[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 108 : Gawking (มิสะ/Fem! แอล)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 76
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    25 ม.ค. 64


Pairing : มิสะ/Fem! แอล

//รู้สึกว่ายิ่งเขียนก็ยิ่งชิปหลากหลาย...









ครั้งแรกที่เห็นเธอ มิสะสงสัยว่าอาจเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นแตกต่างจากคนอื่น โอซาก้าเมืองใหญ่ของแถบคันไซ ในร้านกาแฟเล็กๆ ผู้หญิงท่าทางประหลาดส่วนสูงร้อยเจ็ดสิบขึ้นโดดเด่นต่างจากคนส่วนมาก ผมตรงแต่ยุ่งเหยิงสีดำสนิทยาวถึงกลางหลัง ทั้งเสื้อแขนยาวสีขาวกางเกงยีนส์ ไร้ซึ่งความเข้ากันใดๆ กับชาวญี่ปุ่นคนอื่นในร้าน นั่นเรียกความสนใจของมิสะได้เป็นอย่างดี


เหตุผลที่สองคือเธอสวย


มันใช้เวลาประมาณหนึ่งก่อนเธอจะได้ข้อสรุปนี้ อย่างไรก็ตาม แม้จะขัดกับความงามพิมพ์นิยม ผู้หญิงคนนี้มีผิวขาวซีดราวกับไม่เคยต้องแสงแดด ดวงตากลมโตสีดำสนิทลุ่มลึกแต่ก็น่ารักราวกับตุ๊กตาตัวน้อย ถ้าไม่ติดรอยคล้ำอย่างคนอดนอนก็นับว่ามีเสน่ห์น่ามองทีเดียว โครงหน้าอย่างชาวตะวันตกราบเรียบไร้อารมณ์ ร่างเพรียวนั่งเข่าชิดอกอยู่บนเก้าอี้ นิ้วโป้งไล้ริมฝีปากเหมือนกำลังใช้ความคิด ทั้งหมดนี่ทำให้มิสะสรุปกับตัวเองว่าผู้หญิงคนนี้สวย ในทางเยือกเย็นและไม่สามารถจับต้องได้


ด้วยความเคยชินอามาเนะ มิสะมาคาเฟ่นี้บ่อยๆ ก็เพื่อวาด แม้จะทำงานในวงการบันเทิงแต่ก็ชอบเป็นฝ่ายมองผู้คนใช้ชีวิต ด้วยเหตุนั้นเมื่อมีเวลาว่างก็มักหาสมุดกับดินสอมาสเก็ตแฟชั่นที่น่าสนใจ จะมีอะไรดีไปกว่าเครื่องดื่มอุ่น อากาศสดชื่น ผู้คน และการใช้สมาธิรวมอยู่ในครั้งเดียว


เมื่อผู้หญิงคนนั้นเงยหน้าขึ้นมา มิสะสะดุ้งก้มลงขีดเขียนลงสมุดโดยอัตโนมัติ ถึงแม้ดวงตาคู่สวยจะไม่ได้มองมาใกล้เธอแม้แต่น้อย แต่สิ่งสุดท้ายที่เธออยากให้เกิดขึ้นคือถูกจับได้ขณะแอบมองคนอื่น ผู้หญิงคนนั้นอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง พินิจกระดาษสักอย่างบนโต๊ะขณะจิบกาแฟและทานของหวาน จากนั้นจึงออกจากร้าน มิสะก็อยากรู้เหมือนกันว่าเธอจะไปไหน


แล้วเธอก็กลับมาอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น


มิสะเริ่มชินกับการลอบสังเกตอีกฝ่าย ขณะที่ผู้หญิงแปลกๆ(ริวซากิ ชื่อของเธอถูกเรียกเพื่อไปรับกาแฟ)เริ่มมาคาเฟ่เป็นกิจวัตรเช่นกัน คนเป็นดาราขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นว่าชุดที่ทางนั้นใส่ยังคงเป็นแบบเดิม แม้จะขัดใจแต่ก็ต้องมีมารยาทพอจะไม่รู้สึกเหยียดหยาม ทุกคนรู้จักนวัตกรรมที่เรียกว่าเครื่องซักผ้ากันอยู่แล้ว พอไม่มีเรื่องแฟชั่นให้เข้ามาอ้าง มิสะตัดสินใจว่ามีสเก็ตของริวซากิเพียงภาพเดียวก็เพียงพอ


ภาพเดียวก็เพียงพอ...


แล้วไหงรู้ตัวอีกทีก็วาดไปสี่หน้าแล้วเนี่ย!?


