[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 57 : Road to Hogwarts (มากิ & ซายุ & บี , หลายคน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 102
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    31 ม.ค. 64

ขอไม่นับว่ามีใครบ้าง เนื้อเรื่องพุ่งอยู่ที่สามหน่อ แต่ตลค.ประกอบเยอะประมาณนึง ไม่ได้มีแค่อนิเมะ+มังงะแต่มีจากหนังและนิยายไปด้วย อารมณ์ประมาณรวมรุ่นอะค่ะ อย่าถือสานะคะที่โรงเรียนยุโรปคนญี่ปุ่นเยอะ หาเรื่องแท้ๆ ยัดเข้าไปได้ตั้งหลายคน! //หัวเราะแบบคิระ

มากิจังในที่นี้จะมีความกล้าสูง+เป็นตัวปัญหาตามฉบับนิยายนะคะ! จะถือว่าเป็น Out of Character ของฉบับหนังก็ได้! ซายุจังหลุดคาร์เต็มๆ น้องจะเกรี้ยวกราดขึ้นมากมาย ส่วนคุณบียอนด์วัยเด็กก็น่าเอ็นดูเสมอต้นเสมอปลาย

AU Hogwarts!!!









ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ สิ่งที่เรียกว่าเวทมนตร์เป็นเพียงแค่จินตนาการเพ้อฝันเท่านั้น


นั่นคือสิ่งที่ด็อกเตอร์คิมิฮิโกะพร่ำบอก มากิ ลูกสาวเพียงคนเดียวของเขาตั้งแต่เล็ก


เดิมทีครอบครัวนิไคโดะนั้นอาศัยอยู่ที่โอซาก้าประเทศญี่ปุ่น โดยคิมิฮิโกะเป็นนักวิจัยที่ศูนย์วิจัยโรคติดต่อแห่งเอเชียจนกระทั่งมากิอายุได้เจ็ดขวบ...แม่ของเธอเสียชีวิต ด็อกเตอร์คิมิฮิโกะเสียใจอย่างหนักจนติดเหล้าอยู่เป็นปี และตอนนั้นเองที่มหาวิทยาลัยในลอนดอนได้เชิญเขาไปเป็นอาจารย์ ครอบครัวนิไคโดะจึงย้ายไปอาศัยอยู่ที่ประเทศอังกฤษแทน


หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าด็อกเตอร์คิมิฮิโกะเป็นศาสตราจารย์ พอพ่วงตำแหน่งพ่อเลี้ยงเดี่ยวไปจะทำให้เขาดูแลลูกสาวคนเดียวอย่างเข้มงวด ทว่าความจริงกลับตรงข้าม ด็อกเตอร์คิมิฮิโกะนั้นให้อิสระกับลูกสาวอย่างเต็มที่ มากิสามารถกินขนมได้ถ้าเธอยอมกินผักเป็นข้อแลกเปลี่ยน อยากจะไปวิ่งเล่นกับเพื่อนนานแค่ไหนก็ได้ถ้าการบ้านเสร็จแล้ว ทุกอย่างต้องมีเหตุผลรองรับ และลูกสาวของเขาก็ฉลาดพอที่จะหาเหตุผลดีๆ ให้ตัวเองได้ผลประโยชน์


ต้องมีเหตุผลที่ดีพอถึงจะยอมรับ นั่นคือสิ่งที่ด็อกเตอร์สอนลูกสาว


ตั้งแต่เล็กมากิได้มีโอกาสเรียนรู้ทดลองวิทยาศาสตร์อย่างง่ายๆ ของเล่นที่พ่อของเธอให้มักจะของประดิษฐ์ซึ่งต้องใช้ความพยายามประกอบมันขึ้นมา หากแต่มากิก็ชอบมันมากโดยเฉพาะคุณหมีที่เป็นผลงานชิ้นโบว์แดง เด็กสาวยังคงจำได้ถึงความรู้สึกตื่นเต้นตอนที่บีบแขนยัดนุ่นแล้วเสียงของแม่ก็ดังออกมาเป็นครั้งแรก


