“เธอคิดว่าทำอะไรของเธออยู่...”
น้ำเสียงเย็นยะเยียกถามขึ้นขณะที่มือเย็นบีบไหล่บางเล็กแน่นราวกับคีม ดวงตาสีอำพันแก้วกระจกสบเข้ากับนัยน์ตาสองสีอย่าเฉยเมยสุดๆ ริมฝีปากสีชมพูกุหลาบคลี่รอยยิ้มจิ้มลิ้ม ก่อนจะตอบออกมาประโยคเดียวอย่างนอบน้อม “ไม่รู้สิคะ”เสียงใสไพเราะเสนาะหูนุ่มนวลตอบ สั้นๆง่ายๆและได้ใจความ
“งั้นก็คลายเวทย์โซ่ซะก่อนที่ฉันจะบีบคอเธอ
”
เสียง(โคตร)โหด ขู่ก่อนที่ริมฝีปากจะเกิดรอยยิ้มแสยะ มองสาวน้อยที่นิ่งเฉยไร้ความรู้สึก ดวงตาคู่เงาฉายแววนึกคิด ก่อนที่เสียงน่าหลงไหลจะถามเด็กหนุ่มผมสีขาวตรงหน้า “แล้ว.....อันไหนคือสิ่งที่ถูกคะ...?”สาวถามอย่างใสซื่อ เพราะเธอถูกสอนมาเพื่อให้ทำแต่สิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น
“ในโลกนี้มีสิ่งที่ถูกต้องด้วยเหรอ?”คู่สนทนา บอกด้วยน้ำเสียงคาดเดายากแต่มันกลับทำลายส่วนบอบบางในความรู้สึกสาวน้อย ราวกับแก้วใสที่ตกลงมาแตกออก....
น้ำใสๆไหลรินลงมาจากดวงตาคู่โตอย่าไม่ได้ตั้งใจ ไร้เสียงสะอื้น มือขาวน่าสัมผัสวาดไปตามอากาศทำให้เวทย์โซ่คลายออก ร่างบางเดินเข้าไปชิดกำแพงก่อนจะค่อยๆกางเขตอาคมขึ้นมา แสงสีทองกระพิบ 3 ครั้งก่อนที่ทั่วทั้งห้องจะมีเขตอาคมกั้นเอาไว้...
“ทำอะไรของเธอ...”เสียงเย็นถาม ขณะมองร่างบางที่ทรุงนั่งพิงกำแพงด้วยความล้าจากการใช้อาคมมาทั้งวัน ดวงตาคู่ใสตวัดมองร่างเด็กหนุ่มก่อนที่รอยยิ้มอ่อนโยนจะปรากฎออกมา “หนู...จะไม่ยอมให้พี่ออกไปไหน จนกว่าพี่ซามาร่าจะกลับมา...เพราะฉะนั้นกรุณาอยู่อย่างสงบด้วย”อัสเตรียบอกด้วยน้ำเสียงที่ดังกว่าเสียงกระซิบเล็กน้อยซึ่งเป็นระดับเสียงปกติของเธอ “หึหึ...”และมันจะดีกว่านี้ถ้านายเลิกหัวเราะโรคจิตแบบนี้ซะทีนะเค
“ฉันจะถามอะไรเธอหน่อย....”
คำถามที่อยู่ก็โพล่งออกมาทำลายความเงียบอันแสนสงบ ดวงตาคู่ใสเลื่อนมองคนถามตาแป๋วเหมือนลูกแมว ก่อนจะเอียงคอมองดูเหมือนลูกแมวเข้าไปทุกที “?”
“ในโลกนี้มีพระเจ้าด้วยงั้นหรอ....”
ช็อกค้าง....หมอนี่ถามอะไร แบบนี้เป็นด้วยหรอ คำตอบแรกที่เขาได้รับคือรอยยิ้มอ่อนหวานน่ารักบนใบหน้าสาวน้อย พระเจ้า...เป็นคำจำกัดความของสิ่งที่มนุษย์นับถือ จะให้ตอบว่าอะไรดีล่ะ? ดวงตาคู่ใสเมื่อเจอคำถามแบบนี้ก็หมองลงเล็กน้อย....พระเจ้ามีรึเปล่านะ...? ฉันไม่เคยสื่อสารกับท่าน......ไม่เคยมองเห็นท่าน......ไม่เคยเลย ได้แค่สวดทุกวัน แล้วก็ ภาวนาในใจ
“หนูเชื่อค่ะ...ว่ามี แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยันก็ตาม....”นี่น่ะหรอ คำตอบของสาวน้อยศักดิ์สิทดิ์“แล้วแต่เธอจะคิด เพราะนางฟ้าไม่เคยโปรยยิ้มให้ฉันเลย....”อัสเตรียมองเค...อยากช่วยเพียงแต่....ฉันไม่มีกำลังขนาดนั้น เพราะว่า.....