โอเค ยอมรับก็ได้ว่าลึกๆ แล้วรู้สึกสนใจและหลงใหลในตัวอีกฝ่ายเป็นพิเศษ มิสะเองพยายามจะบอกให้ตัวเองหยุด ให้ลืมชาวต่างชาติคนนั้นไปซะ แต่ริวซากิก็ไม่หยุดมาคาเฟ่ซะที และมิสะก็ปฏิเสธที่จะเป็นฝ่ายเอาตัวเองออกจากสถานที่ที่ชอบด้วย


ใช้เวลาเป็นสัปดาห์กว่าจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง อย่างน้อยมิสะก็สามารถเข้าหาเธอได้ใช่ไหม? เรื่องแย่สุดที่จะเกิดขึ้นได้ก็คงเป็น...อ่า จริงๆ มิสะก็ไม่อยากคิดถึงผลลัพธ์ที่ไม่ดีหรอก เมื่อถึงจุดหนึ่งที่เธอค่อนข้างมั่นใจในการเข้าคาเฟ่ของริวซากิแล้วจึงยื่นบัตรให้บาริสต้า


"จะสั่งอะไรให้เธองั้นเหรอครับ?" พนักงานคนนั้นยอมทำตามคำขอโดยไม่ซักไซ้ให้มากความ มิสะไล่นิ้วไปตามเมนูระยะหนึ่ง เธอไม่ได้สังเกตว่าอีกฝ่ายสั่งอะไรเป็นประจำ สุดท้ายก็เลยเลือกอันที่แพงที่สุดไว้ก่อน


วันนั้น ริวซากิไม่มา


คนผมทองนั่งแช่อยู่เป็นเวลาสามชั่วโมงจึงยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี แคนเซิลออเดอร์และรับเงินเข้าบัตรคืนแบบเซ็งๆ


"หรือว่านี่จะเป็นสัญญาณจากโชคชะตากันนะ..." บ่นงึมงำอย่างสงสารตัวเอง ก่อนจะกางร่มกันแดดระหว่างเดินกลับบ้าน ช่วงเปลี่ยนผ่านของฤดูใบไม้ผลิเข้าสู่ฤดูร้อนทำให้รู้สึกเสียดายที่ความชุ่มชื้นของอากาศจะร้อนรุ่มขึ้นอย่างช่วยไม่ได้


แต่มันยังเร็วเกินไปที่จะเลิกล้มความคิด เธอแก้ปัญหาด้วยการนั่งที่โต๊ะใกล้เคาท์เตอร์ในครั้งต่อไปเพื่อฟังออเดอร์ของเป้าหมายอย่างชัดๆ อะฮ่า! กาแฟดำหนึ่งถ้วยน้ำตาลหกก้อน--- เบาหวาน! เบาหวาน!!! คำๆ นั้นยังคงกึกก้องอยู่ในหัวคนเป็นดารา มิสะหน้าแหยแต่ก็จำใจยื่นบัตรสั่งเมนูนั้นให้ริวซากิในครั้งต่อมาของต่อมาอีกที หญิงสาวกลับไปนั่งรอในที่ประจำ และคราวนี้เธอไม่ผิดหวัง ยิ้มขำขันเล็กน้อยที่หัวใจตัวเองเต้นรัวเร็วขึ้นมาเมื่อริวซากิเดินเข้าร้าน สำเร็จ! เหนือสมุดวาดรูป มิสะลอบมองผู้หญิงคนนั้นเดินไปเคาท์เตอร์และสั่งออเดอร์เดิม สำเนียงญี่ปุ่นลื่นหูที่ได้ยินถ้าไม่จับผิดขนาดหนักเหมือนมิสะคงคิดว่านั่นคือภาษาแม่ของเธอไปแล้ว บาริสต้าพูดอะไรสักอย่างแล้วริวซากิก็เริ่มหันมอง ทำให้มิสะรีบก้มฝนดินสอลงกับกระดาษอย่างหนักหน่วงพร้อมทำหน้าราวกับไม่พอใจในผลงาน มือสั่นๆ เป็นผลมาจากหัวใจที่เต้นระรัว รอคอยให้อีกฝ่ายเข้ามาหา


แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็เห็นสาวผมดำนั่งอยู่ที่มุมเดิม ใช้ส้อมเขี่ยเศษเค้กในจาน ถ้วยกระเบื้องข้างๆ มีถุงชาอยู่บนจานรอง มิสะหน้าเสีย นี่คือการปฎิเสธรึเปล่า? นี่คือวิธีที่ริวซากิบอกว่าไม่สนใจงั้นเหรอ? เลี้ยงกาแฟก็ถือเป็นพื้นฐานในการผูกมิตรเป็นเพื่อนกับใครสักคนนี่ หระ..หรือว่าริวซากิจับได้ว่ามิสะมีจุดประสงค์อื่น..!?


