[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 60 : Anew (เอ/บี)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    24 ม.ค. 64


Pairing : เอ/บี , แอล


//มีความ one-sided ของน้องเอ เบาๆ แคก--!






"เอ..." เสียงแปลงจากมอนิเตอร์เรียกชื่อเขา


ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเหม่อมองไปที่หน้าจอซึ่งปรากฏตัวอักษรแอลแบบคลอยสเตอร์ แบล็ค


ต่อจากนี้คุณคือผู้สืบทอดอันดับหนึ่งของผม ทำให้สุดความสามารถนักสืบเอ ทั่วโลกจะจับตาดูฝีมือการไขคดีคุณ


"ทำไมถึงเป็นแบบนี้..." นั่นคือทั้งหมดที่เด็กหนุ่มพูด มือเล็กที่วางบนตักขยำกางเกงจนยับ ระงับอารมณ์ที่คุกกรุ่นทั่วร่างกาย "ทำไมล่ะ? ผมยังไม่พร้อม คุณก็รู้ผมไม่มีประสบการณ์ ผมสืบคดีนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ได้!"


เขาพูดถึงคดีเพนนี เมอร์ฟีย์ คดีฆาตกรรมห้องปิดตายเลื่องชื่อแห่งแคลิฟอเนียซึ่งปั่นหัวเจ้าหน้าที่กองสืบสวนมาเป็นเดือน คดีที่แม้แต่สาเหตุการตายยังคลุมเครือ ไม่มีหลักฐานใดในที่เกิดเหตุ  ไม่มีพยาน ไม่มีแรงจูงใจ ไม่มีภาพเหยื่อในกล้องวงจรปิด ไม่มีสิ่งใดระบุถึงตัวตนเหยื่อนอกจากไอดีการ์ดในกระเป๋าถือซึ่งต่อมารู้ทีหลังว่าเป็นของปลอม เหมือนงมหาเมล็ดถั่วในมหาสมุทรลึก มันไม่มี...อะไรเลย


เอกัดฟันแน่นกับชะตากรรม เป็นครั้งแรกที่เขาเจอสิ่งที่จับต้นชนปลายไม่ถูกถึงเพียงนี้ ทางสื่อก็ประโคมข่าวคาดหวังกับนักสืบอันดับหนึ่งของโลกเสียใหญ่โตแต่อยู่ๆ แอลกลับโยนภาระมาให้เขาเสียอย่างนั้น ซ้ำร้ายยังบังคับให้สืบสวนทุกอย่างเองคนเดียว


"ขอใครสักคนช่วยผมไม่ได้เหรอ? อย่างน้อยแค่วาตาริก็ยังดี" ประกายในแววตามีความยุ่งยากใจลอยอยู่ทั่ว ใบหน้ากลมยู่ยี่ด้วยรู้สึกถึงอาการปวดหัวจี๊ดที่แล่นขึ้นมาอีกครา "...แอล คุณกำลังจะให้ผมติดต่อกับอินเตอร์โพล ผมแค่สิบสอง! ไม่ควรมีคนเด็กขนาดนี้ประสานงานกับองค์กรระดับโลก! มันไม่มีทางสำเร็จ พระเจ้า ได้โปรดเถอะ!!!" เอพยายามควบคุมเสียงไม่ให้เป็นการตะคอก แต่มันก็ดูรุนแรงจนไม่อาจเรียกว่าใจเย็นได้


คนที่ซ่อนอยู่ในเงามืดเงียบไปเพียงชั่วครู่ หากแต่ก็สามารถพูดคุยต่อได้ไหลลื่นราวกับไม่คิดใส่ใจสิ่งที่เขาพูด และนั่นคือสิ่งที่เด็กหนุ่มไม่มี...ความเป็นมืออาชีพที่ยกเหตุผลเหนืออารมณ์ "ICPO ไม่กล้าตัดสินตัวแทนของแอลหรอกครับ และคุณควรจะเตรียมตัวให้ดี ยังไงซะ เราก็ต้องแถลงข้อมูลเรื่องยาเสพติดในตะวันออกกลางบ่ายพรุ่งนี้ ผมหวังให้มันเป็นไปได้ราบรื่นเพราะผมจะไม่ยอมรับข้อผิดพลาดจากคุณ ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม"


