[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 91 : Sweet poems (แอล/ไลท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 333
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    24 ม.ค. 64


Pairing : แอล/ไลท์

ถ้าใจเรากาวพอ เราก็สามารถเสกให้คนญี่ปุ่นอยู่ในย้อนยุคยุโรปได้ค่ะ--- //กำปั้นทุบอก ตาวิ้งวับอย่างพระเอกโชเน็น

AU ขุนนางไลท์ กวีแอล...แน่นอนว่าฟิคนี้มาเพื่อกาว นี่โยนความสมจริงออกนอกหน้าต่างหมดแล้ว








ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเดินหลังโก่งไปในท้องพระโรงที่ชักใยควบคุมทั่วหล้าจักรวรรดิ มือขาวซีดยกขึ้นแนบอกก่อนคุกเข่าลงหน้าบัลลังก์


"แอล ลอว์ไลท์ขอถวายการขับลำนำบทกวีตามรับสั่งพระเจ้าค่ะ"


"เงยหน้าขึ้นเถิดลอว์ไลท์ ข้ารอคอยจะได้พบกวีผู้เลื่องชื่อเช่นเจ้า"


จอมนางตรัส แอลค่อยๆ เงยหน้าขึ้นทว่าตอนนั้นเอง ดวงตาสีดำสนิทหาได้จับจ้องที่พระผู้เป็นเจ้าชีวิตไม่ แต่กลับเป็นร่างที่ยืนเคียงข้างบัลลังก์


เรือนร่างสง่าดุจพญาหงส์ ผิวเหลืองนวลเปล่งราศี ใบหน้าที่ประดับด้วยเครื่องหน้างดงามยิ่งกว่าผู้ใดที่เขาเคยพบ เส้นผมแมกไม้สีอ่อนเป็นประกาย และสุดท้าย...ดวงเนตรน้ำผึ้งงามล้ำสะกดใจ


ชายหนุ่มเหมือนถูกสะกด เขาจ้องเจ้าของร่างงามนั้นตาไม่กะพริบ


รอยยิ้มอ่อนหวานที่ส่งมานั้นเหมือนคำสาป ราวกับแม่มดร่ายมนตร์เสน่ห์สะกดให้เป็นทาส


แอลตระหนักทันทีว่า


หัวใจเขาหล่นอยู่แทบเท้าขุนนางท่านนี้เสียแล้ว...


ขึ้นอยู่กับอีกฝ่ายว่าจะยกมันขึ้นมากอบกุมไว้ หรือจะใช้เท้าน้อยๆ แต่ทรงพลังนั่นเหยียบขยี้ให้เป็นธุลี






ยางามิ ไลท์ใจเต้นผิดจังหวะ


รอบข้างพร้อมพรั่งด้วยเหล่าขุนนางชั้นสูง เขามองไปยังชายหนุ่มคนหนึ่งที่เพิ่งพบเมื่อครู่


กวีท่าทางประหลาดคนนั้นคลี่ม้วนกระดาษแผ่นยาวออกมาด้วยนิ้วโป้งและนิ้วชี้ เริ่มขับบทกวีอันไพเราะด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทุ้มกังวานไปทั่วท้องพระโรง


ท่วงท่ายามขับบทกวี...เสียงอันเสนาะหู...


...เหมือนทูตสวรรค์ขับลำนำแห่งพระเจ้า...


เขาได้แต่หลงไปกับภาพตรงหน้าและบทกวีฉ่ำหวานจนกระทั่งจบบท


"ไพเราะเหลือเกิน"


องค์เหนือหัวปรบพระหัตถ์ตรัสชื่นชมเป็นผู้แรก ก่อนเหล่าขุนนางทั้งหลายที่ได้แต่อึ้งอยู่จะปรบมือชื่นชมกันเป็นการใหญ่


"ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ ฝ่าพระบาท"


กวีหนุ่มโค้ง


"เจ้าว่าอย่างไร ยางามิ"


กะทันหันพระนางทรงตรัสถามความเห็นขุนนางคนสนิท ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยหลังตกอยู่ในภวังค์เนิ่นนาน


"ไพเราะมากพระเจ้าค่ะ ลอว์ไลท์เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์อันยอดเยี่ยม ทั้งบทกวีและน้ำเสียงช่างมีพลังจนกระหม่อมฟังแล้วขนลุกเลยทีเดียว"


"โอ้ ใช่ ข้าก็เห็นไปในทางเดียวกัน"


พระนางแย้มสรวล


"ขุนนางของพระองค์เองก็มีพลังมากเช่นกันพระเจ้าค่ะ องค์ราชินี..."


แล้วเขาก็ถวายบังคมลาพระนางออกไป ปล่อยให้ทั้งท้องพระโรงงุนงงสงสัยกับปริศนาธรรมประโยคนั้น






ไลท์รู้สึกแปลกๆ


พักนี้เหมือนมีคนจ้องอยู่ตลอดเวลา แหงล่ะ ระดับเขาแล้วก็รู้ได้ทันทีว่าสายตานั้นมองมาจากไหน


แต่ปัญหาคือ...มองไปทีไรก็เจอแต่ไอ้เจ้ากวีประหลาดนั่น!


