[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 106 : We could be heroes! (มิสะ/ไลท์ , ฮิคาริ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 66
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    25 ม.ค. 64

Pairing : มิสะ/ไลท์ , ฮิคาริ

มีแอล มากิโผล่มาเล็กน้อย ซานต้าก็เช่นกัน---

//ฟิคคริสต์มาสอีกแล้ว เรารักคริสต์มาส <3 //โปรยกลิตเตอร์~

คือเรียกน้อง 光 ว่าฮิคาริจนชินแล้วเนี่ย ฟฟฟฟฟ ขอกันคนเข้าใจผิดนะคะ ลูกของไลท์ใน Light up ชื่อ 光 แต่ชาวเรายังคงไม่รู้มันอ่านว่าอะไรกันแน่...แค่ส่วนใหญ่ตัวคันจินี้จะอ่านว่าฮิคาริ เลย assume ไปเอง...










"มันชัดเจนแล้วครับหมะม้า ต้องใช่แน่ๆ ผมมั่นใจ!" ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเด็กชายวัยเจ็ดขวบเต็มไปด้วยประกายขณะจับจ้องหน้าจอโทรทัศน์ แสงสีของเทศกาลคริสต์มาสที่ถูกจัดขึ้นทำให้โตเกียวเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ผู้คนมีใบหน้าเปื้อนยิ้มและนั่นทำให้ฮิคาริหัวเราะเสียงใส มาสคอตซานต้าแก้มแดงกำลังโยกย้ายส่ายสะโพกแถมยังแจกลูกอมให้ทุกคนที่ร่วมเต้นด้วย


"ไหนขอฟังข้อสันนิษฐานของฮิคาริคนดีคนเก่งหน่อยซี้~?" ยางามิ มิสะที่นั่งอยู่เคียงข้างสวมกอดให้ลูกชายตัวน้อยก่อนหอมแก้มฟอดใหญ่ เด็กน้อยของเธอชี้ไปที่ร่างอ้วนเคราเฟิ้มในชุดสีแดง ลืมเรื่องจิ๊กซอว์ที่กำลังต่ออยู่เสียสนิท


"ซานต้าเป็นฮีโร่ครับ! ดูสิ เขาเดินทางไปรอบโลกเพื่อแจกของขวัญให้เด็กๆ แถมเขายังเต้นแล้วก็ทำเรื่องสนุกสนาน เขาพยายามให้ทุกคนมีความสุข เหมือนที่ปะป๊าบอก...ฮีโร่ทำได้ทุกอย่างแม้จะเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ! ใช่ไหมครับ?"


"ใช่แล้วล่ะ คนที่ทำเพื่อคนอื่นน่ะต้องเป็นฮีโร่แน่นอนอยู่แล้ว!" ดวงตาคู่สวยเบนมองซานต้าในหน้าจอสลับกับลูกชายผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง มือเรียวลูบกลุ่มผมนุ่มนิ่มแผ่วเบาด้วยความรัก "แต่หนูรู้ใช่ไหมว่าบางครั้งเขาก็ช่วยทุกคนไม่ได้ เขาทำเต็มที่ที่สุดแล้วและในตอนจบเราควรจะยิ้มรับเสมอไม่ว่าเขาจะนำผลลัพธ์แบบไหนมาให้"


ดวงตากลมกะพริบปริบอย่างใสซื่อ มือเล็กเอื้อมขึ้นมาจับมือคุณแม่แน่นๆ "ไม่ครับ ไม่! ผมมั่นใจว่าซานต้าจะทำทุกอย่างที่เราขอ! พวกเราทำดีและเชื่อในตัวเขา ผมเขียนจดหมายแล้วใช้คำว่า please เยอะมากด้วย! เขาจะต้องเห็นในความพยายามของผมแน่ๆ ซานต้าจะต้องช่วยผมสิ..."


