[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 117 : The Boggarts of Mr. Lawliet (ไลท์/แอล)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 173
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    25 ม.ค. 64



Pairing : ไลท์/แอล , แอล & วาตาริ & โรเจอร์ , เวดี้ , ริวซากิ , บ็อกการ์ตคุง

ไม่รู้ทำไมตอนแต่งในหัวมีแต่ฟิลเตอร์โพนี้ ฟหกด่าสวนยนข

ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับ AU Hogwarts เรื่องก่อนนู้นนะ<3 /// OOC มากค่ะคุณ!!!









ครั้งแรกที่แอล ลอว์ไลท์เผชิญหน้ากับบ็อกการ์ตเขาอายุเพียงแค่เจ็ดปีทั้งยังเพิ่งเริ่มแสดงออกถึงเวทมนตร์ในตัว เด็กชายอาศัยอยู่ในคฤหาสน์เก่าแก่ที่ไม่มีใครมากไปกว่าคุณแวมมี่ โรเจอร์ เหล่าเอลฟ์ประจำบ้าน ซึ่งส่วนดีที่สุดของบ้านหลังใหญ่เช่นนี้คือแอลมีเรื่องให้เรียนรู้มากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน เพราะไม่มีทางเลยที่จะหมดลู่ทางให้สำรวจอย่างแน่นอน ความเชื่อโดยไร้ข้อกังขานี้เองที่พาให้เขาโดนโรเจอร์คาดโทษสามครั้งต่อสัปดาห์และมีช่วงเวลายากลำบากกับสิ่งแปลกประหลาดนามว่าบ็อกการ์ต


แอลผู้ไม่ใส่ใจจะเล่นกับเด็กอื่นใช้ทั้งชีวิตอ่านหนังสือได้ราวหนึ่งในสี่ส่วนของห้องสมุด คุณแวมมี่ในวัยชราจะคอยแบกร่างเล็กกลับห้องเมื่อตากลมๆ นั่นเริ่มอ่อนล้า ทว่าวันวานเหล่านั้นได้ผ่านพ้นไปและแอลโตพอจะเขย่งหยิบหนังสือจากชั้นแล้ว ขอบคุณมาก เขาถือว่าตัวเองฉลาดเป็นพิเศษสำหรับพ่อมดอายุเท่านี้ ดังนั้นจึงไม่พลาดเลยที่จะตอบทุกคำถามของทุกคนในบ้านด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม


ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับบ็อกการ์ต อัจฉริยะเช่นเขาไม่รู้เลยว่าควรจะทำเช่นไร ไม่แม้แต่จะรู้จักมันด้วยซ้ำ ตอนแรกเขาเปิดนาฬิกาโบราณที่ห้องเก็บของชั้นสามที่แสนรกร้าง ต่อมาทั้งร่างก็ถูกผลักลงพื้นไม้เย็นเยียบ คุณตาที่ดูแลมาตั้งแต่แบเบาะปรากฎให้เห็นเลือนลางในความมืด


"แอล คิดว่าแกกำลังทำบ้าอะไรอยู่?" คุณแวมมี่กระชากเสียงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน "ไอ้เด็กโง่เอ้ย"


ดวงตาสีดำสนิทเบิกกว้างขณะที่คนตรงหน้าเข้ามาใกล้


"เจ้าตัวน่าปวดหัว โตป่านนี้แล้วเลิกดื้อสักวันมันจะตายรึไง?"


"คุณแวมมี่?" แอลเสียงสั่น "คุณแวมมี่ เกิดอะไรขึ้น.."


"แน่นอนว่าอย่างแกคิดไม่ได้อยู่แล้ว" ชายชราแค่นหัวเราะ "ฉันควรจะรู้ อย่างแกน่ะไม่มีวันเป็นพ่อมดได้ ก็แค่เด็กโง่ที่มีเวทมนตร์ในมือ ฮอกวอตส์ไม่มีทางส่งจดหมายมาหรอก ฉันหวังลมๆ แล้งๆ จริงที่คิดว่าเศษขยะจะเข้าเรเวนคลอได้"


"พอแล้ว" แอลร้องขอ หยดน้ำชื้นเริ่มซึมรอบดวงตากลม "คุณแวมมี่ ได้โปรด"


ชายชราส่ายหน้ารำคาญใจ "น่าสมเพช ไม่แปลกใจเลยที่แกไม่มีเพื่อน นี่ รู้อะไรไหมแอล ฉันเองก็เกลียดแกมาโดยตลอด ไม่คิดเลยว่ายิ่งอยู่แกจะยิ่งน่ารังเกียจไปได้มากกว่าที่เคยเป็น"


แอลเกือบหลุดเสียงสะอื้นในตอนที่น้ำตาหยดแรกร่วงลงมา "คุณ..คุณแวมมี่ ทำไมถึงพูดแบบนั้น? ผมรักคุณมากนะ"


ควิลช์ แวมมี่เย้ยหยัน "เอาจริงเหรอแอล? ร้องไห้? มีแต่พวกขี้แพ้เท่านั้นแหละที่ร้องไห้ นี่จะให้ฉันต้องรู้สึกสมเพชอีกนานแค่ไหนกัน"


มันช่วยไม่ได้เลยที่รู้ตัวอีกทีเด็กชายก็กัดฟันน้ำตาเปรอะหน้าอย่างอ่อนแอที่สุด เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคุณตา พ่อมดที่วิเศษที่สุด คนที่สำคัญกับเขามากที่สุดในชีวิตถึงโหดร้ายได้ถึงขนาดนี้ คุณแวมมี่คงไม่ได้หมายความอย่างที่พูด คุณแวมมี่รักเขามาก คุณแวมมี่จะดูแลและไม่ทิ้งเขาไปไหน...ใช่ไหม?


เด็กชายฝืนวิ่งออกไปทั้งที่ร่างสั่นจนแทบควบคุมไม่อยู่ ใช้แขนเสื้อปาดน้ำตาก่อนชนเขากับอกใครสักคน แอลถอยหลัง สูดหายใจทั้งมือแตะรอบตา เมื่อเห็นคนที่เพิ่งชนชัดๆ ก็ขมวดคิ้ว


"คุณแวมมี่!" เขาร้อง ดวงตาที่หวาดกลัวเบิกกว้าง "คุณเพิ่ง-- อยู่--อยู่ข้างใน ใน- ผมขอโทษ อย่าทิ้งผมเลยนะ"


อีกฝ่ายก็ขมวดคิ้วไม่ต่างกัน มือเหี่ยวย่นเช็ดน้ำตาบนใบหน้าซีดอย่างเบามือขณะที่ย่อตัวลงจนสูงเท่าเด็กชาย


"ผมไม่มีวันทิ้งคุณเด็ดขาด คุณพูดถึงเรื่องอะไรกันครับ?"


"คุณอยู่ในห้องเก็บของ" แอลสะอื้น ชี้ผ่านไหล่เขาด้วยนิ้วสั่นๆ "คุณบอกว่าผมเป็นเด็กโง่ เป็นขยะ คุณแวมมี่ไม่รักผมแล้วเหรอ?"


แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่ถูกดวงตาหลังกรอบแว่นก็แข็งขึ้น เขาดันให้เด็กชายไปอยู่ข้างหลัง ออกหน้าปกป้องอะไรก็ตามที่อาจพุ่งออกมาขณะหมุนลูกบิดประตู


แอลขยุ้มชายเสื้อเขาแน่น ดวงตากลมเต็มไปด้วยความสับสน


"แอล นั่นไม่ใช่ผม" ชายชรากล่าวอย่างใจเย็น "มีบางสิ่งอยู่ในนี้และผมจะจัดการหลังเจอมันแล้ว"


ใบหน้าเล็กพยักหงึกหงัก ตามอีกฝ่ายไปในห้องเก็บของอย่างเชื่อฟัง


"ทีนี้ คุณเจอมันที่ไหน?" ชายชรากำชับไม้กายสิทธิ์ของตนเตรียมพร้อม


"นาฬิกาโบราณครับ" แอลพยายามช่วย รู้สึกงี่เง่าอย่างสุดซึ้ง เขาหลงเชื่อไปได้อย่างไรกันว่านั่นเป็นคุณตา ไม่ว่ายังไงเจ้าตัวประหลาดต้องชดใช้กับสิ่งที่มันก่อ นั่นคือเหตุผลที่แอลวิ่งไปเปิดนาฬิกาเก่ากึก เขารู้สึกเหมือนกลับไปเป็นอัจฉริยะคนเดิมอีกครั้ง คุณแวมมี่จะจัดการมันได้แล้ว!


"แอล เดี๋ยวก่อนครับ--" ไม่ทันขาดคำประตูนั้นก็เปิดผาง


ควิลช์ แวมมี่ตัวปลอมมองเด็กชายครู่หนึ่งก่อนพ่นลมหายใจเหนื่อยหน่าย


"อะไรจะน่ารังเกียจได้ขนาดนี้" มันกล่าวส่อเสียด "ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมใครๆ ก็ไม่ชอบแก"


"นายไม่ใช่คุณแวมมี่ซะหน่อย!" แอลจ้องมันตาเขม็ง


"แอล กลับมา" คุณตาตัวจริงเตือน ชูไม้กายสิทธิ์อย่างวางเชิง "หลบข้างหลังผม"


แอลพยักหน้าก่อนหันกลับไปหาเจ้าตัวปลอม พร้อมจะส่งสายตาไม่พอใจที่สุดในชีวิตให้ในตอนที่บางอย่างผิดแปลกไป


"คุณแวมมี่ นี่มันอะไรกัน?" เด็กชายเอ่ยเสียงแผ่ว จ้องมองตัวเขาอีกคนซึ่งเหมือนกันราวกับฝาแฝด ทว่าดวงตาสีดำสนิทนั้นช่างไร้แววของความมีชีวิต


ชายชราเบิกตากว้าง ตัวแข็งทื่อกับสิ่งที่เห็น


"ผมไม่น่าเกิดมาเลย" เสียงเลื่อนลอยราวกับไร้วิญญาณทำให้แม้แต่เจ้าของหวาดผวาว่ามันสามารถเยียบเย็นได้ถึงเพียงนั้น "ผมมันแค่เด็กกำพร้า ไม่มีทั้งพ่อทั้งแม่ ทำไมผมไม่ตายตามพวกเขากันนะ คุณแวมมี่" ใบหน้าซีดยิ่งกว่าซากศพเผยรอยยิ้มที่มีเพียงความทุกข์ระทม "น่าจะตายๆ ไปซะ คุณแวมมี่ ผมอยากตาย...ผมอยากตาย"


แอลกระตุกเสื้ออีกฝ่ายเร้าๆ "ผมอยู่นี่ อย่าฟังมันนะ!"


