[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 110 : Midnight Meal (ริวซากิ & วาตาริ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    25 ม.ค. 64

Pairing : ริวซากิ & วาตาริ

//ริวซากิก็คือริวซากิ มาจากหนังโรงปี 2016~









โถงทางเดินหลักมืดมิดของแวมมี่เฮ้าส์เป็นอีกหนึ่งพื้นที่คุ้นเคยสำหรับริวซากิ หลังเวลาเข้านอนเด็กชายมักจะย่องออกมาสำรวจเพื่อทำความคุ้นเคยกับแผนผังที่นี่ มันไม่เคยเป็นความคิดที่แย่ที่จะสำรวจสิ่งแวดล้อมซึ่งมีฐานะเป็นบ้านถาวร โดยเฉพาะกับคนเพิ่งมาอยู่ได้ไม่นานแบบเขา


ตอนนี้ริวซากิเริ่มชินกับตำแหน่งห้องต่างๆ เกือบทุกซอกทุกมุมของตัวอาคารแล้ว ทว่าคืนนี้เขามีวัตถุประสงค์แตกต่างออกไป ปกติอาหารที่แวมมี่เฮ้าส์กำหนดไว้ก็เพียงพอจะทำให้อิ่มและสุขภาพดี แต่บางทีการฝึกภาคสนามของเขาก็โดดเด่นน้อยลงเพราะ---


โครกกก


นั่นไง พูดยังไม่จบประโยคเสียงท้องก็ร้องประท้วง ริวซากิทอดถอนหายใจมุ่งหน้าไปครัวเพื่อหาของว่างยามดึก เด็กหนุ่มใส่ชุดนอนสีเข้มย่ำเท้าเปลือยเปล่าจนเกิดเสียงสะท้อนเบาๆ ตามทางเดิน ตัดสินใจอยู่ว่าอะไรจะสะดวกที่สุด เขาอาจจะทำแซนวิชไม่ก็เอาอาหารในตู้เข้าไมโครเวฟ อาหารง่ายๆ ที่สามารถเอากลับไปทานที่ห้องได้ สายตามองรอบข้างหูก็ฟังเสียงในกรณีที่นี่อยู่ในการทดสอบด้วยเช่นกัน เขาเบื่อจะโดนพวกผู้ใหญ่สวดเรื่องเป็นนักสืบต้องระวังภัยตลอดเวลานั่นเหลือเกิน


เสียงโลหะกระทบกันดังเข้าสู่โสตประสาท เด็กชายสะดุ้งตื่นตัวเต็มที่ เห็นแสงไฟรำไรลอดออกมาถึงทางเดินจากใต้ประตูห้องอาหาร ริวซากิขมวดคิ้ว เที่ยงคืน ดึกป่านนี้จะมีใครตื่นอยู่อีกนอกจากเขา...โอเค นอกจากแอลอีกคนก็ได้


ริวซากิแง้มประตู ข้างในดับไฟมืดสนิทหากแต่มีเงาที่ทั้งพื้นและเพดานเนื่องจากแสงสาดผ่านห้องครัวไม่ถูกกั้นด้วยประตู เสียงกระทบแหลมกึกก้องดังมาจากข้างใน ด้วยยังไม่ไว้ใจนัก ริวซากิแตะมีดพกที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อให้แน่ใจว่าสามารถคว้ามาใช้งานได้ทุกเมื่อ สองขาก้าวเข้าไปหาแสงนั้นด้วยความสงสัย


ข้างในห้องครัวมีชายชราเจ้าของสถานเด็กกำพร้าแห่งนี้ วาตาริกำลังประคองหม้อและกระทะหลายใบไว้ด้วยแขนข้างเดียว ขณะที่มือของอีกข้างเปิดตู้เก็บของ บนเคาท์เตอร์มีจานสองสามใบและอุปกรณ์ทำเค้กที่พึ่งล้างเสร็จ กลิ่นหอมหวานของวานิลลาฟุ้งอบอวลไปทั่วราวกับอยู่ในเบเกอรี่ ดวงตาหลังกรอบแว่นเบนมามองในทันทีที่เขาเข้ามา ใบหน้าเหี่ยวย่นมีรอยยิ้มบาง


"สวัสดีครับ ริวซากิ" เขาทักเสียงล้า "นี่ค่อนข้างดึกแล้วนะครับ"


เด็กชายไม่ตอบอะไรด้วยกลัวจะถูกลงโทษ แหงสิ วาตาริเป็นผู้ใหญ่นอนช้าได้ เขาพึ่งมาก็หาเรื่องใส่ตัวเข้าแล้วโดนระดับเจ้าของบ้านจับได้แบบนี้ ...แต่ลึกๆ เขารู้ว่าวาตาริจะไม่ดุ วาตาริให้พื้นที่คนอื่นได้ตัดสินใจชีวิตตัวเองเสมอ "คุณยังไม่ง่วงเหรอ?"


