[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 111 : Where Do Babies Come From? (ซายุ & หลายคน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 75
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    25 ม.ค. 64


Pairing : ซายุ & ไลท์ & มิสะ & แอล & วาตาริ & มากิ & มัตสึดะ & Human! ลุค & คุณพ่อโซอิจิโร่

//โฟกัสอยู่ที่น้องซายุ คนอื่นคือถัวๆ บทกันไปค่า


*Warning!!! มีเนื้อหาเกี่ยวกับ...เอ่อ ทางเพศ เด็กเกิดมาได้ยังไง* Me //หนีไปร้องไห้









ซายุนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารกับคุณพ่อ มือเล็กใช้ตะเกียบเขี่ยข้าวในถ้วยไปมาแทนที่จะคีบเข้าปาก โซอิจิโร่มองท่าทางนั้นด้วยความเป็นห่วง นึกสงสัยว่าอาจเป็นเพราะภรรยาไปธุระต่างเมืองหรือไม่ก็ตนทำอาหารได้แย่เกินไป "ซายุ มีอะไรหรือเปล่า? อย่าเล่นของกินสิลูก"


เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมา ดวงตากลมใสแจ๋วเต็มไปด้วยความสงสัยที่ปิดไม่มิด "คุณพ่อ เด็กมาจากไหนเหรอคะ?"


ดวงตาหลังกรอบแว่นเบิกกว้าง คนเป็นพ่อสำลักกับสิ่งที่ได้ยินจากปากลูกสาว ไอค่อกแค่กไประยะหนึ่ง ซายุเห็นอย่างงั้นก็ลุกขึ้นเดินมาช่วยลูบหลังเขา


"ทำไมลูกถึงอยากรู้ล่ะ?" ชายหนุ่มถามเสียงสั่น "ใครพูดให้ฟัง อ่านเจอในหนังสือหรือว่าอินเตอร์เน็ต?"


"หนูก็แค่สงสัย..." ซายุเดินไปนั่งที่เดิม นึกสงสัยว่าทำไมคุณพ่อถึงดูตกอกตกใจเสียขนาดนั้น


เขาจ้องลูกสาวนิ่งๆ ไปพักหนึ่ง ใบหน้าแสนใสซื่อจ้องเขากลับ ซายุอายุแค่หกขวบ เพิ่งจะขึ้นชั้นป.หนึ่งแน่นอนว่าโรงเรียนยังไม่คิดจะสอนเพศศึกษา และโซอิจิโร่ขอยอมรับว่าเขาไม่อยากอธิบายเรื่องแบบนี้เลยแม้แต่นิดเดียว เขาหมายถึง...ซาจิโกะที่เป็นเพศเดียวกันหรือไม่ก็ไลท์ที่โตกว่าไม่กี่ปีคงจะช่วยสอนซายุได้ดีกว่าไม่ใช่หรือไง!?


ชายหนุ่มถอนหายใจ "ทำไมไม่ลองถามพี่ไลท์ดูละ? พ่อแน่ใจว่าพี่เขาจะอธิบายได้ดีกว่าแน่ๆ"


"จริงเหรอคะ~?" เด็กสาวผุดลุกจากเก้าอี้วิ่งขึ้นบันไดไปห้องพี่ชาย


โซอิจิโร่มองไล่หลังลูกสาวผู้ไร้เดียงสาของเขาไปจนลับตา รู้สึกเสียใจกับภาระที่พึ่งผลักให้ลูกชายไป ได้แต่หวังว่าไลท์จะมีวิธีการพูดเหมาะๆ ที่จะตอบข้อสงสัยให้ซายุได้









ด้วยความตื่นเต้น ซายุเคาะห้องพี่ชายด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า แต่แทนที่จะได้ยินเสียงนุ่มนวลของไลท์ เสียงแหลมเล็กของลุคกลับดังขึ้นพร้อมประตูที่เปิดออก "อ้าว ซายุ มีอะไรรึเปล่า? เข้ามาก่อนสิ"


เด็กสาวเดินเข้ามาตามที่อีกฝ่ายบอก ร่างเล็กสอดส่องสายตาหาพี่ชายในขณะที่เด็กหนุ่มหยิบแอปเปิ้ลบนโต๊ะกิน "ตอนนี้ไลท์ไปซื้อแอปเปิ้ลมาเพิ่มน่ะ เดี๋ยวก็คงกลับแล้ว ซายุนั่งรอก่อนไหมล่ะ?"


