[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 128 : The April Fools Survival Guide (แอล/ไลท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 210
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    18 เม.ย. 63



Pairing : แอล/ไลท์ , วาตาริ

// แอลกับไลท์เวอร์ชั่นซีรีย์ 2015 ค่ะ แต่เซตติ้งอาคารสำนักงานอิงมังงะอนิเมะน้า<3

*ควรเตรียมอะไรที่ทุบตีได้ไว้ใกล้ตัว






มันเริ่มจากลูกโป่งน้ำ


ไลท์กำลังนอนหลับอย่างสงบสุข เขาได้ขึ้นเตียงแต่หัวค่ำเป็นครั้งแรกในรอบหลายวันหลังโต้รุ่งมานาน คดีใหญ่ตอนนี้ทำล้าไปหมดเพราะงั้นการพักผ่อนถือเป็นช่วงเวลาที่ล้ำค่า เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจบนปลอกหมอน ขยับเล็กน้อย รู้ตัวอีกทีก็เปียกโชกด้วยน้ำเย็นจัด ตื่นยังไม่เต็มตานักแต่ก็พอจะได้ยินเสียงหลุดขำจากที่ใกล้เคียง


"อะไรเนี่ย--" คนโดนพึมพำ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะทำหน้าอย่างไร นั่นเป็นเสียงของแอลแน่เขาบอกได้เลย  ไม่ใช่แค่เพราะคนอื่นมีมารยาทพอจะไม่มารบกวนเขาแต่เช้า แต่ยังเป็นเพราะเสียงหัวเราะนั่นฟังดูขี้เล่น น่าหมั่นไส้ ชั่วร้าย ไม่มีทางเป็นของใครคนอื่นได้หรอก


หันไปพบนักสืบคนนั้นอยู่ที่ประตู ยิ้มกว้างกลั้นขำแทบไม่อยู่ ไลท์งงอย่างหนักแต่พอเห็นภาพนั้นอารมณ์โกรธก็เริ่มเข้ามาแทน "นายทำบ้าอะไร แล้วทำทำไม?" ถามเสียงสั่นพยายามกอดให้ตัวเองอุ่นขึ้น แต่ช่วยไม่ได้เท่าไรเมื่อตอนนี้ทั้งเตียงเปียกซกไปหมด


แอลหายใจเข้าลึกๆ ครั้งนึงเป็นการตั้งสติก่อนมองคนตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มใสซื่อ "เอพริลฟูลเดย์ครับ ไลท์คุงก็รู้อยู่"


"หา?" ใช่ นั่นถูกแล้ว เมื่อวานคือวันที่สามสิบเอ็ดมีนาคม เขาจำได้เพราะคอยนั่งหน้าคอมตรวจเช็คข้อมูลคดีจากหลายที่ก็ต้องมีเหลือบไปเห็นบ้าง แต่ไม่ได้สะดุดใจอะไรแม้แต่นิดเดียว ก็เขาไม่จำเป็นนี่ ความทรงจำวัยเด็กที่พวกตัวแสบออกมาแกล้งคนอื่นซ้ำๆ แล้วอ้างตัวเทศกาลโกหกมันเลือนหายไปนานมากแล้ว


"อ้อเหรอ งั้นมีเหตุผลอะไรให้นายทำฉันเปียกในวันเอพริลฟูลทั้งที่ตอนนี้นายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว"


หมอนั่นยักไหล่ "ไม่มีใครแก่เกินเล่นหรอกครับ อย่างไรวันนี้ก็เป็นเหมือนการออกกำลังกายสมองสำหรับผม น่าสนุกออกนะครับ จะได้คิดค้นวิธีแปลกใหม่ในการกลั่นแกล้งคน"


ไลท์กลอกตา "เออใช่ ลูกโป่งน้ำ อัจฉริยะ"


"ไลท์คุงอย่ากังวลไปเลยครับ ผมเตรียมเรื่องสนุกไว้ให้เขาอีกมากเลยล่ะ"






ไลท์พยายามหาทางออกไปจากสำนักงาน วางแผนจะใช้เวลาทั้งวันให้ห่างจากแอลเท่าที่จะทำได้ แต่กลับค้นพบว่าด้วยเหตุผลบางอย่าง รถบัสทุกคันดูจะขับผ่านเขาไปอย่างไม่ใยดี รอมาจวนจะสิบห้านาทีแล้วก็ยังโดนเมินจึงตัดสินใจเดินไปรถไฟฟ้าใต้ดินแทน ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง เขามีความรู้สึกว่านี่เป็นฝีมือของแอล แม้จะไม่รู้ว่าอำนาจนักสืบอันดับหนึ่งของโลกสามารถปิดเส้นทางการเดินทางทั้งหมดได้ไหมแต่ก็ดีกว่าทนรอในพื้นที่เสี่ยง บางทีหมอนั่นอาจขอความร่วมมือจากทุกคนแถวนี้เข้าร่วมแผนกลั่นแกล้งยางามิ ไลท์ก็เป็นได้


