[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 118 : To find the Yagami 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 173
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    25 ม.ค. 64



Pairing : แอล/ไลท์ , Cat! ลุค , OC ร้อยชีวิต

หมะ- มาต่อแล้วนะคะ!!! TvT //ทำไมตอนนี้มี OC เยอะจัง!?








"---มันถูกเล่นในวงเหล้า นั่นแหละที่มาของชื่อ"


โรแลนผงกศีรษะขอบคุณพนักงาน แก้วเครื่องดื่มใสวางลงที่หน้าเขาและคู่แข่ง ชายหนุ่มยกมันขึ้นจิบขณะที่อีกฝ่ายจดจ่ออยู่กับการพนันนี้


เอมิได้แต่สบถกับโชคของตัวเองที่ไม่มีแม้แต่คู่หรือชุดเดียวอยู่ในมือ ผ่านไปแค่ห้าเทิร์นเท่านั้นโรแลนก็ทำจินได้สำเร็จ หญิงสาวจิ๊ปากเมื่อเขาเกลี่ยไพ่ให้ดูเลขห้าสามใบกับเก้าถึงควีนดอกจิกสี่ใบ เหลือเศษน่ารักๆ แบบเอซ ดีลเลอร์นับคะแนนและระยะห่างของพวกเขาก็ไม่น่าอภิรมย์เอาเสียเลย เอมิเริ่มหมดหวังกับจินรัมมี่เกมแรกของเธอ กลับไปเล่นโป๊กเกอร์แบบเดิมคงรุ่งกว่า


โรแลนยิ้มสบายใจยกเครื่องดื่มชื่อเดียวกับเกมขึ้นจิบ ส่วนเอมิกำลังหัวหมุนกับความไม่เข้าใจกฎแม้แต่นิดเดียว สุดท้ายก็เข้าใจผิดจนมีไพ่ใบที่แปดโผล่มาในมือเสียเฉยๆ


"คุณต้องทิ้งไพ่นะครับ" เสียงผู้ชายสักคนกระซิบจากด้านหลัง หญิงสาวหันไปอย่างมึนงง


"ก็ทิ้งไปแล้วไง"


โรแลนที่เพิ่งสังเกตไพ่ในมือเธอพยักหน้าเห็นด้วย "เธอจะจั่วเพิ่มทั้งที่ยังไม่ได้ทิ้งแน่ะ!" ชี้นิ้วร่ำจะฟ้องดีลเลอร์ว่ามีคนโกง


"นั่นเพราะคุณทิ้งสองไม่ใช่รึไง?" เอมิชี้ไปที่สองหัวใจบนสุดของกองทิ้ง


"น่าจะเป็นความเข้าใจผิดนะครับ คุณผู้หญิง" หนุ่มผมน้ำตาลคนเดิมเอ่ยเสียงนุ่มนวล "พวกคุณกำลังเล่นจินรัมมี่"


หญิงสาวที่หันไปมองคนอธิบายนิ่งค้างสมองประมวลผลชั่วครู่ก่อนจะ "เออ จริงด้วย!" สาวเจ้าเกาหลังหัวตัวเองแก้เก้อก่อนจะทิ้งการ์ดไปหนึ่งใบแล้วจั่วใหม่มาแทนที่ ไม่มีเวลาเตรียมใจด้วยซ้ำตอนที่โรแลนประกาศชัดถ้อย "บิ๊กจิน!" หญิงสาวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอ้าปากค้างพุ่งตัวไปดูมือเขาหวังให้เป็นเพียงเรื่องล้อเล่น แต่เปล่าเลย...ในมือนั้นมีไพ่เก้าอยู่สี่ใบ คิงอีกสี่ใบ ไม่ต้องรอให้ดีลเลอร์นับคะแนนก็รู้ได้ด้วยตัวเองว่าโรแลนเกินร้อยแต้มได้ในการแข่งเพียงสองเกม!


ผู้ชนะในเกมนี้ยิ้มแป้น ยื่นมือมาเช็คแฮนด์กับเธอ ในแบ็คกราวน์มีลูกน้องสักคนมาเก็บชิปเข้ากระเป๋าให้ "เป็นเกมที่สนุกมาก"


"ฉันคงแหยงรัมมี่ไปอีกนาน คุณดวงดีเกินไปแล้ว" เซียนโป๊กเกอร์ยังยิ้มได้แม้จะเป็นฝ่ายแพ้ อย่างไรเงินที่เสียนั่นก็ถือเป็นค่าประสบการณ์


"เดี๋ยวก่อนครับ นี่มันไม่ถูกต้อง"


ผู้เล่นทั้งสองหันไปมองหนึ่งในผู้ชม หนุ่มน้อยผมน้ำตาลเจ้าของดวงตาสีน้ำผึ้งที่ช่วยแนะนำเอมิไปในเกมเมื่อสักครู่


"อะไรเหรอคุณ?" โรแลนถามอย่างใคร่รู้


เอมิเองก็เช่นกัน "มีอะไรรึเปล่า?"


ชายคนนั้นเม้มริมฝีปาก ใบหน้าหล่อเหลามีแววความหนักใจบางอย่างขณะก้าวมาตรงหน้าพวกเขา "ผมแค่สงสัยว่าคุณผู้ชายจะ...โกง?"


