[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 52 : All I have to do is wait (แอล/ไลท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 490
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    24 ม.ค. 64

Pairing : แอล/ไลท์

//AU ถ้าคิระแพ้แอล

อยากลองให้พี่เค้าปล่อยน้องบ้าง น้องโดนประหารมาสองฟิคแล้ว เราควรเปลี่ยนจุดจบ...






"ผมไม่อยากทำแบบนี้หรอกนะ"

 

เสียงราบเรียบดังก้องในห้องคุมขัง นักสืบอันดับหนึ่งของโลกมองร่างที่ถูกมัดแขนขาจากจอมอนิเตอร์ ถูกจับท่ามกลางความพ่ายแพ้หมดรูปบนสนามรบที่แอลเป็นฝ่ายมีชัย

 

"หึ...ไม่อยากทำ? กล้าพูดนักนะ อีกไม่กี่วันจะประหารฉันแล้วแท้ๆ"

 

ยางามิ ไลท์...ผู้ต้องหาคดีคิระกระตุกยิ้ม ดวงตาสีน้ำผึ้งจ้องเขม็งใส่เลนส์กล้องอย่างเชือดเฉือนประหนึ่งว่ามันเป็นดวงตาของอีกฝ่าย และก็ช่วยไม่ได้ที่มันสวยจนเขาเผลอมองด้วยความหลงใหล

 

"ผมหมายถึงไม่อยากทำกับคุณแบบนี้..." แอลถอนหายใจ แสร้งทำเสียงโศกเศร้าเสียเต็มประดา "ถ้าเลือกได้ ผมอยากให้เรานั่งอยู่เคียงข้างกัน คุยกันแบบที่เพื่อนสนิทคู่อื่นๆ ทำ"


ไลท์ตอบรับการแสดงของเขาด้วยการกลอกตามองบนหนึ่งที


"จะโกหกไปถึงเมื่อไร นายชนะแล้วไม่ต้องมาทำเป็นพูดดี...ตอนนี้ฉันมันก็แค่นักโทษประหาร"


"แต่ผมไม่ได้อยากให้คุณเป็นนักโทษ” เสียงราบเรียบเว้นช่วงไว้พอให้ลุ้น "คุณก็รู้ ผมอยากให้คุณเป็นอย่างอื่น..."


ชายผมดำแกล้งหยอก ไลท์เหยียดยิ้มหยัน


"ฉันยอมแต่งงานกับมิสะดีกว่าเป็นอะไรสักอย่างให้คนแบบนาย"


แอลมองแววตาหยิ่งทะนงนั้นด้วยความชอบใจ


"ปากร้ายนักนะครับ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าคุณจะพูดแบบนั้นได้อีกนานแค่ไหน"


"แล้วนายจะทำอะไรฉันล่ะ?"


เด็กหนุ่มท้าทาย พอเจอแบบนี้คนเป็นนักสืบก็ต้องเป็นฝ่ายถอนหายใจ


"ไม่ทำครับ คุณนี่ชอบเอาความรักของผมมาล้อเล่นอยู่เรื่อย"


ไลท์ส่งเสียงเหอะเบาๆ ทำเหมือนเอือมระอากับทุกคำพูดของเขา "นายก็ชอบเอามุกเพ้อเจ้ออะไรมาเล่นอยู่ได้ ความรักของนาย?...มันไม่ตลกเลยสักนิด"


นักสืบหนุ่มเลิกคิ้ว


"ผมไม่ใช่คนชอบล้อเล่น"


"แต่นายชอบโกหก"


แอลถอนหายใจ อีกฝ่ายไม่เคยเชื่อสิ่งที่เขาพูดเลยสักอย่าง แถม 'ความรัก' ดูจะเป็นหัวข้อที่ไม่มีวันเชื่อเป็นพิเศษ "มันไม่เหมือนกัน เพราะอย่างน้อยผมก็ยืนยันได้ว่าผมรักคุณจริงๆ"