“พี่คะ หนูน่ะเป็นสาวน้อยศักดิ์สิทดิ์ ก็จริงแต่ว่า....เป็นคนเดียวที่พระเจ้าทอดทิ้งค่ะ”
‘1 ครั้งเธอมีชีวิตอยู่ได้แค่ 1 ครั้ง เพราะงั้นทำในสิ่งที่เธออยากทำไปเถอะ’
‘คนใจร้ายคิดถึงแต่ตัวเอง แล้วฉันล่ะ....ฉันต้องใช้ชีวิตต่อไปอีกหลายปีหลังจากที่เสียเธอไปแล้วงั้นหรอ’
‘พ่อกับแม่เธอตายแล้วนะ ขอแสดงความเสียใจด้วย’
ทำไมฉันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย..... ประโยคที่ติดอยู่ในใจพร่ำพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า สาวน้อยส่ายหน้าเบาๆ ขณะที่หลั่งน้ำตาโดยไร้ซึ่งเสียงสะอื้นใดๆ
“ก็อย่าไปคิดว่าเธอถูกทอดทิ้งสิ”คำตอบสั้นๆ ขณะที่ดวงตาสองคู่สบตากัน “พ่อแม่ตาย...แล้วก็โนปิศาจไล่ล่า ชีวิตจบลงด้วยการฆาตกกรรม ไม่ว่าจะสวดขอพรเท่าไหร่ก็เปลี่ยนมันไม่ได้ ”ดวงตาสีหวานเลื่อนปิดลงขณะที่พึมพำถ้อยคำเหล่านั้นเบาๆ ก็อย่าไปคิดว่าเธอถูกทอดทิ้งสิ ถ้ายึดประโยคนี้...แล้วลองมองอีกแง่มุมนึงดู
ในการที่จะช่วยคนอื่นได้...เราต้อง.......ได้รู้จักนรกขุมที่ลึกกว่าที่พวกเขาเจอ......
ถ้าอย่านั้นสิ่งที่เราเจอมาคงไม่ใช่การถูกทอดทิ้ง บางทีพระเจ้าท่านอาจจะอยากให้เราเข้าใจความคิดของคนเหล่านั้น..... ดวงตาคู่ใสหวานเปิดขึ้นทันทีที่ห้วงคิดจบ “พี่เคคะ...” “?”
“ขอบคุณค่ะ^-^”
ขอบคุณที่ทำให้หนูตาสว่าง..... เพราะว่าหนูไม่เข้าใจ พระเจ้าก็เลย...ส่งพี่มาบอกหนูใช่มั้ยคะ
“แฮ่กๆๆๆ ช่วยได้แล้ว... แฮ่กๆ”เสียงมินามิดังมาจากประตู อัสเตรียค่อยๆยันร่างไร้เรี่ยวแรงลุกขึ้นเพื่อไปคลายอาคม “เมื่อกี้ขอโทษนะคะ ที่ให้ฟังเรื่องแปลกๆ ....พี่เครับนี่ไป”มือบอบบางโยนตุ๊กตาที่นั่งเย็บเมื่อไม่นานส่งให้ ตุ๊กตาผ้าเด็กหนุ่มผมสีขาวนัยน์ตาสีที่ถูกเย็บอย่างปราณีตและบรรจงทุกรายละเอียด “จะเอาไปทิ้งก็ได้ แต่รับไว้นะ^^”รอยยิ้มงดงามคลี่บนริมฝีปากขณะที่เด็กหนุ่มจ้องตุ๊กตาผ้าในมือ
“ถ้าต้องการละก็ หนูจะช่วยทุกอย่างจนกว่านางฟ้าจะโปรยยิ้มให้นะ” น้ำเสียงเบาๆของสาวน้อยบอกก่อนจะเปิดประตูเดินออกแล้วเปลี่ยนให้เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้ม เดินเข้ามา
“ยอมศิโรราบแล้วสินะ เค...”
“ประสาทเอ๊ย!!!”
