[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 47 : Right as rain (วาตาริ & แอล)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 93
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    24 ม.ค. 64

Pairing : วาตาริ & แอล

//มาสั้นค่ะฟิคนี้ แต่ถ้าอ่านช้าๆ มันจะไม่จบไวนะ (ฮา)





เสียงน้ำกระทบพลาสติกดังครั้งแล้วครั้งเล่าท่ามกลางพายุฝนซึ่งพัดโหมกระหน่ำ ในตรอกระหว่างตึกของเมืองวินเชสเตอร์ ที่แห่งนี้เป็นเพียงสี่เหลี่ยมโสโครกซึ่งเอาไว้ใช้หลบฝนและพายุ


เขาไม่มีอะไรเลย...ไม่มีค่าอะไรสักอย่าง เด็กชายตัวน้อยขดตัวอยู่ในถังขยะสาธาณะเพื่อหลบอากาศหนาว กระนั้นไอเย็นก็ทำให้ร่างในชุดปอนเปรอะตัวสั่นเทากอดเข่าตัวเองแน่น กลิ่นเหม็นเน่ารอบข้างชวนให้สะอิดสะเอียนทว่าเขาชินเสียแล้ว นัยน์ตาสีดำเหม่อมองในความมืด หากผ่านม่านฝนนั้นไปอีกเจ็ดไมล์จะมีสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ถ้าเป็นที่แห่งนั้นจะมีกองไฟอุ่น อาหารอร่อย ที่นอนนุ่ม ให้เขากินอิ่มท้องและนอนหลับสบายไหมนะ


เปรี้ยง!!!


ฟ้าผ่าร้องก้องคำรามปลุกให้เขาได้ระลึกถึงความจริง นึกอยากได้อะไรเกินตัวอีกแล้ว...เด็กชายสะบัดหน้าแรงๆ สองสามทีก่อนจะฟุบหน้าลงกับเข่าแทน เอาเถิด...อีกประเดี๋ยวฝนคงซาและพระอาทิตย์คงสาดแสงให้เขาออกไปจากที่เลวร้ายแบบนี้ได้เสียที


"โอ เด็กน้อยที่น่าสงสาร ทำไมถึงอยู่ข้างนอกในวันอากาศเลวร้ายเช่นนี้..." ชั่วขณะที่คิดเช่นนั้นเอง น้ำเสียงทุ้มนุ่มใจดีก็ดังเหนือหัว เด็กชายเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ ที่ตรอกนี้ไม่น่าจะมีใครอื่นนอกจากเขานี่ หรือถ้าจะมีคนแวะมาก็เป็นพวกขอทานไร้บ้าน ไม่ก็พ่อค้าร้านชำที่นำขยะมาทิ้งเท่านั้น และคนพวกนั้นก็ไม่เคยสนใจเขาเลย


ถ้าเช่นนั้นเสียงเมื่อครู่เป็นของใคร?


เป็นครั้งแรกที่คำถามของเขาได้รับคำตอบ เมื่อใบหน้าหนึ่งก้มมองมายังเขาซึ่งขดตัวอยู่ ฝาถังขยะถูกเปิดออกแล้วแต่ฝนกลับไม่โดนตัวเขา ในมือเหี่ยวย่นของอีกฝ่ายถือร่มสีเลือดหมูคันใหญ่ซึ่งใจดีพอจะแบ่งพื้นที่ข้างใต้ให้เด็กชายด้วย ส่วนอีกมือนั้นถือเศษกระดาษและขวดน้ำว่างเปล่ายื่นเข้ามาเพื่อทิ้งลงในถัง แวบแรกเขารู้สึกตื่นตกใจกับคนแปลกหน้า ทว่าเพียงครู่เดียวบรรยากาศชวนหวาดหวั่นก็พลันเลือนหาย หัวใจซึ่งเต้นรัวบัดนี้กลับสงบลงอย่างน่าประหลาด