เด็กหนุ่มหน้าเสีย กัดริมฝีปากย้ำจนเลือดซิบขณะดวงตากลมเสไปมาทั้งซ้ายขวารวดเร็วคิดหาวิธี เริ่มยกมือขึ้นมานวบขมับ ความกดดันของสถานการณ์ทำให้เส้นเลือดในสมองปวดตุบ มันเต้นเร้าๆ ข้างในหัวเขาราวกับต้องการจะระเบิด "ช่วยผมอีกสักครั้งไม่ได้เหรอครับ...? ให้ผมดูคุณทำงานอย่างละเอียด นะครับ? ผมสัญญาว่าจะไม่วุ่นวาย จะตั้งใจฟังคุณอธิบาย ทำทุกอย่างที่คุณสั่ง" น้ำเสียงอ่อนลงอย่างอ้อนวอน เขาช้อนตามองไปที่มอนิเตอร์ขอความเห็นใจ "แอลช่วยผมเถอะนะครับ"


ทั้งห้องปกคลุมไปด้วยความเงียบชั่วขณะ


"...ไม่ครับ เอ"


เสียงของนักสืบอันดับหนึ่งของโลก แม้จะผ่านเครื่องแปลงเสียงจนราบเรียบทว่าคราวนี้กลับเย็นชากว่าทุกครั้ง


"ชีวิตเป็นของคุณ ถึงเวลาที่จะตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแล้ว"





สองมือถือเอกสารกองพะเนินเซไปตามโถงทางเดินแวมมี่เฮ้าส์ เอถ่างตาที่จะปิดอยู่รอมร่อ เมื่อคืนเขาใช้เวลาทั้งหมดไปกับการไขปริศนางี่เง่าของคดีเพนนี เมอร์ฟีย์ แน่นอนมันยังคงไม่กระจ่าง เขาได้แค่โปรไฟล์ลิ่งจากภาพสถานที่เกิดเหตุและสภาพศพที่แอลส่งมาว่าเหยื่อมีโอกาสสูงที่จะเป็นชาวเอเชียน-แอฟริกัน มักแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีฉูดฉาด มีมือถืออย่างน้อยสามเครื่องและเคยแต่งงานมาก่อน


เอรู้ว่านี่เป็นข้อมูลที่น้อยมากแต่ตอนนี้ไม่มีเวลาแล้ว เขาต้องไปห้องทำงานต่อสายเข้าติดต่อองค์การตำรวจสากล แถลงการณ์เรื่องยาเสพติดโง่เง่านั่นให้จบก่อน อย่างน้อยมันก็เป็นงานง่ายแค่พูดๆ แล้วก็ปล่อยให้พวกนั้นไปปวดหัวกับตะวันออกกลางแทน น่าจะใช้เวลาพอสมควรกว่าจะมีการตีกลับมาให้ฝั่งนี้เริ่มวางแผน อ่า การจับกุมก็น่าปวดหัว เพราะงั้นต้องรีบเคลียร์คดีที่รับมาทั้งหมดก่อน นั่นเท่ากับว่าถ้าสัปดาห์หน้าอยากมีเวลานอนเกินสี่ชั่วโมง เอต้องแก้ปริศนาห้องปิดตายให้ได้ในสุดสัปดาห์นี้เลย


ยิ่งคิดยิ่งเคลียด ขอบตาดำคล้ำจากการอดนอนคงอยู่กับเขาไปอีกนาน เออยากขยี้ตาสักทีแต่ทำไม่ได้เพราะมือไม่ว่าง ร่างกายที่ไม่ได้แข็งแรงอะไรเริ่มปวกเปียก ขาสั่นเล็กน้อยแต่พยายามก้าวต่อไปอย่างมั่นคง เขาต้องแบกกองเอกสารไปอีกไม่กี่ห้องแต่มันก็หนักจนปวดแขนไปหมด นึกสงสัยว่าที่ผ่านมาวาตาริทำงานหนักขนาดนี้โดยไม่บ่นได้อย่างไร เอถอนหายใจเหน็ดเหนื่อยกับความเดียวดายเป็นครั้งแรกซึ่งอาจยาวนานไปถึงชั่วชีวิต