คนเป็นแม่นิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะกลับไปโหมดร่าเริงอย่างรวดเร็ว "แน่นอนจ้ะ ฮิคาริน่ะใส่ความจริงใจทั้งหมดลงไปในจดหมายเชียวนา~ ซานต้ารักเด็กดีทุกคนอยู่แล้ว" ลูบหัวเด็กชายอีกครั้ง ฮิคาริยิ้มจนตาปิดแล้วพยักหน้ารับ จากนั้นจึงกลับมาตั้งสมาธิกับพัซเซิลบนพื้นแทน พินิจให้แน่ใจก่อนจะหยิบจิ๊กซอว์ไปต่อ กิริยาที่ทำให้คนเป็นแม่ภาคภูมิใจในความโตกว่าวัย



หญิงสาวเงยหน้ามองนาฬิกาบนผนัง ก่อนลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย "ใกล้ถึงเวลามื้อเย็นแล้ว ช่าย ช่าย หมะม้ารู้ว่าฮิคาริอยากช่วย" มิสะยิ้มเผล่ สั่นนิ้วชี้ไปมาเมื่อเห็นเด็กน้อยกำลังจะอ้าปาก "ให้หมะม้าจัดการเองนะ นี่เป็นมื้อพิเศษก็ต้องมีเซอร์ไพร์สใช่ไหมล่า~?" ฮิคาริตาเป็นประกาย ความไร้เดียงสาของลูกชายทำให้คนเป็นแม่อยากกุมหัวใจตัวเองล้มลงแล้วกรีดร้องว่าน่ารัก


มิสะโบกมือลาลูกชายทั้งรอยยิ้มกว้างก่อนจะแว้บเข้าไปในห้องทำงานของสามีชั่วครู่ หญิงสาวเปิดคอมพิวเตอร์ด้วยใบหน้าเป็นกังวล หลังจากอ่านอีเมลที่ถูกส่งมาก็ใจชื้นขึ้น ตอนนี้ทุกอย่างไปได้สวยและไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเลยสักนิด...มิสะดีใจที่เป็นแบบนั้น เธอไม่เคยตั้งคำถามใดกับหน้าที่หรืองานของสามี หลังจากที่ไลท์ลาออกจากกรมตำรวจเมื่อหลายปีก่อนก็ตัดสินใจเดินทางรอบโลกเข้าร่วมไขคดีกับแอล ถึงการแต่งงานจะไม่ได้ช่วยให้พวกเขามีเวลาร่วมกันมากขึ้นแต่มิสะก็ชินแล้วแหละ แค่รู้สึกเศร้าแทนลูกชายที่ไม่ได้ใช้เวลาร่วมกับพ่อมากเท่าเด็กคนอื่น...แถมนี่จะเป็นปีแรกตั้งแต่ฮิคาริเกิดที่ไลท์จะไม่กลับมาอยู่ด้วยในฤดูหนาว คดีต่างๆ คงกำลังรุมเร้า โดยเฉพาะข่าวระเบิดวินเชสเตอร์เมื่อหลายวันก่อนคงทำให้ฝั่งนั้นวุ่นไม่น้อย มิสะไม่อยากจะคิดเลยถ้าพวกผู้ร้ายรู้ว่าไลท์ที่คอยช่วยแอลเป็นคนญี่ปุ่น โตเกียวจะยังปลอดภัยอยู่ไหม...