เพราะเหตุนั้นในทางกลับกัน อะไรที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์หรือเหตุผล จะถูกครอบครัวนิไคโดะปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง ทั้งสองไม่เชื่อในสิ่งลี้ลับหรือเวทมนตร์ ภูตผีปีศาจอย่างโยไคจะถูกอธิบายในรูปความเชื่อสมัยโบราณ ครั้งหนึ่งมากิบอกด็อกเตอร์คิมิฮิโกะว่าอยากอ่านนิทานสักเล่มหนึ่ง ผู้เป็นพ่อก็ยิ้มอย่างใจดีก่อนจะหยิบอัตชีวประวัติบุคคลสำคัญให้เธอแทน เขามองว่าเทพนิยายทั้งหลายเป็นเพียงจินตนาการที่ไม่มีประโยชน์อันใดในชีวิตจริง เขาจึงจัดการให้ลูกสาวออกห่างจากเรื่องราวเหล่านี้และก็ประสบความสำเร็จทีเดียว เพราะตลอดสิบปีของชีวิต มากิเติบโตมาโดยไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่าเวทมนตร์


จนกระทั่งวันที่นกฮูกสีขาวราวกับหิมะส่งจดหมายมาหาเธอในวันเกิดครบรอบสิบเอ็ดปี






เสียงหวูดดังก้องก่อนรถไฟจะแล่นตัวออกจากชานชาลา ยางามิ ซายุได้แต่ยืนเลิ่กลั่กมองผู้คนที่เดินผ่านไปมา นัยน์ตาสีน้ำตาลแหงนมองชานชาลาหมายเลขเก้าสลับกับหมายเลขสิบอย่างสิ้นหวัง


"ขอโทษนะ ขอถามอะไรหน่อย!"


เสียงตะโกนเป็นภาษาอังกฤษจากด้านหลังดังจนเด็กสาวผมสีช็อกโกแลตสะดุ้งโหยง เมื่อหันกลับไปมองก็พบเด็กสาวผมดำซึ่งสูงไล่เลี่ยกัน สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเป็น...เอเชียน


"พูดญี่ปุ่นได้ไหม?" ภาษาญี่ปุ่นสำเนียงโอซาก้าสมกับมาจากภูมิภาคคันไซ ซายุหน้าเหยเกกับคำถามปลายปิดสุดๆ อย่างการถามเป็นภาษาเอว่าพูดภาษาเอได้ไหม


"แน่นอนค่ะ" ซายุตอบไปเป็นภาษาอังกฤษ เธอชินกับยุโรปไปเสียแล้ว และแน่นอนว่ามันจะไม่ได้ฝึกอะไรให้อีกฝ่ายเลยถ้าอยู่ต่างประเทศแล้วยังยึดติดกับประเทศแม่


"อ่า เม็จจะ ขอโทษ ฉันเสียมารยาทไปหน่อย" มากิโค้งตัว ก่อนโดนเด็กสาวตรงหน้าหรี่ตาเตือนว่าเธอเพิ่งหลุดภาษาถิ่นไป "ว่าแต่รู้รึเปล่าว่า ชานชาลาหมายเลขเก้าเศษสามส่วนสี่อยู่ตรงไหน" คำถามซื่อๆ ทำให้ซายุเข้าใจทันทีว่าเด็กคนนี้มาจากครอบครัวมักเกิ้ล


"ฉันเองก็เพิ่งโดนพี่ชายตัดหางปล่อยวัดมา เอาตามตรงคือไม่แน่ใจเลยว่าเดินชนนี่ไปแล้วเข้าได้เลยจริงๆ ไหม" ซายุชี้ไปที่เสาซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองชานชะลา


"พุ่งชนไปถ้าไม่ใช่คงเจ็บน่าดู" เด็กสาวผมสั้นพยักเพยิด "ฉันนิไคโดะ มากิ เธอล่ะ?"


