[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 98 : Once a year (แอล/ไลท์ , แอล/คิระ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 273
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    24 ม.ค. 64


Pairing : แอล/ไลท์ , แอล/คิระ









ปีละครั้ง นั่นคือทั้งหมดที่คิระจะได้สัมผัสจากโลกภายนอกห้วงความคิด แค่หนึ่งวันต่อหนึ่งปี


เขาไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรนักหรอก ปกติตอนไลท์ใช้ชีวิตเขาก็คอยมองคอยเอาใจช่วย ชวนคุยนู่นนี่ไปเรื่อย ตอนนี้ก็แค่มาดูแลร่างให้ระหว่างเด็กคนนั้นหลับ


คิระถอนหายใจ คิดเสียว่านอนอยู่บนเตียงทั้งวันก็ไม่เสียหาย โชคดีที่ปีนี้ตื่นขึ้นมาในวันหยุดจึงไม่ต้องไปปวดหัวกับสิ่งมีชีวิตน่ารำคาญข้างนอก มันไม่น่าอภิรมย์นักหรอกที่จะต้องกลับมาโดนไลท์สวดหูชาตอนทำอะไรไม่ถูกใจ


สุดท้ายเขาก็แงะร่างออกมาจากเตียงไปจัดการอาบน้ำแปรงฟันเพื่อจะเตรียมมื้อเช้า ทำเป็นลืมเห็นเสื้อผ้าแสนสุภาพที่ไลท์พับวางไว้ให้บนโต๊ะเพื่อที่จะคว้านหาเสื้อยืดและกางเกงสามส่วนซึ่งถูกซ่อนไว้ส่วนลึกของตู้ คิระพอใจจะแต่งตัวสบายๆ มากกว่า เขาเช็คความเรียบร้อยที่หน้ากระจก มือก็หยิบหวีมาจัดการทรงผมที่กระดกขึ้นเล็กน้อยจากการนอน


ต่อให้เป็นการชำเลืองมองก็สามารถแยกพวกเขาทั้งสองออกจากกันได้อย่างง่ายดาย คิระอาจจะมีรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนไลท์ทุกอย่างแต่ก็มีส่วนแตกต่างอย่างชัดเจนอยู่อย่างนึง


ดวงตาของเขาค่อนข้างจะไปในโทนแดงเมื่อเทียบกับสีน้ำผึ้งสวยของไลท์


ระหว่างรออุ่นอาหารสำเร็จรูป มือเรียวเปิดหน้าต่างเพียงบานเดียวของห้องสูดอากาศแจ่มใสที่มีโอกาสได้สัมผัสเพียงปีละครั้ง เพราะเข้ามหาวิทยาลัยจึงมีเหตุผลให้ไลท์ใช้อ้างออกมาอยู่หอได้ ซึ่งเรื่องนี้คิระได้ประโยชน์เต็มๆ มันเป็นบรรยากาศที่น่าอึดอัดใจมากตอนที่ต้องร่วมทานอาหารกับครอบครัว ยังไงเขาก็ไม่ชินที่ต้องพูดคุยกับคนอื่นนอกจากไลท์ ถึงทักษะการแสดงที่มีจะทำให้มันผ่านไปอย่างราบรื่นก็เถอะ


และเพียงเพื่อกันเขาออกจากปัญหาไลท์ถึงกับยอมไม่มีรูมเมทและทำพาร์ทไทม์อย่างหนักหน่วง คิระตัดสินใจแล้วว่าจะทำตัวดีที่สุด ไลท์จะไม่มีทางลำบากเพราะเขาไปมากกว่านี้อีกแล้ว


ชีวิตประจำวันแบบมนุษย์ปกติกลายเป็นเรื่องชวนอบอุ่นหัวใจสำหรับคิระ รสชาติจืดชืดและไออุ่นบางเบาจากอาหาร แม้เขาจะพยายามปฏิเสธแต่มันก็ทำให้รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก


