[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 92 : We have chemistry (แอล/Fem! ไลท์)​

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 229
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    24 ม.ค. 64


Pairing : แอล/Fem! ไลท์ , มัตสึดะ , เวดี้

มาถึงขั้นนี้จนได้สิน้า...







"ง่า"


ยางามิ ไลท์เริ่มสงสัยว่าเธออาจแค่หูแว่วไปเอง...เสียงถอนหายใจพร้อมงึมงำน่าสงสารเหมือนคนที่ทำอะไรผิดพลาดทั้งยังมืดแปดด้านจนปัญญาจะแก้ไข ใช่แล้ว มันต้องเป็นการหูแว่วไปเองแน่ๆ เพราะถ้าไม่ นั่นหมายความว่าเธอกำลังจะถูกกดดันให้เงยหน้าจากงานและเบนสายตาไปมองเพื่อนชาวญี่ปุ่นคนนั้น


"ง่า ไลท์จัง...ไลท์จัง!"


พอๆ กับความอยากจะทำเป็นไม่ได้ยินเป็นครั้งที่สอง ความรู้สึกผิดก็ปะทุขึ้นในใจ การเมินผู้อื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถูกเรียกชื่อแล้วถือว่าหยาบคายอย่างมาก และไลท์ซึ่งเป็นคนสุภาพน่านับถือไม่สามารถวางเฉยเมื่อมีคนต้องการความเหลือ นอกเหนือจากนั้นมันเป็นหน้าที่ของเธอในฐานะ TA อยู่แล้วที่จะให้คำแนะนำนักศึกษาระดับปริญญาตรี ซึ่งไลท์ขอสันนิษฐานว่านั่นคือสิ่งที่มัตสึดะต้องการ โดยไม่เต็มใจนัก หญิงสาวยกมือขึ้นโบกน้อยๆ ดวงตาสีน้ำผึ้งชำเลืองมองคนที่กำลังหัวหมุน


"มีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ มัตสึดะซัง?" เธอเสนอขณะจ้องเครื่องแก้วพาชนะที่วางเรียงกันค่อนข้างกระจัดกระจาย พวกมันมีคราบติดอยู่เล็กน้อยเนื่องจากการใช้งานอย่างหนัก


"ครับ!" มัตสึดะตอบรับ "ผมต้องการให้ช่วยเรื่อง...ทุกอย่างเลย!" เขาละล่ำละลักชี้มือไปที่เซ็ตอัพของการทดลอง ตรงนั้นมีคอนเดนเซอร์ที่ยึดอยู่กับขวดปริมาตรโดนความร้อนจากอิเล็กทริกฮีตเตอร์ ไลท์สังเกตเห็นว่าสารละลายของเขามีสีที่ผิดจากเป้าหมาย ดูจะเป็นสีเขียวน้ำตาลมากกว่าเขียวอมฟ้า


"คุณทำตามขั้นตอนในตำราถูกต้องใช่ไหมคะ?" เธอถามอย่างเหนื่อยใจกับภาพตรงหน้า


"ถูกสิ ถึงตอนเช้าที่พามันขึ้นบัสจะกระฉ่อนออกหน่อยๆ ก็เถอะ แต่มันก็แค่ 'เติมตัวทำปฏิกิริยา A ในตัวทำปฏิกิริยา B' แล้วรอจนเดือดอะไรประมาณนี้ใช่ไหมครับ?" ชายหนุ่มพลิกหน้าตำราดูอย่างร้อนรน มือที่เร่งรีบเผลอไปชนคอนเดนเซอร์ซึ่งยึดติดอยู่กับขวดปริมาตร


"โอ้ยยยยย โธ่เอ้ย!" ไม่ใช่แค่ทำเครื่องมือแตกเท่านั้น บัดนี้บนโต๊ะการทดลองมีของเหลวหนืดราวกับกาวจับจองพื้นที่ ทิ้งรอยสีเขียวงามๆ ไว้บนโต๊ะและตำราเรียน "ผมเกลียดเคมี!!!"


