[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 56 : it's not acceptable to have Cakes in Wammy's House (Fork! แอล/Cake! ไลท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 311
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    24 ม.ค. 64

Pairing : Fork! แอล/Cake! ไลท์ , Fork! บี & เอ & วาตาริ , โซอิจิโร่ & ซาจิโกะ , เด็กๆ Wammy's House

//AU Cakeverse อยากลองแต่งงงง ไม่ค่อยแม่นเวิร์สนี้แต่จะพยายามนะคะ


*Warning!!! มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรง!*





"อดัม"


บีเรียกเขาผ่านวิทยุสื่อสาร


"มีอะไร" เอตอบกลับขณะเขย่งตัววางไม้บนตึกเจนก้าไซส์เท่าเด็ก ปะทะฝีมืออยู่กับเกรซที่เริ่มทำสีหน้าลำบากใจ


"ครอบครัวยางามิติดต่อมา บอกว่าจะมาถึงในอีกหนึ่งชั่วโมง ไปแจ้งวาตาริให้ที"


เขามองเด็กสาวที่พยายามดึงไม้อย่างเชื่องช้า มือน้อยๆ พามันไปวางลงตำแหน่งบนสุดอย่างแผ่วเบา ประคองตึกไม่ให้ล้ม "ทำไมไม่ไปบอกเองล่ะ นายอยู่ชั้นล่าง วาตาริก็อยู่ชั้นล่าง"


"อดัม นายไม่เข้าใจ ฉันไปสภาพนี้ไม่ได้"


"สภาพไหน" เอย่อตัวคุกเข่าดึงไม้ที่เล็งไว้ออกจากตึกอย่างรวดเร็ว ได้ยินเสียงเกรซบ่นว่าโดนแย่งอันปลอดภัย


"นายอยู่ห้องไหนเนี่ย"


"ห้องนั่งเล่นชั้นสาม" เอผ่อนแรงขณะวางไม้


"งั้นมองออกมาทางหน้าต่าง"


ระหว่างรอเกรซซึ่งดูท่าจะยืนวิเคราะห์หาความเสี่ยงอีกนาน เอไปชะโงกดูที่หน้าต่าง เห็นเพื่อนรักหัวดำในเสื้อแขนยาวเปรอะดินกับเหล่าน้องหนูที่สนุกสนานกันใหญ่


บียิ้มแห้งให้ ข้างหลังของเขาเป็นแปลงดอกไม้ที่เละราวกับผ่านสงครามโลกมา


"ไม่ได้ตั้งใจนะ เด็กๆ เขาซนไปหน่อย---"


แก้ตัวยังไม่จบประโยคโคลนเหนียวหนืดก็พุ่งใส่หลังหัวคนผมดำอย่างมุ่งร้าย บีหน้าคว่ำลงกับพื้นหญ้า โดนเฮดช็อตเต็มกบาล


เอถอนหายใจด้วยความปลง


ก่อนได้ยินเสียงโครมครามจากข้างหลัง คู่ต่อสู้ของเขาดึงพลาด ซึ่งเป็นเรื่องดีถือว่าจบเกมกันได้อย่างไม่ค้างคา "เกรซ ครั้งนี้ฝากเก็บคนเดียวนะ ฉันจะไปแจ้งกำหนดการกับวาตาริ"


เด็กสาวเพียงแค่ผงกหัว เอพึมพำคำขอบคุณก่อนจะรีบเดินจ้ำออกไป





"ครอบครัวยางามิ?"


"ครับ จะมาถึงในอีกหนึ่งชั่วโมง ให้ผมเตรียมของว่างเลยไหมครับ"


ชายชรายิ้มบางๆ ออกมา "ขอบคุณมากอดัม ช่วยเตรียมอะไรก็ได้ที่ไม่หวานมากให้แขก ส่วนของแอล...ก็นั่นแหละให้มันนุ่มและอยู่ท้องที่สุด" ดวงตาหลังกรอบแว่นฉายแววความกังวล "แจ้งแอลด้วยว่าเขาจะต้องฝืนทานอีกแล้ว"


