[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 79 : How to manage your own business (มัตสึดะ & อิเดะ & มิสะ & ไลท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 97
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    24 ม.ค. 64

Pairing : มัตสึดะ & อิเดะ & มิสะ & ไลท์ & คิโยมิ , มิสะ/ไลท์

//ในมังงะมัตสึดะคือไม่ต้องเหงาเหมือนตอนแอลยังอยู่ แอลไป = อิเดะมา ตบมุกกันโบ๊ะบ๊ะบางทีก็ทะเลาะด้วย สุดท้ายคนปวดคือไอซาว่า หัวหน้ากองไม่อยู่ แอลไม่อยู่ ทีมสองคนเล่นหนุกหนาน โมงิดูมิสะ ไลท์คือคิระ เผชิญหน้าเนียร์กับเมลโลที่ไว้ใจไม่ค่อยได้ เวรเน้ย ไอซาว่าซังอย่างแบก 5555555






AU Café เพราะนังสองคนนี้คงไปไม่รอดกับธุรกิจอื่น //แซะ

กาว ไม่อิงความจริงใดๆ ในสากลโลก ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

ตอนแรกอดีตนายตำรวจทั้งสองวางแผนว่าจะเปิดร้านชื่อ CA-f-FEine ตั้งแต่เดือนกันยายนแล้ว สองเพื่อนซี้เขียนจดหมายขอลาออกมาตั้งหลายเดือนแต่เพิ่งได้ยื่นจริงเมื่อครู่นี้ เพราะปัญหาหลายอย่างที่เข้ามารุมเร้าทำให้ต้องเลื่อนวันออกไปทุกทีจนเกือบสิ้นปีแล้วพวกเขาเพิ่งได้แค่หุ้นเงินกันเตรียมร้าน และเนื่องด้วยเป็นวันที่ 24 ธันวาคม อามาเนะ มิสะที่สนิทกับทั้งสองจึงถือโอกาสมาเยี่ยม มัตสึดะเขียนป้ายติดตัวโตๆ ว่า HAPPY BIRTHDAY MISA MISA ข้างเมนูเครื่องดื่มเนื่องในโอกาสงานฉลองวันเกิดพรุ่งนี้ของดาราสาว


"มัตสึดะ!!!" ได้ยินเสียงรบกวนดังเข้ามาในโสตประสาทมิสะก็เงยหน้าที่ฟุบหลับอยู่กับโต๊ะขึ้นมองไปที่ต้นเสียง เห็นอิเดะที่แป้งคลุกไปหมดก็ขำเสียงใส มองมัตสึดะที่หน้าซื่อถามเพื่อนตัวเอง "โดนแป้งโจมตีมาสินะครับ"


"ไม่ ไม่ใช่แป้งที่โจมตีแต่เป็นลายมือของนายนี่แหละ! ฉันอ่านสูตรเค้กกาแฟไม่ออกจนใช้เยอะเกินไปเลยเนี่ย!" คนอายุมากกว่ายื่นกระดาษออกมาตรงหน้า เจ้าตัวปัญหาโน้มตัวมามองยิ้มแหยที่อิเดะดันคิดว่าเลข 5 ของเขาเป็น 8 และเลข 1 เป็นเลข 7 "อ่า โทษทีๆ ผมน่าจะรีบไปหน่อย"


ฟังข้อแก้ตัวแสนไร้ความผิดชอบเขาก็ได้แต่ยกมือขึ้นนวบขมับ สวดภาวนาให้พรุ่งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี "อย่าพลาดอีกแล้วกัน เรากำลังจะเปิดร้านวันแรกนะ ถ้าสูตรผิดลูกค้าหายหมดแน่" อีกคนพยักหน้าหงึกหงักอย่างสบายใจ เพราะเขาเองทำขนมกินเองมาสี่ห้าปีเชี่ยวชาญแม้ไม่ต้องดูสูตรแล้วเลยเซฟรสชาติอร่อยได้ทุกอย่างที่ทำ แต่ที่น่าเป็นห่วงคืออิเดะนี่แหละที่ยังใหม่กับเรื่องนี้มาก เขามาเพื่อเป็นแผนกทำเครื่องดื่มก็จริงแต่ถ้าวันหนึ่งเค้กหมดตู้แล้วมัตสึดะไม่ว่าง เส้นแบ่งระหว่างบรรเจิดกับบรรลัยก็คือใบวิธีทำ


"มันจะโอเคน่าอิเดะ ทุกอย่างพร้อมสำหรับพรุ่งนี้แล้ว ไม่ต้องเครียดเกินไปหรอกครับ"


"ดูก็รู้ว่าเราไม่ค่อยจะพร้อมกัน เออ นายนอนพอแน่นะ?"


"เต็มอิ่ม ตาสว่างจ้า" พ่อหนุ่มหน้ามนยิ้มจนตาหยีแม้จะขัดกับรอยคล้ำใต้ตาและเสียงอ่อนล้า ชายตรงหน้ากอดอกแย้ง "ไม่ต้องมาโกหกเลย เมื่อคืนทำบัญชีจนดึกดื่นอีกแล้วล่ะสิ"