"นี่คุณ พูดอะไรมั่วๆ น่ะ! มีหลักฐานรึเปล่า!?" โรแลนขมวดคิ้วตาทะมึน ความโมโหร้อนของเขาทำหญิงสาวข้างกายลนลานไปด้วย


"ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ ฟังเขาอธิบายก่อน" เอมิมองทั้งสองสลับกัน ใจนึงไม่อยากเชื่อว่านักพนันผู้โด่งดังคนนี้จะโกงมือใหม่อย่างเธอ แต่อีกใจก็สงสัยในโชคอันมากล้นพวกนั้น


"คุณโกงอย่างแน่นอน" เขายืนยันเสียงหนักแน่นกว่าเดิม "คิงโพดำกับคิงโพแดงไม่ได้อยู่ในมือตั้งแต่แรก คุณสลับมันตอนดื่มจิน เจ็ดดอกจิกกับสิบโพดำซ่อนอยู่ในแขนเสื้อคุณ"


ผู้ชมที่ล้อมรอบพวกเขาซุบซิบต่อกันอย่างไม่อยากเชื่อ โรแลนหน้าซีดแต่กลับไม่แย้งเขาต่อราวกับยอมรับความผิด ดีลเลอร์คุยสองสามคำกับการ์ดประจำคาสิโนก่อนชายร่างใหญ่จะขอค้นตัวผู้ต้องสงสัย พริบตาเดียวก็ชูไพ่ที่ถูกซ่อนทั้งสองใบสู่สายตาทุกคน เอมิหน้าเสีย พึมพำกับโรแลนด้วยความคับแค้นใจ "คุณโกงฉัน" เสียงเธอดังขึ้นไปอีก "ไอ้ขี้โกง!"


'ขี้โกง' ผู้ชมทั้งหลายย้ำคำนั้นออกมาพร้อมเพรียงกันเป็นการประท้วง ดังสนั่นเสียจนต่อให้อยู่อีกฟากของคาสิโนก็ยังได้ยิน คนที่นั่งตามสล็อตแมชชีนถึงกับลุกขึ้นมาดูเหตุการณ์ บาร์เทนเดนที่กำลังเช็ดแก้วเงยหน้าขึ้น คุณลุงที่นั่งสนทนาอยู่ด้วยอย่างออกรสก็เช่นกัน


ดีลเลอร์ในชุดแบบดั้งเดิมมีสีหน้าเรียบนิ่ง ดวงตาคู่คมลอบมองชายหนุ่มคนนั้นที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เอมิโค้งขอบคุณเขาเสียยกใหญ่ปากก็พร่ำอยากตอบแทนน้ำใจแทบจะเสนอบ้านพร้อมที่ดินให้...เจ้าของดวงตาสีน้ำผึ้งคู่นั้นที่ฉายแววหลักแหลมจับสังเกตได้แม้กระทั่งกลโกงของมืออาชีพ


ริมฝีปากกระตุกเป็นรอยยิ้ม หญิงสาวมีอายุมองไพ่เจ็ดดอกจิกกับสิบโพดำในมือด้วยสีหน้ายากจะคาดเดาอารมณ์


ดีลเลอร์เดินอย่างสงบนิ่งเพื่อเข้าใกล้เด็กหนุ่มที่ได้รับคำชื่นชมมากมายสำหรับการกระทำแสนอาจหาญเมื่อครู่ "คุณคงเชี่ยวชาญในรัมมี่ทีเดียว ใช้บริการที่นี่เป็นครั้งแรกสินะคะ?"


"ครับ ผมเพิ่งเคยมา ส่วนเรื่องรัมมี่...เพิ่งเคยได้ยินกฎเมื่อกี๊นี้เอง เรียกว่าเชี่ยวชาญก็คงจะเกินไป" รอยยิ้มบางเบาประดับใบหน้าละมุน ชายหนุ่มนั่งลงในตำแหน่งเดียวกับชายชาวต่างชาติคนก่อน ประสานมือไว้บนโต๊ะ "จินรัมมี่สนุกดี แต่ผมยังไม่ทราบกฎของรัมมี่ทั่วไปเลย"



หญิงสาวเริ่มสับไพ่อย่างเชี่ยวชาญ ดวงตาสีน้ำผึ้งมองตามแฝงประกายความตื่นเต้น การ์ดทุกใบสะบัดพลิ้วตามแรงเป็นการเคลื่อนไหวราวกับผีเสื้อกระพือปีก


เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามว่างเปล่า มีคนกลุ่มหนึ่งล้อมพวกเขาเอาไว้ ผู้ที่ไม่เคยเล่นรัมมี่เองก็สนใจที่จะฟังคำอธิบาย "เด็คที่ดิฉันถืออยู่ประกอบด้วยไพ่ห้าสิบสองใบ" เธอสับไพ่ด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม "แรกสุดผู้เข้าร่วมแต่ละท่านจะต้องวางเดิมพันเหมือนกับการพนันอื่น ค่าเข้าร่วมคือหนึ่งชิป หากแข่งสองคนจะได้ไพ่ท่านละสิบเอ็ดใบ สามคนเก้าใบ สี่คนเจ็ดใบ และไม่เป็นที่นิยมคือห้าคนห้าใบ"  จากนั้นจึงบอกความแตกต่างของกองจั่วกับกองทิ้ง หงายไพ่ใบแรกของกองจั่วเพื่อวางในกองทิ้ง "จุดประสงค์คือต้องจัดไพ่เพื่อให้ครบชุด ถ้าคุณมีสามใบที่เหมือนกันทั้งเลขหรือเรียง เช่น เก้าโพธิ์แดง โพธิ์ดำ ดอกจิก นับเป็นหนึ่งชุด สาม สี่ ห้า ข้าวหลามตัดนับเป็นหนึ่งชุด" เธอวางไพ่ที่อธิบายไว้เพื่อความชัดเจนจากนั้นจึงหยิบเก้าข้าวหลามตัดไปเข้าชุดแรก  สองและหกข้าวหลามตัดเข้าชุดที่สอง