"ผมอยากตาย ผมอยากตาย ผมอยากตาย!" มือซีดทึ้งหัวตัวเอง มันซุกหน้าลงกับเข่าส่งเสียงกรีดร้องน่าเวทนา "ไม่อยากอยู่ต่ออีกแม้แต่วินาทีเดียว ผมอยากตาย!"


"มันคือบ็อกการ์ตครับ แอล"


"ครับ?"


"บ็อกการ์ต" ชายชราย้ำ ดวงตาฉายแววเศร้าสร้อยทั้งที่ไม่ละสายตาจากภาพลวงตรงหน้า "มันเปลี่ยนรูปเป็นสิ่งที่ใครก็ตามกลัวมากที่สุด"


เด็กชายขมวดคิ้วมุ่น "คุณกลัวผมเหรอ?"


"ไม่เลยครับ"


แอลกำลังจะถามต่อตอนที่คุณตาของเขาเปล่งคาถา "ริดดิคูลัส!"


ชั่วพริบตา ผมของเด็กชายตัวปลอมก็เปลี่ยนเป็นทรงแอฟโฟร่สีส้มสดใส จมูกของเขาใหญ่ขึ้น กลมขึ้น แดงขึ้น เท้าเปลือยเปล่าถูกหุ้มด้วยรองเท้าก่อนมันจะเริ่มเต้น ตอนนั้นเองที่แอลรู้สึกถึงมือที่ดันหลังเขาเบาๆ ให้ออกไปก่อน เด็กชายไม่ทักท้วงอะไรเมื่อพ่อมดที่เก่งกาจอย่างแวมมี่จะจัดการเจ้าบ็อกการ์ดโดยไม่ให้เขาเห็น ร่างเล็กพิงหลังกับกำแพง นึกสงสัยว่าในห้องนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง


ไม่ต้องให้รอนานนักคุณแวมมี่ก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกล่องไม้ขีดเล็กๆ ส่งมันให้เด็กชายได้พินิจ ตัวเขียน Boggart สีทองแสดงถึงตัวตนได้เป็นอย่างดี แบบนี้คุณแวมมี่ก็มีสิ่งอัศจรรย์ไปให้พวกปีโตกว่าแอลดูอีกแล้ว แต่เขาไม่จำเป็นต้องอิจฉาเมื่อเขาเป็นคนค้นพบมัน


"มันพูดอะไรกับคุณอีกบ้าง?" คนอายุมากกว่าถามขณะเดินลงบันได


"มันบอกว่าผมทั้งดื้อด้านแล้วก็โง่ สมควรแล้วที่ไม่มีเพื่อน" เด็กชายก้มหน้างุดไปที่พื้นไม้ ตัดพ้อเสียงแผ่ว "ผมคิดว่านั่นเป็นคุณจริงๆ ผมนี่โง่เหลือเกิน"


คุณแวมมี่ส่ายศีรษะ "ไม่เป็นไรหรอกครับ สำหรับเด็กอายุเท่าคุณนี่ถือเป็นความกล้าหาญที่น่าประทับใจ มันเหมือนคุณมากจนแม้แต่ผมก็สับสนไปทั้งที่รู้ดีว่าคุณอยู่ข้างหลัง"


แอลที่เดินนำหันกลับมามองอีกฝ่าย คิดถึงสิ่งที่เจ้าตัวปลอมพูด


"ผมไม่เคยอยากตาย โลกใบนี้วิเศษเกินกว่าจะยอมทิ้งไปง่ายๆ"


"เยี่ยมมากครับแอล" ชายชรายิ้ม แตะไหล่บางของหลานชายอย่างภาคภูมิใจ "อย่ากังวลกับสิ่งที่บ็อกการ์ตพูดเลย คุณเป็นเด็กฉลาดเสมอและจะยิ่งพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้อีกหลายเท่าตัว"


ใบหน้าซีดเซียวเผยรอยยิ้มบาง "คุณคิดว่างั้นเหรอ?"


"แน่นอนที่สุดครับ"


ทั้งคืนวันนั้นทั้งสองใช้เวลาไปกับการศึกษาค้นคว้าเรื่องบ็อกการ์ต เผื่อในกรณีที่หนึ่งในพวกเขาเจอมันอีกครั้ง


เมื่อโรเจอร์กลับมาบ้านก็หน้าถมึงทึงกับสภาพห้องทำงานของตนที่มีทั้งหนังสือมากมายอ้าค้าง ม้วนกระดาษ น้ำหมึกและขนนกปนกันระเกะระกะ บ่งบอกให้รู้ดีว่าเจ้าตัวยุ่งเข้ามาวุ่นวายในนี้อีกครั้ง เหล่าเอลฟ์กำลังเริ่มเก็บกวาดส่วนยุ่งเหยิงตอนที่ควิลช์เข้ามาอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นที่ห้องเก็บของ หน้าของโรเจอร์ซีดเผือด


"ฉันจะเขียนเรื่องถึงกระทรวง" เขาพึมพำ "ปีศาจเป็นพยาน! มีพวกสัตว์เวทมนตร์แอบซ่อนอยู่ที่นี่อีกกี่ตัวกัน ดีใจเถอะแอลที่ครั้งนี้ฉันจะไม่เอาเรื่อง ขอบคุณมากแวมมี่ที่ช่วยจัดการมัน" ถลึงตาพลิกดูกล่องไม้ขีดไฟสลับกับดวงตากลมโต "เจ้าเด็กกล้าหาญนี่น่าภูมิใจจริงๆ"


"คุณแวมมี่กับผมเรียนรู้เรื่องมัน คราวหน้าเราจะจัดการให้เร็วยิ่งกว่านี้อีก" แอลยืนยันด้วยความมั่นใจ แม้จะยังลบเลือนสิ่งที่บ็อกการ์ตพูดออกไปจากใจได้ไม่หมด


"ยอดเยี่ยมแบบนี้สิสมเป็นลอว์ไลท์"









ครั้งสองและสามที่แอล ลอว์ไลท์เผชิญหน้ากับบ็อกการ์ต เขาอายุสิบสามปีในคลาสป้องกันตัวจากศาสตร์มืดของฮอกวอตส์ แอลและเรเวนคลอปีสามเรียนรวมกับสลิธีริน ปกติฝั่งนั้นก็ยโสเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอมาเข้ากับบ้านเขาเลยกลายเป็นคลาสที่ทั้งกดดันทั้งมีบรรยากาศหนักอึ้งในตัว


เรเวนคลอจับกลุ่มคุยไม่หยุดหย่อน บ้างปลอบประโลมกันถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อวิชานี้เริ่มขึ้น แอลเหลือบไปเห็นถุงช็อกโกแลตที่ศาสตราจารย์เตรียมไว้เพื่อลดความเครียดของนักเรียน เหล่าสลิธีรินหยิ่งในศักดิ์ศรีเกินกว่าจะแตะต้องขนมนั่น พวกเขาเก็บตัวโดดเดี่ยวไม่ก็อยู่กับเพื่อนที่ฐานะทัดเทียม แต่การที่คนในชุดคลุมแถบน้ำเงินแบบแอลอยู่คนเดียวเองก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจนัก


ศาสตราจารย์บอกให้พวกเขาเตรียมตัวกับการสอนในวันนี้มาเกือบสัปดาห์ นักเรียนคนอื่นหวั่นวิตกอย่างเห็นได้ชัด บ้างถึงขนาดสั่นกลัว ทว่าแอลไม่เลยสักนิด เด็กชายโคลงศีรษะไปมาขณะนึกสงสัยว่าถ้ามีใครในนี้กลัวมันมากที่สุดแล้วจะเปลี่ยนเป็นตัวอะไรในเมื่อไม่มีร่างแท้จริง...เขาพร้อมสำหรับเรื่องนี้มาตั้งแต่เจ็ดขวบแล้ว และไม่อยากเป็นพยานในฝันร้ายของใครทั้งนั้น


พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับบ็อกการ์ต


แอลไม่ปฏิเสธเลยว่าเขาคาดหวังจะได้เห็นคุณตาในเดรสและรองเท้าส้นสูง


"เอาล่ะครับ ขอให้ระลึกไว้เสมอว่าบ็อกการ์ตไม่เป็นอันตราย ทุกคนล้วนมีเรื่องที่หวาดกลัวกันทั้งนั้นแต่ในครั้งนี้พวกเราจะผ่านมันไปด้วยกัน" ศาสตราจารย์แวมมี่กล่าวครึกครื้น "ได้เวลาตั้งแถว! สลิธีรินที่ฝั่งซ้าย เรเวนคลอฝั่งขวา"


อัจฉริยะของโรงเรียนกลอกตารำคาญเมื่อถูกคนอื่นดันหลังมาอยู่หน้าสุดของเรเวนคลอ มิโซระกับเพ็นเบอร์ตบหลังให้กำลังใจเขาเบาๆ แต่ก็ไม่กล้าเสนอตัวจะโดนก่อน เขาหันไปมองพวกข้างหลังที่เกาะกันอย่างกังวลเป็นการบอกว่าทุกอย่างจะโอเค หันกลับมาเพื่อจะพบว่าเด็กสลิธีรินคนหนึ่งกำไม้กายสิทธิ์ด้วยสองมือ กิริยาหวาดๆ ผิดกับคนอื่นในบ้าน ศาสตราจารย์แวมมี่เปิดตู้เสื้อผ้ากลางห้อง นักเรียนหลายคนอ้าปากค้างเมื่อไฟสีส้มสว่างลุกโชติช่วงทั่วพื้นห้องลามไปถึงกำแพง แม้ไม่รู้สึกร้อนแต่ก็สะดุ้งเป็นแถบๆ เมื่อคานไม้ไหม้เกรียมหล่นลงมาจากเพดาน จากการสั่นเทาของร่างแอลสันนิษฐานว่าอาจมาจากความทรงจำเลวร้ายสมัยเด็กหรืออะไรทำนองนั้น


