[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 107 : Spin Doctor (มิชิมะ/ริวซากิ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 50
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    25 ม.ค. 64

Pairing : มิชิมะ/ริวซากิ , ไลท์ , เจ , มีกล่าวถึง แอล/ไลท์ เล็กน้อย

ริวซากิไม่ใช่แอล
ริวซากิไม่ใช่แอล
ริวซากิไม่ใช่แอล
ขอบคุณค่ะ <3

//AU ด้ายแดงแห่งโชคชะตา เนื้อเรื่องต่อจาก Yagami's observation notes of 'The Red Thread of Fate' (แอล/ไลท์) ไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปอ่านค่ะ แต่ถ้าอ่านตอนสองเลยก็จะโดนสปอยล์บางเรื่องของตอนแรก ฟฟฟฟฟฟฟ









"คุณเชื่อในโชคชะตาไหมคะ ด็อกเตอร์มิชิมะ?"


"แน่นอนว่าไม่ครับ" เขาตอบโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด "เรื่องคู่แท้หรืออะไรพวกนั้นไม่มีอยู่จริง 'ด้ายแดง' เป็นเพียงแนวคิดทางจิตวิทยาอันเกิดจากการเปิดรับความเสี่ยงในการยอมรับความปรารถนาลึกๆ ของบุคคล"


ริวซากิกลอกตา งั้นหมอนี่ก็เป็นหนึ่งในเจ้าพวกนั้นงั้นสิ? มีหลักฐานตั้งมากมายบนโลกที่โชว์ให้เห็นแล้วว่าเนื้อคู่กับเส้นด้ายมีอยู่จริง ให้พูดตามตรง ถ้าฝึกสมาธิจนเชี่ยวชาญแล้วทุกคนก็สามารถเห็นของตัวเองได้ทั้งนั้น ผู้คนที่หาเรื่องมาปฏิเสธความจริงนี่ช่างโง่เขลา...แต่ส่วนใหญ่ดั๊นได้ดีไปออกรายการข่าวหรือทอล์คโชว์ แถมฉวยโอกาสเขียนหนังสือขายซะด้วย


ผู้ชมทางบ้านตัดเค้กใส่จานรองอย่างหงุดหงิด


"งั้นหนังสือของคุณ...?"


"เป็นการศึกษาและทำความเข้าใจด้วยหลักตรรกศาสตร์" เขาอธิบาย "พินิจพิเคราะห์ถึงวิธีการที่มนุษย์โน้มน้าวจิตใจของตนให้สามารถมองเห็น 'ด้ายแดง' ทางกายภาพ เนื่องด้วยมีผู้คนจำนวนหนึ่งพบคู่ชีวิตของพวกเขาผ่านสิ่งนี้ ผมจึงไม่อาจยืนยันได้ว่าพวกเขาผิด หากแต่เป็นเพียงความคลาดเคลื่อนทางการนึกคิด"


"หรือก็คือ" ริวซากิพึมพำก่อนจะหาว "หมอนั่นถูกวิทยาศาสตร์ครอบงำ ก็เลยทำได้แค่พูดไม่ให้คนที่เชื่อในโชคชะตาโกรธ...เหอะ ใครจะไปฟังมันถ้าไม่หัดใช้คำเข้าใจง่ายซะบ้าง" ขยี้ตาตัวเอง ริวซากิถือจานที่วางทั้งเค้กและถ้วยชาไปห้องนั่งเล่น ใช้มือข้างที่ว่างจับช้อนคนเบาๆ พอให้น้ำตาลละลาย


ในตอนนั้น กล้องจับภาพไปยังผู้ประกาศข่าวซึ่งทำหน้าที่สัมภาษณ์นักวิทยาศาสตร์คนนี้ เธอดูให้ความสนใจเป็นอย่างมาก คิ้วขมวดเล็กน้อยคล้ายจะพยายามตีความในสิ่งที่ได้ยิน ริวซากิยิ้มขำกับใบหน้ามึนงงของหญิงสาวขณะยกขาขึ้นมาแนบอกบนเก้าอี้ "และหนังสือของคุณ" เธอต่อบทสนทนา "แสดงถึงความคิดเห็นของคุณต่อหมอปั่นภาพด้วยใช่ไหมคะ?"


ภาพตัดมาที่ด็อกเตอร์มิชิมะ--- ริวซากิแทบสำลักชา จากการได้ยินคำพูดจาจากในห้องครัว เขาคาดหวังจะได้เห็นคุณลุงแก่พุงพุ้ย ไม่แต่งงานและรักสันโดษ หรือไม่ก็ใครสักคนที่มีมาดผู้ดี วางท่า ใส่แว่นตาดูคงแก่เรียน แต่ด็อกเตอร์มิชิมะที่เขาเห็น...เป็นแค่ไอ้หน้าหล่อธรรมดาๆ แววตาไร้อารมณ์ ใส่สูทและมีออร่าที่เหมาะจะไปเป็นตำรวจมากกว่า