ตอนแอลช่วยมันง่ายกว่านี้มาก แอลดูแลทุกอย่างได้สมบูรณ์แบ---


"ขอเถอะนะครับ!" เสียงโวยวายดังมาจากหน้าประตูห้องทำงาน เอมองคนที่ขวางทางอยู่ด้วยความสนใจ


เด็กหนุ่มผมดำที่เขาไม่คุ้นหน้าเท่าไรขึ้นเสียงใส่วาตาริอย่างไม่กลัวเกรง "ผมรู้ผมไม่ใช่ผู้สืบทอดอันดับหนึ่งอะไรนั่น แต่ขอเถอะครับ! ผมต้องส่งรายงานนี้ให้คนของแอลจริงๆ ผมเจอเบาะแสที่อาจปิดคดีเพนนี เมอร์ฟีย์ได้เลยนะ!" ในมือเขาโบกแผ่นกระดาษบางเฉียบนั่นไปมา วาตาริมองอีกฝ่ายอย่างเหนื่อยใจจนเอรู้สึกเศร้าตาม


'อย่าทำตัวงี่เง่า' แอลเคยเตือนเขาอยู่ครั้งนึง 'มันไม่มืออาชีพ'


เอเริ่มสงสัยแล้วว่าแอลจะมองเขาเหมือนที่เขามองเด็กคนนี้หรือเปล่า กิริยากระโดกกระเดกแบบนี้ช่างดูไร้ความน่าเชื่อถือสิ้นดี


"อดัมครับผมต่อสายไปถึง ICPO ให้แล้ว คุณเข้าไปแล้วกรอกรหัสอีกสองชั้นก็แถลงการได้เลยครับ" ชายชราหันมาพูดกับเขาแทน เมินเด็กผมดำคนนั้นโดยสิ้นเชิง


"นี่ เป็นคนของแอลเหรอ?" เด็กนั่นเลยหันมาสนใจเขาแทน กางมือออกปิดทางไม่ให้เข้าไปในห้อง "ช่วยพิจารณาทฤษฎีฉันสักสองสามนาทีจะได้ไหม?"


"แบ็คอัพครับ เขายุ่งอยู่" วาตาริขัดขึ้นมา แต่ไม่ได้ทำให้เจ้าของชื่อละความพยายามแม้แต่น้อย


แบ็คอัพงั้นเหรอ ใจร้ายชะมัดตั้งชื่อเด็กว่า 'ตัวสำรอง' ...


เอมองเขาด้วยแววตาเหมือนจะเข้าใจ แอลก็แบบนี้แหละ ทำร้ายจิตใจคนอื่นไปทั่วแต่ไม่เคยรู้ตัวเองสักที


"โอเค ฉันจะเอากลับไปทบทวนแล้วกัน" เอ่ยขึ้นมาหวังตัดปัญหาและเอก็ดีใจที่เขาทำเช่นนั้น


เพราะแบ็คอัพคนนี้ยิ้มกว้างออกมาในทันที กล่าวขอบคุณย้ำๆ ไม่หยุดขณะวางกระดาษใบนั้นไว้ที่บนสุดของกองเอกสาร


เอประคองมันผ่านเข้าไปในห้องทำงาน วางไว้กับโต๊ะที่ใกล้ที่สุดก่อนเริ่มพิมพ์รหัสบนแป้นเพื่อเข้าเซิร์ฟเวอร์





เอพยุงตัวเองออกมาจากห้องอย่างหมดอาลัยตายอยาก ไม่เคยรู้สึกเกลียดพวกในที่ประชุมขนาดนี้มาก่อน ชื่อก็บอกอยู่ว่าแถลงการณ์ช่วยนั่งฟังเขาเงียบๆ ไม่ได้รึไง นรกเอ้ย ใครใช้ให้ยกมือแทรกความคิดเห็นทุกห้านาทีกัน นี่ก็เอาแต่ถามอะไรวนไปวนมา ถ้าตั้งใจฟังสักนิดก็จะรู้ว่าไฟล์ที่เขาส่งไปมันมีคำตอบทุกอย่างอยู่ในนั้นแล้ว!