เอยิ้มฝืดเฝือน


เพราะเป็นผู้สืบทอดอันดับหนึ่ง เขารู้ดีว่ายอดนักสืบชื่อก้องโลกคนนั้นเป็น 'ฟอร์ค' หรือก็คือบุคคลที่ไม่สามารถรับรู้รสชาติของอาหารได้ตลอดทั้งชีวิต แอลมักจะบ่นทุกครั้งที่เด็กหนุ่มยกของกินไปเสิร์ฟ เขาบอกว่ามันเหมือนเคี้ยวกระดาษเวอร์ชั่นปั่นไม่เสร็จ ซึ่งถ้าไม่ต้องกินกันตายอย่าหวังว่าเขาจะแตะ หลังๆ เลยไปสนใจของหวานมากกว่า แอลคอมเมนต์ว่าไม่มีรสชาติเหมือนกัน แค่เปลี่ยนเนื้อสัมผัสจากกระดาษเป็นสำลีนุ่มนิ่ม อย่างน้อยก็ไม่ทรมานเท่า


เอนึกสงสารคนอายุมากกว่า วันนึงคนเราต้องกินตั้งสามมื้อ แถมอีกฝ่ายก็อายุขึ้นเลขสองเข้าไปแล้ว ฝืนมาตั้งเป็นหมื่นครั้งแต่กลับไม่เคยรับรสชาติของสิ่งที่กินเข้าไป เป็นอะไรที่น่าเศร้าเหลือจะกล่าว


ถ้าแอลมีเค้กสักคนก็คงดี...


"ผมยังคงยืนยันว่าเราจะไม่หาเค้กให้แอลครับ" วาตาริขัดความคิดเขาด้วยเสียงนุ่มๆ "คุณก็รู้ว่าเขาไม่เคยเจอมาก่อน แอลยังใสซื่อนักที่ไม่รู้ถึงการมีอยู่ของเค้กและผมก็ไม่อยากให้มีอะไรไปดึงดูดเขา ล่อลวงเขา"


เด็กหนุ่มพยักหน้ารับผู้อาวุโสหงอยๆ แต่มันก็จริงอย่างที่วาตาริพูด 'เค้ก' คือสิ่งเดียวที่ฟอร์คสามารถรับรู้รสชาติได้ ทั้งเนื้อตัว กระดูก เลือด เหงื่อ น้ำตา สารคัดหลั่ง ทุกสิ่งของเค้ก...มีรสชาติเยี่ยมยอดสำหรับฟอร์ค


แวมมี่เฮ้าส์ไม่เคยรับเค้กมาดูแลเพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา เอยังจำได้ดีถึงวันที่วาตาริเผลอรับเด็กประเภทนั้นเข้ามา เขายืนอยู่ข้างตัวบีแต่หันไปมองอีกทีก็เห็นมันกระโจนเข้าหาเสียแล้ว บีพุ่งเข้ากัดคอเค้กซะจมเขี้ยว ลำบากเขาเนี่ยแหละที่ต้องล็อกตัวหมาบ้าออกจากเหยื่อผู้น่าสงสาร วาตาริเองก็รีบพาเด็กนั่นออกจากแวมมี่เฮ้าส์แทบไม่ทัน


ใช่ นอกจากแอลที่นี่ยังมีฟอร์คอีกหลายคน บีคือหนึ่งในนั้นส่วนเอกับวาตาริเป็นคนปกติ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เขาหลอนเพื่อนไปเป็นเดือน ขนาดบีที่สุภาพอ่อนหวานกว่าใครยังอาการหนักได้ถึงเพียงนี้ แล้วจะไปหวังอะไรกับแอลที่แค่พูดยังขวานผ่าซาก


บีตามขอโทษขอโพยเสียยกใหญ่ และนั่นเป็นครั้งแรกที่เอรู้ว่าฟอร์คมีประสาทพิเศษเกี่ยวกับการรับกลิ่น พวกเขาได้กลิ่นที่แรงมากๆ จากตัวเค้ก ซึ่งบีให้ข้อมูลมาอีกว่าแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน อย่างเค้กที่เขาเพิ่งจู่โจมไป คนนั้นมีกลิ่นแยมสตรอเบอรี่หอมฉุยเกินห้ามใจ แถมเนื้อที่ขาดและเลือดที่ซึมออกจากต้นคอนั่นก็หวานอร่อยเป็นบ้า...


...เอเห็นด้วยที่แวมมี่เฮ้าส์ไม่รับเค้ก ที่นี่ควรเป็นแหล่งรวมนักสืบไม่ใช่ที่กบดานของฆาตกร...