"สู้เขาน่า!" เด็กชายจากฝั่งเขาส่งเสียงให้กำลังใจเพื่อนต่างบ้าน


"คุณแม็คเคธี" ศาสตราจารย์เตือนเสียงเรียบ


พวกสลิธีรินขำคิกเมื่อเด็กคนนั้นส่งเสียงหงอยๆ กลับมา "ขอโทษครับ"


เจ้าของความกลัวหลับตาปี๋ ชี้ไม้ไปสักจุดของห้องก่อนร้องเสียงหลง "ริดดิคูลัส!" แล้วไฟที่ลุกโชนก็เปลี่ยนเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจีพร้อมพรั่งด้วยดอกไม้บานราวกับบรรยากาศน่าหวาดผวาเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น


"ยอดเยี่ยมมากคุณเบิร์ธเดย์" แวมมี่กล่าวชื่นชม "ต่อไปคุณลอว์ไลท์"


แอลผงกศีรษะก่อนก้าวมาหยุดต่อหน้าเจ้าตัววิเศษ ยืดหลังขึ้นน้อยๆ เตรียมรับคำด่าทอจากร่างก็อปปี้ของคุณตา หากทว่าดวงตาสีเทาที่มองกลับมาช่างไร้ซึ่งความเกรี้ยวโกรธ


"แอล" คุณตาของเขาร้องเรียก เหล่านักเรียนมองเป็นตาเดียวไปทางศาตราจารย์แวมมี่ที่สอดส่องอยู่ในระยะไกล แต่ไม่มีอะไรสามารถดึงความสนใจแอลไปได้มากกว่าภาพคนตรงหน้าที่ซีดเผือด เลือดแดงฉานเปรอะทั่วร่างสั่นระรัว "ช่วยด้วย..แอล..ได้โปรด" มือข้างหนึ่งยื่นมาหาเขา อีกข้างพยุงขาปราศจากเรี่ยวแรงของตน


"คุณแวมมี่" แอลส่งเสียงแผ่ว ตกตะลึงจนนิ่งค้างไปเมื่อร่างนั้นเข้ามาใกล้


"แอล ได้โปรด!" เขาคร่ำครวญเสียงแหบแห้ง ผิวนั้นเริ่มซีดราวกับซากศพ "ช่วยผมด้วย!"


เสียงคิกคักจากบ้านสลิธีรินเรียกสติแอลให้รู้ตัวว่าเขาสั่นไปทั้งร่าง ไม้กายสิทธิ์ปราศจากความมั่นคง ลมหายใจติดขัด รู้สึกหน้ามืดจนภาพที่เห็นพร่ามัวไปหมด สิ่งเดียวที่ได้ยินคือคุณตาของเขาล้มลงคุกเข่ากับพื้นอย่างน่าเวทนา


"ริด- ริดดิคูลัส" เสียงเขาเบาหวิวจนได้ยินไม่เป็นศัพท์


"แอล" ชายชราคร่ำครวญ เอื้อมมือมาหมายจะคว้าตัวเขา แอลก้าวไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณโดยไม่หวนคิด เขากอดความอบอุ่นตรงหน้าซุกลงกับอกที่ไม่เคยได้สัมผัสอีกเลยตั้งแต่เข้ามาโรงเรียนนี้


อีกฝั่งหนึ่งของห้อง ควิลช์ แวมมี่มีสีหน้าที่ไม่อาจคาดเดาความรู้สึก


"แอล ได้โปรด" ร่างนั้นไอออกมาอย่างรุนแรง เด็กชายผละออกมา หลับตาแน่นไม่พร้อมจะเห็นสภาพของอีกฝ่ายในตอนนี้ "ได้โปรด ช่วยผมด้วย แอล"


"ริดดิคูลัส ริดดิคูลัส..ริดดิคูลัส!" เขารัวคาถานั้นไม่หยุดแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนนั้นเองที่เด็กชายตัดสินใจหันหลังวิ่งฝ่าทุกคนออกไปนอกห้อง


"อะไรล่ะแอลลี่? เมื่อกี๊กอดกับสัตว์ประหลาดซะแนบแน่นเชียวน้า ฮ่าๆๆ!" เสียงของริวซากิดังแว่วมาในวินาทีที่ประตูปิดลง


เด็กชายผมดำล้มลงหน้าห้องเรียน ซ่อนใบหน้าไว้ในฝ่ามืออย่างอับอาย สะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดและปิดอีกครั้ง นักเรียนอีกคนนั่งลงเคียงข้างเขาและเมื่อแอลหันไปมองเขาก็ประหลาดใจที่เห็นไลท์ ยางามิกับถุงใส่ช็อกโกแลต


"ฉันคิดว่านายควรจะกินมัน" ไลท์ทักเขาด้วยคำนั้น แอลรับขนมมาใส่ปากพร้อมพึมพำคำขอบคุณ "เสียใจด้วยนะที่ทุกคนเห็นนั่น"


ดวงตาสีดำสนิทเลื่อนลอยอยู่ที่พื้น "ครับ" เขาตอบรับเสียงแผ่ว "ผมไม่คิดมากหรอก"


เด็กชายทั้งสองนั่งอย่างเงียบเชียบจนกระทั่งไลท์เอ่ยขึ้นอีกครั้ง


"ฉันต่อยหน้าหมอนั่นไป" คนอยู่สลิธีรินเปรยเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แอลเงยหน้าขึ้นขณะอีกฝ่ายขยายความ "รุเอะ ริวซากิ  ฉันต่อยหน้าหมอนั่น เพราะงั้นก็เลยต้องอยู่ล่วงเวลา นายก็ด้วยแหละที่จริง"


คนฟังข่าวถามด้วยเสียงไม่อยากเชื่อ "คุณต่อยริวซากิทำไม?"


ไลท์ขมวดคิ้ว ทำหน้าตาขึงขังจริงจังเกินวัย "เขาไม่ควรเล่นตลกกับภาพศาสตราจารย์...ตาย สาสมดีแล้วน่า แค่เสียสลิธีรินยี่สิบแต้ม หมอนั่นเสียเรเวนคลอสิบ แต่นั่นคงเป็นข่าวร้ายสำหรับนายที่อยู่เรเวนคลอเหมือนกัน โทษที"


เขากะพริบตาปริบกับสิ่งที่ได้ยิน "แต่คุณไม่รู้จักผม"


เด็กชายที่อยู่เคียงข้างหน้าเหรอหรา "เออ จริงด้วย! ฉันไลท์ ยางามิ ฉัน..คือฉันหมายความว่าเราร่วมคลาสกันก็บ่อย ฉันคงคิดไปเองว่า--"


"ไม่ ผมหมายความว่า เราไม่ได้เป็นเพื่อนกัน" แอลแก้


"เราเป็นได้" ไลท์แย้ง "นายควรจะมีเพื่อน"


"ผมไม่"


"นายควร! ไม่งั้นใครจะจัดการกับริวซากิล่ะ"


แอลชะงัก จ้องอีกฝ่ายราวกับจะมองให้ทะลุทุกความจริง "คุณต่อยเขาแรงแค่ไหน?"


"มาก" เขาตอบสบายๆ


"ตรงไหน?"


"เต็มกราม" ไลท์ทวนความจำ "น่าประทับใจมากเลยล่ะถ้าให้พูดตามตรง"


รอยยิ้มมุมปากของแอลค่อยๆ กว้างขึ้น "ช้ำ?"


"อยู่แล้วแหละ" ไลท์ยิ้มเจ้าเล่ห์กลับ


อัจฉริยะของเรเวนคลอพยักหน้า "เยี่ยม แต่ผมไม่ได้เป็นเลือดบริสุทธิ์อะไรนั่นเหมือนคุณหรอกนะ"


ดวงตาสีน้ำผึ้งเฉไปด้านข้าง


"อืม ฉันรู้ แต่นายก็ไม่ใช่พวกเลือดสีโคลนนี่" ยื่นถุงช็อกโกแลตมาทางเขาอีกครั้ง แน่นอนว่าแอลไม่ปฏิเสธ


"เลือดสีโคลน.." คนผมดำเลิกคิ้วกับสิ่งที่ได้ยินก่อนจะเข้าใจในเวลาไม่นาน "พวกมาจากครอบครัวมักเกิ้ล ตระกูลคุณคงเคร่งเรื่องนี้มาก"


อีกฝ่ายขยับตัวอย่างอึดอัดใจ "อ่า ถ้าเลี่ยงได้ ฉันก็ไม่ค่อยอยากจะยุ่งกับพวกนั้นหรอกนะ แต่พอเห็นริวซากิปากพล่อยแล้วมันอดไม่ได้นี่"


แอลหันมาจ้องอีกฝ่ายนิ่งๆ กล่าวเสียงราบเรียบ


"นั่นไม่ดีเลยครับ"


"หา?"


"ถ้าคุณจะต่อยริวซากิ ก็เพราะเขาทำตัวแย่อย่างเดียว ชาติกำเนิดไม่เกี่ยว"


ไลท์เบือนหน้าไม่สบตาเขา "ก็ไม่ใช่ว่าฉัน.."


"ผมสงสัยเหมือนกันว่าถ้าเขาเป็นเลือดบริสุทธิ์ คุณจะยังมาสนผมอยู่ไหม"


เด็กชายตระกูลยางามิเม้มปากเป็นเส้นตรง ทำเฉไฉเปลี่ยนประเด็น "..เรื่องของฉันน่ะช่างเถอะ! มาคุยเรื่องของนายดีกว่า"


"เรื่องของผม?"


"ทำไมจะไม่ล่ะ?" เขากอดอกก่อนทำหน้าครุ่นคิด "นี่อาจจะถามมากไปหน่อยแต่...นายกับศาสตราจารย์เป็นญาติกันเหรอ? คือฉันหมายถึงนักเรียนทั่วไปคงไม่ได้กลัวกับ 'แค่คนรู้จักในโรงเรียน' ตายมากที่สุดในชีวิตแน่ๆ.."