ความรู้สึกของการมีชีวิตเป็นอะไรที่วิเศษจริงๆ


เมื่อทานเสร็จก็จัดการทำความสะอาดก่อนหยิบหนังสือประมวลกฎหมายอาญามาอ่าน แน่นอนว่าเขาเห็นมันตอนอยู่ในห้วงความคิดมาหลายครั้งแล้วแต่นี่เป็นหนังสือเพียงเล่มเดียวในห้องที่น่าเบื่อไร้กิจกรรมให้ทำ ไลท์ไม่อนุญาตให้เขาออกไปข้างนอก ซึ่งคิระรู้ดีพอที่จะไม่ขัดใจอีกฝ่าย


หลายครั้งที่เขารู้สึกอิจฉา รู้สึกว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรม เขาอิจฉาเด็กคนนั้นที่มีทุกอย่าง...มีทุกวัน...มีชีวิต และสามารถตัดสินใจเลือกเส้นทางทุกอย่างด้วยตัวเอง บางครั้งเขาก็คิดว่าถ้าร่างนี้เป็นของเขามันจะมีประโยชน์มากแค่ไหน


ทุกวันที่เขาเห็นไลท์ เขาเห็นเด็กหนุ่มอนาคตไกลที่มีความฝันแสนยอดเยี่ยม ไลท์ตั้งใจเรียนมาโดยตลอดจนสามารถเข้าคณะนิติศาสตร์ของโตโอ อีกไม่กี่ปีเขาจะเป็นตำรวจและจะช่วยให้โลกนี้ดีขึ้น คิระเอง...ก็มีความฝันเหมือนกัน แต่เขาไม่อยากรอ เขาอยากได้โลกที่ดีตอนนี้ เขาอยากสร้างโลกที่มีแต่คนดีไม่คิดร้ายต่อกัน โลกที่แสนสงบสุขไร้ซึ่งอาชญากรรม


เขาพยายามบอกสิ่งที่เขาคิดกับไลท์ พยายามให้ไลท์มีแนวคิดเดียวกันว่าถ้าทำให้ทุกคนเป็นคนดีไม่ได้ก็แค่ต้องกำจัดคนชั่วให้หมดไปจากโลก...


...แต่ไลท์ไม่เคยเห็นด้วย...


คิระวางหนังสือลงที่โต๊ะข้างเตียงก่อนหยิบปากกาขึ้นมา หมุนปลอกจนได้ไส้หมึกจึงดึงลิ้นชักแรกออกมา


สอดไส้หมึกที่รูเล็กข้างใต้เผยให้เห็นชั้นลับที่ซ่อนสมุดบันทึกสีดำเอาไว้


นี่เป็นความลับเดียวระหว่างเขากับไลท์


เดธโน้ต...สมุดบันทึกความตายที่สามารถพรากชีวิตทุกชื่อที่ถูกเขียน


คิระเปิดมือถือเพื่อหาข่าวอาชญากรรมที่เคยโน้ตเอาไว้ในหัวว่าต้องจัดการ มือเรียวตวัดปากกาเขียนชื่อพวกคนชั่วอย่างไม่ลังเล


ถ้าเป็นสิ่งนี้ก็จะสามารถเปลี่ยนโลกที่เน่าเฟะนี่ได้อย่างรวดเร็ว และมีแค่เขาเท่านั้นที่จะสามารถสร้างโลกขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง


เพราะเป็นเรื่องเสี่ยงที่จะเปิดเผยอาวุธอันตรายที่สุดในประวัติศาสตร์ให้ใครได้รับรู้ เขาจึงต้องปกปิดแม้แต่กับคนที่อยู่ในร่างเดียวกัน ซึ่งนั่นทำให้เรื่องยากขึ้นไปอีก เขามีเวลาพิพากษาคนชั่วแค่หนึ่งวันต่อหนึ่งปี แม้จะดูเป็นไปได้ยากแต่คิระไม่เคยล้มเลิกความคิด ถึงจะเป็นพระเจ้าได้เพียงปีละครั้งก็ไม่เป็นไร อย่างไรเขาก็ได้เปลี่ยนแปลงให้ทุกอย่างดีขึ้นเรื่อยๆ เขายังคงมีความเชื่อว่าสักวันไลท์จะเปิดใจรับฟังและรับข้อเสนอของเขาที่จะมาร่วมพิพากษาด้วยความเต็มใจ