มิสะที่ยืดบิดขี้เกียจเรียบร้อยผุดลุกมาดูสองหนุ่มสภาพคล้ายซอมบี้ มัตสึดะตาจะปิดอยู่รอมร่อเช่นเดียวกับอิเดะที่เซื่องซึม หญิงสาวรู้ได้ทันทีว่ามันเกิดจากอาการนอนไม่พอ ปกติบรรยากาศรอบตัวพวกเขาเต็มไปด้วยเสียงทะเลาะโหวกเหวกอยู่เป็นประจำ เพราะงั้นการที่ทั้งคู่สงบปากสงบคำแล้วคุยกันดีๆ แปลว่าเหนื่อยจนไม่มีแรง ร่างบางจึงตัดสินใจทำให้ทั้งคู่ตื่นขึ้นสักนิดด้วยการเสียงวีนใส่อิเดะว่าใจร้ายปล่อยมัตสึดะอยู่หน้าคอมจนดึกดื่นได้ไง ทั้งที่เธอรู้อยู่แก่ใจว่าตัวเขาเองก็เช็คสต๊อกสินค้าจนปวดหัวไม่ต่างกัน แพนด้าทั้งสองครวญครางกลับมาว่างานอย่างเยอะ ดาราสาวเท้าเอวมองด้วยความเห็นใจ "อะ งานที่เหลือในนี้เดี๋ยวมิสะมิสะจะจัดการเอง! พวกนายน่ะไปนอนกันได้แล้ว ไม่งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ได้เป็นผีก่อนลูกค้าเข้าร้านอีก แถมตอนนี้ฉันน่ะสดชื่นม๊ากมากและทำงานเร็วกว่าพวกนายสองคนรวมกันอีก"


"แต่ว่า---"


"ผมเพิ่งงีบไป---"


"หยุดเถียง" มิสะคว้าสูตรในมือของอิเดะมาแล้วจุ๊บแก้มทั้งสองคนอย่างเอ็นดู "อิเดะซังทำความสะอาดครัวแล้วกลับบ้านไปนอนซะ นายด้วยมัตสึ เก็บของที่เคาท์เตอร์แล้วไปนอน" หญิงสาวผมทองกอดอกออกคำสั่ง เกือบจะหลุดมาดเข้มเมื่อทั้งสองหน้าบุ้ยออกมาพร้อมกันก่อนแยกไปทำหน้าที่ของตัวเอง


แล้วมิสะก็ต้องหลุดยิ้มเมื่อได้ยิน "คร้าบ คุณแม่" ที่ได้จากมัตสึดะ เพราะบางทีเธอก็รู้อย่างนั้นเหมือนกัน


วันต่อมาทั้งสามสามารถตื่นเช้าได้อย่างหน้าตาดี มิสะโดนสองหนุ่มกีดกันตลอดทางระหว่างที่นั่งรถไฟใต้ดินมาว่าอย่าแม้แต่จะคิดช่วยพวกเขาอีก ให้ทำตัวดีๆ ยิ้มเยอะๆ แล้วสนุกไปกับวันเกิดก็พอ หญิงสาวในชุดเดรสแดงเฟอร์ขาวหัวเราะเสียงใสแต่ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ


มัตสึดะที่ตัวสั่นจนแทบจะเต้นแทงโกไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากความหนาวหรือตื่นเต้นกันแน่ อิเดะตบหลังเขาไปหนึ่งป้าปเมื่อคนอายุน้อยกว่าเด๋อด๋าเดินชนพนักงานออฟฟิศระหว่างทางไปร้าน "เลิกกังวลได้แล้วไอ้หนู ทุกอย่างจะไปได้สวยน่า"


มัตสึดะหน้าบึ้งหันไปว้ากใส่ทั้งที่ตัวเองยังสั่นอยู่ "ไม่ต้องมาย้อนประโยคผมเลย! แล้วผมก็โตแล้วไม่ใช่ไอ้หนูซะหน่อย" ดวงตาสีน้ำตาลใสซื่อเปล่งประกายไปด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า "ผมน่ะนะจะทำให้ลูกค้าทุกคนรักที่นี่! จะทำให้โด่งดังเป็นที่รู้จักจนร้านข้างเคียงปิดบริการหนีไปเลย! ผมจะทำให้ไอซาว่าซังต้องหลั่งน้ำตาแล้วเข้ามาขอทำงานด้วย--- โอ้ย!"


อิเดะมอบหนึ่งโป้กให้หน้าผากรุ่นน้องเมื่อมันลามปามไปถึงเพื่อนอีกคนของพวกเขาที่ประสบความสำเร็จในคอฟฟี่ช็อปไปแล้ว มิสะเดินไปอมยิ้มไปกับภาพตรงหน้า มันต้องแบบนี้สิ ทะเลาะกันสนุกกว่าเงียบเป็นเป่าสากตั้งเยอะ


แล้วทั้งสามก็ถึงจุดหมาย คนเป็นเจ้าของกิจการพลิกป้ายเปิดที่หน้าประตูต้อนรับธุรกิจวันแรกของพวกเขา


มิสะตัดแบ่งเค้กที่เธออบตั้งแต่เมื่อคืนแล้วกำลังจะนำไปวางที่ตู้โชว์แต่อิเดะกลับเข้ามาขวางหลังตรวจดูว่าเครื่องทุกอย่างทำงานได้เป็นปกติ "อามาเนะ เธอไม่ได้ทำงานที่นี่ ไปนั่งโต๊ะซะ"


หญิงสาวร้องโหยออกมาหน้าเหยเก "แต่นี่วันเกิดฉันนะ!"


