[BTOB] Symphony of Whisper

ตอนที่ 2 : 01 | Who Are You?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 95
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    11 เม.ย. 60

      

 

01

Who Are You?

 


 



           คุณเคยรู้สึกว่ามีเรื่องอะไรบางอย่างค้างคาอยู่ในหัวแต่พยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกไหม จองอิลฮุนกำลังประสบปัญหานี้อยู่

 


...อืมร่างเล็กที่นอนทอดกายอยู่บนเตียงนุ่มสีขาวนวลตื่นขึ้น นาฬิกาบอกเวลาว่าตอนนี้เจ็ดโมงเช้าแล้ว เขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการงุนงง

 


เรียน ๆร่างเล็กพึมพำกับตัวเอง เพราะนี่ก็จะสายแล้วเขามีคลาสตอนเก้าโมงเช้า

 


อิลฮุนลุกขึ้นจากเตียงนอนอันแสนนุ่มนิ่ม จัดการจัดเตียงและพับผ้าห่มอย่างเรียบร้อย แล้วหยิบของสำหรับอาบน้ำไป ทั้งผ้าเช็ดตัวและชุดนักศึกษา เมื่อเข้ามาในห้องน้ำเขาก็จ้องมองเงาตัวเองที่สะท้อนในกระจก พยายามนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เขาจำได้ว่าเขาไม่ได้กลับมาบ้าน แต่อยู่ระหว่างทางกลับและหลังจากนั้นเขาก็จำอะไรไม่ได้เลย จำได้เพียงคำพูดสุดท้ายของใครก็ไม่รู้

 


แล้วพบกันใหม่เร็ว ๆ นี้ จองอิลฮุน

 


...และจูบรสหวานอมขมที่ยังติดตรึงอยู่บนริมฝีปากกระจับ...

 


พอคิดถึงเรื่องจูบก็รีบหยิบแปรงสีฟันขึ้นมา บีบหลอดยาสีฟันอย่างแรงทำให้ยาสีฟันออกมาล้น แต่อิลฮุนไม่ได้สนใจ รีบเอาแปรงเขาปากและถูไปมาอย่างแรง เขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และคน ๆ นั้นคือใคร


 

หลังจากอาบน้ำเสร็จอิลฮุนก็ลงมาทานอาหารเช้าที่พี่สาวของเขาทำไว้ให้ มันจะเป็นแบบนี้ทุกเช้า พี่สาวของเขา จู จะทำอาหารไว้ให้และออกไปทำงานแต่เช้า พ่อกับแม่ของพวกเขาต้องไปทำงานต่างประเทศเป็นเวลาหกปี และที่ผ่านมาสองปีกว่าก็อยู่ด้วยกันสองพี่น้องตลอด
























 




























 


มนุษย์ผู้นี้จะต้องเป็นอาหารของข้าเพียงผู้เดียว

 


คำ ๆ นี้ยังติดอยู่ในหัวของจองอิลฮุนมาตั้งแต่เช้าแล้ว วันนี้ร่างเล็กแทบไม่ได้เรียนเพราะมัวแต่ปวดหัวกับเรื่องที่เกิดขึ้น หากแต่เขาจำอะไรไม่ได้ซักอย่างนอกจากคำพูดชวนขนลุกกับจูบอันร้อนเร่าที่ยังความร้อนแรงนั้นยังคงติดตรึงอยู่บนริมฝีปากกระจับ

 


...มันเกิดอะไรขึ้น...

 


ฮุน!”