ไลท์ถอนหายใจส่ายหน้าไปมา อดรู้สึกทดท้อใจในความซุ่มซ่ามของอีกฝ่ายไม่ได้ เริ่มสงสัยแล้วว่าเธอมาเป็นเพื่อนกับคนแบบนี้ได้ยังไงตั้งแต่แรก ก็รู้สึกซาบซึ้งในมิตรภาพอยู่หรอกนะ...แต่บางทีพวกเขาก็ต่างกันเกินไป


เธอยังจำได้ดีถึงวันแรกที่มาศึกษาต่อมหาวิทยาลัยแวมมี่ มีหลายอย่างมากที่เกือบทำให้ตัดใจบินกลับโตเกียว สหราชอาณาจักรช่างแปลกใหม่ ทั้งผู้คน วัฒนธรรม ภาษา ยิ่งเป็นผู้หญิงญี่ปุ่นตัวคนเดียวในต่างประเทศยิ่ง...น่ากลัว แต่ยังดีที่ได้เจอเพื่อนดีๆ หลายคนคอยเป็นกำลังใจ หนึ่งในนั้นคือมัตสึดะที่ยิ้มแย้มร่าเริงคุยสนุกบางครั้งอาจงี่เง่าไปบ้างแต่โดยรวมถือว่าเป็นคนจิตใจดี


เธออยู่ในระหว่างช่วยมัตสึดะใช้ม้วนทิชชู่เช็ดคราบเขียวน้ำตาลตอนที่มีเสียงระเบิดลูกย่อมๆ ดังมาจากท้ายแล็ป กลุ่มควันกลิ่นฉุนบางอย่างลอยขึ้นไปในอากาศ หลายคนอ้าปากค้างทั้งตกใจทั้งกลัว ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะลดความเครียดเมื่อรู้ว่าไม่เป็นอันตรายและเสียงตะโกนเกรี้ยวกราดของศาสตราจารย์เค็นวู้ด ไลท์มองความวุ่ยวายของฝั่งนั้นด้วยแววตาเรียบเฉยก่อนหันกลับไปทำความสะอาดต่อ อย่างไรเสียที่นี่ก็เป็นแล็ปเคมีแถมเจ้าพวกนี้ก็เป็นนักศึกษา...สูตรสำเร็จแห่งความบรรลัยแท้ๆ







เป็นเวลาบ่ายสามตอนที่หญิงสาวเดินถือเอกสารปึกใหญ่มาถึงหน้าห้องพร้อมกระเป๋าแมสเซนเจอร์สะพายหลัง เธอมาถึงก่อนครึ่งชั่วโมงแต่ไลท์ก็ชอบเป็นฝ่ายรออยู่แล้ว มันทำให้สามารถเตรียมความพร้อมซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเพราะเธอกำลังจะต้องติวให้นักศึกษาคนหนึ่ง


แมรี่ เค็นวู้ด ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาเคมีเข้ามาถามเธอเมื่อหลายวันก่อนว่าสามารถช่วยทบทวนบทเรียนให้แอล ลอว์ไลท์ได้หรือไม่


"ก็ไม่ใช่เด็กดื้ออะไรหรอกนะแต่เขาขาดคลาสตลอดเลย" ศาสตราจารย์เค็นวู้ดกล่าวทั้งใบหน้าขมวดคิ้วมุ่น ยกมือขึ้นมานวบขมับเบาๆ "เกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามีเขา เดี๋ยวลอว์ไลท์จะต้องตามเก็บเทสย่อยของที่ผ่านมา ถึงจะฉลาดแค่ไหนแต่ถ้าแทบไม่โผล่หน้ามาเรียนเลยก็คงผ่านยากเอาการ"


เพราะงั้นไลท์ถึงได้อยู่ตรงนี้ พร้อมสำหรับการช่วยเหลือเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย เธอเคยมีประสบการณ์ติวให้นักศึกษาคนอื่นมาก่อนเพราะงั้นไลท์ไม่คิดมากหรอก โดยเฉพาะถ้ามันหมายความว่าเป็นการสนับสนุนใครสักคนให้สอบผ่าน ยังไงถ้าคุณลอว์ไลท์คนนี้ไม่สมองทึบนักก็ไม่เคยมีคำว่าสายเกินไป