"นั่นแหละเหตุผล"


"เนี่ย! เจ้าของวันเกิดอยากเล่นเป็นพนักงานคาเฟ่สักวันไม่ได้รึไง มัตสึ เดี๋ยวก๊อน! ตกแต่งหน้าเค้กให้สวยกว่านี้ก่อนเอาเข้าตู้สิ ถ้าลูกค้าถ่ายรูปลงโซเชียลก็ถือเป็นการประชาสัมพันธ์ร้านนะ!!!" มิสะไม่สนใจเสียงห้ามใดๆ ของสองหนุ่ม เธอพุ่งปรี่ไปแย่งถาดเค้กในมือเขาก่อนเข้าครัวไปปาดครีมชีสโรยของตกแต่งเพิ่ม มิสะผิวปากกับบรรยากาศสงบสุขของวันคริสต์มาสก่อนจะสะดุ้งเมื่อลูกค้าเข้ามาในร้านพวกเขาเยอะกว่าที่คาด


ให้เดานะว่าสถานการณ์ที่ลูกค้าเต็มร้านขณะที่มีพนักงานอยู่สองคนกับหนึ่งตัวแถมจะเป็นเช่นไร...


"มัตสึดะ เราไม่เหลือแก้วแล้ว! มันหายไปไหนหมดเนี่ย!?" ชายไร้คิ้วเบิกตาโพล่งตะโกนถามขณะที่มือยังสาละวนอยู่กับการทำลาเต้ ขณะที่คนเดินนำของหวานไปเสิร์ฟโต๊ะร้อนรนไม่ต่างกัน มัตสึดะรีบจ้ำกลับไปดูเค้กที่อบอยู่ในครัวด้วยถึงเวลาที่ต้องเอาออกก่อนจะมีรอยไหม้เกิดขึ้น อิเดะหันมาพอดีจึงชนเข้ากับรุ่นน้องที่เร่งรีบ แรงปะทะที่เกิดขึ้นทำให้เครื่องดื่มในมือกระฉ่อนออกจากแก้ว อิเดะสบถลั่นก่อนด่ามัตสึดะที่รีบคว้าผ้าขี้ริ้วแถวนั้นเช็ดพื้น "เลิกบ่นได้แล้วครับ คุณนั่นแหละที่ทำหก!"


"นายชนฉัน!"


"ก็คุณขวางทาง!"


"แกวิ่งมาเองไม่ใช่เรอะ!?!"


ท่ามกลางเสียงโหวกเหวกอามาเนะ มิสะเคาะเล็บทำสีลงกับเคาท์เตอร์แคชเชียร์อย่างสบายใจเฉิบ ผ้าปิดปากสีแดงช่วยกันไม่ให้แฟนคลับคนใดจำเธอได้ คนเป็นเจ้าของวันเกิดมองประตูเข้าร้าน ดีดนิ้วดังเป๊าะเมื่อความคิดดีๆ แล่นเข้ามาในหัว เมินแบ็คกราวน์ที่อดีตนายตำรวจทั้งสองเปิดฉากซัดกันเป็นหมาบ้า ตกอยู่ในภวังค์กับไอเดียที่ว่าถ้ามีเสียงกระดิ่งทุกครั้งที่ลูกค้าเข้าคงจะดี เหมือนพวกร้านสะดวกซื้อติดแอร์ที่พูดต้อนรับคนมาใหม่อย่างเอาใจใส่ ในหัวดาราสาวออกแบบระฆังสีทองเอาไว้ แต่ไหนๆ ก็ช่วงคริสต์มาสแล้วเอาช่อมิสเซิลโทไปแขวนแล้วก็ติดไฟหลายสีประดับดีไหมนะ กระจกหน้าต่างใหญ่เห็นทั่วร้านซะด้วยสิ ลูกค้าเดินผ่านไปมาน่าจะรู้สึกว่าน่าเข้ายิ่งขึ้น...


"อามาเนะ"


"หืม?"


"ถ้าอยากช่วยจริงๆ ก็เลิกเหม่อแล้วไปรับออเดอร์ที!!!"







มันเป็นหนึ่งวันอากาศดีในฤดูใบไม้ผลิ หลังผ่านมาได้สี่ห้าเดือนและธุรกิจของทั้งสองเป็นไปได้สวย มัตสึดะตัดสินใจชักชวนลูกชายของอดีตหัวหน้ากองสืบสวนมาทำพาร์ทไทม์เนื่องด้วยเหตุผลหลักๆ อยู่สองข้อ หนึ่งเพราะเป็นเด็กมหาลัยจึงอัตราค่าจ้างต่ำไม่ต้องจ่ายทักษะฝีมือพิเศษ สองยางามิ ไลท์คนนี้เสน่ห์เกินร้อย! เขาตกลูกค้าผู้หญิงได้สบายแถมช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์(ที่ไม่ค่อยจะมี)ให้กับทางร้าน


มัตสึดะผู้รับผิดชอบเรื่องของหวานบุ้ยหน้าเบื่อหน่าย ในตู้โชว์ยังมีเค้กอยู่เต็ม เขารู้สึกไม่ค่อยมีหน้าที่เท่าไรเพราะวันๆ ทำแค่ยกไปเสิร์ฟ นั่งจ๋อย ยกไปเสิร์ฟ เค้กหมด เขาห้องครัวไปทำใหม่ กลับมานั่งจ๋อยรอเวลา เอาเค้กเข้าตู้ วนลูป ชายหนุ่มหันไปมองเพื่อนสนิทที่มีงานเข้าไม่ขาดช่วง เพราะเครื่องดื่มเป็นสิ่งที่ทำกั๊กไว้ไม่ได้ ตอนนี้อิเดะเลยทำนู่นนี่นั่นต่อเนื่องจนกล้ามแขนแทบขึ้น


เขาเดินไปหาอีกฝ่าย พยายามเสนอตัวอยากลองในสิ่งที่ดูน่าสนใจ "ขอเป็นลูกมือหน่อยครับ ตอนนี้ว่างมาก"


