[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 97 : Secret Santa (All/แอล)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    24 ม.ค. 64

Pairing : All/แอล (ใครบ้างน่ะเหรอ? ไปลุ้นกันเอาเอง~!)

AU ที่ทุกคนมาจากซีรีส์ 2015 ไม่มีคิระ เปลี่ยนเนียร์เป็นผู้หญิง และมีทั้ง ชช ชญ จ้า!

*WARNING!!!!!!!!!! ฟิคนี้ OOC ของแอลเวอร์ชั่นปกติ หรือก็คือเป็น แอลซีรีส์ 2015 ที่บวกความกาวและรั่วของดิฉันเพิ่มไปเป็นจำนวนมาก ทำใจก่อนอ่านนะคะ //หัวเราะชั่วร้ายยิ่งกว่าคิระ*









วันที่สิบแปดของเดือนธันวาคมหรือก็คือเกือบเก้าเดือนหลังย้ายมาประจำการที่ประเทศญี่ปุ่น แอลพบซองจดหมายลึกลับอยู่หน้าประตูทางเข้าสำนักงานพร้อมลูกเทนนิสสีสด หลังจากให้วาตาริตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่ปนเปื้อนด้วยสารหนู ยาเสพติดหรืออะไรก็ตามที่สามารถหลอนประสาท จึงได้ฤกษ์แกะออกพิจารณาข้อความข้างใน

ถึง คุณนักสืบอันดับหนึ่งของโลก

หวังว่าจะไม่ว่าอะไรนะถ้าจะเล่นเกมด้วยกันสักหน่อย คือฉันน่ะมีความรู้สึกดีๆ กับนายมาตั้งนานแล้วแต่ไม่รู้เลยว่าจะพูดมันออกไปยังไงดี เพราะงั้นก็เลยให้นายหาคำตอบเอาเองแล้วกัน ก็นายชอบไขปริศนานี่เนอะ? แน่จริงก็รีบหาฉันให้ได้ก่อนคริสต์มาสอีฟสิ

จาก
แฟนคลับลับๆ ของนาย

นักสืบหนุ่มถอนหายใจแล้วยัดมันกลับลงซอง นี่เป็นมุกตลกแบบไหนกัน? แน่ล่ะว่ามันไม่ใช่ความสัตย์จริงเลยสักนิด เขาไม่ได้มาญี่ปุ่นเพื่อเป็นไอดอลหรอกนะจะได้มีแฟนคลับ ถ้าเป็นอามาเนะ มิสะก็ว่าไปอย่าง

เท้าพาดบนโต๊ะ หลังพิงพนักเก้าอี้พักผ่อนจากคดีชั่วครู่...เขาพึ่งได้พบการกลั่นแกล้งอีกครั้งในรอบยี่สิบปี...ดวงตาสีดำสนิทหรี่ลงจ้องลูกบอลสีเขียวในมือก่อนโยนมันลงถังขยะข้างหลังอย่างแม่นยำ

...และเขารู้ดีว่าใครจะต้องเป็นคนรับผิดชอบ...






"ผมคงต้องบอกกับไลท์คุงตามตรงว่าเกมได้จบลงแล้ว" แอลวางจดหมายลงข้างหน้าตัวต้นเรื่อง ขณะที่เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นจากหนังสือมามองอย่างงุนงง สิบนาทีก่อนเริ่มคลาสไม่ใช่เวลาที่เขาคาดหวังจะเจออีกฝ่ายเลยสักนิด

"อ้าว ริวซากิ" ดวงตาสีน้ำผึ้งฉายแววประหลาดใจไม่น้อยทีเดียว "ไหนว่าช่วงนี้จะไม่เข้ามหาลัยไง...?"

"เลิกเปลี่ยนเรื่องแล้วยอมรับความพ่ายแพ้ของคุณได้แล้วครับ"

"หืม?" ไลท์หยิบซองนั้นขึ้นมาพลิกหน้าพลิกหลัง "เดี๋ยว นายคิดว่าฉันเป็นคนเขียนนี่เหรอ มันคืออะไรล่ะ สาส์นท้าทายจากฆาตกรต่อเนื่อง?"

ดวงตาสีดำสนิทกลอกไปมาด้วยความรำคาญ "คุณรู้จักมันดีอยู่แล้ว"

เด็กหนุ่มเลิกคิ้ว แต่ความงุนงงก็หายไปอย่างรวดเร็วเมื่ออ่านข้อความพวกนั้น เขาหันมาทางคนเป็นนักสืบอีกครั้ง หากแต่คราวนี้มีรอยยิ้มล้อเลียน

"สารภาพรักงั้นสิ? แม่สาวคนนี้เป็นฝ่ายรุกนายเองเลย?"

"ตลกมากครับ ไลท์คุง" แอลมีน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าดูไม่สบอารมณ์อย่างแรง "คุณทิ้งของขวัญไว้ที่หน้าประตูห้องผมมาสี่วันแล้ว"

ผู้ต้องสงสัยปฏิเสธด้วยท่าทีสบายๆ "ฉันไม่ได้เขียนจดหมายหรือให้ของขวัญนายสักหน่อย"

ยิ่งได้ยินดังนั้น ใบหน้าซีดเซียวก็ยิ่งง้ำงอ "เลิกโกหกได้แล้วครับ" ท่าทางของคนตรงหน้านอกจากจะไม่รู้สึกผิดแล้ว ยังไม่สนใจกับเรื่องที่เป็นคนก่อไว้อีก มันน่าหมั่นไส้จนเขาอดไม่ได้ที่จะพยายามไล่ต้อนให้จนมุม "ของขวัญที่ผมได้มีความเกี่ยวข้องกับคุณทั้งหมด​ และ​มีไม่กี่คนนักหรอกที่รู้ว่าผมเล่นเทนนิส"

พูดจบก็แสดงรูปของขวัญแต่ละอย่างให้ดูทั้งสเปรย์ทำความสะอาด มันฝรั่งทอดรสคอนซอมเม่ หรือแม้กระทั่งเอกสารข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับคดีที่พวกเขารับผิดชอบร่วมกัน...

"ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนฉ​ั​นทำมากก็เถอะ" ไลท์มองความดื้อด้านตรงหน้าด้วยแววตาเหนื่อยใจ "แต่นายคิดผิดแล้วล่ะ​ ถ้าทำจริง​ ฉันไม่ให้อะไรที่เดาทางง่ายขนาดนั้น​แน่​ อีกอย่าง​ เรื่องเทนนิสถ้าใครถามวาตาริก็คงรู้กันหมดนั่นแหละ"


นั่นเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นทีเดียว​ "ถ้าไม่ใช่คุณ​ งั้นใครล่ะครับ?"


ไลท์ยักไหล่ "ฉันไม่รู้หรอก เห็นทีนายคงจะต้องรับคำท้าแล้วสืบสวนด้วยตัวเองแล้วมั้ง?"


"คงต้องเป็นแบบนั้น" แอลเม้มปากแน่นด้วยความไม่มั่นใจ "ต้องขอโทษด้วยที่ผมด่วนสรุปว่าเป็นคุณ"


"ไม่เป็นไรๆ ถ้าฉันเป็นนายก็จะคิดแบบเดียวกันนี่แหละ" เด็กหนุ่มโบกมือไม่ถือสาทั้งรอยยิ้มบาง "เจอตัวแล้วก็อย่าลืมเล่าให้ฟังล่ะ ฉันอยากรู้จริงว่าใครที่หลงผิดไปชอบคนแบบนายได้"






นักสืบอันดับหนึ่งของโลกนั่งหวั่นวิตกอยู่บนโซฟาที่สำนักงานใหญ่ เขามั่นใจมาโดยตลอดว่าลูกชายหัวหน้ายางามิเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องทุกอย่าง โอเค ขอยอมรับตามตรงว่ารู้สึกผิดหวังแต่นั่นก็เพราะเขากำลังถูกท้าทายจากศัตรูปริศนา ไม่ได้มีเจตนาแฝงอื่นใดทั้งสิ้น


มันไม่ใช่ความกลัวแต่เป็นความไม่พอใจอย่างสุดซึ้ง ตั้งแต่เล็กเขาถูกฝึกให้คิดวิเคราะห์ทุกอย่างด้วยหลักเหตุผล ไม่มีสิทธิ์มองข้ามรายละเอียดแม้จะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม มันเป็นหน้าที่ของเขาที่จะเปิดเผยความจริงเพื่อเหยื่อทุกคน แล้วตอนนี้เขากลับเป็นผู้เสียหายเสียเอง...ใครกันที่รู้สึกสนุกกับเรื่องแบบนี้ได้? สนุกที่เห็นเขากังวลและพยายามไล่ตาม


เป็นครั้งที่ร้อย แอลตรวจสอบจดหมาย สันนิษฐานว่าต้องมาจากคนที่มีพื้นฐานนิสัยนุ่มนวลอ่อนหวานเท่านั้น เพราะลายมือนี้ค่อนข้างจะสื่อไปในทางผู้หญิงจนน่าสงสัยว่าอาจเป็นการพยายามเบี่ยงเบนรูปคดี


"วาตาริ ขอเวลาหน่อย"


"ครับ แอล?"


ชายชราที่กำลังรีดเสื้ออยู่หยุดในทันทีที่ถูกร้องขอ เขาเดินมาหาคนในความดูแลด้วยความสงสัย


"ผมกำลังมีเรื่องรบกวนจิตใจและอยากจะถามคุณเสียหน่อย"


"ครับ เชิญเลย"


คนผมดำโครงศีรษะไปมา "คุณเป็นประเภทที่ชอบดูแลคนอื่นและมักจะให้ของขวัญ ผมเข้าใจถูกไหมครับ?"


"หลายๆ คนก็บอกว่าผมเป็นแบบนั้น"


"นี่มาจากคุณรึเปล่า?" สองนิ้วคีบเจลลี่แบบดูดสีชมพูขึ้นมา ดวงตากลมโตจ้องอีกฝ่ายอย่างคาดคั้น


ชายชรารับมาพินิจ ก่อนส่ายหน้าน้อยๆ "ไม่ครับ ถามทำไมหรือ?"


แอลขยับตัวด้วยความอึดอัดใจแต่คิดว่าปิดบังไปก็ไร้ประโยชน์ ในฐานะที่อยู่ด้วยกันมาเกือบทั้งชีวิต ต่อให้ไม่บอกวาตาริก็คงอนุมานเรื่องราวเองได้ "มีใครบางคนวางของขวัญไว้หน้าประตูห้องนี้มาห้าวันแล้ว และนั่นทำให้ผมสงสัยคุณเพราะคุณอยู่ที่นี่ตลอดทั้งวัน"


คนเป็นผู้ช่วยพยักหน้าด้วยความเข้าใจ "นั่นสินะครับ แต่ผมคิดว่าอาจจะเป็นหนึ่งในกองสืบสวนญี่ปุ่นก็ได้ คุณสืบคดีร่วมกับพวกเขาบ่อยทีเดียว"


นั่นทำให้แอลได้รับทฤษฎีความเป็นไปได้ชุดใหม่ เขาทานเจลลี่แค่ในห้องนี้ เพราะงั้นถึงจำกัดวงคนร้ายที่รู้เรื่องนี้ได้จำนวนนึง "น่าสนใจมากครับ วาตาริ ผมเริ่มเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นอีกนิดแล้ว"







