[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 113 : To find the Yagami 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 236
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    25 ม.ค. 64



Pairing : แอล/ไลท์ , มิโซระ , Cat! ลุค









วันรุ่งขึ้นแอลได้รับสองข้อความ หนึ่งคือข้อมูลจากเจ้าหน้าที่เอฟบีไอที่ร่วมสืบคดี ไฟล์คอมพิวเตอร์ผ่านเซิร์ฟเวอร์ลับแสดงถึงความก้าวหน้าและหลักฐานใหม่ที่เพิ่งค้นพบ สองคือคำเชิญจากผู้ต้องสงสัยหลักเพื่อร่วมทานอาหารเย็น​ เขาถือเอาเองว่าอาจมีจุดประสงค์แฝงอยู่ในนั้น คิระผู้เย่อหยิ่งคงอยากแก้มือเรื่องการพนันกับเขาแต่เลือกที่จะไม่บอกล่วงหน้า แต่อย่างไรคนเป็นนักสืบก็ไม่คิดปฏิเสธอยู่แล้ว หวังว่าการนัดพบครั้งนี้จะช่วยให้เข้าใกล้ความจริง เพราะพอๆ กับที่ไม่รู้เรื่องของยางามิ ไลท์ แอลยืนยันได้ว่าข้อมูลของคิระก็เป็นสิ่งหายากพอกัน


ดวงตากลมกวาดอ่านคำเชิญอีกครั้ง คิระต้องการเจอเขาในร้านอาหารธรรมดา (ที่ไม่ติดกล้องวงจรปิด...ก็แค่โน้ตข้อสังเกต) เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับเขาให้มากขึ้น อีกฝ่ายยืนยันเลยว่าริวซากิ 'ดึงความสนใจเขาได้' และเหนือสิ่งอื่นใด เขาต้องการจะหาเหตุผลว่าทำไมเขาถึงแพ้


แอลค้นพบว่าการเลือกใช้คำของอีกฝ่ายสละสลวยและแสดงถึงความฉลาด ความต้องการที่แท้จริงซ่อนอยู่อย่างแนบเนียนภายใต้ถ้อยคำสุภาพเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพ ไม่ยากที่จะบอกว่าคิระเป็นคนประเภทที่จะป๊อปในม.ปลาย ไม่ก็ดาวเด่นของงานปาร์ตี้


ติดเสียแต่นอกจากพวกในคาสิโน ผู้ต้องสงสัยของเขาก็ไม่มีเพื่อนจริงๆ จังๆ เลยสักคน


คนเป็นนักสืบพยายามสืบหาเบอร์นั้นจากฐานข้อมูลของรัฐบาลแต่ก็ถูกไฟร์วอลล์บางชนิดกั้นเอาไว้ เช่นเดียวกับไอพีแอดเดรสที่ไม่สามารถระบุได้ไม่ว่าจะพยายามแฮกสักกี่ครั้ง


ไม่ต่างจากที่คิดไว้ ผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งทำตัวสมชื่อเสียจริง


มือซีดกดเปิดไมค์เมื่อสัญญาณไฟขึ้นว่านาโอมิได้เข้าถึงห้องสนทนาเป็นที่เรียบร้อย "ผมต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมของยางามิ ไลท์ครับ มิโซระซัง"


"อืม เด็กที่ถูกลักพาตัว" หญิงสาวลากเสียง "วันนี้ฉันไปตรวจดูบ้านเขามาค่ะ ผลชันสูตรพลิกศพออกมาว่าทั้งคุณและคุณนายยางามิเสียชีวิตด้วยเหตุเพลิงไหม้จริง ส่วนลูกสาวคนเล็กยังคงไม่ได้สติอยู่ที่โรงพยาบาล เราอาจสอบพยานเธอได้ในอนาคต" เธอเงียบไปชั่วครู่ ได้ยินเสียงเปิดหน้าหนังสือจด "สิ่งที่น่าสงสัยคือในช่วงนี้บัญชีธนาคารของยางามิ ซายุมีเงินถูกโอนเข้าเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่องจากบัญชีไม่ทราบที่มา ฉันติดต่อหาญาติของเธอแต่พวกเขาให้การปฏิเสธว่าไม่ได้โอนไปเยอะขนาดนั้น"


ได้ยินดังนั้นก็ไม่เอ่ยแสดงความประหลาดใจให้มากความ ชายหนุ่มฟังด้วยความตั้งใจเมื่ออะไรก็ตามซึ่ง 'ไม่มีที่มา ตามรอยไม่ได้' กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับคดีนี้ไปเสียแล้ว


เธอขึ้นประเด็นใหม่ด้วยข้อมูลที่มีไม่ค่อยปะติปะต่อกันนัก "ระหว่างสำรวจที่เกิดเหตุ นิติวิทยาศาสตร์พบของใช้เพิ่มเติมที่รอดพ้นมาได้และเช่นเคย มันเต็มไปด้วยรอยนิ้วมือของทั้งครอบครัวและของคิระ"


แอลส่งเสียงรับรู้ ไม่ได้แปลกใจเสียเท่าไร "แล้วคราวนี้มีของยางามิ ไลท์บ้างไหมครับ?"


เหมือนเห็นเอฟบีไอหญิงส่ายหน้า น้ำเสียงติดจะหนักใจ "ไม่เลยค่ะ"


คนเป็นนักสืบยกถ้วยกาแฟขึ้นดื่ม นิ้วเท้าขยับถูไถขณะเชื่อมโยงสถานการณ์ปัจจุบันเข้าด้วยกัน หากคิระเป็นคนร้ายจริงก็นับว่าจุดประสงค์ซับซ้อนเกินจะคาดหมาย ทุกที่ที่ยางามิ ไลท์ไปล้วนมีหลักฐานที่บ่งชี้ถึงตัวนักพนันคนนั้น นั่นคือสิ่งแรกที่ทำให้เขากลายเป็นผู้ต้องสงสัยหลัก แต่จนถึงตอนนี้กลับมีรอยนิ้วมือเขาที่บ้านและอพาร์ทเม้นท์ของเด็กหนุ่ม ในขณะที่รอยนิ้วมือของตัวเหยื่อเองไม่ถูกพบราวกับไม่มีอยู่จริง


ทำไมถึงพยายามปกปิดตัวตนเหยื่อขนาดนั้น? แล้วในทางกลับกัน...ทำไมต้องเปิดเผยตัวเองขนาดนั้น?


นี่เป็นการดูถูกหรือเปล่า? ไม่ มันไม่ใช่แบบนั้น


แม้แต่แอลเองก็ไม่เข้าใจ


ตั้งแต่ที่บ้านยางามิเกิดเหตุเพลิงไหม้ ลูกชายคนโตที่ควรจะปลอดภัยดีในอพาร์ทเม้นต์หายตัวไป ซึ่งเป็นเวลาไม่นานก่อนคิระปรากฎตัวขึ้น นักพนันที่ดูสมบูรณ์แบบไปทุกอย่างสร้างตำนานใหม่ให้คาสิโน ด้วยชื่อปลอมที่ได้จากคำเยินยอ ไม่มีใครล่วงรู้ว่าคิระผู้โด่งดังแท้จริงแล้วเป็นใครมาจากไหน


นักสืบอันดับหนึ่งของโลกนิ่วหน้า ไม่เคยมีคดีไหนที่ห่างไกลจากตัวไปได้ถึงเพียงนี้ ตั้งสมาธิทวนความจำช่วงที่ได้พบกับคิระเพื่อไขปริศนาแสนซับซ้อน


"เรารู้อะไรเกี่ยวกับคิระบ้าง?" แอลถาม ใช้ส้อมจิ้มเค้กเข้าปาก "เราดูจะมืดแปดด้านเกี่ยวกับข้อมูลเขา คุณสืบเจออะไรอีก? เขาอาศัยอยู่ที่ไหน? อายุเท่าไร?"