"ผมไม่เคยพบหมอปั่นภาพเป็นการส่วนตัว" ด็อกเตอร์มิชิมะยอมรับ "แต่จากการสันนิษฐานทั้งพิจารณาจากหลักฐานทั้งหมด ผมเล็งเห็นว่าพวกเขาส่วนใหญ่ไม่มีความจำเป็น การกระตุ้นเส้นด้ายในนิ้วมือคนอื่นนั่น" ถ้าไม่ได้คิดไปเองตรงนี้เขาทำหน้าเหมือนจะหลุดขำ "เป็นสิ่งที่ไร้ซึ่งทฤษฎีมารองรับเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเทียบกับราคาราวกับจะขูดรีดแล้ว ผมแนะนำให้ทุกคนฝึกจนดูของตัวเองได้จะคุ้มค่ากว่า"


ด้วยรอยยิ้ม ผู้ประกาศข่าวผงกศีรษะ "ขอบคุณที่เสียสละเวลามาในวันนี้ค่ะ ด็อกเตอร์มิชิมะ"


"ด้วยความยินดี"


หลังจากคำนั้นกล้องก็เปลี่ยนไปจับภาพผู้ประกาศคนใหม่ "ในส่วนของกีฬา--"


ริวซากิเลิกฟัง หน้าบึ้งทั้งที่มือยังไม่หยุดจิ้มเค้กเข้าปาก ด้วยไม่กี่ประโยค เจ้ามิชิมะอะไรนั่นได้ทำให้งานเสริมของเขาและอีกหลายคนในแวมมี่เฮ้าส์เข้าสู่วิกฤติ ทึกทักเอาเองได้เลยว่าจะมีลูกค้าจำนวนมหาศาลเห็นนี่แล้วแคนเซิลนัดหรือไม่ก็เลิกล้มความคิดจะจอง ถึงแม้ริวซากิจะมีงานนักสืบเป็นของหลักอยู่แล้วแต่การที่งานฉากหน้าไปได้ไม่สวย จะยิ่งทำให้ตัวเขาเองน่าสงสัยว่าไปเอาเงินจากไหนมาใช้เยอะแยะ


'สปินด็อกเตอร์' หรือชื่อแปลแบบเชยๆ ว่า 'หมอปั่นภาพ' อาชีพแสนสบายรายได้ดีที่ริวซากิภูมิใจจะเป็น ใช้เทคนิคการเพ่งสมาธิเพื่อเกิดจินตภาพด้ายแดงของลูกค้า เส้นบางเบาตรงนิ้วก้อยที่นำพาผู้คนไปพบเนื้อคู่ เมื่อได้เห็นมันแล้ว หมอจะใช้วิธีการสัมผัส ทั้งดึง ทึ้งหรืออะไรก็แล้วแต่ตามความเหมาะสม จนชั้นนอกของมันสามารถถูกเห็นได้จากลูกค้า เมื่อนั้นพวกเขาก็จะสามารถตามหาอีกครึ่งของชีวิต เดินทางตามด้ายแดงแห่งโชคชะตาไปหาเนื้อคู่ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่คู่อยู่ต่างประเทศ มันช่วยให้พวกเขาหากันจนเจอ หรือถ้าโชคดีหน่อยก็อาจเห็นภาพอีกฝ่ายระหว่างหมอช่วยด้วยซ้ำ ริวซากิเคยโชคดีทำเคสแบบนั้นได้อยู่สองสามครั้ง


ดวงตาสีเทาจับจ้องไปที่มือซ้าย นิ้วก้อยของเขาว่างเปล่าทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่ามีเส้นด้ายเชื่อมอยู่ นี่เป็นอีกหนึ่งข้อดีของสปินด็อกเตอร์ พวกเขาอยากจะเห็นมันเมื่อไรก็ได้ อยากจะไม่เห็นเมื่อไรก็ได้ การฝึกฝนทำให้ต่างจากพวกที่มีความสามารถตั้งแต่เกิดซึ่งทำอะไรไม่ได้นอกจากทนมองเส้นยุ่งเหยิงไปตลอดชีวิต


จากการศึกษาอย่างลึกซึ้งเขารู้ว่ามันเชื่อมไปได้หลายคน


โดยปกติแล้วมักจะมีทางเลือกมากมายไว้เผื่อในกรณีที่ทั้งคู่ไม่อาจลงเอยด้วยกัน ใครสักคนดันตายก่อนหรือรักกับคนอื่น นั่นจึงทำให้มั่นใจได้ว่าในตอนสุดท้ายทุกคนจะมีคู่ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิดมากเพียงใด ริวซากิขอยืนยันเลยว่าเขาขนลุกซู่ตอนเข้าฝึกนรกกับไลท์แล้วได้รู้ว่าตัวเขาเองเป็นหนึ่งในคนที่เชื่อมกับแอล! ก็ว่าทำไมคนติดหวานอย่างหมอนั่นถึงยอมสละอมยิ้มให้เขาบ่อยๆ น่ากลัวที่สุด! นี่ดีนะที่ชิงแต่งกับไลท์ไปก่อนแล้วไม่งั้นริวซากิจะหนีเอาชีวิตรอดจริงๆ ด้วย...