นานมากแล้วที่ไม่ได้พบเจอคดีรูปแบบแปลกประหลาดเช่นนี้ ไม่ใช่ไลท์ ไม่ใช่วาตาริ...นั่นทำให้เขาต้องตั้งคำถามกับความสามารถในการเข้าสังคมของตัวเอง ใครก็ตามนอกเหนือสองคนนั้นไม่ใช่คนที่เขาจะไปยุ่งเกี่ยวบ่อยๆ การหาความจริงเลยยิ่งยากเข้าไปใหญ่เพราะเขาไม่สนิทกับใครมากพอจะเผชิญหน้าตรงๆ แล้วถามว่า 'คุณแอบชอบผมใช่ไหม?' ต่อจากนี้คงต้องรับมือเรื่องนี้อย่างละเอียดอ่อนยิ่งขึ้น


วาตาริอาจรู้ความจริงแล้วก็ได้แต่เขาเลือกที่จะไม่บอก ชายชราลุกขึ้นไปฉีดสเปรย์ทำความสะอาดตำรวจญี่ปุ่นทุกคนที่ก้าวผ่านธรณีประตูมาเหมือนทุกครั้ง แอลรอบสังเกตสีหน้าท่าทางพวกเขา เช่นเคย มันไม่มีอะไรมากไปกว่าความมุ่งมั่นในการทำงาน


ผู้ต้องสงสัยทั้งหมดนั่งจัดการเอกสารและไฟล์คดีปัจจุบัน ในขณะที่นักสืบอันดับหนึ่งของโลกเบิกดวงตากลมโตไล่พิจารณาความเป็นไปได้ทั้งหมด...


หัวหน้ายางามิและไอซาว่าซังมีครอบครัวแล้ว ฮิมุระซังยังไม่แน่ชัด มัตสึดะเหมือนจะแอบชอบยางามิ ซายุ โมงิซังคอยตามอารักขาอามาเนะซังจึงไม่ได้เข้ามาที่นี่บ่อยนัก...


พูดถึงก็มาพอดี


นายตำรวจร่างใหญ่หน้านิ่วคิ้วขมวดกับกลิ่นสเปรย์ที่พ่นเข้าเต็มหน้า ส่วนไอดอลสาวข้างกายสะบัดมือไอค่อกแค่ก


ข้อมูลไม่มากพอที่จะมั่นใจ...แอลบีบเจลลี่รสหวานอมเปรี้ยวเข้าปากด้วยอารมณ์ขุ่นมัว...ความเป็นไปได้หลักอยู่ที่สองคน คือโมงิซังและฮิมุระซัง แต่ถ้าให้พูดตามตรงขอเอนเอียงไปฝั่งฮิมุระซังมากกว่า เพราะโมงิซังมักจะหน้าเครียดและมีอารมณ์รุนแรงอยู่เสมอ ถ้าบอกว่าเขาจะกินหัวแอลคงฟังดูเป็นไปได้มากกว่า แถมถ้าเป็นฮิมุระซังทุกอย่างจะลงล็อก เพศหญิงที่อ่อนหวาน อยู่ในกองสืบสวน ใส่ใจรายละเอียดคนอื่น...


แต่ไม่ มันยังมีบางอย่างที่ขัดแย้งอยู่ในตัว บางอย่างที่เขาเองก็ไม่แน่ใจ


ถ้าหลักฐานไม่เพียงพอก็ไม่สามารถด่วนสรุปตัวผู้ร้าย และทั้งหมดที่แอลต้องทำก็คือหามัน


คนที่คุยด้วยง่ายที่สุดในห้องคืออามาเนะ มิสะ


แอลเรียกเธอไว้หลังเวลาเลิกงานเพื่อทำเป็นสอบถามเรื่องคดีคอรัปชั่นที่ให้แฝงตัวเข้าไปสืบ แต่เมื่อตำรวจทุกคนหายไปจากสายตาแล้วก็เข้าประเด็นได้ในทันที


"คุณคงไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับของขวัญที่วางไว้หน้าห้องผมใช่ไหมครับ"


"หา?"


เมื่อเห็นใบหน้าหวานเหรอหราด้วยความไม่เข้าใจ แอลจึงอธิบาย "ใครบางคนวางของขวัญไว้หน้าห้องผมเป็นเวลาห้าวันแล้ว" ทอดถอนหายใจเป็นรอบที่ยี่สิบแปด "เนื่องจากทุกคนในที่นี้สามารถเข้ามาวางของเมื่อไรก็ได้ มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะหาคนร้า--- คนที่ทำ"


มิสะพยักหน้า "ยังไม่เจอตัวอีกเหรอ?"


ดวงตาสีดำสนิทหลุบมองพื้นห้อง "...ยังครับ"


"อ้าว ซะงั้น" หญิงสาวหัวเราะคิกคักราวกับจะล้อเลียน "งั้นลองตัดคนที่ไม่ใช่แน่ๆ ออกก่อนสิ"


"ไม่ใช่ไลท์คุง วาตาริ แล้วก็คุณ นั่นคือสิ่งที่ผมสรุปได้" แอลเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ "ผมสงสัยโมงิซังกับฮิมุระซังเป็นพิเศษ คงต้องขอรบกวนอามาเนะซังช่วยจับตาดูสองคนนั้นหน่อยนะครับ" น้ำเสียงที่มักจะโมโนโทนเปี่ยมไปด้วยความหวังชั่วขณะหนึ่ง


สาวเจ้าดี๊ด๊าทำวันทยาหัตถ์จนคนขอร้องต้องเครียดเสียเองว่าไว้ใจเธอคนนี้จะได้เรื่องไหม... "อีกเรื่องครับมิสะซัง คุณไม่เคยมาที่นี่ก่อนเจ็ดนาฬิกาใช่ไหมครับ"


เธอดูจะงงกับคำถามไม่มีที่มาที่ไปนั้นแต่ก็ผงกศีรษะไปตามความจริง


ใบหน้าซีดเซียวยิ้มบางขึ้นมาด้วยความโล่งใจ "ไม่ใช่คุณจริงๆ ด้วย"


คุยต่อได้อีกไม่กี่ประโยคหญิงสาวก็ขอตัวกลับ บัดนี้ในห้องจึงเหลือเพียงนักสืบอันดับหนึ่งของโลก ผู้ช่วยคนสนิท และคดีชวนปวดหัวที่จะเดธไลน์ในคริสต์มาสอีฟ อีกสองวันต่อจากนี้...