"โอเค" เขาวางมือจากงานอย่างง่ายดายเดินออกมาเอาของตกแต่งหน้าเค้กไปทำหน้าที่แทนพนักงานคนเก่า มัตสึดะที่อยู่ดีๆ ก็ได้งานใหม่ทั้งที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยนิ่งค้าง หันไปมองออเดอร์ก็เห็นว่าคิวต่อไปเป็นเอสเพรสโซ่ อา อย่างน้อยก็ได้ลองของง่าย


มัตสึดะนึกทบทวนสิ่งที่เพื่อนเคยสอนแม้จะจำไม่ได้เท่าไร นำเมล็ดกาแฟไปบด...แค่ขั้นตอนแรกก็ไม่แน่ใจแล้วว่าละเอียดแค่ไหน หนุ่มหน้ามนตั้งสินใจกดตัวเลขตรงกลาง เอาน่า ซ้ายสุดขวาจัดเกิดผิดขึ้นมาก็แย่สิ ทางสายกลางนี่แหละดี(?) อย่างน้อยก็แถเรื่องรสชาติได้ เมื่อเสร็จขั้นตอนก็ตวงผงไปประมาณเจ็ดกรัมลงเครื่องชงพร้อมกับด้ามอัดแน่นๆ กดจนรีดน้ำได้หนึ่งออนซ์จึงสำเร็จภารกิจเวลหนึ่ง


ท่านอาจารย์รีบปรี่เข้ามาดูผลงานศิษย์ปลายแถว เขาดื่มเอสเพรสโซ่ถ้วยนั้นแล้วสีหน้าที่เรียบนิ่งก็ยิ่งตึงไปด้วยความผิดหวัง มือก่ายหน้าผากรำพึงความสกิลกากของอีกฝ่าย "สิ้นหวังแล้ว ขนาดเอสเพรสโซ่นายยังทำให้รสชาติไม่เข้มข้นได้ นี่มันเมนูโคตรเบสิคเลยนะ"


เจ้าของผลงานหน้าเสียแต่ไม่วายเถียงเอาชนะ "อะไรเล่า ก็คุณปล่อยให้ผมทำเองไม่มาควบคุมหรือสั่งอะไรเลยนี่!"


"แล้วฉันจะมีนายไว้ทำเพื่ออะไรถ้าสุดท้ายเราสองคนต้องทำเครื่องดื่มเหมือนกันน่ะหา!? ถ้าสลับตำแหน่งไม่ได้ก็กลับไปทำหน้าที่ตัวเองเซ่!"


"ก็มันเบื่อนี่ครับ! คุณไม่เคยนั่งเฉยเกินสิบนาทีคุณไม่รู้หรอก!"


"เมื่อวานนายถูพื้นไม่ถึงสิบนาทียังหนีไปนอนในครัวเลย!"


"คุณซื้อน้ำยามาผิดสูตรอีกแล้วไง! ผมเหม็นกลิ่นนี้แทบแย่ไม่รู้เหรอ!?"


"พวกคุณจะทะเลาะกันตลอดไปหรือเปล่าคะ? คือขอเอสเพรสโซ่สักแก้วก่อนได้ไหม?"


สองหนุ่มตวัดสายตาหันมามองลูกค้าสาวผมตัดสั้น เอ่ยเสียงขึงขังออกมาพร้อมกัน "สักครู่ครับ ทาคาดะซัง/ทัคกี้!" ก่อนวางมวยไปชั่วขณะ มัตสึดะเดินหน้าบึ้งไปดูเค้กในครัวส่วนอิเดะชงกาแฟถ้วยใหม่ ยางามิ ไลท์ที่มากับหญิงสาวเดินอ้อมไปตำแหน่งแคชเชียร์ นั่นประไร! เทวดาประจำร้านมาแล้ว ตบมือเบาๆ เรียกให้สายตาจำนวนหนึ่งสนใจเขาแทนการทะเลาะที่พึ่งเกิดขึ้น "อย่าใส่ใจเลยนะครับ พวกเขาก็แค่หยอกกันเล่นเหมือนทุกที มัตสึดะซังน่ะทำเค้กอร่อยมากเช่นเดียวกับอิเดะซังที่ชงกาแฟรสชาติเยี่ยม"


ชายไร้คิ้วนำเอสเพรสโซ่หนึ่งช็อตเสิร์ฟให้ทาคาดะที่ยืนยิ้มไม่หาที่นั่ง สาวเจ้าดื่มรวดเดียวหมดจ่ายเงินให้ไลท์ก่อนกลับบ้านไปปั่นโปรเจคต่อ เธอคือหนึ่งในคนที่หลง(ผิด)ชอบสไตล์ของคาเฟ่ร้านนี้ คือต้องเล่าก่อนว่าตั้งแต่ที่พวกเขาได้ไลท์มาเป็นพนักงานก็จะมีกลุ่มลูกค้าเฉพาะตัวที่ชอบความสุภาพละมุนละไม อยู่ดีเกิดเห็นภาพโศกนาฏกรรมอิเดะ-มัตสึดะก็อาจช็อกไม่เข้าใจก็เป็นได้ พวกเขาอาจไม่รู้ว่าอิร้านป่าเถื่อนเจ้าของแทบฆ่ากันตายเนี่ยเป็นซิกเนเจอร์ไปเสียแล้ว


เรื่องมันเกิดจากวันนึงทาคาดะ คิโยมิคนดีซี้ของไลท์ดันเกิดมาดื่มกาแฟได้ยินเสียงพวกเขาเถียงกันแล้วชอบ เธอเลยเขียนรีวิวในเว็บของสักที่(ก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรว่าทำไมเธอถึงเป็นนักรีวิวชื่อดัง แต่ช่างมันเถอะ) แล้วคนก็เลยแห่กันมาเพราะร้านอารมณ์ร้ายเช่นนี้หาไม่ได้ง่ายๆ ในประเทศแห่งความสุภาพเทคแคร์ทุกความรู้สึกลูกค้าตั้งแต่หน้าประตู และบางทีพวกนั้นก็ดันเผลอเข้าร้านมาในวันสโลว์ไลฟ์บรรยากาศสดชื่นเงียบสงบแล้วรู้ว่าอิเดะกับมัตสึดะสามารถคุยดีมีเหตุผลได้ก็ผิดหวังไปตามๆ กัน ซึ่งอดีตนายตำรวจทั้งสองไม่เข้าใจความคิดคนสมัยใหม่เอาเสียเลย เอาตรรกะไหนมามองถึงคิดว่าพวกเขาควรด่ากัน!?


