[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 131 : Beyond Expectation (ไลท์/แอล)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 172
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    23 พ.ค. 63


Pairing : ไลท์/แอล , วาตาริ

โอ๊ะ ครั้งนี้มาแปลกล่ะ! AU ไลท์คุงนักวิจัยกับจักรกลแอล!

 

 

 

 

 

มนุษย์ถูกสร้างขึ้นจากกิเลส

 

เพราะรู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง จึงเป็นมนุษย์ มากล้นด้วยความต้องการกระนั้นก็ยังคงถามหาอรหันต์ผู้ปล่อยวางทุกสิ่ง พากันแสวงหาชีวิตที่มีแต่ความสุข ทั้งที่ลึกลงไปในใจมีเพียงตัณหาไร้จุดสิ้นสุด ดั่งสิงโตไล่ล่าม้าลาย ดั่งพรรณไม้เอนตามดวงตะวัน ยิ่งห่างไกลคำว่าสมบูรณ์แบบมากเพียงใด ก็ยิ่งขวนขวายหาสรรพสิ่งมาเติมเต็ม

 

ยิ่งปีนป่าย ยิ่งร่วงหล่น

 

ยิ่งตะเกียดตะกาย ยิ่งห่างไกล

 

แล้วจะเป็นอย่างไรเล่า หากมนุษย์ สมบูรณ์แบบ มาตั้งแต่แรก?

 

 

 

 

 

"อรุณสวัสดิ์ L วันนี้อากาศดีเนอะ"

 

"..."

 

"อ้อ ผมลืมไป คุณไม่ชอบออกนอกห้องนี่ มันจะไปอากาศดีได้ยังไงกัน"

 

คู่สนทนาไม่ตอบสิ่งใดกลับมา ดวงตาสีดำสนิททอดมองร่างในชุดกาวน์ที่ยังคงสานบทสนทนาเปี่ยมมิตรภาพต่อไปอย่างไม่สนใจว่าใครอีกคนจะรู้สึกรำคาญหรือไม่ กระจกบางที่กั้นกลางระหว่างทั้งสองไม่ได้เป็นอุปสรรคในการสื่อสาร เขาได้ยินและเข้าใจทุกประโยคที่คนตรงหน้าพูด

 

แต่ไม่คิดจะโต้ตอบ

 

"นี่คุณ คุยคนเดียวหลายวันเข้ามันก็เหงาเหมือนกันนะ"

 

เหนื่อยแล้วงั้นเหรอ วันนี้ไม่อดทนเลย

 

ไม่รู้ว่ากี่วันแล้วที่ไลท์ ยางามิปรากฏตัวที่ห้องฝั่งตรงข้ามแทนเจ้าหน้าที่คนเก่า อีกฝ่ายมักเข้ามาพร้อมเรื่องเล่าต่างๆ ตอนแรกก็เป็นประวัติชีวิตเจ้าตัวพอให้ทำความรู้จัก นานวันเข้าก็เริ่มหยิบยกเรื่องอื่นมาแทน บางครั้งเพียงแค่เล่นหมากรุกจากคนละฟากฝั่ง บางครั้งก็เป็นการแสดงความเห็นเรื่องกฎหมายหรือการเมือง L พบว่าแนวคิดของพวกเขาช่างคล้ายคลึงกัน แต่ไม่น่าแปลกใจนักในฐานะผู้สร้างกับผลงาน

 

"ผมว่าเรามาตั้งชื่อให้คุณดีกว่า"

 

มีอยู่แล้ว...

 

"แค่อักษรตัวเดียวจะไปนับได้ไง"

 

ราวกับอ่านความคิดไลท์แย้งเรื่องนั้นได้ในทันที เขาก็ได้แต่กลอกตาขณะที่อีกฝ่ายเดินกลับไปเปิดหนังสือที่วางอยู่ไม่ไกล L มองตามแผ่นหลังของชายคนแรกที่คิดจะทำอะไรแบบนี้ คนก่อนๆ ล้วนเข้ามาเพื่อสอบถามและออกคำสั่ง ไม่มีหรอกจะมาพูดเล่นเรื่อยเปื่อยหรือร่ายเรื่องราวในประวัติศาสตร์เป็นชั่วโมง


"ถ้าเป็นริวซากิล่ะ"

 

เอาชื่อแบบนั้นมาจากไหน

 

