหลอกผมดูบ้างมั้ย หลอกยังไงก็ได้ที่คิดว่าน่ากลัวสุดๆเลย"

".....หืม"

ดวงตาสีฟ้าสวยเริ่มฉายแววซุกซน

"แต่ถ้ามานามิคุงไม่อยากทำก็ไม่เป็นไรนะ เอาที่มานามิคุงสบายใจเลย แหะๆ" โอโนดะเกาหัวแก้เก้ออีกครั้ง

"ไม่กลัวว่าผมจะหลอกน่ากลัวไปเหรอ"

โอโนดะยิ้มกว้าง "ไม่เป็นไรหรอก ก็นี่มันวันฮาโลวีนนี่นา"

"งั้น..ไม่เกรงใจล่ะนะ"

"อื้ม"




"มั่นใจเหรอว่าฉันคือมานามิ? โอโนดะ ซากามิจิ"

"...ฮะ?"

โอโนดะยิ้มค้าง




นัยน์ตาที่ดูใจดีของคนตรงหน้าเปลี่ยนไป ดูนิ่งๆ

ใบหน้านั้นยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่เห็นแล้วเย็นสันหลังวาบ...

ดวงตากลมโตเบิกกว้าง พูดไม่ออก




"แน่ใจเหรอว่าที่คุยมาตลอดคือมานามิที่นายรู้จัก... ก็นะ ฉันกำลังหาโอกาสบอกนายอยู่ แต่ไม่รู้จะบอกตอนไหนดี เลยถือโอกาสนี้บอกซะเลย"


ร่างนั้นค่อยๆคลานเข้ามาใกล้ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้

จนระยะห่างระหว่างสองใบหน้าห่างเพียงไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน


โอโนดะตอนนี้รู้สึกสับสนไปหมด

อยากลองถามให้แน่ใจอีกครั้ง

"มานา..."

"มานามิคุง? ขอโทษนะ แต่ฉันไม่ได้ชื่อมานามิ ฉันคือคนที่เพื่อนนายเล่าให้ฟังไง จำได้มั้ย?" คนตรงหน้ายิ้ม

"ม..ไม่ใช่!"

ในที่สุดก็รวบรวมความกล้าพูดออกมา แม้ว่าจะกลัวจนเสียงสั่นเครือก็ตาม

"นี่ต้องเป็นมานามิคุงแน่ๆ ผมไม่เชื่อหรอก!"

"บอกว่าไม่เชื่อทั้งที่ตอนนี้ทำหน้าจะร้องไห้?"

"อึก"

นัยน์ตากลมสวยหลุบลง

มือหนาเชยคางน้อยๆให้สบตาที่นิ่งเฉยของตัวเอง

ดวงตาสวยเรียวเบิกขึ้นเล็กน้อย กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

"ให้ฉันย้ายมาอยู่ร่างนายมั้ย จะได้รู้ว่าจริงไม่จริง หรือจะให้ฉันเอานายไปอยู่ด้วยดี?"

ใจเต้นระส่ำจนคุมไม่ได้

ตอนนี้โอโนดะไม่แน่ใจแล้วว่า ที่ตัวเองกำลังกลัวอยู่ตอนนี้ คือกลัวเพราะวิญญาณที่อาจจะสิงคนตรงหน้า หรือถ้าไม่ใช่ สมมติมานามิแค่แกล้งจริงๆก็เย็นชาจนน่ากลัว เหมือนไม่ใช่มานามิที่ตัวเองรู้จักจริงๆ


หรือกลัวทั้งสองอย่าง?


มือหนาอีกข้างจับมือน้อยแน่น

ปากหนาได้รูปอยู่ห่างปากบางไม่ถึงคืบ สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนของคนตรงหน้า

รู้สึกกลัวจนสิ่งที่พยายามอดกลั้นไม่อาจห้ามไว้ได้อีกต่อไป

แต่นอกจากความกลัวก็มีอีกความรู้สึกหนึ่งที่อยู่ข้างใน


"ฮึก"


ดวงตากลมโตน้ำตาคลอเบ้า

"ผ..ผมไม่รู้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าผมคือคุณผีหรือมานามิคุง ถ..ถ้าเป็นมานามิคุงจริงๆมานามิคุงก็น่ากลัวมากๆเลย ต..แต่ถ้าเป็นคุณผี...."

"ผมขอให้ออกไปจากมานามิคุงด้วยครับ อย่ายุ่งกับมานามิคุงเลยนะ ฮึก"




ร่างสูงตรงหน้านิ่ง


บรรยากาศกลับมาเงียบอีกครั้ง




"....เฮ่อ"

ถอนหายใจอย่างอ่อนใจ ถอนมือออกจากคาง พลางซบใบหน้าลงตรงไหล่น้อย

ส่งผลให้เจ้าของไหล่อึ้งจนทำตัวไม่ถูก

"ยอมแล้วล่ะ"

"อ..เอ๋!?"

