[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 81 : Happy 1st birthday (มัตสึดะ & อิเดะ & มิสะ & ฮิคาริ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    24 ม.ค. 64

Pairing : มัตสึดะ & อิเดะ & มิสะ & ฮิคาริ , หลายๆ คน

AU Café เนื้อเรื่องต่อจาก How to manage your own business ว่าด้วยเรื่องวันเกิดของน้อง คนดีคนเดิม ไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปอ่านนะคะ มันไม่ได้เชื่อมโยงมากขนาดนั้น

//เวรเน้ย AU ที่อยากต่อแทบตายดันไม่มีพล็อต ไอเรื่องที่ไม่คิดจะต่อพล็อตโผล่เฉย...






หลังจากที่ปิดร้านเร็วกว่าปกติ อิเดะใช้เวลาทั้งบ่ายกับการอบขนมเค้กมาจากที่บ้าน สปันจ์เค้กทรงสี่เหลี่ยมข้างบนตกแต่งด้วยไอศกรีมรสอบเชย ตรงกลางมีป้ายช็อกโกแลตที่เขียนว่า 'Happy Birthday Hikari'  ด้วยครีมสีขาว มันออกมาสวยจนทำให้เขาอดภูมิใจในตนเองไม่ได้ รู้สึกถึงฝีมือที่พัฒนาขึ้นเยอะจากเมื่อเกือบเจ็ดปีก่อน ขนาดที่ว่าถามความเห็นจากเจ้าของวันเกิดเองเด็กน้อยยังพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม...ถึงไลท์จะเคยบอกว่าตอนนี้ลูกชายตอบ 'ไฮ' กับเกือบทุกคำถามที่ได้ยิน แต่อิเดะจะขอใจชื้นนิดๆ ไม่ได้รึไง


"อิเดะซัง คุณเอาเค้กมาทำไมน่ะครับ?" มัตสึดะหันมาถามขณะทำความสะอาดเครื่องชงเอสเพรสโซ่ ที่เคาท์เตอร์ข้างเคียงมีฮิคาริผู้หยิบจับทุกอย่างใกล้มือแล้วหัวเราะเสียงใสเมื่อมัตสึดะพยายามยื้อแย่งแก้วมัคเพิ่งล้างออกจากเขา เสียงหวานพึมพำคำว่า "หมะม้า หมะม้า หมะม้า" ดังราวกับเป็นการทักทาย


"ฉันเตรียมไว้สำหรับงานวันเกิดน่ะสิ"


"แต่ทำไมคุณถึงเป็นคนทำล่ะ!?"


ตอนนั้นเองที่อิเดะสังเกตเห็นกล่องที่ฝาใสอยู่ข้างเด็กน้อย ในนั้นมีเค้กกลมก้อนที่สองซึ่งตกแต่งด้วยครีมดอกไม้และเมอแรงค์สีขาวนุ่มเป็นทรงสวยเสียจนงานสปันจ์ทรงสี่เหลี่ยมของเขาต้องละอายแก่ใจ ตัวอักษรสีฟ้าบนเนื้อเค้กที่เขียนว่า 'HBD Hikari-kun' มุ้งมิ้งพอจะทำให้ความหรูหราดูน่ารักไปเลย


"อิเดะซัง ผมนึกว่าหน้าที่ทำเค้กเป็นของผมซะอีก ทำไมคุณถึงทำเค้กมา!?" อีกคนหน้ามุ่ยวางมือจากเครื่องชงที่สะอาดเอี่ยมมาฉกแก้วจากมือเล็กเป็นครั้งสุดท้าย เกาพุงให้อย่างเอ็นดูจนเด็กน้อยยิ้มร่าหัวเราะเอิก


อิเดะวางเค้กลงกับเคาท์เตอร์ก่อนมอบสีหน้าที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี สีหน้าที่บอกกับอีกฝ่ายว่าพวกเขามีบทสนทนาเรื่องนี้และมัตสึดะเป็นฝ่ายลืม  "ไม่ นายนั่นแหละทำเค้กเพื่อ? ฉันบอกแล้วนี่ว่าจะเป็นคนทำเองเพราะนายเอาแต่บ่นว่าเบื่อนักหนาที่ต้องอบเค้กอย่างเดียวมาเป็นชาติ"


นิ้วของฮิคาริเฉียดเข้าใกล้เค้กของของอิเดะอย่างอันตราย แต่โชคดีที่ชายหน้านิ่งคว้ามือไว้ได้ทันก่อนจะบังเกิดความหายนะ มัตสึดะพ่นลมหายใจเหมือนผิดหวังที่มันไม่สำเร็จ "แต่ยังไงแขกก็มากันเยอะอยู่แล้วนี่ครับ ก็เอาเข้างานทั้งคู่ไปเลยแล้วกัน"


"แต่แล้วก้อนไหนที่ฮิคาริจะเป่าเทียน?"