"นั่นคือเหตุผลที่อินเตอร์โพลเลือกคุณ" นาโอมิตอบตามจริง "พวกเราไม่รู้อะไรเลย ตอนที่เรย์ไปสืบก็ได้ยินเพียงข่าวลือจากวงการนักพนัน ชีวิตความเป็นอยู่ของเขายังคงเป็นที่สงสัย เหมือนตอนที่พยายามสะกดรอยแล้วโดนรู้ทันจนพลัดหลง เรย์โดนแบนจากคาสิโนในวันถัดมา...เหมือนกับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ถูกส่งไป ไม่มีใครเข้าถึงตัวเขาได้"



"นั่นคือเหตุผลที่ผมถูกบีบให้ไปเสียเอง" แอลกล่าวด้วยอารมณ์ขันที่แห้งที่สุด "เพราะมันมีโอกาสน้อยมากที่เขาจะเห็นสภาพผมแล้วคิดว่าเป็นนักสืบ"


"บอกฉันทีว่าคุณไม่ได้กำลังอารมณ์เสีย..."


"ไม่เลยครับ" เขาโกหก "ผมได้หมายเลขโทรศัพท์ของเขาจากการชนะเกมพนัน แถมคิระก็ดูจะสนใจผม"


"เดี๋ยว คุณแข่งชนะเขางั้นเหรอ!? จากข้อมูลเขาเป็นนักพนันไร้พ่ายสถิติชนะร้อยเปอร์เซ็นต์นี่" เธอร้องอย่างตกใจก่อนจะคุมโทนเสียงให้เป็นปกติ ก็เพราะแอลเป็นนักสืบอันดับหนึ่งของโลก ผลลัพธ์แบบนี้คงไม่แปลกเท่าไร


ชายหนุ่มซบศีรษะลงกับไหล่ตัวเอง ไม่ใส่ใจกับปฏิกิริยาอีกฝ่าย "ผมรู้ว่าคิระมีชื่อเสียงมากมาย แต่การพนันเป็นเรื่องของกระบวนการคิดและไตร่ตรอง ผมเชื่อว่าส่วนที่นำไปสู่ความพินาศคือตอนที่เขาประมาทคู่ต่อสู้ เขาไม่คาดหวังให้คนไร้ประสบการณ์เข้าใจหลักการได้ง่ายดาย"


"ต้องขอบคุณฝีมือของคุณ นั่นทำให้การสืบสวนดำเนินไปได้ง่ายดายขึ้นจริงๆ" นาโอมิกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชม "คนไม่เคยแพ้ย่อมอยากรู้จักกับคนที่ชนะตัวเองได้อยู่แล้ว"


แอลโคลงศีรษะ "จากความคิดผมแล้ว เขารับมือกับความพ่ายแพ้ได้ไม่ดีเอาเสียเลย" นิ้วโป้งขาวซีดไล้ริมฝีปากอย่างใช้ความคิด


"ผู้คนที่ซ่อนทุกความรู้สึกหลังหน้ากากอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อถึงจุดพลิกผันจะยากต่อการรับมือตัวเองมากที่สุด"









คิระนั่งเท้าคางอยู่หน้าจอแล็ปท็อป มือเรียวเลคเชอร์ความรู้ที่ได้ยินลงโน้ต คอร์สออนไลน์จบลงในเวลาไม่นานนัก เด็กหนุ่มวางหูฟังลงกับโต๊ะ ยืดเส้นยืดสายขณะเดินไปชงกาแฟให้ตัวเอง


ก้อนกลมมีขนเข้ามาคลอเคลียขาในทันที เมนคูนตัวใหญ่ร้องครืดถูหน้าใส่ย้ำๆ คิระเปิดลิ้นชักแถวนั้นเพื่อหยิบขนมแมวออกมา เจ้าลุคตาเป็นประกาย กระโดดขึ้นมาบนเคาท์เตอร์เพื่อให้เจ้าของป้อนอย่างแสนรู้


ยกยิ้มบางเบาออกมาอย่างผ่อนคลาย เหตุผลนึงที่เขาเลือกย้ายมาอยู่อพาร์ทเม้นท์นี้แทนที่เก่าก็เพราะคุ้มค่ากว่ามากแถมให้เลี้ยงสัตว์ได้ เสียหน่อยก็แค่อยู่ไกลสถานีรถไฟและไม่มีห้องน้ำในตัว คิระลูบหัวเพื่อนหน้าโหดแต่ติ๊งต๊องที่สุดของตน วางถ้วยลงในอ่างล้างก่อนจัดแจงเตรียมเสื้อผ้าใหม่ลงไปอาบน้ำที่ชั้นล่าง วันนี้เขามีนัดกับริวซากิเพราะงั้นจะต้องเลือกชุดที่ดูดีหน่อย


ไม่ เขาไม่ได้มองอีกฝ่ายเป็นเพื่อนหรืออะไรแบบนั้น ริวซากิเป็นแค่คู่แข่งที่เขาอยากจะชนะให้ได้


คิระไม่จำเป็นต้องมีเพื่อน เวลาทุกนาทีของเขามีคุณค่ามากกว่าจะนั่งเสวนากับใครโดยเปล่าประโยชน์ ไม่ต้องพูดถึงคนที่เพิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของเขามีรอยด่างพร้อย ที่ยังติดต่อไปก็เพื่อหาโอกาสดีๆ แก้แค้น ในเกมก่อนหน้าเขาแพ้เพราะประมาทไปหน่อยต่างหาก แต่ถ้าเป็นต่อจากนี้ไม่ว่ายังไงเขาก็จะชนะให้ดู แบบขาดลอยด้วย


ใช่ แสดงให้ริวซากิได้เห็นว่าหมอนั่นไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้น


ทว่าลึกๆ แล้วคิระก็เพียงแค่ปฏิเสธความต้องการของตัวเองอยู่ ปฏิเสธที่จะรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่ออกมาจากอีกฝ่าย


เขามองเห็นตัวเองในริวซากิ


เจ้าแพนด้านั่นอาจจะดูประหลาดแต่ก็มีหลายอย่างที่คล้ายคลึงกับเขา...หมอนั่นมีความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ และแตกต่างออกไปจากคนอื่น ดวงตากลมโตสีดำสนิทที่จ้องเขาราวกับจะมองทะลุให้เห็นทุกความจริง คิระตัดสินใจไว้แล้วว่าไม่ใช่เรื่องดีที่จะปล่อยศัตรูไว้ไกลตัว โดยเฉพาะเมื่อศัตรูคนที่ว่าฉลาดเป็นกรดและไม่รู้จุดประสงค์แน่ชัด


เดินขึ้นห้องมือก็ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมเปียกชื้นไปด้วย เหลือประมาณสองชั่วโมงก่อนเวลานัด เด็กหนุ่มล้มตัวลงกับเตียง หลับตาลงปล่อยให้กลิ่นมิ้นท์จางๆ พาจิตใจสู่ความสงบสุข นานมากแล้วที่เขาต้องแบกรับเรื่องมากมายอยู่บนหลังโดยไม่อาจปริปากบอกใคร โดยเฉพาะความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ตอนนั้นคิระรู้สึกเหมือนกับตายทั้งเป็น ความหวาดกลัว สับสน โกรธเกรี้ยวเข้าครอบงำจนแทบควบคุมไม่ได้...แต่ตอนนี้สถานการณ์กำลังดีขึ้นเรื่อยๆ อีกไม่นานนักหรอก อีกไม่นานเขาจะทิ้งตัวตนที่น่ารังเกียจนี้แล้วกลับไปเป็นคนเดิม เขาจะดูแลน้องสาวที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวให้ดีที่สุด เขาได้ให้ปฏิญาณเอาไว้แล้ว


ดวงตาสีน้ำผึ้งลืมขึ้นเชื่องช้า ศีรษะเบนไปทางด้านซ้ายเพื่อมองหากำหนดการณ์บนผนัง ปฏิทินถูกวงกลมวันที่ด้วยปากกาแดง