มิสะนั่งอยู่กับที่ต่อไปอีกไม่กี่นาทีเพื่อที่จะไม่ดูเหมือนลูกหมาสั่นกลัวจนหางซุกหว่างขา จากนั้นจึงเนียนเดินออกจากร้าน เมฆขมุกขมัวบนท้องฟ้าเข้ากันได้ดีกับความสิ้นหวังที่เริ่มกอบกุมจิตใจ เมื่อเดินทางมาถึงบ้านละอองฝนก็โปรยปรายลงมา หญิงสาวล้มตัวลงกับเตียง ซุกหน้ากับหมอน


"โอ้ยยยยย ทำไมพวกผู้หญิงถึงได้ยุ่งยากแบบนี้?" มิสะคร่ำครวญ มือทั้งขย้ำทั้งตบผ้าห่มระบายอารมณ์


แต่มิสะยังคิดในแง่บวกว่าครั้งแรกไม่ถูกนับอะไรทั้งนั้น ริวซากิยังไม่ได้รับมันด้วยซ้ำ ถ้าจะลองครั้งที่สองเธอต้องทำให้แน่ใจว่าริวซากิจะหยิบถ้วยของเธอไปด้วย เพราะงั้นตอนนี้มิสะถึงสั่งกาแฟดำน้ำตาลหกก้อนและชาอัสสัม ทำเป็นลืมเห็นราคาที่ใบเสร็จขณะยื่นบัตร เอาน่า เงินหาเมื่อไรก็ได้


ดวงตาสีน้ำตาลจับจ้องที่สมุดวาดรูปแต่ก็กระตุกรัวเร็วเมื่อสัมผัสได้ถึงผมดำขลับและร่างที่คุ้นเคยผ่านพ้นธรณีประตู มือเรียวเผลอกระชับสมุดแน่นขึ้น ใช้สมาธิทั้งหมดเพื่อที่จะไม่มอง หมกมุ่นกับการทำเป็นไม่สนใจจนพลาดออเดอร์ของริวซากิด้วยซ้ำ และครั้งต่อมาที่เงยหน้า ดวงตาไร้อารมณ์ก็มองมาจากที่นั่งฝั่งตรงข้าม มิสะหลุดเสียงอุทาน แทบปล่อยสมุดที่อยู่ในมือ


"คุณต้องการอะไร?" ริวซากิถาม มิสะได้ยินสำเนียงเธอชัดขึ้นแล้ว มันราบเรียบ เยือกเย็น และชัดเจนราวกับเป็นคนญี่ปุ่นโดยกำเนิด


"ต..ต้องการ?" เสียงหวานสะดุดอย่างเด๋อด๋า แผนการพบเจอต่างๆ ปลิวลอยออกจากหัวจนหมดสิ้น


"เครื่องดื่ม คุณซื้อให้ฉันเป็นครั้งที่สองแล้ว" ดวงตาสีน้ำตาลเบนมองที่โต๊ะ อีกฝ่ายนำหลักฐานมาวางไว้ทั้งสองถ้วย "คุณต้องการอะไร?"


"อ่า..." มิสะนิ่งค้าง นึกอยากละลายหายไปจากโลก ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าต้องถูกถามแต่กลับคิดประโยคใดมาตอบกลับไม่ออก "ฉัน อ่า..อั่ม ฉันสงสัยว่า ถ้า...บางทีถ้าเธอโอเค...เราไปทานข้าวด้วยกันสักหน่อย?" นั่นฟังดูดีใช่ไหม? ดูไม่มีพิษสง ไม่พยายามเชิญชวนในทางโรแมนติก? ไม่เร่งเร้าแล้วก็ไม่ขอเยอะเกินไป? 


มีอะไรบางอย่างในสีหน้าของริวซากิซึ่งมิสะอ่านไม่ออก


"ฉันทานแค่ของหวาน..." เธอตอบเรียบๆ มิสะสงสัยว่านั่นเป็นเรื่องจริงหรือแค่คำปฏิเสธของริวซากิกันแน่


"งั้นให้ฉันเลี้ยงเค้กนะ!" หญิงสาวผมทองเสนอ ผุดลุกไปที่ตู้ของหวาน ดวงตากลมโตมองตามมาแต่ไม่ได้ตอบตกลงหรือปฏิเสธ มิสะถือจานสตรอเบอร์รี่ชีสเค้กกลับมา "แค่สังเกตว่า...เธอมาร้านนี้บ่อยมาก นี่ก็เป็นคาเฟ่โปรดของฉันเหมือนกันนะ" เยี่ยม นั่นเป็นประโยคที่ดีมาก ถ้าพูดดีแบบนี้ต่อไปก็สานมิตรภาพได้ง่าย! ริวซากิมองหน้าเธอก่อนมองจานของหวานที่ถูกวาง ผงกหัวขอบคุณก่อนเริ่มทาน มิสะเห็นว่านี่เป็นจังหวะที่ควรชวนคุย "เธอดูเหมือนชาวต่างชาติ มาจากประเทศอะไรเหรอ?"