"แล้วก็จะดีมากถ้าเขาใส่รองเท้าเข้าแล็ปได้ ขอล่ะ เด็กคนนี้ค่อนข้างแตกต่าง เธอช่วยจัดเขาให้เข้าที่หน่อยนะ"


ไลท์เข้ามาในห้องที่นัดไว้ทั้งเริ่มคิดว่าหน้าที่จะใหญ่เกินตัวรึเปล่า นักศึกษาเท้าเปล่าเข้าแล็ปก็เหมือนเรียกหาความตาย จะตั้งใจกวนประสาทหรือไม่ก็เถอะ มือเรียววางเอกสารลงกับโต๊ะใกล้ที่สุดก่อนจะหันหน้าไปเพื่อเช็คว่าเขามาหรือยัง


ดวงตากลมโตสีดำสนิทคู่นึงจ้องเธอกลับในระยะประชิด ไลท์ผงะถอยหลังแต่ก็ชนโต๊ะจนเกือบเซ  ชายหนุ่มตรงหน้ามีผมยุ่งเหยิงและผิวขาวซีด นิ้วโป้งไล้ไปตามริมฝีปากขณะใบหน้าไร้อารมณ์เหมือนตั้งคำถามต่อเธออยู่ในใจ


เมื่อไลท์กระแอมเบาๆ เขาจึงยอมเว้นพื้นที่ให้เล็กน้อย ดวงตาสีน้ำผึ้งช้อนมองคนสูงกว่าที่หลังโก่งจนตัวเกือบเท่ากัน "ใช่คุณแอล ลอว์ไลท์รึเปล่าคะ?"


เขายังคงขบเม้มนิ้วโป้งเบิกตาจ้องอยู่ครู่นึง อาจเห็นว่าหน้าเธอเริ่มไม่สบายใจจึงยอมเปิดปากพูด "ขอโทษครับ ไม่ได้ตั้งใจทำให้คุณกลัวแค่เป็นนิสัยเสียส่วนตัวของผมเอง คุณคือไลท์ ยางามิใช่ไหมครับ? ติวเตอร์ของผม?"


ไลท์พยักหน้า "ค่ะ"


เขาไล้สายตามองเธอเร็วๆ ประกายบางอย่างจุดขึ้นในดวงตา "เป็นชาวญี่ปุ่นใช่ไหมครับ?"


"อ่า...ใช่ค่ะ"


"ผมพอพูดญี่ปุ่นได้บ้าง"


"เอ๋ จริงเหรอคะ?" ไลท์ถามอย่างตื่นเต้น


"ผมเคยแลกเปลี่ยนที่นั่นอยู่สามสี่ปี" แอลเว้นช่วงไป ดวงตาหรี่ลงครึ่งนึงเหมือนกำลังนึกทวนความจำ "โอเก็งกิเดสก๊ะ? (สบายดีไหมครับ?)"


"โอคาเงะซามะเด เก็งกิเดส (ขอบคุณค่ะ ฉันสบายดี)"



"...เดซาโตะกาสุกิเดสก๊ะ? (ชอบขนมไหมครับ?)"


"เดซาโตะกาอามาริสุกิจาไน่เดส...เดโม โคฮิเกกิวาไดสุกิเดส (ไม่ค่อยชอบขนมค่ะ...แต่ถ้าเป็นเค้กกาแฟชอบมากค่ะ)"


"โตะเตโมคาวาอี้เดส (น่ารักมากครับ)"


"เอ๋?" ไลท์ชะงัก ค่อนข้างสับสนกับสิ่งที่อีกฝ่ายจะสื่อ "อ..อาโน..."


"คุณน่ารักมาก" แอลทวนเป็นภาษาอังกฤษทั้งรอยยิ้มบางเบา


ใบหน้าหวานนิ่งค้างไป ไม่รู้เลยว่าควรจะแสดงอารมณ์แบบไหน แน่นอน เธอมั่นใจว่าตัวเองหน้าตาดีกว่ามาตรฐานแต่ไม่ได้หมายความว่าจะรู้สึกเฉยเมื่อมีคนชม โดยเฉพาะกับพวกผู้ชาย...ที่ญี่ปุ่นเขาไม่ตรงกันขนาดนี้ซะหน่อย!