"ไม่เชิงครับ" ชายชราหัวเราะเบาๆ เก็บหม้อทั้งหมดเข้าตู้ก่อนหันมาให้ความสนใจแก่คนตรงหน้า "ผมแค่ทำความสะอาดครัวหลังจากอบเค้กให้แอลก็เท่านั้นเอง"


"...เขากินเค้กตอนเที่ยงคืน?" ต่อให้ริวซากิจะชอบของหวานเหมือนกันก็ยังไม่เห็นด้วยกับความคิดนั้นเสียเท่าไร


"น้ำตาลเป็นอาหารสมองครับ" ประโยคคุ้นเคยถูกส่งกลับมา "ผมย่อมต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เขาพึงพอใจอยู่แล้ว"


เด็กชายกอดอกไม่สบอารมณ์ "แล้วเขาก็ปล่อยให้คุณเก็บกวาดเอง?"


วาตาริไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ "แอลมีคดีที่ต้องจัดการในฐานะนักสืบ ผมเองก็มีหน้าที่ในฐานะผู้ช่วยที่จะดูแลเรื่องรอบตัวเพื่อให้เขาใช้เวลาอย่างคุ้มค่ากับสิ่งที่สมควรจริงๆ" พอได้ฟังเหตุผลนั้นก็แย้งไม่ออก จริงอย่างที่เขาพูด จะให้ระดับนักสืบอันดับหนึ่งของโลกมาล้างจานทำความสะอาดบ้านก็ดูไม่จำเป็นเสียเท่าไร


"นั่นสินะครับ" ร่างเล็กพยักหน้าเห็นด้วย "งั้นผมคงต้องกลับห้องแล้ว"


"ตอนนี้เลยหรือ?" วาตาริมีสีหน้าแปลกใจ "แต่คุณพึ่งมาถึงและผมมั่นใจว่าต้องมีเหตุผลอย่างแน่นอน บางทีผมอาจจะช่วยคุณได้?"


"ไม่สำคัญหรอกครับ" เด็กชายบอกปัด เตรียมหันหลังกลับตามที่พูด "ผมไม่อยากรบกวนอะไรคุณทั้งนั้น" ในจังหวะนั้นเองที่กระเพาะเจ้ากรรมส่งเสียงขึ้นมา ดวงตาสีเทาเบิกกว้าง ริวซากินิ่งค้างแก้มขึ้นสีด้วยความอับอาย


"โอ้ คุณหิวนี่เอง น่าจะบอกผมก่อนนะครับ" ชายชราทำตัวเหมือนคุณปู่เอ็นดูหลานไม่มีผิด "ผมจะทำอาหารเบาๆ ให้ทานเพื่อที่คุณจะได้เข้านอนในเวลาไม่นาน ควรเป็นปลาทอดหรือสลัดผักดีครับ?"


"ปลาทอด" ริวซากิตอบได้โดยไม่ต้องเสียเวลาคิด ก่อนจะอ้าปากพะงาบเมื่อระลึกได้ว่าเขาพึ่งทำตัวเป็นเด็กๆ ที่เกลียดผักเข้าเส้น ถึงมันจะจริงแต่ก็เถอะ


"งั้นคุณรอที่ห้องอาหารได้เลยครับ ประเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว"


ริวซากิไม่แน่ใจว่าควรทำอะไร เขาเกือบจะทำตามที่อีกฝ่ายแนะนำ หันไปมองทางที่เชื่อมกับห้องอาหารมืดสนิท ออกไปก็ต้องเปิดไฟนั่งรอเสียเวลาเปล่า เขาหันกลับมาข้างในอีกครั้ง เลิกคิ้วฉงนเมื่อเห็นวาตาริได้เตรียมวัตถุดิบและเครื่องครัวขึ้นมาบนเคาท์เตอร์เรียบร้อย ร่างเล็กตรงไปยืนเคียงข้างอีกฝ่าย "อะแฮ่ม" เขากระแอม เมื่อชายชราหันมามองจึงกล่าวต่อ "ให้ผมช่วยนะครับ" เขย่งเท้าน้อยๆ เพื่อจะเกาะเคาท์เตอร์ได้ถนัดขึ้น "มันเป็นอาหารของผม เพราะงั้นผมควรช่วย"