และเมื่อมันสำเร็จ พวกเขาทั้งคู่ก็จะเป็น 'พระเจ้าแห่งโลกใบใหม่' อย่างแท้จริง


เขียนไปได้เพียงสิบกว่าชื่อตอนที่เสียงเคาะประตูดังเข้ามาในโสตประสาท เขาหันไปมองตามต้นเสียงด้วยความสงสัย


หูแว่ว?  ไม่ มันยังมีเสียงเคาะตามมาอีก


พอๆ กับความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ คิระรีบเก็บเดธโน้ตกลับที่ซ่อนด้วยกลัวจะถูกจับได้


"ใครครับ?" เขาสาวเท้าเข้าใกล้ประตู ไม่ลืมที่จะคุมเสียงให้สุภาพนุ่มนวลที่สุด


"ไลท์คุง" เสียงโมโนโทนแสนคุ้นเคยเรียกชื่อของร่างเขา "ผมริวซากิเอง ขอเข้าไปนะครับ"


ริวซากิ...อ๋อ แอล เจ้าศัตรูอันดับหนึ่งของโลก


คิระทำหน้าแหย ก็เจ้าหมอนี่เป็นนักสืบที่ใช้ชื่อปลอมเข้ามาสืบคดีที่ญี่ปุ่น ตัวตั้งตัวตีที่ทำให้ไลท์ของเขาหันไปบ้าความยุติธรรมจากกฎหมายแทนที่จะมาพิพากษาด้วยกัน!


แกโดนดีแน่... "มาทำไมตั้งแต่เช้า นายต้องหัดเกรงใจคนอื่นบ้างนะ"


ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ก็เปิดประตูให้แต่โดยดี คิระอยู่กับไลท์มานานกว่าใคร มันจึงไม่ยากเลยที่จะเลียนแบบบุคลิกและการปฏิบัติตัวต่อผู้อื่น แถมเจ้าแพนด้านี่ก็ดูจะเชื่อสนิทใจดีถึงยิ้มให้แบบนั้น


แอลทำท่าจะเดินเข้ามาแต่ก็ชะงักไปเมื่อมองหน้าเขา "...ตาของไลท์คุงมีสีแปลกๆ"


คิระรู้อยู่แล้วว่าต้องถูกทัก เขาเพียงยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจขณะหลบทางให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาก่อนปิดประตูลงกลอนเหมือนทุกครั้ง


"ผมไม่เคยเห็นไลท์คุงแต่งตัวแบบนี้เลย" แอลทักขึ้นเป็นรอบที่สอง ดวงตากลมโตไล้สำรวจเขาตั้งแต่หัวจดเท้าอย่างประเมิน คิระกระแอมเล็กน้อย เบนสายตาหลบไปวูบหนึ่งด้วยความอึดอัดใจ...เขาไม่ชอบถูกมองแบบนั้น ไม่เลยสักนิด


"เพราะฉันไม่ได้วางแผนจะออกไปไหนก็เลยแต่งสบายไปงั้นแหละ"


"เหรอครับ?" ชายผมดำทำหน้าเหมือนไม่ค่อยเชื่อเท่าไร "ผมมาหาเขาตอนวันหยุดก็บ่อยแต่ไม่เคยเห็นแต่งแบบนี้เลย น่าแปลกใจ"


คิระทำสีหน้าประมาณ 'นายจะสงสัยอะไรนักหนา' แต่ก็เปลี่ยนเรื่องแทนเพื่อเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจ "มีธุระอะไรก็รีบๆ พูด"


แอลทำแววตาหมาหงอยใส่ประโยคนั้น "ใจร้ายจริงนะครับ คนรักจะมาหากันโดยไม่มีเหตุผลไม่ได้เลยงั้นเหรอ?" เขาก้มหน้าแสร้งทำเป็นน้อยใจได้อย่างปลอมที่สุดในชีวิต "นั่นสินะครับ ถ้าไม่มีคดี ผมก็ไม่มีความหมายเลยสินะ"


คิระหลุดยิ้มขำขันออกมาเล็กน้อย "อ๋อเหรอ ถึงอย่างงั้นก็อุตส่าห์หยิบเอกสารติดมือมาด้วยเนอะ"