ดวงตาสีดำสนิทเหลือบมองชายชราที่เดินเข้ามาใกล้ราวกับรู้ตัวว่าเขามีเรื่องอยากถาม


"วาตาริ ของขวัญทุกชิ้นปรากฎขึ้นที่หน้าประตูในช่วงเจ็ดนาฬิกาของทุกวัน คุณออกจากห้องตั้งแต่ฟ้าสางเพื่อเตรียมเสบียงและทำธุระข้าง

นอก คุณกลับมาราวเจ็ดนาฬิกา"


ใบหน้าเหี่ยวย่นมีรอยยิ้มบางเบา "จริงตามที่คุณพูดทั้งหมด"


นักสืบหนุ่มหรี่ตาลงอย่างจับผิด "คุณรู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่ามีของขวัญอยู่หน้าห้อง คุณอาจจะรู้ตัวคนร้ายด้วยซ้ำ แต่ไม่เคยบอกผม"


"ครับ ผมปฏิเสธไม่ได้เลย"


"...ทำไม? คุณปล่อยให้มีของแปลกๆ เข้ามาใกล้พวกเราถึงขนาดนี้ ไม่คิดว่าอันตรายบ้างหรือครับ?"


ชายชราหัวเราะ "ผมตรวจสอบมันอย่างละเอียดทุกครั้ง แถมแฟนคลับคุณก็ให้สัญญาว่ามันจะปลอดภัยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้"


"งั้นคุณก็รู้ว่าเขาคือใครจริงๆ?"


"แน่นอนครับ"


"บอกผม"


"ไม่ได้ครับ"


"วาตาริ เขา-คือ-ใคร?" ดวงตากลมหรี่ลงพร้อมเสียงที่กดต่ำ ใบหน้าซีดเซียวแฝงไปด้วยอารมณ์รุนแรง ไม่บ่อยนักที่แอลจะคาดคั้นวาตาริ


บรรยากาศกดดันบางอย่างก่อตัวรอบพวกเขาและใบหน้าเปื้อนยิ้มของชายชราก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย


"ผมต้องขอโทษจากใจจริง แต่นี่เป็นเรื่องที่คุณต้องหาคำตอบด้วยตนเอง" วาตาริกล่าวอย่างนุ่มนวล "ในฐานะผู้ที่อยู่เคียงข้าง ผมไม่คิดว่าคุณควรจะแพ้ให้กับสัญชาตญาณหรือความรู้สึก โปรดเผชิญหน้าตามหาความจริงแม้มันจะเป็นสิ่งที่ขัดใจคุณเถิด นั่นคือหน้าที่ของนักสืบไม่ใช่หรือครับ?"


"ก็ได้..." แอลกอดอกด้วยอารมณ์ขุ่นมัว "ในฐานะนักสืบ ผมจะเช็คภาพย้อนหลังจากกล้องวงจรปิด"


"นั่นเป็นคำขอที่เอาแต่ใจมากครับ แต่ผมคงอนุญาตให้คุณใช้วิธีส่อไปในทางทุจริตเช่นนั้นไม่ได้"


แอลถอนหายใจ "คุณไม่จำเป็นต้องทำให้เรื่องยากขึ้นเลยสักนิด..."


"ถือซะว่าเป็นการทดสอบแล้วกันนะครับ" ชายชราโค้งแสดงความเคารพอย่างน่าหมั่นไส้ที่สุด แต่ขณะที่เขาหันหลังเตรียมไปทำความสะอาดสถานที่ นักสืบในความดูแลก็เรียกเอาไว้เสียก่อน


"เดี๋ยวครับ ถ้าผมจะขอรู้เวลาเข้าออกที่นี่ของทุกคนคงไม่ถือเป็นการโกงใช่ไหม?"


ใบหน้าเหี่ยวย่นกระตุกรอยยิ้มบาง "ไฟล์นั่นอยู่ในเครื่องของคุณเรียบร้อยแล้วครับ"






นี่เป็นเรื่องหักมุมที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต


ใกล้รุ่งสางของวันที่ยี่สิบสามธันวาคม แอลยังคงนั่งอยู่หน้าแล็ปท็อปเครื่องเดิมกับข้อเท็จจริงใหม่ที่อยากเขวี้ยงทิ้งถังขยะ


ไม่ นี่เป็นแค่เรื่องบังเอิญ ไม่มีทางเป็นเขา ไม่เด็ดขาด


ใบหน้าที่มักเฉยเมยบึ้งตึงขึ้นมาพร้อมจิตสังหารที่เหมือนจะฆ่าใครได้ทุกเมื่อ เล็บถูกกัดเพื่อระบายอารมณ์คุกรุ่น เขาพยายามสะบัดหัวไปมาให้ล้มเลิกความคิดบ้าๆ อย่างการย้ายสำนักงานใหญ่ไปที่อื่น


ตอนนี้วาตาริก็ออกไปข้างนอกเหมือนทุกวัน ธุระปลอมๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของพนักงานโรงแรม พวกเขาไม่รู้ถึงการมีอยู่ของแอลและฐานลับใต้ดินนี้ คนเดียวที่ทราบเห็นจะมีแต่ผู้บริหารสูงสุด เพราะงั้นมันเป็นเรื่องจำเป็นที่ 'ชายวัยเกษียณจากต่างประเทศ' จะออกไปทานอาหารเช้าและสูดอากาศนอกอาคารเสียบ้าง