วาตาริทำหน้าเหมือนนึกไว้อยู่แล้ว เขายืดหลังขึ้น "ถ้าคุณต้องการแบบนั้นผมจะห้ามอะไรได้ ในระหว่างที่ผมทอดปลา ถ้าคุณหั่นสมุนไพรและมะนาวจะช่วยเป็นอย่างมาก--- อย่างไรก็ต้องระวังเสมอนะครับ" ประโยคท้ายเสียงเข้มขึ้นเป็นการย้ำเตือน


"ครับผม" ริวซากิตอบรับเสียงใส วาตาริพยักหน้าพอใจก่อนจะหันไปทางเคาท์เตอร์เช่นเดิม ร่างเล็กลองกำชับมือขวากับมีดมือซ้ายจับเขียง ดวงตากลมไล่มองวัตถุดิบตรงหน้า มีสมุนไพรที่เขาไม่รู้จักชื่ออยู่กำนึง ถุงกระดาษใส่ผลมะนาว เครื่องปรุงรสสีแปลกๆ ขวดน้ำมันที่วิต่อมาก็ไปอยู่ในมือย่น พวกนี้คงเป็นของปกติในครัว นั่นคือสิ่งที่เขาสรุปได้ "คุณวาตาริ"


"ครับ?" วาตาริขานทั้งที่ไม่หันหน้ามา หมุนเปิดเตาแก๊สจนไฟสีฟ้าลุกพรึ่บ


"ทำสองจานได้ไหมครับ?" เด็กชายงึมงำ "หนึ่งจานให้ผม หนึ่งจานให้คุณ" นั่นเรียกความสนใจชายชราได้เต็มๆ เขาเลิกคิ้วด้วยสีหน้าประหลาดใจที่สุดเท่าที่ริวซากิเคยเห็น ร่างเล็กละล่ำละลักหยิบสมุนไพรมาหั่น มืองุ่นง่านลงแรงด้วยความอ่อนประสบการณ์ ก้มหน้างุดด้วยไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า "ยังไงผมก็ไม่เอากลับไปทานที่ห้องอยู่แล้ว แถมทานคนเดียวมันก็แปลกๆ" ทำเป็นลืมแผนก่อนหน้าที่จะเอาของกินเข้าห้องเสียสนิท


สีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ในพริบตาความงุนงงของวาตาริก็หายไปและถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เขาพยักหน้า "แน่นอนครับ ต้องขอโทษด้วยถ้าผมทำท่าทีหยาบคาย แต่ผมไม่เจอคำขอประเภทนี้บ่อยๆ เลยค่อนข้างไม่แน่ใจ"


ริวซากิไม่ได้ตอบแต่พึมพำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับความสุภาพที่มากเกินไป ตั้งสมาธิกับการประคองมีดทำครัวในมือเล็กหั่นวัตถุดิบอย่างเชื่องช้ายากเย็น แทบปาดเหงื่อทั้งที่งานยังไม่ถึงครึ่ง ขณะต่อสู้กับความหนักของมีดก็ได้ยินเสียงน้ำมันดังปุ๊ดในกระทะ แทบเดือดในทันทีที่ความร้อนเข้าถึง ที่ข้างกาย วาตาริดึงมีดอีกเล่มออกจากแท่นเสียบเพื่อแล่เนื้อปลาอย่างเชี่ยวชาญ เอื้อมมาหยิบเครื่องปรุงทางฝั่งของเด็กชาย แม้จะเป็นเพียงเวลาแสนสั้นแต่ดวงตาช่างสังเกตก็จับได้ถึงสะเก็ดแผลวงกว้างที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อในขณะที่ลงมาจากข้อมือไร้รอยขีดข่วน เด็กชายหรี่ตาแต่ก็ยักไหล่สรุปกับตัวเองว่ามันก็สมเหตุสมผลแล้ว