รถญี่ปุ่นสีขาวล้วนแล่นเข้าจอดที่หน้าสถานเด็กกำพร้า คุณและคุณนายยางามิในชุดสูทพร้อมลูกชายตัวน้อยเดินทางมาถึงที่หมาย ก่อนเด็กหนุ่มจะขอแยกออกไปจากผู้ปกครองเพราะเขารู้ว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องคุยกับเจ้าของสถานที่


เมื่อพ่อกับแม่ลับสายตาไปแล้ว ไลท์ก็สังเกตบรรยากาศรอบตัว จดจำรายละเอียดและสร้างความรู้สึกคุ้นเคย ถ้าทุกอย่างไปได้สวย ที่นี่จะเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของเขา


อาคารสภาพดีสีสดกว่าที่คิดไว้ สนามหญ้าตัดใหม่ ต้นไม้สูงเว้นระยะห่างพอให้ร่มรื่น แสงแดดอบอุ่น สายลมอ่อนๆ ที่สวนมีดอกไม้ซึ่งแข่งกันบานอวดสีสัน...ซะเมื่อไรล่ะ


คิ้วกระตุกขึ้นเมื่อเห็นสภาพอันเละตุ้มเป๊ะ ดินสีเข้มกระจัดกระจายเต็มพื้นแถมบางส่วนแฉะน้ำเป็นโคลนอีก ดอกไม้หลายพันธุ์ก้านชูหัก บางต้นน่าเศร้าถูกเหยียบไม่มีชิ้นดี ซึ่งผู้ต้องสงสัยคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเหล่าเด็กน้อยที่กำลังหัวเราะร่าอยู่


ท่ามกลางกลุ่มสิ่งมีชีวิต เขาเห็นเด็กผู้ชายผมดำที่ดูโตกว่าเขาไม่กี่ปีร้องห้ามก่อนจะโดนรุมปาโคลนใส่จากทั่วสารทิศ นั่นทำเด็กหนุ่มผู้รักความยุติธรรมขมวดคิ้ว นี่มันเข้าข่ายกลั่นแกล้งไม่ใช่รึไง!?


"หยุดรังแกเขาเดี๋ยวนี้!" ไลท์ตะโกนกร้าวขณะสาวเท้าเข้าไปใกล้ผู้เสียหาย มือเอื้อมคว้าเสื้อหวังช่วยเหลือ


อีกฝ่ายหันมาหาทั้งดวงตาเบิกกว้าง แหกปากลั่นก่อนผลักเขาออกเต็มแรง


เด็กหนุ่มหงายหลังลงก้นจ้ำเบ้า ยังไม่ทันจะยันตัวลุกโคลนเหนียวๆ ก็พุ่งเข้าใส่เต็มหน้า เสียงหัวเราะชอบใจดังไปทั่ว เจ้าพวกนั้นหันมาเล่นเขาแทนแล้ว!


ดวงตาสีน้ำผึ้งตวัดมองคนที่เขาพยายามช่วย อีกฝ่ายถอยหลังหนีไปซะไกล ใบหน้าเปรอะเปื้อนมีแววความหวาดกลัว ร่างทั้งร่างสั่นเทาขณะยกมือขึ้นบีบจมูกไว้


"อย่าเข้ามานะ! ออกไปเลย!" นั่นคือประโยคเดียวที่เหยื่อพูด เห็นได้ชัดว่าคำห้ามนั้นส่งมาให้เขา ไลท์เห็นท่าทางนั้นแล้วได้แต่สบถในใจที่ทำดีไม่ได้ดีแถมโดนรังเกียจ กัดฟันลุกรีบวิ่งหนีเข้าไปในตัวอาคาร


บีสูดหายใจเข้าลึกอย่างพยายามตั้งสติ ประคองร่างที่สั่นไม่หยุดไม่ให้ล้มนึกดีใจที่เขายังควบคุมตัวเองได้ อย่างน้อยหลีกเลี่ยงก็ดีกว่าทำร้าย เขาจะไม่เห็นแก่ตัวทำให้ใครเจ็บอีกแล้ว เพราะกลิ่นหอมหวานเมื่อกี๊...เป็นเค้กไม่ผิดแน่


บียกวิทยุสื่อสารขึ้นติดต่อเอในทันที "อดัม! ฉันเจอเค้ก!"