และเมื่อชายชราไม่อยู่เช่นนี้ อย่างที่ทุกคนน่าจะรู้ดีอยู่แล้ว...แอลไม่ใช่คนที่เที่ยงตรงในกติกา โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับคดี


แต่โชคไม่ดีนักที่ภาพกล้องวงจรปิดทั้งหกวันย้อนหลัง 'ไม่สามารถ' ดูได้ด้วยเหตุผลบางอย่าง เหมือนเขาจะถูกวาตาริดักทางไว้แต่ก็ทำได้เพียงสบถกับตัวเอง อย่างน้อยก็ยังดีที่มีไฟล์เวลาเข้าออกประตูห้องใต้ดินของแต่ละคนให้พอเป็นเบาะแส


อย่าให้พูดถึงเลยว่า ยอดนักสืบอันดับหนึ่งของโลกมีสีหน้าแบบไหนตอนความจริงปรากฎสู่สายตา


"ไม่เอาน่า..." เขาร้องออกมาเสียงแผ่ว แต่ไม่ว่าจะกวาดสายตาอ่านกี่รอบมันก็ยังเป็นชื่อของคนๆ เดิม


"อรุณสวัสดิ์ครับ แอล!"


คนเป็นนักสืบตัวแข็งทื่อก่อนจะค่อยๆ หันเก้าอี้กลับไปเผชิญความจริง ดวงตากลมโตยิ่งเบิกกว้างขึ้นไปอีก ไม่มีทาง มันต้องมีอะไรสักอย่างผิดพลาด มัตสึดะเป็นแค่นายตำรวจน่ารำคาญที่ไม่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในกอง เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะฉลาดหรือโรแมนติกพอจะเล่นอะไรแบบนี้ได้


"คุณ เอ่อ โอเคไหม?"


"ผมโอเค" แอลกัดฟันพูดด้วยสีหน้าพะอืดพะอม "มัตสึดะซัง ผมขอถามอะไรหน่อยนะ..."


"ครับ!"


"ดูเหมือนว่า...ผมจะ...มีแฟนคลับ...ลับๆ" เขาฝืนให้แต่ละคำพูดออกมาจากริมฝีปาก ขนลุกชันและพยายามอย่างมากที่จะเมินเสียงในหัวที่กรีดร้องให้เขาหยุดพูดแล้วรีบวิ่งหนี


"อ๋อ งั้นเหรอครับ?" มัตสึดะยิ้มตาหยี ยกมือขึ้นลูบหลังหัวแก้เขินขณะที่แก้มขึ้นสีชมพูระเรื่อ


ไม่ ไม่ พระเจ้า ได้โปรด


ไม่เอาหมอนี่


"หลังจากการ...สืบสวนและสันนิษฐาน...ผมสรุปได้ว่าเขา...อาจ" แอลได้แต่หวังว่าเขาจะเก็บอารมณ์ได้ดีพอจะไม่แสดงสีหน้าที่เป็นการหยาบคายไปมากกว่านี้ ถึงแม้ว่าตอนนี้มันจะไม่สื่อถึงอะไรนอกจากความตื่นกลัว ชายหนุ่มตรงหน้าเอนตัวเข้ามาด้วยความลุ้นที่ฉายชัดในแววตา "...เป็นคุณ" เสียงของเขาใกล้เคียงกับคำว่าสั่นเทา


"โห ว้าว" มัตสึดะยืดหลังขึ้นเล็กน้อยทั้งรอยยิ้ม "ดูเหมือนว่าผมจะถูกจับได้ซะแล้วสิ"


'ฉันอยากรู้จริงว่าใครที่หลงผิดไปชอบคนแบบนายได้'



เสียงของไลท์แว้บเข้ามาในหัวอีกครั้ง



"...เรื่องจริงเหรอครับ?"


"แฮะแฮะ จริงนะครับ ถึงจะไม่เคยพูดออกมา แต่ผมก็คิดว่าคุณน่ารักมากๆ เลยนะครับ แอล!"


โอ้ พระเจ้า เรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อยแล้ว


หลังแอลสาปแช่งคนบนสวรรค์ไปสองสามประโยค มัตสึดะก็กล่าวต่อเสียงร่าเริงอย่างอ่านบรรยากาศไม่ออก


"คือผมหมายความว่า ผมรู้คุณไม่สนใจเรื่องความรัก แต่เราก็มีหลายๆ อย่างที่คล้ายกันนะครับ"  มัตสึดะขยิบตาให้ราวกับจะโปรยเสน่ห์ "บางทีถ้าคุณเคลียร์คดีที่ญี่ปุ่นเสร็จ เราอาจได้ไปเดตกันสักที่ แอล...คุณอยากไปไหนเป็นพิเศษรึเปล่าครับ?"


ผมจะออกไปจากสถานการณ์นี้ได้ยังไง? ผมจะหยุดเรื่องราวบ้าๆ นี่ได้ยังไง? หัวใจวาย ใช่ ต้องแกล้งหัวใจวาย









หลังจากมัตสึดะออกจากห้องไป แอลก็ได้เวลาพักใหญ่ๆ ในการสูดหายใจเรียกสติ นั่นคือตอนที่เขาระลึกความจริงได้ถึงสองอย่าง หนึ่ง มัตสึดะไม่ได้รู้เรื่องของเขามากพอจะซื้อของที่มีความเกี่ยวข้องมากขนาดนั้น สอง มัตสึดะเข้าห้องมามือเปล่าและเมื่อแอลเปิดประตูออกไปดูก็ไม่พบอะไรวางอยู่เลย


...มัตสึดะอาจจะไม่ใช่คนร้ายก็ได้...