เพราะอะไรกันนะ...เพราะนัยน์ตาสีเทาซึ่งมองมาอย่างเป็นมิตรคู่นั้นหรือ


"ไม่ต้องกลัว ผมไม่ได้มาทำร้าย" เสียงของคนๆ นี้ช่างอ่อนโยน อ่อนโยนเสียจนหยดน้ำใสๆ เอ่อรื่นที่ขอบตา


ที่แท้ความรู้สึกที่อยู่กับเขาก่อนหน้านี้คือความเหงา

เข้าใจแล้ว...การอยู่โดดเดี่ยวลำพังมันช่างน่าเศร้าแบบนี้นี่เอง


"คุณบาดเจ็บตรงไหนไหม หรือว่าลุกออกมาไม่ได้ ให้ผมช่วยไหม" น้ำเสียงนุ่มที่แฝงด้วยความเป็นห่วงทำให้น้ำตาพร่างพรู ดวงตาที่พร่าเลือนจับจ้องมือใหญ่ที่ยื่นมาหาเขา


"หากคุณต้องการก็มาพักที่บ้านผมได้" เสียงทุ้มต่ำกล่าวย้ำเพื่อให้เขาเกิดความไว้วางใจ "ไม่ใช่แค่เพื่อหลบฝนแต่เป็นตลอดไป ผมควิลช์ แวมมี่ เจ้าของสถานเด็กกำพร้า และหากคุณยอมไปอยู่กับผม ผมจะดูแลคุณสุดความสามารถ ผมสัญญา"


แวมมี่...คุณคือแวมมี่สินะครับ


เด็กน้อยยังคงจ้องมองชายชราที่ส่งมือไม่วางตา อาจจะเป็นภาพลวง เพราะในตอนนั้นเขาเหมือนเห็นแสงสว่างส่องประกายอยู่ด้านหลังชายคนนี้


มือน้อยๆ เอื้อมไปจับมือเหี่ยวย่นอย่างลังเล แม้จะไม่มั่นใจหากความอบอุ่นในแวบแรกที่สัมผัสก็ทำให้เด็กน้อยกระชับมือนั้นแน่นโดยไม่ยอมพูดอะไรสักคำ


"ผมไม่ทราบชื่อของคุณ แต่ถ้าคุณยังไม่มีผมก็ยินดีเป็นผู้ตั้งให้" สิ่งที่แวมมี่พูดไม่ได้ลอยเข้าหูเขาในตอนนั้น สิ่งเดียวที่จำได้คือร่างทั้งร่างได้ก้าวออกมาจากถังขยะ แสงแดดที่สาดส่องลงมาได้เปลี่ยนให้ความหนาวเย็นเมื่อครู่กลายเป็นเรื่องโกหก


ฝนหยุดตกตั้งแต่เมื่อไรกันนะ...?






พระจันทร์ดวงโตส่องแสงอยู่บนผืนฟ้า หยดน้ำตกลงมาแผ่วเบาหากแต่สม่ำเสมอ นัยน์ตาสีดำสนิทจ้องมองก่อนจะทอดถอนใจ ช่างเป็นสภาพอากาศที่น่าเศร้าสำหรับคนไม่มีบ้านอบอุ่นให้พัก


มือผอมบางเคาะประตูเบาๆ เมื่อไม่มีเสียงตอบรับเขาก็ตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป ไม่ได้เจตนาจะเสียมารยาท หากเป็นเพราะคืนนี้อากาศหนาว ผ้าห่มหนาๆ สักผืนน่าจะรักษาอุณหภูมิให้ร่างกายผู้สูงวัยได้


ในห้องนั้นมืดสลัว มีเพียงแสงจากโคมไฟซึ่งวางอยู่บนโต๊ะส่องสว่างฉายให้เห็นชายผมขาวที่นอนฟุบหลับอยู่คากองเอกสาร