แต่สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความเงียบ


"อดัม! ฟังอยู่ไหมเนี่ย!? ฉันเจอเค้ก เค้กที่ตัวโคตรหอม! ช่วยด้วย!!!"


เด็กสักคนผลักเขาจนล้มลงบ่อโคลน วิทยุสื่อสารปลิวออกจากมือ บีเมื่อหมดทางเลือกก็ตัดสินใจจะวิ่งไปแจ้งวาตาริด้วยตัวเอง แต่มือของเด็กน้อยจำนวนมากรอบตัวดึงเขาไว้จนขยับไม่ได้





เด็กหนุ่มสาวเท้าไปตามทางเดินด้วยความหงุดหงิด อุตส่าห์คิดว่าแวมมี่เฮ้าส์เป็นที่น่าสนใจ ไหงถึงมีแต่พวกตรรกะเพี้ยนๆ อยู่เต็มไปหมด เล่นโคลนเนี่ยมันสนุกตรงไหน แล้วไอ้การกลั่นแกล้งคนอื่นมันเป็นสิ่งที่คนมีสมองเขาพึงกระทำกันเหรอ!?


"ห้องน้ำชายไปทางไหน!?" ไลท์ไม่ได้ตั้งใจให้เสียงที่ออกมาเกรี้ยวกราดถึงเพียงนี้ เด็กสาวที่เขาเจอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แต่สุดท้ายก็บอกทางทั้งเสียงสะอื้น


ไลท์วักน้ำใส่หน้าหลายครั้ง แล้วเงยมองกระจกสังเกตความเรียบร้อย จังหวะนั้นเองที่ประตูข้างหลังเขาเปิดออก เด็กชายคนนึงเดินออกมาก่อนสะดุ้งเหมือนเห็นผี ไลท์กลอกตาอย่างหน่ายใจ คนที่นี่เขาเป็นอะไรกันไปหมดเนี่ย


รู้ตัวอีกทีร่างเล็กกว่าก็ถูกดันขึ้นเคาท์เตอร์จนหลังติดกระจก ไลท์ร้องเสียงหลงเมื่ออยู่ดีๆ คนตรงหน้าก็ประทับริมฝีปากกับเขา กัดมุมปากล่างจนเป็นแผลกระหวัดลิ้นดูดเลือดที่ซึมออกมาก่อนเลื่อนลงขมเม้มที่ไหล่ ค่อยๆ กัดเนื้อออกไปทีละนิด และถ้าเขาไม่ได้รู้สึกไปเอง...นั่นไม่ใช่การกระทำจากความใคร่หากแต่เป็นความหิวโหย


"หยุดนะ! ปล่อยฉันไปเถอะ ได้โปรด!" ไลท์อ้อนวอน กระตุกมือที่ถูกรวบไว้แต่ไม่มีแรงดึงออก คนตรงหน้ายังคงกินเขาทีละนิด และเวลาผ่านไป ความเจ็บปวดก็มากขึ้นเรื่อยๆ การกัดยิ่งแรงขึ้นและเร็วขึ้น แผลนั้นเผยให้เห็นถึงเนื้อหลุดลุ่ยอาบไปด้วยเลือด น้ำตาแห่งความกลัวปริ่มดวงตากลม ไลท์แผดเสียงออกมา "ใครก็ได้ช่วยด้วย!!!"


พลั่ก!


เสียงหวดกระทบของแข็งดังขึ้น ก่อนแขนที่ตรึงเขาไว้จะอ่อนแรงลง หัวที่เลือดอาบพิงลงกับไหล่เด็กหนุ่มอย่างอ่อนแรง ดวงตาหลับลงอย่างเฉียบพลันเป็นอะไรไม่ได้นอกจากหมดสติ


ไลท์เงียบลงอย่างตกตะลึง ไม่ใช่จากความรู้สึกปลอดภัยแต่เป็นหวาดกลัวกับภาพที่เห็น 


ตรงหน้าเขามีผู้ชายท่าทางประหลาดถือขวดแก้วแตกครึ่งรอบวงแหลมราวกับฟันฉลาม ดวงตาสีดำสนิทดูนิ่งเฉยหากแต่มีประกายบางอย่างที่อันตราย และเด็กหนุ่มแทบจะกรีดร้องขึ้นมาอีกรอบเมื่อเห็นเขาเลียริมฝีปาก