"พอดีผมเจอหลักฐานที่น่าสนใจมากเลยอยากนำมาให้ไลท์คุงดูน่ะครับ" มือขาวซีดยื่นภาพถ่ายจำนวนหนึ่งพร้อมคำให้การของพยานมาให้ เขารับมาพินิจดูก็พบว่าเป็นของคดีปัจจุบันที่ไลท์กับแอลกำลังช่วยกันสืบ


"หืม ภาพนี้มันดูจงใจเกินไปรึเปล่า? ใส่ร้ายแม่สามีไม่เนียนเอาซะเลยนะ" เขาตั้งข้อสังเกตกับภาพหนึ่งมากเป็นพิเศษ ทุกอย่างมันสมเหตุสมผลมากเกินไป...มากจนเมื่อมีข้อผิดพลาด แม้แต่ผู้ลงมือเองก็ไม่ทันสังเกตเห็น


ไม่ใช่แค่ร่างเดียวกัน บางทีคิระก็สงสัยว่าพวกเขาอาจแชร์ความสามารถและสติปัญญาร่วมกัน


เขาบอกให้แอลนั่งวิเคราะห์รอไปก่อน ดีหน่อยที่ห้องนี้มีโต๊ะแบบญี่ปุ่นท่านั่งประหลาดของนักสืบหนุ่มจึงไม่ทำให้การขีดเขียนลงเอกสารเป็นไปอย่างลำบากนัก คิระชงกาแฟซองสำหรับสองแก้วที่เคาท์เตอร์ก่อนจะถือมานั่งที่ฝั่งตรงข้าม


แอลไม่แม้แต่จะเหลือบมองแก้วที่เขายื่นให้ คิระจึงวางมันไว้ใกล้ๆ เผื่ออีกฝ่ายจะยกขึ้นดื่ม


ไลท์รู้จักกับแอลมาตั้งแต่สมัยยังอยู่ม.ปลาย ไม่สิ...โดนซ่อนกล้องแถมดักฟังขนาดนั้นเรียกว่าโดนรู้จักฝ่ายเดียวจะดีกว่า อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ของทั้งสองก็พัฒนาอย่างรวดเร็วเมื่อแอลทำคะแนนสอบเข้าโตโอได้สูงสุดเท่ากับไลท์ ตอนแรกก็เป็นเพียงเพื่อนสนิทที่รู้เท่าทันไปเสียทุกอย่าง แต่หลังผ่านการทำงานด้วยกันนานวันเข้ามันก็เปลี่ยนเป็นอย่างอื่น...เกินคำว่าเพื่อนสนิทไปไกลโขเลยล่ะ


เขาก็เคยเตือนไลท์มาตั้งนานแล้วว่าหมอนี่จ้องจะจีบอยู่ แรกๆ ก็ไปได้สวยเพราะไลท์หลีกเลี่ยงเต็มที่ แต่สุดท้ายพอโดนเอาคดีมาล่อก็พลาดท่าให้กับความน่าสนใจไปซะได้


แล้วดูตอนนี้สิ น่าหมั่นไส้นักเจ้าพวกคู่รักหวานชื่น!


แน่นอนว่าไลท์ต้องเขินหนักกว่าอยู่แล้วเวลาจับมือ กอด จูบหรือทำอะไรหวานๆ ใส่กัน ไม่ใช่เพราะแอลหน้าด้านหรือว่า...เอ่อ จริงๆ ก็ส่วนหนึ่ง แต่เป็นเพราะเจ้าแพนด้าไม่ได้รู้ว่ามีใครบางคนมองเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลาและแซวแฟนเขาจนอายแทบมุดดินหนีต่างหาก


ปัจจุบันจึงยังอยู่ในขั้นรักไร้เดียงสาที่ไม่มีการทำอะไรรุ่มร่ามเกินเลย แอลก็เคยมีเลียบๆ เคียงๆ ถามเผื่อจะไปไกลกว่านี้บ้าง แต่ไลท์ก็ปฏิเสธมาโดยตลอด คิระไม่รู้หรอกว่าถ้าไม่มีเขาคำตอบของไลท์จะเปลี่ยนไปรึเปล่า รู้แค่ว่าแอลมันโคตรอันตราย ทั้งกับความลับเขาและร่างกายนี้!