โชคดีที่รถไฟฟ้ายังทำงานตามปกติ เขานั่งมันไปลงที่คาเฟ่ใกล้มหาวิทยาลัย ไกลจากสำนักงานพอตัว (ซึ่งหมายความว่าลดโอกาสจะเจออะไรพิเรนทร์) เดินเข้าร้านทุกอย่างก็ดูเป็นปกติสุข เขาสั่งกาแฟดำถ้วยหนึ่งก่อนพาเครื่องดื่มไปที่โต๊ะ นึกในใจว่านี่เป็นไอเดียที่ดี แก้ปัญหาด้วยวิธีเรียบง่ายอย่างแท้จริง แค่ออกห่าง พาตัวเองให้ไกลจากบ้านหรือสำนักงานแล้วทำเป็นธุระรัดตัวจนกระทั่งจบวัน เขายกถ้วยเครื่องดื่มขึ้นจิบ นึกขึ้นได้ว่าไม่ได้เอาอะไรที่จะพอแก้เบื่ออย่างหนังสือสักเล่มติดมือมา จากนั้นก็นิ่วหน้า มีน้ำตาลในกาแฟของเขา--เยอะมาก เขาไม่ได้กำชับว่าไม่หวานก็จริง แต่สามัญสำนึกของบาริสต้าก็ควรจะรู้นี่ว่ากาแฟดำเท่ากับไม่ปรุงอะไรเพิ่ม เด็กหนุ่มผุดลุกตรงไปที่เคาท์เตอร์ทันที


"ขอโทษนะครับแต่มีน้ำตาลในกาแฟดำของผม"


บาริสต้ามองเขาด้วยความสับสน "ต้องการแบบไม่ใส่น้ำตาลเหรอคะ? ออเดอร์ของคุณ...ยางามิ ไลท์?" 


ไลท์พยักหน้า "ครับ ขอกาแฟดำปกติ"


บาริสต้ายิ่งงงหนักกว่าเก่า "คือว่า มีผู้ชายคนนึงโทรมาที่นี่ก่อนหน้านี้บอกว่าเป็นพี่ชายของยางามิ ไลท์ เขาอยากจะเลี้ยงกาแฟคุณแล้วก็ขอให้ใส่น้ำตาลสามช้อนโต๊ะ"


ไลท์มองเธอด้วยสีหน้าว่างเปล่า "อ่า อย่างงั้นเหรอครับ"


"ทางเราต้องขออภัยจริงๆ ขอชดเชยด้วยเครื่องดื่มแก้วใหม่ให้คุณลูกค้านะคะ--"


"ไม่เป็นไรครับ ขอโทษแทนพี่ผมด้วย เขาค่อนข้างจะมีปัญหาทางจิตน่ะครับ" เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ หันหลังออกจากร้าน หงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมอีกคราวนี้ ไม่มีที่ไหนในโตเกียวที่เขาจะรอดพ้นเลยรึไงนะ?


ได้ งั้นไลท์จะไปหาหนังสือจากร้านแถวนี้มานั่งอ่านที่ม้านั่งทั้งวัน ในกรณีที่แอลไม่ได้กว้านซื้อหนังสือทั้งหมดของทุกร้านหรือทาสีไม่แห้งที่ทุกม้านั่งหรืออะไรทำนองนั้น


ด้วยความละเหี่ยใจอย่างสุดซึ้ง ไลท์เดินตามทางเท้า หวังจะหาอะไรสักอย่างมาดึงความสนใจของทั้งวันนี้ เพิ่งผ่านไปไม่กี่เมตรเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขากดรับในทันที


"ไลท์คุง รีบกลับมาเร็วเข้า วาตาริได้รับบาดเจ็บ!"


ปลายสายได้แต่กลอกตา "ฉันไม่หลงกลนายหรอก แอล" 


"จริงนะครับ ผมรู้ว่าคุณจะไม่เชื่อแต่ผมติดต่อคนอื่นไม่ได้เลย เรียกรถพยาบาลก็ไม่ได้ เราต้องเก็บเรื่องที่นี่เป็นความลับ แต่วาตาริก็หมดสติอยู่ ผมไม่รู้จะทำยังไงแล้ว--"


ไลท์เลิกคิ้วเมื่อได้ยินถึงตรงนี้ แอลฟังดูเหมือนใกล้จะร้องไห้เต็มที "เฮ้ย--ใจเย็น--เขาหมดสติ? นายเห็นไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?"


"ม..ไม่ครับ ผมได้ยินแค่เสียงดังตึ้ง เขาต้องตกบันไดแน่" แอลให้การรัวเร็ว "ศีรษะกระแทกรุนแรง จมูกเลือดไหลไม่หยุด อย่างน้อยไลท์คุงช่วยมาแบกเขาไปข้างนอกแล้วปลอมตัวเป็นพลเมืองดีจะได้ไหมครับ?"