เอโน้มตัวเติมชาอัสสัมให้แขกด้วยความนอบน้อม คุณนายยางามิขอบคุณเขาทั้งยังยิ้มด้วยความเอ็นดู ส่วนคุณยางามิคุยถูกคอกับวาตาริทีเดียว ทั้งสองผลัดกันชื่นชมเด็กหนุ่มที่ไม่ได้อยู่ในวงสนทนาไม่เว้นช่วง


"แล้วไลท์ก็บอกกับผมว่า 'เราต้องเริ่มสืบจากคนสูบฝิ่นก่อนฮะพ่อ!' โอ ผมล่ะเหลือเชื่อเลยที่ถูกลูกชายรุดหน้าไปได้ตั้งไกล เขาเพิ่งสิบขวบเองตอนที่สันนิษฐานเรื่องนี้ได้!" คุณยางามิพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น วาตาริเองก็หัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ กล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงแสดงความนับถือ


"เขาเป็นเด็กที่น่าสนใจทีเดียว ตอนผมไปเยี่ยมบ้านคุณ ก็มีโอกาสได้คุยแค่สิบนาทีแต่เขาหลอกถามข้อมูลจากผมไปได้มากทีเดียว ทั้งนี้ในแววตามุ่งมั่นนั่นก็ยังรักความยุติธรรมเป็นที่สุด เขาจะเป็นนักสืบที่ดีผมมั่นใจ เพราะผมไม่เห็นเลยว่าจะมีคดีไหนที่เขาทำไม่ได้" วาตาริไม่ได้กล่าวเกินจริงเลย เด็กคนนี้ช่างเหมาะสมกับงานนักสืบ และด้วยฝีมือระดับนี้ อย่างน้อยที่สุดยางามิ ไลท์ก็ต้องได้เป็นหนึ่งในผู้สืบทอดของแอลอย่างแน่นอน "ในการเยี่ยมเยียนครั้งต่อไป ผมคงประมาทไม่ได้อีกแล้ว เพราะดูท่าไลท์จะกุมความลับของผมมากมายเหลือเกิน"


คุณยางามิหลุดหัวเราะกับมุกตลก ภรรยาของเขาที่เงียบมาตลอดยกมือป้องปากหัวเราะน้อยๆ ขณะที่พ่อของเด็กหนุ่มกล่าวแย้งชายชรา "ไม่ต้องรอไปหาถึงคราวหน้าหรอกครับ เราพาเขามาด้วย"


"โอ้ จริงเหรอครับ!?" วาตาริเอี้ยวตัวมองไปที่ประตู คาดหวังเซอร์ไพรส์เล็กๆ อย่างเด็กหนุ่มหัวน้ำตาลเปิดประตูเข้ามา


"ไม่ครับ เขาไม่ได้รออยู่หน้าห้อง" คุณยางามิปฏิเสธ "เขาขอตัวไปเดินเล่นน่ะ แต่ผมไปเรียกให้ได้นะครับ"


จบประโยคนั้นเอมีสีหน้าไม่สบายใจ มือใต้โต๊ะแอบกระตุกเสื้อชายชราอย่างรุนแรง หันไปมองใบหน้าเหี่ยวย่นด้วยความกังวลราวกับจะถามว่า ถ้าเขาเป็นเค้กล่ะ!?


วาตาริเข้าใจในไม่ช้า เขาทำท่าจะขอตัวจากผู้ปกครองของเด็กหนุ่ม แล้วระหว่างนั้นเองประตูก็เปิดผ่างออก เด็กหนุ่มผมดำหอบหายใจทั้งเนื้อตัวมอมแมม


"วาตาริครับ! ผมมีเรื่องจะแจ้ง!!!" บีหอบหายใจจนตัวโยนขณะที่คนในห้องงุนงงไปหมด และประโยคต่อมาของเขาก็ทำให้ทั้งวาตาริทั้งเอหน้าซีด


"ผมเจอเค้ก!!!"


ทั้งสองผุดวิ่งออกนอกห้องไปในทันที!