อ่า วันนี้ทางมหาวิทยาลัยจะตอบกลับจดหมายขอดร็อปเรียนของเขา


เด็กหนุ่มนิ่วหน้าเมื่อนึกได้ว่าตอนนั้นจ่าหน้าซองเป็นที่อยู่อพาร์ทเม้นท์เก่า เยี่ยม หลักฐานเกี่ยวกับยางามิ ไลท์เพิ่มมาอีกหนึ่งแล้ว แต่ยังไงตอนนี้ก็ยังมีเวลา จะแวะไปรับจดหมายนั่นก่อนก็แล้วกัน


คิระหยิบฮู้ดแถวนั้นมาใส่ทับ คาดผ้าปิดปากและสวมหมวกไหมพรม ถอนใจออกมาดังๆ ที่กำลังทำตัวเหมือนผู้ต้องสงสัยตามหนังสืบสวน ทั้งที่ของที่จะไปรับก็ส่งมาหาตัวเขาเอง









แอลกดโหมดปิดหน้าจอของแล็ปท็อป ตอนนี้เหลืออีกสองชั่วโมงเจ็ดนาทีจึงจะถึงเวลานัด เขาใช้เวลานั้นพักสายตาชั่วครู่พิงศีรษะลงกับไหล่ในท่านั่งประจำ ไม่ได้หลับติดต่อกันมาสี่วันและเริ่มรู้สึกล้าบ้างแล้ว เพราะคดีลักพาตัวแทบไม่คืบหน้าจะให้เขาเอาตัวเองไปเสียเวลาอยู่เฉยๆ ก็ไม่อยาก


เมื่อแอลตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าผ่านไปเพียงยี่สิบนาที นักสืบหนุ่มเปิดแล็ปท็อปดูสัญญาณเครื่องติดตามอีกครั้ง มันยังคงอยู่ที่เดิมแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครมาหยิบสิ่งนั้นไป นี่เป็นเพียงการสันนิษฐานจากข้อมูลที่มี หากคนร้ายต้องการปกปิดทุกอย่างของเหยื่อจริงมันจะต้องโผล่มาแน่...แค่ยังไม่ใช่ตอนนี้


หลังกลับมาจะเช็คอีกรอบ แอลลุกขึ้นตัดสินใจเอาเองว่าร้านที่ไปไม่หรูหราอะไรคงไม่เคร่งเรื่องเดรสโค้ด กดโทรหาวาตาริเพื่อให้เตรียมรถ เดินหลังโก่งลงสู่ชั้นล่างของอาคารสำนักงาน


เขามาถึงก่อนเวลาสิบนาที ระหว่างเดินทางก็ได้ข้อสังเกตอย่างนึง ร้านนี้อยู่ค่อนข้างใกล้กับมหาวิทยาลัยโตโอและเป็นที่ขึ้นชื่อของนักศึกษา นั่นอาจเชื่อมโยงคิระกับยางามิ ไลท์เข้าด้วยกัน บางทีพวกเขาอาจพบกันในนี้หรือแม้แต่ร่วมทานอาหาร...แอลไม่อาจยืนยันเพราะอย่างที่เคยพูดถึง ที่นี่ไม่มีกล้องวงจรปิด


กระนั้นก็ไม่ใช่ข้อเสีย กลับกันร้านใช้สิ่งนั้นเป็นจุดขาย โต๊ะเพียงหนึ่งถูกตั้งอยู่โดดเดี่ยวในห้องที่เด็กหนุ่มจองไว้ แอลเริ่มเข้าใจแล้วว่าที่นี่เน้นความเป็นส่วนตัวแค่ไหน แม้พื้นที่จะดูเล็กแต่การตกแต่งช่วยให้ดูกว้างขึ้น โทนอบอุ่นของบรรยากาศช่างเหมาะสมแก่การสนทนาทางธุรกิจ


พนักงานยังคงรักษารอยยิ้มบนใบหน้าแม้จะคิ้วกระตุกเมื่อเห็นท่านั่งของเขา หากแอลไม่สนมารยาทใดอยู่แล้ว "เขาได้สั่งเมนูอะไรไว้ไหมครับ?"


เธองุนงงได้ไม่นานก่อนจะตอบคำถาม "เทอร์เนอร์ซังได้สั่งข้าวราดแกงกะหรี่และกาแฟดำไว้หนึ่งชุดค่ะ"


เทอร์เนอร์


นั่นนามสกุลเขางั้นสิ...แอลไม่เปิดปากถามอะไรให้เป็นพิรุธเลือกที่จะเปิดเมนูอ่านแทน สองนิ้วคีบหน้าแล้วหน้าเล่าแต่ก็ไม่พบเป้าหมาย ดวงตาสีดำสนิทเบนขึ้นมองพนักงานสาว "เค้กล่ะครับ?"


เธอมีสีหน้าลำบากใจ "ต้องขออภัยจริงๆ ค่ะ เกรงว่าร้านของเราไม่..."


"พาย?"


หญิงสาวส่ายหน้าเซื่องซึม


"มาการอง? บราวนี่? บิสกิต? ไอศกรีม? โมจิ? ไดฟุกุ?"


"ต้องขออภัยจริงๆ ค่ะ" เธอโค้งอย่างนอบน้อมทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด


แอลขมวดคิ้วแต่ก็คงสีหน้าเรียบเฉย "งั้นคุณมีอะไรบ้าง?"


หญิงสาวเงียบไปครู่นึงก่อนตอบตามความจริง "อาหารมื้อหลักและเครื่องดื่มค่ะ เรายังไม่มีเมนูของหวานในตอนนี้"


"...กาแฟดำ" ชายหนุ่มงึมงำด้วยสีหน้าผิดหวัง "กับน้ำตาลก้อนอย่างละถ้วย คุณคงมีใช่ไหมครับ?"


พนักงานสาวยิ้มสุภาพ โค้งอีกครั้งก่อนจากไป คนเป็นนักสืบมองไปรอบตัวระหว่างรอ โคมไฟส่องสว่างสีส้มสาดทับผนังสีน้ำตาลเกือบดำ บอนไซและอิเคบานะตกแต่งช่วยให้ผนังเข้มมีสีสันขึ้น กลางกำแพงมีป้ายผ้าแขวนหนังเขียนด้วยพู่กันหมึกเป็นคำญี่ปุ่น โต๊ะกระจกมีลายตารางหมากรุกคั่นกลางระหว่างตัวเขากับอีกที่นั่ง ดวงตาสีดำสนิทเพ่งพินิจอย่างใคร่รู้ บางทีพวกเขาอาจได้เล่นมันในเร็วๆ นี้


นาฬิกาไม้ดังบอกเวลาสิบเจ็ดนาฬิกาพร้อมกับการปรากฎตัวของตำนานวงการพนัน คิระที่มักจะอยู่ในชุดสูทบัดนี้ใส่เสื้อแขนยาวคอวีกางเกงสแล็ค ใบหน้าอ่อนหวานส่งยิ้มให้เขาจนตาปิด "เจอกันอีกแล้วนะริวซากิ นึกว่านายจะไม่มาซะอีก"


"ครับ ทีแรกผมตัดสินใจอยู่นาน กลัวเหลือเกินว่าคุณจะจ้างมือปืนมาเก็บ" แอลพูดประโยคนั้นหน้าตาเฉย เด็กหนุ่มตรงหน้าหัวเราะเสียงใสเดินมานั่งฝั่งตรงข้าม


พนักงานสาวคนเดิมนำอาหารและเครื่องดื่มมาเสิร์ฟราวกับรู้คิว คิระเอ่ยคำขอบคุณในขณะที่อีกคนหน้างอแต่ไม่ได้พูดอะไร เมื่อเธอเดินออกไป เด็กหนุ่มก็หันมากะพริบตาปริบ "ไม่สั่งอะไรเหรอ?"