"ซายุ...ซายุ ยางามิ"


"พวกเธอจะขึ้นรถไฟไปฮอกวอตส์สินะ" จบการแนะนำตัวน้ำเสียงใจดีก็ดังเหนือศีรษะ เด็กทั้งสองเงยหน้าขึ้นเห็นวัยรุ่นผมทองคนหนึ่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร


"ฉันมิสะ อามาเนะ แปลกใจจังเจอเด็กบ้านเดียวกันแล้วก็น้องสาวไลท์!" คนอายุมากกว่าแนะนำตัวเป็นภาษาญี่ปุ่นสำเนียงโอซาก้าก่อนจะชี้ไปยังเสาระหว่างชานชาลาหมายเลขเก้าและสิบ


"เอาล่ะ ทางเข้าอยู่ตรงนี้เดี๋ยวฉันจะทำให้พวกเธอดูเป็นตัวอย่าง"


เด็กสาวผมสั้นทำตาโตเมื่อเห็นมิสะเข็นรถเข็นเข้าไปในกำแพงก่อนหายวับไป มากิพึมพำด้วยความทึ่ง "นี่มันเหลือเชื่อสุดๆ  ถ้าพ่อมาเห็นต้องพูดอะไรไม่ออกแน่เลย"


"พ่อเธอตกใจมากไหมตอนได้จดหมาย" ซายุถาม


มากิยักไหล่ "เขาบอกมันเป็นมายากลหลอกเด็ก แถมไล่ตะเพิดพวกพ่อมดที่มาอธิบายออกจากบ้านซะกระเจิงเลยล่ะ นี่ฉันต้องโกหกแทบตายกว่าจะหนีไปซื้อหนังสือเรียนที่ตรอกไดแอกอนได้ เพราะงั้นฉันถึงมาที่สถานีคนเดียวไงล่ะ"


"เอ๋! แล้วที่บ้านไม่ว่าเหรอ!?" ซายุร้องด้วยความตกใจ ไม่ค่อยเข้าใจวิถีมักเกิ้ลนักเพราะทั้งพ่อและแม่ของเธอต่างก็เป็นผู้ใช้เวทมนตร์


"เขาคิดว่าเดี๋ยวฉันมาถึงสถานีก็จะรู้ตัวว่าโดนหลอกแล้วกลับบ้านเองน่ะ ช่างเถอะ เราจะไปกันหรือยัง"


ครอบครัวนิไคโดะนี่ฮาร์ดคอร์ชะมัด...


"อ่า อืม" ซายุพยักหน้าทั้งยังแปลกใจไม่หาย ก่อนจะพุ่งเข้าไปในกำแพง


รถจักรไอน้ำซึ่งจอดเทียบท่าตรงสถานีปรากฏเป็นภาพแรกสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับมากิ เธออ้าปากค้างมองบรรยากาศมหัศจรรย์ตรงหน้า ในขณะที่ซายุเพียงแค่รู้สึกสนใจ เห็นเด็กหลายคนกำลังลากกระเป๋าขึ้นไปบนรถไฟพร้อมกับกรงนกฮูก อีกฟากหนึ่งของชานชาลามีเด็กเล็กหลายคนยืนงุนงงกับภาพที่เห็นไม่ต่างจากมากิ ซายุสะดุ้งเมื่อประกายไฟสีเขียวบินแฉลบผ่านหน้า


"หวา! เล่นอะไรเนี่ย!?" ซายุอุทานออกมาหันไปมองคนก่อเหตุ


ปัง!!


ลูกไฟสีเขียวระเบิดดังปังพร้อมกับน้ำเสียงต่อว่า "เล่นแบบนี้มันอันตรายนะริวซากิ! ถ้าไปโดนพวกเด็กๆ จะทำยังไง!?"


เจ้าของเสียงนั้นเป็นเด็กชายร่างสูงโปร่ง เขามีผมสีดำ ท่าทางดูเคร่งขรึม เมื่อมองตามไปเขาเห็นเด็กชายผมสองสีกำลังหัวเราะ


"ยังไม่ทันถึงฮอกวอตส์ก็วางมาดแล้วเหรอคุณชายมิชิมะ ฉันก็แค่เล่นสนุกนิดหน่อยเอ๊ง ซีเรียสไปได้" เด็กที่ชื่อริวซากิหัวเราะ


"อะไรที่ไม่ถูกต้องฉันก็จะพูดอยู่ดี" มิชิมะกอดอกกล่าวเสียงขรึม


"เหอะ! พ่อพระเอก" ริวซากิแค่นเสียงเยาะ "พวกกริฟฟินดอร์โคตรน่าเบื่อ วันๆ ในหัวนี่มีอะไรนอกจากความยุติธรรม ความถูกต้อง ความดีงามบ้างไหมเนี่ย เออ ใช่ซี้ ก็บ้านพระเอกนี่!"