ไลท์หรี่ตาลงอย่างพยายามจับผิด "ไม่แอล ครั้งล่าสุดที่ฉันเห็นคู่รัก พวกเขาไม่ได้อยากฆ่ากัน"


"ผมก็ไม่ได้อยากฆ่าคุณสักหน่อย ถ้าคุณอ้อนวอนสักนิด ผมเปลี่ยนผิดให้เป็นถูกก็ยังได้" นักสืบหนุ่มลองทำเสียงน้อยใจดู แล้วก็เช่นเคย มันไม่ได้ช่วยให้เรื่องดีขึ้น


เสียงหวานเค้นหัวเราะแม้ว่ามันจะเหมือนสมเพชเวทนาในตนเองมากกว่า


ร่างที่ถูกมัดผงกศีรษะขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว


"งั้นนั่นคือสิ่งที่นายต้องการงั้นสิ...อยากให้ฉันอ้อนวอน?"


"หรือไลท์คุงหยิ่งในศักดิ์ศรี?"


"ศักดิ์ศรีของฉัน...ไม่เหลือเลยตั้งแต่ถูกจับได้...ไม่มีความจำเป็นจะต้องหยิ่ง..."


แอลมีสีหน้าประหลาดใจกับสิ่งที่ได้ยิน "คุณพูดเหมือนยอมทำได้ทุกอย่าง"


"แล้วฉันเลือกอะไรได้รึไง?" เด็กหนุ่มเหยียดรอยยิ้ม


ชั่วครู่ที่แอลรู้สึกทดท้อใจแทนอีกฝ่ายที่เผชิญชะตากรรมเช่นนี้


"บอกผมหน่อยสิครับไลท์คุง คุณกลัวอะไรมากกว่ากัน ระหว่าง 'ความตาย' กับ 'สิ่งที่ควบคุมไม่ได้'" แอลถาม ไลท์ไม่โต้ตอบ เขาเพียงจ้องมองหากแต่ดูใคร่ครวญถึงบางสิ่ง บางทีเขาอาจแต่งเรื่องในหัวหรือหาวิธีเบี่ยงประเด็น แอลไม่อาจยืนยันถ้าอีกฝ่ายยังเอาแต่เงียบ


"ทุกคนต้องกลัวความตายอยู่แล้ว"


นั่นคือประโยคเดียวที่นักสืบหนุ่มได้ยิน ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่น่าพอใจนัก


"นั่นไม่ได้ตอบคำถามของผมเลยครับไลท์คุง และไม่ใช่ทุกคนที่กลัวความตาย เพราะผมไม่กลัว"


เด็กหนุ่มพิงหลังกับเตียง เชิดหน้าขึ้นน้อยๆ ขณะที่หรี่ตาลงอย่างคุมเชิง "สำหรับคำถาม ฉันขอยืนยันว่ากลัวความตายมากกว่า"


นิ้วโป้งถูกยกขึ้นมาขบเม้มเมื่อประโยคนั้นถูกเอ่ยเอื้อน แอลเริ่มพอใจ...อย่างน้อยก็มากกว่าเดิม


"แต่ถึงอย่างนั้นคุณก็พรากชีวิตไปจากคนอื่นโดยไม่ลังเล ทั้งที่พวกเขาก็รักชีวิตตัวเองมากเหมือนกัน น่าสนใจดีนะครับ ไลท์คุง"


เด็กหนุ่มมีสีหน้าไม่สบอารมณ์ เขาดูหงุดหงิดได้ที่ทีเดียว "มาทำให้รู้สึกผิดตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว อย่างที่บอกฉันเป็นนักโทษประหาร ฉันกำลังจะตาย"


"ผมจำไม่ได้นะว่าอนุญาตให้คุณตาย" แอลขัดขึ้นมา ทว่าอีกฝ่ายยังไม่ทันได้แย้งเขาก็ยิงคำถามใส่ก่อน "ไลท์คุง คุณรักครอบครัวไหม"