อีกสิ่งที่ทำให้เธอเป็นกังวลมากที่สุดก็คือเรื่องจดหมายนั่น มือเรียวเปิดลิ้นชักก่อนจะหยิบมันขึ้นมา จดหมายคริสต์มาสของฮิคาริ มิสะจำได้ว่าไลท์โทรมาขอให้เธอซื้อทุกอย่างที่ฮิคาริอยากได้ แน่นอน เขาเป็นพ่อที่เข้มงวดแต่หลายครั้งก็ชอบสปอยล์ลูกชายคนเก่ง...ซึ่งมิสะไม่เคยว่าอะไรอยู่แล้ว(เพราะเธอสปอยล์หนักกว่า---) อย่างไรเสียนี่ก็เป็นวันพิเศษ เธออยากจะให้ลูกชายมีความสุขมากที่สุด


หญิงสาวเปิดซองจดหมายเพื่ออ่านเหมือนทุกปี


Dear Mr. Santa Claus

Santa, please! Could you bring papa home as a present? I really miss him. He is a hero like you and knows how to deal with bad guys. Can you get to him? Please? Thank you so much!

Sincerely,
Hikari Yagami



ตอนนี้มิสะกำลังปลาบปลื้มเป็นที่สุด ก็ปีนี้ฮิคาริเปลี่ยนจากภาษาญี่ปุ่นเป็นอังกฤษเพื่อแบ่งเบาภาระล่ามของคุณซานต้า(อย่าถาม มิสะก็งงเหมือนกัน) แต่ลูกชายเธอเพิ่งขึ้นชั้นป.หนึ่งในประเทศที่ไม่สอนภาษาอังกฤษให้เด็กประถม เพราะงั้นกว่าจะเขียนได้ถึงขนาดนี้ต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก


ก่อนดวงตาคู่สวยจะหลุบลงเมื่อระลึกได้ว่านี่ไม่ใช่คำขอที่จะเป็นจริงได้ งานนักสืบยุ่งยากและอยู่ไกลบ้าน แต่ก่อนหน้านี้แอลก็ติดต่อมาเพื่อช่วยเหลือพวกเธออยู่แล้ว ของขวัญให้ฮิคาริจากนักสืบอันดับหนึ่งของโลกคือช่องทีวีพิเศษออนแอร์แบบเรียลไทม์ที่มีเพียงบ้านยางามิที่เปิดได้ อีเมลที่ส่งมาเมื่อกี๊ยืนยันว่าทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว ในสิบนาที ไลท์จะโผล่มาในหน้าจอและพูดคุยกับลูกชายผ่านมือถือมิสะ แต่ถึงอย่างงั้นคนเป็นแม่ก็รู้สึกว่ามัน...ไม่เพียงพออยู่ดี


มิสะปิดทุกอย่างในห้องทำงานเพื่อเตรียมการส่วนของห้องครัวแทน ตรวจสอบอีกครั้งว่าอาหารเย็นที่เธอเตรียมไว้ทั้งสองที่มีรสชาติดีถูกใจฮิคาริที่สุด ในตู้เย็นยังมีเค้กคริสต์มาสอยู่ซึ่งเธอก็ถือเสียว่าเป็นเค้กวันเกิดไปด้วยในตัว หญิงสาวฮัมเพลงลั้นลาที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ สองขาเดินไปหาฮิคาริในห้องนั่งเล่น เช็คนาฬิกาอีกที เหลือสามนาที "ฮิคาริ๊~ รู้อะไรไหม? หมะม้าจะเซอร์ไพร์สหนูตอนนี้เลย มื้อเย็นไว้ทีหลัง มันสำคัญมากเลยน้า!" ใบหน้าหวานของเด็กน้อยยิ้มร่า ฮิคาริแทบจะกระโดดลุกขึ้นเลยทีเดียว


"ผมรอไม่ไหวแล้ว! มันคืออะไร? มันคืออะไรเหรอครับ?!" อีกครั้งที่ดวงตาสีน้ำตาลเต็มไปด้วยความสดใส มือเล็กเขย่ากำปั้นระดับอกอย่างคาดหวัง คนเป็นแม่เห็นดังนั้นก็ต้องคีพความเล่นใหญ่ เธอไม่อยากให้ลูกชายคิดแม้เพียงนิดว่ากำลังถูกหลอกลวง