"อังกฤษ" คือคำตอบ เธอคนนี้ตั้งหน้าตั้งตากับขนมมากกว่าคนซื้ออย่างเธอจนน่าน้อยใจ


"ฉันชื่ออามาเนะ มิสะ เรียกว่ามิสะก็ได้นะ" เธอโพล่งขึ้นมา พึ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้แนะนำตัว ริวซากิผงกหัวยกแก้วชาขึ้นจิบ


"ริวซากิ รุเอะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะอามาเนะซัง" ถึงจะเป็นชื่อในประเทศนี้มิสะก็ไม่ติดใจอะไร มันคงเป็นการล่วงเกินถ้าจะไปขยั้นขยอขอชื่อเกิด


อีกฝ่ายดูไม่ใส่ใจจะต่อบทสนทนาเลยแม้แต่น้อย เพราะงั้นจึงมีเพียงเธอที่ชวนคุยต่อเรื่อยๆ "มาทำอะไรที่ญี่ปุ่นเหรอ?"


"ขนม"


"เธอมาเพื่อลองชิมขนม?" มิสะทวนคำตอบ ผู้หญิงคนนี้ไม่เหมือนใครจริงๆ ด้วย ถ้าให้พูดถึงเหตุผลที่ไปต่างประเทศก็ควรเป็นท่องเที่ยวหรือธุรกิจไม่ใช่หรือนั่น "แบบพวกของพื้นเมืองอย่างไดฟุกุหรือโมจิอะนะ?" ริวซากิพยักหน้า มิสะจึงถามต่อ "หรือว่าเธอเขียนบล็อกรีวิวอะไรพวกนี้ด้วยรึเปล่า?" ความเงียบเข้าปกคลุมทำให้มิสะละล่ำละลักว่าเผลอไปถามเรื่องส่วนตัวเกินไปหรือเปล่า


"นี่ค่ะ" นิ้วขาวซีดกดโทรศัพท์สองสามครั้งแล้วยื่นมาตรงหน้า มิสะมองด้วยความสนใจ บล็อกนี้ดูเรียบง่ายแต่ก็อบอุ่น แถมทั้งฟอนต์และภาษาที่ใช้รีวิวทำให้รู้สึกเอ็นดูเหมือนเด็กตัวน้อยๆ ชวนเพื่อนชิมขนม "น่ารักจังเลย" มือทำสีเล็บสไลด์อ่านต่อเล็กน้อยก่อนส่งคืน โน้ตเอาไว้ในใจว่าพ้นสายตาอีกฝ่ายเมื่อไรจะรีบกดติดตาม


"นั่นทำให้ฉันนึกขึ้นได้ เดี๋ยวจะมีเทศกาลขนมหวานสัปดาห์หน้าล่ะ" มิสะเสนอน้ำเสียงตื่นเต้น นึกขอบคุณตัวเองที่หูตาว่องไวรู้ข่าวเยอะ "ฉันกะจะชวนใครสักคนไปด้วยแต่เพื่อนทุกคนติดธุระหมดเลย" นั่นเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว ทุกคนที่รู้จักยุ่งก็จริงแต่เธอไม่ได้ชวนใครทั้งนั้นนอกจากริวซากิ "ไปด้วยกันไหม?" นี่มันเป็นการเที่ยวแบบเพื่อนล้วนๆ ไม่มีโรแมนติกใดเกิดในงานเทศกาลอยู่แล้ว แถมขนมก็เป็นสิ่งที่ริวซากิชอบที่สุด ดวงตาสีดำสนิทมีประกายวิ้งวับแต่ถึงอย่างงั้นน้ำเสียงก็ยังโมโนโทน


"ว่างแค่วันพุธนะคะ"


"เยี่ยมไปเลย!" มิสะร้องไชโยกับตัวเอง "งานเริ่มวันอังคารถึงพฤหัสล่ะ!" เมื่อไม่มีคำตอบใดกลับมา เธอก็เริ่มสงสัยแล้วว่าเร่งรัดเกินไปหรือเปล่า บางทีริวซากิอาจอยากไปคนเดียว อาจไม่ชอบเข้าสังคม หรือขี้อายมากๆ "อ๊ะ" เธอฉีกกระดาษจากสมุดวาดรูปของตัวเอง เขียนตัวเลขลงไปแล้วยื่นให้อีกฝ่าย "นี่เบอร์ฉันนะ ส่งข้อความมาได้เสมอ" พอนึกได้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรที่ชวนให้เข้าใจผิดอย่างแรงก็กระเด้งตัวลุกขึ้น เก็บของใส่กระเป๋า "ฉันต้องกลับแล้ว ดีใจที่ได้คุยกับเธอนะ" ยิ้มหวานเป็นครั้งสุดท้าย "หวังว่าเราจะได้ไปเที่ยวกันบ้าง เธอเป็นคนที่น่าสนใจมากเลย! ขอให้มีวันที่สดใส!"