วาตาริและเอรีบสับเท้าตามหาไปทั่วชั้นหนึ่ง ได้เด็กสาวสักคนที่เป็นฟอร์คช่วยชี้ทางสว่างให้ว่าได้กลิ่นเค้กจากตรงไหน ทั้งสองวิ่งไปที่ห้องน้ำชาย เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เห็นนักสืบอันดับของโลกยืนอยู่ข้างๆ เด็กหนุ่มที่ตัวสั่นไปด้วยความกลัว ในมือของแอลมีขวดปากฉลามอยู่ซึ่งเชื่อมโยงเข้ากับร่างที่สลบคาอกไลท์ พวกเขาจำได้ว่าเด็กนั่นก็เป็นฟอร์คเหมือนกัน


"โอลิเวอร์จะทำร้ายเขา"


แอลพูดขึ้นมาเมื่อเห็นพวกเขาเอาแต่จ้องร่างที่ไร้สติ เอนึกขึ้นได้เลยรีบไปอุ้มตัวไลท์พาไปทำแผล


วาตาริเห็นท่าทีที่ไม่คุกคามแล้วก็โล่งใจ "อ๋อ คุณเลยจัดการให้สินะแอล ขอบคุณมากครับ...ว่าแต่ไม่รู้สึกอะไรกับเด็กคนนั้นเลยเหรอครับ?" ท้ายประโยคแผ่วลงด้วยความไม่แน่ใจ ชายชราไม่ค่อยรู้เรื่องร่างกายของฟอร์คนักเลยเสี่ยงถามออกไป


แอลโคลงศีรษะอย่างไร้เดียงสา "รู้สึกอะไรเหรอครับ? ผมเห็นคนลำบากก็ต้องช่วยเป็นเรื่องธรรมดา"


วาตาริยิ้ม สันนิษฐานว่าแอลคงเป็นฟอร์คที่แค่รับรสไม่ได้เฉยๆ





แอลนึกสงสัยกับสีหน้าของชายชราที่เหมือนเอ็นดูเขาเป็นเด็กน้อยไปได้


สงสัยนักที่ว่ารู้สึกเนี่ย...รู้สึกอะไร?


ใช่ความรู้สึกเดียวกับที่เขาเป็นอยู่รึเปล่า?


แอลเองก็โตแล้ว เขาเลือกตอบอะไรที่ควรตอบได้ มันไม่ถือว่าโกหกหรอก ยังไงก็เป็นสิ่งที่วาตาริอยากได้ยินนี่นา


แต่ถ้าให้พูดตามตรง เด็กคนนั้นก็...น่ากินดี





------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #48 Hydran (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 19:27
    กรี็ดดด

    ความฝันนน ขอบคุณคะไรต์!

    ฮืออ ไลท์ของพรี่ ไม่เป็นนะ น้องจะต้องปอดภัย ดีสุดคือออกห่างจากนังแอลนะคะ อย่าไว้ใจหน้าโทรมๆเหมือนคนจะตายนั้น มันคิดจะกินหนูคะลูก พกอาวุทง่ายๆไว้นะ

    สถานี้ต่อไปคืออะไรดีคะ มาเลยคะพร้อม!//อาแขน
    #48
    1
    • #48-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 56)
      25 มีนาคม 2562 / 19:45
      ใช่ค่ะ เห็นผอมขนาดนั้นเอาเข้าจริงแรงเยอะอยู่น้า! ไลท์ต้องใช้อาวุธไม่งั้นหนีไม่รอดแน่ //สวดภาวนาให้อิพี่ควบคุมตัวเองได้

      ช่วงนี้แอล/ไลท์บ่อยจนต้องหาคู่อื่นๆ มาคั้นบ้างล่ะค่ะ แต่สถานีต่อไปของ verse ก็แอบเล็งๆ Rainverse กับ Iceverse ไว้ค่ะ //ยิ้มบางขณะที่ตับพังอย่างช้าๆ---
      #48-1
  2. #47 [ LuksornNoy ] (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 18:39
    ไอบ้าที่ไหนบังอาจกินไลท์ ฟาดมันเลยแอล!
    ว่าแต่ทั้งโอเมก้าทั้งเค้กก็มาแล้ว จะมีiceverseไหมคะ//ทำตาปิ้งๆ
    #47
    1
    • #47-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 56)
      25 มีนาคม 2562 / 19:27
      ปกป้องไลท์เลยค่ะพี่! //เชียร์พี่แอล

      นี่แอบหวังว่าจะแต่งทุก verse ที่ขวางหน้าค่ะะะะ โดยเฉพาะอันแปลกๆ กับอันเศร้าๆ นี่อยากเป็นพิเศษ > ( )<
      #47-1