หลังจากวันนั้นมาริวซากิก็ตัดสินใจให้ด้ายของตัวเองล่องหน


ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องเช็คมันทุกสองนาทีอีกต่อไป มันจะมองเห็นได้ชัดเจนอีกครั้งเมื่อเขาได้เจอเนื้อคู่คนใหม่ เพราะงั้นตอนนี้ริวซากิถึงสามารถใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องเป็นกังวลว่าข้างนอกนั้นจะมีเนื้อคู่อีกกี่คนที่รอคอยหรือตามหาเขาอยู่ เขาขอไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น


แต่ถึงอย่างงั้นมันก็น่าเจ็บใจ


โดยเฉพาะตอนเห็นลูกค้าทุกคนที่เขาช่วยตามหา สีหน้าแห่งความสุขตอนที่เขาบอกว่าเนื้อคู่อยู่ถัดไปอีกเมืองนึง ภูมิภาคนึง ประเทศนึง หรือคนละซีกโลก ความตื่นเต้นของลูกค้าแทงเข้ามากลางใจของเขาในทุกครา แต่ในขณะเดียวกันริวซากิก็ภูมิใจที่ได้ช่วยให้คนอื่นมีรอยยิ้ม อดรู้สึกดีแทนไม่ได้จริงๆ


อย่างเลื่อนลอยไปกับภวังค์ความคิด ริวซากิใคร่รู้ว่านัดต่อไปของเขาคือเมื่อไร ยกมือป้องปากหาว เงยหน้ามองปฏิทินบนผนัง นิ่งค้างไปครู่นึง กะพริบตาปริบก่อนสะดุ้งลุกขึ้น วิ่งวุ่นเก็บมื้อเช้าเข้าอ่างล้างจาน


เขากำลังจะสาย!









ริวซากิไม่ได้สาย


กลายเป็นว่าเขาจดเวลานัดเร็วไปสองสามชั่วโมง แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้ได้เปิดหน้าต่างระบายอากาศและเก็บกวาดออฟฟิศ แม้จะทั้งดูดฝุ่นทั้งขัดโต๊ะจนเงาวับริวซากิก็ยังเหลือเวลาไปรับอาหารจากคาเฟ่ข้างเคียง ยืนรอคิวชิวๆ กลับมาพร้อมกล่องเค้กช็อกโกแลต บางทีถ้ามิชิมะ สึคุรุคนนี้มาเร็ว เขาก็คงจะได้กินมันก่อนเที่ยง


ได้ยินเสียงจากโทรศัพท์ก็พอเดาได้ว่าเป็นคนเอาจริงเอาจังแถมคลั่งความสมบูรณ์แบบ ริวซากิโน้ตเอาไว้ระหว่างคุยกับฝ่ายนั้นว่าเขาควรเตรียมคำอธิบายของเรื่องไหนไว้บ้าง ความประทับใจของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ เขาจะทำให้มั่นใจว่าจะสามารถตอบได้ทุกคำถามอย่างชัดเจน


ลูกค้าคนนี้จองล่วงหน้าไว้ตั้งแต่สามสัปดาห์ก่อน เป็นเวลาที่ค่อนข้างเลือนลางเพราะริวซากิก็ต้องผ่านอะไรมาเยอะในแต่ละวัน สืบคดีจนล้าแล้วก็ต้องมีหลงลืมงานกามเทพกันบ้าง แต่ตอนนี้เขามั่นใจว่าเขาพร้อม


เสียงกระดิ่งดังมาจากหน้าประตู ริวซากิผุดลุกในทันที "ทิวาสวัสดิ์ครับ" เขาคุมน้ำเสียงให้สุภาพเป็นมืออาชีพที่สุด "ผม 'ด็อกเตอร์' ริวซากิ มีอะไรให้รับใช้หรือครับ?"


"สวัสดีครับ ผมมิชิมะ สึคุรุ..." คนหลังประตูเอ่ยทั้งน้ำเสียงติดลังเล ความไม่มั่นใจในนั้นทำให้ริวซากินึกสงสัยว่าระหว่างสามสัปดาห์นี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า


"ยินดีต้อนรับมิชิมะซัง เชิญเข้ามาก่อนสิครับ" เขาสวมรอยยิ้มการค้า เปิดประตูช้าๆ พร้อมทั้งผายมือ ก่อนสมองอันปราดเปรื่องจะระบุตัวตนของร่างที่อยู่ข้างหน้าได้


ไม่มีใครนอกจากด็อกเตอร์มิชิมะคนเดิมในสูทตัวเดิมกับเมื่อเช้า


อีกฝ่ายผงกหัวเล็กน้อยก่อนเดินเข้ามาข้างใน ริวซากิมองตาค้าง "เอ่อ..." มิชิมะทักสปินด็อกเตอร์ที่ทำหน้าราวกับเห็นปีศาจ


"นาย...ด็อกเตอร์มิชิมะ" ประโยคนั้นหลุดออกมาทั้งที่ยังไม่หายช็อคด้วยซ้ำ "นายมาทำอะไรที่นี่?"


ใบหน้าสงบนิ่งเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "เคยได้ยินชื่อฉันด้วยงั้นเหรอ?"