ซายุนั่งลงกับเก้าอี้ที่โต๊ะเขียนหนังสือก่อนเอ่ยปากถามคนตรงหน้าในทันที "หนูอยากรู้ว่าเด็กมาจากไหน"


ร่างบึกบึนนิ่งค้างกับสิ่งที่ได้ยิน ใบหน้าบูดเบี้ยวแดงขึ้นหน่อยๆ "เอะ--เอ๋ อะไรนะ?"


ซายุมึนงงกับปฏิกิริยาของอีกฝ่ายเล็กน้อย กับคุณพ่อก็ทีนึงแล้ว อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมทั้งคู่ทำท่าเหมือนเห็นปีศาจ หรือว่านี่จะเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยมีใครถามกันนะ "หนูอยากรู้ว่าเด็กมาจากไหนค่ะ" เด็กสาวย้ำ


คนอายุมากกว่าขำแห้งๆ ลูบมือไปตามผมชี้ตั้งของตัวเอง ดวงตาสีเหลืองเบนซ้ายขวาราวกับกำลังหาทางออก "ฮะฮะ ท..ทำไมซายุถึงอยากรู้ล่ะ?"


เด็กสาวยิ้มสดใสรับไม่รู้เรื่องรู้ราว "ก็เมื่อวานนี้หนูเห็นคู่รักเดินเข็นรถเข็นเด็กที่ถนน น่ารักมากเลย! แล้วหนูก็ได้ยินผู้หญิงพูดว่าเหนื่อยมากกว่าจะมีน้องคนนี้ หนูก็เลยสงสัยว่าพวกเขาต้องทำยังไงบ้างถึงจะมีลูก"


ดวงตาสีเหลืองเบนไปมาด้วยความเลิ่กลั่กยิ่งกว่าเดิม เหงื่อเริ่มซึมออกตามผิวหนัง นึกสาปส่งโลกใบนี้ว่าเหตุไฉนเขาถึงต้องเป็นคนอธิบายให้ฟัง ไม่ถามพ่อแม่ตัวเองล่ะนังหนู!? "อ่า...คือแบบนี้นะ" ลุคเริ่มคิดเรื่องโกหกขึ้นมาในหัว ตัดสินใจเอาว่าเดี๋ยวอีกฝ่ายโตขึ้นก็คงรู้เอง "พอคนสองคนรักกันมากๆ พวกเขาจะ...อั่ม...ปลูกต้นไม้"


"ต้นไม้?" ซายุเอียงศีรษะไปด้านข้าง


"ช..ช่าย ต้นไม้...อ่าาา เอาเป็นว่าพวกเขาปลูกแอปเปิ้ล! นั่นแหละ!" เขารู้ว่านี่เป็นการโกหกที่งี่เง่ามากๆ แต่มาถึงขั้นนี้เขาจะทำอะไรได้อีก...นอกจากใส่ไฟเพิ่ม "ถ้าพวกเขารักกันมากพอ ต้นแอปเปิ้ลก็จะออกผลมาเป็นเด็กภายในคืนเดียว พอเช้าวันต่อมาพวกเขาไปที่สวนก็จะมีลูก"


ปากเด็กสาวอ้ากว้างด้วยความตื่นตาตื่นใจกับเรื่องราวที่ได้ยิน แบบนี้นี่เอง ทั้งหมดที่คู่รักต้องทำก็คือปลูกต้นไม้แล้วก็รักกัน แล้วก็จะมีลูก? เธอรู้ว่าทำสวนเป็นงานยากนะ แต่มันก็ไม่น่าจะเหนื่อยยากอะไรขนาดนั้นนี่ ที่ได้ยินคู่นั้นคุยกันยังดูเหมือนมันต้องใช้เวลานานแถมต้องอดทนกับอะไรมากมาย