ส่วนสำหรับพวกที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่เพิ่งมาครั้งแรกก็อาจเห็นว่าที่นี่โหวกเหวกน่ารำคาญหรือถ้าแค่อยากทานกาแฟกลมกล่อมและขนมหวานโฮมเมดก็อาจอารมณ์เสียกลับไปได้


เจ้าของกิจการทั้งสองยังคงบึ้งตึงใส่เมื่อเจอหน้า ไลท์ที่กลัวว่าจะเกิดรายการต่อยกันเสียก่อนห้ามมวยด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสาที่ไม่สามารถต่อต้านได้ "ข้างนอกอากาศดีจังเลยครับ พวกคุณไปพักกันก่อนไหม? ทำงานหนักมาทั้งวันแล้วเดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเอง"


คนฟังพยักหน้าให้อย่างกระอักกระอ่วนใจ ไลท์เห็นดังนั้นก็หันไปบีบครีมวาดรูปตุ๊กตาหมีบนเค้กให้วันเกิดเด็กสาวระหว่างรอเครื่องที่ชงกาแฟให้คนเป็นพ่อ อิเดะให้ความไว้วางใจคนเด็กกว่าเท่าตัวมากกว่ามัตสึดะที่เป็นเพื่อนเสียอีก เรื่องเครื่องดื่มนี่ไลท์เชี่ยวชาญ...จริงๆ ก็เก่งทุกด้านนั่นแหละ ซึ่งดีที่ไม่มีทางสะดุดตั้งแต่ขั้นแรกเหมือนเจ้าหน้าเค้กข้างๆ เขาแน่


"บางทีผมก็สงสัยว่าเราใส่ผ้ากันเปื้อนไปทำไม คือเราก็ไม่ได้ซุ่มซ่ามทำอะไรหกใส่ตัวเองอยู่แล้ว" มัตสึดะบ่นงึมงำสูดลมหายใจรับกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ข้างนอกร้าน


ความจริงอิเดะแค่บังคับให้พวกเขาใส่เพราะมันดูน่าเชื่อถือแค่นั้นแหละ จริงๆ ก็ไร้ประโยชน์พอควร "เอาน่า กันดีกว่าแก้ เผื่อนายวิ่งชนฉันอีกเหมือนวันเปิดร้านจะได้ไม่ต้องวุ่นเปลี่ยนชุด"


คนตรงหน้าหรี่ตาไม่พอใจ "นี่หาเรื่องกันอีกแล้วเหรอครับ..." ก่อนจะหันไปเห็นชายหัวยุ่งแต่งตัวสไตล์พังค์ร็อคหยิบม้วนแท่งสีขาวส้มขึ้นมาพร้อมไฟแช็ค เขาก็รีบออกปากห้ามทันที "เดี๋ยวก่อนครับคุณ สูบบุหรี่หน้าร้านผมไม่ได้นะ!" ใบหน้าหลังเครื่องสำอางดาร์กราวกับไปงานคอสเพลย์หันมาเอียงคอมอง ยักไหล่แล้วเปิดประตูเข้าไปแทน มัตสึดะอ้าปากค้าง "ก็ไม่ได้หมายความว่าให้ไปสูบข้างน้ายยยย!!!" อิเดะตบบ่าให้กำลังใจอีกฝ่าย "เดี๋ยวไลท์ก็จัดการเองนั่นแหละ..."


พวกเขามองผ่านหน้าต่างใสเห็นชายหนุ่มผมน้ำตาลแย้มรอยยิ้มเย็น ดวงตาสีน้ำผึ้งยังคงอ่อนโยนหากแต่ฉายประกายอันตรายบางอย่าง เขาเอ่ยปากพูดกับเจ้าพังค์นั่นอยู่พักนึงมันก็เดินออกมาข้างนอกพร้อมผลไม้สีแดงในมือและไม่มีการสูบบุหรี่เกิดขึ้น มันมายืนกัดแอปเปิ้ลกินข้างพวกเขาไม่สนใจสายตาแห่งความสงสัยทั้งสองคู่


...ไปคุยกันอีท่าไหนวะ?...






ัตสึดะมั่นใจแล้วว่าเขาเกลียดซัมเมอร์ในร้าน CA-f-FEine ที่สุดและนึกอยากให้ช่วงเวลานี้ผ่านไปโดยเร็ว ต่างกับไลท์ที่ปิดเทอมฤดูร้อน แทนที่เขาจะไปเที่ยวหรืออยู่บ้านทบทวนหนังสือ นักศึกษามหาวิทยาลัยคนนั้นมาทำงานสม่ำเสมอทุกวันจนรับเงินเต็มเดือนช่วงสิงหาคมถึงกันยายน โอเค แบบนี้ก็เท่ากับมีลูกค้าเฉพาะกลุ่มเข้าร้านทุกวันและเห็นการทะเลาะวิวาทอันน่าก่ายหน้าผาก แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่รบกวนความคิดของมัตสึดะ


แต่เป็นเพราะอากาศวันนี้มันสามสิบสี่องศา ร้อนเกินไป! "อิเดะซัง คุณปิดแอร์อีกแล้วเหรอ?"