ด้วยความพยายามอย่างมาก ไลท์กระแอมแก้เขินมือก็แตะๆ ค้นๆ เอกสาร "งั้นเรามาเริ่มจากแนวคิดพื้นฐานก่อนก็แล้วกันนะคะ?"







ถึงแม้ว่ามันจะเกือบสามปีแล้วตั้งแต่ที่ก้าวเท้าเข้ามาในวินเชสเตอร์ ไลท์ก็ไม่เคยพลาดที่จะเปิดกูลเกิ้ลแมพไปไหนมาไหน มันไม่สำคัญหรอกว่าเธอจะรู้จักเมืองนี้ดีเสียยิ่งกว่าหลังมือของตัวเอง (หรืออย่างน้อยก็กับพวกสถานที่สำคัญ เช่น ร้านชำของชาวเอเชียน สะพานประจำเมือง มหาวิหารวินเชสเตอร์หรือคาเฟ่ที่ถัดออกไปอีกสองบล็อก เลี้ยวซ้ายแล้วเจอตรอกเงียบสงบ กาแฟกับเค้กของที่นั่นสุดยอดจริง)


แต่หญิงสาวก็ยังยืนยันจะใช้แผนที่อิเล็กทรอนิกอยู่ดี ถ้าเกิดว่าร้านพวกนั้นเกิดปิดตัวลงเพราะธุรกิจไปไม่สวยหรือหนึ่งในถนนสายประจำถูกกีดขวางด้วยอุบัติเหตุล่ะ? ก็แค่เผื่อไว้ก่อน หลายคนมักจะบอกว่าเธอน่ะกังวลมากเกินไป แต่ไลท์ถือว่ามันคือความรอบคอบ ซึ่งในความคิดแสนสุภาพอ่อนน้อมของเธอ มัตสึดะ เพื่อนๆ มีน้อยเป็นอย่างมาก ไม่งั้น เขา พวกเขาคงจะมาเข้าคลาสเร็วสักครั้งในชีวิต


คงต้องมอบประโยคนั้นให้แอลเช่นกัน หญิงสาวถอนหายใจเคาะจัดเอกสารชุดใหม่ลงกับโต๊ะก่อนก้มหน้ามองนาฬิกา เมื่อเข็มนาทีเฉียดเลขหกก็ส่ายหน้าปลงๆ ห้า...สี่...


ลุกขึ้นไปยืนกอดอกที่หน้าประตูเหมือนคุณแม่รอลูกชายกลับบ้าน ต่างกันนิดหน่อยตรงที่ใบหน้าไม่ได้ยิ้มกับการรอคอยแม้เพียงนิด


สาม...สอง...


หนึ่ง...


และแล้วในเวลาเกือบสามโมงสามสิบเอ็ดนาที แอล ลอว์ไลท์ก็ปรากฎตัวต่อหน้า ผมเผ้ายังยุ่งเหยิงเหมือนเดิมเช่นเดียวกับใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกผิด ไลท์มองเขานิ่งๆ ย่นหน้าผากกับเสื้อผ้าแพทเทิร์นเดิมเหมือนไม่มีชุดอื่นใส่ หรี่ตาลงเตรียมจะดุคนมาสาย


"แอล" เธอเริ่มด้วยน้ำเสียงมั่นคง "ฉันหวังว่านายจะจัดการตัวเองได้ดีกว่านี้ในคราวหน้า นายเลทมาสามวันติดกันซึ่งมันเสียเวลาชีวิตฉันมาก เราต้องติวนายให้ทันการ อีกสองสัปดาห์จะมิดเทอมแล้วช่วยกระตือรือร้นหน่อย"


"ไลท์จังบ่นผมหนักกว่าวาตาริอีก" แอลเอียงคองึมงำเหมือนไม่ได้ทำอะไรผิด "ผมก็แค่ไปรับอันนี้ตามเวลานัด" เขาคีบถุงใส่กล่องเล็กๆ มาตรงหน้าด้วยสองนิ้ว "ให้คุณ"


หญิงสาวยังหน้าบึ้งอยู่แต่ก็รับมันมาเปิด เนื้อเค้กสีดำสนิทส่งกลิ่นหอมกรุ่น "เนื่องในโอกาสอะไร?"