ยกมือขึ้นนวดขมับหวังบรรเทาอาการปวดหัว อ่านเอกสารที่หยิบติดมือมาพยายามดึงความสนใจไปที่ตัวหนังสือแทนสัญญาณจากร่างกายที่ร้องประท้วงไม่หยุด


ตอนจบแถลงการณ์พวกองค์การตำรวจสากลชมเขาเสียยกใหญ่ บอกว่าตัวแทนของแอลทำงานได้ดีเยี่ยมเหมือนได้นักสืบอันดับหนึ่งของโลกลงสนามเองเลย ต่อจากนี้การประสานงานก็จะยิ่งง่ายขึ้นเมื่อพวกเขาไว้วางใจในฝีมือของเอแล้ว เพราะอินเตอร์โพลทุกท่านยินดีที่จะได้ร่วมงานกับเขาอีก


เขาได้แต่ฟังคำพูดเยินยอด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไม่เคยหวังจะร่วมงานเลยตั้งแต่แรก อยากช่วยเหลือแอลอยู่เบื้องหลังต่างหากไม่ใช่มารับหน้าแทนแบบนี้ ไม่ควรมีใครถูกยกให้อยู่ระดับเดียวกับแอล


ไม่ควร---


ดวงตาจับจ้องไปที่ร่างตรงหน้า


"อ๊ะ เจอกันอีกแล้ว! ชื่ออดัมใช่ไหม?" เป็นเด็กหนุ่มคนเดิมที่เดินมาหาเขา


"ขอบคุณมากๆ ที่ยอมรับฟังฉันนะ!" เขาพูดทั้งรอยยิ้มกว้าง "ขอโทษที่ตอนนั้นใจร้อนไปหน่อย มันทำให้อารมณ์เสียน่ะที่ทุกคนไม่สนเลยว่าฉันก็พยายามอยู่เหมือนกัน หืม? จะว่าไปนายได้ลองทำคดีด้วยตัวเองแล้วนี่ เป็นไง มันสุดยอดไปเลยใช่ไหม!?"


เอจ้องเขา "อะไรนะ?" ไม่...จริงๆ มันโคตรแย่ ฉันไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าหลบอยู่ข้างหลังแอลแล้วก็ดูเขาทำงาน อยู่กับเขา เรียนรู้จากเขาเหมือนที่ผ่านมา...ใครจะไปอยากสืบคดีชวนปวดหัวพวกนี้คนเดียวกัน?


"ก็ ขนาดวาตาริยังไม่ยอมให้ฉันทำอะไรเองเลยน่ะสิ นี่รู้ไหม พอฉันเห็นนายนะก็รู้สึกว่าเจ๋งมากเลยที่สามารถพัฒนาตัวเองจนทำงานระดับเดียวกับแอลได้!" น้ำเสียงนั้นตื่นเต้นจากใจจริง "ฉันเกลียดมากตอนที่พวกเขาพยายามบอกว่าเราควรจะคิดอะไรหรือทำอะไร แต่ตอนนี้นายมีอิสระ! นายจะทำอะไรก็ได้ สุดยอดไปเลย!"


เอมองตาค้าง อ..อะไรนะ นาย นายอิจฉา? ฉันเนี่ยนะ? ไม่เคยมีใครอยากเป็นเหมือนฉัน? ไม่เคยมีใครอยากคุยกับฉันด้วยซ้ำ! คนเดียวที่ฉันแคร์และเขาก็แคร์ฉันคือแอล...แล้วเขาก็เพิ่งทิ้งฉัน...นายเป็นบ้าอะไรเนี่ย ทำไมนายถึง?


เขามองเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลแดงเปล่งประกายนั่น สงสัยว่าทำไมถึงพูดอะไรเถียงไปไม่ได้เลย และที่สงสัยยิ่งกว่าคือทำไมเขาถึงไม่โกรธ กลับกันในอกมันมีความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัว บางอย่างที่เรียกว่า ความกล้า