"หมดอารมณ์แล้ว"

"ล..แล้วนี่คือ..?"

คนตรงหน้าหลับตา ยิ้มให้น้อยๆ "แล้วคิดว่าใครล่ะซากามิจิคุง"


ความเย็นชาที่เคยมีไม่เหลือให้เห็นแล้ว 

มีเพียงความอ่อนโยนที่คุ้นเคยมาตลอด


"มานามิคุง?"

มานามิยิ้มให้คนตรงหน้า มองมาอย่างอ่อนโยน

"ท..ที่ผ่านมาก็เป็นมานามิคุงตลอดเหรอ??"

มานามิยิ้มเป็นคำตอบ

โอโนดะรีบก้มหน้ายกมือปิดหน้าตัวเองที่กำลังร้อนฉ่าจนแดง

หลงกลมานามิคุงเป็นตุเป็นตะ ร้องไห้ออกมาให้มานามิคุงเห็นอีก

อายจนไม่รู้จะอายยังไงแล้ว!

ทุกการกระทำอยู่ในสายตามานามิหมด อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเอ็นดู

"ซากามิจิคุง เป็นไรรึเปล่า?"

"ผ..ผมอาย..." เสียงที่พูดออกมานั้นช่างเบาจนเกือบจะพึมพำ

"อาย?"

"ก..ก็ผมโดนมานามิคุงหลอกเต็มๆเลย แล้วดันกลัวจน..จน.."

"จนร้องไห้?" มือข้างที่เคยจับคางนั้น  ตอนนี้กำลังค่อยๆดึงมืออีกฝ่ายที่ปิดหน้าตัวเองแล้วเช็ดน้ำตาบนแก้มเนียนเบาๆ "ก็เธอบอกว่าหลอกให้น่ากลัวสุดๆเลยไม่ใช่รึไง"

"ก็ผมไม่คิดว่ามานามิคุงจะน่ากลัวขนาดนั้น" โอโนดะพูดเสียงอ่อน หน้ายังคงขึ้นสี

มานามิยิ้ม "ทำเธอร้องไห้เลย ขอโทษนะ ไม่แกล้งแล้วล่ะ"

"ม..มานามิคุงไม่ต้องขอโทษหรอก จริงๆผมก็ขี้กลัวไปเอง"

"แต่เธอตอนนั้นก็ตลกดีนะ แกล้งอีกดีมั้ยน้า?"

"ย..อย่าเลยนะ"

"ฮะๆ"

มานามิหัวเราะ หลังจากนั้นก็ยิ้ม สายตามองคนตัวเล็กตรงหน้านิ่ง

โดนมองแบบนั้นโอโนดะจึงทำตัวไม่ถูก เลยหาเรื่องคุย "เอ่อ จะว่าไป ทำไมตอนนั้นมานามิคุงถึงบอกว่ายอมแล้วไม่แกล้งต่อแล้วเหรอ"

"...อ๋อ.."

"จะกลับบ้านเลยไม่แกล้งต่อเหรอ"

"เปล่า"

"ร..หรือว่าผมทำอะไรให้มานามิคุงรู้สึกไม่ดีเลยไม่อยากแกล้งต่อ"

"ตรงกันข้ามเลยล่ะ"

"?"

 

มานามิหลอกโอโนดะเพราะเจ้าตัวเชิญให้เขาหลอกได้เต็มที่ แต่ที่เขายอมหลอกตามที่เจ้าตัวอยากให้ทำนั้น ลึกๆแล้วเขาเองก็อยากเห็นปฏิกิริยาของคนตัวเล็กเหมือนกันว่าจะเป็นยังไง



...ปฏิกิริยาน่าพอใจกว่าที่คิด...

...ยิ่งเห็นคนตัวเล็กกลัวตัวสั่นราวกับลูกแกะไม่มีทางสู้...

...ก็ยิ่งกระตุ้นอะไรบางอย่างในตัวเขา...

...จนเกือบจะเผลอใจขย้ำเหยื่อแล้วเหมือนกัน...



...ถ้าไม่สะดุดที่ลูกแกะตัวน้อยนั้นร้องไห้...

...แล้วพูดออกมาว่า...



'ผ..ผมไม่รู้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าผมคือคุณผีหรือมานามิคุง ถ..ถ้าเป็นมานามิคุงจริงๆมานามิคุงก็น่ากลัวมากๆเลย ต..แต่ถ้าเป็นคุณผี....'