 


อิลฮุนสะดุ้งหันไปมอง เพื่อนที่นั่งข้าง ๆ กันตะโกนขึ้นเมื่อเห็นร่างเล็กเหม่อลอย


 

มีอะไรอิลฮุนหันกลับไปตอบเสียงเรียบ

 


ฉันเห็นนายนั่งเหม่อตั้งแต่ในคาบละ เป็นอะไรอีกล่ะมินฮยอกเพื่อนสนิทของอิลฮุนถามด้วยความเป็นห่วง ปรกติอิลฮุนเป็นคนร่าเริง ถ้าเป็นแบบนี้แสดงว่าต้องมีเรื่องอไรเกิดขึ้นแน่ ๆ และดูเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่ซะด้วย

 


เปล่าร่างเล็กบอกปัด

 


แต่…”

 


ฉันกลับบ้านก่อนนะ

 


ทางเดินกลับบ้านมันช่างไกลเหลือเกิน ระหว่างนั้นร่างบางก็พยายามคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงจำอะไรไม่ได้ แล้วคำพูดนั้นมันคืออะไร ใครเป็นคนที่อยู่เบื้องหลัง แต่คิดไปก็ปวดหัวเปล่า ๆ ร่างเล็กเดินก้มหน้าก้มตาไม่มองทางทำให้เดินไปชนคนที่เดินสวนมา ทั้งคู่เซออกจากกัน อิลฮุนเงยหน้าขึ้นมองพลางกล่าวขอโทษ


 

ขอโทษครับ...

 


แต่ก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่าย ราวกับมีภาพมาซ้อนทับกับใครคนหนึ่งที่เขาอาจจะเคยเจอ ผู้ที่มีพลังเวทย์น้ำแข็ง แววตาแข็งกร้าวและเสียงอันเย็นยะเยือก เขาอาจเป็นคนที่ทำให้ร่างเล็กจำอะไรไม่ได้เช่นนี้


 

ร่างโปร่งก้มมองคลี่ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ดวงตารีเรียวกวาดมองทั่วใบหน้าหวานมาหยุดมองที่ริมฝีปากกระจับของร่างเล็ก และก็กลับมาประสานสายตากับดวงตากลมโต อิลฮุนยังคงตกใจพูดอะไรไม่ออกได้แต่มองหน้าอีกฝ่ายอย่างหวาด ๆ

 


หึหึร่างโปร่งยกยิ้มมุมปากพร้อมหัวเราะในลำคอ หันหลังเดินจากไปทิ้งให้อิลฮุนยืนอึ้งอยู่คนเดียว ร่างเล็กสะบัดหัวไล่ความสับสนออก ก้าวเท้าออกเดินตรงกลับคอนโด









                                                                                                        

 

ระหว่างทางอิลฮุนก็มัวแต่คิดถึงเรื่องชายหนุ่มที่เจอเมื่อสักครู่ รู้สึกตัวอีกทีก็ถึงคอนโดแล้ว และข้างหน้าคือลิฟต์ที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม นิ้วเรียวกดปุ่มขึ้นตรงข้าง ๆ ลิฟต์

 


ติ๊ง


 

เสียงลิฟต์ดังขึ้นบ่งบอกว่าลิฟต์ลงมาถึงแล้ว ขาเล็กก้าวเข้าไปในข้างในกดปุ่มเลขสิบเอ็ดซึ่งเป็นชั้นที่ห้องเขาอยู่ อิลฮุนกำลังจะกดรหัสผ่านเพื่อที่จะเข้าไปพักในห้องของตัวเอง แต่ก็มีเสียงคนทักขึ้นมาเสียก่อน

 


ไง

 


พีเนียลเพื่อนข้างห้องของเขาที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันนั่นเอง เจ้าของใบหน้าหวานยิ้มพลางก้มหัวเล็กน้อยเป็นเชิงทักทายแล้วเปิดประตูเข้าห้องของตัวเองไป ทิ้งให้เพื่อนข้างห้องอย่างพีเนียลยืนงงกับท่าทางผิดปรกติของอีกฝ่าย


 

เฮ้อ

 


ร่างบางทิ้งตัวลงนอนลงบนเตียงนุ่มพลางถอนหายใจออกมายาว ๆ หัวสมองกำลังใช้ความคิดเรื่องชายหนุ่มปริศนาที่เขาเผอิญเดินชนวันนี้

 


...แค่บังเอิญจริงหรือ...