เสียงตวาดลั่นจนอัสเตรียที่เดินออกมาสะดุ้ง เด็กสาวร่างบอบบางเดินมาหาเด็กสาวผมสีน้ำตาลยาวในขณะที่บทสนทนาของพี่น้องฝาแฝดยังคงดังต่อไป
“ขอความทรงจำ...ผมคืนได้มั้ย?”
น้ำเสียงของมินามิฟังดูเศร้าๆ สาวน้อยค่อยๆทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบข้างๆเด็กสาวผมสีน้ำตาล ใบหน้าที่งัวเงียจากการใช้พลังมาเกินไปแต่ถึงกระนั้นเสียงไพเราะก็ยังถามอย่างเป็นห่วง “พี่ซามาร่าบาดเจ็บมั้ยคะ”อัสเตรียถามอย่างนุ่มนวล ซามาร่าตอบด้วยน้ำเสียงดังระดับเดียวกัน “ไม่เป็นไรค่ะ”รอยยิ้มอ่อนหวานปรากฎขึ้นทันทีที่ได้ยินคำตอบ “งั้นหรอคะ ดีแล้วล่ะค่ะ^^”
“ไม่มีทาง”
“งั้นคราวหน้า ผมจะมาทวงก็แล้วกัน”
ร่างเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลดาร์คบราวเป็นกระเซิงเดินมาออกจากห้อง “กลับซักที”นัยน์ตาสีเขียวและน้ำตาลแบบเดียวกับเส้นผม มองร่างเด็กสาวทั้งสอง คนหนึ่งกำลังยิ้มต้อนรับเขา อีกคนกำลังอยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น
“คะ...คุณอัสเตรีย”
เสียงซามาร่าเรียกนัยน์ตาคู่สวยที่กำลังสะลึมสะลือเข้าทอดมอง “อะไรคะ?”เสียงหวานใสถามอย่างงัวเงีย “เป็นอะไรรึเปล่าคะ?”น้ำเสียงอ่อนโยนถาม ทำให้สาวน้อยผมสีจิวเวลรี่ตอบด้วยน้ำเสียงที่เบา “เปล่าค่ะ...แค่ง่วง
”มือเล็กยกขึ้นขยี้ตา “ขี่หลังฉันมั้ยล่ะ?” เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มถามแต่สาวน้อยร่างบอบบางกลับส่ายหน้าปฎิเสธ “ไม่เป็นไรค่ะ หนูเดินเองได้”
“โอเค”ดวงตาคู่แก้วกระจกจันทราเลื่อนไปมองเด็กหนุ่มผมสีขาวก่อนจะเผยรอยยิ้มงัวเงียเล็กๆ “ค่ะ...อ้อ....พี่เค ลาก่อนนะคะ”มือเล็กยกขึ้นขยี้ตาก่อนจะบอกลาอย่างมีมารยาท ผู้ถูกบอกลามีสีหน้ารับรู้ “เออ”น้ำเสียงห้วนๆเป็นการตอบรับที่เรียกรอยยิ้มแม้ยามง่วงนอนของสาวน้อย ที่เริ่มยืนเอียงๆเหมือนคนเมา จนเด็กหนุ่มข้างๆต้องถอนหายใจก่อนจะอุ้มร่างนั้นขึ้นมา
“เห็นแล้วมันสงสารนะ”มินามิพูดเหมือนอัสเตรียเป็นลูกหมาลูกแมว ก่อนจะชักสีหน้านึกอะไรได้หันไปยิ้มแฝงความหมายให้พี่ชายตัวเอง “โอ๊ะจริงสิ แปปนะ เค” “อะไรฟะ”
เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มยิ้มหวาน ก่อนจะดีดนิ้ว และเกิดเสียงที่แสนจะดังกึกก้อง สั่นสะเทือนเหมือนแผ่นดินไหว
ตูม!!!
