[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 132 : Back At One (แอล/ไลท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 182
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    1 ก.พ. 64

[STAMP : ความคิด] กดชื่อเพลงเบาๆ ได้นะคะ สร้างบรรยากาศ~







ยังเดินผ่านทุกวัน ที่ที่เราพบกันเมื่อก่อน’ 

ผมวางกองเอกสารบนโต๊ะสำนักงาน บรรยากาศแสนคุ้นเคย ความมุ่งมั่นฉายชัดออกจากนายตำรวจรอบกายที่มารวมตัวกัน ครั้งนี้เพื่อตามจับอาชญากรที่ทางอินเตอร์โพลต้องการตัวมากที่สุด

ผมเอ่ยอรุณสวัสดิ์ทุกคนด้วยรอยยิ้ม..

แต่ในใจไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นเสียทีเดียวหรอก

เพราะว่างานนี้ มันย้อนมาเตือนผมว่าเราหนีกันไม่พ้น..

นั่นไง เขานั่งอยู่ตรงนั้น

เก้าอี้ที่เคยเป็นของผมถูกแทนที่ด้วยชั้นขนมและแฟ้มคดี เราประจำอยู่คนละฟากฝั่งเหมือนไม่เคยนั่งข้างกันมาก่อน ผมมองใบหน้านั้นที่ไม่ได้เห็นนานนับปี อันที่จริง เราไม่เจอกันอีกเลยนับตั้งแต่ตอนนั้น

แล้วเขาก็หันมา สัญชาตญาณนักสืบยังไงก็รู้ถ้าถูกแอบมอง

ผมยิ้มบางๆ ให้อย่างเป็นมิตร เขาพยักหน้าตอบกลับมาตามมารยาท

ผมพยายามแล้ว...พยายามที่จะไม่คิด

แต่มันยากเหลือเกิน...

เหมือนทุกอย่างวนลูป

ในสถานที่นี้ ที่ที่ทุกอย่างเริ่มขึ้นและจบลง

ที่ที่ความรู้สึกทั้งหมดเกิดขึ้น

และหายไปพร้อมคำลาที่ผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนพูด

 

 

  

ยังจำซ้ำๆ ได้ทุกตอน ราวกับมีใครมาหมุนย้อนเวลา’ 

ผมมองเขาเดินเข้ามา มองดูรอยยิ้มกว้างที่ทำให้โลกทั้งใบสดใส

เสียงทุ้มที่เอ่ยทักทายทุกคนในกองเป็นเสียงเดียวกับที่ทำให้ใจเต้นเสมอมา

ท่าทางอ่อนน้อมที่ซ่อนความฉลาดเฉลียวเอาไว้ เคยเป็นยังไงก็ยังเป็นอย่างนั้น

เสียงนั้น ใบหน้านั้น ความอ่อนโยนที่ไม่น่าคิดถึงเลยสักนิด

ไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิม...

ผมนึกว่าตัวเองทำใจได้แล้ว

ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมเข้าไปพูดคุยกันสนิทใจไม่ได้เหมือนเดิม

แต่ทุกครั้งที่เห็นอะไรในคดีแล้วหันไปไม่เจอเขา

มัน...เจ็บแปลกๆ

ทำไมตอนนั้น...

เราเลิกกันเพราะอะไร?

 

 

 

แต่ก็คงจะหมุนย้อนได้แค่ในความคิด ในชีวิตจริงคงไม่เจอกันอีกแล้ว’

วันนั้น ที่เราตัดสินใจว่าจะแยกกันไปตามทางของตัวเอง ทำเหมือนว่าเรื่องทุกอย่างเป็นเพียงฝันไป ตอนนั้น เราบอกกันและกันว่าให้ลืมเรื่องที่เกิดขึ้น

เราเหมือนกันเกินไป

ฟังดูประหลาด ให้ย้อนกลับไปคิดอีกกี่ทีก็ยังดูประหลาด

แต่เชื่อเถอะ คนยึดมั่นในอุดมการณ์ยิ่งชีพสองคน พอมีจุดแตกหักอะไรก็รั้งไว้ไม่อยู่

โดยเฉพาะเมื่อสองคนที่ว่านั่นเป็นประเภทยอมหักไม่ยอมงอเหมือนกัน

นั่นควรจะทำให้เราไม่ได้เจอกันอีกต่อไปแล้ว แยกกันไปแล้ว พอแล้ว จบแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกันอีกแล้ว