"แน่ใจเหรอคะ?" เธอถามด้วยยังไม่ปักใจเชื่อนัก


ลุคทุบกำปั้นกับฝ่ามือตัวเอง หัวเราะกลบเกลื่อน "แน่ซี่! เอาล่ะ ขอโทษนะซายุ พี่นึกขึ้นได้ว่ามีธุระที่ต้องออกไปทำ เดี๋ยวกลับมานะ" เขาตรงไปที่ประตู เปิดมันออกแล้วมุ่งไปที่ชั้นล่าง ไม่รอฟังคำค้านใดๆ


"เดี๋ยวสิคะ!" ร่างเล็กวิ่งตามออกไป สองขาเตาะแตะลงบันไดเพียงเพื่อจะพบว่าเธอช้าเกินไป ลุคได้จากไปเสียแล้ว ทิ้งเธอไว้กับความสงสัยที่ว่าเด็กเกิดจากต้นแอปเปิ้ลได้จริงหรือ ซายุเคยปลูกต้นไม้ตั้งหลายต้นกับพี่ชายแต่ก็ไม่เคยเจอเด็กเลยแม้แต่ครั้งเดียว หรือว่าจะยังรักกันไม่พอ...


คล้ายกับเป็นการช่วยเหลือจากฟากฟ้า พระผู้เป็นเจ้าส่งตัว(ตายตัวแทน)ผู้ที่จะตอบคำถามเธอได้มาหาถึงที่ มัตสึดะซังอยู่ม.ต้นปีสามแล้วต้องช่วยเธอได้แน่ๆ พี่คนนั้นยิ้มทักทาย เดินเข้ามาหาอ้าปากจะเอ่ยอะไรบางอย่าง


"พี่ไลท์ไปซื้อแอปเปิ้ลเดี๋ยวก็กลับค่ะ!" เธอชิงตอบก่อน เด็กหนุ่มหุบปากฉับเป็นอันว่าเธอทายสิ่งที่เขาจะพูดได้ถูกต้อง "หนูขอถามอะไรมัตสึดะซังหน่อยนะคะ"


ทั้งเธอและอีกฝ่ายเดินไปนั่งที่โต๊ะทานข้าว ตรงนั้นชายวัยกลางคนตั้งหน้าตั้งตาทานอาหารอย่างเลิ่กลั่กที่สุด แต่มัตสึดะก็ซื่อพอจะอ่านบรรยากาศไม่ออก "คำถาม? เอาสิ พี่จะตอบเท่าที่รู้"



"จริงๆ หนูไปถามพี่ลุคมาก่อนแล้ว" เด็กสาวรินน้ำให้คนอายุมากกว่าทั้งสอง "เขาให้คำตอบมาแต่หนูก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไร"


ได้ยินดังนั้น มัตสึดะก็รับแก้วมาดื่มด้วยรอยยิ้มภาคภูมิ "อ๊ะ งั้นซายุจังก็คิดถูกแล้วที่มาถามพี่" คำอวดอ้างนั้นนับว่าไม่ดูแย่นักเมื่อเขามีประสบการณ์มากกว่าเธอเยอะ "งั้นซายุจังอยากรู้เรื่องอะไรนะ? พี่จะช่วยอธิบายให้เอง"


ดวงตากลมเป็นประกาย ซายุยิ้มกว้างกำมือเขย่าอย่างตื่นเต้นที่จะได้รู้ความจริง "ขอบคุณค่ะ มัตสึดะซัง! หนูอยากรู้ว่าเด็กมาจากไหนน่ะค่ะ!"


เด็กหนุ่มสำลักน้ำหน้าเหลอหลา รอยสีชมพูระเรื่อปรากฎตรงสองแก้ม "อะไรนะ!?"