"ผมเอามาจากหน้านี้" ว่าแล้วก็กางหนังสือประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออก "มันเป็นนามแฝงนักสืบอันดับหนึ่งของโลกตอนเขามาทำคดีที่ญี่ปุ่น รู้จักประเทศนี้ใช่ไหม? นั่นก็บ้านเกิดผมเหมือนกัน"

 

ทำไมถึงเลือกชื่อนี้

 

"ไม่ชอบเหรอ? ผมว่าไม่ซ้ำใครดีนะ" L มีสีหน้าเรียบสงบที่สื่อความหมายว่าไม่เห็นด้วยแม้แต่น้อย แต่ไลท์ก็เลือกที่จะเมินมันไป "ถ้าไม่ชอบก็ลองเสนอมาสักชื่อสิ"

 

สุดท้าย L ก็ต้องยอมให้เรียกว่าริวซากิเพราะไม่อยากจะเอื้อนเอ่ยคำใดมากกว่าการมีชื่อแปลกๆ นี่ คุณเจ้าหน้าที่ในชุดกาวน์ออกจะผิดหวังด้วยซ้ำที่เขาเลือกจะไม่เสนอชื่ออื่นทั้งที่เหมือนเจ้าตัวจะเลือกชื่อที่แปลกที่สุดในสายตาตัวเองมาให้

 

จะให้ทำยังไงได้

 

อะไรๆ ก็ดีกว่าการพูดทั้งนั้นแหละ

 

"วันก่อนผมไปดูหนังมา"

 

มันดีกว่าถ้าเขาจะเป็นฝ่ายฟัง

 

"สร้างจากนิยายของเอ็ดการ์ ไรซ์ เบอร์โรส์น่ะ มีมาแล้วหลายเวอร์ชั่น ผมเลยย้อนกลับไปดูเวอร์ชั่นเก่า" ร่างอันคุ้นตาหยุดลงตรงหน้าบานกระจก "มีอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมสนใจ"

 

ไลท์ไม่เคยเข้ามาใกล้กระจกขนาดนี้มาก่อน นั่นทำให้คนเพิ่งได้ชื่อใหม่อย่างริวซากิเผลอก้าวขาเดินมาหยุดอยู่หน้ากระจกเช่นเดียวกัน เขาเพิ่งค้นพบว่าส่วนสูงของเขากับไลท์แทบไม่ต่างและถ้าหากลองยืดหลังขึ้นคงเท่ากันพอดี

 

"ทุกเวอร์ชั่นจะมีการแนบฝ่ามือกันของลิงและมนุษย์"

 

ไลท์วางสัมผัสลงบนแผ่นกระจก

 

"มันเป็นท่าเล็กๆ ที่มีพลังต่อความรู้สึก" ดวงตาสีน้ำผึ้งเคลื่อนมาสบประสาน "ในขณะที่ผู้คนแสวงหาสิ่งรอบตัวมาเสริมความสุขในรูปแบบที่ตนคิดว่าใช่ บางครั้ง คนข้างตัวที่อาจจะไม่ใช่มนุษย์ที่สมบูรณ์ อาจเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นสบายใจมากที่สุด"

 

ดวงตาคู่นั้นทอประกายลึกล้ำอย่างที่ริวซากิไม่เคยรู้สึกมาก่อน ดึงดูดเขาจนไม่อาจละสายตา ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ฝ่ามือซีดเซียวเคลื่อนมาแนบกระจกฝั่งตรงข้ามกับมือของอีกคน เป็นการสัมผัสที่แม้ไม่ได้รับไออุ่นใด แต่กลับทำให้ร้อนวาบไปทั้งร่างกาย

 

ทำไมในอกถึงเจ็บแปลบขึ้นมา

 

เขาเป็นมนุษย์ที่เว้าแหว่ง ผู้คนตั้งความหวัง แต่เขากลับให้ได้เพียงรอยขาดวิ่นจากความว่างเปล่าในจิตใจ ไม่ใช่เพราะถูกหล่อหลอมจากกิเลส แต่เพราะเขาไม่เคยมีสิ่งเหล่านั้นต่างหากจึงปราศจากความสมบูรณ์

 

ไร้ปัจเจก

 

ไร้แรงปรารถนา

 

ดาษดื่นและสามัญ

 

เป็นเพียงมนุษย์ประดิษฐ์ที่ถูกสร้างเพื่อความสมบูรณ์แบบ แต่กลับด่างพร้อยอย่างไม่น่าให้อภัย

 

 

 

 

 