เอกระแอมออกมาเสียงสติ ดวงตาเสไปทางซ้ายอย่างเกร็งๆ


"อื้ม" นั่นคือคำเดียวที่เขาพูด ไม่แม้แต่จะสบตากับอีกฝ่ายเป็นครั้งที่สอง


"นี่ๆ แล้วนายอาจจะจำไม่ได้นะแต่เราเคยเจอกันมาก่อน ตอนนั้นเห็นเอาแต่อ่านหนังสือไม่ใช่เหรอ?" แบ็คอัพยังคงประสบความสำเร็จยอดเยี่ยมในการอ่านบรรยากาศไม่ออกและชวนคุยลูกเดียว "เราไปเล่นกันบ้างไหม? อย่างเช่นซ่อนหาหรือวิ่งไล่จับ ทำอะไรแบบที่เด็กๆ เขาทำกัน! แต่ความจริงฉันชอบอบขนมมากกว่านะ แบบนั้นก็จะได้มีของอร่อยกินด้วย แล้วเราแบ่งไปให้แอลลองด้วยก็ยังได้!"


เอทำเพียงแค่จ้อง รู้สึกเหมือนในอกเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข มันเป็นอะไรที่ไม่เคยคิด เป็นอะไรที่ไม่เคยคาดหวัง แต่หัวใจกลับสัมผัสได้


รู้สึกเหมือนมีการกระตุกบางอย่างเกิดขึ้นที่ริมฝีปาก มันใกล้เคียงกับคำว่ารอยยิ้มหากแต่ยังไม่สมบูรณ์นัก


เอพยักหน้า "อื้ม" เขาพูด เหมือนกับจะบอกกับตัวเอง "อื้ม!" เขาพูดดังกว่าเดิม ครั้งนี้บอกกับโลก



'ชีวิตเป็นของคุณ ถึงเวลาที่จะตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองแล้ว' คำของนักสืบคนนั้นลอยเข้ามาอีกครา คำที่ตามหลอกหลอนเขามาตลอด


แบ็คอัพจับมือเขาและเริ่มออกวิ่ง ดึงเขาไปด้วยบรรยากาศแห่งความสดใสที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน


ไม่เอาแล้ว พอกันที


เอหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่จนอีกคนหันมายิ้มกว้างใส่


บางที...แค่บางทีนะ


นี่อาจเป็นการเริ่มต้นใหม่ก็ได้









------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #54 Hydran (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 14:04

    เอะ? เดี๋ยวนะนังแอล แกทำงี้เลยเรอะ คืออ่านช่วงต้นและเอะเต็มหัวไปหมดเลยคะ วอท? พี่โยนง่ายจังคะ อารมณ์งี้ป่ะคะพี่แอล เอาละชีวิตเป็นของเด็กนั้น ผมสอนและให้เขาจำทุกอย่างแล้ว ถึงเวลาที่เขาต้องตัดสินใจเอง จากนั้นก็โยนงานให้น้องไป เหอะๆ (แต่เอาจริงนี้คิดว่าแอลมองออกคะว่าเจ้าตัวจะให้แอลตัดสินใจทุกอย่างในชีวิตให้ นังแอลเลยทำงี้ ไม่งั้นน้องแกมีชีวิตอยู่ไม่ได้แน่คะ ไงๆวันนึงแอลก็ต้องหายไปอะ อยู่ไปนิรันไม่ได้หรอก อีกอย่าง...นังแอลมันจะอยากไปรับชีวิตคนหนึ่งมาดูแลขนาดนั้นนะเรอะ ไม่มีทางๆๆ)

    #54
    1
    • #54-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 60)
      30 มีนาคม 2562 / 20:00
      คิดว่าแอลดูออกค่ะ น้องเอเก่งก็จริงแต่เคลียดง่ายมาก น้องเป็นคนนึงที่เจอเรื่องกดดันมากเข้าจะเสี่ยง attempted suicide ได้เลย (//ยิ้มอ่อนมองอนาคต---) แน่นอนว่าพี่เขาก็ต้องเตรียมให้เอพร้อมตั้งแต่ตอนที่แอลยังอยู่ ให้หัดพึ่งพาตัวเองแต่เนิ่นๆ เพราะตอนนี้ท้อแล้วยังมีกำลังใจ มีเหตุผลให้สู้ต่อ แต่ถ้าประคบประหงมไปเรื่อย วันนึงแอลจากไป เออยู่ดีๆ เจอเรื่องเคลียดคงไม่คิดสู้ต่อ

      แน่นอนค่ะว่าแอลมันไม่อยากดูแลชีวิตใครอยู่แล้ว...
      #54-1