แอลส่ายหน้า "ผมทานแต่ของหวาน" ยืนยันคำพูดนั้นด้วยการใส่น้ำตาลหกก้อนลงไปในถ้วย ใช้ช้อนคนเบาๆ ก่อนยกขึ้นมาจิบ คิระขมวดคิ้วมุ่น ทำหน้าเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง


เด็กหนุ่มทานเซ็ตข้าวของตัวเองเงียบเชียบใต้บรรยากาศหนักอึ้ง แอลมองเขาอย่างเปิดเผยจนหมดจาน ยกกาแฟขึ้นดื่มเป็นพักๆ บางทีก็หยิบน้ำตาลก้อนมากินเปล่า เขาต้องการเค้กเดี๋ยวนี้ แต่เหมือนนั่นจะไม่ใช่สิ่งที่เด็กหนุ่มทานเป็นประจำ ถ้าพวกเขาจะไปร้านอาหารด้วยกันอีก แอลจะทำให้แน่ใจว่าที่นั่นมีเมนูของหวาน...


เพราะถ้าให้พูดตามตรง อย่างน้อยก็ควรจะมีไดฟุกุสักชิ้นพอให้เขาได้รองท้องไหม...?


คิระกดปุ่มกริ่งแถวนั้น พนักงานกลับมาเพื่อทำความสะอาดโต๊ะ คิระสั่งกาแฟเพิ่มหนึ่งแก้ว แอลเห็นดังนั้นก็ถือว่าต่อจากนี้พวกเขาจะอยู่สนทนากันต่อจึงสั่งของตนด้วยเช่นกัน เด็กหนุ่มวางเงินลงบนถาดรับ "ผมขอเช่าหนึ่งกระดานครับ"


หญิงสาวผงกศรีษะ แอลมองเด็กหนุ่มตรงหน้าแทนคำถาม และเมื่อเธอถือถาดกาแฟสองถ้วยพร้อมตัวหมากรุกสากลทั้งสามสิบสอง คนเป็นนักสืบก็ได้รู้ว่าข้อสันนิษฐานแรกเริ่มของเขาถูกต้องแล้ว คิระถือวิสาสะจัดพวกมันลงตำแหน่งตารางบนโต๊ะโดยที่เขาได้สีขาวและแอลได้สีดำ


"ฉันเองเบื่อจะจับไพ่แล้วก็เลยขอเปลี่ยนบรรยากาศสักหน่อย" ดวงตาสีน้ำผึ้งสวยมีเลศนัยบางอย่าง "นายคงเล่นหมากรุกเป็นนะ"


นักสืบที่ชงกาแฟแก้วใหม่อยู่ส่งเสียงตอบรับแผ่วเบา "ครับ ผมเล่นเป็น" ดวงตาสีดำสนิทเบนขึ้นสบตาอีกฝ่าย "แต่วันนี้ผมไม่ได้เตรียมเงินมามากมายนัก"


นักพนันหัวเราะคิก "ไม่ เราไม่ได้จะเดิมพันด้วยอะไรธรรมดาอย่างเงินหรอก" คิระโน้มตัวมาหาเขา กระตุกยิ้มมุมปากราวกับเป็นฝ่ายถือไพ่เหนือกว่า "เราจะเดิมพันกันด้วย 'ข้อมูล' ต่างหาก"


"ข้อมูล?" แอลทวน ใบหน้าราบเรียบมีประกายความตื่นเต้นซ่อนอยู่ภายใน


"ถ้ากินหมากของอีกฝ่ายหนึ่งตัวจะได้ถามหนึ่งคำถาม แล้วก็ต้องตอบกันตามความเป็นจริงด้วย" คิระอธิบายข้อเสนอแสนวิเศษออกมา "แต่ฉันว่าถ้าเอาทุกตัวก็คงเยอะไป ให้นายเลือกดีกว่า นายอยากให้กินตัวไหนแล้วได้ถามล่ะ"


แอลไล่มองตัวพิเศษตรงหน้า คิงกว่าจะได้ถามก็จบเกม ควีนทรงพลังเกินกว่าจะเก็บได้ง่ายดาย อัศวินไล่ต้อนให้จนมุมยาก เรือกับบิชอปมีการเดินอย่างทื่อตรง


นิ้วโป้งจรดรอบริมฝีปาก เขาตัดสินใจได้แล้ว "ตัวเบี้ยครับ"


"ตัวเบี้ย? แปดคำถามเลยนะนั่น" คิระมีสีหน้าพอใจเมื่อเขาเลือกหมากที่มักจะได้รับการเมินเฉยจากผู้เล่น หมากที่อ่อนแอและมีจำนวนมากที่สุด "โอเค งั้นเราจะเล่นแบบเน้นกินเบี้ย เกมจะจบเมื่อตัวเบี้ยของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหมดไม่ก็จบตามกติกาทั่วไป แต่ถ้าโดนรุกจน ไม่ว่าฝ่ายที่ถูกรุกจะเหลือเบี้ยเท่าไรก็ถือว่าต้องโดนถามเพิ่มตามจำนวน"


"ตกลงตามนั้นครับ" แม้จะพยายามเก็บอารมณ์อย่างถึงที่สุด ประกายแวววับกลับผุดขึ้นในดวงตากลม แอลใจเต้นตุบราวกับย้อนไปในสมัยไขคดีครั้งแรก ความรู้สึกที่ผู้ต้องสงสัยกำลังเปิดเผยทุกความจริงด้วยตัวของเขาเอง


คิระเปิดเกมด้วยการขยับเบี้ยตรงกลางขึ้นไปสองช่อง แอลขยับอัศวินฝั่งซ้ายไปข้างหน้า คิระหยิบเบี้ยอีกหนึ่งขึ้นมาเคียงข้างตัวเก่า แอลเองก็หยิบเบี้ยมาเคียงข้างอัศวิน เด็กหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก เพื่อป้องกันไม่ให้เขาใช้ควีน อีกเดี๋ยวหมอนี่ต้องใช้บิชอปแน่ คิระขยับอัศวินฝั่งซ้ายของตัวเองมาอยู่ข้างหลังเบี้ย


ราวกับพระเจ้าเล่นตลก หมอนั่นขยับบิชอปฝั่งซ้ายมาประจันหน้าใกล้อัศวินและเบี้ยของเขาตามคาด คิระกลั้นขำก่อนเปิดการเดินของเบี้ยฝั่งขวาบ้าง แต่ดูท่าริวซากิคนนี้ยืนยันที่จะบุกฝั่งซ้ายให้ได้ เขาวางเบี้ยสีดำลงใกล้กับบิชอปในตำแหน่งที่จะกินเบี้ยสีขาวได้ คิระเขยิบตัวนั้นขึ้นหนี แอลใช้เบี้ยอีกตัวยืนเคียงข้างตัวเก่าในตำแหน่งหลังบิชอป พยายามจะหลอกล่อให้เบี้ยขาวกระโดดเข้ามากินจนลดเกราะของอีกตัว


คิระเงยหน้าขึ้นมามองเขาราวกับจะถามว่า นายทำบ้าอะไร? ยกกาแฟขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ก่อนไล่นิ้วหาตัวที่เล่นได้


ทั้งสองฝ่ายขยับเบี้ยอีกไม่กี่ครั้งจนฝั่งขวาของนักพนันก็มีกำแพงเบี้ยทแยง เมื่อเห็นว่าไม่มีหมากใดถูกกินมาระยะหนึ่งแล้วเด็กหนุ่มจึงวางบิชอปฝั่งซ้ายลงหน้าควีนวางแผนจะเปิดเกมบุก


ยกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ เมื่อเห็นว่าเบี้ยหลายตัวที่วางไว้เป็นกับดัก ริวซากิเลือกกินได้ก็จริงแต่ในตาถัดมาเขาจะกินอีกฝ่ายต่อและอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบ ผิดคาด แอลใช้บิชอปกินอัศวิน เปิดทางให้บิชอปของเขากินบิชอปแอลอีกที คิระเลิกคิ้วฉงน "...นายเริ่มจะเล่นแปลกๆ แล้วนะ" ถึงอย่างงั้นเขาก็ขยับไปกินเป็นการกำจัดหมากป่วนเกมได้หนึ่ง