จู่ๆ สมุดบันทึกเก่ากึกจากที่ไหนไม่รู้ก็บินมาฟาดริวซากิไม่ยั้ง เด็กชายร้องเสียงหลงยกมือปัดป้องพลางวิ่งหนีไปพลาง "หยุดเดี๋ยวนี้นะนานาเสะ! นี่แตะไม่ได้เลยใช่ไหมเนี่ย เจ้าชายของเธอน่ะ!?"


"อยากให้หยุดก็หัดปรับปรุงตัวซะบ้าง! แล้วฉันก็ไม่ได้ชอบเจ้าโอตาคุนี่ด้วย!" เสียงความไม่พอใจยังดังก้อง เป็นเสียงของเด็กสาวผมน้ำตาลประบ่าที่กำลังวาดไม้กายสิทธิ์ขยับหนังสือฟาดอีกฝ่ายดังใจนึก


"ที่นี่คนญี่ปุ่นเยอะดีเนอะ..." ซายุกล่าวเอือมๆ กับแต่ละชื่อที่ได้ยิน


"ยอดไปเลยหนังสือบินได้ด้วย! ทำไมล่ะ!?" มากิตาโตถามเร้าๆ


"ก็เพราะเป็นเวทมนตร์มันถึงทำได้ไง" ซายุกล่าวเสียงเรียบ


"ฉันเพิ่งรู้ว่ามันเจ๋งขนาดนี้ จะเอาชนะกฎฟิสิกส์ได้ไหมนะ?" เด็กสาวผู้เพิ่งเคยเห็นสิ่งที่เรียกว่าเวทมนตร์หัวเราะ


"หา?" ดวงตาน้ำตาลฉายแววฉงนกับประโยคเข้าใจยากพวกนั้น หากก็ไม่มีโอกาสได้ถามเมื่อเสียงหวูดรถไฟดังขึ้นเป็นสัญญาณให้เด็กทุกคนต่างรีบพากันขึ้นรถไฟทันที


มากิและซายุลากสัมภาระพลางมองหาที่นั่ง เป็นเพราะขึ้นมาช้าหลายห้องจึงถูกจับจองไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองลากกระเป๋าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดที่ห้องๆ หนึ่ง ข้างในนั้นมีเด็กชายคนหนึ่งกำลังก้มหน้าอ่านหนังสือการ์ตูนอย่างตั้งอกตั้งใจ


"ขอโทษนะ! แต่ขอนั่งด้วยได้ไหม?" มากิทัก


"อ เอ่อ ได้ครับ" เด็กคนนั้นเงยหน้าตอบ เขามีผมสีดำและดวงตาสีน้ำตาลแดง ดูจากเค้าโครงหน้าก็เอเชียนได้ที่


ซายุไม่ทันห้ามตอนที่มากิถามคำถามในทันที "พูดญี่ปุ่นได้ไหม?"


เด็กชายหัวเราะก่อนตอบกลับเป็นภาษาเดียวกัน "ผมพูดได้แต่ก็ไม่ใช่คนญี่ปุ่นหรอกครับ"


"ฉันนิไคโดะ มากิ นี่ยางามิ ซายุ เธอล่ะ" เด็กสาวผมสั้นจัดแจงนั่งข้างเขา ท่าทางเป็นกันเองทำให้เด็กหนุ่มยิ้ม


"ผมบียอนด์ เบิร์ธเดย์ ยินดีที่ได้รู้จักครับ" เขายิ้มให้อย่างเป็นมิตร "พวกคุณอยู่ปีหนึ่งเหมือนผมใช่ไหมครับ?"