ริวซากิไม่ได้ส่งข้อความหาเธอเลย ไม่แม้แต่จะคุยเรื่องงานเทศกาล คงถือว่าโกหกถ้ามิสะจะบอกว่าเธอไม่ได้ผิดหวัง นึกว่าพวกเธอจะมีโอกาสได้สนิทกันซะอีก เธอทึกทักเอาเองว่าอาจจะข้ามผ่านกำแพงน้ำแข็งของริวซากิแล้วเป็นเพื่อนหรืออะไรที่มากกว่านั้นได้ แต่ตอนนี้กลับไม่มีอะไรคืบหน้าไปกว่าได้บล็อกให้ตามส่องเพิ่มหนึ่ง หญิงสาวถอนหายใจอยู่หน้างานเทศกาลในวันอังคาร โอเค ถึงไม่ได้มากับคนที่อยากแต่ก็ว่างอยู่พอดี คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้วแหละ


"คงถึงเวลายอมแพ้แล้วมั้ง..." มิสะพึมพำกับตัวเองขณะเดินไปรอบๆ มือเกี่ยวผ้าปิดปากให้ต่ำลงเพื่อดูดชานมไข่มุก ตอนนี้หญิงสาวอยู่ในชุดเรียบง่ายทำให้แฟนคลับหลายๆ คนอาจจำไม่ได้ ต่างจากคนผมดำตรงซุ้มสายไหม ชุดแพทเทิร์นเดิมเตะตาเสียจนมิสะชะงักกึก เธอควรจะทักไหม? แน่นอนว่าควร! "ริวซากิ!" วิ่งเหยาะเข้าไปใกล้พร้อมส่งยิ้มหวาน อีกฝ่ายเบิกตากว้างทำหน้าเหมือนเด็กทำผิดแล้วโดนจับได้


เธองึมงำขณะงับสายไหม "ฉันนึกว่าอามาเนะซังจะมาวันพุธ"


"ฉันก็นึกว่าวันนี้เธอไม่ว่าง" มิสะเหน็บกลับ ถึงอย่างงั้นเธอก็ไม่ได้อารมณ์เสียอะไร


"แค่ธุระเสร็จเร็วกว่าที่คิดค่ะ" ริวซากิตอบ หลุบตาลงมองแท่งไม้ที่เหลือเศษสายไหมเพียงเล็กน้อย เธอเหมือนมีเรื่องอะไรบางอย่างที่ไม่สบายใจและมิสะตัดสินใจจะยื่นมือเข้าไปช่วย


"ฉันขอแนะนำร้านนี้ก็แล้วกัน ขอบอกเลยว่าเจ้าดัง!" เธอยื่นมือไปจับแขนเสื้อริวซากิ เริ่มออกเดินนำเมื่ออีกฝ่ายตกลงที่จะไป ในระหว่างนั้นก็ขบคิดว่าควรจะเลี้ยงเธอรึเปล่า แล้วก็ปัดตกความคิดนั้นไปเพราะมันชักจะบ่อยเกินไปแล้ว ถ้าอยากให้สบายใจกันมากขึ้น ปล่อยให้ริวซากิได้เลือกเองจ่ายเองจะดีกว่า


ริวซากิที่ถือแก้วชานมมีรอยยิ้มบางๆ บรรยากาศรอบข้างก็เริ่มดีขึ้นแล้ว ทั้งสองนั่งที่ม้านั่งแถวนั้น "เธอไปเทศกาลขนมบ่อยไหม?" มิสะเองก็ตัดสินใจซื้อใหม่อีกแก้วเพื่อที่ระหว่างคุยจะไม่ว่างเกินไป หญิงสาวผมดำกะพริบตาปริบขณะดูดชานมจนแก้มพอง


"ครั้งสองครั้งค่ะ" เธอตอบ "ฉันชอบเดินทางไปทีละร้านมากกว่า"


"งั้นนี่ก็เป็นที่ควรมาเดิน" มิสะยิ้มตาปิด "มันไม่ใช่งานใหญ่ที่สุด แต่ก็มีเอกลักษณ์น่าสนใจ อย่างไดฟุกุเขาก็สรรหารสชาติใหม่ๆ มาขาย"


"เธอเห็นซุ้มตรงนั้นไหม เขาแข่งอบเค้กให้เป็นรูปร่างต่างๆ ล่ะ! จะบอกว่าฉันเชียร์คนที่ทำเป็นรูปน้องหมา แค่ดูแปลนที่เขาร่างไว้ก็อยากยื่นมือไปลูบหัวแล้ว!" ริวซากิมองตามที่มิสะชี้ ส่ายหน้าเบาๆ แต่ก็ดูอยากรู้อยากเห็น


"ฉันยังไม่ได้เดินทางนั้นเลย..."