"ฉันเห็นนายเมื่อเช้า" ริวซากิหน้าบึ้ง "นายบอกทุกคนว่าพวกฉันไม่มีประโยชน์" ร่างเล็กกว่ากอดอกขอคำอธิบาย


"จริงๆ ฉันแค่พูดว่าส่วนใหญ่"


"งั้นขอถามหน่อยเถอะว่าที่จองนัดมาเนี่ยมีจุดประสงค์อะไร" เจ้าของห้องนั่งลงที่โต๊ะแต่ไม่ละสายตาไปจากคนตรงหน้า "ฉันไม่ว่างจะไปอยู่ในหนังสือจิตวิทยาปฏิเสธความจริงของนายหรอกนะ"


มิชิมะนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามทั้งยังเอนตัวเข้ามาใกล้ "จริงเหรอ? แต่ฉันได้ยินมาว่าพวกหมอปั่นภาพหางานยากเพราะลูกค้าน้อย"


ริวซากิชักสีหน้า "ฉันมีงานอื่นอีก ฉันน่ะ--" เขาหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมสติอารมณ์ของตัวเอง "เพราะนายฉันเลยต้องลางานนั้นมา"


นั่นดูจะทำให้คนตรงหน้าประหลาดใจ "งั้นนี่ก็เป็นแค่งานเสริม?"


ด้วยเสียงสบถดังๆ คนผมสองสีหาวิธีออกจากสถานการณ์ก่อนจะถูกล้วงข้อมูลไปมากกว่านี้ "ฉันดูขัดสนนักรึไงเล่า? เอาล่ะเลิกนอกเรื่องได้แล้ว นายอยากให้ฉันหาเนื้อคู่ให้จริงใช่ไหม? ฉันรู้สึกเศร้าแทนเลยไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม นายดูไม่ได้อยากจะรู้จักเขาด้วยซ้ำ"


"ฉันมาเพื่อพิสูจน์" มิชิมะยืนยันจุดประสงค์ "ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ ฉันต้องการชุดการทดลองที่หลากหลาย หรือให้พูดง่ายๆ ก็คือดูว่ามีหมอปั่นภาพกี่คนกันแน่ที่เป็นของจริง ในเมื่อส่วนใหญ่ก็เป็นแค่พวกหลอกเอาเงิน---"


"ให้ฉันได้พูดขัดสักหน่อยนะ" ริวซากิยกมือขึ้นปราม "หนึ่งฉันโคตรเกลียดชื่อที่นายเรียก สองฉันจะไม่เข้าร่วมอะไรพวกนี้ มันแย่พออยู่แล้วที่นายพูดพล่อยๆ เกี่ยวกับความเชื่อของเราและแพร่กระจายเรื่องโกหกออกไปเป็นวงกว้าง ฉันจะไม่เสียเวลาให้กับคนที่ไม่ตั้งใจฟังในสิ่งที่ฉันจะบอกหรอกนะ"


"นายแน่ใจเหรอ?" ใบหน้าสงบนิ่งกระตุกยิ้มที่มุมปาก ดวงตาสีเข้มแม้จะไม่แสดงอารมณ์ใดแต่ดูราวกับเยาะเย้ย ริวซากิส่งเสียงไม่พอใจอย่างคาดหวังให้ไอ้หมอนี่กลับไปเสียที "นายรู้อะไรไหม? นี่เป็นโอกาสดีเลยนะที่จะพิสูจน์ว่าด้ายแดงมีอยู่จริง พิสูจน์ว่าสปินด็อกเตอร์ของนายไม่ใช่พวกลวงโลก ไม่คิดว่างั้นบ้างเหรอ?"


ริวซากิส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอแต่ไม่ได้โต้ตอบอะไร ดวงตาสีเทาเบนมองโต๊ะที่กั้นเขาออกจากนักวิทยาศาสตร์ มันก็ไม่มีอะไรให้ปฏิเสธจริงนั่นแหละ สปินด็อกเตอร์ไม่ค่อยมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากเท่าไร ส่วนใหญ่ผู้คนก็ไร้ซึ่งกำลังทรัพย์จะเดินทางรอบโลกหาคู่แท้ หลายคนเจอรักใหม่ หลายคู่เกลียดหน้ากัน แม้แต่พวกที่ลงเอยกับเนื้อคู่จริงก็ไม่คิดจะป่าวประกาศหรือรีวิวให้คะแนนสักนิด ไม่เคยมีเรื่องดีๆ สนับสนุนอาชีพนี้เลย ที่มีลูกค้าอยู่จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะปากต่อปากกับบารมีไลท์ล้วนๆ...คิดแล้วก็ถอนหายใจ ไม่มีอะไรให้เสียของแท้เลยนี่หว่า "โอเค มาเริ่มกันเลยเถอะ"


ดวงตาสีเทาหลับลงทำใจให้สบาย ปกติขั้นตอนทุกอย่างจะให้ลูกค้ารอบนโซฟานุ่มมีกาแฟอยู่โต๊ะข้างเคียงเพื่อให้พวกเขาผ่อนคลายที่สุด แต่ริวซากิเลือกที่จะช่างหัวมิชิมะและเอาเวลาไปทำสมาธิแทน


"มันจะเป็นยังไงบ้าง?" คนตรงหน้าแทรกขึ้นมาในทันที ริวซากิพึมพำคำว่า 'หุบปาก' ได้ผล หมอนั่นเงียบไปพักนึงก่อนเขาจะได้ยินเสียงหยิบปากกากับกระดาษ "ฉันต้องทำอะไรบ้าง? ต้องบอกวันเดือนปีเกิด สเป็คผู้หญิงหรืออะไรไหม?"