"อื้อ ไม่รู้ฮอกวอตส์จะเป็นยังไงเนอะ!" มากิยิ้ม สองมือเกาะขอบหน้าต่างมองทิวทัศน์ข้างนอกด้วยความตื่นเต้น เป็นครั้งแรกที่ได้พบกับสิ่งที่ไม่อาจอธิบายด้วยเหตุผลได้ ราวกับได้เห็นโลกอีกใบที่ไม่รู้จัก หัวใจของเด็กสาวเต้นแรงไปกับจินตนาการที่ถูกปิดกั้นมาตลอด


ในตอนนั้นเธอยังไม่รู้ว่าฮอกวอตส์ยังมีเรื่องราวน่าอัศจรรย์ใจให้ตื่นตาอีกมาก






"โอ้โห เจ๋ง!" ประโยคแปลกๆ ของมากิเป็นที่ชินชาไปแล้วสำหรับคู่สนทนาทั้งสอง เธอมองภาพบนหนังสือการ์ตูนกำลังเคลื่อนไหวอย่างอิสระบนแผ่นกระดาษ


"หนังสือส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้แหละ สนใจดูเล่มอื่นได้นะครับ" บีหยิบหนังสือเล่มอื่นให้


"แค่นี้ก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว" เด็กสาวรีบคืนมันให้กับเจ้าของทันที


"ว่าแต่บ้านของคุณเบิร์ธเดย์เป็นนักเวทย์ทั้งคู่เหรอคะ" ซายุถามขึ้นมาอย่างมีมารยาท


"เรียกบีเฉยๆ เถอะครับ...แค่คุณแม่ครับที่ใช้เวทมนตร์ ผมเป็นลูกครึ่ง" บีเล่าเรื่องของตัวเองออกมาได้อย่างไหลลื่น "คุณพ่อของผมตอนแรกก็ไม่รู้ว่าคุณแม่เป็นแม่มด แต่พอรู้ความจริงท่านก็ไม่ว่าอะไรและยินดีจะตามมาอยู่กับคุณแม่ที่บ้านเกิด เพราะงั้นผมเลยค่อนข้างคุ้นชินกับเวทมนตร์มาตั้งแต่เด็ก"


"เอ...แล้วแบบนี้จะมีเด็กที่เป็นเหมือนฉันเยอะไหมเนี่ย?" มากิแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่สบายใจ เธอแทบไม่รู้อะไรสักอย่างเกี่ยวกับเวทมนตร์เลย พอคิดถึงบทเรียนที่จะต้องร่ำเรียนเด็กสาวก็เริ่มหวั่นใจ


"ก็คงจะมีพอสมควร แม่ของผมมีเพื่อนที่พ่อแม่ของเขาเป็นมักเกิ้ลไม่น้อยนะครับ แต่บ้านที่เป็นพวกเลือดบริสุทธิ์ก็เยอะเหมือนกัน"


"เลือดบริสุทธิ์?" มากิทวนคำ เริ่มรู้สึกแย่ที่ตัวเองไม่รู้จักอะไรสักอย่าง "มันคืออะไรแตกต่างจากเลือดธรรมดาตรงไหนเหรอ"


ยังไม่ทันที่บีจะอธิบาย รถเข็นอาหารก็แล่นผ่านห้องของพวกเขาพอดี หญิงสาวร่างท้วมตะโกนถาม "รับอะไรไหมจ๊ะเด็กๆ"


"น่ากินจังเลย" มากิมองขนมละลานตาในรถตาวาว เธอหยิบเหรียญเกลเลียนซึ่งไปแลกจากธนาคารขึ้นมา "เหรียญหนึ่งซื้อขนมอะไรได้บ้างคะ?"


เป็นที่แน่นอนว่าพ่อของเธอปฏิเสธโลกของเวทมนตร์โดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นมากิจึงแลกเงินจำนวนหนึ่งให้ตัวเอง


"มากมายเลยจ้ะ" คนขายขนมยิ้มให้เธออย่างอารี


ระหว่างที่มากิกำลังเลือกขนม นิสัยเก่าๆ อย่างคนโอซาก้าก็ลอยขึ้นมา "จะต่อราคาได้ไหมนะ...?"