แต่วันนี้...ที่เรากลับมาเจอกัน

ผมรู้ว่าจะเจอเขา แต่ที่ผมไม่ปฏิเสธงานนี้

เพราะผมไม่กล้าปล่อยให้โอกาสผ่านไป

ไม่กล้าคิดว่านั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้พบกัน

ไม่กล้าคิดว่าเราจากกันไปแล้วจริงๆ




ยืนอยู่ตรงที่เดิม แต่ไม่มีวี่แวว… เธอจากไปแล้ว และคงไม่ย้อนคืนมาหา

ผมทำงานของผม เขาทำงานของเขา นั่นคือทั้งหมด

เขาไม่ได้ตั้งใจกลับมาหาผมหรอก ผมจะไม่คิดเข้าข้างตัวเอง

ทุกอย่างคืองาน ไม่มีอะไรมากกว่านั้น...และคนที่ต้องปรับปรุงก็คือตัวผมเอง

เลิกมองได้แล้ว...เลิกสนใจได้แล้ว...

เลิกให้ความสำคัญเหนือคนอื่นได้แล้ว...

ทั้งที่อยากลืมเขาแทบตาย

แต่ทำไม...ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ได้ยินเสียงเขา ได้มองดูเขา

สิ่งเดียวที่อยากทำ

คือเข้าไปกอดเอาไว้แน่นๆ




ได้แต่ฝากความคิดของฉันเอาไว้ เผื่อวันไหนเธอผ่านมา

ผมเหลือบมองแฟ้มบางอย่างที่ถูกยื่นมาให้ รอบข้างครึกครื้นด้วยเสียงการประสานงานและปรึกษาคดี แต่แปลกที่เสียงกระซิบของคนตรงหน้าคือทุกอย่างที่ผมได้ยิน

"คุณทำอันนี้ดีกว่า"

เราอยู่ห่างกันไม่ถึงเมตร มองกันอยู่อย่างนั้น ผมคิดเสมอว่าเขาซีดจนน่ากลัว แต่ไม่เคยเลยที่จะอ่อนล้าขนาดนี้ แถมรอยคล้ำใต้ตาเหมือนจะเข้มกว่าเดิม

ได้ดูแลตัวเองบ้างไหมเนี่ย

พอเปิดแฟ้มก็เห็นข้อมูลคดีลับที่ทางการไม่เคยเปิดเผย แน่สิ การไขปริศนาคงเป็นทุกอย่างสำหรับเขา

และผมคงเป็นแค่หมากตัวนึงใต้เงาอันดับหนึ่งของโลกอะไรนั่น

เรากลับมาเจอกัน ก็แค่ในฐานะเพื่อนร่วมงาน ไม่มีอะไรมากกว่านั้น

เรากลับมาคุยกัน ก็เพื่อให้งานเป็นไปด้วยดี เราปฏิบัติต่อกันตามปกติ เพื่อให้คนรอบข้างไม่สงสัย

มันก็แค่เรื่องในอดีต ก็แค่ความทรงจำเก่าๆ

แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพอเห็นเขาอีกครั้ง ความรู้สึกทุกอย่างก็กลับคืนมา

...หรือมันไม่เคยหายไป?




เห็นที่เดียวกันนี้ เธอจะนึกขึ้นได้ว่า เคยมีคนนึงยืนข้างเธอ อยู่ตรงนี้เสมอตลอดมา

เขาจะรู้ไหม ว่าผมไม่สามารถลืมได้จริงๆ ผมทำเป็นลืมมันไม่ได้จริงๆ

หลายเดือนที่ผ่านมา ที่ทำเป็นไม่สนใจ ที่เหมือนว่าเราตายจากกันไป ความจริงแล้วเขาไม่ได้หายไปไหนเลย

เขายังอยู่ในใจเสมอมา

เขาจะรู้ไหม ว่าตอนนี้ที่เราได้คุยกัน มันเหมือนย้อนเวลากลับไปตอนที่ความสัมพันธ์ของเราไม่ได้เป็นแบบนี้

เขาจะรู้ไหมว่าทุกครั้งที่เขายิ้มให้ผม ผมต้องควบคุมตัวเองแค่ไหนไม่ให้แสดงสีหน้าอ่อนแอแล้วพร่ำขอร้องให้เรากลับไปเป็นเหมือนเดิม

ผมลืมเขาไม่ได้จริงๆ




ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้ อาจไม่เห็นได้ด้วยตา

ผมมองดูเขานั่งอยู่ตรงนั้น ตัดสินใจว่าเอาเถอะ ต่อให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้

ก็ขอให้เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันก็พอแล้ว..