คุณแวมมี่บอกเขาว่าเส้นประสาทคู่ที่เจ็ดและสิบสองของ L อาจจะมีปัญหา

 

L เคยเป็นความหวังของไลท์...ไม่สิ ของทีมวิจัยทุกคน ด้วยลักษณะภายนอกที่เหมือนมนุษย์ทุกประการ สมองสามารถประมวลผลภาพที่เห็น กลิ่นที่ดม เสียงที่ได้ยิน กระทั่งรสชาติอาหาร เขาถึงขนาดมีความชื่นชอบในน้ำตาลเสียด้วยซ้ำ ความจำและการคิดคำนวณก็คล่องแคล่วแม้จะไม่มีวัยเด็กให้ร่ำเรียน เรียกได้ว่า L เป็นผลงานหนึ่งในไม่กี่ชิ้นที่ก้าวเข้าใกล้คำว่ามนุษย์ผู้สมบูรณ์แบบ

 

กระทั่งริมฝีปากสังเคราะห์นั้นเอื้อนเอ่ยถ้อยคำออกมา

 

ภาษาไม่มีสิ่งใดผิดเพี้ยน โต้ตอบรู้เรื่องและเข้าใจการสื่อสาร แต่สิ่งที่ทำให้ความคาดหวังว่าผลงานชิ้นนี้จะเป็นจุดสิ้นสุดของการทดลองอันยาวนานต้องพังทลาย นั่นคืออารมณ์ของน้ำเสียง

 

มันไม่มีอะไรเลย

 

พึงพอใจ ใคร่รู้ วิตกกังวล เบื่อหน่าย หงุดหงิด

 

จะสิ่งใดล้วนเป็นเพียงคลื่นเสียงราบเรียบไม่อาจคาดเดา

 

ราวกับเขาเป็นมนุษย์ผู้เก็บงำทุกความรู้สึกไว้กับตัว

 

ถึงจะบอกว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ตำหนิเพียงนิดก็ทำให้สิ่งครบสมบูรณ์ด่างพร้อยได้ แต่ความพร้อมด้านอื่นของ L ก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ อดีตความคาดหวังจึงกลายมาเป็นผลงานตัวอย่าง ใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในศูนย์วิจัย---เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องกระจกแคบๆ กับโน้ตบุ๊คหนึ่งตัว และแม้สีหน้าจะเรียบสงบก็ยังคงดูไม่สบอารมณ์เสมอเวลาเจ้าหน้าที่เข้ามาดึงข้อมูลไปจากร่างกาย

 

"คุณว่าเรื่องมนุษย์เกิดจากลิงนี่เชื่อได้แค่ไหน?"

 

L ...หรือตอนนี้ริวซากิเพียงหันมาเลิกคิ้วใส่ แหงล่ะ ในสมองของอีกฝ่ายมีความรู้ลงลึกในทุกศาสตร์สาขาวิชา ไม่แปลกถ้าจะสงสัยที่เขาถามคำถามกังขากับความรู้ที่ทุกคนเชื่อว่ามันคือข้อเท็จจริงไปแล้ว

 

"แค่อยากฟังความเห็นน่ะ" ไลท์วางมือกับพนักเก้าอี้แล้วเท้าคางมองคนที่กำลังมองตรงมาเช่นกัน ไม่ว่าไลท์จะรู้ตัวหรือไม่ การกระทำนั้นทำให้ริวซากิผงะไปเล็กน้อย "อย่างคุณก็เกิดได้โดยไม่ต้องสืบเชื้อสายจากพ่อแม่หรือวิวัฒนาการสิ่งมีชีวิตใช่ไหมล่ะ แต่เป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี"

 

ริวซากิเบนหนีดวงตาที่จ้องมองมา เหมือนประจุไฟฟ้าแล่นวาบทั่วกายไปวูบหนึ่ง แต่มันไม่ได้ทำให้เจ็บจนน่าหงุดหงิดแบบที่เขาเคยสมัยมาอยู่ห้องนี้ใหม่ๆ

 

มันรู้สึกเจ็บเพียงแค่ชั่วคราว ทว่าหน่วงค้างในหัวใจเนิ่นนาน

 

"รู้นะว่าคุณรู้สึกแย่กับเสียงตัวเอง แต่พูดคนเดียวตลอดแบบนี้ไม่สงสารผมเหรอ" ริวซากิแกล้งเมินคำตัดพ้อนั้นแล้วย่อตัวลงนั่งกอดเข่าบนเตียงเล็กที่ตั้งอยู่กลางห้อง ซ้ำยังหันหลังให้กระจกที่คั่นกลางระหว่างทั้งสองอีกต่างหาก

 

"..."