แม้จะยังสงสัยในตัวอีกฝ่ายแอลก็ผงกศีรษะตอบตามความเป็นจริง "ครับ แวมมี่คือสกุลเลือดบริสุทธิ์ ส่วนผมเป็นเลือดผสม ชีวิตไม่ได้ง่ายขึ้นนักหรอกที่มีคุณตาสอนอยู่ฮอกวอตส์ ผมต้องทำเป็นแค่นักเรียนคนหนึ่งในโรงเรียน แต่เมอร์ลินคงเล่นตลกถึงส่งผมไปอยู่เรเวนคลอที่แวมมี่เป็นอาจารย์ประจำบ้านอีกที ตอนนี้ทุกคนคงแครงใจเรื่องที่ผมเป็นศิษย์โปรดของเขา ถึงผมจะไม่สนนักแต่มันคือความจริง"


"งั้นตอนนี้ก็ดีขึ้นน่ะสิ" ใบหน้าของอีกฝ่ายระบายยิ้มบางด้วยความยินดี "ไม่ต้องแกล้งไม่รู้จักอีกแล้ว นายสนิทกับเขาได้มากเท่าที่ต้องการ" เมื่อเห็นเขามองตามถุงช็อกโกแลตที่ถูกแกว่งเจ้าตัวก็โยนมาให้เขาได้จัดการส่วนที่เหลือ "ฉันอยากเป็นเพื่อนกับนายนะ ถึงมันจะดูเหมือนตีสนิทกับลูกรักของอาจารย์หลายๆ คนก็เถอะ"


"ผมจะดูแลเรื่องความชอบของอาจารย์เอง ส่วนคุณก็ดูแลเรื่องต่อยหน้าคนอื่น" แอลเสนอ เลียคราบช็อกโกแลตที่เปื้อนนิ้วมือ "คุณเก่งในด้านนั้นมากกว่า"


ไลท์ยักไหล่ไม่ใส่ใจคำประชดนั้น "แน่ล่ะ ถ้านายจะสู้ใครสักคน พวกนั้นได้ฉีกนายเป็นชิ้นๆ แน่ ผอมเกินไปแล้ว สารอาหารพอรึเปล่าเนี่ย?"


"ผมมีฝีมือมากพอจะไม่อยู่ล่างสุดของห่วงโซ่" เขาตอบก่อนจะหยิบขนมชิ้นใหม่ใส่ปาก "สำหรับความกังวลของยางามิคุง น้ำตาลเป็นอาหารสมองครับ"


อีกฝ่ายหัวเราะเสียงใส "นั่นคือเหตุผลที่ศาสตราจารย์เตรียมช็อกโกแลตไว้เสมอสินะ แต่ฉันคิดว่าคนเราไม่ควรกินของแบบนั้นบ่อยหรอก มันควรมีไว้ลดความเครียดไม่ใช่มื้อหลัก"


ดวงตาสีดำสนิทกลอกไปมา "ครับ ก็ไม่ใช่ว่าคุณจะห้ามผมได้"


"นั่นหมายความว่านายไม่กินอาหารปกติเหรอ?" อีกฝ่ายตั้งข้อสังเกตเสียงเขียว "ฉันต้องทำให้แน่ใจไหมว่านายกินของมีประโยชน์?"


"นั่งกับผมระหว่างมื้ออาหารถือเป็นเรื่องไม่จำเป็น"


ทั้งสองนั่งนิ่งเงียบไปเมื่อจบประโยคนั้น แอลเขย่าถุงไปมาถอนหายใจเมื่อพบเพียงความว่างเปล่า ที่ข้างกายเขาไลท์ ยางามิยังคงนั่งอยู่รอให้หมดเวลาเรียน เด็กชายผมน้ำตาลหันมองเขาเป็นพักๆ เกือบจะอ้าปากแต่ก็หุบเงียบทำเหมือนไม่มีอะไร "ผมรู้ว่าคุณอยากถาม ถามมาเถอะครับ ผมไม่ถือหรอก"


"คุณตานายโอเคไหม?"


คนถูกถามนิ่งไปชั่วครู่ "ไม่ เขา...มะเร็งปอด ตอนนี้โรเจอร์ที่ประจำการอยู่ห้องพยาบาลช่วยดูแลเขาพร้อมๆ กับหมอมักเกิ้ล"


"อ๋อ ด็อกเตอร์โรเจอร์ ก็ว่าทำไมเจอเขาอยู่แถวทางเข้าหอคอยเรเวนคลอบ่อยๆ"


"โรเจอร์กับแวมมี่เป็นรูมเมทตอนเรียนอยู่ที่นี่" แอลอธิบายเสียงราบเรียบ "พวกเขาเป็นเรเวนคลอ ตอนพ่อแม่ผมเสียก็คอยอยู่ดูแลด้วยความเอาใจใส่ ก็ได้แต่หวังว่าในว่าในวันจบการศึกษาของผมจะมีแวมมี่อยู่ในนั้นด้วย"


ไลท์พยายามให้กำลังใจเขา "หมอมักเกิ้ลฝีมือสุดยอดน่า นั่นคือสาเหตุที่พวกเขาเอาชีวิตรอดมาได้ยาวนานโดยไม่ต้องพึ่งเวทมนตร์ ฉันแน่ใจเลยว่าศาสตราจารย์จะต้องอาการดีขึ้น"


แอลยกยิ้ม​ ดวงตาแฝงประกายขบขัน​ "คุณเป็นคนดีมากสำหรับสลิธีริน"


"นายก็ไม่เลวเลยสำหรับเรเวนคลอ"


ประตูห้องเรียนเปิดออก​ นักเรียนในชุดคลุมแถบเขียวและน้ำเงินออกมาหนาแน่นเตรียมไปทานมื้อเที่ยงที่ห้องโถงใหญ่​ นักเรียนกลุ่มหนึ่งหยุดเดินเมื่อเห็นแอล​ก่อนหนึ่งในนั้นจะยิ้มเย้ยหยัน


เป็นริวซากิเจ้าเก่าที่เดินเข้ามาหาเรื่องพวกเขาถึงที่​ "ไง​ แอล" แม้จะใช้น้ำเสียงราบเรียบหากทั้งสองรู้ดีถึงความหยอกเย้าในนั้น​ "คุณตาเป็นไงบ้าง?" เมลโลและเนียร์ที่ตามหลังมานิ่วหน้าน้อยๆ​ อย่างรำคาญเจ้าตัวปัญหา​แต่พวกเขาก็เมินไปเพราะแอลไม่เคยถือโทษโกรธริวซากิอยู่แล้ว


"เขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ​ แหละครับ​ ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วง" คนโดนหยอกรับมุกเสียง่ายๆ


"เอ๊าะเหรอ?​ แต่ดูจากบ็อกการ์ตแล้วเหมือนนายจะกังวลมากเลยนี่~" 


"เลิกทำเป็นล้อเล่นสักทีเถอะ​ ความเป็นตายของคนอื่นไม่ใช่เรื่องตลก" สลิธีรินที่อยู่ข้างกายกดเสียงต่ำ​ ดวงตาสีน้ำผึ้งหรี่ลงเป็นการเตือน


"ยางามิ​คุง​ ไม่เป็นไรหรอกครับ" แอลถอนหายใจก่อนยืนขึ้น​ ยื่นมือไปช่วยจับอีกฝ่าย​ "เราต้องไปเผชิญหน้ากับบ็อกการ์ตแล้ว" 


"โห​ งั้นตอนนี้นายก็เป็นเพื่อนกับตัวอันตรายแล้วเหรอ?"


"ใช่น่ะสิ​ แล้วฉันก็บอกนายไปแล้วว่าให้เลิกเรียกฉันแบบนั้น" ไลท์จะก้าวไปข้างหน้าแต่แอลดึงชายผ้าคลุมอีกฝ่ายไว้ก่อนจะมีรายการมวยอีกรอบ​ "ผมไม่อยากให้คุณถูกส่งไปห้องศาตราจารย์ใหญ่"


"ถูกของคุณลอว์ไลท์ ความรุนแรงไม่ใช่คำตอบหรอกนะครับ" เสียงนุ่มนวลของแวมมี่ดังขึ้นจากด้านหลัง ดวงตาสีเทามองเจ้าตัวแสบประจำบ้านเรเวนคลออย่างหน่ายใจ "คุณควรจะไปห้องโถงใหญ่ก่อนหมดเวลาพักเที่ยงเพื่อจะมีพลังงานสำหรับการกักบริเวณตอนเย็น คุณริวซากิ"


คนผมสองสีกลอกตา ยักไหล่ไม่ทุกข์ร้อนกับบทลงโทษ "คร้าบๆ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ"


แวมมี่ส่ายหน้าน้อยๆ กับพฤติกรรมนั้นก่อนหันมาหาแอลและไลท์อีกครั้ง เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม


"คงไม่ต้องทำแบบเดียวกับคุณใช่ไหม?"


"โปรดอย่าเลยครับ ครั้งหน้าผมจะควบคุมอารมณ์ให้ดีกว่านี้" ไลท์มีท่าทีสำรวมขึ้น รอยยิ้มสุภาพอย่างไม่อาจถือโทษได้


"เยี่ยมครับ เพราะผมเองก็คาดหวังให้คุณลอว์ไลท์ยืนหยัดด้วยตนเองเสียมากกว่า...น่าดีใจที่เขามีเพื่อนดีอย่างคุณยางามิ เข้าข้างในแล้วจัดการกับปัญหาหลักกันเถอะครับ"


"ถ้ามันโอเคสำหรับคุณ ผมอยากจะลองก่อน" คนอยู่สลิธีรินเสนอตัว แม้จะพยายามเก็บซ่อนความหวาดหวั่นมากเพียงใดแอลก็สังเกตเห็นมันได้จากแววตาคู่นั้นขณะที่พวกเขากลับเข้ามาในห้องเรียนอีกครั้ง


"ได้แน่นอนครับ" ศาสตราจารย์เปิดตู้เสื้อผ้าออก


เพียงชั่วครู่เสาไม้สูงก็ปรากฎตรงหน้า ร่างของเด็กชายเจ้าของความกลัวถูกมัดด้วยเชือก เขาคร่ำครวญร้องขอชีวิตอย่างเจ็บปวด เลือดแดงฉานซึมจากบาดแผลบางส่วนเหวอะเป็นขรุยขึ้นมาจากการโดนของร้อนจี้ มือที่รวบไว้ข้างหลังบิดเบี้ยวผิดสภาพทั้งเล็บถูกตอกจนหัก ใต้เท้าสุมด้วยกองฟืนจำนวนมากเตรียมพร้อมสำหรับประกายไฟ


ไลท์เบิกตากว้าง แอลเองก็ไม่ต่างกัน มือของคนข้างกายสั่นอย่างหนักจนแอลประหลาดใจที่ไม้กายสิทธิ์ไม่หลุดลงพื้น