"มันยังเปิดอยู่"


"เร่งหน่อยได้ไหมครับ?"


"ตอนนี้อุณหภูมิต่ำพอที่ลูกค้าจะบ่นว่า หนาวเกินไป ตลอดวันแล้วเพื่อน"


มัตสึดะหน้ายู่ มือก็ปาดครีมชีสลงเค้ก "ร้อนจะตาย ถ้าเปิดสักยี่สิบห้าคงดีกว่านี้" พร้อมหันไปหาแนวร่วมที่มีความน่าเชื่อถือสูง "ไลท์คุงว่าไงครับ ยี่สิบแปดเนี่ยร้อนเนอะ"


คนอายุน้อยกว่านิ่งคิดไปชั่วครู่ "ผมว่าอุณหภูมิเท่านี้เหมาะสมแล้วครับ ไม่เปลืองไฟแถมลูกค้าชอบ"


"เห็นไหม?" อิเดะที่อยู่ดีก็ได้กำลังเสริมรีบพูด มัตสึดะหน้าบึ้งกว่าเดิมขณะฟุบหน้าถูไถตัวไปกับพื้นเคาท์เตอร์ที่เย็นกว่าอากาศ


ได้ยินเสียงกระแอมมาจากข้างหลัง ไลท์รีบกลับไปรับออเดอร์ในทันที เจ้าของกิจการทั้งสองเหมือนจะเห็นภาพสโลว์โมชั่นใบหน้าของไลท์ที่ตอนแรกยิ้มแย้มขมวดคิ้วไปชั่วครู่แล้วกลับไปยิ้มใหม่อย่างแนบเนียน


...และพอเห็นหน้าลูกค้าต้นเหตุก็พอจะเข้าใจได้...


"รู้นะว่าหลายคนที่มาร้านนี้เขาอยากดูละครสด แต่ฉันเองแค่อยากได้เครื่องดื่ม"


"สวัสดีค่ะพี่ไลท์ หนูกับมิสะซังมาซื้อของกันแถวนี้ก็เลยแวะมาอุดหนุน~"


สองสาวที่คุ้นเคย อามาเนะ มิสะ และ ยางามิ ซายุ


คนผมทองเอียงตัวเข้ามาใกล้พนักงานตรงหน้า "ปิดเทอมทั้งทีไลท์ยังจะพาร์ทไทม์อีกเหรอ? ไปเที่ยวกัน มิสะมิสะอยากไปทะเลจัง!"


ชายหนุ่มพยายามรักษาสีหน้าไว้อย่างดีเยี่ยม "คุณลูกค้ารับอะไรดีครับ?"


"อะไรอะ!? มิสะเป็นแฟนไลท์นะไม่เห็นต้องพูดห่างเหินขนาดนั้น" สาวเจ้าโวยลั่น


"วันนี้ไลท์คุงไปเที่ยวก็ได้นะครับ อากาศดีๆ แบบนี้อยู่แต่ในร้านน่าเสียดายแย่" มัตสึดะที่ไม่แน่ใจว่าอ่านอารมณ์คนไม่ออกหรือแค่อยากจะเอาคืนเรื่องเมื่อกี๊มีสีหน้าใสซื่อ มิสะขยิบตาราวกับจะพูดว่าเห็นมะ? เห็นมะ? ไลท์แสดงสีหน้าราบเรียบออกมาในที่สุด เขาอาจจะรำคาญหรืออะไรสักอย่าง "มิสะฉันจะทำงาน ถ้าไม่สั่งอะไรก็ออกไปได้แล้ว"


สาวผมดำตัดสั้นที่ต่อคิวอยู่ข้างหลังเสริมขึ้นมาอย่างเห็นด้วย "ใช่ เธอขวางทางฉันอยู่"


ดาราสาวหันไปก็เจอคู่ปรับ ทาคาดะ คิโยมิ แฟนเก่าของไลท์ที่ปัจจุบันยังเป็นเพื่อนกันอยู่ "เธออีกแล้วเหรอยัยศัตรูหัวใจอันดับหนึ่ง!?"


"มิสะ ออกไปได้แล้ว" ไลท์แทรกขึ้นมาเสียงเย็น มิสะเห็นดังนั้นก็ชะงักไป


"แต่---"


"ออกไป"


"อย่างน้อยฉัน---"


"ออกไปก่อน เดี๋ยวคืนนี้ค่อยมาหาฉันที่บ้าน"


"...งั้นก่อนไปขอคาปูชิโน่ก่อนได้ไหมอะ? นะ นะ นะะะ?" มิสะทำแววตาลูกหมาถูกทิ้งใส่ ความจริงมันไม่ส่งผลอะไรกับไลท์ทั้งนั้นแต่ลูกค้าก็คือลูกค้า ต่อให้เป็นคนน่ารำคาญแค่ไหนถ้าสุดท้ายจ่ายเงินยังพอคุยกันได้ "แล้วก็ชีสเค้กของมัตสึสักสองชิ้น?"