"แน่นอนว่าฉันรัก นั่นเป็นคำถามประเภทไหนกัน" ไลท์ตอบกลับได้โดยไม่ต้องคิด


"อืม...นั่นสินะครับ ต่อให้เป็นคนเลวร้ายขนาดไหน ครอบครัวที่อบอุ่นก็เป็นข้อยกเว้นเสมอ" นิ้วโป้งไล้ไปตามริมฝีปาก นักสืบหนุ่มทบทวนสิ่งที่ได้ยินทั้งรอยยิ้มบางเบา "แล้วคุณรักตัวเองบ้างไหมครับ"


เขาเพียงส่งเสียงหึเบาๆ กับคำถาม "สำหรับคนที่เคยคิดจะตั้งตนเป็นพระเจ้า ฉันคิดว่าฉันรักตัวเองมากๆ เลยล่ะ"


"แต่คุณก็ยัง..."


"แต่คุณก็ยังเอาตัวเองไปเสี่ยงกับสมุดโง่ๆ เล่มเดียว คุณยอมทิ้งทุกอย่างทั้งครอบครัว ตัวตน และชีวิตเพื่อความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริงได้" ไลท์เหยียดยิ้มใส่อย่างอวดดี แอลยิ้มมุมปากด้วยความชอบใจรอฟังอีกฝ่ายสาธยาย "ถ้านั่นคือสิ่งที่นายจะพูด ไปเรียนจิตวิทยามาใหม่เถอะ วิธีนี้ไม่ได้ช่วยให้ฉันสำนึกผิดมากขึ้นเลย"


"คุณยังมีเวลาอีกเยอะ ผมแน่ใจว่าจะเปลี่ยนคุณได้"


"3 วันไม่เคยเยอะสำหรับความเป็นมนุษย์ แอล" ไลท์มีน้ำเสียงราบเรียบ กระนั้นแอลก็จับความเศร้าเสียใจที่แทรกอยู่ในนั้นได้ "นายไม่สามารถเปลี่ยนใครได้ใน 3 วัน"


"มนุษย์ผู้เสียสิทธิ์การครอบครองเดธโน้ตจะสูญเสียความทรงจำที่เคยใช้เดธโน้ตไปจนหมดสิ้น" แอลเปรยขึ้นมา ประโยคที่ไม่เกี่ยวข้องกับบทสนทนาก่อนหน้าทำให้เด็กหนุ่มเลิกคิ้วก่อนจะเข้าใจได้ในไม่นาน "กฎของเดธโน้ตว่าไว้แบบนี้ใช่ไหมครับ"


"ตามกฎมันก็ใช่" ไลท์กระตุกยิ้ม


"จะเล่นไม้นี้เหรอแอล ฉันไม่ยอมสละสิทธิ์เดธโน้ตหรอกนะ และสิ่งที่นายทำได้ก็มีแค่เขียนชื่อฉันเพื่อแย่งสมุด หรือไม่ก็นั่งรอให้วันเวลาผ่านไปจนฉันตายไปทั้งแบบนี้"


แอลโคลงศีรษะไปมา "3 วันอาจจะเปลี่ยนอะไรไม่ได้ แต่ 490 วันผมว่ามันเป็นเรื่องง่าย"


ร่างที่ถูกมัดนิ่งค้างไป ดวงตาเบิกโพล่งเมื่อระลึกถึงความจริงบางอย่างได้


490 วัน? อย่าบอกนะว่า...


"ถึงคำถามสุดท้ายแล้วครับ ไลท์คุง" แอลที่ดูเหมือนจะสังเกตปฎิกิริยาเขาได้ยิ้มกว้างอย่างน่าหมั่นไส้ที่สุด


"ในกรณีที่ทำเดธโน้ตหายหรือถูกขโมยไป หากนำกลับคืนมาไม่ได้ภายในเวลา 490 วัน ก็จะสูญเสียสิทธิความเป็นเจ้าของไป"


ใบหน้าสมบูรณ์แบบของเด็กหนุ่มมีแววความตกตะลึงผสมปนเปไปกับความหวาดกลัว


แอลนึกอยากเห็นมันให้ชัดกว่านี้


"กฎของเดธโน้ตว่าไว้แบบนี้ใช่ไหมครับ"


ริมฝีปากบางเม้มแน่น แสดงอารมณ์ที่ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยๆ


"ฉันรู้แล้วว่านายพยายามจะทำอะไร" ไลท์พูดรัวเร็ว ดวงตาคู่งามมีแววความอ้อนวอน และแอลไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายรู้ตัวไหมว่าทำสีหน้าแบบไหนออกมา "อย่านะแอล! นายทำแบบนั้นไม่ได้---!"