พริบตาก็มีมักเกิ้ลจำนวนมากรายล้อมเสานั้น ชายคนหนึ่งเดินเข้าหาพร้อมคบเพลิงลุกโชนด้วยไฟ เสียงกระซิบ 'พ่อมด' แว่วเป็นทอดหากไม่มีใครเอ่ยปากห้ามหรือยื่นมือเข้าไปช่วยเด็กชาย


"ร-ริดดิคูลัส!" ไลท์ตะโกนคำนั้นทันเวลาก่อนบรรยากาศเลวร้ายตรงหน้าจะเปลี่ยนเป็นหุ่นไล่กาในชุดสีสันสดใสล้อมรอบด้วยฝูงกาตัวจ้อยบนพื้นกระโดดโลดเต้นเป็นวงกลม


"ยอดเยี่ยมมาก คุณยางามิ" ชายชราเอ่ยชม คนผมน้ำตาลผงกศีรษะถอนหายใจอย่างโล่งอก แอลตบไหล่นั้นเบาๆ ไลท์จึงหันมายิ้มให้กำลังใจเมื่ออีกฝ่ายต้องเผชิญหน้าบ็อกการ์ตเช่นกัน


คุณตาของเขาปรากฎตัวอีกครั้ง สภาพอ่อนระโหยน่าเวทนาไม่ต่างจากครั้งแรก  "แอล" เสียงแหบแห้งครวญ มือเหี่ยวย่นยื่นมาหาเด็กชายตรงหน้า "ช่วยผมด้วย"


"ริดดิคูลัส!" แอลท่องคาถาชัดถ้อย หลับตาแน่นด้วยไม่กล้ามองภาพตรงหน้าไปนานกว่านี้


เขาลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินคนข้างกายหัวเราะเสียงใส


"คิก..ขอโทษครับ ขอโทษ แต่มัน..!" ไลท์ปาดน้ำที่ซึมตรงหางตา หัวเราะจนตัวโยน "นายทำได้แล้วนะ!"


คุณตาของเขา...ตอนนี้อยู่ในชุดเดสไหมพรมแดงเข้ม ผ้าพันคอขาวนุ่มฟูรับกับหมวกปีกกว้างประดับขนนก ใบหน้าสงบนิ่งของชายชรามีสีสันขึ้นจากลิปสติกสีกุหลาบและอายแชโดว์สีน้ำเงิน เท้าสะเอวเชิดหน้าขึ้น ข้อมือย่นบิดลงกรีดกรายนิ้วที่อกด้วยจริตชนชั้นสูง


"คุณลอว์ไลท์..."


เป็นครั้งแรกที่แอล ลอว์ไลท์รู้สึกว่าการกลั้นขำเป็นเรื่องยาก ดวงตากลมเต็มไปด้วยประกายขบขัน เม้มปากไม่ให้เสียงใดหลุดรอดออกมาขณะที่สองแก้มพองเป็นกระรอก


"อย่าหักคะแนนผมเลยนะครับ"






"นายเรียนอะไรต่อ?"


"ปรุงยา" แอลถามกลับ "แล้วคุณ?"


"แปลงร่าง" ไลท์ตอบเสียงผิดหวัง


"อ่า"


"..โธ่"


ทั้งสองแยกกันเมื่อถึงห้องโถง แอลเหลือบมองโต๊ะสลิธีรินชั่วครู่ก่อนหันไปทางเรเวนคลอ นั่งลงท้ายโต๊ะใกล้กับเหล่าอาจารย์เว้นห่างจากนักเรียนคนอื่นพอสมควร หยิบหนังสือเรียนของวิชาปรุงยามาทบทวนฆ่าเวลา ทำเครื่องหมายในจุดที่สำคัญก่อนเสียงกระแอมจะเรียกความสนใจ เขาเงยหน้าขึ้นเพื่อจะพบไลท์ยืนอยู่ข้างโต๊ะท่าทีกระอักกระอ่วน


"ไง แอล" ดวงตาสีน้ำผึ้งจ้องที่นั่งฝั่งตรงข้ามอีกฝ่ายอย่างคาดหวัง "นั่งกับนายได้ไหม? เอ่อ ถ้านายไม่ได้กำลังรอใครอยู่..."


"ผมบอกคุณไปแล้วว่าไม่จำเป็นต้องนั่งกับผม"


"นั่นสิ นายบอกว่าแบบนั้นนี่ ขอโทษที"


ใบหน้านั้นเจือยิ้มบางจนแอลต้องรีบแก้ก่อนจะมีคนเข้าใจผิด "ไม่ครับ ไม่มีใครนั่งตรงนี้ คุณนั่งได้"


ไลท์ทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น "ขอบคุณ มันก็แค่...พวกสลิธีรินเซ้าซี้จะรู้บ็อกการ์ตฉันให้ได้แต่ฉันไม่อยากเล่าเลย"


แอลโคลงศีรษะ "คุณก็ไม่อยากให้ผมรู้เหมือนกัน"


"ฉันไม่อยากให้ใครรู้" เขาให้เหตุผล "แต่ฉันดีใจนะที่เป็นนายไม่ใช่มัตสึดะหรือมิสะ"


คนอยู่ต่างบ้านพยักหน้าเห็นด้วยเมื่อนึกถึงเจ้าสองคนที่ทั้งชั้นปีลงความเห็นว่าไม่มีวันเก็บความลับได้ "ผมพอจะเข้าใจสาเหตุที่คุณไม่ชอบมักเกิ้ล แต่ผมยืนยันได้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่เลวร้ายและรังเกียจพวกเรา คุณไม่ควรมีอคติ"


ไลท์เม้มริมฝีปากแน่น ลดเสียงลงจนมั่นใจว่าจะมีเพียงพวกเขาที่ได้ยิน "ก็พวกนั้นทำครอบครัวฉันก่อน เราโดนตามล่ามาไม่รู้กี่ยุคกี่สมัยแล้ว มันไม่ได้มีแค่เผา...มักเกิ้ลทรมานเราเหมือนเป็นสัตว์เดรัจฉาน ทั้งตอกเล็บ ทาบเหล็กร้อน ถ่วงน้ำ แยกแขนขา...พวกเราที่ไม่เคยใช้เวทมนตร์เป็นอาวุธนอกเหนือจากเพื่อป้องกันตัว เป็นนายจะให้อภัยได้ง่ายๆ รึไง?"


เขาส่ายหน้า "ผมไม่มีทางให้อภัยคนลงมือ" ดวงตาสีดำสนิทสบกับอีกฝ่ายตรงไปตรงมา จงใจออกเสียงชัดถ้อยเน้นประโยคหลัง "แต่ผมก็จะไม่ทำอันตรายคนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เมื่อใดที่ปล่อยให้ตนเองถูกความเคียดแค้นครอบงำต่อให้เป็นเลือดบริสุทธิ์คุณก็ไม่ต่างอะไรจากคนพวกนั้น"


ดวงตาอีกฝ่ายที่จ้องกลับมาแฝงด้วยอารมณ์รุนแรง "นายหมายความว่าไงกันแน่?"


"ผมจะไม่ทำร้ายใครลับหลังเพียงเพราะเขาไม่มีเลือดผู้วิเศษ" แอลโน้มตัวเข้าหาเขา "อะไรก็ตามที่คุณวางแผนอยู่ผมอยากให้เลิกซะ คุณเป็นคนฉลาด ไลท์ ยางามิ ผมไม่เคยผ่านเหตุการณ์แบบเดียวกันก็จริง แต่ตอนนี้ทั้งตระกูลคุณอาศัยอยู่ในโลกเวทมนตร์ เรื่องล่าแม่มดนั่นก็เริ่มมีน้อยลงทุกวัน มันจะดีกว่าไหมถ้าคุณจะ...วางอดีตที่แบกอยู่แล้วใช้ชีวิตเหมือนพ่อมดคนอื่น?"


ระหว่างทั้งสองมีเพียงความเงียบงัน แอลปล่อยให้เด็กชายตรงหน้าได้ใช้เวลากับการตัดสินใจ ใบหน้าง้ำงอนั้นแสดงออกถึงความกังวลคิดไม่ตก ดวงตาหลุบลงต่ำไประยะหนึ่งก่อนสบเขากลับด้วยความสงบที่มากกว่าเดิม "...ถูกของนาย"


"ยางามิคุง?"


"ฉันไม่น่ายึดติดกับเรื่องไม่เป็นเรื่องเลยจริงๆ" คนตรงหน้าหัวเราะเสียงใส "เจ้าพวกที่ทำต้นตระกูลฉันมันตายไปก็เป็นร้อยปีแล้ว จะไปแก้แค้นมักเกิ้ลที่ไม่รู้เรื่องให้มันได้อะไร ขอบใจนายมากนะ จากนี้ฉันจะเลิกรังแกพวกเลือดสีโคลนแล้วล่ะ"


โกหก


แอลมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าราบเรียบไร้ซึ่งอารมณ์ มีเพียงเขาที่เห็นทุกสิ่งซึ่งถูกซ่อนใต้หน้ากาก ภายใต้รอยยิ้มอ่อนหวานราวกับโลกนี้มีเพียงสิ่งดีงามนั้นเต็มไปด้วยความยึดมั่นในอุดมการณ์แรงกล้ายากจะถอนตัว ทว่าตอนนี้ในตัวไลท์ยังมีความหวังอยู่


และแอลจะช่วยเขาก่อนถลำลึกจนสายเกินแก้






ครั้งสี่และห้าที่แอล ลอว์ไลท์เผชิญหน้ากับบ็อกการ์ตเขาอายุสิบห้าในบ้านของตัวเองช่วงวันหยุดฤดูหนาว แวมมี่จากไปอย่างสงบเมื่อหน้าหนาวที่แล้วเลยมีศาสตราจารย์คนใหม่มาสอนวิชานั้นแทน หลังความพยายามอย่างหนักในการชักจูงไลท์และขออนุญาตครอบครัวยางามิ ในที่สุดเขากับเพื่อนเพียงคนเดียวก็มาถึงคฤหาสน์เก่าแก่เต็มไปด้วยความทรงจำ


"ที่นี่สงบเป็นปกติ ยิ่งเดี๋ยวนี้โรเจอร์ไม่ค่อยกลับมายิ่งเงียบ เพราะงั้นถึงมีแค่ผมกับพวกเอลฟ์"