'ผมขอให้ออกไปจากมานามิคุงด้วยครับ อย่ายุ่งกับมานามิคุงเลยนะ ฮึก'



โอโนดะมักจะทำเรื่องเกินความคาดหมายเสมอ อย่างตอนแข่งอินเตอร์ไฮที่ผ่านมา

และครั้งนี้ก็เช่นกัน

เป็นคำพูดที่ซื่อตรง ไร้เดียงสา

สำหรับบางคนฟังแล้วอาจจะตลก เพราะเป็นคำพูดที่ดูซื่อๆ ดูหัวอ่อน แต่สำหรับมานามิแล้ว มันมีความหมายต่อเขามาก

ถึงจะน้ำเสียงนั้นจะกลัว แต่แววตาแฝงไปด้วยความเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด

เพราะงั้นเขาเลยไม่แกล้งต่อ ไม่อยากเล่นกับความรู้สึกของคนตรงหน้าอีก

..หรือบางทีเขาอาจจะยอมแพ้ตั้งแต่เห็นน้ำตาของคนตรงหน้าแล้วก็ได้



"มานามิคุง?"

"หืม?...อ้อ เหตุผลที่ไม่แกล้งต่อสินะ"


ค่อยๆแนบหน้าผากชิดกับหน้าผากเนียนตรงหน้า

จ้องไปในดวงตากลมสวยอย่างลึกซึ้ง

แล้วยิ้มออกมา

อดไม่ได้ที่เจ้าของดวงตากลมโตจะหน้าร้อนผ่าวอีกครั้ง

"หมาป่าเวลาเห็นน้ำตาลูกแกะบางทีมันก็ใจอ่อนนะ ยิ่งเป็นลูกแกะที่จิตใจดีขี้เป็นห่วงมันก็กินไม่ลงเหมือนกัน"

"???"

'ห๊ะ? หมาป่า? ลูกแกะ?"

"หมายความว่ายังไงเหรอมานามิคุง ผมไม่เข้าใจ?"

"ก็ตามนั้นแหละ"

"เอ๋!?"

"ฮะๆ"

มานามิหลับตาพลางถอนหายใจ หน้าผากยังคงแนบชิดไม่ไปไหน แล้วนึกถึงสีหน้าที่ห่วงใยตนเมื่อตอนนั้นอีกครั้ง

"ทำไมถึงน่ารักขนาดนี้นะ"

แล้วจะไม่ให้รักได้ไง...

"น..น่ารัก!? ใคร ใครน่ารัก ผมเหรอ ไม่หรอก ผมไม่น่ารักหรอ–"

โอโนดะหยุดนิ่ง เมื่อเห็นสายตาของคนตรงหน้ามองมาที่ตนอีกครั้ง

อ่านสายตาไม่ออก แต่ก็ทำให้ใจเต้นไม่เป็นส่ำ...



รู้ตัวอีกที สัมผัสนุ่มนิ่มก็แนบริมฝีปากของตนแล้ว

สะดุ้งสุดตัว พยายามผละออก แต่ทำไม่ได้ เพราะโดนมือหนาข้างนึงล็อกคอด้านหลังอยู่ อีกข้างก็โอบเอวตนไว้ ได้แต่รับจูบกลมกล่อมชวนละลายนั้นอย่างเนิ่นนาน

เพราะร่างเล็กเริ่มคล้อยตาม ร่างสูงจึงล็อกคอร่างเล็กให้เอียงองศาเล็กน้อย

เพื่อรับลิ้นร้อนที่พยายามแทรกเข้ามาในโพรงปากอุ่น

"อื้อ!"

สัมผัสที่ไม่คุ้นเคย ร่างเล็กพยายามปฏิเสธสัมผัสนั้นอัตโนมัติ แต่ร่างกายกลับไม่ทำตามคำสั่ง ปล่อยให้ลิ้นหนาร้อนนั้นเล่นสนุกกับลิ้นของตนอย่างเต็มที่ กระหวัดหยอกรัดลิ้นน้อยเสร็จก็เปลี่ยนมาขบกัดปากบางนุ่มนิ่มเบาๆให้เสียวซ่าน พลางจูบอย่างดูดดื่ม สลับอย่างนี้ไปเรื่อยๆ

ตอนนี้ในหัวของโอโนดะขาวโพลนไปหมด ไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีก


รู้ตัวอีกทีปากหนาได้รูปก็ค่อยๆถอนออกอย่างอ้อยอิ่ง โอโนดะถึงเริ่มได้สติ

แต่อารมณ์ในตัวทั้งคู่ยังคงพลุ่งพล่านอยู่

"ฮ่า....."

"แฮ่ก....แฮ่ก..."

"ขอโทษนะ เพราะนึกถึงเธอเมื่อตอนนั้น ฉันเลย...."

"....เธอคงไม่เกลียดฉันใช่มั้ย?"