ไลท์ยังไม่เชื่อสนิทใจนักแต่นั่นฟังดูร้ายแรงทีเดียว แถมถ้านี่เป็นเรื่องจริง เขาต้องโคตรรู้สึกผิดแน่ที่ไม่เข้าไปช่วย "โอเคๆ จะรีบไปให้เร็วที่สุด" เขาตัดสายออกวิ่งไปที่สถานีรถไฟในทันที


สองป้ายกินเวลายาวนานในความรู้สึก ไลท์หอบหายใจด้วยความร้อนรนเมื่อวิ่งมาถึงสำนักงาน สแกนม่านตาเข้าไปข้างในห้องหลัก เห็นแอลเดินไปเดินมาอย่างกังวลใจอยู่หน้าร่างของชายชราบนพื้น "ไลท์คุง" เมื่ออีกฝ่ายเห็นเขาใบหน้าซีดเซียวก็เริ่มมีหวัง "ได้โปรดดูแลเขาด้วย" ไลท์ย่อตัวลงข้างวาตาริและเริ่มตรวจสอบ "ชีพจรกับอัตราการเต้นของหัวใจปกติ เขาหายใจอยู่...นายว่าจมูกเขาเลือดไหลไม่หยุด? มันก็ไม่ได้แตกหรือเป็นแผลนะ..."


แอลพยักหน้า ยกปลายนิ้วโป้งขึ้นกัด "ผมใช้ทิชชู่ซับเลือดตอนพยายามทำให้มันหยุด"


"ทุกอย่างดูปกติดีนี่ น่าจะแค่กำเดาไหล แต่ถ้าไม่ได้สติในเร็วๆ นี้ก็ต้องให้หมอตรวจอีกที" ไลท์สันนิษฐานหน้าเครียด ภาวนาให้ชายชราไม่เป็นอะไรร้ายแรง ด้วยอายุเท่านี้ เกิดเรื่องกับร่างกายแค่เล็กน้อยก็น่าเป็นห่วงแล้ว


"โอ้ ผมสบายดีครับ"


เด็กหนุ่มหันขวับเพื่อจะพบชายชราที่กำลังลุกขึ้น ปัดฝุ่นเสื้อผ้า ดึงทิชชู่ในกล่องมาเช็ด 'เลือด' ที่ยังเปรอะเปื้อน คนโดนรวมหัวแกล้งหน้าถมึงทึงหันไปหาเจ้าตัวการ


"นาย" เค้นเสียงรอดไรฟัน "ฉันพอกับนายแล้ว"


แอลแสร้งปาดน้ำตาปลอมๆ ออกจากหางตา ฉีกยิ้มกว้าง "แย่หน่อยนะครับ ผมไม่"


"ฉันจะไม่มาเหยียบที่นี่อีกจนกว่าจะพรุ่งนี้" ไลท์ประกาศกร้าว "ฉันจะไม่ยอมโดนนายแกล้งเป็นเด็กๆ อีกแล้ว" เรียวขายาวก้าวเร่งขึ้นบันไดไปคว้าหนังสือสักเล่มของแอลจากห้องนอน ได้ยินเสียง "พยายามเข้านะครับ" ดังไล่หลัง


เมื่อกลับลงบันไดอีกครั้งเขาก็ร่ำลาเป็นครั้งสุดท้าย "ฉันไปล่ะ" กระชากประตูเปิด หรืออย่างน้อยก็พยายามกระชากติดเสียแต่มันไม่ขยับเนี่ยสิ "นายทำบ้าอะไรกับประตูวะ?"


"ก็แค่ลงล็อกครับ" แอลตอบเหมือนมันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร "เป็นสิ่งที่มนุษย์ปกติพึงกระทำเพื่อปกป้องถิ่นที่อยู่ของพวกเขา"


ดวงตาสีน้ำผึ้งหรี่ลง "ให้ทาย นี่ซ่อนกุญแจเรียบร้อยแล้วสินะ"


"แน่นอนครับ คุณต้องอยู่ที่นี่ต่อไป"


ไลท์คำรามอย่างเหลืออด พึมพำคำสบถตลอดทางไปเก้าอี้ตัวเองเพื่ออ่านหนังสือ ทว่าแน่นอน มันเปิดไม่ได้ "อะไรอีกเนี่ย" มือออกแรงกางหนังสือสุดความสามารถ ผลก็คือหน้าแรกๆ ขาดติดมือเขามาเลย "นายติดกาวที่หนังสือ?"


"ก็อาจจะ" ผู้ต้องหาตอบเสียงราบเรียบก่อนหันไปขำคิกคักกับตัวเอง


"ฉันสาบาน ถ้านายยังไม่หยุดเราได้ต่อยกันแน่" ไลท์ถอนหายใจเหนื่อยหน่าย ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู "เพิ่งสิบเอ็ดโมง!?"