แอลไม่เอ่ยอะไรกับการสูญเสียนั้น ขยับเบี้ยดำเข้ามายื่นให้เขากิน คิระมองแผนนั้นออกจึงเลื่อนบิชอปถอยออกไปหน้าควีนเหมือนเดิมเพื่อรักษาสภาพเกม


แถวหลังสุดระหว่างคิงกับเรือว่างเป็นแถบ นักสืบหนุ่มเลื่อนคิงไปใกล้ทำการเข้าป้อมให้เรือมาโผล่อีกฝั่งเพื่อเป็นตัวรุกหลักในอนาคต มือซีดข้างที่ว่างหยิบน้ำตาลก้อนเติมพลังงานให้สมองเมื่อเกมนี้เคร่งเครียดกว่าที่ควรจะเป็น


คิระเห็นดังนั้นก็ขยับบิชอปออกไปหลังเบี้ยขาวแทนเพื่อเคลียร์ข้างหน้าของควีนให้ว่าง นั่นทำให้แอลใช้เบี้ยดำของตัวเองกินเบี้ยขาวของคิระได้ในทันที


เด็กหนุ่มสบถรู้ตัวว่าถูกปั่นหัวสำเร็จ ตวัดสายตามองดุๆ เมื่อเห็นว่าแอลกำลังยิ้มเยาะ


"ดูเหมือนคำถามแรกจะเป็นของผมนะครับ" ด้วยน้ำเสียงที่น่าหมั่นไส้ที่สุด คนโดนกินกอดอกหรี่ตาลงอย่างอันตราย


แต่กฎย่อมเป็นกฎ "ถามมาเลย"


นักสืบเจ้าของคดีประมวลความคิดหาคำถามที่มีประโยชน์แต่ไม่น่าสงสัยที่สุด ตอนนี้สิ่งสุดท้ายที่เขาหวังให้เกิดขึ้นคือผู้ต้องสงสัยรู้สถานะของตัวเอง นิ้วโป้งจรดริมฝีปากขณะแอลพยายามจินตนาการว่าถ้าเป็นริวซากิจะถามเรื่องอะไร


"แบบนี้..." นักสืบหนุ่มลากเสียง เงยหน้าสบดวงตาสีน้ำผึ้งสวย "ถือว่าเราเป็นเพื่อนกันแล้วใช่ไหมครับ"


คำถามแรกควรจะเช็คให้แน่ใจก่อนว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาไปถึงไหนแล้ว


"หา?" คิระผงะถอยหลัง สีหน้าเต็มไปด้วยความฉงน "นายหมายความว่าไง?"


"ก็ผมแข่งชนะคิระคุงแต่นั่นไม่ทำให้เขาเกลียดผม คิระคุงบอกว่าอยากทำความรู้จักและชวนผมมาร้านอาหาร ถ้าคุณยอมรับว่าอยากเป็นเพื่อน ผมก็คงไม่แปลกใจอะไร"


เด็กหนุ่มตรงหน้ากระแอม ดวงตาสีน้ำผึ้งเสไปด้านข้าง "ยังหรอก ที่ฉันทำแบบนี้ก็เพราะนายเป็นคู่แข่ง..." เสียงแผ่วเบาลงเมื่อเอ่ยประโยคถัดมา "...ที่เท่าเทียมกัน"


แอลเลิกคิ้ว "แสดงว่าผมเป็นไม่กี่คนที่สู้คุณได้อย่างสูสี?"


"คำถามเดียว ริวซากิ" นักพนันเตือน ไล้ตามองหมากของตัวเอง เขามีทางเลือกอยู่สองคือจะกินเบี้ยจากซ้ายหรือขวา ตัดขวาออกไปก่อนเพราะมันจะเปิดทางให้ตัวพิเศษเข้ารุกคิงของเขาที่ยังอยู่กลางกระดาน ยกเบี้ยซ้ายกินอีกฝ่าย แอลพ่นลมผิดหวัง เขายังอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมอยู่แต่ตามเทคนิคแล้วนี่เป็นตาของคิระ


เด็กหนุ่มไม่เสียเวลาคิดด้วยซ้ำ "นายเข้าหาฉันทำไม? ขอละเอียดกว่าที่เคยบอก"


ต่อให้ตกลงกันตั้งแต่แรกว่าจะตอบแต่ความจริง แอลก็รู้ดีพอจะหาคำโกหกที่น่าเชื่อถือมาตอบ เขาทำทุกอย่างได้เพื่อให้คดีคืบหน้า การโกงเล็กๆ น้อยๆ ไม่รบกวนจิตใจที่เต็มไปด้วยความยุติธรรมแม้เพียงนิด "คุณมีชื่อเสียงในวงการพนันอย่างล้นหลามเสียจนคนนอกอย่างผมได้ยินข่าวลือ ที่ผมท้าแข่งก็เพราะอยากจะทดสอบดูว่าคุณจะเก่งสักแค่ไหน และผมยืนยันได้เลยว่าต่อให้เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ คุณก็ไม่ทำให้ผมผิดหวัง" รอยยิ้มปลอมเปลือกประดับใบหน้าซีด "คงอย่างที่คิระคุงพูด เราเท่าเทียมกัน"


เจ้าของคำถามพยักหน้าแม้จะดูไม่ค่อยเชื่อแต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร แอลจึงขยับตัวอัศวินไปหลบอยู่หน้าควีนค่อยๆ เปิดทางให้เรือทีละนิด


คิระสังเกตได้ว่าอีกฝ่ายกำลังวางแผนจะบุกฝั่งขวาแทนจึงวางอัศวินฝั่งขวาลงหลังบิชอปในตำแหน่งหน้าคิง


แต่นั่นไม่ได้ทำให้นักสืบหนุ่มเปลี่ยนแผน เขาขยับเบี้ยสีดำไปข้างหน้าสองช่องเปิดทางให้เรือข้างหลังได้ทำเกมรุก ไลท์ยกเบี้ยสีขาวไปกินมันแม้จะรู้ดีว่าตาต่อไปเขาจะเป็นฝ่ายโดนเรือกิน


"นายมาจากประเทศอะไร?" คำถามไม่มีที่มาที่ไปทำให้ใจกระตุกวูบ แอลรักษาใบหน้าสงบนิ่งไว้แม้จะตกใจ


"อะไรทำให้เขามั่นใจขนาดนั้นว่าผมเป็นต่างชาติ"


คิระถอนหายใจหงุดหงิด "ตอบมาก็พอ"


"สหราชอาณาจักร"


เมื่อเด็กหนุ่มได้รับคำตอบ แอลจึงใช้เรือกินเบี้ยอีกฝ่าย "งั้นผมขอถามเขากลับ คิระคุงมีรูปลักษณ์ที่ต่างจากชาวญี่ปุ่น เขามีเชื้อชาติอะไรกันแน่?"