น้ำเสียงและท่าทางเว้าวอนแบบนั้น มีหรือที่คนตัวเล็กจะปฏิเสธ

"........ม.....ไม่หรอก"

หรือจริงๆก็ไม่คิดจะปฏิเสธอยู่แล้วด้วยซ้ำ

ลังเลที่จะถาม แต่สุดท้ายก็ถามออกไป

"มานามิคุง......คิดยังไงกับผมเหรอ"

ร่างสูงยิ้ม "...ที่ทำเมื่อกี้ เธอคิดว่าคนที่อยากเป็นเพื่อนเค้าทำกันแบบนั้นมั้ยล่ะ ซากามิจิคุง.."

"..ฉันชอบเธอ"

...จากที่หน้าร้อนอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งร้อนขึ้นไปอีก จนต้องก้มหน้าแล้วยกมือปิดหน้าตัวเองอีกครั้ง...

"แล้วชอบฉันมั้ย"

"........อื้อ...."

"หืม อะไรนะ ไม่ได้ยินเลย"

"..........ก็ชอบ...."

"ซากามิคุง ฉันไม่ได้ยินเลย จริงๆนะ" พูดไปแบบนั้น แต่จริงๆแล้วได้ยินชัดเจน แค่อยากได้ยินจากปากเจ้าตัวเต็มๆ

"ผมก็ชอบมานามิคุงครับ!"

"ได้ยินแล้วครับ~"

แล้วมานามิก็ขยี้หัวโอโนดะอย่างเอ็นดู



...บอกรักกันในห้องพยาบาลและในคืนฮาโลวีน...

...มันโรแมนติกมั้ยนั่น...

อิมาอิสึมิคิดในใจ

สองหน่อหัวแดงและหัวดำว่าจะแวะมาหาโอโนดะซักหน่อย กำลังจะเลี้ยวเข้าประตูห้องพยาบาล แล้วก็ได้ยินบทสนทนานั้น

จากที่เป็นเพื่อนโอโนดะ อยู่ดีๆก็กลายเป็นสักขีพยานความรักให้ทั้งคู่ไปโดยไม่ทันตั้งตัวซะงั้น

'แล้วชอบฉันมั้ย'

'ผมก็ชอบมานามิคุงครับ!'

จากที่จะแวะเข้าไปหา เลยเปลี่ยนใจไม่เอาดีกว่า อย่าไปเป็นก้างขวางคอเลย

"บ้าเอ๊ย! กดบันทึกไม่ทัน เสียดายชะมัด" นารูโกะบ่นอุบอย่างเสียดาย

"แกนี่น้า..."

แล้วทั้งสองก็เดินกลับไปทางเดิมที่เดินมา

.

.

.

.

"มานามิคุง ผมขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย"

"อะไรเหรอ"

ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังเดินไปสถานีรถไฟด้วยกันอยู่

"ผมแต่งชุดหมาป่าแล้วเป็นยังไงมั่งเหรอ..."

"ฉันก็ตอบไปในแชทแล้วนี่ว่าน่ารัก"

"ไม่เห็นมีเลย มีแค่อีโมยิ้มอย่างเดียว"

"ก็นั่นแหละ"

"เอ๋!? นั่นน่ะนะ!?"

"อื้ม เธอไม่เข้าใจเหรอ?"

บางทีมานามิคุงก็เข้าใจยากจริงๆ...


- จบ -




ปล.หลังจากนั้นสึกิโมโตะก็รู้ว่า เรื่องเล่าที่ฟังจากเพื่อนมาเป็นแค่เรื่องที่เพื่อนแต่งเฉยๆ

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Hime_Hime จากทั้งหมด 3 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:05
    ฮาโลวีน ที่กลายเป็นวันวาเลนไทน์ หวานมาก โดนใจ!! ต้องคู่นี้อ่านแล้วเขินนน
    #3
    1
    • 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:24
      ฮาโลวีนที่กลายเป็นวันวาเลนไทน์ ชอบจังค่ะแง 555555 ขอบคุณมากนะคะ <3
      #3-1
  2. วันที่ 26 มกราคม 2562 / 11:49

    ฮืออออ เพิ่งมาเจอเรื่องนี้ ชอบมากเลยค่ะ! กราบไรท์งามๆที่แต่งคู่นี้ หายากมากเว่อร์ TT

    #2
    1
    • 26 มกราคม 2562 / 14:42
      ขอบคุณมากค่ะ >< ฟิคคู่นี้หายากจริงๆค่ะ แต่งสนองนี้ดซะเลย แง ;; ดีใจที่ชอบนะคะ!
      #2-1
  3. #1 moondayle (@moondayle) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 19:43

    น่ารักจัง มานามิก็หลอกซะเนียนเลย สนุกมากเลยค่ะ
    #1
    1
    • #1-1 Hime_Hime (@Hime_Hime) (จากตอนที่ 1)
      22 ธันวาคม 2561 / 13:38
      ขอบคุณมากนะคะ ;; <3
      #1-1