แน่ล่ะว่าถ้าไปถึงขั้นบนเตียงจริง ไลท์ผู้ใสซื่อของเขาได้มีกระอักความเขินตายกันบ้างแหละ...


แต่ในระหว่างที่เหม่ออยู่ก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ


...ตอนนี้ร่างกายเป็นของเขา เขาจะทำอะไรก็ได้...


จริงอย่างถึงที่สุด ถ้าเป็นตอนนี้เขาสามารถเลือกได้ด้วยตัวเองไม่ว่าจะพัฒนาความสัมพันธ์หรือว่าหาวิธีกำจัดเสี้ยนหนาม


เขาเหลือเวลาไม่ถึงวัน ต่อให้อัจฉริยะระดับไหนก็ไม่สามารถกำจัดนักสืบอันดับหนึ่งของโลกได้โดยไร้ซึ่งแผนการ


แต่ถ้าพยายาม 'สนิทสนม' ให้มากขึ้นกว่านี้ล่ะก็...


แอลวางมือจากการเขียนเอกสารยกเครื่องดื่มขึ้นจิบ ด้วยเหตุผลบางอย่างการมองริมฝีปากนั่นสัมผัสแก้ว  ก่อนแลบลิ้นเลียคราบกาแฟที่เปื้อนอย่างเผลอไผลนั่นทำให้เขาหน้าร้อนๆ ขึ้นมา


แอลนิ่วหน้าเล็กน้อย ดวงตาสีดำสนิทจับจ้องที่แก้วซึ่งคิระจับแววอึดอัดบางเบาในนั้นได้


"มีอะไรรึเปล่า?"


"หวานไม่พอ" เขางึมงำกลับเสียงแผ่ว


คิระหยิบแก้วอีกฝ่ายมาจิบดูบ้าง "อืม นั่นสินะ"...น้ำตาลสามก้อน นายควรไปตรวจเบาหวาน


"ขมเกินไปสำหรับผม"


คิระจิบอีกเล็กน้อยก่อนจะเอนตัวเข้าไปใกล้ มือเรียวสัมผัสใบหน้าอีกฝ่ายบรรจงให้แหงนขึ้นรับริมฝีปากที่ทาบทับ แอลส่งเสียงประหลาดใจแต่ก็ยอมให้ปลายลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาส่งต่อกาแฟรสละมุน นิ้วเรียวยาวแทรกไปตามกลุ่มผมสีน้ำตาลนุ่มมือ ก่อนแอลจะเป็นฝ่ายกวาดเอาความหอมหวานที่ยังหลงเหลืออยู่ในปาก เด็กหนุ่มส่งเสียงในลำคออย่างพึงพอใจทั้งยังยกแขนโอบรอบไหล่กว้าง ยอมปล่อยให้คนอายุมากกว่าได้คุมเกม


คิระงับริมฝีปากอีกฝ่ายอย่างเย้ายวนเมื่อแอลผละออกมาไล่พรมจูบทั่วลาดไหล่เนียน ก่อนขบเม้มเบาๆ เป็นการประทับรอยสีกุหลาบแสดงความเป็นเจ้าของ ".ดี..ขึ้นไหม?" ก้มลงกระซิบเสียงหวานปนหอบหายใจ ดวงตาสีแดงฉานมีประกายบางอย่างด้วยอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูง


"หวาน...ผมชอบ" แอลเงยใบหน้าราบเรียบขึ้นประสานสายตา น้ำเสียงที่ปกติมักจะเฉยชาสั่นพร่าขึ้นเล็กน้อย


"อืม ฉันจะจำไว้แล้วกัน"


นี่มันเหนือการควบคุมเกินไปแล้ว คิระไม่ได้สัมผัสใครมาเป็นปีแถมครั้งล่าสุดก็แค่เป็นการกอดกับคนในครอบครัว ในอกสั่นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นแต่กลับทำให้มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ไลท์รู้สึกแบบนี้ตลอดเวลาอยู่ใกล้แอลงั้นเหรอ?


มันถูกต้องรึเปล่าที่จะทำแบบนี้ ถ้าไลท์รู้เข้า...


"แอล" เขาเอ่ยอย่างลังเล ผละมาอยู่ฝั่งตรงข้ามดังเดิม


"ครับ ไลท์คุง?"