"เหลืออีกสิบสามชั่วโมงเชียว"


"ฉันจะไปชั้นบน" เด็กหนุ่มกระทืบเท้าระบายอารมณ์เดินขึ้นบันไดโดยมีบุคคลผู้ไม่เป็นที่ต้องการตามหลังมาอย่างเงียบเชียบ


ไลท์ตัดสินใจจะดึงดูดความสนใจตัวเองไปกับการเขียนระบายความงี่เง่าของแอลลงสมุดโน้ต ย่อตัวลงนั่งเก้าอี้หน้าโต๊ะก่อนสะดุ้งสุดตัวกับเสียงหวีดลั่นที่มาจากแตรลมซึ่งติดเทปอยู่ข้างใต้ "โธ่เว่ย แอล!"


เจ้าของชื่อโผล่หัวมาให้เห็นจากหลังประตู ดวงตาแฝงประกายขบขัน


"นายเล่นสนุกมากเกินไปแล้ว เมื่อไรจะพอใจสักที" คนเด็กกว่าบ่นงึมงำพลางนั่งลงที่ขอบเตียงแทน เพียงเพื่อจะไปกระตุ้นเสียงแก๊สบางอย่างข้างใต้นั้น


"ไลท์คุง!" แอลหน้าบึ้ง กอดอกหรี่ตาราวกับจะดุ "มีมารยาทหน่อยสิครับ"


ไลท์ลุกขึ้นสอดมือเข้าไปใต้ผ้าปูที่นอนแล้วดึงถุงผายลมที่ตอนนี้ฟีบสนิทออกมา "เอาจริงดิ? นี่ไอเดียบรรเจิดสุดเท่าที่นายจะคิดได้?"


"ผมมีความคิดดีๆ อีกมากและปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเรียกเสียงหัวเราะได้เสมอ"


"เออ นั่นมาจากนักสืบอันดับหนึ่งของโลก" ไลท์ขมวดคิ้วกวาดสายตาไปรอบห้อง บางทีเขาอาจต้องเช็กให้แน่ใจก่อนนั่งหรือไม่ก็ยืนมันทั้งวันไปเลย "งั้นฉันก็คงต้องทนหิวทั้งวัน นายซ่อนของแผลงๆ ไว้ทุกที่เพราะงั้นแค่จะก้าวเท้าก็ได้โดนแกล้งก่อนแน่"


"ไม่ครับ ผมเตรียมอาหารไว้ให้คุณ เชิญหาทานตามสบายเลยครับ"


"ฉันไม่เชื่อ"


"งั้นผมจะเอามาให้"


"ไม่ต้องเสนอตัวเลย"


อีกฝ่ายถอนหายใจยอมเดินออกจากห้องไป "งั้นผมก็ช่วยอะไรคุณไม่ได้แล้ว"


ดวงตาสีน้ำผึ้งจ้องเขม็งไปที่แผ่นหลังค่อมราวกับคนแบกของหนักด้วยความเดือดดาล "อย่างน้อยก็ช่วยเว้นห้องน้ำไว้!"


ทั้งที่ยังอารมณ์เสียอยู่ เขาตัดสินใจลงไปเสี่ยงกับห้องครัว แต่ก็จะระแวดระวังตัวหลบหลีกอะไรก็ตามที่อาจเป็นกับดัก สองเท้าย่ำลงบันได จับจ้องทุกจังหวะฝีเท้า ค่อยๆ ย่องเข้าไปในห้องครัว กวาดสายตามองทั่วทุกที่ราวกับอยู่ในหนังสยองขวัญ ทันที่ที่ส้นเท้ากระทบพื้นห้องครัว ไฟทุกดวงก็ดับลง ไลท์ถอนหายใจ "เอาล่ะ นี่มันชักจะ---"


ทันใดนั้น เสียงเย็นก้องกังวานสะท้อนทั่วห้องที่เงียบสงบ "คุณคิดว่าคุณหนีผมได้ ยางามิ ไลท์ คุณคิดผิด ผิด ผิด"


"โอ้ย หุบปาก" เด็กหนุ่มส่งเสียงกลับไปไม่เบานัก ตรงไปเปิดตู้เย็นทันทีเมื่อดวงตาปรับเข้ากับความมืดมิดได้ แสงสว่างจากภายในช่วยให้หยิบจับอะไรสะดวกขึ้น เขาเทนมใส่แก้วและหยิบแซนด์วิชสำเร็จรูปซึ่งดูปกติดีจากเท่าที่มองด้วยตาเปล่า ยกแก้วขึ้นจิบแต่แล้วก็ต้องพ่นมันออกในทันที รสชาติพิลึก เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ไม่ใช่นมแน่ๆ!