"หลับตาลงจนกว่าจะบอกให้ลืมขึ้นนะ~!" เพิ่มความเป็นปริศนาลงไปในนั้น ฮิคาริยิ้มก่อนจะทำตามที่คุณแม่บอก ทุกอย่างอยู่ในความเงียบ มิสะตั้งเซตติ้งของโทรทัศน์ให้ไปที่ช่องไพรเวทของแอลเหมือนครั้งก่อนๆ หน้าที่ไลท์อยากติดต่อกลับมาหาพวกเธอ บางทีต่อให้ฮิคาริหลับตาก็อาจจะพอเดาได้อยู่แล้วก็ได้ว่าเซอร์ไพร์สคืออะไร...ซานต้าเป็นฮีโร่ ฮิคาริเป็นเด็กดี ซานต้าต้องช่วยเติมเต็มความปรารถนาของเขามากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้อยู่แล้ว


กริ่งประตูดังในจังหวะคาดหวังในทันที..หนึ่งครั้ง...สองครั้ง...


บังเอิญเกินไปจนมิสะหันไปมองทั้งดวงตาเบิกกว้าง ส่วนฮิคาริอ้าปากค้างแทนคุณแม่ ทีวีไม่ขึ้นอะไรแถมกริ่งมาตรงเวลาเป๊ะๆ! เป็นไปไม่ได้น่า ก็แอลบอกว่า...


"หมะม้า?" ร่างเล็กหันมาคล้ายจะถามว่าซานต้าผิดคิวหรือเปล่า


"ไปกันเถอะ" ถึงจะพูดแบบนั้นแต่มิสะก็พยายามไม่ตั้งความหวัง สองแม่ลูกจับมือกันไปต้อนรับแขกคนนั้นอย่างรวดเร็ว


เมื่อพวกเธอเปิดประตูก็ได้พบกับชายหนุ่มที่มีรอยยิ้มกว้าง ไม่มีใครรู้ว่าไลท์ยืนอยู่ข้างนอกนานเท่าไร มิสะทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ


"ปะป๊า! ปะป๊ามาจริงด้วย! ปะป๊าาาา!" ฮิคาริปล่อยมือคุณแม่แล้ววิ่งไปกอดคุณพ่อในทันที ซึ่งไลท์ก็ปล่อยกระเป๋าที่ถืออยู่เพื่อย่อตัวกอดลูกชายตอบเช่นกัน


"ว่าไง ฮิคาริคนเก่งของพ่อ วันนี้ก็ยังร่าเริงเหมือนเดิมเลยนะ เยี่ยมมาก!" ด้วยความสดใสมากเป็นพิเศษ ไลท์หัวเราะขณะลูบหัวเด็กน้อยของเขา


"ไลท์ เธอ..ไม่ได้บอก..." มิสะส่งเสียงแผ่วเบา ไม่ใช่ในทางบ่นแต่เป็นความตื้นตันใจ แล้วเธอก็นึกสถานการณ์ทุกอย่างออกแล้ว ไลท์น่าจะเตรียมตัวมาโผล่ตรงนี้ตั้งแต่เธอเล่าเกี่ยวกับจดหมายของฮิคาริ เขาเป็นคนเจ้าแผนการแบบนั้นแหละ แน่นอนเลยว่าเตี๊ยมกับแอลไว้เพื่อเซอร์ไพร์สพวกเธอ เขาให้ของขวัญที่ฮิคาริร้องขอ


ดวงตาสีน้ำผึ้งที่มองมายังเธอฉายประกายความอบอุ่นเหมือนทุกครา


"สุขสันต์วันเกิดมิสะ! ปีนี้ซานต้าน่ะบินสูงมากจนเราเจอกันระหว่างพ่อนั่งเครื่องมาญี่ปุ่น! เลื่อนขนของขวัญนั่นใหญ่มากแถมพวกกวางก็วิ่งอย่างขันแข็ง เขาบอกว่ามีภารกิจบางอย่างที่อยากให้พ่อช่วยด้วยล่ะ!" ไลท์ยันตัวลุกขึ้นขณะเล่าเรื่อง ฮิคาริยิ้มกว้างตั้งใจฟังในทุกสิ่งที่เขาพูดส่วนมิสะเพียงแค่ยิ้มเอ็นดูในความใสซื่อ