"ของผม" มัตสึดะกอดอกไม่ยอมแพ้ "เพราะของผมสวยกว่าและอร่อยกว่าอยู่แล้ว"


อิเดะขึ้นเสียง "โคตรไม่แฟร์---"


"ทำไมถึงมีเค้กสองก้อนบนเคาท์เตอร์?"


"หมะม้า!"


มิสะที่บัดนี้เลิกย้อมผมแล้วเอนตัวไปจุ๊บแก้มฮิคาริ(รีบกระเถิบหนีก่อนมือเล็กจะมาขยุ้มหัว) สาวผมดำวางเค้กอีกก้อนลงข้างทั้งสองก่อนหน้า "พวกนายไม่เคยฟังมิสะเลย ทำเค้กเพิ่มมาตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย?"


"วันนี้หลังปิดร้าน"


"ตอนเช้าตั้งแต่มิสะมิสะเข้าไปในครัวกับผม คุณนั่นแหละที่ไม่ฟังเพราะผมบอกแล้วว่าผมจะเป็นคนทำเค้ก"


"ไฮ"


"เห็นไหม? ฮิคาริคุงยังบอกว่าใช่เลย"


มิสะหรี่ตา "ฮิคาริลูก ลุงมัตสึเป็นแค่ไอโง่ใช่ไหม"


"ไฮ"


แล้วทั้งสองก็เล่นสงครามประสาทอย่างไม่มีใครยอมใคร อิเดะถอนหายใจยกมือขึ้นนวบขมับเบาๆ "พอเลยทั้งสองคน นี่วันเกิดฮิคารินะ เราจะไม่ทะเลาะกันในวันเกิด"


"เราไม่ได้ทะเลาะ! จริงๆ นะครับมิสะมิสะ ผมบอกคุณแล้วว่าผมจะทำเค้ก!"


"เออ ฉันก็บอกนายแล้วว่าจะทำเค้ก!"


"แล้วผมก็บอกคุณว่า 'ไม่ต้อง' "


"หา!? นายไม่ได้บอกฉันว่า 'ไม่' เลยสักนิด!"


ไม่ว่าพวกเขาจะทะเลาะกันหรือไม่(แน่นอนว่าทะเลาะ...) ฮิคาริหัวเราะคิกคักท่องคำว่า 'อิเยะ' ที่แปลว่าไม่ออกมาคล้ายทวนคำศัพท์ ง่ายๆ ก็คือไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีอะไรเกิดขึ้นตรงหน้า


"มัตสึดะ ยางามิ พอได้แล้ว" อิเดะแทรกขึ้นมาอย่างหมดความอดทน "ก็เอาเค้กสามก้อนเข้างานไป มันโอเคน่า"


"เอิ่ม..." ผู้ใหญ่ทั้งสามหันไปมองที่ต้นเสียง ประตูร้านเปิดออกตั้งแต่เมื่อไรไม่มีใครรู้ ที่ตรงนั้นมีทาคาดะยืนอยู่พร้อมในมือมี ใช่ เค้กอีกก้อน "ความจริงคือสี่ก้อนนะคะ"


"ไม่ เดี๋ยว อะไรนะ!? ทัคกี้ ผมวานคุณไปซื้อไข่ให้ คุณรู้นี่ว่าผมจะทำเค้ก!" มัตสึดะร้องลั่น "แล้วคุณจะเอามาอีกก้อนทำเพื่อ!?!"