ดีที่ยังหลุดมาเป็นภาษาญี่ปุ่น บีหันไปหลบมุมขำ ขณะที่ซายุใช้ศอกสะกิดเธอเบาๆ แต่หน้าเปื้อนยิ้ม


"หนูซื้อด้วยค่ะ" ซายุหยิบเหรียญทองขึ้นมาบ้างเป็นการดึงความสนใจจากหญิงสาว


พวกเขาซื้อขนมมากมายจากรถเข็น มีทั้งช็อกโกแลตกบ พายฟักทอง และเยลลี่เบอร์ตี้บอตต์ เด็กทั้งสองช่วยกันหอบขนมมานั่งที่เก้าอี้ ซายุยื่นกบช็อกโกแลตให้บี "ทานด้วยกันไหม"


"ขอบคุณครับ" เด็กหนุ่มยิ้ม


"หวา! มันกระโดดได้ด้วย" มากิร้องก่อนจะคว้าเจ้าสิ่งมีชีวิตนั่นเอาไว้ แต่เจ้ากบนั้นไวกระโดดหนีไปเสียก่อน มากิขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะหันมาถามบี "เมื่อกี๊ที่เธอพูดถึงเลือดบริสุทธิ์คืออะไรเหรอ"


"ก็หมายถึงพวกที่พ่อเป็นพ่อมดและแม่เป็นแม่มด เป็นผู้สืบสายเลือดของผู้วิเศษอย่างแท้จริงยังไงล่ะ"


เสียงที่แทรกขึ้นมาทำให้ทั้งสามเหลียวหันไปมอง เด็กชายซึ่งดูท่าจะเป็นรุ่นพี่กำลังยืนพิงขอบประตู เขามีผมตรงสีบลอนด์ และดวงตาสีดำสนิทซึ่งฉายแววความมั่นใจเต็มเปี่ยม


"มิฮาเอล คีห์ล" เขาแนะนำตัว "นี่เพิ่งเข้ามาใหม่ปีนี้สินะ"


มากิพยักหน้า บียอนด์ทำเป็นสนใจอย่างอื่นไป ขณะที่ซายุหรี่ตาลง "สวัสดีเมลโล เป็นธรรมเนียมไปแล้วรึไงที่รุ่นพี่บ้านสลิธีรินต้องมาดูหน้าเด็กใหม่"


"ทำไมต้องมาดูหน้าพวกเราด้วยล่ะ" มากิถามเสียงดังจนบีต้องส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ


"ก็เพื่อมาดูว่าจะมีพวกเลือดสีโคลนหลงเข้ามาในโรงเรียนสักกี่คนไงล่ะ จะได้จัดการให้เข้าที่เข้าทางง่ายหน่อย" เมลโลยิ้มหยัน ไล่สายตาประเมินมากิอย่างถี่ถ้วน "และดูท่าฉันจะเจอเด็กที่ว่าอย่างน้อยหนึ่งคนสินะ"


ซายุมีสีหน้าไม่พอใจทันที "จะมาช่วยดูแลคนอื่นงั้นเหรอ...? ขอบคุณแต่ไม่เป็นไรนะเมลโล ดูแลคะแนนตัวเองให้นำพี่ไลท์ให้ได้ก่อนเถอะ"


เด็กหนุ่มผมบลอนด์สบถออกมาเบาๆ "ปากคอเราะร้ายเหมือนพี่ชายเธอจริงๆ​ แต่เลือดบริสุทธิ์​อย่างเธอคบเพื่อนเลือดสีโคลนด้วยงั้นเหรอ​ นึกว่าที่ตระกูลเคร่งเรื่องนี้มากซะอีก​ ยางามิ"


มากิหันไปมองหน้าซายุอย่างตกใจ​ เพิ่งรู้ว่าเพื่อนเธอเป็นเลือดบริสุทธิ์​อะไรนี่ด้วย! ส่วนบีคอยลูบหลังเด็กสาวเบาๆ​ พึมพำว่าอย่าอินเกิน


ซายุเห็นว่าการปะทะอารมณ์​เฉยๆ​ มีแต่จะพาให้บรรยากาศแย่ลง ตัดสินใจพูดอะไรก็ได้ให้เด็กหนุ่มคนนี้จากไปเสียที "ตระกูลคีห์ลเองก็เลือดบริสุทธิ์​ แต่น่าเสียดายจริงๆ​ ที่ได้ลูกชายไร้ความน่าเคารพแบบนี้​ ขนาดเรื่องปรุงยาที่ว่าเชี่ยวชาญมาตั้งเเต่บรรพบุรุษ​ สุดท้ายก็มาเสียชื่อเพราะหลานคนปัจจุบันแพ้คะแนนให้ตระกูลยางามิ"


ถ้าไม่ติดว่ามันจะเป็นการหักหน้าเมลโลจนแตกละเอียด มากิกับบีจะปรบมือให้ประโยคนั้นไปแล้ว!