"ไม่ต้อง!" คนผมสองสีถลึงตาใส่อย่างหงุดหงิด นึกสงสัยว่ามันไม่ได้ศึกษาวิธีการทำงานของพวกเขามาบ้างเลยรึไง "ส่งมือมาแล้วอยู่นิ่งๆ"


"โอเค" มิชิมะยื่นมือขวาออกมาราวกับจะเช็คแฮนด์


"ตลกมากด็อกเตอร์ ด้ายอยู่นิ้วก้อยซ้ายแล้วจะยื่นขวาออกมาทำซากอะไร?"


"อ่า โทษที"


ไม่ใส่ใจจะตอบกลับ ริวซากิจับมืออีกฝ่ายพลิกให้หงายฝ่ามือขึ้น เขาชะงัก ไม่เห็นเจ้าเส้นสีแดงนั่นเลยแม้แต่น้อย คิ้วเริ่มขมวด "อยู่ไหนเนี่ย..."


"แป๊ปนะ" มิชิมะพึมพำก่อนครู่นึงด้ายจะปรากฎสู่สายตา เป็นสีเจือจางจากการถูกปกปิดอย่างยาวนานหากแต่ริวซากิก็เห็นมัน


"นาย...ซ่อนมันไว้งั้นเหรอ?" ดวงตาสีเทาเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ  ริวซากิรู้จักแค่คนที่ 'เชื่อ' และฝึกฝนเท่านั้นที่จะทำแบบนั้นได้ พวกเขามักจะทำเพื่อกันตัวเองออกจากเนื้อคู่ เพื่อที่จะไม่คิดเรื่องนั้นแล้วใช้ชีวิตแบบปกติ


"มีปัญหารึไง?" มิชิมะถามเสียงขุ่น


"ไม่ ฉันแค่..." ร่างเล็กคว้ามือซ้ายเขามากอบกุมอีกครั้งด้วยทั้งสองมือ ตั้งสมาธิรวมไว้ที่เป้าหมายเดิมอีกครั้ง ทว่าก็ต้องตัวแข็งเมื่อเห็นเส้นด้ายนั้นค่อยๆ คืนสีสดแล้วเชื่อมโยงมาที่นิ้วก้อยของเขาเอง ริวซากิจ้องมันอย่างใจเย็น พยายามคิดในแง่ดีว่าอาจเป็นผลข้างเคียงจากการโดดเดี่ยวมานานเลยทำให้ด้ายรู้สึกอยากจับคู่ แต่นั่นไม่ใช่กับลูกค้าคนนี้เพราะมิชิมะดูเหมือนจะสติแตกได้ทุกเมื่อ


"นี่มันอะไรกัน?" ดวงตาที่ปกติมักจะไร้อารมณ์ฉายประกายความรุนแรงบางอย่าง ความรู้สึกมากมายอยู่ในนั้น ประหลาดใจ ตกใจ หวาดกลัว เกรี้ยวโกรธ


คนผมดำสะบัดมือออกราวกับต้องของร้อน "มันหมายความว่าไง?" เขาถามเสียงเดือดดาล


"ฉัน...นายเป็นเนื้อคู่ของฉัน" ริวซากิลุกขึ้นยืนทั้งที่แข้งขาสั่นไปหมด


"เลิกล้อเล่นซะที! นี่นายกำลังเอาคืนที่ฉันให้สัมภาษณ์ไปใช่ไหม!?" มิชิมะตวาดกลับ มือตบลงกับโต๊ะเสียงดังเพื่อยันตัวขึ้น


"ใครจะไปบ้าล้อเล่นกับเรื่องแบบนี้ เราเป็นเนื้อคู่กันโว้ย!!! ก็ไม่ใช่ว่ามันจะมีคนเดียวซะหน่อย โมโหไรนักหนาวะ!?" ริวซากิที่เริ่มฟิวส์ขาดตะโกนใส่ทั้งใบหน้าเอาเรื่อง เขาไม่ใช่ประเภทที่ยอมโดนขึ้นเสียงใส่อยู่ฝ่ายเดียวหรอกนะ!


มิชิมะหันหลังสาวเท้าไปที่ประตู "ไม่รู้ล่ะ ฉันจะกลับแล้ว!"


มือเรียวจับลูกบิดในตอนที่ได้ยิ่งเสียงห้ามจากด้านหลัง "เดี๋ยว!!!"


มิชิมะหันกลับไปหา สิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้คือริวซากิที่ยกแขนโอบรอบคอเขา


ปั่ก!!!


และความเจ็บปวดที่แล่นเข้ากลางอก









"...แล้วเขาก็สลบไปเลย!"


ยางามิ ไลท์มองคนตรงหน้าด้วยแววตาเห็นอกเห็นใจ เดินมานั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามก่อนยื่นถ้วยกาแฟให้เหมือนทุกครั้ง ริวซากิยังกุมขมับอยู่เหมือนโลกกำลังจะจบสิ้น เลยถือวิสาสะเติมน้ำตาลให้คนอายุน้อยกว่าเอง


"แล้วเธอทำยังไงกับเขาต่อ?"