"อยากไปดูไหม?" มิสะเสนอ ที่ผ่านมาของวันนี้ริวซากิยังไม่ปฏิเสธอะไรเลยสักอย่างหมายความว่ามีโอกาสตกลงสูง ครั้งนี้ก็เช่นกันแม้ไม่ตอบรับว่าอยากแต่ก็ไม่ได้พูดว่าไม่อยาก คนผมดำพยักหน้า แล้วพวกเธอก็ลุกขึ้นเดินไปที่นั่น


หลังจากนั้น มิสะก็ดึงความสนใจริวซากิไปได้อีกชั่วโมงครึ่ง ตระเวนหาของหวานน่าลิ้มลอง สนทนาเรื่องทั่วไป หาที่นั่งเพื่อให้บล็อกเกอร์สาวได้รีวิวขนมของแต่ละร้าน มิสะถึงกับได้เขียนความเห็นลงไปในนั้นในฐานะ 'เพื่อนเที่ยว' ด้วยซ้ำ! มิสะหยุดยิ้มไม่ได้เลยแม้ตอนนี้จะไม่มีอะไรมากไปกว่ายืนอยู่ข้างๆ ริวซากิ


"วันนี้สนุกมากเลย" แม้ตอนที่ต้องบอกลาเธอก็อยากแน่ใจว่าจะมีครั้งต่อไป "ไว้เที่ยวกันอีกนะ"


"ค่ะ ฉันจะ...ส่งข้อความไป" ใบหน้าซีดเซียวพยักเบาๆ มือก็ลูบจับแขนเสื้อตัวเองไปมา


มิสะยิ้มร่า โบกมือให้อีกฝ่ายก่อนจะขึ้นรถบัส "บาย! แล้วเจอกัน"






งานเทศกาลนั้นไม่ได้ทำลายกำแพงโดยสิ้นเชิง มิสะยังคงเห็นว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ริวซากิเปิดใจและใช้เวลาร่วมกับเธอให้มากขึ้น แต่ทุกครั้งที่ได้พูดคุย ทุกครั้งที่ได้ส่งข้อความถึงกันมันทำให้เธอยังไม่ยอมแพ้ เธอสังเกตได้ว่าหลายครั้งที่ริวซากิก็ย้อนแย้ง หลายช่วงเวลาที่เธอก็เหมือนจะพูดเรื่องจริง หลายครั้งที่เหมือนเธอจะผ่อนคลาย แต่ในพริบตาก็เปลี่ยนไปป้องกันตัวเองอย่างแน่นหนา ปกปิดทุกตัวตนและไม่พูดอะไรเกินจำเป็น


แต่อย่างน้อยพวกเธอก็สนิทกันมากขึ้น ในครั้งต่อมาของคาเฟ่ เธอกะจะชวนริวซากิไปดูหนัง


"ฉันไปไม่ได้ค่ะ" ริวซากิปฏิเสธในทันที


มิสะเลิกคิ้ว "ติดธุระเหรอ? เธอว่างวันไหนล่ะ? เราจะได้ไปดูด้วยกัน"


"ไม่ค่ะ ฉันไปไม่ได้อีกแล้ว...พวกเราจะไม่เจอกันอีกต่อไปแล้ว"


มิสะหน้าชา


"แต่...ทำไมล่ะ?" เธอไม่เข้าใจเลย นี่มันเรื่องอะไรกัน "ฉันทำอะไรผิดรึเปล่า?"