"เด็กมาจากไหนคะ?" ซายุย้ำ "พี่ลุคบอกว่าพวกเขามาจากต้นไม้ แต่หนูก็ไม่แน่ใจเพราะหนูกับพี่ไลท์ก็ปลูกต้นไม้บ่อยๆ แต่ไม่เคยเจอเด็ก หรือเพราะพวกเรายังรักกันไม่พอเหรอคะ?"


มัตสึดะหันไปขอความช่วยเหลือผู้อาวุโสที่สุดในกลุ่ม แต่คุณพ่อของเด็กสาวทำเป็นไม่เห็น ลุกขึ้นหยิบจานไปล้างเฉย! เด็กหนุ่มยกมือขึ้นมาแต่ก็ไม่รู้จะเริ่มเล่าจากตรงไหน ความกระวนกระวายฉายชัดทั่วใบหน้าก่อนตัดสินใจยืมเรื่องพื้นบ้านมาเล่า "พี่ลุคเค้ามั่วแล้วแหละซายุจัง ใครๆ ก็รู้ว่าเด็กน่ะมาจากนกกระสาต่างหาก"


"นกกระสา?" ซายุงงหนักกว่าเดิมอีกคราวนี้


"ใช่ นกกระสาจะคาบเด็กมาให้คู่รักเมื่อพวกเขารักกันมากพอ" เขายิ้มให้เป็นการยืนยัน คาดหวังในใจว่าพระเจ้าจะโอเคกับคำตอบนี้


"แต่...นกกระสารู้ได้ยังไงคะว่าต้องเอาเด็กมาให้คู่รัก?"


"ทำไมน่ะเหรอ? พระเจ้าบอกพวกเขาว่าต้องบินไปไหนแล้วให้เด็กกับใครน่ะสิ!"


ซายุขมวดคิ้วครุ่นคิด "แต่นั่นดูไม่เห็นจะเหนื่อยเลย..." เด็กสาวพยายามหักล้างข้อโต้เถียงต่างๆ ที่พุ่งเข้ามาในสมอง มัตสึดะซังบอกว่าเด็กมาจากนกกระสาที่ได้รับคำสั่งจากพระเจ้า ในขณะที่พี่ลุคบอกว่าพวกเขามาจากการปลูกต้นไม้ อันไหนกันที่ถูกต้อง? ทั้งสองอย่างคงถูกเหมือนกันไม่ได้ใช่ไหม? แต่ทั้งสองคำตอบก็ไม่ได้ฟังดูยากเย็นอะไร และจากที่เธอได้ยินมามันควรจะเหนื่อยมากกว่านี้สิ


ดวงตากลมเหลือบไปเห็นพี่สาวและน้องสาวข้างบ้านเดินอยู่นอกหน้าต่าง ไอเดียใหม่ผุดขึ้นในทันที บางทีมิสะซังอาจจะรู้ก็ได้ว่าเด็กมาจากไหน! ขอแค่มิสะซังยืนยันเธอก็จะรู้แล้วว่าใครกันที่ถูก พี่ลุคหรือมัตสึดะซัง เด็กสาวพึมพำบอกคู่สนทนาว่าจะไปข้างนอก เหมือนจะเห็นเขาถอนหายใจอย่างโล่งอกแต่ซายุก็ไม่ได้สนเท่าไร


ร่างเล็กพุ่งไปหาสองสาวข้างหน้า "มิสะซังงงงงง มากิจังงงงง" มิสะเหมือนจะได้ยินก่อนจึงหยุดเดินแล้วหันมาหา เด็กน้อยที่ตัวเล็กกว่าซายุมากก็หันมาหาเช่นกัน


"อ้าว ว่าไงซายุจัง / สวัสดีค่ะ พี่ซายุ" ทั้งคู่ทักขึ้นมาพร้อมกับ คนโตสุดในกลุ่มออกปากชวนเด็กสาวที่วิ่งมาหยุดตรงหน้า "เราจะไปซื้อไอติมที่ตรงนู้น ไปด้วยกันไหม?" เธอชี้ไปที่ร้านเจ้าประจำซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลนัก ซายุพยักหน้าดวงตาเป็นประกายเมื่อได้ยินชื่อของหวานแสนอร่อย