ริวซากิยกกาแฟขึ้นดื่มทั้งหน้าง้ำงอ "ก็ส่งโรงพยาบาลน่ะสิ ต้องพักฟื้นด้วยนะนั่น! ผมไม่รู้จะทำยังไงต่อไปแล้ว มันน่ากลัวจริงๆ ครับยางามิซัง"


"มิชิมะควรเป็นฝ่ายกลัวเธอมากกว่า..." ไลท์พูดหน้าตาเฉย "ถามจริง อะไรดลใจให้ไปกระแทกเข่าใส่ลิ้นปี่เขาแบบนั้น?"


"ก็ตอนแอลทำยังตัดด้ายแดงได้ ผมก็เลยคิดว่ามันอาจจะได้ผล..." ร่างเล็กงึมงำเสียงแผ่ว


คนผมน้ำตาลถอนหายใจอย่างไม่คิดปิดบัง เห็นไลท์มีท่าทีหนักใจแบบนั้นเพราะเขาริวซากิก็รู้สึกผิดอย่างหนัก


"เอาล่ะ เราต้องแก้ความเข้าใจผิดก่อนนะ ทำร้ายร่างกายเนื้อคู่ไม่ได้เป็นการตัดด้ายแดง" ไลท์พูดชัดถ้อยเป็นการเตือน "ฉันเองก็เคยลองหาวิธีกับแอลมาตั้งหลายแบบแล้ว ทั้งซ้อมทั้งอัดจนจะตายไปข้างด้ายก็ไม่เห็นขาด พอคิดว่าครั้งนั้นมันอาจจะฟลุ๊คก็เลยสงบศึกกันไปก่อน" เล่าไปพลางจิบกาแฟไปพลาง ก่อนรอยยิ้มบางอย่างจะจุดขึ้นที่ริมฝีปาก "ไม่ต้องห่วงริวซากิ เนื้อคู่น่ะเป็นเรื่องของโชคชะตา ต่อให้หนียังไงก็ไม่พ้นหรอก สุดท้ายมันจะหาทางให้พวกเธอเจอกันอยู่ดี เชื่อฉันสิ ฉันเคยลองหนีแล้ว"


"แล้วเป็นไงครับ?"


"รู้ตัวอีกทีตอนโดนแอลสวมแหวนให้"


ริวซากิหัวเราะเบาๆ กับมุกนั้น "สุดท้ายคุณก็ยอมเป็นคนรักกับเขาตามที่ด้ายเลือกงั้นเหรอ..."


"ไม่ใช่ซะหน่อย! โชคชะตาอะไรนั่นฉันไม่สนใจหรอก ที่แต่งกับแอลก็เพราะฉันได้รู้จักกับหมอนั่น ได้ลองใช้เวลาร่วมกันต่างหาก" คนผมน้ำตาลก้มหน้างุดกับแก้วกาแฟ แม้จะพยายามทำเหมือนสั่งสอนแต่ก็เห็นได้ชัดว่าเขินจนแทบจะละลายไปจากโลก "ที่ฉันรักแอลไม่ใช่เพราะเป็นเนื้อคู่กันหรอกนะ"


ริวซากิกัดริมฝีปากทั้งสีหน้าไม่สู้ดี ดวงตาสีน้ำผึ้งมองท่าทีนั้นแล้วก็ได้แต่เป็นห่วง "เธอโอเคนะ?"


คนตัวเล็กพยักหน้ารัวเร็ว สูดลมหายใจเข้าแล้วถอนหายใจออกยาวๆ "ผมแค่ดีใจที่คุณสองคนรักกัน"


ไลท์เลิกคิ้ว ก่อนดวงตาสีเทาที่สบประสานกับเขาจะอ่อนลงราวกับเผชิญเรื่องน่าหนักใจ "ผมรู้อยู่แล้วว่าสุดท้ายผมก็ต้องอยู่คนเดียว--"


"เธอพูดเรื่องอะไรน่ะ?" คนอายุมากกว่ากอดอกแย้ง น้ำเสียงติดจะดุๆ นั้นเจือปนไปด้วยความห่วงใย "ต่อให้เธอไม่ลงเอยกับเนื้อคู่ ต่อให้เธอไม่แต่งงาน เธอก็ยังมีเรา มีฉัน มีแอล มีวาตาริ มีเพื่อนๆ พวกเราทุกคนรักเธอ"


ราวกับมีอะไรบางอย่างถูกยกออกจากอก ริวซากิผุดยิ้มบาง จริงอย่างที่ไลท์พูด ต่อให้เป็นวันที่เขาไม่เหลืออะไร เขาก็ยังมีครอบครัว แวมมี่เฮ้าส์ไม่มีวันทอดทิ้งเขาเหมือนกับที่เขาไม่มีวันทรยศทุกคน


คนตรงหน้ากระแอมเล็กน้อย "ถ้าเธอไม่สบายใจจะเป็นสปินด็อกเตอร์ต่อฉันก็เข้าใจนะ เดี๋ยวจะช่วยหางานใหม่ให้เอง" เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้าราวกับได้พบพระผู้มาโปรดก็อมยิ้มกับตัวเอง "เห็นว่าช่วงนี้แอลกำลังอยากได้ตัวแทนไปประสานงานกับตำรวจญี่ปุ่น...แถมอยู่ดีๆ ฉันก็เกิดเบื่อขึ้นมา ริวซากิ เธอไปแทนหน่อยได้ไหม?"