 


เรื่องที่เขาจำอะไรไม่ได้มันต้องมีอะไรบางอย่างเกี่ยวข้องกับชายหนุ่มคนนั้น แถมร่างเล็กยังเห็นภาพซ้อนขึ้นมาบนใบหน้าหล่อตอนนั้นอีกด้วยทำให้ยิ่งมั่นใจเข้าไปใหญ่ แต่ชายคนนั้นเป็นใครกัน มีพลังเวทย์น้ำแข็ง... นั่นเป็นสิ่งเดียวที่อิลฮุนรู้เกี่ยวกับบุคคลปริศนา


 

มนุษย์ผู้นี้จะต้องเป็นอาหารของข้าเพียงผู้เดียว

 


ประโยคนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของจองอิลฮุน ร่างเล็กขยี้หัวด้วยความหงุดหงิดเมื่อไม่สามารถประติดประต่อเรื่องราวได้ เขาหลับตาแน่นอย่างหงุดหงิด นอนพักซักหน่อยคงทำให้ลืมล่ะนะ










 

แอ๊ด

 


ประตูบานสวยถูกดันเปิดออกเผยให้เห็นร่างระหงส์ของหญิงสาวที่สะพายกระเป๋าสีดำสนิทขอบทองใบเล็กหรู แต่ช่างตัดกับชุดที่เธอใส่เหลือเกิน เสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนส์ขาสั้นอยู่บ้านสบาย ๆ หญิงสาวเดินเข้ามาในห้องพลางสอดส่องหาผู้ร่วมอาศัย มือเรียวกดสวิชต์เปิดไฟก็พบกับร่างเล็กนอนหลับอยู่บนโซฟา

 


อิลฮุน ตื่นมากินข้าวได้แล้ว

 


อืม... จู? ทำไมวันนี้กลับดึกจังครับมือเรียวถูกยกขึ้นมาขยี้ดวงตาหวานด้วยความงัวเงียพร้อมเอ่ยถามพี่สาวของตน

 


วันนี้มีงานฉลองจบการแสดงน่ะร่างเล็กพยักหน้ารับพี่สาว พี่สาวเขาเป็นนักแสดงละครเวทีทั้งสวยและร้องเพลงเก่ง ตอนเด็ก ๆ ก่อนนอนพี่ก็จะมาร้องเพลงกล่อมทุกคืน พอโตขึ้นเธอต้องไปทำงานต่างจังหวัดบ่อย ทำให้ตอนแรกอิลฮุนนอนไม่หลับเพราะขาดเพลงกล่อมแสนหวานของเธอไป

 


วันนี้มีอะไรกินอ่ะ

 


พี่ห่อต๊อกจากงานมาฝาก ฮุนกินเลยนะพี่กินแล้วจูว่าส่วนมือทั้งสองก็สาละวนกับการจัดเตรียมอาหารให้น้องชาย เธอลากเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอิลฮุนมานั่งลง หยิบหนังสือหนา ๆ เล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋าและพลิกหน้าดู

 


นั่นอะไรครับ?น้องชายถาม

 


บทละครน่ะ

 


คำตอบของพี่ทำให้ร่างเล็กต้องขมวดคิ้ว ไหนว่าจบแล้วไง

 


ผู้จัดการเขาให้เรื่องใหม่มาดูว่าจะเล่นไหมจูว่าพลางพลิกบทละครดู มีอีกหลายเรื่องที่ต่อคิวรอพี่อยู่

 


แหม... พี่สาวคนเก่ง

 


บทสนทนาจบลงอิลฮุนก็ทานอาหารต่อส่วนพี่สาวของเขาก็ก้มหน้าก้มตาอ่านบทละครต่อ แต่ความคิดในหัวร่างเล็กยังคนแล่นเร็วฉิว อุตส่าห์ว่านอนซักงีบจะลืมได้ซะอีก แต่ยังจำทุกอย่างได้ดิบดีเลย คิ้วเรียวได้รูปขมวดเข้าหากันเป็นปม ปากก็ยังเขี้ยวอาหารต่อไปแต่จิตใจร่างเล็กนั้นไม่ได้อยู่กับตัวเลย คนที่นั่งตรงข้ามมองอยู่ซักพักจึงถาม