คิดแล้วไม่ผิดว่าจะต้องทำงานจนหลับไปทั้งอย่างนี้...ชายหนุ่มห่มผ้าให้อย่างเบามือไม่ให้ร่างนั้นตื่น นัยน์ตาสีดำสนิทจ้องมองใบหน้าของคนที่หลับใหลชวนให้นึกถึงทูตสวรรค์ในหนังสือภาพที่อีกฝ่ายเคยอ่านให้เขาฟังยามที่เขายังเด็ก


เขาเคยคิดว่าโลกนี้มันโหดร้าย และตอนนี้เขาก็ยังคิดเช่นเดิม

แต่อย่างน้อยในวันฝนตกวันนั้น ในวันที่เขาอยู่อย่างเดียวดาย ชายคนนี้ก็เป็นเหมือนทูตสวรรค์ของเขาจริงๆ

ในตอนนี้และขอภาวนาแด่อนาคตข้างหน้า ขอให้พวกเขาได้มีโอกาสใช้เวลาร่วมกันไปเรื่อยๆ ไม่ต้องหวือหวา ไม่ต้องมากมาย ขอเพียงช่วงเวลาเรียบง่ายเช่นนี้ก็เพียงพอแล้ว


ใบหน้าไร้อารมณ์ผุดรอยยิ้มบางเบาขึ้นมา ขณะเอื้อมมือไปปิดแสงจากโคมไฟจนทั้งห้องมีเพียงความมืดมิด


เพราะคุณผมถึงมีวันนี้


เพราะคุณผมถึงได้ค้นพบว่าตัวเองไม่ใช่คนไร้ค่า






-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #32 Hydran (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 23:24
    โถ่แอล ....เดี๋ยวก่อนคุณพ่อคะคุณแม่คะ แอลเนี้ยอัจฉริยะของอัจฉริยะเลนนะคะ ไม่สเกตความ(โครต)ฉลาดของลูกหน้อยเหรอ? ว่าแต่วาตาริอายุเท่าไหรคะเนี้ย ประมาณน่าจะ60 อัพน่าจะได้นะคะ แต่ยังดูกระฉัยกระเฉงอยู่เลย(อย่างน้อยก็ตามใจอารมณ์นังแอลทันอยู่นะ) อืออออ เท่าไหร่นะ? แต่ตอนหนุ่มๆน่าจะสุภาพบุรุษแน่ๆเลยละคะ!
    #32
    1
    • #32-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 47)
      15 มีนาคม 2562 / 23:48
      ตอนคดีคิระนี่ 70 ค่ะ เพราะงั้นตอนเจอแอลก็น่าจะ 50-60 ล่ะ!

      ว..วาตาริตอนหนุ่มๆ สุภาพบุรุษอังกฤษลอยมาเลยค่ะ ฮือ เป็นคนอ่อนโยนนุ่มนวลเหลือเกิน

      งงใจกับคุณพ่อคุณแม่ที่ทิ้งแอลเหมือนกันค่ะ ออฟฟิเชียลไม่เคยบอกด้วยว่าทำไม TT
      #32-1
  2. #31 [ LuksornNoy ] (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 22:01
    บางทีเราก็สงสัย..วาตาริอายุเท่าไหร่กันนะ?
    ไอหยา เก็บมาจากถังขยะเลยทีเดียว คุณพ่อคุณแม่ตาบอดรึเปล่าคะ ทิ้งอัจฉริยะไว้แบบนี้ได้ยังไง!
    #31
    1
    • #31-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 47)
      15 มีนาคม 2562 / 22:15
      วิกิแฟนด้อมเขาว่าวาตาริอายุ 70 ค่ะ //แพนกล้องไปฉากยิงสไน โอ้โหนี่หรือคุณตา

      คุณพ่อคุณแม่แย่ๆ ทำแบบนี้ได้ยังไง ใจร้ายจริงๆ แอลไปอยู่กับคุณแวมมี่แทนนะ ฮือ
      #31-1