ความตื่นเต้นถูกแทนที่ด้วยความผิดหวังผสมปนเปกับความโล่งใจ


อีกครั้งที่ไม่มีอะไรคืบหน้า คนเป็นนักสืบพุ่งเป้าความสงสัยไปที่ตำรวจทั้งสองดังเดิม นึกสงสัยว่าอามาเนะ มิสะจะได้ข้อสรุปอะไรเพิ่มเติมรึเปล่าแต่เมื่อเหลือบมองเวลาก็ได้แต่เลื่อนเรื่องนั้นไปก่อน หกนาฬิกาสี่สิบห้านาที ย่อมเป็นการรบกวนถ้าจะโทรไป ไม่ว่าเธอจะตื่นหรือไม่


เหลือเวลาอีกแค่วันเดียวก็จะคริสต์มาสอีฟ เขาตัดสินใจเอาเองว่าคงไม่มีอะไรจะเสียแล้วจึงออกไปดักรออยู่ที่หน้าประตูห้อง อย่างไรเสียเกมนี้ก็ไม่มีกฎตั้งแต่แรก ขอแค่เขารู้ตัวคนร้ายก็ถือว่าชนะโดยปริยาย


...


......


.........


ไม่มีใครมา


ไม่ นอกจากมัตสึดะที่มาเอาเอกสารในสำนักงานเขาก็ไม่เจอใครอีกเลย รอจนกระทั่งชายชรากลับมาก็ไม่มีแม้แต่เงาของคนร้าย


วาตาริกะพริบตาปริบๆ แต่ไม่ได้ทักเรื่องที่แอลออกมาดักรอของขวัญ กลับกัน เขายื่นกระดาษแผ่นเล็กสีสันสดใสมาให้


"การ์ดเชิญงานวันเกิด?" ท้ายประโยคเสียงสูงขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่แน่ใจ แอลจ้องวาตาริเป็นการขอคำอธิบาย


ชายชราอยู่กับเขามานานพอจะเข้าใจ "จริงๆ ก็ไม่เชิงการ์ดเชิญ...เรียกว่าการ์ดขออนุญาตจัดงานในสำนักงานจะดีกว่า อามาเนะ มิสะอยากจะปาร์ตี้ที่นี่จนข้ามเข้าวันเกิดตัวเองเลยน่ะครับ"


คงเป็นเหตุผลที่การ์ดเขียนไว้ว่าเย็นวันที่ยี่สิบสี่ธันวาคม แอลเองก็เกือบลืมไปแล้วว่าเธอคนนั้นเกิดวันคริสต์มาส "เอาสิครับ ผมว่ามันก็ไม่เสียหายถ้าจะให้ทุกคนพักผ่อนบ้าง" นั่นเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว เพราะลึกๆ แล้วแอลก็ต้องการสร้างสถานการณ์ให้ผู้ต้องสงสัยมารวมกันเพื่อจับผิดเป็นครั้งสุดท้าย หรืออย่างน้อย...ถามอย่างตรงไปตรงมาเป็นครั้งสุดท้าย









หลังการสืบสวนคดีคอรัปชั่นของบริษัทโยทสึบะก็ยิ่งเห็นได้ชัดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่นักธุรกิจหลายคนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต แอลเรียกมิสะอยู่คุยล่วงเวลาด้วยอีกครั้ง แต่ฝั่งเธอเองก็ไม่ได้ความคืบหน้าอะไร ไม่ต่างจากที่เขาคิดไว้ แอลไม่ต่อบทสนสนายืดยาวมากไปกว่าการเอ่ยปากอนุญาตให้เธอจัดงานวันเกิดได้ในวันพรุ่งนี้ ขอแค่ไม่มีคนนอกเกี่ยวข้องเธอจะอยากจัดตามใจอย่างไรก็ได้


มิสะชูแขนขึ้นแล้วร้องไชโยออกมาเสียงดังอย่างที่เขาคาดการณ์ไว้ เพราะงั้นคราวนี้ถึงเร็วพอที่จะกันเธอออกไปทันก่อนจะโดนจุ๊บแก้มเป็นครั้งที่สอง


"ดูเหมือนเรื่องจะยิ่งยุ่งยากเข้าไปใหญ่แล้วนะคะ"


ตัวอักษรบีปรากฎบนหน้าจอทันทีที่ไอดอลสาวออกจากห้อง แอลนั่งบนเก้าอี้ ตั้งใจฟังเมื่อเจ้าของนามแฝง 'บาเบล' ทักเข้ามา


"พอมาคิดๆ ดูแล้ว คุณก็น่าสงสัยเหมือนกันนะ" ชายหนุ่มรีบตั้งข้อสังเกตในทันที ถ้าพูดถึงผู้หญิงที่กล้าท้าทายเขา เนียร์คงจะติดรายชื่อลำดับแรกสุดโดยปริยาย


เสียงถอนหายใจดังลอดผ่านลำโพงอย่างไม่คิดปิดบัง เหมือนเขาจะเห็นใบหน้ากลมๆ นั่นง้ำงอขึ้นมา


"คุณยัดข้อหาให้ทุกคนที่คุยด้วยไม่ได้นะ" เด็กสาวเอ่ยเตือนเสียงดุ


"ก็เพราะผมเบื่อกับการเล่นเกมนี่เต็มทนแล้วครับ" แอลหมายความตามที่พูด เขากลอกตาไปมาก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ "จริงสิเนียร์ คุณดูกล้องวงจรปิด---"


"ขอปฏิเสธค่ะ"


แอลหน้าบึ้ง "...รีบจังเลยนะครับ"


"โธ่ ก็มันไม่บ่อยนี่คะที่จะเห็นคุณดูหลงทางขนาดนี้" เสียงหัวเราะใสๆ ที่ผ่านเครื่องแปลงจนทุ้มดูน่าหมั่นไส้เป็นที่สุด "อีกแค่วันเดียวเอง มีความอดทนหน่อยสิ"


"ผมทนมามากพอแล้ว พวกคุณนี่นอกจากจะไม่ช่วยแล้วยังซ้ำเติมกันเก่งเหลือเกิน" ชายหนุ่มบ่มงึมงำจนเด็กสาวอีกฝั่งของเครื่องได้นึกติดตลกว่าใครเด็กกว่าใครกันแน่


"ก็แล้วคุณได้ผู้ต้องสงสัยหลักจริงๆ รึยังล่ะ?"