 


เป็นอะไร

 


...เปล่าครับอิลฮุนชั่งใจที่จะบอกจึงกลัวจะทำให้พี่สาวเป็นกังวลเลือกที่จะปฏิเสธ

 


โกหกหญิงสาวสวนกลับมาทันควัน

 


ผมเปล่าแต่ร่างเล็กก็ยังดื้อด้านปฏิเสธ

 


นายโกหก


 

ก็บอกว่าไม่มีไรไงเล่า


 

ก็ได้ ถ้านายไม่ยอมบอก... แต่ถ้ามีอะไรไม่สบายใจบอกพี่นะดวงตากลมแป๋วเงยมองหน้าพี่สาวตนเอง

 


ขอบคุณครับ

  

                         

หลังจากนั้นทั้งสองก็นั่งกันเงียบ ๆ ไม่มีบทสนทนาใด ๆ ทั้งสิ้น

 



















































 

Ilhoon’s Part

 


นายไม่กินรึไง ข้าวน่ะมินฮยอกเพื่อนสนิทของผมถาม ยกมือขึ้นมาโบกไปมาตรงหน้าเมื่อเห็นว่าผมนั่งเหม่อ แต่จะให้มีกะจิตกะใจไปกินข้าวได้ยังไงล่ะ ในเมื่อในหัวยังคงคิดเรื่องของผู้ชายที่เดินชนกันเมื่อวานไม่เลิก

 


ผมปัดมือของเพื่อนรักออก ฉันไม่หิว

 


ายเป็นอะไร เมื่อวานก็เหม่อวันนี้ก็เหม่อมินฮยอกขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย

 


เปล่า

 


สายตาพลันเหลือบไปเห็นชายร่างสูงโปร่งคนหนึ่งที่เดินผ่านเข้าไปในห้องน้ำ ถ้าเป็นปรกติผมจะไม่มานั่งสนใจคนเข้าห้องน้ำหรอกนะ แต่คนเมื่อกี้คือผู้ชายที่เจอเมื่อวาน ผมลุกออกจากโต๊ะด้วยความเร่งรีบมุ่งหน้าไปที่ห้องน้ำชายที่ชายเดินคนนั้นหายเข้าไปโดยไม่สนใจเสียงโวยวายของมินฮยอกที่บ่นว่าทำน้ำหก

 


เมื่อมาถึงก็ต้องขมวดคิ้วเพราะประตูห้องน้ำนั้นแง้มไว้เล็กน้อยและผมก็ยังไม่เห็นใครออกมาเลย ผมเอื้อมมือไปจับลูกบิดแล้วดันประตูออกก็พบกับความว่างเปล่าภายใน ไม่มีร่างของชายหนุ่มลึกลับคนนั้นหรือแม้แต่มนุษย์ซักคน

 


...เขาหายไปแล้ว...

 


ผมก้าวเข้าไปเพื่อที่จะสำรวจ มันอาจจะมีทางออกจากห้องนี้ทางอื่นที่ไม่ใช่ประตูก็ได้ แต่หน้าต่างมันเล็กเกินไม่ที่จะสามารถให้คน ๆ หนึ่งลอดผ่านไปได้ ว่าแต่ทำไมมันเย็นแปลก ๆ เนี่ย

 


แกร็บ

 


เสียงกรอบแกรบเหมือนเหยียบอะไรบางอย่างดังขึ้น ผมยกเท้าออกจากพื้นก็พบว่ามันเป็นแผ่นน้ำแข็ง พอมองไปรอบ ๆ ห้องก็พบว่ามีแผ่นน้ำแข็งบาง ๆ อยู่เต็มพื้น จู่ ๆ ก็มีภาพซ้อน... ภาพของชายคนหนึ่งที่ลอยอยู่เหนือพื้น ค่อย ๆ ลดระดับลงมาและเมื่อเท้าของเขาสัมผัสพื้นก็มีแผ่นน้ำแข็งบางแผ่ออกมาจากบริเวณนั้นพร้อมกับไอเย็น

 


...ใครกันนะ...