ผมส่งข้อสันนิษฐานคร่าวๆ ทางเมล ก่อนลุกไปเติมกาแฟ

ในความหมายที่ว่า ของผมและของเขา

น้ำตาลหกก้อนอย่างที่ชอบ

เขาหันมาท่าทีประหลาดใจ

แต่ผมยิ้ม




ฉันจะฝากเอาไว้ อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า 

เขาทำแบบนั้นอีกแล้ว

ทำดีกับผมอีกแล้ว

ไม่กล้าพูดอะไร ไม่กล้าแม้แต่จะพิมพ์ข้อความ

ยิ่งเขาทำแบบนี้ ยิ่งเหมือนดึงผมให้กลับไป ยิ่งเขาทำแบบนี้ ยิ่งเหมือนว่าเขาเองอยากให้ความหวัง

แต่สุดท้าย ผมก็รู้ว่ามันเป็นแค่ความหวังลมๆ แล้งๆ




มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า ฉันยังรักเธอ’

ผมไม่อยากรู้สึกแบบนี้

ขอโทษถ้าทำให้ต้องลำบากใจ

ผมแค่อยากขอโทษสำหรับที่ผ่านมา อยากเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาก่อนเราจะจากกันไป

ผม..ยังรู้สึก




อยากเจอเธอเหลือเกิน เพราะก่อนที่เราต้องเดินแยกทาง

ฉันมีความคิดหลายๆ อย่าง..หลายอย่างเหลือเกินที่ฉัน ไม่ได้พูดไป

แค่ไม่กี่วัน ทำไมนานเหมือนตลอดกาลขนาดนี้

ยิ่งเจอหน้ากันบ่อยเท่าไร ก็รู้สึกเหมือนความอดทนน้อยลงเท่านั้น

ตั้งแต่เมื่อไรที่เราไม่ต้องเก็บความรู้สึกต่อกันอีกแล้ว

หลังเลิกงาน เราอยู่ล่วงเวลากันเพียงสองคน

บางทีผมก็รู้สึกว่างานของจริงเริ่มก็ตอนนี้

ไม่เคยมีใครตามการวิเคราะห์ของผมทันเหมือนเขา

เราสามารถถกเถียงกันไปเรื่อยๆ

จนรู้ตัวอีกทีก็ข้ามเข้าวันใหม่

บางทีนี่อาจดีที่สุดแล้วก็ได้

บางทีเราอาจเกิดมาเพื่อเป็นเพื่อนคู่คิด

"ใกล้ความจริงเข้าไปทุกที หามรุ่งหามค่ำมาหลายวันเดี๋ยวก็ได้พักแล้วนะ"

"โชคไม่ดีครับ ยังเหลืออีกหลายล้านคดีทั่วโลกที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม"

"งั้นก็คงต้องเหนื่อยไปทั้งชีวิต"

"ผมไม่เกี่ยงหรอก"




แต่กลับมานึกขึ้นได้ในเวลานี้ ในเวลาที่เธอเดินจากฉันไปแสนไกล

ผมก้มหน้าลง รู้สึกว่าขอบตาร้อนผ่าว พอดีกับที่เขาหันกลับมา และรอยยิ้มที่ฝืนยกขึ้นในวินาทีสุดท้ายคงแย่มาก

ผมสูดหายใจลึก

"นายยังเหมือนเดิมเลย เหมือนเดิมทุกอย่าง"




หากเธอนั้นยังอยู่ จะกอดเธอให้ชื่นใจ และค่อยพูดออกไป ทุกสิ่งที่อยู่ในใจฉัน

"ครับ...คุณก็เหมือนกัน"

รู้ตัวอีกทีก็พูดไปเสียแล้ว

ผมไม่กล้าจะทำอะไรอีก

เมื่อสุดท้ายกำแพงที่อุตส่าห์สร้างมาหลายเดือน มันพังหมดแล้ว

พอได้ใช้เวลากับเขา ทุกอย่างที่ผมเคยคิดว่าทำได้ ที่เคยคิดว่าไม่เป็นไร มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย




ได้แต่ฝากความคิดของฉันเอาไว้ เผื่อวันไหนเธอผ่านมา

เห็นที่เดียวกันนี้ เธอจะนึกขึ้นได้ว่า เคยมีคนนึงยืนข้างเธอ อยู่ตรงนี้เสมอตลอดมา

ไม่รู้ว่าทำไม แต่ผมพูดอะไรไม่ออก

แค่คิดว่านี่อาจเป็นคดีสุดท้าย บทสนทนาครั้งสุดท้าย การอยู่ด้วยกันครั้งสุดท้ายของเรา