"ฉันแค่สงสัยว่า..." ใบหน้าหวานก้มงุด มือเขี่ยผ้าชายเสื้ออย่างพยายามหาที่ระบายความเขิน "ถ้านายต้องการน่ะนะ อยาก...อยากต่อที่เตียงไหม?"


"คุณอยากทำอะไรที่เตียงงั้นเหรอครับ?" ใบหน้าซีดเซียวฉายแววแห่งความใสซื่อจนคิระหน้าร้อนวูบที่ถูกหยอกเย้าเข้าอย่างจัง


เด็กหนุ่มตวัดสายตาดุๆ ทั้งแก้มขึ้นสีระเรื่อ ซึ่งสำหรับแอลมันดูน่ารักมากกว่าน่ากลัว


ด้วยความพยายามทั้งหมด คิระกัดฟันเอ่ยเพื่อให้ได้ในสิ่งที่เขาต้องการ "ฉัน...ต้องการนาย แอล"


นักสืบหนุ่มชะงักไป ดวงตาสีดำสนิทจับจ้องที่เขาราวกับตำรวจมองผู้ร้าย "ไลท์คุง คุณแปลกไปจริงๆ ด้วย"


ในใจคิระสะดุ้งเฮือกคิดทบทวนว่าเขาทำอะไรพลาดไปแต่ก็สวมหน้ากากไม่รู้เรื่องราวต่อไป


"อะไร ฉันก็คือฉัน ไม่เห็นจะเปลี่ยนไปเลย"


"ไม่ครับ นี่ไม่ใช่คุณ" ถึงน้ำเสียงจะมั่นใจแต่ใบหน้านั้นก็ดูสงสัยกับอะไรบางอย่าง "ถึงจะดูเหมือนไลท์คุงแต่ก็ไม่ใช่ไลท์คุง นี่คุณเป็นใครกันแน่?"


ไลท์ไม่เคยพูดถึงเขา ไม่เคยกับใครทั้งนั้น คิระคือความลับเดียวที่ไม่ว่ายังไงก็ห้ามบอกคนอื่น


หมอนี่เป็นใครถึงรู้เรื่องนี้ได้ ทำไมถึงแยกความแตกต่างที่ไม่มีอยู่ตั้งแต่แรกได้


คิระหน้าตึง น้ำเสียงติดแข็งๆ ด้วยความหงุดหงิดที่ฉายชัด "หลอกนายไม่สำเร็จงั้นสิ"


"อีกตัวตนหนึ่งงั้นหรือครับ?" ชายหนุ่มตั้งข้อสังเกต ซึ่งคนในร่างยางามิ ไลท์ก็พยักหน้าตอบตามความจริง "แต่ทำไมผมไม่เคยเจอคุณมาก่อน"


"นายไม่เคยเจอ แต่ฉันเห็นนายทุกครั้งที่ไลท์ไปมหาลัย ฉันตื่นอยู่ตลอดและรู้ว่านายล้างสมองเขาไปมากแค่ไหนแล้ว"


"ล้างสมอง" คนถูกใส่ความเลิกคิ้วให้คำนั้น "ขอโทษนะครับ?"


คิระจ้องเขาเสียเขม็ง "จะมีใครยัดความคิดโลกสวยขนาดนั้นใส่สมองไลท์ได้อีก? คุณนักสืบอันดับหนึ่งของโลก นายนั่นแหละตัวดีเลย เพราะนาย ไลท์ถึงไม่ยอมลุกขึ้นมาเปลี่ยนโลกที่เน่าเฟะนี่กับฉัน" ทุบกำปั้นลงโต๊ะทั้งยังมีรังสีคุกคามออกมาจางๆ อย่างที่เด็กหนุ่มผู้นุ่มนวลคนนั้นไม่มีวันทำ "รอให้คนชั่วรับโทษตามกฎหมาย...คิดว่าไอ้ข้อความยาวๆ นั่นมันวิเศษมาจากไหน ถ้ามันดีจริงป่านนี้จะมีคดีซ้ำสองกับคดีล้างแค้นเหยื่อมากขนาดนี้เลยรึไง!?"