 


อิลฮุน! ถึงเวลาเรียนแล้วเสียงของเพื่อนสนิทผมตะโกนเรียกจากด้านหลัง คงต้องไว้มาหาคำตอบทีหลังแล้วล่ะ ผมหันหลังก้าวขาออกจากห้องน้ำและไม่ลืมที่จะปิดประตูเอาไว้










 

กริ๊ง

 


เสียงกริ่งดังขึ้นบ่งบอกเวลาเลิกเรียน ผมรีบกวาดของทุกอย่างทั้งหนังสือและเครื่องเขียนลงกระเป๋า ลุกขึ้นกำลังจะออกวิ่งไปที่ห้องน้ำ แต่เพื่อนตัวดีก็รั้งแขนไว้ก่อนเสียนี่

 


เดี๋ยว! นายจะรีบไปไหนมินฮยอกจับแขนผมไว้แน่น

 


ปล่อยน่าผมพยายามสะบัดแขนเรียวของตัวเองออกจากการจับกุม แต่อีกฝ่ายก็มีแรงมากก่าผมอยู่ดี เลยได้แต่ยืนมุ่ยหน้า

 


นายเป็นอะไรเนี่ย... มีอะไรบอกฉันได้นะ ฉันจะช่วย

 


“…..” ผมเลือกที่จะเงียบ ผมไม่อยากให้เพื่อนเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เพราะผมสัมผัสได้ว่าผู้ชายคนนั้นต้องอันตรายแน่ ๆ

 


นายเป็นเพื่อนฉันนะ ยังไงฉันก็ไม่ทิ้งนายมินฮยอกรบเร้า กังวลอะไรบอกฉัน

 


มันอันตราย...ผมเผลอหลุดปากพูด อยากจะตบปากตัวเองจริง ๆ แต่ก็ไม่ทันแล้ว คำพูดนั้นมันเข้าหูเพื่อนรักผมไปเรียบร้อย

 


อันตรายเหรอ อย่างนี้ฉันยิ่งต้องช่วยสิ


 

ไม่ได้! ฉันไม่ยอมให้นายไปเสี่ยงเพื่อช่วยฉันหรอกผมว่ามันคงไม่ทันแล้วที่จะปฏิเสธ

 


ฉันอยากช่วยเอง บอกมาเถอะมินฮยอกยังคงรบเร้าที่จะช่วยผมอยู่ดี แต่ผมไม่อยากให้เขาเป็นอันตรายหรอกนะ


 

มินฮยอก มันอันตราย...ผมเอ่ยห้าม

 


ฉันก็ไม่ยอมปล่อยให้นายไปเสี่ยงคนเดียวเหมือนกัน!”


 

“…!”


 

ผมถึงกับอึ้งไม่พูดอะไรราวกับหาปากตัวเองไม่เจอ มองหน้าเพื่อนรักที่พูดประโยคเมื่อกี้ออกมา แต่ยังไงเขาก็เป็นเพื่อนผมตั้งแต่ประถม ผมไม่อยากให้เขามายุ่งกับเรื่องเสี่ยง ๆ แบบนี้เลย


 

เล่าให้ฉันฟังหน่อย เกิดอะไรขึ้น

 


ผมเงียบไปพักหนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจพาเพื่อนมานั่งที่โรงอาหารซื้อน้ำมาดื่มและเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเท่าที่ผมจำได้ ตั้งแต่ตื่นมา คำพูดที่วนเวียนในหัว รวมไปถึงชายหนุ่มที่เดินชนเมื่อวานและเห็นเขาหายไปในห้องน้ำพร้อมน้ำแข็ง แต่ผมไม่ได้เล่าเรื่องจูบหรอกนะ เดี๋ยวโดนล้อหมด ไม่ได้ ๆ


 

...เท่านี้แหละ

 


นายไม่รู้ใช่ไหมว่าคนนั้นคือใครมินฮยอกถามเพื่อความมั่นใจ


 

ผมเพียงส่ายหน้าไปมาเป็นคำตอบ

 