"น้ำเปล่ายังปกติอยู่ไหมหรือนายจะให้ฉันขาดน้ำตาย!?" ไลท์ตะโกนขณะเทของเหลวประหลาดลงอ่างล้างแล้วรินน้ำเปล่าเข้าไปแทนที่ พินิจมันอยู่ครึ่งนาที ทำให้แน่ใจว่าหน้าตาและกลิ่นเป็นปกติจากนั้นจึงชิมจิบนึง ตอนแรกมันก็ธรรมดาสามัญจนกระทั่งเริ่มดื่มอึกใหญ่ก็ต้องมีคนนิ่วหน้าไอค่อกแค่ก "นี่นาย--ใส่เกลือไปเยอะแค่ไหนกันเนี่ย" ทั้งหมดที่เขาได้ยินมีเพียงเสียงหัวเราะแผ่วๆ ลอยมาตามลม


เริ่มกัดฟันและกำหมัดแน่นเข้าไปทุกที ไลท์เทน้ำทิ้งอ่างล้าง เหลือบมองแซนด์วิชก่อนมันจะลงถังขยะไปโดยไม่ลังเล


เดินไปเช็กห้องน้ำเพื่อที่จะได้เตรียมตัวถูกเมื่อต้องใช้ขึ้นมา เปิดสวิชต์ไฟและเริ่มสำรวจ กรณีเลวร้ายที่สุดที่เขาคิดได้คือแอลทำอะไรสักอย่างกับชักโครกจนมันกดไม่ลงหรือบางทีอาจไปรุ่มร่ามกับท่อจนน้ำชักโครกไปออกที่ฝักบัว ทั้งสองจินตนาการนั้นน่าขยะแขยงเกินบรรยาย เพราะงั้นเขาควรจะอาบน้ำก่อนแล้วค่อยใช้ชักโครก ที่ราวแขวนมีผ้าเช็ดตัวเรียบร้อย


สอดแขนผ่านม่านไปหมุนก๊อก ปลายนิ้วสัมผัสหยดน้ำที่ตกลงมา ดมกลิ่น มันคือน้ำเกลือ เพราะงั้นต้องระวังไม่ให้เข้าตา แต่มันก็ไม่ใช่อะไรที่แย่นักเมื่อเทียบกับความเป็นไปได้อื่นที่ผ่านเข้ามาในสมองเขาทุกสิบวินาที


ถอดเสื้อผ้าออกขณะรอให้อุณหภูมิปรับไปเป็นระดับที่ต้องการ จากนั้นจึงดึงม่านปิดหลังเข้ามาข้างใน หลุดร้องเสียงหลงเมื่อสังเกตเห็นแมงมุมยักษ์กระดุกกระดิกอยู่ตรงมุมห้อง มันใหญ่พอๆ กับทารันทูล่า นั่นคือสิ่งที่เขาพอจะบอกได้จากหางตา และเมื่อกล้าพอจะมองเต็มตาอีกครั้งก็พบว่ามันนั่นแหละทารันทูล่า เขาส่งเสียงในลำคอ ทั้งทดท้อใจกับชะตากรรมที่เผชิญทั้งปวดกบาล พิษมันรุนแรงสุดก็แค่กล้ามเนื้อบวมเพราะงั้นไม่มีเหตุผลให้ฆ่า แต่แอลดันล็อกประตูเขาจะพาแมงมุมคืนสู่ธรรมชาติก็ไม่ได้อีก หรือวันนี้เขาจะไม่อาบน้ำดี มันยังคงมีวันพรุ่งนี้ที่ไม่ใช่เมษาสัปดนบัดซบเวรตะไลนี่เสมอ


ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอื้อมมือไปปิดน้ำ สะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นแมงมุมตัวเดิมคืบคลานอย่างรวดเร็วมาทางเขา รู้ตัวอีกทีก็กระเด้งตัวหลบตามสัญชาติญาณไปคว้าเอาเสื้อผ้ามาใส่ เขาไม่ได้กลัวแมงมุมด้วยซ้ำ ก็แค่ไม่ชอบมันเหมือนคนส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่เคยเช่นกันที่เขาจะตอบสนองแบบนั้น เป็นเรื่องที่เข้าใจได้เพราะคุณเองก็คงทำตัวไม่ถูกถ้ามีทารันทูล่าโตเต็มวัยผ่อนคลายสบายใจอยู่บนพื้นห้องน้ำ หันหน้าเข้าหาคุณแล้วถูขาหน้าที่เต็มไปด้วยขนราวกับวางแผนชำแหละอาหารกลางวันอยู่