ดวงตาสีน้ำผึ้งมองเขานิ่งๆ ราวกับพยายามจะจับผิด สุดท้ายจึงเฉลยข้อสงสัย "คุณพ่อเป็นอเมริกันส่วนคุณแม่เป็นญี่ปุ่น ฉันโตที่ต่างประเทศเลยถือสัญชาติอเมริกัน"


นิ้วเท้าขยับถูไถกันไปมา แอลพอจะเชื่อมโยงข้อมูลได้แล้ว ชาวญี่ปุ่นจะถูกจำกัดสิทธิ์การเข้าคาสิโนต่อเดือน ถ้าคิระถือสัญชาติอื่นก็ย่อมเข้าออกที่นั่นได้ตามต้องการ ต่อให้เป็นเวลาไม่กี่สัปดาห์ก็เล่นได้เป็นร้อยเป็นพันเกม


คิระหยิบอัศวินมาเคียงข้างเบี้ยในตำแหน่งที่กินเรือได้ แอลขยับเรือหนีไปฝั่งซ้ายเคียงข้างเบี้ยสีขาวของอีกฝ่าย ทำให้หมากตัวนั้นกลายเป็นถูกล้อมจากศัตรู เห็นดังนั้นเด็กหนุ่มจึงเลือกขยับคิงไปอยู่หน้าบิชอปฝั่งขวาซึ่งยังไม่มีการเคลื่อนที่ตั้งแต่เริ่มเกม


แอลขยับควีนเข้าไปหลบมุมทแยงขวาของอัศวินสีขาว นักพนันตรงหน้าขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้งด้วยไม่เข้าใจวิธีเล่นแปลกประหลาดของอีกฝ่าย "รู้ใช่ไหมว่าควีนทรงพลังที่สุด เอาไปไว้ตรงนั้นทำอะไร?" เขาไม่ได้ตั้งใจบ่นให้ได้ยิน แต่แอลก็ทำเพียงแค่ยักไหล่ไม่ใส่ใจจะตอบอยู่ดี


คิระเลื่อนควีนที่ตอนนี้ทางว่างขึ้นไปหนึ่งช่อง แอลเสริมอัศวินไว้ทางกระดานฝั่งขวา ในตอนนี้เรือฝั่งสีดำฝั่งซ้ายยังถูกปิดไว้อยู่เด็กหนุ่มจึงวางใจได้ว่าควีนเขาจะปลอดภัยจากอัศวินเพราะต้องใช้อย่างน้อยสองเทิร์นจึงจะกินได้ เขาขยับเรือฝั่งซ้ายของตัวเองออกมาวางในทางเปิดโล่ง พร้อมจะบุกเมื่อมีโอกาส


คนเป็นนักสืบนำบิชอปฝั่งซ้ายมาอยู่หน้าเบี้ยดำซึ่งซ่อนเรือไว้ข้างหลังอีกที คิระมองการกระทำนั้นออกพอจะไม่หลงกลหยิบบิชอปตนไปกิน ถ้าเขาทำแบบนั้นแอลจะใช้อัศวินฝั่งซ้ายกินบิชอปเขาแถมเปิดทางให้เรือได้ออกมาทำเกมรุก เขาเลือกเลื่อนเบี้ยขาวที่ฝั่งซ้ายขึ้นไปหนึ่งช่องประจันหน้ากับเบี้ยอีกฝ่ายแทน


ตอนนี้ริวซากิมีทางเลือกสองอย่างคือใช้อัศวินหรือเรือกินเบี้ยกลางเกมของเขา คิระตั้งหน้ารออย่างใจจดใจจ่อว่าอีกฝ่ายจะพลาดหรือไม่


แอลไม่โดนหลอก


ถ้าเขาเลือกใช้เรือกินความได้เปรียบทั้งหมดจะตกเป็นของคิระในเทิร์นเดียว เด็กหนุ่มกลอกตาเมื่อเห็นมือซีดนั่นหยิบอัศวินมากินแทน


"อะไรทำให้คุณเข้าสู่วงการพนัน?" แอลถามในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อเขา


คิระยักไหล่ ไม่จำเป็นต้องคิดมากเมื่อเขาเตรียมคำตอบมาแล้ว "ก็นะ ฉันเกิดในบ้านที่มีฐานะและเข้มงวดกับการเรียน พอได้กลับมาญี่ปุ่นและรู้ว่าคาสิโนถูกกฎหมายแล้วก็เลยลองมาเสี่ยงดวงหน่อย" เด็กหนุ่มสวมโป๊กเกอร์เฟสที่สมบูรณ์แบบ ริมฝีปากมีรอยยิ้มมั่นใจ "แต่เล่นไปเล่นมา...ฉันก็ดันไม่แพ้ใครเลย ชนะอย่างใสสะอาดเสมอแม้จะแข่งกับพวกขี้โกง ตอนนั้นแหละที่ฉันได้รู้ว่าการพนันคือความตื่นเต้นเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตแสนน่าเบื่อนี้"


แอลจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเงียบเชียบ


คิระเริ่มเกมต่อด้วยการเลื่อนเรือฝั่งซ้ายขึ้นไปประจันหน้าเบี้ยสีดำเมื่อแผนถูกทำลาย แอลจึงขยับควีนตรงมุมไปหลังเรือของตนสองช่อง


เม้มริมฝีปากแน่นด้วยความลำบากใจ เด็กหนุ่มขยับเรือไปหน้าบิชอปกันไม่ให้เรือสีดำเข้ามากิน แอลเองก็ขยับควีนมาข้างหลังเพื่อกันเขากินเรือเช่นกัน


คิระที่ไม่เห็นทางจะไปต่อหยิบบิชอปไปล่ออัศวิน แอลทำตามแผนเขาคิระจึงใช้ควีนกินอัศวินตัวนั้นอีกที


แต่สถานการณ์ก็ไม่เป็นดั่งใจนักเพราะนั่นเปิดทางให้บิชอปดำจากมุมซ้ายของกระดานเข้ามากินบิชอปขาวได้ คิระมีทางเลือกว่าจะใช้เรือฝั่งขวาจัดการมันหรือไม่...เขาเลือกที่จะไม่กิน ตอนนี้สงครามใหญ่กำลังอยู่ตรงกลางและถ้าเสียเทิร์นนี้ไป แอลจะเลื่อนอัศวินฝั่งซ้ายออกมาเปิดทางให้เรือฝั่งซ้าย


เพื่อยื้อเวลา เขาเอาเรือตัวเองกินเรือแอล นักสืบหนุ่มกลอกตา เอาเบี้ยมากินเรือเขาต่อ


เด็กหนุ่มนิ่งคิดไปชั่วครู่ก่อนขยับควีนไปทางซ้าย ถูกกั้นจากควีนอีกฝ่ายด้วยเบี้ยดำ


มือซีดวางอัศวินตัวใหม่หลังเบี้ยอีกตัว ตอนนี้ทางของเรือโล่งแล้ว คิระไม่มีเหตุผลให้ปล่อยบิชอปดำหน้าสลอนอยู่ในแดนตัวเองอีกต่อไปจึงใช้เรือฝั่งขวากินมัน


เบี้ยดำหน้าอัศวินถูกเลื่อนขึ้นหนึ่งเพื่อบุกกินเบี้ยอีกฝ่าย คิระมีทางเลือกมากมายแต่เขาเลือกที่จะหยิบอัศวินฝั่งขวาไปวางตำแหน่งใหม่ และด้วยเพราะคิระไม่ป้องกัน แอลจึงกินเบี้ยขาวสำเร็จ


"ปกติคุณทำอะไรบ้างนอกจากเล่นพนัน?" แอลแทรกก่อนอีกฝ่ายจะเปิดปากตอบ "ขอแบบละเอียดหน่อยนะครับ ไม่ใช่แค่กิน นอน เที่ยว"


คิระคลายสีหน้าลง ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องโกหก "ฉันชอบอ่านหนังสือที่ห้องสมุดนะ แล้วก็ครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญของฉันเพราะงั้นเราจะทานข้าวอย่างพร้อมหน้าและทำกิจกรรมเล็กน้อยอย่างดูหนังหรือเล่นกีฬา"


"คิระคุงเล่นอะไรหรือครับ?"


"เทนนิส" เขาตอบง่ายดายก่อนจะตวัดเสียงใส่ "เดี๋ยว นั่นสองคำถามนี่!"