"โมงิซังไม่ก็ฮิมุระซัง"


"จริงจังไหมเนี่ย? แอล คุณกล้าเมินหลักฐานสำคัญไปตั้งเยอะขนาดนี้ได้ไง"


ใบหน้าซีดเซียวเต็มไปด้วยคำถาม "ผมอะไรนะครับ?"


"มันชัดเจนมากเลยนะคะ ถ้านี่เป็นนิยายผู้อ่านทุกคนก็ต้องเดากันถูกหมดแล้ว"


"ตรงประเด็นเลยเถอะครับ"


"โอเคค่ะ จะใบ้อะไรสักหน่อยก็ได้" แม้เสียงจะราบเรียบแต่แอลก็สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายทั้งยิ้มทั้งกลั้นขำอยู่ตอนนี้ "วันนี้คุณได้ของขวัญรึยังคะ?"


เขาลุกขึ้นไปเปิดประตูเช็คอีกรอบ "ไม่ครับ วันนี้ไม่มี" แอลถามกลับด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "เพราะผมทักมัตสึดะไปสินะครับ? เพราะเขาโดนจับได้ก็เลยไม่ทำต่อสินะครับ?"


"โอ้ย แอล...เกิดอะไรขึ้นกับนายเนี่ย!?" เสียงเมลโลดังแทรกขึ้นมาอย่างหงุดหงิด "ช่างมันเหอะเนียร์ คงรู้ตัวคนทำแล้วแต่อยากปฏิเสธความจริงอีกตามเคย"


แล้วสายก็ถูกตัดไป พร้อมกับนักสืบอันดับหนึ่งของโลกที่ยังมีความลังเลอยู่ในใจ


จริงของเมลโล ความจริงเขาก็พอจับทางอะไรบางอย่างได้


...แค่ไม่อยากเชื่อเท่านั้นเอง









ไม่มีของขวัญในตอนเช้าของวันคริสต์มาสอีฟ ไม่มีแม้แต่ส่วนทดแทนความว่างเปล่าของเมื่อวาน แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว เพราะนี่เป็นวันที่เขาจะเผชิญหน้ากับคนร้ายอย่างตรงไปตรงมาเสียที


ถ้าลองเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกันก็จะเหลือผู้ต้องสงสัยเพียงคนเดียว ถึงแม้จะไม่น่าเชื่อแค่ไหนแต่มันก็คือความจริง


ถึงปาร์ตี้จะไม่เริ่มจนกว่าจะถึงหนึ่งทุ่มแต่นายตำรวจทุกคนก็พร้อมใจกันเก็บของเคลียร์โต๊ะทำงานให้ว่าง วาตาริยังคงประสบความสำเร็จอย่างมากในงานตกแต่งภายใน ผ้าสีสันสดใสและลูกโป่งชวนให้นึกถึงงานของเด็กประถมแต่มันก็ดูเหมาะสมกับมิสะดี


"ว่าไงล่ะพ่อคนเก่ง หาตัวแฟนคลับเจอรึยัง?" ลูกชายหัวหน้ากองเดินมาด้วยรอยยิ้มมั่นใจเหมือนทุกครา แอลที่เอนตัวพิงโซฟาอยู่ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจแต่ก็ตอบตามความจริง


"ถ้าเป็นตามที่ผมคิดล่ะก็ คุณถือเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของเรื่องเลยทีเดียว"


"หาเจอแล้วงั้นสิ" สีหน้าของไลท์ไม่เปลี่ยนไปขณะที่นั่งลงข้างเพื่อนสนิท "ก็นะ เล่นเฉลยดื้อๆ แบบนั้นใครไม่รู้ก็ขวางโลกเต็มที"


ดวงตาเฉยชาตวัดมองอีกฝ่าย "การแสดงของไลท์คุงยังคงยอดเยี่ยมเสมอ เขาทำเป็นไม่รู้เรื่องทั้งที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด"


"ก็ถ้าฉันบอกความจริงตั้งแต่แรกนายก็เดาถูกง่ายๆ น่ะสิ "


เขาพยักหน้าเห็นด้วยกับประโยคนั้น "ความสัมพันธ์ของคุณกับคนร้ายคลุมเครือมาโดยตลอด" แอลมองตรงเข้าไปในดวงตาอีกฝ่าย "ผมนึกว่าเธอชอบคุณมาโดยตลอด"


เด็กหนุ่มบ้านยางามิไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ เขาเพียงแค่พยักเพยิดหน้าไปทางคนผมทองที่มีออร่าสดใสลอยรอบตัว หญิงสาวในชุดเดรสแดงเฟอร์ขาวสมงานเทศกาลโบกมือให้พวกเขาก่อนตรงเข้ามาหา


"ไลททททท์~! มิสะคิดถึงไลท์ที่สุดเลย~ แอล! ขอบคุณมากนะที่ให้จัดงาน"


เธอจู่โจมโผเข้ากอดไลท์ในทันที ซึ่งเด็กหนุ่มมีภูมิต้านทานมากพอที่จะยกมือขึ้นมาดันหน้างามๆ นั่นออกจากตัวทันเวลา


"อามาเนะซังมาได้จังหวะพอดีครับ ผมกำลังปรึกษาไลท์คุงเรื่องแฟนคลับอยู่เลย" ใบหน้าซีดเซียวฉายแววใสซื่อไม่รู้เรื่องรู้ราว "เขาคนนี้เนียนจริงๆ ทำผมหัวหมุนไปหมดแล้ว เดาตัวไม่ถูกเลยครับ อามาเนะซังพอจะช่วยผมได้ไหม?"