"การฝากการ์ดเช่นนี้เรียกว่ารัมมี่ คือไพ่ที่มีความเข้ากันกับชุดนั้น โดยสามารถฝากได้ทั้งชุดของตนเองและผู้อื่น" หญิงสาวกระแอมก่อนเริ่มสาธยายต่อ "การนับแต้ม A มีค่าสิบห้าแต้ม สองถึงเก้าทุกใบมีค่าใบละห้าแต้ม ไพ่ J Q K สิบแต้ม ยกเว้นสองดอกจิกและ Q โพดำมีค่าห้าสิบแต้ม ซึ่งเราจะเรียกมันว่าสเปโต หากใครรวมคะแนนถึงห้าร้อยก่อนก็จะเป็นผู้ชนะ"


"เป็นเกมที่ใช้คณิตศาสตร์จนน่าปวดหัว" ชายหนุ่มยกหลังนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากอย่างครุ่นคิด "งั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้เล่นสินะครับว่าจะเก็บคะแนนจากบนโต๊ะหรือพึ่งโชคของตัวเองด้วยการจั่ว" ดีลเลอร์ผงกศีรษะ ความจริงเกมนี้ยังมีกฎยิบย่อยอีกมาก แต่แค่อธิบายได้เพียงเท่านี้ก็มักทำหลายคนถอดใจไปหาสิ่งที่ง่ายกว่าแทน จึงตัดสินใจละเรื่องนั้นไว้ก่อน


หญิงสาวทำการสุ่มแจกไพ่แบบหงายไว้ทั้งที่ว่างเปล่าและตรงหน้าคนผมน้ำตาล ทุกคนขยับเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้นเพื่อลองวิเคราะห์เกม


เอมิที่ด้อมๆ มองๆ อยู่แถวนั้นร้องอ๋อขึ้นมา ถือวิสาสะหยิบ A ขึ้นมาหนึ่งใบจากฝั่งที่ไม่มีคนนั่ง "งั้นถ้าเราอยากจะใช้วิธีที่เร็วที่สุดในการทำแต้มก็เลือกรวมเอซ สอง สาม สี่ มันจะปั่นป่วนมากเพราะอีกคนก็อยากได้เอซนี้เหมือนกัน"


คนที่นั่งอยู่เดาะลิ้น ดวงตาสีน้ำผึ้งจดจ้องที่ไพ่ฝั่งตัวเองไม่วางตา "หรือไม่ผมก็ต้องรอเก็บเอซนั้นในช่วงที่จะได้คะแนนมากขึ้นแล้วเก็บชุดสองที่มีสามตัวแทน มันจะยุ่งยากสำหรับอีกฝั่งเช่นกันเพราะเป็นการตัดโอกาสในการทำแต้มถึงสาม หัวใจ โพดำและดอกจิก" มือเรียวยกขึ้นนวดหว่างคิ้วกับสถานการณ์ตึงเครียดตรงหน้า "ไม่ใช่ว่านี่ควรจะเป็นเกมที่สนุกเหรอครับ?"


หญิงสาวยิ้มบางทั้งที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา "รัมมี่มือเปล่าสนุกที่สุดเลยค่ะ" เธอรวบรวมไพ่ทั้งหมดมาไว้ในมือเพื่อเริ่มสับใหม่อีกครั้ง "แต่กับการพนันที่ใช้เงินจำนวนมากหากแพ้จะสูญเสียทุกอย่าง ความไม่ไว้วางใจ เล่ห์เหลี่ยมเพทุบายและกลโกง ไม่มีใครสนุกจริงๆ กับรัมมี่แบบนี้หรอกค่ะ"


"น่าเสียดายที่คนเราใช้เกมฝึกสมองแบบนี้มายุ่งเกี่ยวกับการพนัน" ชายหนุ่มทอดถอนหายใจ ดวงตาสีน้ำผึ้งหลุบลงก่อนจะเงยขึ้นสบหญิงสาว "ผมตัดสินใจแล้วครับ เกมแรกที่ผมจะแข่งก็คือรัมมี่"


ดีลเลอร์ส่งเสียงตอบรับเตรียมตัวจะประกาศในกรณีที่เขาต้องการหาคู่แข่ง ทว่ามือเรียวนั้นกระตุกแขนเสื้อของเธอเอาไว้ก่อน


"จะว่าอะไรไหมถ้าผมอยากเล่นกับคุณ?"