"ตอนฉันไปเบเกอรี่เจอยางามิซังจดสูตรจากเพื่อนพนักงานอยู่ แล้วตอนไปร้านค้าก็เจออิเดะซังเลือกแป้ง ถามแล้วก็รู้ว่าทุกคนทำเค้กฉันก็เลยอยากทำบ้าง! ก็แบบ ไม่อยากเป็นคนเดียวที่ไม่เอาเค้กมานี่คะ"


"แล้วใครเชิญหล่อนยะ!?" มิสะกลอกตามองบนเหนื่อยหน่ายใจ "ดูสิลูก หนูมีเค้กตั้งสี่ก้อนแหน่ะ"


"อิเยะ"


"ต้องตอบว่า 'ไฮ' สิ!" ฮิคาริยิ้มตาแป๋วเมื่อคุณแม่หยิกแก้มย้วยอย่างมันเขี้ยว "แต่หนูจะเป่าเค้กของหมะม้า เพราะหมะม้ารักหนูที่สุด"


โอเค พวกเขากลับมาปัญหาเดิมอีกแล้ว "เดี๋ยวสิครับ ผมเองก็ตั้งใจอบตั้งหลายชั่วโมง ให้เขาเป่าของผมไม่ได้เหรอ?" มัตสึดะเสนอ "งั้นให้เขาเป่าของเราทุกคนเลยได้ไหม?"


คนเป็นแม่ปฏิเสธได้โดยไม่ต้องคิด "อย่าพูดอะไรโง่ๆ น่ามัตสึ เด็กตัวแค่นี้จะให้เป่าทั้งคืนเลยรึไง?"


"ก็ไม่ได้นานขนาดนั้นสักหน่อย..."


"แต่เขาเป็นพวกชอบขยับตัว ฉันว่าอย่าเลยดีกว่านะยางามิ เขาไม่ยอมนั่งนิ่งตอนที่มีเปลวไฟลุกพรึ่บอยู่ตรงหน้าแน่ๆ" อิเดะจับคางนึกทบทวนทฤษฎีนั้น "ไม่ต้องเป่าเทียนก็ได้ เดี๋ยวเขาก็เจ็บตัวหรอก"


พวกเขาไม่ได้กำลังทะเลาะกัน ไม่ได้ทะเลาะเลยจริงๆ "ไม่ ไม่ เขาต้องเป่า! นี่เป็นหนึ่งในความฝันของเด็กเลยนะ! มันคือความสุข! เราก็แค่ต้องระวังไม่ให้เขาใกล้เกินไป" มิสะก็ไม่ได้กำลังเถียงเลยจริงๆ


"มันจะไม่มีอะไรอันตรายเลยถ้า--- เดี๋ยว คิโยมิ นี่เธอทำบ้าอะไร?" มิสะเลิกคิ้วขึ้นมาเมื่อหันไปเห็นหญิงสาวอีกคนกระทำการลับๆ ล่อๆ "นี่ คิโยมิ!" มือเรียวเอื้อมไปจับคนตรงหน้า "เธอทำบ้าอะไรกับเค้กน่ะ!?"


มิสะดูเกรี้ยวกราดจากปกติขึ้นสิบระดับ มัตสึดะตัดสินใจปิดตาฮิคาริเผื่อไว้กรณีมีการฆาตกรรมเกิดขึ้นตรงหน้าหรืออะไรทำนองนั้น เพราะว่าตอนนี้เค้กของพวกเขาถูกตัดแบ่งออกไปบางส่วน!


"หมะม้า!" เสียงหวานดังขึ้นด้วยความกลัวขณะที่มือเล็กชูขึ้นปัดป่ายในอากาศแต่ไม่ได้ทำให้เกราะแห่งศีลธรรมของคุณลุงออกห่างเลยแม้แต่น้อย


"ยางามิซังเลิกเขย่าตัวฉันได้แล้ว! โอ้ยยยย" การฆาตกรรมของมิสะคือทำให้เหยื่อเวียนหัวตาย เมื่อรถไฟเหาะบนดินจบขบวนมัตสึดะก็ปล่อยมือที่ปิดตาออกด้วยเห็นว่าทั้งสองกลับไปคุยกันดีๆ แล้ว "นี่ไม่ถือเป็นการขอบคุณที่ฉันช่วยแก้ปัญหาเลยสักนิด"


"แก้ปัญหา? เธอนั่นแหละปัญหา!"