ชักจะเพ้อเจ้อไปกันใหญ่แล้ว บางทีเขาควรจะไปสงบสติอารมณ์บนโซฟาตลอดทั้งวัน (แน่นอน หลังเช็กว่าไม่มีถุงผายลม) อาจจะน่าเบื่อหน่อยแต่ก็ปลอดภัยกว่าเดินไปรอบๆ สำนักงาน ไลท์ตัดสินใจใช้วิธีหลีกเลี่ยงนี้จึงกลับไปที่ห้องหลักนั่งลงบนโซฟาอย่างระแวดระวัง ทุกอย่างดูปกติดี เด็กหนุ่มยกเท้าขึ้นมาเอนตัวนอนราบกับโซฟา ปกติ เขานอนแบบนั้นอยู่หลายนาที ก็ยังปกติ


หวังว่ามันจะปลอดภัย แต่ทุกครั้งที่คิดแบบนั้นมันมักจะไม่เสมอ เขานอนอยู่แบบนั้น ไม่รู้ว่านานแค่ไหน แต่ต้องเผลอผล็อยหลับไปอย่างแน่นอน เพราะตื่นขึ้นมาอีกทีสิ่งแรกที่ได้ยินก็คือเสียงหัวเราะของแอล แค่เพียงลืมตา สีหน้าของเขาก็ว่างเปล่าระอากับชีวิต ดวงตาเสมองไปหาคนคุ้นเคยที่นั่งอยู่ปลายโซฟา หัวเราะเสียงใส


"อะไรอีกล่ะคราวนี้?" ไลท์กดเสียงต่ำ "นายทำอะไรฉัน?" สำรวจตนเองในทันที แต่ก็ไม่เจอความผิดปกติใด เขากลอกตาก่อนเงยขึ้นมองแอลอีกครั้ง


อีกฝ่ายยังขำคิกคักอยู่เลยตอนที่ลุกขึ้นพาเขาไปที่ห้องน้ำ จากในกระจก หน้าของไลท์ถูกวาดด้วยมาร์กเกอร์ หนวดสีน้ำตาลเหนือริมฝีปากและแว่นกลมข้างเดียวที่ตาขวาคล้ายสุภาพบุรุษยุคเก่า ดวงตาสีน้ำผึ้งหรี่ลง หันไปหาแอลเสียงเบื่อ "แกล้งแบบนี้ซ้ำซากจะตายชัก"


"อย่างน้อยมันก็ทำให้คุณร้อนรนได้ในตอนแรก" ดวงตาที่มองกลับมาแฝงประกายขบขัน "แต่ขอเถอะนะครับ ไลท์คุงอย่าไว้หนวดจะดีกว่า"


เขากลอกตาเป็นรอบที่เท่าไรไม่รู้ของวันและมีแววจะได้ทำต่อไปเรื่อยๆ พาร่างที่บอบช้ำผ่านการรังแกอย่างหนักหน่วงขึ้นห้องนอน ละทิ้งทางโลกโดยสิ้นเชิงผ่านการล้มลงบนเตียง...ซึ่งยังเปียกจากลูกโป่งน้ำเมื่อเช้า โอเค เขาลืมไปซะสนิท แถมโชคไม่ดีที่มันยังชื้นพอจะซึมเนื้อผ้า ทิ้งรอยสีเข้มไว้ที่ทั้งเสื้อและกางเกง ไลท์สบถสองสามคำ เปิดตู้เสื้อผ้าหาตัวใหม่มาเปลี่ยน และแน่นอน ไม่มีอะไรเป็นไปตามแผนในวันที่หนึ่งเมษายน ข้างในนั้นโล่งสนิท ไลท์เริ่มอยากเอาหัวโขกมุมเต้าหู้แล้วตายๆ ไปซะ นี่มันวันไมเกรนแห่งชาติรึไงกัน


ดังนั้นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็คือเปิดตู้ของแอลที่อยู่ข้างกันแล้วคว้าสักอย่างมาใส่ ไม่น่าแปลกใจกับชุดแพทเทิร์นเดิมหลายตัวเรียงกันราวกับก็อปวาง แต่ที่น่าหงุดหงิดที่สุดคือเขาที่มีเซนส์ในการแต่งตัวต้องมาใส่ชุดแบบเดียวกับหมอนั่น เด็กหนุ่มเดินออกไปที่ระเบียงทางเดิน เลี้ยวเข้าไปในห้องของยางามิ โซอิจิโร่แทน อย่างไรวันนี้ก็ไม่มีใครมาทำงานแถมแอลไม่น่าอุตริใส่อะไรไว้ในห้องพ่อเขา ไลท์ลอบยิ้ม ปิดประตูลงล็อก ล้มลงนอนกับเตียงนุ่มอีกครั้ง มั่นใจว่าแผนคราวนี้ฉลาดเหลือเกิน ลมหายใจสม่ำเสมอค่อยๆ แผ่วเบาลง เปลือกตาปิดลงอีกครั้งอย่างสงบสุข