"...คะ?" เธอนิ่วหน้าด้วยความไม่เข้าใจ


"ผมอยากจะเล่นกับคุณ" เขายืนกรานคำเดิม "ยิ่งสู้กับคนที่มีฝีมือมากเท่าไรเราก็จะยิ่งพัฒนาได้เร็ว คุณอธิบายกฎรัมมี่ได้อย่างคล่องแคล่ว ผมควรเล่นกับคุณ"


"ดิฉันไม่--- คุณควรเลือกนักพนันท่านอื่น ดิฉันไม่อยู่ในจุดที่สามารถแข่งขันทางการได้ ดิฉันเป็นดีลเลอร์" คนถูกรั้งไว้เอ่ยเสียงแผ่ว เด็กคนนี้ไม่เข้าใจ เธอเห็นเกมมามากกว่าเขานัก ทั้งทักษะหรือจะเล่ห์เหลี่ยมล้วนเทียบไม่ได้ และเธอไม่อยากให้คนอนาคตไกลเช่นเขาพาชีวิตมาจบที่การพนันนี้


"ที่นี่ไม่ได้มีดีลเลอร์คนเดียว" เขาแย้ง ยืดหลังขึ้นน้อยๆ "อย่างที่คุณบอก รัมมี่ที่เป็นการพนันไม่สนุกเพราะงั้นผมถึงอยากให้นี่เป็นแมทช์ฝึกซ้อม เราจะไม่ลงเงินแม้แต่ชิปเดียว"


"ถึงอย่างนั้น..." เธอพยายามจะแย้งในตอนที่มีเสียงหนึ่งดังมาจากตรงบาร์


"ไม่ได้ยินรึไง? นั่นมิสึริของเราจะลงแข่งล่ะ เธอช่วยไปเป็นดีลเลอร์แทนซิ"


ดวงตาสีน้ำผึ้งเหลือบมองชายชราเจ้าของเสียง พุงพุ้ยๆ นั่นกระเพื่อมขึ้นขณะที่เขาลุกขึ้นสั่งหญิงสาวแถวนั้น ครู่เดียวคนในชุดดั้งเดิมอีกหนึ่งก็ตรงมาหาพวกเขา


"โยชิดะซัง..." ดีลเลอร์ที่ตอนนี้มีตำแหน่งเป็นผู้แข่งขันส่ายหน้าอย่างหน่ายใจน้อยๆ


เพื่อนร่วมอาชีพตบไหล่ให้กำลังใจก่อนรับเด็คการ์ดจากเธอเพื่อมาสับต่อ หญิงสาวเห็นจะแย้งไม่ได้ก็ได้แต่ดึงเก้าอี้ออกมานั่งลง เตรียมตัวสำหรับเกมที่กำลังจะเริ่ม









ยางามิ ไลท์ไม่เข้าใจเลยสักนิด


"และฝั่งผู้ท้าชิงเป็นผู้ชนะค่า~!" ดีลเลอร์คนใหม่ประกาศเสียงใส กลุ่มชนที่มามุงดูการแข่งปรบมือยินดีตามๆ กัน


หญิงสาวฝั่งตรงข้ามยกมือขึ้นมาปิดปากที่หลุดขำคิกคัก "ดีนะคะเนี่ยที่ไม่ได้ลงพนันไว้ไม่งั้นดิฉันผอมซูบไปหนึ่งเดือนเต็มแน่" หลุบตามองคะแนนที่ห่างกันไม่เห็นฝุ่นแล้วยิ้มกว้างกว่าเดิม "เล่นครั้งแรกจริงหรือคะ?"


"อ่า ครับ ครั้งแรก" ใบหน้าเหลอหลาพยายามกลับสู่ความราบเรียบตามเดิมแม้จะยังคิ้วกระตุกอยู่


ห้าร้อยสิบห้า ต่อ สามร้อยเจ็ดสิบ พระเจ้า เขาชนะคนในคาสิโนด้วยคะแนนเท่านี้


...ในการแข่งครั้งแรก!...


หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกก่อนลุกขึ้นด้วยท่าทีสำรวมเช่นทุกครา "เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ลงแข่งกับคุณค่ะ"


"ผมก็เหมือนกันครับ" เขาลุกตาม ยังไม่เชื่อในสายตาตัวเองนักแต่ทั้งหมดนี่เป็นความจริง


ดวงตาสีน้ำผึ้งมองรอบข้างถึงได้รู้ว่ามีคนเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่มากเพียงใด เขาพึมพำคำขอโทษก่อนเดินออกจากวงล้อมซึ่งทุกคนก็เต็มใจหลีกทางให้อย่างดี


ไลท์ไม่รู้ว่าควรเดินไปทางไหนต่อ เขาเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ได้ไม่กี่ชั่วโมงดีแถมเพิ่งชนะดีลเลอร์มืออาชีพ...นั่นหมายความเขามีแววด้านนี้งั้นหรือ? คาสิโนเป็นแหล่งรายได้มหาศาลจากโชคและไหวพริบการพนัน เขาที่มีทั้งสองอย่างควรจะทำเช่นไรในสถานการณ์นี้ที่เงินเป็นสิ่งสำคัญที่สุด


ชายหนุ่มเม้มริมฝีปาก ส่ายหน้าไล่ความลังเลพวกนั้น ทั้งที่ตัดสินใจลงมือทำอะไรตั้งหลายอย่างเพื่อให้ได้มาอยู่ในจุดนี้จะมาเปลี่ยนใจเอาตอนนี้ก็ไม่ทันเสียแล้ว


"เฮ้ย หนุ่ม"


เงยหน้าขึ้นเพื่อจะค้นพบว่าตัวเองมาหยุดอยู่ตรงบาร์ บาร์เทนเดอร์เอนตัวลงวางข้อแขนกับเคาท์เตอร์ แต่เสียงแก่ๆ เมื่อครู่ดูจะเป็นของลุงคนที่นั่งฝั่งลูกค้าเสียมากกว่า