คนผมสองสีทำวันทยาหัตถ์ร้องโอ้อย่างฮึกเหิม ตาเป็นประกายเมื่อได้เอกสารคดีจากคนอายุมากกว่า


ไลท์นึกขบขันที่อีกฝ่ายดีใจเป็นเด็กๆ ชายหนุ่มฮัมเพลงกับตัวเองขณะไล่นึกว่าริวซากิจะเหมาะกับอาชีพอะไรไปมากกว่านักสืบ









ในรุ่งสางของวันต่อมาที่ต้องไปเข้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสียงโทรศัพท์ดังจนปลุกเจ้าของแต่เช้ามืด ริวซากิคำรามลากมือตัวเองไปกดรับสายอย่างหงุดหงิด "สวัสดีตอนไก่ยังไม่โห่..."


"อรุณสวัสดิ์ ริวซากิ" เสียงที่คุ้นเคยตอบกลับ


"เจ มีอะไร?" มือป้องปากหาว ยันตัวขึ้นนั่งในท่าประจำก่อนมองหาเวลาที่นาฬิกา "ตื่นเช้าจังนะเธอเนี่ย..."


"อ่า อื้ม ขอโทษที"


"ไม่เป็นไร ยังไงฉันก็มีนัดเช้าอยู่แล้ว โทรมามีอะไรล่ะ?"


"ก็..." เจลากเสียงด้วยความไม่มั่นใจ ริวซากิลุกขึ้นจากที่นอนไปเตรียมขนมกับน้ำชาที่ครัว "วันนี้ฉันพึ่งเจอลูกค้า..."


"เวลานี้เนี่ยนะ?" ร่างเล็กใช้ไหล่หนีบเครื่องมือสื่อสารไว้ขณะเริ่มชงชา "ใครบางคนดูจะกระตือรือร้นนะเนี่ย"


"ก็ไม่เชิง เขาจองไว้สองสามสัปดาห์แล้วแหละ"


นั่นทำให้นึกถึงนักวิทยาศาสตร์คนเดิมขึ้นมา เขาสะบัดหน้าไล่ความคิดนั้นก่อนจะถามต่อ "อ๋อ แล้วเนื้อคู่เขาเป็นไงบ้าง?"


"นาย" นั่นคือทั้งหมดที่เจตอบ


"หา?"


"เขาเป็นเนื้อคู่ของนาย ฉันเห็นเต็มสองตา"


ด้วยการเมินว่าเจพึ่งทำเคสหายากอย่างการเห็นภาพเนื้อคู่ได้สำเร็จ ริวซากิโฟกัสไปที่ชื่อหนึ่งซึ่งผุดขึ้นมาในหัว "มิชิมะ สึคุรุ!!! ไม่ใช่ว่าตอนนี้ควรจะนอนอยู่โรงบาลเหรอวะ!?" ก่อนจะสบถหาผ้ามาเช็ดโต๊ะเมื่อเห็นว่าเขาเผลอกดกาน้ำร้อนจนล้นแก้ว


หญิงสาวในสายเงียบไปพักหนึ่ง "เขาเป็นอะไรมากรึเปล่าริวซากิ?...ฉันไม่เคยเห็นใครโกรธขนาดนี้ตอนบอกเนื้อคู่เลย ตะโกนเรียกเท่าไรก็ไม่ยอมหยุดฟังเลยด้วย แล้วถ้านายรู้ว่าเขาเป็นใคร เขามาหาฉันทำไมล่ะ? พวกนายน่าจะรู้จักกันแล้วนี่"


ริวซากิถอนหายใจ "เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์สักคนที่ไม่เชื่อเรื่องเส้นด้ายกับเนื้อคู่ ฉันก็ไม่ชัวร์หรอกว่าทำไมเขาถึงไล่จองนัดสปินด็อกเตอร์ไว้ซะหลายคน" ถือจานเค้กกับถ้วยไปที่ห้องนั่งเล่นเหมือนทุกที เปิดช่องข่าวไว้ดังเป็นเพื่อน "แต่เขาดูไม่ชอบหน้าฉันเท่าไร"


"ฉันเสียใจด้วยจริงๆ..."


"มันโอเคน่า ฉันก็ไม่ชอบหมอนั่นเหมือนกัน" ร่างเล็กเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะอย่างไม่อยากให้อีกฝ่ายเป็นห่วง "เอ้อ แล้วฉันก็อาจจะไม่ทำงานนี้ต่อแล้วอะนะ กำลังให้ยางามิซังช่วยเลือกอยู่ แต่ถ้าไม่มีงานไหนน่าสนก็คงทำนักสืบเพียวๆ แล้ว"


"ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าแล้วกัน" เสียงเปิดตู้เย็นดังเล็ดลอดเข้ามา เจเองก็คงจะกำลังหามื้อเช้าอยู่


ริวซากิตักเค้กเข้าปากทั้งรอยยิ้ม "รอเธอตามมาอยู่นะ แอลที่ไม่มีวาตารินี่ขยับตัวลำบากจริงจริ๊ง~"


อีกคนหัวเราะเสียงใส "รอไปเถอะ ไม่ใช่เร็วๆ นี้หรอกน่า"


"เห็นทีงานนี้คงต้องฉายเดี่ยว" เขาหมายความตามที่พูด ระหว่างจิบชาก็ดูเอกสารอีกรอบไปพลาง