 

ไลท์เลิกคิ้ว วันนี้มาแปลก ปกติรำคาญแค่ไหนก็ยังมีมารยาท(แน่นอนว่าเขาเป็นคนใส่มันลงไปในสมองริวซากิเอง)พอจะอยู่ฟัง แต่นี่หนีออกจากบทสนทนาเป็นครั้งแรก ซ้ำยังหันหลังให้อีกต่างหาก

 

เขากำลังจะเข้าไปในห้องเพื่อตรวจสอบอาการของริวซากิ หากไม่มีเสียงดังจากลำโพงเสียก่อน

 

"ไลท์ ยางามิ มาพบผมที่ห้องวิจัยสองด้วย"

 

 

 

 

 

 

"จะย้ายริวซากิไปห้องวิจัยหลักเหรอครับ!?"

 

"ริวซากิ?"

 

"ผมหมายถึง L น่ะครับ"

 

ควิลช์ แวมมี่ยืนยันคำพูดของตัวเอง "เราจะตั้งเป้าพัฒนา L เป็นหลักอีกครั้ง คุณก็ต้องร่วมทำการวิจัยด้วย"

 

"...ได้ครับ เขาเป็นความรับผิดชอบของผมอยู่แล้ว" ไลท์รับคำทั้งสีหน้าไม่มั่นใจในคำสั่งที่ได้รับ ความจริงเขาเพิ่งเข้าทำงานได้ยังไม่ถึงปีดี ถึงจะเป็นคนพัฒนาริวซากิออกมาก็เป็นเพียงนักวิจัยระดับรองของทีมเพราะผลงานยังไม่สมบูรณ์ หากริวซากิถูกย้ายไปสู่ทีมวิจัยหลักจริง อย่างเขาก็ควรจะแค่ส่งรูปเล่มให้ "ผมพอจะทราบเหตุผลได้ไหมว่าทำไมถึงเอาเขามาวิจัยใหม่"

 

"นี่คุณไม่รู้ตัวเลยเหรอ"

 

"ครับ?"

 

ชายชราพยักหน้ากับตัวเองเมื่อได้ยินเช่นนั้น "มนุษย์มีระบบความคิดที่น่าสนใจ เราอาจสร้างผังการย่อยอาหารได้ง่ายดายแต่ทุกอย่างจะยากขึ้นเมื่อพูดถึงรูปนามธรรม หลายครั้งที่เราสร้างความรู้สึกนึกคิดที่ซับซ้อนให้พวกเขา แต่ก็ได้กลับมาแค่สิ่งพื้นฐานอย่างการคำนวณหรือการตอบสนองต่อสิ่งเร้า มีเพียงสิ่งเดียว ที่เราพยายามเสมอมาแต่ก็ไม่เคยเอื้อมไปถึง"

 

คุณแวมมี่เว้นช่วงให้เขาได้ลองคิดทบทวน ไลท์เผลอขมวดคิ้วมุ่นด้วยยังไม่เข้าใจประเด็นสำคัญ "พวกเขาแสดงออกได้เหมือนมนุษย์ทั่วไป ถ้าพูดถึงเรื่องนี้แล้ว L ควรจะอยู่ลำดับสุดท้ายเสียด้วยซ้ำ"

 

"สมองของเขามีความรู้สึกแต่ไม่ชื่นชอบการแสดงออก ผมไม่ถือว่านั่นทำให้เขาด้อยกว่าคนอื่นหรอกนะครับ"

 

ไลท์ส่ายหน้าน้อยๆ "งั้นผมก็ไม่รู้เลยว่าอะไรทำให้เขาพิเศษนัก"

 

ชายชราระบายรอยยิ้ม

 

"คุณเคยเห็นสมาชิกคนไหนของเรามีความรักไหมล่ะครับ"

 

 

 

 

 

นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ไลท์ต้องมาอยู่ตรงนี้ ในห้องกระจกใสที่ครั้งนี้ไม่มีสิ่งใดมาคั่นกลางระหว่างเขากับริวซากิอีกต่อไป และบนตัวเขาไม่ใช่ชุดกาวน์อย่างเคยแต่เป็นชุดลำลองธรรมดา

 

ชายหนุ่มสูดหายใจลึกรวบรวมความกล้าให้กับตัวเอง

 

กิจวัตรประจำวันในหลายเดือนให้หลังมานี้แทบจะอุทิศทั้งชีวิตให้กับงานวิจัย เขาไม่ได้พบปะผู้คนภายนอกมานานแล้ว อย่าว่าแต่มีคนรักเลย แค่เพื่อนเก่าที่จบด้วยกันมาป่านนี้คงลืมกันไปหมดเสียแล้ว

 

เพราะอย่างนั้น...ภารกิจนี้ที่เขาต้องทำน่ะ...