ไลท์ชี้ที่ตัวเอง ผู้อาวุโสพยักหน้า


"เออ หนุ่มนั่นแหละ" มือนั้นตบลงที่เก้าอี้ข้างกาย เขาเห็นดังนั้นก็เข้าไปนั่งด้วยความสงสัย


ชายที่อยู่เคียงข้างคือคนเดียวกับที่สั่งดีลเลอร์เมื่อตอนนั้น แม้จะมีอายุแล้วแต่แต่งเชิ้ตฮิปปี้แขนยาวสีม่วงแดง ปลดกระดุมสองเม็ดบนเผยให้เห็นสร้อยทองคำสามเส้น ที่ปลายผมขาวโพลนมีไฮไลท์สีฟ้าอ่อน ดูเท่ไม่ยอกแม้จะไม่มีส่วนใดในร่างที่เข้ากัน


ดวงตาเรียวเล็กมองไปข้างหน้าอย่างเฉยชา มืออวบยกเครื่องดื่มขึ้นกระดกจนหมดในรวดเดียว และบาร์เทนเดอร์ก็รู้ดีพอจะรีบชงแก้วใหม่ให้ -ค็อกเทลรสแรงที่มีแอลกอฮอล์มากกว่ามิกเซอร์- ซึ่งเพิ่มความแปลกใหม่ให้กับการเทในทุกครั้ง ความเงียบก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสามหากไลท์ไม่รู้สึกแย่ที่มันเป็นเช่นนั้น


"ไม่เคยเล่นพนันจริงเรอะ"


เสียงงึมงำในลำคอนั้นคล้ายจะคุยกับตัวเอง แต่ไลท์ไม่คิดว่าอีกฝ่ายมีแม่ซื้อหรือนางฟ้าทูนหัว


"ครับ แต่ผมดันทำได้ดีจนตัวเองยังตกใจ" เขาพูดตามที่คิด ชายข้างกายเท้าแขนขวากับเคาท์เตอร์มือซ้ายยกแก้วขึ้นจิบทั้งหันข้างมาสนทนากับเขาโดยตรง


"ยิ่งกว่าดีเสียอีก ชนะดีลเลอร์ของเราได้นี่ไม่ธรรมดา" ของเรา


ไลท์ลอบยิ้มภายในใจ นี่เขาฝีมือเตะตาถึงขนาดเจ้าของคาสิโนเอ่ยปากชม ดวงตาสีน้ำผึ้งเป็นประกายยกมือขึ้นทำทีกระแอมแก้เขิน


"โยชิดะ ฮิโระ" มาสเตอร์ของที่นี่พูดชัดถ้อย เขย่าแก้วไปข้างหน้าเป็นการชี้คนหนุ่ม "ชื่ออะไรน่ะเรา"


ไลท์อ้าปากเตรียมจะบอกแต่ก็ยั้งคิดได้ทัน เขายิ้มสุภาพให้ฝั่งนั้นก้มศีรษะน้อยๆ อย่างให้เกียรติก่อนจะเอ่ยปากตอบ "ผมเจมส์ เทอร์เนอร์ ยินดีที่ได้รู้จักครับโยชิดะซัง"


อีกฝ่ายพึมพำคำต่างประเทศด้วยการออกเสียงแบบญี่ปุ่น นิ่วหน้าขมวดคิ้วเมื่อรู้ว่าไม่สามารถพูดออกมาได้ชัดเจน "ลูกครึ่ง?"


"ครับ พ่อผมเป็นชาวอเมริกันส่วนแม่เป็นชาวญี่ปุ่น" ต้องขอบคุณสีผมของเขาที่ทำให้คำโกหกดูน่าเชื่อถือขึ้นโข "ผมเติบโตที่อเมริกาน่ะครับ"


"ถือสัญชาติอื่นงั้นก็มาที่นี่ได้บ่อยๆ น่ะสิ!?" บาร์เทนเดอร์โพล่งขึ้นมา เมื่อทั้งสองหันไปมองก็ก้มหน้าเช็ดแก้วทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น


"ลูกชายผมก็เคยไปเรียนที่นั่น" ดวงตาฉายความตื่นเต้น ชายชราทำหน้านึก "ที่วาน...วานคูว่า"


"แวนคูเวอร์นี่เอง น่าเสียดายจริงที่ผมเรียนในนิวยอร์ค" คนเด็กกว่ายิ้มบางด้วยความเอ็นดูแต่ไม่ได้ทักอะไร เอาน่า คนกำลังมีความสุขจะไปขัดเขาทำไม


"อ๋อ เออ ก็น่าไปอยู่นะ" ชายแก่สรุปกับตัวเอง ยื่นแก้วที่ว่างเปล่าอีกครั้งให้พนักงานคนเดิม "ดื่มไหมล่ะ"


คำถามส่งมาโดยไม่ทันตั้งตัวทำเอาคนเพิ่งเข้ามหาลัยได้ไม่นานสะดุ้งเล็กน้อย "ดื่มอะไรครับ?"


"นมวัวม้าง" เขายื่นแก้วมาทางคนหนุ่ม "สุราน่ะ สุรา"


ไลท์รับมันมาด้วยความลำบากใจที่ไม่แสดงออกทางสีหน้า "พอดีว่าผมต้องขับรถกลับ คงไม่..." นั่นถือว่าโกหกก็จริง แต่อย่างน้อยก็พอรักษาน้ำใจกันได้


"โอเค โอเค ผมเข้าใจ แล้วปกติเราดื่มอะไรล่ะ?"