คนผมน้ำตาลถอนหายใจ ดวงตาสีน้ำผึ้งไล่มองทีละคนขณะเอ่ยเสียงชัดถ้อย "ได้ครับ อิเดะซังทำคาปูชิโน่ มัตสึดะซังเอาเค้กใส่กล่อง อามาเนะซังจ่ายเงินแล้วก็เลิกทำหน้าแบบนั้นสักที"


ทั้งสามประสานเสียง "Yes sir!" ออกมาพร้อมกันก่อนแยกย้ายไป ซายุหัวเราะคิกกับสถานการณ์ตรงหน้า ยิ้มเจ้าเล่ห์กระซิบแซวเสียงแผ่วให้มีแต่พี่ชายที่ได้ยิน


"รู้เลยว่าคืนนี้มีคนไม่กลับบ้าน"


ไลท์หยิกแก้มยัยตัวแสบอย่างมันเขี้ยว






ฤดูร้อนถูกทิ้งไว้เป็นอีกหนึ่งความทรงจำขณะฤดูใบไม้ร่วงเข้ามาแทนที่ สี่ปีต่อมาไลท์ได้งานใหม่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ การแต่งงานระหว่างเขากับมิสะจะไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยถ้าอยู่ดีๆ ดาราสาวคนนั้นไม่ประกาศซะใหญ่โตในรายการร้องเพลงช่วงใกล้ปีใหม่ มัตสึดะกับอิเดะที่ทานอาหารค่ำร่วมกับครอบครัวยางามิอ้าปากค้าง ซายุที่โตเป็นสาวขึ้นเยอะยังหัวเราะสดใสกับคุณแม่ในขณะที่หัวหน้าครอบครัวและลูกชายคนโตกุมขมับเครียด


ตามคาดข่าวเรื่อ​งมิสะเป็นที่ฮือฮาข้ามคืนก็โดนเฉดหัวออกจากวงการบันเทิงโดยถาวร แต่เธอเพียงแค่ยักไหล่ไม่ใส่ใจ อย่างไรเสียเงินเก็บจากงานต่างๆ ก็ทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจได้ไปหลายปีบวกกับเงินเดือนของว่าที่สามีก็ไม่มีอะไรต้องกังวล


แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอจะยอมเป็นแม่บ้าน มิสะยืนยันเจตจำนงค์จะพาร์ทไทม์ที่คาเฟ่ชิวๆ ได้ทำงานกับเพื่อนที่รู้ใจ ไม่เหนื่อยเกินไป เงินพอได้ เลือกวันเวลาที่อยากทำเอง มิสะถูกใจทุกข้อดีของที่นี่และมาสมัครในทันทีที่รู้ตัวว่าเข้าสู่สภาวะโดนไล่ออกอย่างเป็นทางการ และแน่นอน อิเดะก่ายหน้าผากบ่นว่าพวกเขาอยู่ด้วยกันสามคนมีเถียงกันตายแน่ ส่วนมัตสึดะยิ้มแล้วขู่ว่าจะใช้งานเยี่ยงทาสเลย


แล้วส่วนที่ตลกก็คือสุดท้ายสองคนนั้นมันก็ทะเลาะกันเองระหว่างมิสะรับออเดอร์อยู่ดี แถมมัตสึดะมักจะเข้ามาขวางทุกครั้งที่เธอพยายามยกกล่องหรือเขยิบโต๊ะ เขาแย่งทุกงานใช้กำลังไป เป็นห่วงเสียจนเวอร์และมิสะรู้สึกเอ็นดูคนที่พยายามปกป้องถึงเพียงนี้


"เอ ยางามิซังยังทำงานอยู่อีกเหรอคะ? ไม่ใช่ว่าคุณควรจะพักผ่อนหรอกเหรอ?" สองหนุ่มอยากจะหัวเราะกับสีหน้าของมิสะเมื่อเห็นทาคาดะเดินเข้ามาในร้าน นักข่าวสาวพ่วงตำแหน่งคอลัมนิสต์ของหนังสือพิมพ์ซากุระทีวี ใช่...ทาคาดะประเดิมงานแรกด้วยการเขียนแนะนำถึงคาเฟ่ของพวกเขา อิเดะแทบเอาหัวโขกโต๊ะเมื่อระหว่างจิบกาแฟก่อนทำงานมัตสึดะก็เอาเรื่องนี้มาอ่านให้ฟัง


"พวกเราไม่เคยให้มิสะมิสะทำอะไรหนักเลยนะครับ!" มัตสึดะรีบแก้ตัวก่อนได้รับศอกกระทุ้งเข้าเต็มท้อง


มิสะจ้องศัตรูตรงหน้าเสียเขม็ง "เธอต้องการอะไรไม่ทราบ?"


"กาแฟสักถ้วยแล้วก็การใช้เวลาสักนิดอยู่ในคาเฟ่ร้านโปรดเหมือนทุกครั้งนั่นแหละ วันนี้ขออเมริกาโน่นะคะอิเดะซัง" เธอช่วยเขยิบโต๊ะที่มัตสึดะกับมิสะยื้อแย่งกันอยู่ เดินตรงไปที่เคาท์เตอร์กรุ่นกลิ่นหอมเข้ม "ความจริงไม่ใช่แค่เพราะพวกคุณทะเลาะกันแบรนด์ถึงเป็นที่จดจำนะคะ แต่ฉันกล้าบอกเลยว่าร้านนี้มีบรรยากาศความสนิทสนมลอยอยู่ทั่ว มันดูเป็นกันเอง พนักงานที่หยอกล้อหรือออกปากด่าเนี่ยก็จริงใจดี ถ้าเป็นการแสดงคนไม่แห่กันเข้ามาฟังหรอก"


คนหน้านิ่งส่งเสียงตอบรับในลำคอ ไม่ช้าถ้วยที่มีไออุ่นลอยขึ้นจางๆ ก็ยื่นมาตรงหน้า "คุณจะมาเก็บข้อมูลไปเขียนอีกรึไง?"