แอลยักไหล่ "แทนคำขอบคุณทุกช่วงเวลาที่เสียสละให้ผม ทั้งที่คุณสามารถใช้มันไปกับอะไรที่มีประโยชน์กว่าได้"


"ก็รู้ตัวดีนี่" เธอปิดกล่องของโปรดวางบนโต๊ะ ตัดสินใจเอาว่าจะทานอย่างมีความสุขเมื่อพ้นหน้าแอลไปแล้ว "ขอบใจแต่ทีหลังไม่ต้อง ถ้าอยากตอบแทนจริงก็ช่วยตั้งใจเรียน เราจะได้หมดเวรหมดกรรมต่อกันซะที"


เธอส่งแบบฝึกหัดให้แพนด้าเวอร์ชั่นผอม นั่งลงตรวจทานชุดเก่าๆ ที่เขาทำเมื่อวันก่อน


"ศาสตราจารย์เค็นวู้ดส่งฉันมาเพื่ออะไรเนี่ย..." ไลท์เท้าคางหมุนปากกาในมือ "นายตอบถูกทุกข้อทุกชุดทั้งที่ไม่ต้องเรียนด้วยซ้ำ เทสที่ผ่านมาก็คะแนนเต็มตลอดยังจะให้ฉันติวต่ออีก"


แอลวางคางลงกับเข่าขณะคีบปากกาเขียนคำตอบด้วยลายมือไก่เขี่ย "เธอคงเล็งเห็นว่าช่วงหลังผมเข้าคลาสบ่อยขึ้นแล้วก็นั่งข้างไลท์จังตลอด..." เสียงราบเรียบยังคงต่อประโยคได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องหยุดมือจากกระดาษ "ปกติผมไม่เข้ามหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ มันน่าเบื่อที่จะต้องฟังคนอื่นบรรยายสิ่งที่เรารู้ดีกว่า ผมก็เลยหมดความสนใจอย่างรวดเร็ว"


"ถ้าคนอื่นพูดฉันคงคิดว่าหมอนั่นโคตรหลงตัวเอง"


"ก็เขามีดีให้หลงไม่ใช่หรือครับ?"


ไลท์กลอกตาแต่ก็อดเห็นด้วยไม่ได้ "ยังไงก็เถอะ ถ้านายหัดเข้าคลาสซะบ้างก็ไม่โดนเพ่งเล็งแล้ว"


"อย่างที่ผมเคยยกเหตุผลไป ไม่มีแรงจูงใจครับ"


"แล้วตอนนี้มันต่างกันหรือไง?"


แอลส่งเสียงฮึมฮำในลำคอ "มีคุณเป็นติวเตอร์ถือเป็นแรงจูงใจหลักเลยทีเดียว"


ไลท์คิ้วกระตุกกับประโยคนั้น ดวงตาสีน้ำผึ้งหรี่ลงอย่างประเมิน "ปกตินายไม่ชอบแหย่คนอื่น"


"คงเป็นแค่กับคุณล่ะมั้งครับ"


เนิ่นนานที่บรรยากาศมีแต่ความเงียบ ไลท์ก้มหน้าตรวจแบบฝึกหัดที่ต่อให้ตีลังกามองยังรู้ว่าถูกต่อไป ซึ่งดีที่แอลไม่เซ้าซี้ชวนคุยต่อกระทั่งทำงานส่วนของตัวเองจนเสร็จ เขานั่งขบเม้มนิ้วโป้งมองเพื่อนสนิทตวัดปากกาเงียบๆ จนหญิงสาวลุกขึ้นยืดกล้ามเนื้อเป็นสัญญาณของการจบวันนี้


"จะว่าไป ผมนึกขึ้นได้ว่ามีวิธีนึงที่น่าจะจูงใจให้ผมทำคะแนนดีในมิดเทอม"


แม้จะรู้สึกตงิดใจไปบ้าง ไลท์ก็ให้โอกาสเขาได้เสนอ "วิธีอะไร?"