"กาแฟดำครับ"


"หืม?"


เจ้าของคาสิโนหัวเราะร่า ไลท์ขมวดคิ้ว "ของแบบนั้นไม่มีหรอกหนุ่ม! มีแต่แอลกอฮอล์ น้ำอัดลม น้ำผลไม้เท่านั้นแหละ"


เขาก็พอจะรู้เรื่องนั้นอยู่แล้ว แต่คำถามคือปกติเขาดื่มอะไรไม่ใช่เหรอ...


"งั้นก็น้ำผลไม้ก็ได้ครับ" ไลท์ถือแก้วนั้นนิ่งๆ ต่อไป ขณะที่อีกฝ่ายไม่ยอมความ ชี้มาที่เขาแล้วตะโกนลั่น "ไว้คราวหน้าจะเตรียมไว้ให้ นี่ถ้าเทอร์เนอร์คุงเขาสั่งอะไรก็เก็บบิลที่ฉันได้เลย!" ประโยคหลังหันไปกำชับบาร์เทนเดอร์ที่ตอบรับชัดถ้อย


"ไม่ต้องหรอกครับ ขอบคุณความใจดีของโยชิดะซังด้วย" ได้ยินดังนั้นเจ้าของนามแฝงก็รีบปฏิเสธด้วยความเกรงใจ


"ไม่ได้ๆ! มิสึริมานี่มา" เขากวักมือเรียกดีลเลอร์ที่ยังว่างอยู่ ชี้ไปที่ชายหนุ่มข้างกายอีกครั้ง "สอนไพ่ทุกอย่าง สล็อตทุกเครื่อง เกมทุกเกมให้เขาด้วย"


"รับทราบค่ะ"


คนที่จู่ๆ ก็ได้สิทธิพิเศษมากมายมีสีหน้าลำบากใจอย่างแท้จริง "ผมไม่อยากลำบากพวกคุณเลย"


"ลำบากอะไร! มีเพชรถ้าไม่เจียระไนสู้ไม่มีเสียดีกว่า" โยชิดะตบหลังอีกฝ่ายดังป้าบ "คาสิโนนี้ต้องการคนแบบเรานะ เทอร์เนอร์คุง"









จดหมายลาพักการศึกษาได้รับการอนุมัติ


คิระมองซองสีขาวในมือด้วยความมุ่งมั่น อีกไม่นานนักหรอกเขาจะทำเรื่องขอกลับไปอีกครั้ง จากนี้ก็คงดร็อปเรียนไปสองสามปี หรืออาจน้อยกว่านั้นถ้ามีเงินมากพอแล้ว


เอาล่ะ ค่าซ่อมแซมบำรุงบ้าน เพลิงไหม้เกือบทั้งหลังแบบนั้นไม่ต้องพูดถึงสภาพเฟอร์นิเจอร์ ดีไม่ดีซื้อใหม่อาจถูกกว่า ไหนจะค่ารักษา ค่าห้องรายวันในโรงพยาบาลเอกชนแถมพยาบาลส่วนตัว เงินการศึกษาระดับมัธยมปลายของน้องสาว ระดับอุดมศึกษาของตัวเอง...


ใช้ได้...เยอะใช้ได้...ถ้าไม่ได้เล่นพนันก็ไม่รู้จะหามาจากไหนแล้ว


และนี่คือแรงผลักดันหลักที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักพนันชื่อดังอย่างแท้จริง


...เขาต้องการเงิน...


ก้อนกลมมีขาเข้ามาถูหัวกับเขา ลุคร้องเหมียวออดอ้อนเรียกความสนใจ ต้องขอบคุณเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวตอนนี้ที่ทำให้เขายังไม่บ้าตายไปเสียก่อน ที่ว่าเลี้ยงสัตว์ช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าได้เนี่ยถ้าจะจริง


นั่นเรียกสติให้กลับมาอยู่กับความเป็นจริงเช่นกันว่าไม่ได้มีแค่เรื่องของอนาคตเท่านั้นที่ราคาสูง ตอนนี้เขาก็ต้องจ่ายค่าเช่าอพาร์ทเม้นท์ ค่าครองชีพ การเดินทางคมนาคม ไหนจะปากท้องให้เลี้ยงดูถึงสอง ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนต้องใช้เงินไปหมด


โจรปล้นบ้านสิบครั้งไม่เท่าไฟไหม้บ้านครั้งเดียว ไฟไหม้บ้านสิบครั้งไม่เท่าเสียพนันครั้งเดียว


คิระย่อตัวลงลูบเจ้าหน้าขน มันร้องครืดถูหัวอย่างออดอ้อน


ใครจะไปรู้ล่ะ ชนะพนันพันครั้งอาจไม่เท่าไฟไหม้บ้านครั้งเดียวก็ได้









หลังความพยายามในการสืบสวนอย่างหนักในที่สุดก็มีสิ่งที่เรียกได้อย่างเต็มปากว่า 'คืบหน้า' เสียที


นักสืบเจ้าของคดีดูเครื่องติดตามอย่างตั้งใจอยู่ในพุ่มไม้ใกล้ตัวอาคาร สัญญาณยังคงอยู่ตำแหน่งเดิมเช่นเดียวกับเมื่อวานที่มีคนพามันมา เขาจะไม่บุกเข้าไปจนกว่ามันจะเคลื่อนที่ออกไป ผู้ก่อการร้ายคนนี้รอบคอบเป็นที่สุด มันจะต้องทำลายหลักฐานที่อยู่ด้วยการทิ้งจดหมายในที่ห่างไกลแน่นอน ถึงตอนนั้นเขาก็จะสามารถช่วยตัวประกันได้อย่างปลอดภัย เพราะเท่าที่วิเคราะห์จากร่องรอย นี่เป็นอาชญากรรมที่กระทำโดยบุคคลเดียว


ทว่าถึงตอนเช้าของอีกวันแล้วแท้ๆ เครื่องติดตามกลับยังอยู่ที่เดิม แอลกัดเล็บวิตก...หรือคนร้ายจะรู้ทันเลยไม่ยอมทิ้ง?