"พอเธอใส่สูทตำรวจแบบนี้ซานต้าก็เลยเจอตัวเร็วสินะ" มิสะตามน้ำไป รู้อยู่แล้วว่านี่ก็แค่ทำให้ฮิคาริตื่นเต้นขึ้น...ตั้งแต่ไลท์ลาออกไปเป็นนักสืบก็ไม่จำเป็นต้องใส่เครื่องแบบนี้อีกแล้ว


ทั้งสามเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกัน "นั่นเป็นความลับของฮีโร่ล่ะ" ไลท์เสริม "ซานต้าใส่สูทสีแดง ส่วนฉันใส่สูทสีเทา...พอเขาพยายามตามหาก็เจอตัวได้ง่ายๆ เลย!"


"ฮ่ะฮ่า! ผมรู้อยู่แล้ว นั่นคือเหตุผลที่ผมขอร้องซานต้า เขาเจ๋งสุดๆ ผมรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องจำปะป๊าได้" เด็กชายปรบมือเริงร่า ไลท์ที่ยืนอยู่ตรงหน้า ครอบครัวที่เฉลิมฉลองช่วงเวลาพิเศษร่วมกัน นี่มันวิเศษราวกับความฝัน


มิสะเข้าไปกอดสามีของตนบ้าง ดวงตาสีน้ำตาลหลับลงทั้งซุกหน้าลงกับอกอีกฝ่าย เขาดูสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ว่าอะไรทั้งกอดเธอตอบ พอๆ กับที่พวกเธอคิดถึงเขา มิสะมั่นใจว่าเขาก็คิดถึงพวกเธอมากไม่แพ้กัน


เธอเป็นฝ่ายผละออกก่อน ทั้งสามเข้าไปในครัวเพื่อนำเมนูที่มิสะเตรียมไว้ไปที่โต๊ะอาหาร คุณนายยางามิบ่นงุบว่าเธอทำแค่สองจาน แต่ฮิคาริก็ไม่ได้คิดมากอะไรถ้าจะแบ่งส่วนของตัวเองกับคุณพ่อ ร่างเล็กโดนดีดหน้าผากไปหนึ่งโป๊กตอนขอทานเค้กคริสต์มาสทั้งปอนด์คนเดียว ไม่มีทางที่พ่อแม่อย่างพวกเขาจะยอมให้ลูกชายทานอะไรหวานเกินไปอยู่แล้ว


"โห ต่อจิ๊กซอว์ได้มากขนาดนี้เชียว? พัฒนาขึ้นเยอะนะเนี่ย" ไลท์เอ่ยชมตอนที่ฮิคาริโชว์ความคืบหน้าของพัซเซิลให้ดู


"ครับผม! ถ้าต่อภาพนี้เสร็จก็จะมีสัตว์เต็มไปหมดเลย! หมะม้าแขวนภาพก่อนไว้ที่ผนังด้วยนะครับ เห็มไหม?" เขาชี้ไปที่จิ๊กซอว์ใต้กรอบเงินที่เป็นรูปกลางคืนพร้อมดวงดาวมากมาย ด้วยชิ้นส่วนมากมายทำให้ค่อนข้างดูลายตาเกินไปสำหรับเด็กอายุเท่านี้


"ยอดเยี่ยมไปเลยฮิคาริ รู้อะไรไหม? ถ้าลูกชอบพัซเซิลมากขนาดนี้ บางทีพ่ออาจจะพาไปที่ๆ พิเศษมากตอนโตกว่านี้นะ..."