รอยยิ้มจุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่าหมั่นไส้ที่สุด แอลโน้มหลังโก่งๆ เข้ามาใกล้เธอ "ถ้าผมได้ที่หนึ่งวิชาเคมี คุณต้องจูบผม แต่ถ้าไม่ คุณสั่งให้ผมทำอะไรก็ได้หนึ่งอย่าง"


"เหลวไหลที่สุด ล้อเล่นเป็นเด็กๆ ไปได้" ไลท์กอดอกจ้องเขาเขม็ง ส่วนแอลโคลงศีรษะไปมาอย่างไม่ทุกข์ร้อน "ไลท์จังคิดว่าผมเป็นพวกชอบล้อเล่น น่าเศร้าใจอะไรเช่นนี้"


"ผมขอยืนยันว่าผมจริงจังและคาดหวังให้คุณรับคำท้าเป็นอย่างมาก" ดวงตาสีดำสนิทสบกับเธออย่างตรงไปตรงมา "นอกจากไลท์จังจะกลัวแพ้ แต่ไม่เป็นไรนะครับ ผมเข้าใจดีว่าต่อให้เป็นวิชาที่คุณติวให้ผม ผมก็ยังเก่งกว่า"


ไลท์หรี่ตาลงด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่เหมือนพร้อมเงื้อหมัดชกเขาทุกเมื่อ ซึ่งแอลถือว่าเขาประสบความสำเร็จในการชักจูงเพราะ... "อย่าสำคัญตัวไปคุณลอว์ไลท์"


เจ้าของนามสกุลยิ้มกริ่มอยู่ในใจ "แล้วนั่นถือว่าคุณยางามิ 'ตกลง' หรือเปล่าครับ?"


"เตรียมตัวแพ้ได้เลย" หญิงสาวเชิดหน้าใส่เจ้าคนท้าไม่กลัวเกรง ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ที่เห็นว่ามันยังทำตัวกวนประสาท


ไลท์สบถในใจกับความอวดดีตรงหน้า


แอลนี่มันโคตรแอล












หากมีสักสิ่งที่ยางามิ ไลท์ผู้หญิงที่เพอร์เฟคทั้งรูปร่างหน้าตาและสมองคิดว่าตัวเองไม่เก่ง...ไม่สิ ต้องเรียกว่าควบคุมไม่ได้มากกว่าเพราะสิ่งนั้นคือ 'โชค' ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยเหตุการณ์ที่พร้อมจะตลบหลังได้ทุกเมื่อแม้ว่าจะมั่นใจในการกระทำสุดๆ แล้ว เพราะงั้นไม่ว่าจะทำอะไร ไลท์จะต้องวางแผนสำรองหลายสิบขั้นไว้รองรับเป็นเรื่องปกติ อย่างก่อนมิดเทอมเธอก็รีบกลับหอไปทบทวนบทเรียนไม่เว้นวันและฝึกทำข้อสอบเก่าๆ จากรุ่นพี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวิชาเคมีที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เธอจะไม่หยุดแม้จะทำได้ถูกต้องทั้งหมดก็ตาม


ข้อสอบที่เธอต้องเผชิญคืออัตนัย มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนักหรอก ไลท์เข้าคลาสไม่เคยขาดทั้งยังสนิทสนมกับเจ้าของวิชาจนรู้ขอบเขตเดาใจคนตรวจได้ ทุกข้อที่จรดหมึกเต็มไปด้วยความมั่นใจ จนกระทั่งวันที่รอผลเธอก็ยังยืนยันว่ามันถูกทุกข้อ