อิเดะล็อกตัวคนก่อเรื่องออกจากเหยื่อ ปากก็พร่ำบอกให้มิสะใจเย็นเสียที "ไม่ ดูสิ ทาคาดะทำถูกแล้ว"


ในระหว่างที่พวกเขาทั้งสาม 'ไม่ได้' ทะเลาะกันอยู่ ทาคาดะได้ทำการตัดหนึ่งส่วนสี่ของแต่ละเค้กออกมาประกบเป็นก้อนใหม่บนจานใบที่ห้า แต่มิสะยังไม่วายกอดอกขอแซะสักที "แบบนี้ก็ไม่รู้แล้วว่าเขียนอะไรบ้าง เละไปหมด"


ทาคาดะมีรอยยิ้มอ่อนหวานบนใบหน้า "ยังไงเขาก็เด็กเกินกว่าจะอ่านออกอยู่แล้ว ฉันไม่คิดว่าเขาจะสนใจหรอก แต่ยังไงเราก็มีป้ายของอิเดะซังอยู่ เท่านี้ก็ดูดีแล้วนะคะ" มือเรียวเอื้อมไปหยิบป้ายช็อกโกแลตนั้นมาวางทำให้มิสะหน้ายู่กว่าเดิม


"ยังไงทาคาดะซังก็ไปทำผมใหม่ก่อนเถอะครับ ตอนนี้ยุ่งมาก...อ๋อ เช็ดลิปสติกด้วยหน่อยนึง มือของยางามิอาจไปโดนเข้าตอนตบตีกับคุณอยู่" หญิงสาวหยิบกระจกพกพาขึ้นส่องดูความเสียหาย มือแตะใบหน้างดงามที่บัดนี้รอยสีแดงเลอะรอบปาก "บางทียางามิซังก็โหดร้ายยิ่งกว่าสัตว์ประหลาด"


"ไฮ"


"น่ารักจัง เพอร์เฟ็คไทม์มิ่งมากน้อง" เธอลูบหัวเด็กน้อยหน้าใสซื่อ "ดูแลคุณแม่อย่าให้ดื้อให้ซนอีกล่ะ เดี๋ยวน้าคิโยมิจะไปจัดการตัวเองที่ห้องน้ำก่อนนะ"







สองสามชั่วโมงผ่านไปงานก็ถูกจัดขึ้นในร้านคาเฟ่ขนาดกลาง ไลท์โทรมาบอกว่าติดคดีสำคัญคงกลับไปฉลองด้วยไม่ได้ แม้จะเป็นเรื่องน่าเศร้ามิสะก็ทำได้แค่พูดให้กำลังใจเสียงหงอยว่าพยายามเข้า ได้แต่คิดในแง่ดีว่าวันเกิดปีแรกของฮิคาริเขาคงจำคนมางานไม่ได้หรอก(นอกจากพ่อแม่...อ้าว มันก็ยังแย่อยู่ดี) ทั้งครอบครัวยางามิและอามาเนะล้วนมาแสดงความยินดี เช่นเดียวกับเพื่อนๆ ที่เอ็นดูความน่ารักของเด็กชายตัวน้อยกันใหญ่ ทาคาดะบ่นว่าเธอเป็นนักข่าวหน้ากล่องไม่ใช่ทีมงานแต่ก็ยอมถ่ายรูปให้ทุกคนที่ขอ มิสะกระโดดไปกอดน้องสาวข้างบ้านที่เดินทางมาจากโอซาก้า อดีตดาราหัวเราะเสียงใสคุยกับคุณพ่อคุณแม่ก่อนเขย่งเท้าหยิกแก้มเจ้าน้องชายที่โตแล้วสูงปรี๊ด ต่อให้ตอนนี้ใช้นามสกุลยางามิก็ไม่ได้รู้สึกอื่นใดนอกจากความเป็นอามาเนะคนเดิม


หัวหน้ากองสืบสวนอย่างโซอิจิโร่แยกตัวออกมาได้เพราะคดีเก่าเพิ่งจบไปไม่กี่วัน เขามากับภรรยาและลูกสาวคนสวย ซายุพุ่งไปกอดมิสะแต่ผงะออกเมื่อมัตสึดะที่ยืนอยู่ข้างๆ เนียนจะกอดด้วย หญิงสาวผู้เพิ่งจบจากมหาลัยได้ไม่นานหัวเราะเสียงเย็นกระเถิบหนีอดีตนายตำรวจที่คุยจ้อพยายามจะจีบ ส่วนอิเดะนั้นไม่สนอะไรนอกจากไปทักทายเพื่อนเก่าหลายๆ คนที่ตามหัวหน้ามาแสดงความยินดี ผ่านไประยะนึงแม่ของเด็กชายจึงลงความเห็นว่าได้เวลาเหมาะสม!


ทุกคนประสานเสียงเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ออกมา สำเนียงภาษาอังกฤษกระท่อนกระแท่นหากแต่เต็มไปด้วยความจริงใจ ฮิคาริที่ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรปรบมือเป็นจังหวะอย่างสนุกสนาน


"เอาล่ะ ได้เวลาเป่าเค้ก" มัตสึดะอุ้มเด็กน้อยเข้าไปใกล้เทียนเลขหนึ่งอย่างเบามือ "หนูทำได้แน่"


มิสะประเมินสถานการณ์ตรงหน้าแล้วคิ้วกระตุก "ฉันคิดว่าไม่นะ..."


"อ้าว สรุปคุณอยากให้เขาเป่าไหมเนี่ย?"


"ฉันแค่คิดว่าแบบนี้คงได้เป่าไปถึงปีหน้าแน่ น่าจะมีใครช่วยหน่อยนะ ซายุเป่าแทนได้ไหม?"


"เอ๋ ไม่เอาหรอกค่ะ ให้เขาเป่าดีกว่า!" ทุกคนจ้องเด็กชายที่ยิ้มตาแป๋วเหมือนไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ ซายุทำปากฟู่ๆ หนูน้อยจึงทำตาม แต่ไฟบนเลขหนึ่งยังคงอยู่ เหมือนเขาจะแรงน้อยไป


พยายามอยู่นานก็ไม่สำเร็จ ฮิคาริอาจจะรำคาญหรืออะไรสักอย่างเพราะวินาทีต่อมามือเล็กก็ตบเทียนคว่ำ ไส้เทียนเป็นสีดำและไหม้เนื้อเค้กเพียงนิดหน่อย มิสะที่แทบหัวใจวายพยายามฉีกยิ้ม "ก..เก่งมากจ้ะฮิคาริ ฉลาดจังเลยลูก"


ฮิคาริตบมืออีกรอบ แรงกระแทกปะทะเข้าเต็มเนื้อเค้กจนกระเด็นออกมา แต่ก่อนที่จะมีใครได้ออกปากห้าม มือเล็กก็ปัดป่ายเข้ากับสูทของยางามิ โซอิจิโร่ สีฟ้า ขาว ชมพูต่างๆ นานาผสมไปกับเนื้อผ้าดำสนิท


เหมือนมีหมอกเจือจางที่เรียกว่าความเงียบเข้าปกคลุม ใบหน้าทุกคนนิ่งค้างขณะในใจเลิ่กลักสวดภาวนาขึ้นมาพร้อมกัน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่คุณปู่ของเด็กชายระเบิดหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ บรรยากาศกลับมาครึกครื้นขณะชายหนุ่มแปะมือลงบนหัวคนเป็นหลาน "แสบนักนะเจ้าหนู แบบนี้ปู่จะเอาหน้าที่ไหนไปขึ้นรถไฟฟ้า"


"มานี่เร็วฮิคาริ มาหาหมะม้าน้า" มิสะอ้าแขนออกมาเรียกร้องความสนใจฮิคาริ เด็กชายเงยหน้าขึ้นจากซากเค้กทั้งในมือกำครีมก้อนใหม่ อาวุธครบครันขนาดนี้...มัตสึดะรีบส่งตัวเขาให้หญิงสาวในทันที "ฮิคาริของหมะม้าเป็นเด็กดีเพราะงั้น--- ฮิคาริ๊!!! นี่หน้าหมะม้าไง ฮือ แค่ครีมบำรุงยังไม่พออีกเหรอลูก?"



ซายุและทาคาดะหัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน หญิงสาวหน้าเค้กหันไปมองอย่างคาดโทษมือก็คว้าอาวุธนุ่มนิ่มไว้ น้องสะใภ้รีบออกปากห้ามทั้งใบหน้าเปื้อนยิ้ม "เดี๋ยวก่อนค่ะ ชุดที่หนูใส่อยู่นี่ก็ชุดมิสะซังนั่นแหละ"


คนอายุมากกว่าทำหน้านึกก่อนจะร้องอ๋อ "เออใช่ ผ้าเนื้อดีด้วย เสียดายอะ...งั้นยกให้เธอหมดเลยคิโยมิ!!!" ครีมเค้กลอยไปแปะใบหน้าเครื่องสำอางจัดเต็มอย่างรวดเร็ว ทาคาดะหวีดด้วยไม่ได้ตั้งตัวแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว


ด็อกเตอร์นิไคโดะและลูกสาวปลีกตัวไปตัดเค้กอีกสี่ก้อนที่เนื้อแหว่งไปหนึ่งส่วนสี่แจกแขกในงาน ทุกคนมีสีหน้ายิ้มแย้มขณะที่เจ้าของร้านทั้งสองมองหน้ากันหวั่นๆ


"นายถูพื้น..." อิเดะกระซิบกระซาบกับเพื่อนสนิท


"หา!? เหนื่อยตายเลยอิเดะซัง พวกเขาปาเล่นกันไม่สนใจคนทำความสะอาดเลยเนี่ย!" มัตสึดะร้องทั้งแววตาหวาดกลัว


"ฉันรู้ เดี๋ยวฉันล้างจานทั้งหมดเอง จะเอาเศษเค้กที่เหลือกับกล่องของขวัญไปทิ้งด้วย" อิเดะแทบยกมือไหว้รุ่นน้อง "แต่ขอเหอะนายช่วยถูพื้นที โธ่เว้ย ประสาทจะกินอยู่แล้ว!!!"


"ผมเข้าใจความรู้สึกคุณแต่มันก็ไม่ไหวนะครับ!...พูดถึงของขวัญ ทุกคนครับ ได้เวลาแกะของขวัญแล้ววววว~!" ท้ายประโยคเขามือป้องปากตะโกน มิสะกับทาคาดะหยุดตีกันไปชั่วขณะ ส่วนซายุที่อุ้มหลานอยู่เช็ดมือเด็กน้อยจนสะอาดก่อนพาไปหากล่องหลากสีจำนวนมากที่วางอยู่บนโต๊ะ


ใช้เวลาไม่นานทุกกล่องก็ถูกแกะออก แต่ของขวัญทั้งหมดข้างในถูกทิ้งไว้ห้องเก็บของคาเฟ่เพื่อขนย้ายไปบ้านครอบครัวเด็กชายในภายหลัง เพราะฮิคารินั้นไซร้ไม่สนใจของเล่นใดๆ เขาปีนไปนอนในกล่องแล้วชัทดาวน์เครื่องหลับปุ๋ยทั้งแบบนั้นแถมเกาะกล่องแน่นขู่ฟ่อเป็นลูกแมวทุกครั้งที่มิสะจะดึงตัวออกมา ลำบากคนเป็นแม่ต้องอุ้มลูกน้อยในภาชนะขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นอันจบวันแสนวุ่นวาย








-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #92 Hydran (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 09:05

    กรีดกราดเค้ก4ก้อน....โครตเยอะ ทำมาทำไมกันเยอะแยะ เรื่องเยอะนักก็เป่ายิ่งฉุบกันเถอะคะ แต่แพ้แล้วอย่าพาลพังเค้กฝ้ายชนะนะคะ ถึงสุดท้ายจะตัดมารวมกันก็เถอะ หึเป็นไงละ อยากให้เด็กมันเป่าเทียนนัก จงลิ้มรสเค้กฝีมือตัวเองสะเถอะ แต่ไลท์ไม่อยู่ รอดตัวไปนะไลท์ แต่ต่อให้ไลท์อยู่ ก็คงไม่โดน เพราะอาจจะห้ามการเป่าเทียนได้ก็ได้

    #92
    1
    • #92-1 เมษามัตสึดะ(จากตอนที่ 81)
      26 เมษายน 2562 / 22:01
      เค้กสี่ก้อนในงานเดียวคือไม่ไหววววว เยอะจริงจัง แต่คิดว่าเป่ายิ่งฉุบแล้วก็ไม่น่าเคารพผลลัพธ์กันสักเท่าไร แบบว่า 'ต้องเอาเค้กฉันไปด้วย!' แล้วก็ทำประทุษร้าย(?)เค้กคนอื่น...สรุปตอนจบพังหมดไม่เหลือเข้างาน

      สงครามครีมทำขนม มิสะvsทาคาดะ ถ้าไลท์อยู่มิสะน่าจะสงบสำรวมขึ้นนิดนึง ไม่คิดว่าจะมีใครกล้าทำไลท์นะคะ (ยกเว้นลูกชาย---) ถ้าคุณพ่อมาน้องไม่น่าได้เป่า มันไม่ปลอดภัย!
      #92-1