วาตาริประโคมเครื่องปรุงมากแค่ไหนริวซากิไม่อาจรู้ เขากลับไปโฟกัสกับหน้าที่อันหนักหนา(หนักจริงๆ)ของตัวเอง นึกสบถว่าใครออกแบบให้มันใช้ยากขนาดนี้ ริวซากิไม่เคยจับมีดอื่นนอกเหนือจากมีดฝึกฝนที่เล็กและคมกว่านี้มาก เริ่มหั่นมะนาวต่อในตอนที่ได้กลิ่นของบางสิ่งนอกเหนือจากน้ำมัน กลิ่นปลากำลังถูกทอดสร้างบรรยากาศให้อบอุ่นยิ่งขึ้น เมื่อเด็กชายสำเร็จงานก็รู้สึกถึงสัมผัสที่แตะลงบนไหล่


"พยายามได้ดีมากครับ" นั่นคือรูปสุภาพของ ฝีมือไม่เท่าไรแต่ขอชื่นชม หากริวซากิก็ไม่ได้ถือสา เขาเสียบมีดเข้าที่ ยักไหล่ด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง


"ของง่ายๆ ครับ"


เด็กชายมองตามคนอายุมากกว่าด้วยความสนใจ "พอผมเห็นคุณวาตาริก็เลยคิดว่า---" มือเหี่ยวย่นจัดแจงใส่ผลงานของริวซากิลงกระทะ "---นี่คงเป็นสิ่งที่คุณถนัดเป็นพิเศษหรือเป็นงานหลัก...ทำอาหาร ผมหมายความว่า คุณก็คงทำให้แอลแล้วก็เด็กคนอื่นบ่อยๆ"


"โอ้..." วาตาริลากเสียง "ไม่มากเท่าไรหรอกครับ แอลทานของหวานซึ่งส่วนใหญ่ผมจะซื้อจากในเมือง เด็กคนอื่นก็มีสตาฟดูแล หรือบางทีก็จัดเวรทำกันเอง" เขาส่ายหัวเบาๆ "ผมมีหน้าที่...ในด้านอื่นเสียมากกว่า"


เด็กชายร้องหืมคล้ายทบทวนทฤษฎีบางอย่างในใจ "ถ้าคุณพอใจที่จะตอบ เป็นงานแบบไหนงั้นเหรอครับ?"


ชายชราหัวเราะ "ในฐานะนักสืบ คุณไม่ควรถามข้อมูลใครตรงๆ หรอกนะครับ" พลิกปลาอีกข้างคลุกกับสมุนไพรและเครื่องปรุงอีกครา "เขาเลือกที่จะตอบคำโกหกได้เสมอ ยิ่งถามเยอะก็จะยิ่งระวังตัวขึ้น"


ร่างเล็กเท้าคางกับเคาท์เตอร์ ดูไม่ได้แยแสอะไรนัก "งั้นผมควร...?"


"ลอบสังเกตและสันนิษฐาน"


"มือของคุณผ่านงานมาอย่างหนัก ไม่ใช่แค่ดูแลผู้อื่นคุณทำอะไรมากกว่านั้น เส้นเลือดตึงกว่าปกติบ่งบอกว่าถูกกำและเกร็งบ่อย" ริวซากิเริ่มเสียงเนิบแต่ฟังดูก็รู้ว่ากัดไม่ปล่อย ดวงตาสีเทาชำเลืองมองที่ช่วงแขนอีกฝ่าย "ผิวหนังที่แขนเป็นสะเก็ดหลายต่อหลายครั้ง ไม่โดนสารเคมีในห้องทดลองก็จากการระเบิดของสิ่งประดิษฐ์ที่ผิดพลาด" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่ริมฝีปาก "คุณโดนทั้งสองอย่างนั่นแหละ แต่ผมเอนเอียงไปอย่างแรกมากกว่า มือคุณปลอดภัยจากการสวมถุงมือใช่ไหมล่ะ แถมถ้าของเหลวพุ่งกระเซ็นก็จะเปรอะช่วงบนเป็นส่วนใหญ่


"พ่อบ้าน ผู้ช่วย ตัวแทนออกหน้า นักประดิษฐ์ พลแม่นอาวุธ..." ถึงตรงนี้ใบหน้าอ่อนเยาว์ก็ฉายแววหงุดหงิด "ใช้งานคนเดียวซะคุ้ม แอลคงกะจะไม่ให้คุณเกษียณเลยสินะ"


คนถูกซักไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ "คุณดูไม่ค่อยแปลกใจ" เขากล่าวในหลายๆ ความหมาย