เมื่อไปถึงร้าน ซายุก็คิดเอาว่าระหว่างรอคิวเป็นจังหวะเหมาะจะตั้งคำถาม มากิอยู่คิวแรกสั่งไอศกรีมชาเขียว ส่วนเธอหันไปหามิสะที่ต่ออยู่ข้างหลัง "มิสะซัง หนูถามคำถามพี่ลุคกับมัตสึดะซังมาแต่พวกเขาตอบไม่เหมือนกันเลย หนูเลยอยากถามคุณว่าอันไหนกันแน่ที่ถูก"


มิสะดูจะสงสัยแต่ก็ยิ้มหวานรับ "อื้ม ถามมาเลย"


มากิเขย่งเท้าขึ้นเอื้อมสุดแขนจะรับขนมแต่เธอก็สูงไม่พ้นเคาท์เตอร์ด้วยซ้ำ พนักงานยื่นไอศกรีมให้ด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ซายุสั่งของตัวเองเป็นรสช็อกโกแลตก่อนจะหันไปถามเสียงชัดถ้อย "เด็กมาจากไหนเหรอคะ?"


โลกเหมือนจะหยุดหมุนเมื่อมิสะได้ยินประโยคนั้น ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างตกตะลึง "หยะ อยากรู้ไปทำไมน่ะ!?" เธอร้องเสียงหลง หน้าแดงก่ำ


"หนูได้ยินคู่รักคุยกันเรื่องลูกก็เลยสงสัย..." เธอบอกไปตามตรง กล่าวขอบคุณพนักงานพร้อมรับไอศกรีม


"รสสตรอเบอร์รี่ค่ะ" มิสะวางเงินที่ต้องจ่ายทั้งหมดไว้บนเคาท์เตอร์ หันมาคุยกับคนจุดประเด็นทั้งสีหน้าไม่สู้ดีนัก "ไว้อายุมากกว่านี้ค่อย---" ทำท่าจะเบี่ยงประเด็นแต่เด็กน้อยก็ขัดขึ้นเสียก่อน


"หนูก็อยากรู้เหมือนกันค่ะ" มากิถามอย่างตั้งความหวัง "เด็กมาจากไหนเหรอคะ?"


ด้วยความเขินจนแทบละลายหายไปจากโลกมิสะก้มหน้ารับไอศกรีมเดินนำออกมาจากร้าน สาวน้อยทั้งสองยังคงจ้องเธออย่างกดดัน จนกระทั่งพวกเธอนั่งลงที่ม้านั่งแถวนั้นสายตาก็ยังไม่เบนไปไหน มิสะรู้ได้เลยว่าเธอทำอะไรไม่ได้นอกจากตอบ "ก..ก็ได้  พี่จะอธิบายให้ฟังเอง มัน...อาจจะเข้าใจยากสักหน่อยนะ"


มิสะกัดไอศกรีมสีหวาน มือก็ลูบหน้าตัวเองเบาๆ มันร้อนแปลกๆ อย่างกับเป็นไข้ "ความจริงแล้วเด็กน่ะเคยอยู่ในท้องพ่อมาก่อน แต่ว่าพ่อทุกคนต้องทำงานใช่ไหมล่ะ ถ้าจะเอาไปด้วยก็ลำบากเลยฝากให้แม่ที่อยู่บ้าน" พยายามอย่างมากที่จะเล่าให้ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุดแม้มันจะดูแถข้างๆ คูๆ มากก็ตาม "ร่างกายของแม่นุ่มกว่า มีนมอุ่นแล้วก็อาหารมีประโยชน์ เด็กก็เลยโตไวมาก พอเด็กเริ่มจะโตจนท้องแม่รับไม่ไหวเลยต้องให้คุณหมอช่วยเอาออกผ่านช่องพิเศษ..."


"ช่องพิเศษอยู่ตรงไหนเหรอคะ?" มากิถาม


ซายุเองก็เช่นกัน "แล้วทำไมคุณพ่อถึงมีเด็กตั้งแต่แรกล่ะคะ?"