ดวงตาสีน้ำผึ้งมองกระดาษที่ '100%' สีแดงประดับอยู่มุมบนขวางามๆ ข้างล่างมี 'Top อันดับหนึ่ง' ที่ศาสตราจารย์เค็นวู้ดชอบเขียนบอกเพื่อเป็นการกระตุ้นนักศึกษา ไม่ต้องกังวลเลยว่าเธอจะแพ้ สำหรับภาควิชาเคมีอันดับหนึ่งมีได้แค่คนเดียวแม้จะคะแนนเท่ากันก็ตาม อย่างไรเสียแมรี่ เค็นวู้ดก็ชอบเปรียบเทียบหาคนที่เขียนได้ครอบคลุมกว่าอยู่แล้ว


แอลไม่ได้โผล่หัวมารับคะแนนที่คลาสแต่ไลท์ไม่สนอยู่แล้ว สาวเจ้าเดินกอดผลคะแนนอย่างมีความสุขไปห้องที่พวกเขาติวกัน ตรวจแบบฝึกหัดสบายใจและอมยิ้มทุกครั้งที่มองนาฬิกาข้อมือ ฝันหวานถึงสิ่งที่จะสั่งแอล---


เดี๋ยวก่อน แล้วทำไมเอ็งถึงได้อันดับหนึ่ง?!!!!


ไลท์เบิกตาจ้องกระดาษที่อีกฝ่ายคีบ 100% เหมือนกัน Top อันดับหนึ่งเหมือนกัน สิ่งที่ต่างเห็นจะเป็นเพียงลายมือและชื่อเจ้าของ คราวนี้นึกครึ้มอะไรศาสตราจารย์ถึงให้ที่หนึ่งสองคนเนี่ย!


เจ้าแพนด้ายกยิ้มมุมปากโคตรน่าหมั่นไส้ "โอ๊ะ บังเอิญจังเลยนะครับ ผมได้ที่หนึ่งตามที่ท้าไว้"


เตี๊ยมกันแน่ๆ! ถึงจะไม่รู้ว่ายังไงแต่เตี๊ยมกันแน่ๆ!


"พยายามได้ดีนี่" ไลท์พูดเสียงลอดไรฟัน พยายามระงับอารมณ์คุกรุ่นของตัวเอง


แอลยังคงประสบความสำเร็จในการกวนประสาทเธอ "ขอยกความดีความชอบให้แรงจูงใจครับ"


โอเค ถึงจะไม่อยากเล่นลูกไม้สกปรกเท่าไรแต่สัญญาก็ถือเป็นสัญญา "ฉันจูบให้นายได้แค่ที่มือ ถ้าต้องการมากกว่านั้นนายจะได้หมัดเป็นของแถมด้วย"


ดวงตาสีดำสนิทกะพริบปริบๆ อย่างไร้เดียงสา "จูบ?" เอียงคอสงสัยก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนไปเมื่อทบทวนบทสนทนาของพวกเขา "อ๋อ ผมไม่ได้จริงจังเรื่องนั้นหรอก แค่แกล้งคุณเล่นน่ะ"


"หา!?" ไลท์หน้าเหวอ และแอลไม่กลั้นเสียงหัวเราะเลยสักนิด


"ทำไมครับ? หรือไลท์จังอยากจูบผม?"


"ไม่! คือฉันหมายถึง..." เธอโบกไม้โบกมือลนลาน "นายไม่ต้องการอะไรเลยงั้นเหรอ?"


"ความจริงผมก็ไม่คัดค้านหรอกนะครับ มันไม่ใช่ทุกวันที่จะมีผู้หญิงน่ารักๆ มาเสนอจูบให้ผม" อาจจะเพราะเห็นเธอจิกเล็บลงกระโปรงหรือแผ่จิตสังหารออกมาจากร่าง แอลเปลี่ยนไปเสนออย่างอื่นได้ในทันที "งั้นคุณไปทานมื้อเย็นกับผมได้ไหมครับ? ผมรู้จักร้านอาหารที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่บล็อกและพวกเขามีเมนูของหวานแนะนำด้วย"


ไลท์เกือบจะปฏิเสธแล้วถ้าไม่เงยหน้าขึ้นมาสบกับดวงตากลมโตนั่นเสียก่อน เธอกอดอกคล้ายจะพึมพำกับตัวเอง "ถ้าให้ฉันเป็นคนเลี้ยง"











----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หากผิดพลาดอะไรทักท้วงได้เลยนะคะ พอดีเกลียดเคมี ;^;