แอลโคลงศีรษะไม่มีท่าทีสำนึกผิด "ผมก็เล่นเทนนิสเหมือนกัน บางทีเราอาจแข่งกันได้"


ด้วยความหงุดหงิด คิระปิดปากเงียบไม่ตอบรับอะไร มือหยิบควีนไปกินอัศวิน แอลหยิบควีนมากินเขากลับ คิระเลื่อนอัศวินตัวเองไปในตำแหน่งที่จะกินควีนได้ในเทิร์นหน้า


แอลเลื่อนคิงเข้าใกล้ แต่เขาช้าไปหนึ่งเทิร์นเพราะอีกฝ่ายจัดการกินควีนตัวนั้นไปแล้ว แต่แม้หมากทรงพลังที่สุดในเกมจะหายไปก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับแผนการเขานักเมื่อเป้าหมายหลักของแอลคือกินเบี้ยให้มากที่สุด


มือซีดหยิบเบี้ยทางซ้ายกินอีกฝ่าย "คิระคุงดูจะยุ่งกับการพนัน เขาว่างวันไหนบ้างไหมครับ?"


เจ้าของชื่อกำลังสะกดสีหน้าของตัวเองไม่ให้ยิ้มชั่วร้ายออกมา ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน "อย่างที่บอกไปมันเป็นแค่งานอดิเรก จริงๆ ฉันก็ว่างตลอดเวลานั่นแหละ" เมื่อหลุดรอยยิ้มออกมาแล้ว เขาก็ตัดสินใจใช้มันไปกับการหยอกเย้าอีกฝ่ายอย่างสบายอารมณ์ "ทำไม? จะชวนฉันไปไหนหรือไง?"


ทั้งที่แค่แหย่เล่น ริวซากิกลับทำหน้านึกพักหนึ่งก่อนจะตอบทั้งที่เขายังไม่ได้กินเบี้ยสีดำ "จะชวนไปเดทครับ"


ดวงตาสีน้ำผึ้งเบิกกว้าง มือคว้าอัศวินไปกินเบี้ยอีกฝ่ายทันที


"สรุปนายสนใจฉันในแง่ไหนกันแน่!?"


แอลหลุดยิ้มเอ็นดูเมื่อเห็นคิระผู้รักษาภาพลักษณ์ยิ่งชีพขู่ฟ่อเป็นลูกแมว "ในหลายๆ ความหมายครับ"


คิระเหวอกว่าเดิม "นั่นไม่เคลียร์เลย! ตอนฉันถามว่าจะชวนไปไหนก็ตอบให้สงสัยว่า 'จะชวนไปเดทครับ' ทีงี้ล่ะตัดประเด็น!"


โดนปั่นหัวง่ายกว่าที่คิด ทีนี้ก็ลดโอกาสโดนคำถามจี้ข้อมูลส่วนตัวไปเป็นเรื่องไร้สาระแทน แถมยังรู้สึกสนุกแปลกๆ บางทีเขาควรจะใส่ไฟเพิ่ม ดวงตาสีดำสนิทฉายประกายแปลกประหลาดก่อนนักสืบหนุ่มจะเอื้อนเอ่ยประโยคถัดมา "เดทไม่ใช่คำตอบครับคิระคุง เดทคือคำถาม 'ตกลง' ต่างหากที่เป็นคำตอบ"


เด็กหนุ่มอ้าปากพะงาบๆ ชี้มาที่คู่ต่อสู้ เขาสะบัดหัวเรียกสติ กิริยาที่ทำให้คนมองรู้สึกเอ็นดูยิ่งขึ้นไปอีก ก่อนใบหน้านั้นจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมเหมือนคนเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังติดกับดัก "งั้นก็...ตกลง"


แอลเผลอยืดหลังขึ้น คิดเอาว่าเขาต้องหูฝาดไปแน่ๆ "ขอโทษนะครับ?"


"ฉันจะไม่ตอบอะไรทั้งนั้น" ดวงตาสีน้ำผึ้งจ้องมือขาวซีดของอีกฝ่าย "เล่นต่อได้แล้ว"


ด้วยความสับสนและสงสัยทั้งหมด มันยากมากที่เขาจะจดจ่อสมาธิไปกับเกมได้อีกครั้ง แอลเจอเพียงทางเลือกเดียวที่พอจะมีหวังก็คือขยับเรือเพื่อไปกินอัศวินของอีกฝ่าย ซึ่งนั่นจะช้าไปหนึ่งเทิร์นและเขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามได้


คิระกินเบี้ยเขาได้อีกตัว


"ถ้ายังอ้อมค้อมนายคงแถต่อได้เรื่อยๆ" ดวงตาคู่สวยสบมองเขาอย่างตรงไปตรงมา "ตอบมา นายอยากเป็นเพื่อน...หรือคนรักของฉันกันแน่?"


แอลนิ่งค้างไปกับประโยคนั้น ยิ้มบางเบาตอบในสิ่งที่ตอบได้ "ผมอยากเป็นเพื่อนครับ" เขาโกหก...


หากคำตอบที่แท้จริงกลับไม่ใช่ทั้งสองตัวเลือก


เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้าเหมือนไม่เชื่อนักก็ย้ำให้แน่ใจ "ก่อนหน้านี้ก็แค่ล้อเล่น ผมนึกว่าคุณจะเก็ทมุกซะอีก"


ถ้ามองไม่ผิดเขาเห็นอีกฝ่ายถอนหายใจโล่งอก คิระยิ้มให้เขาอย่างผ่อนคลายกว่าเดิม "อ๋อ ว่าอยู่แล้วเชียว"


ริวซากิผงกศีรษะ เลื่อนเรือไปข้างอัศวินหวังจะกินในตาหน้า คิระเห็นดังนั้นก็ไม่ได้ถอยหนีหากแต่เขยิบคิงไปข้างหน้าแทน แอลจึงกินสำเร็จตามแผน


คิระเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมาก่อนหยิบเบี้ยไปวางไว้หน้าคิงของอีกฝ่าย


แอลมองสีหน้าเขาอย่างงุนงงก่อนก้มพินิจกระดาน คิงของเขา...


โดนรุกจน


นักสืบอันดับหนึ่งของโลกจ้องผู้ต้องสงสัยตาค้าง ตั้งแต่เมื่อไรกัน...?


แอลไม่มีโอกาสได้ถามอะไรต่อเมื่อคิงอยู่ในตำแหน่งที่หนีการจับกินไม่ได้ ที่ผ่านมาเขามัวแต่จดจ่อกับการกินเบี้ยอีกฝ่ายและปกป้องเบี้ยตัวเองจนลืมหมากจบเกมเสียสนิท!



เด็กหนุ่มกอดอกหน้าภาคภูมิ หัวเราะเสียงใสด้วยความสะใจ "เอาล่ะ เกมจบแล้ว นายเหลือสี่เบี้ยเพราะงั้นฉันได้ถามเพิ่มอีกสี่คำถาม"



ดวงตาสีดำสนิทกลอกไปมา แต่ทำอะไรไม่ได้ด้วยครั้งนี้เขาเป็นฝ่ายแพ้


คิระเอนหลังพิงเก้าอี้ ยกถ้วยกาแฟที่ถูกเมินมาตั้งแต่ต้นเกมขึ้นดื่ม แอลเห็นดังนั้นก็ยกดื่มด้วยเช่นกัน "นายมาทำอะไรที่ประเทศญี่ปุ่น?"