"เห แบบนั้นจะดีเหรอ~" มิสะแกล้งหยอกฮิคาริที่กำลังตื่นเต้นแบบสุดๆ


"ที่ไหนครับ? ที่ไหนครับ?" ดวงตากลมโตมองพวกเขาสลับกันไปมา


"เป็นที่ๆ เด็กอัจฉริยะมากมายอยู่รวมกันเพื่อฝึกฝนล่ะ" ไลท์จ้องลูกชายอย่างตรงไปตรงมา "พ่อก็เคยไปเยี่ยมบ้างนานๆ ครั้ง"


ฮิคาริกะพริบตาปริบ อ้าปากอย่างคาดหวัง "แล้วผมจะมีโอกาสได้ไปบ้างไหมครับ!?"


ไลท์ทำท่าคิด "จะลองตัดสินใจอีกทีตอนลูกโตกว่านี้ก็แล้วกัน...แต่ตอนนี้ต้องตั้งใจเรียนให้เต็มที่นะ!" สมกับที่เป็นเขา ไลท์สร้างแรงบันดาลใจให้ลูกชายได้ในทันที เด็กน้อยร้องโอ้ออกมาอย่างมุ่งมั่น แต่ถึงเขาจะบอกว่าลองตัดสินใจ มิสะก็รู้ดีว่าทั้งเธอทั้งเขาไม่มีทางปล่อยให้ลูกชายไปอยู่ที่นั่นแน่นอน ไม่ว่าฮิคาริจะฉลาดแค่ไหน ไม่ว่าแอลจะพยายามขนาดไหน ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไร


มื้อเย็นดำเนินต่อไป คนเป็นนักสืบมองภรรยาอย่างฉงน รู้สึกเหมือนมีใครบางคนหายไปในวันนี้ซึ่งไม่ใช่เขา "มากิจังไปไหนน่ะ? ปกติจะต้องมาฉลองวันเกิดเธอด้วยนี่? ก็เป็นแบบนั้นอยู่ทุกปี"


"ฮะฮะ พี่มากิคงกำลังสนุกกับลุงแอลอยู่ล่ะครับ~" ฮิคาริแย่งตอบก่อนใคร ขณะที่ผู้ปกครองทั้งสองหน้าเสียราวกับตกใจอะไรสักอย่าง


"ฮิคาริอย่าไปนับเขาเป็นลุงนะลูก! หมะม้าบอกแล้วว่าให้หนูระวังตัว แล้วพี่มากิก็ไม่ได้ชอบเขาด้วย ไม่มีอะไรสนุกทั้งนั้นแหละ" มิสะออกโรงปรามในทันทีที่ได้ยินชื่อต้องห้ามนั้น


เด็กน้อยรีบแย้ง "เขาไม่ใช่คนไม่ดีนะครับหมะม้า! ลุงแอลตลกแล้วก็เล่าเรื่องให้ผมฟังตั้งเยอะ เขาเป็นห่วงพี่มากิกับปะป๊าอยู่ตลอดเลยด้วย!"


"นั่นก็แค่ตีสนิท!...เขาอยากให้หนูหลงกลแผนแปลกๆ พวกนั้น เขาเล่าอะไรให้ฟังบ้าง? แอลพูดแต่คำโกหก หมะม้าบอกหนูแล้ว!"


"หมะม้าอคติ! ลุงแอลไม่ได้เป็นแบบนั้นซะหน่อย..."