มิสะกระแอมงับโคนขนมปังจนเกลี้ยง "ไม่เล่าอะไรเพิ่มทั้งนั้น! เอาล่ะ ได้เวลากลับบ้านแล้วสาวๆ"


ทั้งสามลุกขึ้นเดินทาง มากิกับซายุหน้าจ๋อยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ซายุยังคงสงสัยแต่เธอก็พยายามจะเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดที่ได้ในวันนี้ บางทีพี่ลุค มัตสึดะซังหรือมิสะซังอาจจะไม่มีใครถูกมากไปกว่าใคร บางทีคู่รักแต่ละคู่อาจได้บททดสอบที่แตกต่างกันออกไป...ล่ะมั้ง?


การมีลูกดูจะเป็นอะไรที่ซับซ้อนเมื่อมันเกี่ยวข้องกับต้นไม้ นกกระสาหรืออะไรในตัวพ่อ แต่อย่างน้อยทุกทฤษฎีก็ตรงกันที่คู่รักต้องรักกันมากๆ เพราะว่าถ้าไม่ พวกเขาคงไม่ผ่านขั้นตอนแปลกประหลาดพวกนี้โดยไม่เป็นบ้าไปก่อน สำหรับซายุแต่ละอย่างฟังแล้วน่าปวดหัวเหลือเกิน


ในตอนที่มาถึงบ้าน ซายุโบกมือลาอีกสองคนจนลับตา แต่ก่อนที่จะหมุนลูกบิดเปิดประตู ไอเดียสุดบรรเจิดก็ผุดขึ้นมาเสียก่อน


จริงด้วย ยังไม่ได้ถามพี่ริวซากิเลยนี่! เขารู้ทุกเรื่องอยู่แล้ว ต้องตอบได้แน่ๆ!









แอลนั่งอยู่ในห้องทำงาน ดวงตากลมโตสีดำสนิทเพ่งพินิจคดีในหน้าจอมอนิเตอร์ ยกกาแฟขึ้นจิบในตอนที่ชายชราเปิดประตูเข้ามา วาตาริถือถาดใส่ขนมญี่ปุ่นมาจัดแจงวางตรงโต๊ะ เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นราวกับรอให้เด็กหนุ่มตอบรับจึงจะเปิดปากพูด "มีอะไรรึเปล่าครับ วาตาริ?" แอลกดหยุดภาพจากกล้องวงจรปิด หันไปทางอีกฝ่ายอย่างใคร่รู้


เขาผงกศีรษะน้อยๆ เอ่ยเสียงนอบน้อม "ยางามิ ซายุรออยู่ที่ห้องรับแขกครับ"



"กับไลท์คุง?"


"เธอมาคนเดียว"


คนเป็นนักสืบเลิกคิ้ว "แล้วคุณให้เข้ามาทำไม?"


ชายชราตอบตามจริง "ผมรู้ว่าคุณยุ่งและไม่อยากเสี่ยงโดนรู้ตัวตน แต่การจะปล่อยเด็กประถมต้นไว้หน้าประตูนั้นอันตรายเกินไป"


เด็กหนุ่มนิ่งไปชั่วครู่ นิ้วโป้งจรดริมฝีปากอย่างตอนใช้ความคิด "งั้นคงต้องไปดูเสียหน่อย ถ้าเธอพอใจแล้วก็คงกลับบ้านไปเอง"


ร่างบางเดินหลังโก่งไปหาเป้าหมาย เด็กสาวที่รออยู่ที่โซฟายิ้มหวานในทันทีที่เห็นเขา "สวัสดีค่ะ พี่ริวซากิ"


"สายัณห์สวัสดิ์ครับ" คนใช้ชื่อปลอมว่าริวซากินั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามยกขาขึ้นมาชิดอก อาจดูหยาบคายไปเสียหน่อยแต่ซายุก็ไม่ถือสา "ผมยังมีการบ้านที่คั่งค้างอยู่ คงอยู่คุยได้ไม่นานหรอกนะครับ"