ไลท์วางกระเป๋าสัมภาระไว้แถวนั้น มองภายในคฤหาสน์เก่าแก่ด้วยความสนใจ "ว่าแต่นายแน่ใจนะว่าเขาโอเคถ้าฉันจะพักที่นี่"


"แน่นอนครับ คุณอยู่ได้ตลอดทั้งวันหยุดฤดูหนาว โรเจอร์จะยิ่งกว่าดีใจเสียอีกถ้าผมพาเพื่อนสักคนมา"


เหมือนที่ผ่านมา พวกเขาตัวติดกันอยู่แค่สองคน ไลท์เป็นเพื่อนกับทุกคนได้ตราบใดที่ไม่ล้ำเส้น ส่วนแอลนั้นห้ามไม่ได้เลยที่จะล้ำเส้นทุกคน แน่นอนว่าเจ้าตัวไม่ใส่ใจจะรู้สึกผิดแม้ผู้ที่เอ่ยปากด่าเป็นคนแรกคือเพื่อนสนิทจากสลิธีริน


เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่เด็กหนุ่มคนเดิมกอดอกคุมความประพฤติเจ้าของบ้าน เอ่ยกำชับเสียงเข้ม "อย่าไปทำยาอะไรผิดกฎหมายซะล่ะ"


"ถึงคุณจะทำอะไรผมไม่ได้แต่ก็ถือว่าตกลงตามนั้นครับ" แอลตอบเรียบๆ มือก็คว้านดูข้าวของ "ผมแค่อยากรู้ว่าในนี้มีอะไรที่เป็นประโยชน์บ้าง ส่วนผสมของอาจารย์คือของชั้นเลิศอยู่แล้ว" เขาเปิดตู้เก็บของบนผนังด้วยความสนอกสนใจ "ดูนี่สิไลท์คุง มีขวดฟีลิกซ์ ฟิลิซิสอยู่ด้วย รับนะครับ"


"แอล อย่า-!"


คนบนบันไดโยนขวดข้ามไหล่ตัวเอง หันมายิ้มขำขันเมื่อเห็นอีกฝ่ายรีบพุ่งตัวไปรับได้สำเร็จ


"น่าเสียดาย"


"ไม่ต้องมาเสียดาย" ไลท์เก็บน้ำยาโชคดีลงกระเป๋า กลอกตาอย่างเอือมระอา "มันยิ่งทำยากอยู่ ถ้าแตกขึ้นมาเตรียมโดนกักบริเวณได้เลย"


แอลส่ายหัวทั้งที่ยังหันหลังให้ "อย่าทำเหมือนไลท์คุงไม่อยากยุ่งเลย มีของน่าสนใจอยู่เต็มไปหมดและเขาสามารถสำรวจทุกอย่างในห้องนี้ได้ เรามีเวลาทั้งวัน"


เด็กหนุ่มกอดอกแต่ก็กวาดสายตาไปทั่วทุกที่ "นายเป็นเรเวนคลอที่ประหลาดที่สุดที่ฉันรู้จัก"


"คุณถูกแล้ว ผมน่าสนุกกว่าพวกเขาโขเลย" แอลปิดตู้ปัจจุบันก่อนเหลือบไปเห็นชายผ้าที่ถูกเขียนว่า สื่อการสอน อยู่ตรงมุมห้อง


"ไลท์คุง เหมือนผมจะเจออะไรน่าสนใจแล้ว ไปดูกันเถอะ"


"แบบนี้จะโอเคแน่นะ ถึงจะเป็นบ้านนายแต่นั่นก็ของศาสตราจารย์นี่" ไลท์ถาม เขาหยุดอยู่ตรงหน้าบางสิ่งซึ่งถูกปกปิดด้วยผ้าคลุม ขมวดคิ้วด้วยทั้งสงสัยและลังเล


แอลไม่มีความยั้งใจสักนิดตอนที่เอื้อมมือไปดึงผ้านั้น ประตูไม้เปิดอย่างแรงจนชนเขาออกมา


"แอล..."


"โอ้..." เจ้าของบ้านสูดลมหายใจลึก "บ็อกการ์ตอีกแล้ว"


"มันอะไรนะ?" ไลท์พยายามชะโงกหน้าผ่านไหล่เขา ก่อนจะอ้าปากค้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า "นั่นฉันนี่"


"น่าสนใจ" แอลพึมพำ ไม่มีท่าทีประหลาดใจแม้แต่น้อย


"แอล นายรีบ-"


เขากางมือกันเมื่ออีกฝ่ายพยายามเข้าใกล้ "ไม่ครับ ไลท์คุง ผมอยากรู้มันจะพูดว่าอะไร"


"เหอะ เจ้าแพนด้าเลือดผสม" ไลท์ ยางามิตัวปลอมกดเสียงต่ำไม่สบอารมณ์ "คิดว่าอย่างนายจะเปลี่ยนฉันได้รึไง มักเกิ้ลกับเจ้าเลือดสีโคลนพวกนั้นต้องชดใช้สิ่งที่มันทำ"


ดวงตาสีดำสนิทเบิกกว้างไม่กะพริบ "ว่าแล้วเชียว แต่ถึงอย่างงั้น..."


"ว่าแล้วเชียว?!" ไลท์ทวนคำเขาเสียงเขียว


บ็อกการ์ตยิ้มเหยียดหยันชั่วร้ายอย่างที่เด็กหนุ่มคนนั้นไม่เคยทำ แอลหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาพร้อมที่จะปกป้องตัวเอง รู้สึกแย่กับเรื่องนี้แต่ยังอยากรู้ในสิ่งที่มันพยายามขู่


"ฉันฆ่าพวกมันไปแล้ว!" มันระเบิดหัวเราะสะใจดังสนั่นจนทั้งสองสะดุ้ง ใบหน้าถมึงทึงทั้งรอยยิ้มกว้างสาแก่ใจราวกับไม่หลงเหลือสติอีกต่อไปทำให้แอลขยะแขยงสุดซึ้ง "พวกมันสมควรโดน มักเกิ้ลเจ้าเล่ห์! คอยดูให้ดีเถอะแอล ลอว์ไลท์ ฉันจะฆ่าพวกมันให้หมดทุกคน จะไม่ให้มีใครหน้าไหนล่าแม่มดอีกแล้ว ถึงเวลาที่เราจะ 'ล่ามักเกิ้ล' กันแล้ว"


"พยายามได้ดีนี่" แอลพยักหน้าเห็นด้วยว่ามันเหมือนสิ่งที่ไลท์ตอนปีสามรู้สึกจริงๆ ส่งเสียงอุทานเมื่อคนข้างหลังดึงเขาออกจากบ็อกการ์ตเพื่อร่ายคาถา "ริดดิคูลัส!"


นั่นทำให้บ็อกการ์ตรีบเข้าไปซ่อนตัวในตู้เสื้อผ้าที่เคยอยู่ ไลท์คลุมผ้าทับ ไม่พูดไม่จาลากเขาลงบันไดไปที่โถงใหญ่ แอลรู้ได้เลยว่าเขากำลังจะมีปัญหาจากการแค่มองไหล่ที่ตึงด้วยความเครียดนั้น


"ไลท์คุง?"


"หุบปากไปลอว์ไลท์"


แอลยอมเงียบเดินตามอีกฝ่ายแต่โดยดีจนกระทั่งไลท์พามาถึงห้องอาหารและดันให้เขาไปนั่งที่เก้าอี้ คนที่เหมือนมีรังสีความฉุนเฉียวแผ่ออกมาจากร่างหันหลังไปหยิบบัตเตอร์เบียร์สองขวดมาวางบนโต๊ะ นั่งลงตรงข้ามไม่คิดจะทำให้เครื่องดื่มอุ่นขึ้น


"ไลท์คุง ผมรู้ว่าคุณโกรธ" แอลเริ่ม คนที่อยู่อีกฝั่งส่ายหน้า


"ไม่ ฉันไม่ได้โกรธ" ยกขวดขึ้นกระดกหวังให้รสชาติกลมกล่อมนั้นดับอารมณ์ที่พุ่งพล่านของตัวเอง เพื่อนสนิทลอบกลืนน้ำลาย "ฉันมากกว่าโกรธอีก คำนั้นมันอธิบายสิ่งที่ฉันรู้สึกไม่ได้ด้วยซ้ำ"


ดวงตาสีดำสนิทหลุบลงต่ำไม่กล้าทำอะไรมากกว่าจ้องโต๊ะ ยกนิ้วโป้งขึ้นกัดเล็บวิตก "ไลท์คุงฟังผมอธิบายก่อน"


"ไม่ใช่ตอนนี้" เขาตวัดเสียงกลับ "ไม่อยากเชื่อเลยว่าฉันเป็นบ็อกการ์ตของนาย ไหนจะสิ่งที่มันพูดอีก! ไม่เชื่อใจฉันขนาดนั้นเลย"


แอลรีบปฏิเสธก่อนจะมีคนเข้าใจผิด "ไม่ครับ คุณไม่ใช่ปัญหา ผมต่างหาก"


"ก็เอออยู่แล้ว นายคิดว่าอย่างฉันจะทำอะไรบ้าบิ่นแบบนั้นเหรอ? ฉันเกลียดมักเกิ้ลจริงเพราะงั้นถึงไม่เคยคิดจะเปื้อนเลือดพวกมันแน่ บอกนายมากี่ครั้งแล้ว แถมเดี๋ยวนี้ฉันก็คบพวกมักเกิ้ลบอร์นแล้วด้วย"


"ผมรู้ครับ ไลท์คุง แต่..."


"ฉันสาบานกับเมอร์ลินหรือพ่อมดคนไหนในโลกก็ได้ว่าฉันไม่อะไรกับมักเกิ้ลแล้ว ก็ต่างคนต่างอยู่ ล่ามักเกิ้ลอะไรไร้สาระ"


แอลเงยหน้ามองเขาด้วยดวงตามีความหวัง "จริงเหรอครับ?"


"แน่สิ ทำไมจะไม่ล่ะ?"