ดวงตาสีน้ำผึ้งกลอกไปมาอย่างไม่คิดปิดบัง "...ตอแหล"


"อะไรนะครับ ไลท์คุง?"


"เปล่า ว่าแต่เธอคิดว่าเขาเป็นใครล่ะมิสะ" ไลท์หันไปถามตัวต้นเรื่องที่ดูจะตามคำโกหกของพวกเขาไม่ทัน


หญิงสาวหัวเราะคิกคักอย่างเจ้าเล่ห์ "ตายจริง คุณนักสืบอันดับหนึ่งของโลก" ดวงตาสีน้ำตาลมีประกายขบขันประดุจดังเป็นผู้อยู่เหนือกว่า "จะบอกความจริงให้ก็ได้ แต่อย่าตกใจจนเป็นลมเป็นแล้งไปซะล่ะ!"


"โหหหห อามาเนะซัง รีบบอกเร็วเข้า ผมอยากรู้"


หากจะมีใครทำตัวน่าหมั่นไส้ที่สุดในห้อง คนนั้นไม่ใช่มิสะ แต่เป็นแอล...ไลท์ขอยืนยัน


"อย่างแรกเลยนะ ของขวัญที่นายได้ทุกเช้าน่ะ แฟนคลับนายไม่ได้เป็นคนวางด้วยตัวเอง แต่เขาฝากให้วาตาริช่วยวางให้ต่างหาก!"


ไลท์ใช้ความพยายามทั้งหมดไปกับการหยุดยั้งสีหน้าเอือมระอา แอลที่อยู่ในแบ็กกราวน์ทำเป็นตื่นตกใจอย่างปลอมที่สุดในชีวิต เออ เล่นกันเป็นเด็กไปได้เจ้าพวกนี้


"แล้วก็นะ ที่เขาให้ของขวัญนายได้รู้ลึกรู้จริงสุดๆ ก็เพราะเขาได้ข้อมูลจากเพื่อนสนิทของนาย! ไลท์คุงยังไงล่ะ~!"


"โหหหหหห"


...แกก็รู้อยู่แล้วจะแกล้งตกใจทำบ้าอะไร!?


"เหลือเชื่อไปเลยใช่ไหมล่ะที่แฟนคลับลับๆ ของนายอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด หึ ช่วยไม่ได้นะที่เขาเนียนมากจนแม้แต่นายก็ยังจับไม่ได้" มิสะยกยิ้มมุมปาก เท้าสะเอวเชิดหน้าขึ้นด้วยความมั่นใจ "ใช่แล้ว อามาเนะ มิสะ คนนี้นี่แหละที่เป็นแฟนคลับลับๆ ของนาย!"


แอลหันไปหาไลท์ด้วยใบหน้ามีความสุข


"หักมุมสุดๆ ไปเลยเนอะครับ?"


"..."


"เอาล่ะ ไหนๆ นายก็รู้แล้วว่าฉันเป็นคนทำ ได้เวลาที่จะมอบของขวัญชิ้นสุดท้ายแล้วสินะ!" มิสะดึงมือเรียวของอีกฝ่ายก่อนจะจูงกึ่งลากไปทางประตู


"เดี๋ยวครับ ยังมีอีกเหรอ?" นั่นไม่ได้อยู่ในความคาดการณ์ของแอลเลยสักนิด เขาคิดว่าวันนี้จะแค่เฉลยตัวคนร้ายจึงไม่ได้เตรียมตัวสำหรับเซอร์ไพรส์ จนกระทั่งออกมายืนนอกห้อง เขาก็ยังไม่เห็นอะไรที่ดูจะเป็นของขวัญได้เลยนอกจากความว่างเปล่า


"ไม่ใช่ข้างล่าง ตรงนั้นต่างหาก"


เมื่อมองตามที่มิสะชี้ไป เขาก็พบช่อสีเขียวประจำเทศกาลอยู่เหนือศีรษะ


"มิสเซิลโท...?"


"ปิ๊งปอง! แล้วชาวต่างชาติเขาทำอะไรใต้มิสเซิลโทกันนะ?"










----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ไอม์แบ็คเอฟวี่วันนนนนนน

คอนเซ็ปเดิมค่ะ เพราะทุกวันคือคริสต์มาส ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

กาว กาวเต็มไปหมดเลย ในที่สุดก็มีวันนี้ วันที่ OOC แอลเต็มรูปแบบ ฟิคนี้อย่างรั่ว กาวล้วน 55555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #122 [ LuksornNoy ] (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 10:06
    วินาทีแรกที่เห็นแอลอยู่โพหลัง...เอ๊ะ?
    แต่พอบอกว่าอิงจากseriesก็ อ๋อ ทันทีค่ะ น่ารักอ่า จริงๆอยากให้เป็นไลท์นะ แต่มิสะก็โอเค ว่าแต่นั่นไม่ได้จูบกันใช่ไหม? ไม่ได้จูบใช่ไหมคะ??
    ปล.ไรททท์ คิดถึงจังเลยค่า
    #122
    1
    • #122-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 97)
      23 กันยายน 2562 / 22:15
      จริงๆ 2015 เราก็ยังแอลอยู่หน้าเหมือนเดิมค่ะ รู้สึกถึงความหมาป่าตาใส ฟฟฟฟฟ จริงๆ คู่ซีรีส์มองไปมองมาก็น่ารักทั้งสองคนเลยยยยย
      รู้สึกว่าถ้าเอาไลท์มาจบมันจะดูง่ายไปน่ะค่ะ เลยเลือกมิสะซังแทน(//ก้มหน้าหลบสายตาพิฆาตของทั้งสอง) ส่วนจูบไหม...มีแต่พวกเขาที่รู้แหละค่ะ~

      ฮือ กลับมาแล้วค่า แล้วก็ยังรอฟิคลุคไลท์ของคุณลูกศรอยู่นะคะ <3
      #122-1