โอเค ไม่มีอะไรต้องกังวล


ริวซากิพร่ำบอกประโยคนั้นกับตนเอง พวกตำรวจในหน่วยสืบสวนพิเศษก็มีแต่คนที่ยางามิ โซอิจิโร่ไว้ใจ มีหนึ่งคนที่ถึงขนาดผ่านงานแอลมาด้วยซ้ำ พวกนั้นต้องได้เรื่องและตามเขาทันแน่นอน เป็นถึงตัวแทนนักสืบอันดับหนึ่งของโลกไม่มีทางที่ผู้ช่วยจะกระจอกอยู่แล้ว


ร่างเล็กกระชับกระเป๋าเครื่องมือด้วยความมั่นใจที่มากกว่าเดิม เอ่ยปากทักเมื่อเห็นนายตำรวจคุ้นหน้าคนหนึ่งรออยู่


"มัตสึดะ โทวตะ!" เขาเรียกทั้งรอยยิ้ม เยี่ยม เขาจำคนนี้ได้ "เคยเห็นคุณผ่านหน้าจออยู่บ่อยๆ คราวนี้จะได้ทำงานร่วมกันแล้ว ผมริวซากิ ขอฝากตัวด้วย"


มัตสึดะเข้าใจสถานการณ์ได้ในไม่นาน พวกเขาเช็คแฮนด์กันก่อนนายตำรวจชั้นหัวหน้าจะพาไปที่ห้องทำงานของหน่วยตน เพราะริวซากิมาก่อนเวลาจึงมีเวลาได้เตรียมตัวและทำความรู้จักกับแต่ละคน


สมกับที่เป็นหน่วยช่วยงานแอลโดยเฉพาะ ทุกคนล้วนมีนามแฝงเป็นของตัวเองพร้อมโปรไฟล์ปลอมเพื่อใช้ไปสืบคดี เหมือนครั้งนี้ที่เหยื่อเป็นลูกค้าของสปินด็อกเตอร์ นานาเสะบ่นกับเขาว่าทำตัวเป็นนักข่าวนี่กินพลังงานชีวิตสุดๆ ต้องมีความมั่นใจตลอดเวลาแถมคุมบุคลิกท่าทางซะผู้ดี


แน่นอนว่าคนเดียวที่รอดตัวคือมัตสึดะ ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักไปทั่วเพราะทำคดีระดับโลกใต้บังคับบัญชาของแอลสำเร็จไปงานหนึ่ง จากนี้จะปิดตัวตนยังไงก็ไม่มิดเลยเป็นหัวหน้าคอยคุมพวกนี้อีกที ริวซากิยิ้มขำขันขณะคิดว่าหน่วยพิเศษนี้มีเรื่องให้สนุกกว่าที่คิด


...แล้วความสนุกของริวซากิก็เป็นอันต้องจบลงเมื่อหมอนั่นเข้ามาในห้อง


"ขอโทษที่มาสายครับ! พยาบาลยื้อผมตั้งนานกว่าจะหนีออกมาได้...!" ชายหนุ่มในชุดสูทหอบหายใจขณะพิงประตูที่เปิดอยู่อย่างเหนื่อยล้า ผมสีดำกระเซิงหมดมาดปกติอย่างดูก็รู้ว่าไม่มีแม้แต่เวลาจะหวี


ริวซากิอ้าปากค้าง หมอนั่นก็อ้าปากค้าง


"นาย!" ทั้งสองแหกปากชี้กันไปมา "มิชิมะ! / ริวซากิ!"









----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เขียนคู่นี้เป็นครั้งแรกแหละค่ะ (//กลั้นขำ) สนุกกว่าที่คิดดดดดดด

ไทม์ไลน์ของเรื่องเรากะให้เป็นหลายปีต่อจากตอนที่แล้ว คือโลกรับรู้ถึงการมีอยู่ของด้ายแดงและวิธีดูคร่าวๆ แต่ยังมีทั้งคนที่เชื่อและคนที่ไม่เชื่อ เกิดอาชีพใหม่คือ 'หมอปั่นภาพ (Spin doctor)' ใครตามการเมืองอาจเคยได้ยินคำนี้ แค่ก---

Spin doctor ถ้าเอาความหมายแบบกลางๆ คือคนที่พยายามเสนอแง่ดีของสิ่งหนึ่งและปกปิดข้อเสียไปด้วย บางครั้งอาจออกแนวโฆษณาชวนเชื่อ แต่หลักๆ คือทำให้ประชาชนเห็นดีมีทัศนคติแบบเดียวกับตน เราเลยคิดว่าเหมาะจะเอามาตั้งชื่ออาชีพนี้ดีแฮะ แถมเล่นคำกับคำว่า spinning ที่แปลว่าปั่นด้ายได้ด้วย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #142 [ LuksornNoy ] (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 14:35
    จะมีคู่นี้ต่ออีกไหมคะ? แบบว่า เนื้อหาต่อจากตอนนี้น่ะค่ะ อยากเห็นตอนเขาลงเอยกัน😆
    #142
    1
    • #142-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 107)
      17 ตุลาคม 2562 / 22:01
      อยากต่อคู่นี้เหลือเกินค่ะแต่ไม่มีพล็อตสำหรับตอนต่อไปเลย...
      #142-1