"ไม่ค่ะ ฉันแค่ไม่อยากเจอคุณอีกต่อไปแล้ว" ริวซากิดื่มน้ำชาจนหมดในอึกเดียว แสดงถึงบทสนทนาที่กำลังจะจบ


"ริวซากินี่มันไม่เหมือนเธอเลย บอกฉันมาว่าเกิดอะไรขึ้น" มิสะเงยหน้าสบตาอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา


"นี่เหมือนฉันค่ะ นี่คือฉัน" ริวซากิแย้งเสียงเย็น "เลิกทำตัวโง่ได้แล้ว คุณรู้มาตั้งแต่แรกว่าฉันไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับใคร และตอนนี้ฉันก็พอกับคุณแล้ว"


"ไม่แฟร์เลย! ฉันควรจะได้คำอธิบายหน่อยสิ!" มือเรียวตบโต๊ะลั่น มิสะผุดลุกค้ำหัวอีกฝ่ายอย่างลืมทุกมารยาทในที่สาธารณะ


ใบหน้าซีดเซียวเชิดมองไม่กลัวเกรง ดวงตาสีดำสนิทยังคงเรียบนิ่งไร้อารมณ์ "ก็ให้คุณไปแล้วนี่ 'ฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคุณอีกต่อไปแล้ว' นี่ยังชัดเจนไม่พออีกเหรอคะ?"
 

"เธอกำลังซ่อนอะไรบางอย่างอยู่!" ดวงตาสีน้ำตาลมองอีกฝ่ายอย่างทิ่มแทง รอบข้างเริ่มซุบซิบกันถึงพวกเธอ บางคนพูดชื่อ 'มิสะมิสะ' ออกมาด้วยซ้ำแต่ตอนนี้ดาราสาวไม่สนใจอะไรทั้งนั้น "เธอพยายามกันฉันออกไปก็เพราะเธอไม่อยากพูดถึงมัน!"


"ฉันกันคุณออกไปเพราะคุณกำลังทำให้ฉันเสียเวลาต่างหาก" ริวซากิลุกยืนขึ้นบ้างแล้ว ด้วยส่วนสูงที่มากกว่าทำให้มิสะต้องแหงนหน้ามองเธอราวกับเป็นเพียงเด็กน้อย พนักงานเองก็รู้สึกถึงการทะเลาะของพวกเธอและกำลังจะเข้ามาห้าม "คิดจริงเหรอคะว่าฉันไม่รู้ว่าที่คุณพยายามเข้ามาคุยด้วยก็เพราะความรู้สึกแอบชอบแบบพวกเด็กมัธยมมีรักแรก? น่าเหลือเชื่อในความดื้อดึงที่จะสานสัมพันธ์กับคนที่ชัดเจนว่าไม่ต้องการ...คุณมันเห็นแก่ตัวอามาเนะ มิสะ ฉันทนคุณมามากพอแล้ว"


มิสะกำลังจะอ้าปากตอบในตอนที่ริวซากิสาวเท้าเดินไปที่ประตู พนักงานตรงหน้าคือคนเดียวที่เข้ามาขอร้องให้เธอออกจากร้าน ดวงตาสีน้ำตาลตวัดมองแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าคว้ากระเป๋า สาวเจ้ากระทืบเท้าปึ้งปั้งออกไปข้างนอกเพื่อที่จะหาซอกตึกว่างๆ แล้วกรี๊ดออกมา


อามาเนะ มิสะไม่เคยรู้สึกโกรธกับอะไรมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ริวซากิ! ริวซากิ รุเอะ! ยัยบ้านั่นคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงจะเข้ามาในชีวิตเธอแล้วนึกจะออกไปตอนไหนก็ได้!? อย่างน้อยก็ควรเคลียร์กันให้ชัดเจนก่อนไหม?! มิสะยังไม่ได้คำตอบจริงๆ เลยด้วยซ้ำ ยัยนั่นมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่!


เตะอัดกระป๋องแถวนั้นไปหนึ่งป้าบ แล้วก็เดินตามไปเตะกระป๋องเดิมอีกหนึ่งป้าบ มิสะทำแบบนั้นจนใจเย็นแล้วจึงหันหลังเดินออกมาจากซอกตึก คิดเสียว่าจะกลับบ้านไประบายความแค้นที่เหลือต่อด้วยการคอมเมนต์ป่วนบล็อกของริวซากิ


มือหนึ่งรวบตัวเธอจากด้านหลัง มิสะส่งเสียงอุทานแต่ก็ถูกผ้าบางอย่างโปะจมูก กลิ่นสารเคมีทำให้ดาราสาวดิ้นรนทั้งสติกระเจิดกระเจิง ยาที่ต้องโดนจมูกก็มีแค่ยาสลบไม่ใช่รึไง!? ไม่เอานะ! มิสะจะไม่สลบ!


"ต้องขออภัยจริงๆ ครับอามาเนะ มิสะ เราทำเพื่อจับกุมคุณในฐานะผู้ต้องสงสัยคดีคิระ ไม่ได้มีเจตนาร้ายใดๆ เลย"


คดีคิระ? คดีอะไรมิสะไม่รู้จัก?!