"ไลท์คุงเคยพยายามฆ่า---"


"ถ้านายต่อประโยคนั้น นายนั่นแหละที่จะโดนฉันฆ่า" ไลท์กอดอกพิงหลังเก้าอี้ "ไม่อยากเชื่อเลยว่าฉันจะเป็นบ็อกการ์ตของคนอื่น"


"ไม่ใช่คุณครับ สิ่งที่คุณพูดต่างหาก" แอลแย้ง "มันเป็นสิ่งที่ผมกลัวที่สุด บ็อกการ์ตเลยเลือกเล่นงาน...แต่เมื่อคุณยืนยันแบบนั้นผมก็ค่อยวางใจหน่อย"


นิ้วเรียวเคาะกับโต๊ะ ดวงตาสีน้ำผึ้งเหลือบมองเขา "แน่ใจ?"


"ที่สุดเลยครับ"


"เยี่ยม" ไลท์ยกบัตเตอร์เบียร์ขึ้นดื่มจนหมดก่อนยันตัวลุกขึ้น ดึงแขนเขาให้เดินตาม


อีกฝ่ายเลิกคิ้วกับท่าทางนั้น "จะไปไหนครับ?"


"พิสูจน์น่ะสิ" เด็กหนุ่มบ้านสลิธีรินหันกลับมาจ้องเขาไม่วางตา "ว่านายไว้ใจฉันแล้วจริงๆ"









ครั้งหกที่แอล ลอว์ไลท์เผชิญหน้ากับบ็อกการ์ต เขาอายุสิบเจ็ดปี ศาสตราจารย์เค็นวู้ดคืออาจารย์คนใหม่ของวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดและเธอไม่รับฟังเหล่านักเรียนเลยว่าพวกเขาเคยเจอบ็อกการ์ตมาแล้ว


"กันไว้ดีกว่าแก้" ที่เธอพูดก็มีเหตุผล


แอลไม่เห็นด้วยด้วยประการทั้งปวง เขาทั้งกันทั้งแก้มันจนเอียน มากพอแล้วสำหรับชีวิตนี้ ไม่มีความจำเป็นต้องเจอมันเลยสักนิด แต่ไลท์เองพอหาข้ออ้างมาเจอมันส่วนตัวเหมือนครั้งก่อนไม่ได้ก็เครียดใหญ่ ยังดีที่เค็นวู้ดมีนโยบายช็อกโกแลตเหมือนแวมมี่พวกที่กลัวอะไรรุนแรงมากๆ จะได้ไม่เส้นเลือดในสมองแตกไปก่อน


เมื่อเข้าปีเจ็ดแล้วหลายสิ่งหลายอย่างก็เปลี่ยนไป ตั้งแต่ตอนใกล้จบปีห้าที่ไลท์เริ่มออกเดทและแอลไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะรู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องนั้นขนาดนี้ อาจเพราะพวกเขาทั้งคู่เป็นพรีเฟ็คจึงเริ่มมีเวลาให้กันน้อยลง...แต่สาเหตุหลักก็คือไลท์มักถูกล้อมรอบด้วยสาวๆ เสียมากกว่า แถมพวกเธอก็ไม่ค่อยชอบแอลเสียด้วย ซึ่งส่วนแย่ที่สุด ผู้หญิงที่ไลท์เดทและดูจะถูกใจมากที่สุดคือมิสะ อามาเนะ ฮัฟเฟิลพัฟเลือดบริสุทธิ์เชื้อสายญี่ปุ่นที่เป็นขั้วตรงข้ามของแอลทุกอย่าง และใช่ เธอเกลียดเขา


เพราะงั้นแอลถึงเริ่มหวาดหวั่นขึ้นมา เขาพอจะเห็นบ็อกการ์ตของตัวเองอยู่ลางๆ แล้ว


ศาสตราจารย์เค็นวู้ดปรบมือเรียกความสนใจของทั้งคลาส เด็กหนุ่มบ้านเรเวนคลอสูดหายใจเข้าลึกก่อนก้าวมาเป็นคนแรกของแถว พร้อมที่จะสู้กับความกลัวที่สุดของตัวเอง เขาหันไปทางขวาเพื่อที่จะเจอสายตาที่มองมาอย่างเป็นห่วงของไลท์ คนผมน้ำตาลส่งยิ้มให้คล้ายบอกว่าทุกอย่างจะโอเค


"นายทำได้น่าไลท์" ทาคาดะตบหลังเพื่อนบ้านเดียวกันเบาๆ เจ้าของชื่อพยักหน้าทั้งที่ยังขจัดความกลัวไปจากจิตใจไม่ได้


"เอาล่ะ หนุ่มๆ ใครอยากลองก่อน?" เค็นวู้ดถาม มองสองคนแรกของแถวสลับกัน


"ผมครับ" ไลท์เสนอตัว เหลือบมองคนข้างกาย "ถ้านายไม่ว่าอะไร"


แอลส่ายหน้ายิ้มขำขัน "ให้หน้าตาก่อนสมองแล้วกันครับ"


"ปากงี้น่าหักคะแนนบ้านจริงๆ" ไลท์บ่นงึมงำก่อนก้าวออกไปข้างหน้า เค็นวู้ดเปิดตู้เสื้อผ้าออก สิ่งวิเศษในนั้นไม่โผล่ออกมาในทันทีคล้ายจะประเมินเด็กหนุ่มตรงหน้า


ภาพนิมิตสักอย่างโผล่ขึ้นมา มันเป็นหลากหลายสถานที่ในโลกเวทมนตร์ ทั้งปราสาทของฮอกวอตส์ที่พังทลายลงจนแทบจำไม่ได้ นักเรียนในชุดเปื้อนเลือดนอนเกลื่อนกลาด ก่อนภาพจะตัดเป็นฮอกส์มี้ดและตรอกไดแอกอนรกร้างหากทุกร้านย่อยยับคล้ายถูกพายุถล่ม คฤหาสน์ของแอลหรือจะบ้านของตัวเขาเองที่ลุกโชนเป็นไฟ...ฝีมือมักเกิ้ล แม้ไม่ต้องมีพวกนั้นปรากฎออกมาสักคนแอลก็รู้ดีถึงสิ่งที่ไลท์กลัวมาโดยตลอด แม้พวกนั้นจะเข้ามาที่นี่ไม่ได้ก็ตาม


เจ้าของความกลัวเม้มริมฝีปากด้วยใบหน้าไม่อาจคาดเดาอารมณ์ "ริดดิคูลัส!" ด้วยเสียงที่มั่นคงส่งให้สถานที่พวกนั้นออกมาสีสันสดใส ริบบอนผูกทั่วทุกตึกและผู้วิเศษทั้งหลายเดินขวักไขว่ยิ้มกว้างอย่างมีความสุข


แม้ความเกลียดชังในพวกมักเกิ้ลจะลดลงเพียงเล็กน้อยแต่ในฐานะที่เคียงข้างอีกฝ่ายมายาวนาน แอลถือว่านี่เป็นพัฒนาการสำคัญอย่างหนึ่ง อย่างน้อยไลท์ ยางามิก็ไม่ได้สนใจเพียงเรื่องของตัวเองอีกต่อไป


"ยอดเยี่ยมมากคุณยางามิ!" เค็นวู้ดกล่าวชื่นชม


ทั้งสองบ้านปรบมือให้ผู้กล้าคนแรกของคลาส แอลมองตามคนที่เดินออกไปอยู่ข้างแถวทั้งรอยยิ้ม ก้าวออกไปเผชิญหน้ากับบ็อกการ์ตของตัวเอง


บ็อกการ์ตค้างภาพรื่นเริงสักพักก่อนเริ่มเปลี่ยนรูปร่าง ไลท์ปรากฎขึ้นตรงหน้าเขา มือข้างหนึ่งกอดเอวอามาเนะไว้ คนผมดำสะดุ้ง รู้สึกได้ถึงสายตาของทั้งคลาสที่มองเขาสลับบ็อกการ์ต ทั้งซีรีบรั่มของพวกเขาคงวุ่นวายไปกับการพยายามเชื่อมโยงเรื่องราวว่าเกิดอะไรขึ้นตั้งแต่แรก


"รักฉันมากเหรอ?" บ็อกการ์ตหัวเราะเสียงใส "จริงดิ? คิดว่าฉันจะรักนายกลับ? นึกว่านายฉลาดมากซะอีก"


หน้าเขาเริ่มร้อนด้วยความอับอายขณะที่ข้างหลังเสียงซุบซิบดังขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงหู เขาไม่กล้าหันไปมองเพื่อนสนิทของตัวเองเลยสักนิด ไม่เมื่อเขาไม่เคยอยากเป็นแค่เพื่อน มือขาวซีดกำไม้กายสิทธิ์แน่น กลืนทุกความวิตกทิ้งไป เตรียมจะสู้กับภาพบาดตาตรงหน้า


"ไม่มีใครรักคนแบบนายหรอก"


"ริดดิคูลัส!" เขาร้องเสียงสั่น


บ็อกการ์ตอามาเนะผมเปลี่ยนเป็นสีม่วง ใบหน้าอ่อนหวานลิปสติกเลอะรอบปากทั้งรองพื้นผิดเบอร์จนน่าตลก เธอกรี๊ดลั่น บ็อกการ์ตไลท์ขำจนตัวโยนชี้นิ้วไปที่อีกฝ่าย แอลเม้มริมฝีปาก เหลือบมองไลท์ตัวจริงที่ยืนกอดอกทั้งใบหน้าราบเรียบ ก่อนพึมพำขออนุญาตศาสตราจารย์ไปเข้าห้องน้ำ


เมื่อพ้นประตูห้องจากที่เดินก็เริ่มออกวิ่ง เขาอับอายจนไม่รู้จะทำอะไรต่อไป รู้แค่ว่าไม่พร้อมจะเจอหน้าใครทั้งนั้น


พวกเขารู้แล้ว ไลท์รู้แล้ว


เด็กหนุ่มหอบหายใจขณะวิ่งผ่านโถงทางเดิน จมดิ่งไปกับอารมณ์มากมายที่เข้ามารบกวน ไลท์เกลียดเขาแล้ว ไลท์ชอบผู้หญิงและจะเลือกอามาเนะ แอลเป็นแค่เพื่อนแถมตอนนี้อาจจะไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว บ็อกการ์ตเวรนั่นทำทุกอย่างพังหมด แอลตั้งใจเก็บความรู้สึกที่มีให้ไลท์ไปตลอดชีวิต ไม่เคยมีความคิดที่จะสารภาพมันออกไปสักนิด เขายินดีที่จะเป็นเพื่อนของไลท์ตลอดไป แต่ตอนนี้แม้แต่จะคุยกันแบบเมื่อก่อนก็คงทำไม่ได้


แอลทรุดตัวลงข้างหน้าห้องน้ำชาย ยกขาขึ้นซุกหน้ากับเข่า น้ำตาค่อยๆ ไหลอาบแก้มแม้จะพยายามกลั้นไว้แค่ไหน เขาจะจัดการความรู้สึกพวกนี้ได้ในสักวัน อย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่หวัง


เสียงฝีเท้าเตือนให้แอลรู้ถึงการมาของคนสุดท้ายบนโลกที่เขาอยากเจอตอนนี้


"แอล!"