"ก็ดีแต่อ้างพี่ชาย ฉันจะคอยดูผลงานเธอแล้วกัน" เมลโลหน้าขึงขังแต่ก็จำใจเดินจากไป "ไว้เจอกันในบ้านสลิธีริน"


ซายุจิ๊จ๊ะกับประโยคนั้นแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ


บึ้ม!!!


ไม่ทันไรเสียงระเบิดก็ดังขึ้นจากรถไฟอีกขบวนหนึ่ง พวกเขาทั้งหมดพากันสะดุ้งโหยง ก่อนจะตื่นตระหนกเมื่อควันสีเทาโขมงลอยเข้ามาใน?





---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ใครที่กลับมาอ่านใหม่อย่าเพิ่งงงว่าเนื้อเรื่องที่เหลือไปไหน มันหายค่ะ 55555555555555555

น่าจะเพราะพิมพ์ๆ แก้ๆ หลายครั้งละเผลอไปกดลบ เพราะงั้นส่วนที่เป็นนั่งเรือ เข้าปราสาท หมวกคัดสรร งานเลี้ยง ทุกซีนหายหมดเลย  ไม่ได้เซฟเวิร์ดเก็บไว้ด้วย ฮรึก TvT

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #50 Hydran (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 19:21

    แอลล แกไม่มีบทเลยนี้หว่า หายไปไหนคะเนี้ย มาเป็นคู่แข่งไลท์หน่อยเร็ว! โรงเรียนน่าจะสนุกสนานมาก แบบไลท์มีตำนานคิระอันเลื่องชื่อ แอลก็ได้ชื่อตำนานว่าคู่แข่งที่สู้ได้สู่สีแถมวอแวไลท์แล้วยังมีชีวิตรอดไรงี้ แถมสามารถร่ายชื่อขนมไม่หมดสิ้น(กินตั้งแต่ปากซอยยันสุดขอบโลก) ว่าเมลโล ชังกล้านะคะ ลองไปหาเรื่องน้องสาวต่อหน้าพี่ชายเขาสินาย

    #50
    1
    • #50-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 57)
      26 มีนาคม 2562 / 19:48
      ฟิคนี้พี่ไม่เด่น //ตบบ่าปลอบใจพี่แอล

      ระดับตำนานของโรงเรียนจริงๆ คู่นี้ ผลัดกันท็อปรองท็อปไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด แข่งกันทุกงานตั้งแต่สอบยันควิดดิช แอลผู้วอแวไลท์ตัวติดกันตลอดเวลาจะเป็นทั้งเพื่อน คู่แข่งและแฟ--

      เมลโลอย่าหาเรื่องซายุ! //ล็อกตัว
      #50-1
  2. #49 [ LuksornNoy ] (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 13:26
    //ยกมือ เราสังกัดด้อมแฮร์รี่ค่ะไรท์
    ว่าแต่พรีเฟ็คฮัฟเฟิลพัฟนี่ใครอ่ะคะ?
    เพิ่มเติมอีกอย่าง แอลบทหาย!
    #49
    1
    • #49-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 57)
      26 มีนาคม 2562 / 19:42
      ด้อมแฮร์รี่นี่ยากจังเลยค่ะข้อมูลต้องแน่น จะขยับทีก็กลัวพลาด ฮือ T*T

      พรีเฟ็คฮัฟเฟิลพัฟเรากะให้เป็นมิสะค่ะ คิดถึงคนอื่นไม่ออกแล้ว แถมมิสะนี่ก็ติดไลท์แจ

      ในส่วนของแอลนั้นได้อยู่ในแบ็คกราวน์ ชื่อโผล่มาครั้งเดียว ฟฟฟฟฟฟฟฟ
      #49-1