เกลี๊ยดดดดดดดดดดดดด ยากไป ขนาดลองนั่งหาข้อมูลมาแต่งฟิคเว็บต่อเว็บยังเกือบไม่เข้าใจเลย...
ปกติเราเรียกพวกเครื่องมือทับศัพท์ไปเลยอะคะ ไม่รู้ว่ามีชื่อไทยที่เรียกง่ายไหม พยายามเสิร์ชหาก็ไม่ค่อยเจอ เอาเป็นว่าการทดลองที่มัตสึดะทำมันคือ Grignard reaction ความจริงก็ไม่ได้ยากอะไรหรอกแค่อยากหาเรื่องให้มัตสึทำผลิตภัณฑ์เละ ฟฟฟฟฟฟ มินิเอ็กโพรชั่นในแล็ปก็มีบ้างเป็นครั้งคราวนะคะ...


Totemo kawaii desu – น่ารักมากครับ

ขึ้นอยู่กับ​บทสนทนา​ สิ่งที่​ 'น่ารัก'​ อาจคลุมเครือเพราะงั้นไลท์จังถึงได้สับสน​ มันฟังดูเหมือนแอลชม​ ​'ขนม'​ ว่าน่ารักมาก​ (เรื่องที่คุยกันอยู่)​ ซึ่งอิพี่มันเปลี่ยนเรื่องเฉยเลยไง​ เอาจริงไม่ต้องเป็นภาษาญี่ปุ่นก็งงนะ​ แบบอิหยังของมัน? อะไรน่ารัก?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #111 Hydran (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 18:42

    พอเป็นผู้หญิง ถึงจะกวนประสาทเหมือนเดิม มันจะยังมีความฟุนิๆนิ่มๆอบอวลอยู่นะคะ แต่อันดับ1สองคนนั้น //หัวเราะ

    ทำใจนะไลท์ บางทีอันดับ1คู่กันอาจมีไปตลอดหลังจากนี้ก็ได้นะ แถมช่วงท้ายที่นั่งแอลบอกไม่ต้องทำตามสัญญาเพราะอยากแกล้ง แต่ถึงยังงั้นก็ยังอุตสาจะเลี้ยงตามสัญญาแม้ไม่ต้องจูบอีกนะคะเนี้ย ดื้อดึงไม่น้อยเลยจริงๆ สาวน้อยสุภาพ ว่าจานิ่มนวลอ่อนหวาน ที่พร้อมจะกลายร่างกางเล็บตะปบคนที่มาหาเรื่องสินะคะ ไลท์เนี้ย

    #111
    1
    • #111-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 92)
      11 พฤษภาคม 2562 / 18:45
      บรรยากาศยังโทนเดิมเพิ่มเติมคือนุ่มนิ่มขึ้น พอไลท์เป็นผญ.แล้วเหมือนแอลลดความเกรียนขึ้น (แค่นิดนึง---) อันดับหนึ่งคงไม่มีคนเดียวอีกต่อไป แข่งกันทุกสนามแน่ๆ

      ไลท์ผู้แสนสุภาพนี่มีแอลเป็นข้อยกเว้นจริงๆ สนิทกันจนรู้ว่าไม่จำเป็นต้องเกรงใจแล้วสินะ~
      #111-1
  2. #103 [ LuksornNoy ] (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 08:26
    ไลท์คุง ถึงเป็นผู้หญิงแต่ก็ยังแมนอยู่ดี เอะอะมีต่อย 555 ชอบประโยค “แอลนี่มันโครตแอล” มากๆเลยค่ะ จำกัดความได้ดีสุดๆ แถมเหมือนโดนด่าด้วย ฮุฮุ
    #103
    1
    • #103-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 92)
      7 พฤษภาคม 2562 / 19:56
      ไลท์คนแมนเสมอต้นเสมอปลาย ฟฟฟฟ น้องไม่อ่อนโยน
      แอลนี่ก็หาคำอื่นมาบรรยายได้ไม่ดีเท่าตัวพี่แกเอง ทำตัวได้แอลมาก
      #103-1