หวัดดีรุ่นพี่ที่สนิทกับมินฮยอกตั้งแต่เด็ก ซออึนกวัง เดินมาทักทาย อ้อใช่... ลืมบอกไปว่าผมกับมินฮยอกอยู่มหาวิทยาลัยปีสอง ส่วนรุ่นพี่คนนี้อยู่ปีสาม


 

อ๊ะ อึนกวัง มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่ได้แอบฟังอะไรใช่ไหมเพื่อนรักผมหันไปเห็นก็ยิงคำถามใส่เป็นชุด จนรุ่นพี่ขมวดคิ้ว

 


มีเรื่องอะไรกันเหรอ

 


เปล่าครับผมปฏิเสธ ไม่อยากให้คนอื่นต้องเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ไปมากกว่านี้อีกแล้ว พลันหางตาเหลือบไปเห็นเหมือนชายคนนั้นเดินผ่านและหายเข้าไปในฝูงชน ผมดีดตัวลุกขึ้นกวาดตาไปทั่วทางโรงอาหารแต่ก็ไม่พบเป้าหมาย

 


นายกลับไปเถอะ ฉันกับอิลฮุนจะกลับบ้านกันแล้วคงเห็นผมทำท่าทางแบบตอนกลางวันจึงเอ่ยไล่รุ่นพี่ หยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นมาสะพายอย่างลวก ๆ ส่วนผมรีบคว้าเป้แล้วก้าวเท้าไปตามทางที่ร่างโปร่งเดินหายไปทันที

 


...นั่นไง...

 


ผมเห็นเขาเดินอยู่ในฝูงชนเด่นชัดเนื่องจากร่างสูงโปร่งของเขา แต่ก่อนที่จะได้ออกเท้ามินฮยอกกลับดึงแขนไว้ก่อน

 


เดี๋ยว! นายจะไปไหนน่ะ

 


นายกลับบ้านไปก่อนเลย ฉันไปก่อนนะผมแกะมือที่จับแขนผมเอาไว้ออก แล้วก้าวเท้าเข้าไปในกลุ่มคน ผมพยายามกวาดสายตาไปรอบ ๆ แต่ไร้วี่แววของชายหนุ่มคนนั้น ในที่สุดก็ทะลุออกมาจากกระจุกเด็กนักศึกษาที่มุงกันเหมือนมีของลดราคาก็ยังหาตัวไม่เจอ

 


...เขาหายไปอีกแล้ว...



มหันหน้าไปมาซ้ายขวาเพื่อมองหาร่างโปร่งแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าเขาจะโผล่มาให้เห็นเลย สอดส่องมองหาอยู่พักใหญ่แต่ก็หาไม่เจอ ผมจึงตัดใจแล้วหันหลังกลับเตรียมกลับ ทันใดนั้นมีมือใครบางคนจับเข้าที่ต้นแขนของผมทำให้ผมสะดุ้ง ออกแรงดึงจนร่างผมเซถลาไปหา ก่อนที่จะล้มผมจึงต้องยอมก้าวเท้าตามแรงดึงไป แต่ก็ได้ตกใจอีกรอบเมื่อเงยหน้าขึ้นมามองก็พบว่าคนนี้คือคนที่ตามหามาทั้งวัน แต่เขาจะพาผมไปไหนเนี่ย...

 










ตอนนี้เขาพาผมมาที่สวนหลังโรงเรียน มันเป็นสวนที่ผู้อำนวยการคนเก่าชอบมาเดินเล่นและเป็นที่ ๆ นักศึกษาทุกคนโปรดปรานที่จะมานั่งผ่อนคลาย เพราะสวนแห่งนี้มีต้นไม้ทั้งสูงใหญ่ ไม้เลื้อย หรือแม้แต่ต้นไม้แคระอยู่เต็มไปหมดทำให้ร่มรื่น แถมยังมีดอกไม้หลากหลายชนิดช่วยแต่งเติมสีสันให้แก่สวนแห่งนี้ แต่หลังจากที่มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นก็แทบไม่มีใครกล้าเข้ามาเหยียบสวนแห่งนี้อีกเลย... ผู้อำนวยคนเก่าตายในสวนแห่งนี้

 


...เลือดของเขาเป็นสีเงิน...

