[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 43 : Where do you go after death? (วาตาริ & บี)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 122
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    24 ม.ค. 64

Pairing : วาตาริ & บี
*Warning!!! มีเนื้อหาเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย*
แค่กล่าวถึงนะคะ คิดว่าไม่น่าแรงอะไร...มั้ง?





ควิลช์ แวมมี่ประหลาดใจเมื่อเห็นเด็กหนุ่มผมดำที่ควรจะทบทวนบทเรียนอยู่กับเพื่อนวิ่งตรงเข้ามาในห้องทำงาน บียอนด์หรือนามแฝงแบ็คอัพ ร้องไห้ระงม ชายชราผู้ไม่รู้สาเหตุทำได้เพียงกอดปลอบร่างเล็กเอาไว้

"แบ็คอัพ มันเกิดอะไรขึ้น" ควิลช์ถาม ทว่าเด็กชายยังคงไม่ตอบเอาแต่ซุกหน้าลงกับท้องเขาอยู่แบบนั้น

ทะเลาะกับอดัม? ทีแรกเขาคิดเช่นนั้นแต่เมื่อเห็นสีแดงที่เปรอะเปื้อนเต็มมือเล็กความคิดนั้นก็หายวับไป ควิลช์ตะโกนสั่งสตาฟคนอื่นๆ ของบ้านไปตามหาผู้สืบทอดอันดับหนึ่งของแอล และสักพักเขาก็เข้าใจว่าทำไมแบ็คอัพน้อยจึงร้องไห้


เมื่อเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดชายชราจึงเงียบไม่พูดอะไร กอดปลอบเด็กชายจนการเก็บกวาดห้องนอนที่เกิดเหตุเสร็จสิ้น ควิลช์นึกขอโทษเอที่ไม่ได้รีบไปดูศพ ตอนนี้สิ่งที่ควรให้ความสนใจมากที่สุดคือคนที่ยังอยู่ เขาจูงมือเล็กไปพักผ่อนที่สนามเด็กเล่นเป็นกรณีพิเศษ ด้วยรู้ว่าเวลาเช่นนี้ใครกลับไปเรียนได้ก็ใจแกร่งเกินคน เด็กชายเอาแต่นั่งนิ่งบนพื้นหญ้า ตากแดดยามเย็นที่เริ่มอ่อนลงแล้ว


เจ้าของสถานเด็กกำพร้าอย่างเขาทำให้มั่นใจที่สุดว่าเวลาอาหารค่ำจะผ่านไปด้วยดี ข่าวการจากไปของเอเป็นที่น่าสะเทือนใจ เขาเป็นที่รักของทุกคนและไม่มีใครนึกดีใจกับเรื่องนี้ ควิลช์กำชับเด็กคนอื่นๆ ว่าให้ทำตัวดีๆ อย่าไปพูดอะไรรื้อฟื้นเพราะเพื่อนสนิทที่สุดอย่างบีกำลังอยู่ในภาวะซึมเศร้ากว่าใคร


มื้อนั้นจบลงอย่างสงบ...ทั้งห้องอาหารที่มีเด็กร่วมร้อยแต่ไร้เสียงโหวกเหวก ไม่มีการโห่ร้อง ไม่มีบทสนทนาเริงร่า ทุกคนทำเพียงมองหน้ากันก่อนตักซุปเข้าปากหงอยๆ บรรยากาศแย่กว่าที่ผู้ใหญ่อย่างพวกเขาคิด


ชายชรานึกอยากย้ายห้องให้บีไปนอนที่อื่น ถึงตอนนี้ผนังสีครีมจะกลับมาสดใสเหมือนเดิม แต่กลิ่นคาวเลือดผสมน้ำหอมฉีดใหม่คงตามกวนใจไปทั้งคืน และมันไม่ดีเอาเสียเลยที่จะต้องมีใครนอนคนเดียวในห้องที่เพื่อนเพิ่งฆ่าตัวตายไป


หากแต่เป็นเด็กหนุ่มเองที่ขอนอนห้องเดิม ช้อนตากลมโตออดอ้อนแม้มันจะไม่มีอะไรเลยนอกจากความโศกเศร้า ให้เหตุผลเพียงแค่ว่าเตียงของอดัมยังอบอุ่นอยู่ เขาอยากรู้สึกถึงมัน​ เขาอยากกอดเพื่อนเป็นครั้งสุดท้าย


และควิลช์ก็นึกเสียใจที่เขาไม่สามารถปฏิเสธอีกฝ่ายได้


คืนนั้นเด็กหนุ่มดูซึมกว่าปกติ ร่างน้อยซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม พลิกตัวไปมาก่อนจะจบที่นอนคว่ำ ถึงตรงนั้นหยดน้ำอุ่นก็เอ่อคลอดวงตาสีน้ำตาลแดงขึ้นมาอีกรอบ


"ไม่เป็นไรนะครับ" รู้สึกมือของเขาอุ่นขึ้น พอหันไปก็เห็นชายชรานั่งอยู่ข้างเตียง ใต้แสงเทียนสลัวไม่อาจมองเห็นสีหน้าได้ถนัดนัก หากแต่เด็กชายกลับรับรู้ถึงความห่วงใยของอีกฝ่ายได้ดี

"นอนต่อเถอะครับ แบ็คอัพ"

"ผมนอนไม่หลับ" บีกระตุกแขนเสื้ออีกฝ่าย "คุณแวมมี่...คนเราตายแล้วไปที่ไหนเหรอ"

ชายชรานิ่งคิด สักพักก็ตอบด้วยเสียงอ่อนโยน "หลายคนเชื่อกันว่าหากพวกเขาทำความดีเมื่อตายแล้วก็จะได้ไปสวรรค์"