เขากะไว้แล้วว่าคำถามนี้ต้องตามมาหลังจากที่รู้ว่าเขาเป็นชาวต่างชาติ แอลตอบกลับเรียบๆ  "ผมเป็นบล็อกเกอร์รีวิวขนม นี่เป็นส่วนหนึ่งของทริปเดินทางรอบโลกเพื่อตระเวนชิมของหวาน"


คิระกะพริบตาปริบ ทำหน้าสนใจเป็นอย่างมาก "บล็อกนายชื่ออะไรล่ะ? ฉันจะได้เข้าไปดูบ้าง"


"นั่นถือเป็นคำถามที่สอง"


คนถามกลอกตา "เออๆ บอกมาเหอะน่า"


แอลคีบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาด้วยสองนิ้ว กดสองสามครั้งเข้าคลังภาพจึงยื่นให้เด็กหนุ่มดู คิระเอนตัวมามองบล็อกสีอบอุ่นน่ารักจนเหลือเชื่อถ้าจะบอกว่าแพนด้าไร้อารมณ์ตรงหน้าเป็นคนทำ หลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นชื่อบล็อกกับยูสเซอร์เนมที่ใช้


แอลเขม่นตาไม่พอใจ "หยุดหัวเราะผมได้แล้ว"


"ขอโทษ" คนถูกเตือนยกมือขึ้นมาปิดปากขำกว่าเดิม ไหล่สั่นไม่หยุดแม้จะโดนสายตาทิ่มแทงจากริวซากิ


ใบหน้าซีดเซียวง้ำงอขึ้นขณะเก็บโทรศัพท์ฝาพับลงกระเป๋ากางเกง


คิระเห็นดังนั้นก็ตั้งสติ เตรียมถามข้อต่อไปก่อนอีกฝ่ายจะงอนไปมากกว่านี้


เด็กหนุ่มลอบมองคนตรงหน้าอีกครั้งราวกับไม่แน่ใจในอะไรบางอย่าง กระแอมเบาๆ ก่อนถาม "นายทำงานให้ตำรวจญี่ปุ่นเหรอ?"


แอลสะดุ้งเงยหน้ามองเขาในทันที กลืนน้ำลายอึกใหญ่ทั้งหัวใจที่เต้นรัวเร็ว


"ไม่ครับ ทำไมคิระคุงถึงถามแบบนั้น?" พระเจ้า เขาพลาดไปตอนไหน...


"อะไรบางอย่างเกี่ยวกับนายมันโคตรนักสืบ...ดวงตาแบบนั้น...ฉันรู้จักดี นายสามารถวางแผนช่วยชีวิตคนอื่นหรือยัดพวกเขาเข้าคุกได้ทุกเมื่อที่ต้องการ" บางทีอาจจะประมาทผู้ต้องสงสัยคนนี้เกินไป...แต่เดี๋ยวก่อน เขารู้จัก 'ดวงตาของนักสืบ' มาจากที่ไหนกัน?


"บวกกับอยู่ๆ นายที่ไม่มีประสบการณ์ก็โผล่มาในคาสิโนช่วงที่ฉันมีชื่อเสียงมากพอดี มันก็ไม่น่าแปลกใจนักหรอกถ้าตำรวจญี่ปุ่นจะเกิดอยากตรวจคาสิโนขึ้นมาดื้อๆ ฉันหมายถึง...มันอาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือมีใครโกงสิทธิ์ยัดเงินเข้ามาเล่นก็ได้?"


แอลคลายสีหน้าลง โอเค อย่างน้อยเขาก็ยังไม่โดนจับได้ เด็กคนนี้ก็แค่มองการณ์ไกล เขาไม่ได้หลุดพิรุธอะไรออกไปทั้งนั้น "ผมขอยืนยันครับว่าผมเป็นแค่บล็อกเกอร์จริงๆ"


คิระกอดอก "งั้นฉันจะถามข้อสุดท้ายเลยแล้วกัน" คงเห็นว่าคะยั้นคะยอไปเขาก็คงไม่เปลี่ยนคำตอบอยู่ดี


"เชิญครับ"


"ที่นายตอบมาทั้งหมดนี่" ดวงตาคู่สวยสบกับเขาอย่างตรงไปตรงมา "ได้โกหกบ้างไหม?"


"..."


แอลเงียบ เขาทำเพียงแค่ยิ้ม


"ริวซากิ..."


"คุณสงสัยผม?"


"ฉันมีสิทธิ์สงสัย นายตอบมาได้แล้ว"


คิระโน้มตัวเข้ามาใกล้ มองเขาราวกับจะหาความจริงที่อาจซ่อนอยู่ภายในดวงตาสงบนิ่ง


คนๆ นี้ตามความคิดเขาทัน หรือบางทีอาจคิดนำไปก่อนแล้ว แต่แอลยังไม่จำเป็นต้องร้อนรนอะไรแม้จะแพ้ในกระดานหมากรุก


เพราะเขายังไม่แพ้ในคดียางามิ ไลท์ มันยังเร็วเกินไปที่จะตัดสิน


"ไม่ครับคิระคุง" แอลฉีกยิ้มใสซื่อให้ผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง "ผมตอบความจริงทุกอย่าง"











------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ต้องกราบขอโทษคนที่ไม่เคยเล่นหมากรุกจริงๆ นะคะ TvT เรารู้ว่ามันยากจะทำความเข้าใจแถมถ้าจะอธิบายกฎทั้งหมดใหม่ก็...ได้งงกันกว่าเดิมแน่ (//ลูบหน้า) ถ้ามีข้อสงสัยตรงจุดไหนถามได้เสมอนะคะ เราจะตอบถ้าไม่ใช่ส่วนที่เก็บไว้ให้คิดหรือเนื้อเรื่องตอนต่อๆ ไป //ยิ้มเลิ่กลั่ก
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #154 SATANGAPA (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 17:05
    พวกเท๊อออออ สังคมหน้ากากกันเกินไปล้าวน้า!!!!!
    #154
    1
    • #154-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 113)
      24 พฤศจิกายน 2562 / 03:28
      จริงๆ เล้ยยยเจ้าพวกนี้! พูดความจริงกันบ้างเซ่!

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์นะคะ <3
      #154-1
  2. #153 [ LuksornNoy ] (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 11:11
    นั่นไงล่ะ!//ตบเข้าฉาด ไลท์คือคิระจริงๆด้วย! เห็นตอนก่อนไรท์เคยแยกสองคนนี้เป็นคนละคนกันเลยไม่มั่นใจ แต่ๆๆ นั่นไงล่ะ! ฉันนึกแล้ว!

    เอาตามตรงคืออ่านฟิคการ์ตูนก็เจอแต่2คนนี้ล่ะค่ะที่จีบกันผ่านหมากรุก ตั้งแต่เวอร์ชัน2006ละ วิธีจีบกันแบบอัจฉริยะหรือไง!? และแอล คนตอแหล นายโกหกอยู่ชัดๆยังมีหน้ามาทำซื่อ!(ไลท์ก็โกหก แต่นี่เมนเรา ให้อภั—)

    ปล.ว่าแต่ อ่านๆไปแล้วอยากได้ตารางหมากรุกมาวางประกอบฉากตรงหน้าเลยค่ะ:P
    #153
    1
    • #153-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 113)
      24 พฤศจิกายน 2562 / 03:27
      สองคนนี้คือล้ำไปอีกขั้นแล้วค่ะ จีบกันผ่านเกมใช้สมองได้นี่ไม่ธรรมดา 2006 นี่คือที่ตั้งใจเรฟเลย ฟฟฟ โกหกกันทั้งสองฝ่ายแต่คาดหวังให้อีกคนพูดจริง โหยยยย

      นั่นสินะคะ ถ้าวางภาพตารางคงทำให้เข้าใจง่ายขึ้น อนาคตอาจกลับมาลองใส่เพื่มล่ะนะคะ

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์ค่า! ><
      #153-1
  3. #151 123fha (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 00:27

    โอย//กุมขมับ

    -2คนนี้มันไม่คิดจะถอดหน้ากากคุยกันซักครั้งเลยใช่มั้ยเนี่ย//รู้สึกเอือมๆเออแต่ก็เป็นแบบนี้แต่ไหนแต่ไรแล้วหนิ่

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-09.png

    แอลนี่มันแอลจริงๆแต่เพราะเป็นคนแบบนี้แหละถึงได้ชอบ555+https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-11.png

    #151
    1
    • #151-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 113)
      24 พฤศจิกายน 2562 / 03:21
      //นวดขมับเครียด

      จะคุมเชิงกันไปถึงไหน ถอดหน้ากากหน่อยเถอะพวกนาย!

      ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์มากเลยนะคะ~
      #151-1