ทาคาดะจ่ายเงินและใส่เศษเหรียญลงในกล่องทิป เดินไปนั่งโต๊ะใกล้แคชเชียร์ที่สุด "จริงๆ ก็ใช่ แต่ฉันคิดว่าหัวข้อ 'คาเฟ่ชื่อดังใช้แรงงานสตรีมีครรภ์' คงไม่ส่งผลดีกับภาพลักษณ์นักหรอกนะคะ"


"อย่ามายุ่งไม่เข้าเรื่องได้ไหมยัยนี่!"


"ผมยกกล่องแทนเธอตลอดนะ!"


ทาคาดะยกมือปิดปากหัวเราะ


"สมกับที่ให้รีวิวห้าดาวจริงๆ"






------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เอาสูตรที่ตอนมัตสึดะทำเอสเพรสโซ่มาจากเว็ปนี้ค่ะ

10 สูตรกาแฟสด จากบาริสต้ามืออาชีพ https://food.mthai.com/food-recipe/100567.html

ัตสึนั้นพลาดนิดหน่อยตรงบดกาแฟค่ะ ยิ่งละเอียดยิ่งเข้มข้น แต่เราจะไม่ว่าเขา เขาไม่ได้ตั้งใจอะเนอะ


ถ้ามีร้านนี้จริงดราม่ายับ ไม่น่าอยู่รอด ล้มละลายก่อนแน่ ฟฟฟฟฟฟ กาววววววววว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #89 [ LuksornNoy ] (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 08:32
    สะดุ้งตอนอ่านเจอลุคค่ะ นั่นนายเรอะ!? ส่วนไลท์เวอร์ชั่นเอาใจใส่มิสะค่อนข้างผิดคาดไปหน่อยแต่น่ารักดี ว่าแต่มัตสึมีคู่ปรับตีฝีปากด้วยเหรอคะ? อิเดะนี่ใครกันคะ??//อ่านมังงะจบไปแล้วชาติเศษ และจำเรื่องหลังแอลตายไม่ได้เลย....
    #89
    1
    • #89-1 เมษามัตสึดะ(จากตอนที่ 79)
      23 เมษายน 2562 / 17:16
      นี่ก็อ่านมังงะวนอยู่เล่มแรกๆ เหมือนกันค่ะ ไทม์ไลน์หลังแอลตายก็เลือนลาง...คือจำได้เหตุการณ์แต่เรียงไม่ถูกเลย ฮือ

      อิเดะคือคนตำรวจไร้คิ้วหน้านิ่งที่ไม่ยอมไปหาแอลในอนิเมะ ep5 ค่ะ โผล่มาอีกรอบตอนเปิดประตูรถให้คุณพ่อโซอิจิโร่ออกจากซากุระทีวี หลังแอลตายก็มาร่วมสืบสวนด้วยเลย พบเห็นได้บ่อยคือตบมุกกับมัตสึดะมีทะเลาะนิดหน่อยแต่ไม่รุนแรงค่ะ //แง้ อันนี้เท่าที่จำได้นะคะ หลัง ep25 มันช่างพร่าเลือน
      #89-1
  2. #88 Hydran (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 18:01

    ถ้ามีร้านแบบนี้จริง บอกตรงๆ เจ็งแน่ะคะ//ยิ้มหวาน เพราะลูกค้าเฉพาะกลุ่มก็คือเฉพาะกลุ่ม ไม่เยอะหรอกคะ ส่วนลูกค้าคนอื่นอาจรำคาญ น่าจะมีพวกขาเผือกที่ยอมฟังได้บ้าง(แน่นอนว่าห้ามมีคำหยาบ ซึ่งมันเป็นไปได้ยากคะ) แต่แน่นอนว่าไม่ใช้ทุกครั้ง บางคนเข้ามาครั้งแรกเจอไปอาจเกลียจเลยก็ได้นะคะ แบบกรณีมาเปลี่ยนบรรณยกาศงี้ แต่ไลท์คือเทวดาประจำร้านคะ ตอนเจอลุคคือหัวเราะมาก หนุ่มสูบบุหรี่ผู้ออกไปพร้อมแอปเปิ้ลแทนบุหรี่ของเขา//หัวเราะ นี้ไปคุยกันยังไงคะ ใช้สายตาสีน้ำผึ้งคู่สวยนั้นเชือดเชือนลูกค้าแบบนิ่มๆใช่ไหมเอ่ย//ถ่ายรูปเก็บไว้ ส่วนมิสะซังก็คงเดิมคะ สาวน้อยผู้โนแคร์ประกาศออกสือแบบเซอไพรรร!//ผายมือซุมใส่มิสะ

    #88
    1
    • #88-1 เมษามัตสึดะ(จากตอนที่ 79)
      21 เมษายน 2562 / 18:50
      ไม่เห็นแววว่าจะไปรอด //โบกผ้าเช็ดหน้าบ๊ายบายให้คาเฟ่

      ถ้าไม่ได้ไลท์ก็คือลูกค้าร้านนี้น่าจะแทบไม่เหลือ เฉพาะกลุ่มนี่มันวงแคบมาก ในร้อยคนน่าจะเจอแบบทาคาดะคนเดียว ฟฟฟฟฟฟ บริการระดับสิบของไลท์คือนี่สิที่คนหมู่มากต้องการ (//ผายมือไปหาน้อง) ลุคจะสูบบุหรี่แต่จบที่แอปเปิ้ล ไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกันทำไมผลลัพธ์เป็นแบบนั้นได้ 555 ส่วนมิสะซังนี่ก็มิสะซังจริงๆ //โผเข้ากอด
      #88-1