ไม่นานนักผลของยาสลบก็เริ่มออกฤทธิ์ หญิงสาวพยายามฝืนตาตัวเองแต่สุดท้ายก็หลับลงอย่างไม่สามารถต้านทานได้









มืด แม้จะแน่ใจว่าตื่นแล้วโลกกลับมืดมิดไปหมด


ขาขยับไม่ได้ราวกับถูกตรึงด้วยโซ่ขนาดใหญ่ แขนสองข้างแนบกันเหมือนถูกเย็บแขนเสื้อติด ร่างกายต้องยืนอย่างไม่อาจต่อต้านได้ด้วยเส้นบางอย่างซึ่งทาบผ่าน มีเพียงริมฝีปากที่เป็นอิสระพอจะเอ่ยคำพูด


"น..นี่มันอะไรกัน?"


"อามาเนะ มิสะ คุณตื่นแล้วสินะครับ"


เสียงแปลงจากการผ่านโปรแกรมแหลมเล็กชวนให้รู้สึกหวาดกลัว มิสะตัวสั่นแต่ไม่อาจหนีได้ ไม่แม้แต่จะก้าวขา


"ระ โรคจิต! ปล่อยมิสะเดี๋ยว​นี้นะคุณโรคจิต" ดาราสาวกัดฟันพูดเสียงอ่อนหวาน ชื่อเสียงทำให้เธอต้องเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบากแล้วไง ต่อจากนี้คงทำได้เพียงเอาชีวิตรอด...ขอแค่ได้หลุดไปจากที่นี่เท่านั้น จะต้องทำอะไรก็ไม่สำคัญอีกแล้ว "ถ้าปล่อยไปตอนนี้จะไม่บอกใครจริงๆ นะ ถ้าอยากได้ลายเซ็นก็จะให้ ถ้าอยากให้หอมแก้มก็จะหอม หระ หรืออยากจับตรงไหนมิสะก็ยอมหมดเลย ปล่อยมิสะไปเถอะนะ---"


"ไม่ใช่ทุกคนที่อยากใกล้ชิดกับคุณจนตัวสั่น หยุดเสนอตัวให้คนอื่นสักครั้งแล้วฟังผมอามาเนะ มิสะ"


ได้ฟังดังนั้นก็ใจชื้นขึ้นมาบ้าง มิสะพยักหน้าอย่างยากลำบาก


"คุณคือคิระเบอร์สองใช่ไหม? ถ้าใช่ โปรดบอกทุกอย่างที่รู้เกี่ยวกับคิระและวิธีที่คุณใช้ฆ่าคน แล้วโทษประหารของคุณจะถูกพิจารณาลดหย่อนตามข้อมูลที่ให้"


มิสะกลืนน้ำลาย ประหารเลยอย่างงั้นเหรอ? ล..แล้วถ้าไม่รู้อะไรแบบนี้จะทำไงดีล่ะเนี่ย!?









---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

กราบขอโทษค่ะมิสะซัง หลังๆ มานี้เขียนแต่ฟิคทำร้ายคุณ //ร้องไห้โผเข้าไปกอด

บางทีก็สงสัย นี่เราชิปมิสะกับผู้หญิงครึ่งด้อมไปแล้วปะเนี่ย นับ Fem! ไลท์ Fem! แอล ด้วย ฟฟฟฟฟฟฟฟ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #141 123fha (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 22:36

    สวัสดีจ้าาาเราติดตามผลงานคุณมาพักใหญ่ๆแล้วแต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรต้องขอโทษด้วยนะคะ แต่ว่าพูดตรงไปเลยว่าตามอ่านทุกตอนเลยค่ะสนุกมากๆ อนึ่งเราพึ่งมาติดเดธโน้ตไ(แอล)ได้ไม่นานพอมาเจอฟิคนี้แล้วบอกเลยว่าไม่เคยเบื่อเลยค่ะสนุกๆมากๆทุกตอนเลย

    โดยเฉพาะตอนนี้อ่านไปแล้วรู้สึกเห็นภาพตามเลยค่ะไม่อยากนึกว่าถ้าเกิดมิสะรู้ว่าริวซากิจังเป็นคนจับเธอมาจะรู้สึกยังไง//แอบสงสารนิดๆนะคะเนี่ย

    อยากให้มาต่อ มิสะ/Fem แอล ต่อมากค่ะ ชอบมากเลย

    ติดตามอยู่เสมอนะคะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-05.png https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png

    #141
    1
    • #141-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 108)
      12 ตุลาคม 2562 / 18:58
      นั่นสินะคะ ถ้ามิสะรู้จะเป็นยังไงล่ะเนี่ย!? อยากแต่งต่อจัง

      สงสาร รู้สึกเหมือนแกล้งมิสะมาหลายฟิคแล้ว ;^; //กอดอามาเนะซัง
      #141-1