และหลังจากนี้คงไม่มีวันได้เจอกันอีกแล้ว

เขามองดูผม ผมมองดูเขา ไม่เคยอ่านแววตาคู่นั้นออก ตลกดี เขาเป็นแบบนั้นเสมอมา ดูรักสงบ แต่หัวรั้นที่สุด ดูซื่อตรง แต่กลับเข้าใจยาก จนตอนนี้ผมยังไม่เข้าใจเขาเลยว่าทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร

แต่ไม่อยากเก็บไว้อีกต่อไปแล้ว...ไม่อยากเก็บความรู้สึกนี้ไว้

"คิดถึง"

พูดออกไปโดยไม่กลัวอะไร เขาจะว่าผมงี่เง่าที่ลืมไม่ได้ก็เรื่องของเขา แต่ไม่อยากหลอกตัวเองแล้วว่าเรื่องทั้งหมดมันไม่เป็นไร เพราะมันเป็น

ผมคิดถึงเขา

อย่างน้อยก็ขอแค่ได้บอก

เพราะผมเองไม่มีสิทธิ์จะขออะไรมากกว่านี้แล้ว



ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้ อาจไม่เห็นได้ด้วยตา

วินาทีที่หนึ่ง หยดน้ำตาร่วงลงจากดวงตาของผม

วินาทีที่สอง ผมเห็นเขาก้มหน้าลงมองพื้น

วินาทีที่สาม ผมก้าวเข้าไป

วินาทีที่สี่

เขาอยู่ในอ้อมกอดของผม



ฉันได้ฝากเอาไว้ อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า

ฉันยังรักเธอ

ผมหลับตาแน่น ปล่อยให้แขนทั้งสองข้างของตัวเองยกขึ้นโอบรอบอีกคนแน่น เช่นเดียวกับที่มือคู่นั้นลูบหลังผมแผ่วเบาคล้ายเป็นการปลอบ

ไม่มีใครพูดอะไรอีก

จะมีก็แต่เสียงลมหายใจ และเสียงหัวใจที่เต้นดังไปพร้อมกัน

ไม่อยากปล่อยเลย





ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้ อาจไม่เห็นได้ด้วยตา

รู้สึกอุ่นวาบไปทั่วร่างกาย  นั่นยิ่งทำให้ไม่อยากผละจากอ้อมกอดนี้ไปไหนแล้ว

ไม่รู้ว่าทำไมตอนนั้นถึงแยกทาง ไม่รู้ว่าทำไมเราตัดสินใจลืมกันและกัน

แต่เรารู้แล้วว่าต่างคนต่างทำไม่ได้




ฉันได้ฝากเอาไว้ อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า

แม้จะไม่ได้พบกัน แม้จะไม่ได้พูดคุย

แม้จะนาน จนคล้ายจะลางเลือน

แต่มันยังไม่หายไปไหน กลับกันยิ่งชัดเจนขึ้นทุกวัน จนในตอนนี้ ที่เรากลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง

ไม่สามารถเก็บมันไว้ได้อีกต่อไป แม้จะห้ามใจเท่าไรก็ตาม 

เรากอดกันอยู่อย่างนั้น แน่นจนเกือบจะอึดอัดแต่ผมไม่คิดอยากปล่อยมือ




มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า

เรายังรักกัน...





------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

(//ป้องปากกู่ร้อง) มุมมองบุคคลที่หนึ่งยากเกิ๊นนนนน!!! ถือเป็นการฝึกบรรยายอะไรใหม่ๆ แล้วกันน้า แฮะ~ ฟิคเพลง ไม่เอ่ยชื่อตลค ต่อบทสลับกันเรื่อยๆ ปวดประสาทดีเหลือเกิน ใช้คำซ้ำเยอะจนอยากตีมือตัวเอง

แน่นอนว่านี่มาจากเพลง ความคิด ของคุณแสตมป์ อภิวัชร์ แต่ส่วนตัวชอบชื่อ Back At One มากกว่า ความตกหลุมรักกันซ้ำๆ กลับไปเริ่มหนึ่งใหม่

เวิ่นมาจากกาวแฟนเก่าจบไม่สวย แต่พอแต่งจริงก็นะ คนมันรักกันขนาดนี้จับแยกยังไงก็กลับไปรักกันอยู่ดี เฮ้อ ช่วยไม่ได้ๆ---

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น