แค่ชั่วโมงเดียว


คราวนี้เขาถูกปลุกด้วยเสียงเพลงเมทัลแทน ทำนองหนักหน่วงของดนตรีกระเทือนผนังห้องเหมือนแผ่นดินไหวขนาดย่อม ไลท์ส่งเสียงรำคาญออกมาดังๆ เหนื่อยเกินจะทำอะไรกับมันได้ เหลือบตามองนาฬิกาที่ผนัง ภาวนาให้เขาหลับไปครึ่งค่อนวันแล้วแต่นี่เพิ่งแค่บ่ายสอง ได้แต่ร้องโวยกับตัวเองอีกครั้ง คว่ำหน้าลงเอาหมอนกดหัว ข่มตาหลับ รู้ดีว่าเพลงเมทัลจะไม่จบในเร็วๆ นี้ แต่อย่างน้อยสิ่งต่อไปที่จะปลุกเขาได้ก็มีแต่เสียงปืน ซึ่งก็ไม่น่าประหลาดใจถ้ามีจริงๆ


เขาค้นพบว่าบางทีตัวเองก็ควรจะสิงอยู่ที่นี่และหูหนวกไปตลอดทั้งวัน เขาเพิ่งจะสิบแปดได้ไม่นาน เด็กเกินกว่าจะยอมตาย และบางทีห้องน้ำส่วนตัวของคุณพ่อก็อาจปกติ ลองกวาดตามองก่อนเข้าไปในนั้น ทำให้แน่ใจว่าไม่มีสัตว์แปดขา เช็กน้ำฝักบัว และทุกอย่างดูปกติดี แต่ถ้าไลท์จะได้เรียนรู้อะไรสักอย่างวันนี้ อย่างแรกก็คือทุกสิ่งไม่ได้เป็นแบบที่เห็นเสมอไป


เขาถอดเสื้อผ้าอีกครั้ง รอสองสามนาทีให้น้ำปรับอุณหภูมิจากนั้นจึงเข้าไปใต้ฝักบัว แล้วก็ต้องสะดุ้งตัวกับน้ำเย็นจัดรีบหมุนก๊อกน้ำไปด้านที่อุ่นขึ้น ซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรนัก ไลท์ถอนหายใจแต่ก็ถือซะว่านี่เป็นเรื่องปกติที่สุดแล้วในวันนี้


ไม่นานนักเขาก็จัดการแต่งตัวจนเสร็จ ล้มลงกับเตียงอย่างเหนื่อยอ่อนอีกครั้ง


นี่เป็นวันที่ยาวนานที่สุดในชีวิต





การแกล้งเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับเป็นเทศกาลสักอย่างที่ไม่มีคำว่าหยุดพัก ไลท์เจอมาหมดทั้งห่านที่ไม่รู้ว่าผุดมาจากนรกขุมไหนวิ่งไล่ ฝนแมลงสาบปลอมหล่นใส่หัว(แอลโดนต่อยหน้าไปหนึ่งหมัดและเขาไม่เสียใจสักนิดที่ทำแบบนั้น) อย่างไรก็ตาม เขาก็ฟันฝ่าผ่านมันมาได้ เมื่อมองนาฬิกาอีกครั้งก็เป็นเวลาห้าทุ่มห้าสิบแปดเสียแล้ว สองนาที แค่สองนาทีทุกอย่างก็จะจบลง ไลท์นอนบนเตียงในห้องของเขาและแอล ตั้งใจว่าเข้าสู่วันใหม่เมื่อไรก็จะพักผ่อนได้อย่างสบายใจเสียที ดวงตาสีน้ำผึ้งจับจ้องอย่างมีความหวัง นับถอยหลังทุกๆ วินาที ได้ยินเสียงประตูห้องเปิดและปิดลง "ขอเหอะ" ไลท์พึมพำเสียงแผ่ว "แค่นาทีเดียวเอง"


"แต่ผมยังมีเซอร์ไพรส์สุดท้ายให้คุณอีก" แอลนั่งลงที่ข้างเตียง ไลท์หันไปทางเขาแล้วลุกขึ้นนั่ง มองด้วยความไม่ไว้วางใจ "อะไรล่ะ ต่อยหน้า? สาดน้ำใส่? ตัดผม?"


แอลยิ้ม "ไม่ครับ"


แล้วเขาก็ทำเซอร์ไพรส์ที่ว่า มันเป็นเรื่องไม่คาดคิดที่สุดเมื่อเทียบกับทุกสิ่งที่เจอในวันนั้น


แอลจูบเขา มันแผ่วเบา อ่อนโยน แต่ก็นานพอจะมั่นใจว่าเขาไม่ได้ฝันไปเอง และเมื่อผละออกไป ดวงตาสีดำสนิทที่มองกลับมาแฝงไปด้วยความกังวลบางอย่าง "คุณคิดว่าไง?"