 


ร่างโปร่งตรงหน้าผมหันมานัยน์ตาสีน้ำเงินลึกลับฉายประกายแวบขึ้นมา ผมจ้องเข้าไปในดวงตาลึกลับนั้นราวกับตกอยู่ในภวังค์ ริมฝีปากหนากระตุกยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น

 


ยินดีที่ได้พบ... อีกครั้งเสียงเย็นกล่าว

 


คุณเป็นใคร



















































.......................................

 

Talk


100% สักที เย่!!


ทุกคนอย่าเพิ่งทิ้งไรท์ไปน้า ที่หายเพราะไปหมกตัวคิดตอนนี้อยู่ตั้งนาน555


สารภาพตามตรงการแต่งเรื่องนี้เป็นอะไรที่ดูดวิญญาณมาก TT มันยากบั่บ... บั่บ... บั่บ... พูดไม่ออกว้อย!555

เอาเป็นว่ามันยากมาก

 

อีกอย่างคือเรื่องภาษามันอาจจะแปลก ๆ เพราะกำลังปรับตัวอยู่ (ข้ออ้างชัด ๆ ...)


เพราะงั้นถ้าอยากอ่านต่อเร็วก็ช่วยกดเฟบคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์โหน่ย... เข้าไปหวีดในแท็ก

#whisperchange ให้ด้วยน้า อยากรู้ว่ารีดเดอร์คิดยังไง

 

 

 

 

 

ENJOY READING.



*Miracle TM!*
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

22 ความคิดเห็น

  1. #8 paanpanisa (@psehunisreal) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 17:33
    ชอบความลึกลับของแจมากๆอ่ะ เดี๋ยวหายเดี๋ยวหายนี่ถ้าไม่มาดึงแขนอิลฮุนไปเอง พระนางคงไม่ได้เจอกัน5555555555 แล้วเลือดสีเงินนี่คืออะไร เป็นแวมไพร์? เป็นอมนุษย์หรอ ผู้อำนวยการก็เอากับเขาด้วย แต่คิดว่าที่แจพาฮุนมาที่นี่ต้องมีอะไรบางอย่างมะ ไม่งั้นก็ลากเข้าไปคุยตั้งแต่ในห้องน้ำแล้วถ้าอยากเจอปกติอ่ะ เกี่ยวกับผู้อำนวยการคนนั้นหรือเปล่าคะ..? นี่เดาไปร้อยแปดดด ไรต์มาอัพเร็วๆๆ เลาอยากอ่านต่อแล้ววววววววววว
    #8
    1
    • #8-1 Hellzangel (@Hellzangle) (จากตอนที่ 2)
      13 มีนาคม 2560 / 18:15
      เดี๋ยวๆลากไปคุยในห้องน้ำ5555 ไม่ได้ๆเดี๋ยวมีnc(?)เร็วไป ขอบคุณที่ติดตามค่า><
      #8-1
  2. #7 Ji(won)young (@minemewmy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 16:55
    คู่อิลมินมีความง้องแง้งไม่ยอมกัน55555555
    #7
    0
  3. #6 paanpanisa (@psehunisreal) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 15:13
    เรารออออ
    #6
    1
    • #6-1 Hellzangel (@Hellzangle) (จากตอนที่ 2)
      9 มีนาคม 2560 / 13:59
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ตอนนี้ช่วยรอไปก่อนเนาะไรท์กำลังพยายามเค้นสมองทั้งหมดเพื่อจะแต่งตอนนี้5555 จริง ๆ ตอนแรกไรท์แต่งตอนนี้เกือบจบแล้วแต่พอมาอ่านไปอ่านมารู้สึกมันไม่สนุกเลยลบไปหมดเลยTT ตอนนี้กำลังแต่งใหม่อยู่ค่ะ ขอบคุณที่ติดตามค่า ><
      #6-1