ปราสาทสูงดั่งรัตติกาลสั่นสะเทือน เพราะแรงระเบิดเหมือนกับมีคนสั่นคาบอมเดลิเวลี่มาวางเอาไว้ ยอดหอคอยอันสูงชะลูดไฟลุกและระเบิดออกอย่างรุนแรง เป็นเหตุทำให้ปราสาทกำลังจะถล่มเช่นกัน คนข้างในแตกตื่นฮือฮาดังลั่น ในขณะที่ผู้คิดแผนกำลังยิ้มกวนอวัยวะเบื้องล่างดูน่าถีบมากมาย
“แกวางระเบิดปราสาทฉันเรอะ ไอ้ชั่ว”
“ถ้าผมชั่วพี่ก็โคตรชั่วเลย หึหึ”
“ไอ้ๆๆๆ” (Hes:เค...นายด่าเหมือนผู้หญิงเลยอ่ะ- -++มีแอบๆ)
เด็กหนุ่มผมสีดำ เจ้าของดวงหน้าเข้มและนัยน์ตาคู่เขียวน้ำซุปใส กำลังลากสาวน้อยผมสีน้ำตาลยาวรวบสูงเข้ามาด้วยท่าทียากลำบากสุดจะคาดเดาพร้อมกับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงล้าๆ “ลากเวียมาแล้ว จะกลับยัง?”ราเวนถามอย่างเหนื่อยหอบกว่าจะลากน้องตัวดีมาได้นี่ต้องใช้กำลังมากมายมหาศาลจริงๆ “กลับเลย...”มินามิส่งร่างบางของเด็กสาวให้เด็กหนุ่มผมสีดำ “เฮ้ย แปปๆๆๆ”เด็กหนุ่มผมสีดาร์คบราวดีดนิ้ว เกิดระเบิกขึ้นอีกครั้งคราวนี้มันหนักกว่าเก่า เป็นเหตุให้ปราสาทใกล้ล่ม
ตูม!!!!
“แด่พี่ชายเฮงซวยมหาเฮงซวย 555+”
ดวงตาสีเขียวน้ำซุปใสทอประกายระริกอย่างคิดอะไรแผลงๆ “เอาบ้าง”ราเวนดีดนิ้วเป็นเหตุทำให้เปลวไฟสีรัตติกาลแผดเผาปราสาทจนร้อนระอุ
“พวกแก ไปตายซะ!!!”
เปรียะ!!!
เด็กหนุ่มผมสีขาวดีดนิ้วอย่างเส้นอารมณณืขาดเป็นเหตุให้เปลวไฟลุกทั่วราชอาณาจักรร้อนแผดเผาทุกสิ่งราวกับดวงอาทิตย์ ที่กำลังลุก
“เรื่องไฟฉันไม่แพ้เฟ้ย!!”
เปรี๊ยะ!!!
ไฟลุกหนักกว่าเก่า ไอ้พวกนี้มันบ้าชัวร์= =
“พอเถอะค่ะคุณราเวน เดี๋ยวเราออกไปไม่ได้กันพอดีนะคะ”ซามาร่าเตือน เด็กหนุ่มผมสีดำที่กำลังสนุกกับการเผาปราสาทคนอื่น ราเวนหันมาหาเด็กสาวผมสีน้ำตาลก่อนจะยิ้ม “ครับ ครับ^^”
ร่างคน 5 คนวิ่งตีเกียร์หมาสุดแรกเกิด ไปหาทางออก “เฮ้ย!!ทางเข้าถล่ม”คำอุทานของเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลทำให้เด็กหนุ่มผมสีดำเลิกคิ้ว “ทางเข้า ไม่ใช่ทางออกนี่”ราเวนบอกอย่างใสซื่อ(จริงคือมันกวน) “ทางออกก็ถล่ม”
ดวงตาสีเขียวใสเลื่อนตามคำบอกเล่าก่อนจะยิ้ม “งั้นเราก็เจาะกำแพงออกไป”ง้าวสูงเงี้ยขึ้นฟาดกำแพงจนมันพังทลายลงมาหนักเข้าไปอีก “พังครืนใหญ่เลยทีนี้ ไอ้บ้า!!!!!”หากแต่คำด่าของมินามิไม่ได้ทำให้ไอ้หมอนี่สะท้านแม้แต่นิดเดียว “-*-เวรกรรม 555+ ช่างมัน^^”
“โว้ย~ ทุกคนจับมือฉันเดี๋ยวนี้”
“นายจะหลอกแต๊ะอั่งคนอื่นO_O”
“อยากถูกย่างสดเป็นเป็ดย่างใช่มั้ยแก จะจับไม่จับ”
“อุแหม-*-(ดุจัง) จับคร้าบ”
เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มแยกเขี้ยวใส่เล็กน้อยอย่างหมั่นไส้ก่อนจะตะโกนคาถาหายตัวออกมาเพื่อพาร่าง 5 ร่างที่ติดอยู่ในปราสาทออกไป “เทเลพาที!!!”
ร่างทั้ง 5 หายวับออกไป ในขณะเดียวกันควันไฟกลับเริ่มก่อตัวเห็นเพียงสีขมุกขมัวเท่านั้น....
+
+ -b
g-
ความคิดเห็น