"ก็เพราะวาตาริอยู่เคียงข้างแอล นักสืบอันดับหนึ่งของโลกจะมีผู้ช่วยอันดับหนึ่งของโลกที่มีความสามารถรอบด้านก็ไม่แปลก"


จบประโยคนั้นทั้งสองก็ยืนเคียงข้างกันเงียบๆ


ริวซากิไม่มีอะไรต้องทำจึงเพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น​ ดูวาตาริทอดปลาทั้งฮัมเพลงไปด้วย​ ความกระฉับกระเฉง​ที่หาไม่ได้ง่ายๆ​ จากผู้สูงอายุชวนให้รู้สึกนับถือเสมอ​ วาตาริตักอาหารและจัดชุดเครื่องเงินใส่จานทั้งสอง​ก่อนยื่นหนึ่งในนั้นให้เด็กชาย


"ผมคิดว่าเราควรทานในนี้มากกว่า" วาตาริกล่าวเรียบๆ​ เขาเองก็คงไม่เห็นด้วยกับการยุ่งเกี่ยวกับห้องอาหารในเวลาแบบนี้


ริวซากิดันตัวเองขึ้นนั่งบนพื้นที่ว่างของเคาท์เตอร์​ ขณะที่วาตาริเพียงแค่ยืนเคียงข้างเขา


ห้องครัวเงียบเชียบระหว่างที่พวกเขาทาน​ แต่ริวซากิก็พอใจที่เป็นเช่นนั้น​ ความสงบช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายกว่าที่เคยเป็น บวกกับนี่น่าจะเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดที่เขาเคยทาน​ แต่ว่านั่นก็ไม่จำเป็นต้องเยินยอมากมายเพราะก่อนจะมาแวมมี่เฮ้าส์เขาก็แทบไม่เคยได้กินอาหารดีๆ​ อยู่แล้ว


เขาทานเสร็จในเวลาไม่นาน​ ดวงตากลมหลุบลงมองจานที่ว่างเปล่าชั่วครู่​ ถ้าเขาอยู่กับคนอื่น​ พวกผู้ดูแลบ้านหรือเด็กโตกว่า​ จะไม่ลังเลเลยที่จะบอกลาอีกฝ่าย​ หย่อนจานลงอ่างล้างแล้วจากไป แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง​ มันทำให้รู้สึกผิดถ้าจะทิ้งจานสกปรกไว้ให้วาตาริที่เดียวดายอยู่ในครัวตอนกลางดึก


คนในความคิดของเขาก็ยังคงทำตัวได้น่าเคารพยกย่องเช่นเคย​ "ริวซากิครับ" มือย่นยื่นออกมา​ "ให้ผมล้างจานเถอะ​ คุณเองก็ควรเข้านอนได้แล้ว​ การพักผ่อนที่เพียงพอจะนำพาความสำเร็จของวันรุ่งขึ้นมาให้เสมอ" 


ร่างเล็กส่งจานให้ตามที่อีกฝ่ายขอ​ ถึงอย่างนั้นก็ขัดขึ้นมาก่อนชายชราจะหันไป​ "ผมจะรอคุณ" 


วาตาริร้องหืมในลำคอ​ เดินไปที่อ่างล้าง "กังวลเรื่องของผมอยู่หรือ? ไม่จำเป็นหรอกครับ​ ผมมีกำลังพอจะทำได้อีกหลายอย่างเลย"


"ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย..." ริวซากิแย้ง​ เขารู้ดีอยู่แล้วว่าอย่างวาตาริทำได้มากกว่าดูแลตัวเองเสียอีก​ "แค่มันจะแย่มากถ้าผมทิ้งคุณไว้คนเดียวหลังจากที่คุณทำอาหารให้ผม" 


"เข้าใจแล้วครับ" ชายชรากล่าวทั้งรอยยิ้ม...และหากริวซากิฟังไม่ผิดเหมือนมันจะเต็มไปด้วยความยินดี​ เด็กชายเลิกคิ้ว​ อะไรทำให้เขามีความสุขขนาดนั้นเชียว​ "ผมจะพยายามไม่นาน" เด็กชายพยักหน้า​ แล้วก็จริงอย่างที่ว่า​ ในเวลาสองสามนาทีจานก็ถูกเก็บใส่ตู้​ ริวซากิ​เป็นฝ่ายนำออกไปก่อน​ วาตาริปิดไฟและเดินตามเขามาจนทันในไม่นาน