"ผมจะทำอะไรก็ได้ หน้าที่ของคุณคือตอบคำถาม กฎของเดธโน้ตว่าไว้แบบนี้ใช่ไหมครับ"


ดวงตาสีน้ำผึ้งเสมองไปด้านข้าง เขาดูเปราะบางกว่าทุกที


"ใช่"


"งั้นก็วิเศษไปเลยไม่ใช่หรือครับ" แอลแสร้งทำน้ำเสียงตื่นเต้น นิ้วโป้งไล้ไปตามริมฝีปากอย่างเพลิดเพลินขณะที่ไม่ละสายตาไปจากเด็กหนุ่มคนโปรด "ดูเหมือนว่าคุณจะไม่ตายในเร็วๆ นี้นะ"


"ให้ฉันตายเถอะ..." เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบา และแอลรู้ว่ามีความจริงอยู่ในนั้น


"คุณกลัวความตายมากไม่ใช่หรือครับ? คุณยืนยันด้วยตัวเองไปแล้ว" แอลลอบสังเกตสีหน้าของอีกฝ่าย เอ่ยเชื่องช้าเน้นย้ำเพื่อให้ได้ยินอย่างชัดเจน "หรือว่ามีสิ่งที่คุณกลัวมากกว่าอยู่จริงๆ...?"


เหมือนโดนจี้จุด สีหน้าของไลท์เปลี่ยนไปราวพลิกฝ่ามือ เขาขมวดคิ้วทั้งยังเอ่ยอย่างรวดเร็ว ดูลนลานไปหมดทุกอย่าง


"ฉันไม่สน! ฉันทำผิดร้ายแรง ฆ่าอาชญากรไปตั้งมากมาย! นายเป็นนักสืบ นายชนะแล้วยังจะมาซ้ำเติมอะไรอีก ปล่อยให้คิระตายไปทุกอย่างจะได้จบ! เล่นตามเกมหน่อยสิ!!!"


"คุณหวังจะให้ผมปล่อยคุณไปทั้งที่คุณยอมทำได้ทุกอย่างแล้วงั้นเหรอครับ นั่นดูจะโลภมากเกินไปหน่อยรึเปล่า" แอลแย้งเสียงราบเรียบ ในดวงตายังมีแววสงบนิ่ง "แล้วก็สรุปได้ว่าคุณกลัว 'สิ่งที่ควบคุมไม่ได้' ยิ่งกว่า 'ความตาย' ซะอีกนะครับ น่าสนใจจริงๆ ไลท์คุง"


ไลท์กัดฟันกรอด


"ฉันจะฆ่านาย"


แอลยิ้มรับ


"ไลท์คุงคงต้องผิดหวังเพราะในอีก 490 วันเขาจะลืมเรื่องทุกอย่าง" นักสืบหนุ่มโคลงศีรษะอย่างไม่ยี่หระแม้ว่าอีกคนจะไม่เห็น


"และทั้งหมดที่ผมต้องทำก็คือรอ"







-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #42 Hydran (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 21:53