"เป็นคุณนี่เองที่เกลี่ยกล่อมไลท์คุงไปในทางชั่วร้ายแบบนั้น" แอลกดน้ำเสียงลงต่ำอย่างอันตราย "แต่ก็น่าสงสัยเหลือเกิน ถ้าแบบนั้นคุณจะปล่อยให้ไลท์คุงใช้ร่างทำไม ลุกขึ้นมาเปลี่ยนโลกเองดูจะง่ายกว่าทำให้เขามีแนวคิดเดียวกันนะครับ" สมกับตำแหน่งในงานสืบสวน หมอนี่ฉลาดและไม่ปล่อยให้รายละเอียดผ่านไปง่ายๆ "หรือบางที...คุณอาจจะมีเวลาจำกัด?"


คิระสบถที่เขาถูกต้อนให้ยอมรับความจริง "เออ ปีละครั้ง"


"แค่หนึ่งวัน แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้โลกดีขึ้น" เด็กหนุ่มเชิดหน้าขึ้นด้วยความมั่นใจ


นิ้วโป้งถูกยกขึ้นมาขบเม้มอย่างใช้ความคิด แอลพึมพำเสียงแผ่วราวกับไม่อยากเชื่อ "หรือว่าที่อาชญากรพากันหัวใจวายในวันนี้ของทุกปี..."


ใบหน้าหวานกระตุกรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "สำหรับร่างที่มีสองตัวตน พลังจิตฆ่าคนคงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนักหรอก"


ชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามไม่มีท่าทีตื่นกลัว มีแต่เพียงการประเมินอย่างใจเย็นและมีเหตุผล ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่คิระต้องการเสียสักนิด


"หึ เป็นไงล่ะที่ได้รู้ความจริงว่าไลท์คุงสุดที่รักของนายใช้ร่างเดียวกับฆาตกรต่อเนื่องอย่างฉันน่ะ" คิระเอนตัวเข้าไปใกล้ด้วยต้องการจะสังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่ายให้ชัดขึ้น "ไลท์เองก็รู้ว่าฉันทำอะไรมาโดยตลอด แต่เขาไม่เคยหยุดฉันได้ เพราะอะไรกันล่ะ? เพราะเขามันอ่อนแอไง! ทั้งอ่อนแอและโง่เขลาที่หันหลังให้กับความยุติธรรมที่แท้จริง!"


"ไลท์คุงไม่ได้อ่อนแอ" แอลแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงมั่นคง "ในบางเรื่อง เขาแกร่งกว่าคุณเสียด้วยซ้ำ"


คิระเค้นหัวเราะราวกับมีเรื่องตลกเสียนักหนา "แกร่งกว่าฉัน? ขอโทษนะคุณนักสืบ เด็กนั่นจะไปแกร่งกว่าฉันคนนี้ได้ยังไง?"


"เพราะไลท์คุงมีความหวัง" ดวงตาสีดำสนิทสบประสานกับดวงตาแดงดั่งเลือดของเด็กหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสีน้ำผึ้งสวย "เขาเชื่อว่าโลกเราจะเปลี่ยนไปได้ เขาเชื่อว่าคนชั่วสามารถกลับใจและกฎหมายจะเป็นผู้ดูแลเรื่องนั้นเอง"


"เหมือนที่เขาเชื่อในตัวนายงั้นเหรอ?" คิระถามกลับ "ปล่อยให้นายเข้ามาใกล้ได้ถึงขนาดนี้ ไลท์อ่อนแอจริงๆ นั่นแหละ สุดท้ายแล้วก็ปล่อยให้ความรักชนะจนความลับต้องถูกเปิดเผย"


"ความรักไม่ได้ทำให้คุณอ่อนแอ มันทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้น" แอลแก้


"แต่มันลดเกราะป้องกันทุกอย่าง ไม่ต่างกับการยกตัวเองให้คนอื่น แบบนั้นจะโดนหลอกใช้ไม่รู้ตัว"


"แต่นั่นคือความไว้วางใจไม่ใช่หรือครับ? คุณเชื่อใจคนอื่นมากเพียงพอที่จะรู้ว่าพวกเขาจะไม่มีวันทำให้คุณเสียใจ"