เด็กสาวส่ายหน้ารัวเร็วยืนยันให้แน่ใจว่าจะไม่เป็นการลำบากอีกฝ่าย "อ๊ะ ไม่เลยค่ะ! ความจริงหนูอยากถามแค่คำถามเดียวเอง"


แอลเผลอยืดหลังขึ้นน้อยๆ ยางามิ ซายุไม่ค่อยมาบ้านเขา ยิ่งไม่มีพี่ชายมาด้วยยิ่งไม่เคย ถ้าเป็นเรื่องง่ายๆ เธอก็จะต้องถามคนในครอบครัวไปแล้วอย่างแน่นอน และด้วยสถิติตอบได้ทุกคำถามของเขา แอลสันนิษฐานว่าต้องเป็นเรื่องสำคัญมากอย่างแน่นอน


"ถามมาเลยครับ" น้ำเสียงจริงจังเช่นเดียวกับใบหน้า ชั่วขณะหนึ่งที่เด็กสาวรู้สึกเย็นยะเยือกเหมือนตัวเองเป็นผู้ต้องหากำลังโดนสอบสวน


"เด็กมาจากไหนคะ?" สิ่งที่ได้ยินทำให้แอลนิ่งไป แต่ก่อนเขาจะได้เอ่ยปากตอบร่างเล็กก็กล่าวเสริม "พี่ลุคบอกว่ามาจากต้นไม้ มัตสึดะซังบอกว่านกกระสาคาบมา แต่พอหนูถามมิสะซัง เธอก็บอกว่าพ่อยกให้แม่ดูแล" นักสืบหนุ่มกะพริบตาปริบ "สรุปเด็กมาจากไหนกันแน่คะ?"


ปกติแอลไม่มีโอกาสได้คุยเรื่องส่วนตัวอย่างพวกสัมพันธ์ลึกซึ้งหรือวิธีทำลูก แต่เขาไม่เหมือนเด็กคนอื่นอยู่แล้ว ประสบการณ์สืบคดีทำให้ความรู้หลากหลายเป็นสิ่งจำเป็น ใบหน้าซีดเซียวยังคงราบเรียบ ไม่แดงขึ้นแม้เพียงนิดซ้ำยังไร้อารมณ์เช่นเคย เขานั่งเงียบๆ ครู่นึงก่อนลุกขึ้นไปที่ชั้นหนังสือ ใช้สองนิ้วคีบเปลี่ยนหน้าระหว่างเดินกลับมา เมื่อพบสิ่งที่ต้องการจึงวางลงบนโต๊ะที่คั่นกลางพวกเขา หมุนให้เด็กสาวเห็นเต็มสองตา


"นี่" นิ้วขาวจดชี้ภาพเหมือนดอกไม้สักชนิดที่ซายุไม่เคยเห็น มันเต็มไปด้วยรอยยับย่นไร้ความสวยงาม "คืออวัยวะเพศหญิง"









ไลท์หอบถุงกระดาษใส่แอปเปิ้ลมาถึงบ้านเพียงเพื่อจะพบว่าลุคกลับไปก่อนเสียแล้ว ข้างกายมิสะอาสาช่วยเขาแบกอีกถุงมาส่งที่บ้าน คุณพ่อทิ้งโน้ตเอาไว้ว่าจะขับรถไปส่งมัตสึดะและรับของที่กรมกว่าจะกลับก็ค่ำมืด มิสะเลยอยู่เป็นเพื่อน เพื่อตอบแทนน้ำใจนั้น ไลท์ปอกเปลือกและหั่นแอปเปิ้ลให้เด็กสาวทาน


เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเพราะพวกเขาคุยกันถูกคอทีเดียว รู้ตัวอีกทีก็เห็นซายุเปิดประตูเข้าบ้านมาด้วยสีหน้าช็อคราวกับวิญญาณออกจากร่าง ทั้งสองตรงไปหาเธอด้วยความเป็นห่วงในทันที