ติ๊ด ติ๊ด


เสียงความเคลื่อนไหวนั่นเรียกดวงตาสีดำสนิทให้ตวัดกลับมามอง มันไปแล้ว! แอลทำใจเย็นรอให้จุดสีแดงนั้นเคลื่อนตัวไปไกลพอจึงเริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกัน



ไม่รู้อีกนานแค่ไหนมันจะกลับ จะพากำลังเสริมมาก็เหมือนตีกลองป่าวประกาศให้ฝั่งนั้นรู้ว่ามีตำรวจ ที่เขาทำได้ตอนนี้ก็คือต้องรักษาเวลาให้ดีที่สุด


นี่เป็นเพียงอพาร์ทเม้นท์ราคาถูกเมื่อเทียบกับของยางามิ ไลท์ ทว่าอยู่ในละแวกใกล้เคียงกันจนน่าสงสัย ชายหนุ่มตัดกระจกเพียงเล็กน้อยเพื่อปลดล็อกเข้าไปข้างในห้องที่สัญญาณติดตามอยู่ล่าสุด


หัวใจเต้นรัวเร็วเมื่อมือขาวซีดแหวกม่านเพื่อลอบมองข้างในนั้น...


น่าผิดหวัง ไม่มีเด็กมหาลัยถูกมัดโดนเทปปิดปากเลยสักคน


แอลถอนหายใจแต่นึกในแง่ดีว่าอย่างน้อยก็จะได้หาข้อมูลไปจำกัดวงผู้ต้องสงสัยแทน


ร่างนั้นเข้าไปข้างในอย่างเงียบเชียบ ไม่ลืมที่จะปิดม่าน เปิดไฟและเซ็ตให้เครื่องส่งสัญญาณดังอีกครั้งเมื่อมันหยุดนิ่งนานเกินไป ดวงตาสีดำสนิทกวาดมองรอบห้อง เขาพอจะสันนิษฐานถึงห้องผู้ก่อการร้ายไว้บ้าง...แต่ไม่ใช่แบบนี้ บรรยากาศเรียบง่ายทว่าอบอุ่น เตียงถูกจัดเป็นระเบียบ ชั้นวางหนังสือ ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเขียนหนังสือพร้อมแล็ปท็อป...นั่น--- นั่นแหละเบาะแส! เจ้าเครื่องนั้นต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับการแฮกทั้งหมดที่เกิดขึ้นแน่ ไม่รอช้าแอลเสียบแฟรชไดรฟ์เข้าตัวเครื่อง เขาจะเก็บมันไปวิเคราะห์ที่สำนักงานใหญ่ ระหว่างรออัพโหลดข้อมูลก็จะตรวจสอบอย่างอื่นไปพลาง


เขาเปิดตู้เสื้อผ้าเป็นอย่างแรกและผลลัพธ์ก็น่าสนใจทีเดียว นิ้วซีดเซียวคีบหนึ่งในนั้นออกมา ผู้ชาย ไซส์ L สูงเกินร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร มักแต่งด้วยชุดสุภาพภูมิฐาน บางทีคนร้ายรายนี้อาจมีหน้ามีตาในสังคมก็ได้...เท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับรูปพรรณสัณฐาน


รูปพรรณสัณฐาน


เส้นผม


แอลพุ่งตัวไปดูตรงโต๊ะเขียนหนังสือที่มีกล่องเปิดบนไว้ใส่หวี ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอีกรอบ ไม่มี


เขาเหลือบไปเห็นกล่องใสที่บรรจุแปรงสีฟันหนึ่งด้ามไว้ภายใน ยาสีฟัน สบู่เหลวอาบน้ำ สบู่ก้อน แชมพู และบางสิ่งบางอย่างที่บำรุงเส้นผมได้นอกเหนือจากนั้น...ถ้าคนร้ายไม่มีหน้ามีตาในสังคมก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว


จากความสะอาดของเตียงและของห้อง นิสัยอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือรอบคอบเป็นระเบียบ


แอลถ่ายสภาพห้องโดยรวมไว้ มีสีหน้าที่สบายใจขึ้นเมื่อเห็นว่าจุดสีแดงนั้นเคลื่อนไปไกลเกินกว่าจะกลับมาในเร็วๆ นี้


ทว่ากลับมีเสียงหนึ่งขัดขึ้นมาก่อน


"เหมียว~"


นั่นมาจากแมวเมนคูนตัวใหญ่หน้าตาไอคิวต่ำ แอลมองมันอย่างไม่เชื่อสายตา 'แมวของยางามิ ไลท์' มาทำอะไรที่นี่!?