 

"ริวซากิ"

 

 

 

"คุณเคยเห็นสมาชิกคนไหนของเรามีความรักไหมล่ะครับ"

 

"ความรัก? คุณกำลังจะบอกว่า L มีความรู้สึกรัก" เขาไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน อย่างริวซากิเนี่ยนะ วันๆ เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง แถมตั้งแต่เปิดปากมาจนโดนทีมวิจัยเพ่งเล็งเรื่องโทนเสียงเจ้าตัวก็ไม่ยอมพูดอีกเลย จะไปมีปฏิสัมพันธ์กับใครได้

 

"ตอนผมตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจ ขณะที่หัวใจทุกคนเต้นสม่ำเสมอไม่ผิดจังหวะไปจากกัน กลับมีจังหวะหัวใจของคนๆ นึงผิดแปลกออกไป"

 

"นั่นคือหัวใจของ L"

 

"ครับ" วาตาริมองตรงมายังเขา "คุณพอจะเดาได้ไหมว่าหัวใจของ L เต้นเร็วขึ้นเวลาอยู่กับใคร"


กำลังจะปฏิเสธแต่แววตาที่ส่งมาทำให้เขาต้องปิดปากลง

 

เพราะถึงจะดูเป็นไปไม่ได้เพียงใด มันก็เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลที่สุดในตอนนี้

 

"...ผม?"

 

"ใช่ครับ" วาตาริตอบรับด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง "คราวนี้คุณรู้แล้วใช่ไหมว่าตัวเองต้องทำอะไร"

 

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีขีดจำกั

 

แต่ก็สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตนได้เช่นกัน

 

"โปรดเป็นเพื่อนที่ดีให้ L ด้วยเถอะนะครับ ผมอยากรู้ว่าเขาจะสามารถรักคนๆ นึงได้มากมายขนาดไหน"

 

แล้วถ้าเป็นมนุษย์ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นล่ะ จะสามารถก้าวไปได้ถึงจุดไหนกัน

 

 

 

 

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เส้นประสาทคู่ที่ 7 Facial nerve ทำให้ลิ้นรับรสได้, ควบคุมการหดตัวและคลายตัวของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ทำให้มีการแสดงสีหน้า
เส้นประสาทคู่ที่ 12 Hypoglossal nerve ควบคุมการทํางานของกล้ามเนื้อลิ้นและกล้ามเนื้อที่ควบคุมลิ้น

ลองเขียนไซไฟบ้างยากกว่าที่คิดจัง ไม่กล้าลงลึกมากๆ กับอะไรวิทยาศาสตร์เลย ;v; ใช้ L แทนแอลเพราะดูเป็นพวกรุ่นหุ่นยนต์กะจะใส่เลขด้วยแต่เดี๋ยวประหลาดไป จั่วโพนี้เพราะเอ็นดูแอลค่ะ บางทีก็น่ารักแบบแปลกๆ นะเจ้าแพนด้านี่---

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #179 เด็กสาวผู้หวาดกลัว (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 02:07
    แอแง จะมีต่อไหมคะ พล็อตน่าติดตามมาก
    #179
    0
  2. #178 เด็กสาวผู้หวาดกลัว (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 02:05
    ตอนนี้ แอลเคะใช่ไหมคะ เห็นคำว่าไลท์ขึ้นก่อน
    #178
    0
  3. #176 123fha (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 08:31

    ผลงานที่เหลือ(หลังจากที่แอลมีตำหนิ่)คงหนีไม่พ้น2หน่อMNแน่เลย//คาดเดา

    มนุษย์เทียมแอล(เรียกแบบนั้นได้มั้ยนะ)น่ารักน่าเอ็นดูมากกก~ อยากให้มีพาทต่อจัง(อีนี่ชอบแบบนี้ ไม่รู้ทำไมแต่ชอบบทที่แอลเป็นเคะที่ใสซื่อซะเหลือเกิน)



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 22 พฤษภาคม 2563 / 08:32
    #176
    0