ทั้งสองเดินไปในโถงทางเดินมืดมิดด้วยความเงียบงัน​ ริวซากิ​พยายามอย่างมากที่จะชำเลืองมองอีกคนที่อยู่เคียงข้างกันให้น้อยที่สุด​ มีเวลามากมายให้คิดแต่เด็กชายก็ไม่มีอะไรจะพูดในตอนนี้​ เหมือนวาตาริจะรู้สึกแบบเดียวกัน


เมื่อถึงชั้นสองระหว่างทางเดินกับภายนอกอาคารก็ไม่ถูกกั้นด้วยหน้าต่างอีดต่อไป​ มีเพียงเสาค้ำยันระหว่างชั้น ปล่อยให้สายลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านร่างบางเบา​ ดวงดาวประกายสวยบนท้องฟ้าห้อมล้อมพระจันทร์​กลมนวล​ ระหว่างทางของพวกเขายังคงมีแสงไฟเล็กน้อยแต่อย่างไรริวซากิก็ไม่ละสายตาจากท้องฟ้ายามราตรีที่งดงามเป็นพิเศษจากทุกคืน


"ริวซากิ" วาตาริเอ่ยขึ้นเมื่อ​เดินมาถึงห้องที่เขากับเนียร์แชร์ด้วยกัน​ "คุณไม่ควรเดินไปไหนโดยไม่ใส่รองเท้านะครับ​ ต่อให้เป็นที่นี่คุณก็อาจเหยียบของมีคมหรืออะไรที่เป็นอันตรายได้" 


ริวซากิหันมาจ้องชายชราหน้ามึนงง​ อะไรนะ?​ ก็เขาไม่อยากใส่รองเท้านี่​ ถ้าริวซากิไม่อยากใส่ใครก็ห้ามเขาไม่ได้​ "นั่นสินะครับ" มองรอบๆ จนเห็นประตูที่คุ้นเคยไม่รู้ตัวเลยว่าเป็นฝ่ายโดนเดินมาส่งถึงห้อง​ แต่จะแย้งอะไรตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว​ "คืนนี้เป็นคืนที่ดีมากเลย​ งั้นก็...ราตรีสวัสดิ์นะครับ?" ท้ายประโยคเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจเพราะเขาก็ไม่รู้ว่าวาตาริจะนอนหรือยัง


"ราตรีสวัสดิ์​ครับ" ชายชรายิ้มรับ "นี่ก็เป็นคืนที่ดีของผมเช่นกัน​ ต้องขอบคุณมากครับริวซากิ"


"ขอบคุณผม?" เด็กชายทวน​ "ทำไมล่ะ? ผมไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย"


"คุณช่วยทำอาหาร" เขาตอบข้อสงสัย​ "อ่า...แล้วก็..." อีกฝ่ายนิ่งไปครู่นึงก่อนถอนหายใจออกมา​ "ผมก็ไม่แน่ใจ​ แค่รู้สึกว่าคืนนี้...ผมสนุกดีก็เท่านั้น"


ด้วยรอยยิ้มบางเบา​ เขากล่าวเสริม​ "มันสนุกมากที่ได้ใช้เวลาร่วมกับคุณถึงจะเป็นเพียงเพื่อมื้ออาหารยามดึก" วาตาริหันหลังเริ่มเดินไปพักผ่อนที่ห้องของตน​ ริวซากิก็เกือบจะตัดสินใจเข้าห้องแต่ก็ร้องเรียกอีกฝ่ายเป็นครั้งสุดท้าย


"คุณวาตาริ"


"ครับ?"


"ผม​ อ่า..." ริวซากิไม่แน่ใจว่าเขาอยากจะพูดอะไรกันแน่แต่ก็ตัดสินใจกล่าวความคิดแรกที่แวบเข้ามาในหัว​ "ผมก็สนุกเหมือนกันครับ"






--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #145 123fha (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 23:19

    ขออนุญาตออกหมายจับ นาย L Lawliet ในข้อหา

    ใช้แรงงานคนแก่(แม้เค้าจะเต็มใจทำ)https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-12.png


    #145
    1
    • #145-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 110)
      21 ตุลาคม 2562 / 00:30
      นั่นสินะคะ ดูเดธโน้ตกี่รอบก็สงสัยจริงๆ ว่าพ่อคุณเค้าจะใช้งานวาตาริหนักไปไหน ฟฟฟฟฟฟ
      #145-1