"แล้วถ้าทำไม่ดีล่ะครับ"


นั่นทำเขาเงียบนานกว่าเดิม พักใหญ่กว่าเขาจะตอบ "ก็คงจะไปนรกน่ะครับ" เมื่อเห็นเด็กน้อยของเขามีสีหน้าตื่นตระหนก ก็จำต้องรีบเสริม "แต่ว่าพระเจ้าจะให้อภัยเราเสมอ และผมแน่ใจว่าพระองค์รักเด็กผู้บริสุทธิ์ทุกคน"


"แต่ว่าอดัมทำแบบนั้นนี่ครับ" บีน้ำตาไหลเปรอะหน้าไปหมด "ทำลายชีวิตที่พระเจ้าให้ มันจะไม่บาปร้ายแรงเหรอ"


ควิลช์ชะงักไปพักนึงด้วยไม่อาจหาเหตุผลมาปฏิเสธความจริงข้อนั้นได้ "นั่นเป็นเพียงความเชื่อครับ โลกหลังความตายเป็นปริศนานัก ผมเองก็ไม่เคยเห็นว่าพวกเขาไปที่ไหนกัน ไม่มีใครเคยเห็นชีวิตของคนตายหรอก พอรู้สึกตัวอีกทีเขาก็หายไปทั้งอย่างนั้น"


เด็กน้อยได้ฟังเช่นนั้นก็ผวากอดอีกฝ่าย "ไม่เอา! ทำไมต้องหายไปล่ะ ไม่เอาๆๆๆ"


"แบ็คอัพครับ คนเราไม่ได้ตายกันง่ายๆ หรอกนะ"


"แต่วันนี้อดัมก็เพิ่งไป! ฮือๆๆ ผมไม่เอา ผมไม่อยากหายไป ผมไม่อยากให้เขาไปด้วย!"


"คุณจะไม่หายไปไหนครับ ผมจะปกป้องคุณสุดความสามารถ"


"แต่ผมก็ไม่อยากให้คุณแวมมี่หายไปด้วย!"


เด็กหนอเด็ก...ดวงตาชายชราฉายแววอ่อนใจ ยื่นมือออกไปเกี่ยวก้อยสัญญา "ไม่ว่าจะเกิดอะไรผมจะไม่หายไปไหน โปรดวางใจเถอะครับ"


"สัญญาแล้วนะครับ ห้ามผิดคำสัญญานะ" ขณะที่มือนึงเกี่ยวก้อยกับเขา อีกมือก็ขยี้ตาแดงๆ ที่เริ่มบวมไปด้วย


ควิลช์รู้ดีว่าไม่อาจทำตามนั้นได้อย่างแน่นอน ด้วยอายุขนาดนี้...ไม่ช้าก็เร็ว เขาจะต้องจากไป


แต่ถ้ามันทำให้เด็กชายสบายใจขึ้นได้เพียงนิด เขาก็จะยอมเป็นคนขี้โกหก


"พักผ่อนเถอะครับ เราจะเริ่มต้นทุกอย่างกันใหม่พรุ่งนี้"


มือเหี่ยวย่นกำชับผ้าห่มให้อีกฝ่าย เป่าเทียนจนแสงสีส้มหายไปไหนความมืด


"ราตรีสวัสดิ์ครับ..." เสียงอู้อี้ลอยมาตามลม


ชายชรายิ้มบางเบา มือจับบานประตูเตรียมจะออกไปข้างนอก "ราตรีสวัสดิ์ครับ"








ภายนอกห้องนอน ควิลช์ แวมมี่เริ่มมีความคิดที่จะเรียกประชุมผู้ดูแลของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้


อารมณ์ที่มากเกินไปไม่ใช่คุณสมบัติของนักสืบ กลับกันมันคือตัวทำลายความมืออาชีพชั้นดี


คงต้องหาจิตแพทย์สักคนมาประจำอยู่ที่นี่


แต่ยังไม่ทันได้เดินไปจากหน้าประตู ก็ได้ยินเสียงสะอื้นขึ้นมาอีกรอบหากแต่คราวนี้ผสมไปกับเสียงสวดมนต์อ้อนวอนที่สั่นเครือ


ชายชราทำได้แค่เพียงถอนหายใจด้วยเวทนาเด็กชายตัวน้อย นึกอยากให้การบำบัดสภาพจิตใจเป็นไปได้ด้วยดี






-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #23 Hydran (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 13:09
    เดียวๆๆๆๆ เอฆ่าตัวตายยย! บีหนูไม่ได้เป็นฆ่าใช่ไหมคะรูปการคำพูดมันเหมือนบีเป็นคนทำเลยอะ

    แต่เรื่องตอนนี้พอรับได้คะ ไม่หม่นหมองขนาดยาเสพติดนั้น อันนั้นขนลุกเลยคะ หว่า ยังติดอยู่ในหัวเลย
    #23
    1
    • #23-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 43)
      12 มีนาคม 2562 / 13:36
      ยาเสพติดคือตอนที่ปวดหัวที่สุดแล้วค่ะ น่าจะไม่มีตอนไหนที่เค้นได้เท่านี้อีกแล้ว //ยิ้มเศร้านวดขมับระงับไมเกรน

      ตามเนื้อเรื่องจริงๆ ของ LABB คือเขาบอกกันว่าน้องเอฆ่าตัวตายเพราะเครียดค่ะ เราก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะหลังเอตายบีก็หายไปจากแวมมี่เฮ้าส์เลย อาจมีอะไรเกี่ยวข้องก็ได้ ฟิคตอนนี้ก็เหมือนกันค่ะ มองได้สองแบบ //กอดน้องสองคนนั้น ฮือ หนูไม่ได้ฆ่ากันตายใช่ไหมลูก
      #23-1