[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 73 : 14th​ (เมลโล)​

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 87
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    24 ม.ค. 64

เรื่องราวสั้นๆ​ ของเมลโล​คุงกับกระจกเวรทั้งสอง​ หยาบเล็กน้อยอย่างไม่ทำร้ายจิตใจใคร

//จะมีเวลาไหนเหมาะกับการลงเรื่องผีๆ​ ไปกว่าตีหนึ่งฮ่า...ฮ่า...ฮ่า?






ฉันนี่ควรเลิกยุ่งกับอะไรที่ไม่มีวันเข้าใจโคตรๆ​ เลย​ อย่าง...เอ้อ​ ยกตัวอย่างง่ายๆ​ ก็เนียร์​ แต่ไอ้เด็กเวรนั่นไม่ใช่ประเด็น​ สิ่งที่ฉันจะเล่าวันนี้เกี่ยวกับอะไรบางอย่างที่แปลกประหลาด​ บ้า​บอ และน่ากลัวในเวลาเดียวกัน...อย่าเพิ่งเข้าใจผิด​ไป แอลไม่เข้าข่ายที่บรรยายมาสักนิด​ ฉันกำลังพูดถึงคือเรื่องลี้ลับพิสูจน์ไม่ได้ที่แมตต์ชอบเอามากรอกหูให้ฟังตอนบ่นว่ามันเล่นเกมจนนอนดึก


ทีตอนกลางวันแสกๆ​ ดันไม่แย้มให้เป็นประเด็น​ พอฉันจะลุกไปปิดไฟเท่านั้นแหละ​ ไอ้รูมเมทเวรถึงแบ่งปันความปรารถนา​ดีมิสรี่สตอรี่ส์ร้อยแปดกลั่นจากสมองให้ฟัง


เออ​ ฉันไม่ได้มาเพื่อบ่นการกระทำอันเลวทรามของมัน​ แค่จะมาเตือนพวกนายทั้งหลายที่อ่านอยู่ว่าอย่าไปเปรี้ยวทำการทดลองโง่เง่าต​่อไปนี้ที่บ้าน​ เข้าใจ๊?


รู้ไหมว่าเรื่องล่าสุดที่แมตต์เล่าให้ฉันฟังเกี่ยวกับอะไร? ไม่รู้แม่งไปสรรหามาจากไหนเยอะแยะแล้วจำได้ยังไงหรือด้นสดทุกครั้งที่เล่า​ ไงก็ตามวันนึงมันก็เกริ่นขึ้นมาว่าเพิ่งดูหนังผีจบแล้วค้างคาในความทรงจำ(ไอ้เวร) แล้วก็เปิดปากพูดบ้าไรไม่รู้มีแต่น้ำ​ เหมือนจะงงแต่ก็โคตรงงนั่นแหละ เพื่อความยุติธรรม​จะขอย่อส่วนสำคัญมาให้พวกนายแล้วกัน


"คือมันงี้นะ...ฉันจำเนื้อหาไม่ค่อยได้แล้วแต่ฉากมันติดตา​ คือเราๆ​ ก็เรียนวิทยาศาสตร์​กันมาเนอะ​ การเอากระจกเงาสองอันมาตั้งตรงข้ามเนี่ย​มันก็จะสะท้อนกันเองใช่ไหม?​ มันจะภาพเดิมวนลูปไปเล็กลงเรื่อยๆ​ ไม่มีหยุด แล้วนายก็จะเห็นข้างในมันคล้ายกับอุโมงค์ใต้ดิน​ไรเงี้ย​ คือสี่เหลี่ยมซ้อนกันไปไม่รู้จบ...ละพ้อยต์ของเรื่องคือให้ก็นับจากใหญ่ไปเล็กอันที่ 14​ ของกระจกบานไหนก็ได้จากทั้งสองอัน​ มองเน้นๆ​ มองให้ลึกลงไป​ จ้องมันไว้พยายามหาอะไรบางอย่างในนั้น​ ถ้าไม่เห็นอะไร​ ก็นะ​ ก็ดีไป​ แต่เขาชอบเล่ากันว่าอันที่​ 14​ มักจะเป็นเหมือนโลกคู่ขนานพิสดาร​ ซึ่งมันอาจจะอันตรายหรือปกติสุขก็ได้​ อีกฟากหนึ่งอาจเป็นคนหนีระเบิดนิวเคลียร์​ เกิดโรคระบาด​ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์​ หรือโลกเทคโนโลยีล้ำสมัยก็ได้​ พวกเขาก็สันนิษฐาน​ไปเรื่อยแหละ"


แมตต์ยักไหล่ทั้งในมือกดเครื่องเกม​ เออ​ ยังเล่นต่อได้อีก มันแยกสมาธิได้ไงกันวะ?


"เพราะงั้นถ้าอยากพิสูจน์ล่ะก็​ให้มองลึกเข้าไปที่ภาพสะท้อนที่​ 14​ คือถ้ามันไม่มีอะไรผิดปกติ​ อย่างเช่นไม่มีรอยร้าวหรือเส้นเหมือนผม​ ทุกอย่างก็ปกติดี​ แต่ถ้านายเห็นปัญหาอะไรในอันที่​ 14​ อ่า...นายควรจะเลิกยุ่งกับกระจก​พวกนั้น​ แต่ไม่รู้สิ บางทีอาจจะควรทำต่อก็ได้​ ข้างหลังนั้นอาจจะมีใครสักคนร้องขอความช่วยเหลือ​ อยากหนีมาโลกนี้​ และพวกเขาก็อาจเป็นแค่มนุษย์ปกติเหมือนนายกับฉัน"


ไม่เห็นเคยได้ยินทฤษฎีสมคบคิดพวกนี้เลย​ แต่ถ้านี่คือเรื่องเมคของหมอนี่ล้วนๆ​ ก็ควรไปแต่งเรื่องสั้นลงเว็บแล้วตีพุงนอนรอคอมเมนต์นะ​ มันน่าจะหนทางสดใสกว่าเพ้อให้ฉันฟังแน่ล่ะ


คือมันก็แค่เรื่องเล่าโง่ๆ​ ถามว่าฉันรู้สึกกลัวไหม? ไม่! จะไปกลัวได้ไงวะ​ อยู่ถึงแวมมี่เฮ้าส์สถานรวมนักสืบแล้วยังจะเชื่อเรื่องงมงายคล้ายๆ​ ไอ้เขียนชื่อคนลงสมุดเพื่อฆ่าไรเงี้ย​ ไร้สาระ!