เจ้าของชื่อรีบเข้าไปในห้องน้ำก่อนอีกฝ่ายจะได้ว่าอะไรต่อ ล็อกตัวเองในห้องลึกที่สุด นั่งลงถอนหายใจโล่งอกก่อนสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยอยู่หลังประตู


"ขอคุยได้ไหม?"


"ไม่ครับ" เขากัดฟันพยายามไม่ให้เสียงสั่นไปมากกว่านี้ "ปล่อยผมไว้คนเดียวเถอะ"


"แอล ได้โปรด" เสียงของไลท์ทั้งแผ่วเบาและจริงใจ "เราปรับความเข้าใจกันได้ ฉันไม่- ฉันไม่โกรธนายเลย"


"คุณสงสารผม"


"ไม่ใช่แบบนั้น ฉันแค่--"


"ไม่ครับ"


ประตูห้องน้ำส่งเสียงดังทั้งสั่นน้อยๆ แอลขมวดคิ้ว


"อย่าทุบประตูสิครับ แบบนั้นคุณจะเจ็บเอง" เขาเตือนด้วยความเป็นห่วง "ผมให้คุณเข้ามาไม่ได้ ไลท์คุง คุณไม่เข้าใจ"


"ฉันเข้าใจ" ไลท์ตอบในทันที "ถ้านายไม่ให้เข้าไป งั้นคงต้องคุยด้วยจากตรงนี้ ถึงมันจะดูแปลกๆ ก็เถอะ" เขายังคงยืนอยู่ตรงนั้นตามที่พูด "ฉันจะพูดต่อไปเรื่อยๆ แล้วกัน ฉัน...ไม่คิดเลยว่าฉันจะเป็นบ็อกการ์ตของนายอีกแล้ว"


ไลท์ถอนหายใจ "แอล นายไม่ควรกังวลเรื่องถูกปฏิเสธ นายไม่รู้-- ฉันหมายถึง​ ฉันก็ไม่ได้เกลียดนายหลังจากเห็นนั่น ทำไมต้องพยายามหนีหน้ากันขนาดนี้ด้วย"


"ผมควรจะตอบคุณหรือเงียบต่อไป?" แอลถามกลับ ไลท์หัวเราะเบาๆ เขาถือว่านั่นเป็นคำอนุญาต "คุณชอบผู้หญิง ไลท์คุง แล้วคุณก็...ไม่สนใจผมในแง่นั้น มันไม่เป็นไรหรอกครับ บ็อกการ์ตถูกแล้ว"


ไลท์ทุบประตูอีกครั้งเมื่อได้ยินคำนั้น


"บ็อกการ์ตผิดแล้ว!"


ทั้งสองที่อยู่คนละฟากฝั่งเหลือเพียงความเงียบงัน แอลกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก รอให้ไลท์เป็นฝ่ายพูด เพราะถ้าเขาพูดอะไรไปตอนนี้คงมีแต่สิ่งที่ไม่สมควรอย่างแน่นอน ไม่ว่าทางไหนเขาก็คงจบลงที่ตีความสิ่งที่ไลท์พูดผิดไปเอง


"บ็อกการ์ตของนายผิดแล้ว" ไลท์ย้ำเสียงแผ่ว "นายเป็นคนฉลาดแล้วก็ อ่า ค่อนข้างพิเศษจากคนอื่น...ฉันไม่เคยบอกนะว่าชอบแค่ผู้หญิง แล้วฉันก็ไม่เคยบอกด้วยว่าไม่สนใจนาย"


แอลถอนหายใจ "ไลท์คุง พอเถอะครับ"


"ฉันไม่ได้เดทกับมิสะแล้ว" อีกฝ่ายพูดออกมาตามตรง "โอเค เธอชอบฉัน ครอบครัวฉันก็ชอบเธอ แต่ฉันไม่...ก็แค่เพราะเธอเป็นเลือดบริสุทธิ์จะสนิทกันไว้ก็ไม่เสียหาย แต่ฉันรู้ดีว่าฝืนต่อไปมีแต่จะเสียใจตอนจบกันทั้งสองคน" ไลท์หัวเราะ "ฉันไม่มีทางเป็นแฟนที่ดีของเธอได้ จำตอนที่ไปค้างบ้านนายได้ไหม ความจริงตอนนั้นฉันควรจะเดทกับมิสะอยู่ต่างหาก...แค่ฉันอยากอยู่กับนายมากกว่า"


ใบหน้าซีดเซียวเงยขึ้น ดวงตาสีดำสนิทเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะบอก


แอลค่อยๆ เปิดประตู ไลท์ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาสีน้ำผึ้งที่สบกลับมาส่องประกายชวนมอง ใบหน้าประดับรอยยิ้มบางเบาเหมือนทุกครั้ง "นายรู้มาตลอดใช่ไหม? ฉันชอบนายมาตั้งแต่อายุสิบสี่แล้ว คือฉันหมายถึง นึกว่ามันชัดเจนมากซะอีก"









------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เรารักการตัดจบ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ กราบขออภัยริวซากิ นึกไม่ออกเลยว่าจะมีใครอีกที่กวนประสาทเท่า+เปรี้ยวกล้าแซวแอล

ตอนนี้แต่งด้วยฟิลเตอร์เอ็นดูแอลเพราะงั้นเราเลยจั่วให้ไลท์อยู่หน้า แต่จริงๆ คือว้าว มองสองโพก็ได้

อ่า ไลท์ในตอนนี้ก็คือผสมความคิระหน่อยๆ เพราะอยากเล่นประเด็นความมืดที่พร้อมจะครอบงำจิตใจได้ตลอดเวลา แน่นอนว่าต้องยัดให้เขาเป็นสลิธีรินเลือดบริสุทธิ์จะได้ดูมีประเด็นกับมักเกิ้ล และช่าย แอลจะช่วยดึงเขาขึ้นมาก่อนจะถลำลึกจนเกินแก้!

คุณคะ คืออิฉันสงสัยมานานแล้วนะว่าฟิคสองโพนี่ควรจั่วชื่อคู่ยังไงดี? คือแบบ บางคนเขาซีเรื่องโพ(เช่นเรา...)ถ้าจั่วเป็นโพเดียวมันเหมือนทำให้คนอีกกลุ่มเลือกจะไม่อ่าน...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #161 shadier (จากตอนที่ 117)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 23:09
    จบงี้เลยยย??
    #161
    1
  2. #160 SATANGAPA (จากตอนที่ 117)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 23:10
    จบในห้องน้ามมมมมมมมม!!!!!!
    #160
    1
  3. #159 [ LuksornNoy ] (จากตอนที่ 117)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 19:41
    ตัดจบแบบนี้อีกแล้วนะคะไรท์! คือมันก็ไม่ค้างแหละ แต่มันค้างอ่ะ! ไรท์อย่าทำแบบนี้กับเราสิค้า!!//กรีดร้อง
    ก่อนอื่นเลย ไม่นึกว่าคุณแวมมี่จะตาย( ; _ ; ) นี่ต้องเป็นคำสาปของอาชีพศ.วิชาป้องกันตัวแน่ๆ แง คุณแวมมี่~~
    ชอบที่ไรท์ผสมความเป็นคิระลงในตัวไลท์จังค่ะ แถมยังสมเหตุสมผลด้วย ว่าแต่บ็อกการ์ตมาโชกเลือดขนาดนั้น ไม่ใช่ว่าไลท์เคยโดนเองกับตัวใช่ไหมคะ?//สั่น
    ยัยแอลลล ไม่รู้ทำไมหลังอ่านฟิคนี้ก็รู้สึกว่าเจ้าแพนด้านุ่มนิ่มขึ้นมาทันที ชักเข้าใจแล้วค่ะว่าทำไมในao3ถึงหาlawlightยากนัก
    ส่วนเรื่องสลับโพนี่ โดยส่วนตัวเราเป็นประเภทสลับได้ไม่มีปัญหาค่ะ ถ้าเขียนแล้วมันได้ทั้ง2โพจริงๆก็จะจั่วไว้ทั้งคู่+เขียนเตือนที่ต้นตอนเลยค่ะว่าสลับได้
    #159
    1
    • #159-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 117)
      26 ธันวาคม 2562 / 21:49
      รู้ตัวเลยค่ะว่านี่เรียกตัดจบแน่ๆ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ค้างสินะคะ ค้างสินะคะ! //ยิ้มชั่ว
      อา วิชาป้องกันตัวนี่ต้องมีเหตุให้เปลี่ยนอาจารย์ตลอดเลยนะ เพราะงั้นฟิคนี้ก็เลยคงคอนเซ็ปต์ล่ะ--- ฮือ ขอโทษค่ะ คุณแวมมี่ T^T

      ดีใจจังที่ทำให้ดูสมเหตุสมผลได้ ไลท์คุงที่มีความเป็นคิระ+แอลคอยช่วยนี่แต่งสนุกมากเลยค่ะ อ่า ไลท์คุงน่าจะยังไม่เคยโดนนะคะ แค่กลัวว่าจะเจอแบบเดียวกับคนในตระกูล (การล่าแม่มดของยุคกลางน่ากลัวมากเลย...)

      แอลที่นุ่มนิ้ม~ น่าเอ็นดู ใน ao3 คือที่เห็น l/light เยอะๆ ไม่ใช่ว่าคนชิปโพนี้เยอะ แต่เป็นเพราะเขาไม่ยอมติดแท็กโพที่แท้จริง 555 ปกติเราเน้นอ่านแอล/ไลท์มากกว่า แต่ไลท์/แอลนี่ก็กร๊าวใจไปอีกแบบ--- นั่นสินะคะ น่าจั่วสองโพเหมือนกัน จะได้อ่านกันอย่างสบายใจ~
      #159-1