คิระส่งเสียงไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรต่อ


"ให้ผมได้เปลี่ยนความคิดของคุณเถอะครับ" แอลมองเขาอย่างตรงไปตรงมา "คุณคือส่วนหนึ่งของไลท์คุงที่ผมรัก เพราะงั้นตามหลักการแล้วผมก็รักคุณเหมือนกัน และผมอยากจะช่วยให้คุณหยุดก่อนจะถลำลึกไปมากกว่านี้"


เด็กหนุ่มตรงหน้าเม้มปากเป็นเส้นตรงก่อนสะบัดหน้าไปมาราวกับกำลังสู้กับความคิดตัวเอง


"เจ้าคนโง่เอ้ย"


คำด่าที่ไม่มีทางล่วงรู้ได้ว่าหมายถึงไลท์ แอลหรือตัวเขาเอง คิระเงยหน้าขึ้นมามองนักสืบตรงหน้า อ้าปากทำท่าราวกับจะพูดอะไรแต่สุดท้ายก็เก็บเงียบเช่นเคย


ก่อนสัญชาตญาณจะร่ำร้องเตือนถึงอะไรบางอย่าง


"ดูเหมือนไลท์ใกล้จะตื่นซะแล้วสิ" เด็กหนุ่มสบถหัวเสีย "ทำไมปีนี้เร็วกว่าปกติเนี่ย!?"


เขายันตัวลุกขึ้นเดินไปทางเตียงขณะที่แอลมองไล่หลังด้วยความมึนงง


"จะไปแล้วงั้นหรือครับ?"


"เออ!" คิระกระแทกเสียงอย่างประชดประชัน


"แต่คุณจะกลับมาใหม่ในปีหน้าใช่ไหม?" ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินตามมาที่ข้างเตียง "ผมจะอยู่เคียงข้างไลท์คุงต่อไปเรื่อยๆ เราต้องได้คุยกันอีกแน่ครับ และผมจะทำให้คุณเปลี่ยนความคิดให้ได้"


เด็กหนุ่มที่ซุกหน้าลงกับหมอนส่งเสียงเหอะเบาๆ "ไว้จะคอยดู"


"ก่อนที่คุณจะไปนะครับ" แอลรีบเร่งถามเมื่อเขาพึ่งระลึกได้ถึงความจริงบางอย่าง "คุณชื่ออะไรงั้นเหรอ?"


ร่างของยางามิ ไลท์ที่หายใจเข้าออกอย่างแผ่วเบาหากแต่สม่ำเสมออธิบายความเงียบได้เป็นอย่างดี เด็กหนุ่มหลับตาพริ้มจนไม่สามารถบอกได้ว่าใครอยู่ในร่างกันแน่


นักสืบหนุ่มยิ้มบางด้วยความเอ็นดู ดึงผ้าห่มให้อีกฝ่ายก่อนขยับไปลูบผมสีน้ำตาลนุ่มอย่างเบามือ


"ผมขอสัญญาว่าจะช่วยคุณเองครับ ถึงแม้คุณจะไม่รู้ตัวว่าต้องการมันก็ตาม"










---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #121 [ LuksornNoy ] (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 09:53
    อ๊าาาาา ดี! ดีมาก! นี่แหละความต่างของไลท์กับคิระ! ฮืออ เด็กคนนั้นสิ้นหวังไปตอนไหนนะ ในlive actionกับseriesน่ะพอดูออก แต่มังงะนี่มัน.......
    #121
    2
    • #121-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 98)
      23 กันยายน 2562 / 22:09
      ข..ขอบคุณค่า นั่นสินะคะ เขาสิ้นหวังไปตั้งแต่เมื่อไรกันนะ? โลกค่อยๆ แย่ลงเรื่อยๆ หรือว่ามีอะไรมาสะดุดใจ? โธ่ ไลท์ มีชีวิตและครอบครัวที่ดีขนาดนี้แท้ๆ...
      #121-1
    • #121-2 lerfelry(จากตอนที่ 98)
      30 พฤษภาคม 2563 / 03:01
      พูดถึงสิ้นหวังแล้วนึกถึงจุนโกะซะงั้นเลยค่ะ TT
      #121-2
  2. #120 Parichat1009 (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 20:47
    ชอบแบบบ
    #120
    1