เพราะงั้นฉันถึงได้รีบเข้านอนไง หลังจบเรื่องเล่าของแมตต์ก็เลยตัดสินใจนอนคว่ำหลับเป็นตายให้มันเปิดไฟเล่นเกมต่อไป​ เพื่อที่จะได้ตื่นเช้าๆ​ แล้วทดลองที่มันบอกให้รู้แล้วรู้รอด! 


วันต่อมาฉันก็เลยไปเอากระจกบานใหญ่มาจากห้องเก็บของไปลองแขวนบนผนัง​ในห้องนอนเล็กๆ​ ของฉันกับแมตต์​ ให้มันหันหน้าเข้าหากัน​ ความจริงก็รู้สึกทะแม่งๆ​ อยู่นะ​ คือเหมือนพวกนายขยับแขนตัวเองแล้วเห็นภาพสโลว์โมชั่นช็อตต่อช็อต​ ฉันหมายถึง...ไม่ใช่ทุกวันไหมที่จะมีโอกาสยืนอยู่ระหว่างกระจกสองบาน​ เออ​ สนุกดีเหมือนกันเว้ย...


เล่นไปสักพักก็เหมือนยิ่งออกทะเลไกลจุดประสงค์​หลัก​ ฉันนิ่งไปแล้วลองนึกทบทวนดูดีๆ​ ว่าทำไมถึงต้องลากแผ่นกระจกใหญ่โตพวกนี้มาจากห้องเก็บของ...เพราะงั้น​ ใช่​ ฉันส่องมัน​นับเลขไปเรื่อยๆ​ รู้ไหมว่าส่วนที่โง่สุดอยู่ตรงไหน?​ ตรงที่ฉันไม่ได้สังเกตมาตั้งแต่แรก​ ไม่ได้สังเกตเห็นอะไรเลย​ แต่พอฉันมองเข้าไปในช่องสี่เหลี่ยมนั้นแล้ว​ เหมือนเห็นรอยร้าวเล็กน้อย​ มันค่อนข้างตรงเหมือนเส้นผม​ เออ​ อะไรก็ตามที่แมตต์แม่งอยากเรียกนั่นแหละ


และมันน่ากลัวฉิบหายเลยให้ตายสิ! นรกเอ้ย​ นั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันนิ่งสมองเบลอ​ ทำบ้าไรไม่ถูกเลยสักอย่าง...​ใช่​ นั่นรวมหน้าซีดและหัวใจเต้นผิดจังหวะด้วย


ฉันก็เลย อ่า​ ตัดสินใจจะไม่เล่นแผลงๆ​ กับไอ้ของพวกนั้น​ คือไม่ใช่เพราะฉันขี้ขลาดหรืออะไรแบบนั้น​ ฉันรับมือกับการแก้สถานการณ์​เฉพาะหน้าได้ดีอยู่แล้ว​ ก็เลยขำๆ​ ว่าตัวเองเพิ่งโดนผีหลอกตลอดทางที่ลากมันไปเก็บ​


...แต่​ เอ่อ​ ระหว่างทางเจอปัญหานิดหน่อย​ ฉันเผลอทำมันตกแตกและคาดว่ามันจะพังยับเยินซะแล้ว​ คือตอนนี้ใช้ส่องหน้าใครไม่ได้แน่ๆ...ใช่! ก็แค่มันหนักแล้วเผลอวางกับพื้นแรงไปหน่อย​ แค่นั้นจริงๆ​ ฉันก็เลยทำความสะอาดส่งมันลงถังขยะข้างนอกอาคารเรียบร้อย​ และไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นระหว่างนั้นเลย


ไม่มีเลยจริงๆ










------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #82 Verxus 🎧 (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 11:51
    แหมมมม ทำเป็นซุ่มซ่ามทำแตก นะแหมมมม ขวัญเอ้ยขวัญมาลูก 5555
    #82
    1
    • #82-1 เมษามัตสึดะ(จากตอนที่ 73)
      18 เมษายน 2562 / 12:57
      อยากจะแหมมมมมมมมมมไปให้ถึงดาวอังคาร //ยิ้มกริ่มใส่เมลโล
      #82-1
  2. #78 Hydran (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 19:07

    ห์อ? เอะ เอะ? กลัว สับสนมึนงง ควรรู้สึกไงดีคะเนี้ย //ยกมือขยุมหัว

    รู้สึกโง่น้อยโง่มาก งงไปหมด ฉันโง่ไป หรืออีเด็กพวกนี้มันรู้มากไป คุยไรกันหรูกกก ไม่เคยได้ยินเลยอะะะ โฮว//ปิดหน้า

    #78
    3
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #78-3 เมษามัตสึดะ(จากตอนที่ 73)
      14 เมษายน 2562 / 21:52
      (ลบทิ้งเพราะโค้ด error เช่นกัน ทีหลังน้องจะไม่คอมเมนต์ในมือถือแล้วจ้ะ Dek-D T^T)
      #78-3