ไม่ใช่แค่รับจดหมายให้แต่ยังอุตส่าห์เลี้ยงแมวให้อยู่ดีกินดี---


ข้อมูลทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ตีกลับเข้ามาในสมองของยอดนักสืบอันดับหนึ่งของโลก ในที่สุดทุกอย่างก็กระจ่าง! เขารู้แล้ว แอลรู้แล้วว่าทำไมผู้ก่อการร้ายคนนั้นถึงได้ทิ้งรอยนิ้วมือของตัวเองไว้ในทุกที่ที่ผู้เสียหายไป นั่นก็เพราะเขา...


ลุคร้องขึ้นมาอีกครั้งและแอลสังเกตได้ว่ามันไม่ได้มองมาที่เขา แต่เป็นข้างหลัง


ลูกบิดประตูหมุนช้าๆ ก่อนจะเปิดออก


ที่ตรงนั้นนักพนันชื่อดังยืนนิ่ง ดวงตาสีน้ำผึ้งหรี่ลงจ้องมองกลับมา มือขวาซึ่งถือถังขยะอยู่กำแน่นจนขึ้นข้อขาว ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด


เครื่องติดตามยังคงเคลื่อนที่ห่างออกไป ทว่าเจ้าของห้องตัวจริงอยู่ตรงหน้าเขา


"ฉันน่าจะรู้ให้เร็วกว่านี้" เสียงนั้นกดต่ำอย่างอันตราย "นายมันไม่น่าไว้ใจจริงๆ ด้วย"






--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

(อนึ่ง แวนคูเวอร์อยู่แคนาดานะเออ...)

ตอนสามมาแล้วค่าทุกคลลลลลล //จุดพลุฉลอง

อย่างที่บอกว่าร่างพล็อตเสร็จแล้ว ไม่ดองเรื่องนี้แน่ แต่น่าจะมาช้าหน่อยเพราะใช้ฟีลและข้อมูลเยอะเป็นพิเศษ //ปาดเหงื่อ

ตอนนี้ OC อย่างเยอะเลยเวงเอ้ยยยย ไม่ต้องจำชื่อทุกคนก็ได้นะคะ ไม่ได้ส่งผลยิ่งใหญ่กับอนาคตขนาดนั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #177 [_Ryu_] (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 12:02

    ฮืออออ ทำไมเราเพิ่งมาเจอฟิคนี้ สนุกมากเลยค่ะ ชอบมาก 😭😭😭 เป็นกำลังใจให้นะคะ! รออ่านตอนต่อไปเลยค่ะ

    #177
    0
  2. #166 Cocoamint (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:37
    ฟหวสกด แอแง อยากอ่านต่อ รอติดตามนะคะ
    #166
    1
    • #166-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 118)
      10 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:25
      จะพยายามต่อให้เร็วที่สุดนะคะ ดีใจมากๆ เลยค่ะที่คุณชอบ ฮือ //กุมใจ
      #166-1
  3. #164 [ LuksornNoy ] (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 09:01
    อยากถามแอลดังๆมากว่าใครเป็นคนให้ข้อมูลเรื่องไลท์โดนคิระลักพาตัวเหรอคะ? คือมันก็เห็นๆกันอยู่แล้วว่าคิระนั่นแหละไลท์! เฮ้อ..

    Fic ST!! ตอนนั่งดูเรื่องนี้คือลายตามากค่ะ ทั้งทัตสึยะซัง ทั้งมาซาทากะซัง ดีไพหมด ในฟิคถ้าคุโรซากิมีบทบ้างก็ดีนะคะ- -“ แบบ ในซีรีย์เขาบทน้อยละเกิ้นนนนน
    #164
    1
    • #164-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 118)
      7 มกราคม 2563 / 19:43
      เป็นหลักฐานรอยนิ้วมือชวนเข้าใจผิดอย่างนึงค่ะที่ชี้ไปหาคิระ แล้วก็เพราะไม่มีใครคิดว่าคนที่หายตัวไปแถมเป็นนักศึกษาแบบไลท์จะแฮกอะไรได้มากขนาดนั้น รวมๆ ก็คือทั้งเรื่องคิดกันไปเองค่ะว่ายางามิ ไลท์ = เหยื่อ //ยิ้มขำ

      ST นี่แค่ดูซีรีส์ก็อุทานในใจแล้วค่ะว่ายากขนาดนี้ใครจะไปแต่งฟิคได้!? ทั้งตลค. การสืบสวนต่างๆ โอ้โห...ขนาด ao3 ยังมีอยู่แค่สองเรื่อง //กำหมัด

      จริงๆ อยากเขียนของฮิมุระกับ High&Low ด้วยนะคะ แต่สองด้อมนั้นก็ยากพอกัน โดยเฉพาะ High&Low อันนั้นวินาทีที่ดูจบคือลืมเนื้อเรื่องหมดเลยยยย
      #164-1
  4. #162 123fha (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 13:39

    เป็นอิฉันคงรู้ไต๋ตั้งแต่เจอหน้าพี่แกครั้งแรกแล้ว//เป็นสีหน้าที่โคตรใสซื่อ(เสแสร้ง)????????

    ปล.พวกคุณทั้งคู่มันก็หน้าไหว้หลังหลอกเหมือนกันนั่นแหละ

    #162
    1
    • #162-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 118)
      7 มกราคม 2563 / 19:30
      นั่นสินะคะ แอลคือหน้าซื่อแต่น่าสงสัยเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ

      หน้าไหว้หลังหลอกสุด ความจริงคืออะไรไม่รู้จัก //facepalm
      #162-1