ไลท์จ้องอีกฝ่ายนิ่งๆ อยู่พักนึง ความรู้สึกมากมายเข้ามาในหัวเกินจะให้คำตอบได้ในทันที


"ที่นายแกล้งฉันมาทั้งหมด" เขาเน้นแต่ละคำพลางลอบสังเกตปฏิกิริยาอีกฝ่าย "อันเมื่อกี๊แย่ที่สุด"


แอลพยักหน้าด้วยท่าทีซึมไปถนัดตา "ขอโทษครับ"


ก่อนดวงตากลมโตคู่นั้นจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเด็กหนุ่มตรงหน้ายกแขนโอบรอบคอ เอนตัวมากระซิบที่หูเสียงเย้าแหย่ "นั่นไม่ควรนับด้วยซ้ำ ฉันไม่อยากให้มันเป็นแค่การแกล้ง"


จากนั้นไลท์ก็เป็นฝ่ายมอบเซอร์ไพรส์ให้แอลกลับ


เป็นเซอร์ไพรส์ที่อาจจะกินเวลายาวนานไปสักหน่อย อาจจะรู้สึกดีเกินไปสักหน่อย


แต่แอลก็ไม่ได้ว่าอะไรเขานะ






----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


เอ๋? ก..ก็จบแล้วไง ;^; จบแล้วจริงๆ บ้า~ คิดมาก มันไม่มีอะไรหรอก

หนึ่งเมษาวันที่ไม่ว่าจะโดนโกหก/แกล้งเรื่องอะไรก็ห้ามโกรธ ก็จะมีคนบางกลุ่มที่เล่นพิเรนทร์เกินคำว่า prank ไปไกลแล้วชอบมาอ้าง =_= กำหมัดนะเอาจริงๆ ระหว่างเขียนฟิคนี้ก็ทุบตุ๊กตาต่างหน้านังแอลไปแล้วค่ะ หมั่นไส้นัก เวอร์ชั่นยามะเคนคือที่สุดแห่งความกวนส้นตาใส พยายามตีขอบเขตไม่ให้การแกล้งรุนแรงมากเกินไป(ไม่เกิดการบาดเจ็บหรือกระทบต่อจิตใจ)อยู่ค่ะ อันนี้เลยค่อนข้างไปในทางไมเกรนกินหัวแทน


แตรลมหน้าตาแบบนี้ค่า นึกถึงเสียงแล้วก็มีมพอสมควร ฟฟฟฟฟ

ข้างๆ กันก็คือถุงผายลม (whoopee cushion) ไม่มีกลิ่นนะคะแค่เสียงเหมือน ;^;

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #174 Cocoamint (จากตอนที่ 128)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 13:07

    น่ารักเกินไป เมดมายเดย์มาก ฟหกดสวกงหกเ ช่วยด้วย ฮือออ แอลแกล้งสนุกเลยน้า แต่ละอย่างนี่ช่างสรรหาจริงๆ ยอมเค้าเลย55555555 แต่มุกแกล้งสุดท้ายนี่น้าาา ฟหหกดวสดกวดห

    #174
    1
    • #174-1 สรรเสริญ​พ่อภู่(จากตอนที่ 128)
      14 เมษายน 2563 / 07:08
      ดีใจที่ชอบนะคะ > < สรรหาอะไรมาแกล้งไลท์ได้จริงๆ เลยนะแอล ป่านนี้ปวดหัวตายไปแล้ว ในส่วนของมุกสุดท้ายนั้น... //ยิ้มเจ้าเล่ห์
      #174-1
  2. #173 123fha (จากตอนที่ 128)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 01:34

    ตื่นมาตอนเช้าต้องมีเจ็บสะโพกบ้างหล่ะสำหรับL

    ไหนๆจะแกล้งคืนก็เอาให้หมอนั่นนอนเหยียดลุกไม่ขึ้นไปเลยไลท์//ให้กำลังใจอย่างถึงที่สุด(สงสารจับใจ)

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-12.png ปล. วัน April fools Day ถ้าชั้นเป็นนายชิงฆ่าตัวตายไปแล้วนะเนี่ยถ้าจะขนาดนี้https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-05.png

    #173
    1
    • #173-1 สรรเสริญ​พ่อภู่(จากตอนที่ 128)
      14 เมษายน 2563 / 07:06
      เอาคืนเลยค่ะไลท์คุง ให้มันได้รู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร น่าหมั่นไส้นักนังตัวดี!
      #173-1
  3. #172 หนูกลางวัน (จากตอนที่ 128)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 16:00

    แค่วันเดียวก็จะทำให้น้องเป็นโรคประสาทได้ สมเป็นนักสืบอันดับหนึ่งของโลกจริงๆค่ะ55555555

    #172
    1
    • #172-1 สรรเสริญ​พ่อภู่(จากตอนที่ 128)
      14 เมษายน 2563 / 07:04
      คุณเค้าเชี่ยวชาญด้านนี้แหละค่ะ ฟฟฟฟฟฟ วันไหนทำไลท์คุงกลอกตาไม่ได้อย่าเรียกเขาว่าแอล ลอว์ไลท์
      #172-1