    อืม ส่วนตัวเราก็คิดว่าไลท์ไม่ค่อยกลัวความตายหรอกคะ จริงอยู่ว่าทุกคนต้องกลัวความตาย แต่ตั้งแต่ไลท์หยิบสมุดเล่มนั้นมาใช้ และเขาค้นพบว่ามันใช้ได้จริง เขาก็คงเตรียมใจมานานแล้วละคะ ยิ่งได้เจอกับแอลแล้วทุ่มเทไปขนาดนั้น ความตายคงไม่น่ากลัวเท่าสิ่งที่ควมคุมไม่ได้ เพราะท่าหลุด นั้นคือการที่เขาไม่สามารถคาดเดาแอลได้ และไลท์กลัวข้อนี้แน่ๆละคะ แต่ ร้ายนักนะนังแอล! จับกลับตัวไม่ได้ ก็จับลบความทรงจำเลยนะนาย พอความทรงจำคิระหาย นายก็จะได้ไลท์เวอร์ชั่นใสๆนุ่มนิ่มมาละสิ แหม ถ้างั้นก็คงกล่อมให้มากับตัวเองง่ายแน่ๆละ เจ้าเล่ห์นักนะ

    #42
    1
    • #42-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 52)
      21 มีนาคม 2562 / 22:59
      คิดว่าไลท์เตรียมใจไว้เหมือนกันค่ะ คิดจะเปลี่ยนโลกก็ต้องเผื่อใจให้ความล้มเหลวบ้าง แต่ตอนเจอแอลนี่คือจุดเปลี่ยนเลย การโดนนักสืบอันดับหนึ่งของโลกตามจับมันไม่ได้อยู่ในแผนของเขาแน่นอน แอลซึ่งเป็นคนที่ควบคุมไม่ได้ แถมคาดเดาไม่ได้นี่น่ากลัวกว่าความตายเสียอีก

      กฎเดธโน้ตข้อนี้มีเพื่อสานฝันโดยเฉพาะ พี่แอลควรใช้ให้เป็นประโยชน์ ลบความทรงจำ=ได้น้องเวอร์ชั่นใสซื่อ=ล่อลวงง่าย(เดี๋ยวนะ...) ทีนี้ก็รับไลท์ไปด้วยได้ละ แอลจะไม่ยอมเสียว่าที่นักสืบฝีมือดีไปง่ายๆ //ยิ้มแป้น
      #42-1
  2. #40 [ LuksornNoy ] (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 17:26
    คุณไฮน์ เราอยากจะบอกคุณดังๆว่า——
    ให้ตายเถอะ ความคิดของเราเหมือนกัยเปี๊ยบเลยค่ะ!
    เคยอ่านเจอกฏข้อนี้เหมือนกัน ถ้าเดธโน๊ตถูกขโมย490วันจะถูกริบสิทธิ์ครอบครอง ก็คิดขึ้นมาเลยว่าให้แอลขังไลท์ไว้ซัก1-2ปีดีไหมนะ ไลท์จะลืมทุกอย่างแถมมีแววสมหวังด้วย เป็นพล็อตในหัวที่เราไม่ได้เขียนและไม่เคยบอกใคร แล้วคุณไฮน์ก็เขียนตอนนี้ออกมา...
    รู้สึกเหมือนฝันเป็นจริงเลย ขอบคุณมากๆค่ะ!
    #40
    1
    • #40-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 52)
      21 มีนาคม 2562 / 18:06
      กฎข้อนี้สานฝันมากๆ เลยค่ะ ดูมีโอกาสจบสมหวังที่สุดแล้ว เพราะยังไงแอลก็ไม่น่าปล่อยคนมีความสามารถแบบไลท์ไปง่ายๆ จะหาคนที่สู้ได้อย่างเท่าเทียมขนาดนี้จากไหนได้อีก ขังเลยดีกว่า ผมต้องการเขา //กรีดร้องด้วยความฟิน

      ไลท์ลืมทุกอย่างก็จะกลับไปใสเหมือนตอนยังไม่เจอเดธโน้ตอีกครั้ง ฮือ มันต้องสุดยอดมากแน่ๆ เขาจะได้เป็นเพื่อนกันสักที ไม่ต้องมาเถียงกันเพราะจ้องจะจับผิด แต่เถียงกันด้วยเหตุผลและความหวังดี ด..ดีต่อใจเหลือเกิน
      #40-1