แอลได้เป็นคนโปรดขององค์เหนือหัวในเวลาไม่นาน เลยเข้ามาป้วนเปี้ยนในวังบ่อยครั้ง ถึงจะถูกศาสนจักรตราหน้าว่าเป็นคนนอกรีตเพราะไร้ซึ่งความเชื่อทางศาสนาทั้งยังมีชุดความคิดแตกต่างจากคนทั่วไป แต่พระนางก็ทรงให้การปกป้องอยู่ตลอด


แล้วมันจะมองหาอะไรนักหนา!!! ไอ้นกฮูกนอกรีต!


"ครับ ถ้าเช่นนั้นก็ควรจะ..."


ไลท์รู้สึกถึง 'สายตา' อีกครั้งขณะสนทนากับท่านเอิร์ลคนหนึ่ง เขาหันขวับไป เห็นแอลยืนอยู่บนชั้นสอง ดวงตากลมโตยังคงจ้องเขาแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มเหมือนเคย


"มีอะไรหรือครับ? นั่นกวีคนโปรดขององค์ราชินีนี่"


ท่านเอิร์ลมองตาม


ดวงตาสีน้ำผึ้งหรี่ลงเป็นการเตือนคนนอกวงสนทนาก่อนกลับไปให้ความสนใจงานของตน


"ไม่มีอะไรหรอกครับ เรามาว่ากันต่อเถอะ..."






อยู่ไหนกันนะ?


กวีหนุ่มสอดส่องสายตาหาเป้าหมายอยู่แถวๆ โถงทางเดิน


"หาข้าอยู่หรือ?"


ร่างสูงหันขวับไปด้านหลัง เห็นคนที่ตามหากอดอกจ้องเขม็ง


คนผมดำแย้มยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน


"เจ้าเป็นอะไรมากรึเปล่าลอว์ไลท์? วันๆ เอาแต่ตามจดๆ จ้องๆ ข้า"


อีกฝ่ายไม่เอ่ยตอบโดยดี ดวงตาสีดำสนิทไล้มองทั่วร่างคนตรงหน้าอย่างประเมิน


รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จุดบนใบหน้าไร้อารมณ์


"ด้วยตัวข้า รับใช้องค์ กษัตรีย์

ขณะที่ คุกเข่าหน้า บัลลังก์นั้น

ข้างรานี มีขุนนาง ยืนเคียงกัน

ชั่วฉับพลัน ใจข้าหวั่น สั่นไหวคลอน"


บทกวีขับขานออกมาจากริมฝีปากนั้นอีกครั้ง 


หากแต่คราวนี้...ทำใจสั่นกว่าเดิม


ขุนนางหนุ่มยืนนิ่งงัน รู้สึกถึงแรงสั่นระรัวในอก


นี่จะเกี้ยวกันหรือไง?


ขนาดประโยคแรกที่พูดยังออกมาเป็นกวี หมอนี่มันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้เลยสินะ...นี่เขาต้องตอบเป็นกลอนสดเลยไหม?


"ที่ข้าตามท่าน เพราะท่านคือแรงบันดาลใจในบทกวีของข้า"


ชายหนุ่มคุกเข่าลง ก่อนช้อนมือเรียวซึ่งเจ้าของกำลังตะลึงงันอยู่ขึ้นมา


"...ขอท่านขุนนาง...โปรดอย่าได้รังเกียจเดียดฉันท์ประชาชนใต้การดูแลของท่านเลย..."


แล้วเขาก็ประทับริมฝีปากลงไปบนหลังมือ


...นุ่มนวล...แผ่วเบา...


"ไว้โอกาสหน้าข้าจะมาตามจ้องท่านต่อนะ"


เขาลุกขึ้นเอ่ยติดตลก ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้น ปล่อยให้อีกคนที่ยังตกอยู่ในภวังค์ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม


ความรู้สึกบ้าบอนี่มันอะไรกัน


ไลท์ก้มหน้าลงลูบมือแผ่วเบา แทบไม่รู้ตัวเลยว่าแก้มตนเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อๆ...เมื่อครู่เจ้านอกรีตนั่นเพิ่งจะ...


"...ไอ้กวีโรคจิต..."










---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #110 Hydran (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 18:31

    แคกๆ แคกๆๆ! ตอนต้นว่าน่าอายแล้ว ช่วงร้องกลอนจีบไลท์เสียวยิ่งกว่า คือแบบ จะเขินก็เขิน แต่นึกภาพนิสัยและหน้าแอลๆ ของนังแอลแล้วมันก็จะหมั้นไส้หน่อยๆคะ

    #110
    1
    • #110-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 91)
      11 พฤษภาคม 2562 / 18:39
      เสี่ยวไปพรี่~! //ป้องปากตะโกน

      จะเขินก็เขินไม่สุด ความแอลทำให้น่าหมั่นไส้ขึ้นมากมาย ถถถ
      #110-1
  2. #102 [ LuksornNoy ] (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 23:41
    เดี๋ยว! ไรท์จะตัดทิ้งง่ายๆแบบนี้ไม่ได้!! ลากพวกเขากลับมาสานสัมพันธ์กันก่อน~!
    #102
    1
    • #102-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 91)
      7 พฤษภาคม 2562 / 00:19
      ถ้าเป็นไปได้เราก็อยากกลับมาต่อ AU นี้นะคะ พี่แอลจีบเป็นกลอนนี่มันกร๊าวใจชะมัด~! //จิกหมอน
      #102-1