"เฮ้ เฮ้ พอเลยทั้งสองคน! ก็ไม่ใช่ว่าพ่อไว้ใจเขาเต็มร้อยหรอกนะฮิคาริ แต่ว่า...ตั้งแต่ได้เจอพี่มากิ เขาก็เหมือนจะมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไป และพ่อมั่นว่าเขาไม่จำเป็นต้องโกหกฮิคาริหรอก แต่ถึงอย่างงั้นก็อย่าไปเชื่ออะไรที่ลุงแอลพูดมากก็แล้วกันนะ" ไลท์กระตุกยิ้ม รู้สึกสนุกกับการไกล่เกลี่ยเพื่อรักษาน้ำใจของสองฝ่าย ทั้งแม่ทั้งลูกกอดอกพองแก้มขึ้นมาพร้อมกัน และมันก็ดูน่ารักดี "พ่อเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าสองคนนั้นจะเข้ากันได้ดี" เขาพูดยิ้มๆ เมื่อนึกถึงเด็กสาวแสนเงียบขรึมกับนักสืบพิลึกคนนั้น


"ยังดีที่ฉันขอใช้สิทธิ์ดูแลทันตอนคิมิฮิโกะซังเสีย ไม่งั้นมีหวังเขาต้องเอาตัวไปเป็นผู้สืบทอดอีกคนแน่" มิสะกลอกตา "นี่ก็พากันไปดินเนอร์...แค่สองคน เธอต้องจับตาดูให้ดีนะไลท์! หมอนั่นมันปีศาจล่อลวงเด็กชัดๆ"


"กังวลเกินไปแล้วมิสะ เขาก็แค่เอ็นดูเด็กดีแบบมากิเป็นพิเศษ อย่างที่รู้พวกผู้สืบทอดน่ะมีแต่พวกน่าปวดหัว"


มิสะได้ฟังแล้วก็ถอนหายใจแต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ


"เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่มากิก็คงว่างมาเยี่ยมเราเองแหละ" ชายหนุ่มหันไปมองร่างเล็ก "หรือถ้าไม่ เราก็ไปหาพวกเขาเองซะเลย บางทีพี่มากิอาจจะเขียนจดหมายถึงซานต้าเหมือนลูกก็ได้นะ"


ฮิคาริพยักหน้าเห็นด้วย "ผมสงสัยจังว่าพี่เขาขออะไร...แต่ซานต้าส่งสิ่งที่ผมต้องการมาให้แล้วล่ะ ผมมีความสุขมากเลย"


"ปีนี้ฮิคาริทำตัวดื้อบ้างแต่หมะม้าก็คิดว่าหนูเป็นเด็กดีของซานต้าเหมือนเดิมนะ" มิสะยกแก้วขึ้นจิบน้ำซ่อนรอยยิ้มขบขันเอาไว้ "บางทีเขาอาจจะเตรียมของขวัญอย่างอื่นให้หนูด้วยก็ได้"


"อ่า เดี๋ยว! แป๊ปนะ" ไลท์ทักท้วงเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เล่นบทประหลาดใจซึ่งสามารถหลอกเด็กน้อยได้ง่ายดาย "ซานต้าฝากพ่อเอาอะไรบางอย่างมาให้ฮิคารินี่! ลืมไปได้ไงเนี่ย?" คุณพ่อหยิบกระเป๋าขึ้นมาบนโต๊ะทั้งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์


"ไม่ยุติธรรมเลย ปะป๊าได้คุยกับซานต้ามากกว่าผมตลอดแล้วยังจะลืมอีกงั้นเหรอ?" ฮิคาริขมวดคิ้วงึมงัมคำต่อว่าขณะที่ไลท์หยิบกล่องของขวัญออกมาจากกระเป๋าด้วยใบหน้าของผู้ชนะอย่างแท้จริง


"โห แสดงว่าไม่อยากได้สินะ? งั้นพ่อขอยึดไว้เองก็แล้วกัน!"


"ไม่ ไม่ ไม่! นั่นของผมนะ มันมีชื่อผมด้วย! ให้ผมเถอะนะ นะะะ นะครับ" เด็กชายกระโดดเหยงๆ พยายามจะแย่งของขวัญจากคนสูงกว่า ซึ่งไลท์ยิ่งกลั่นแกล้งด้วยการยืดแขนขึ้นสูงไปอีก


"ไม่เอาน่าไลท์ ซานต้าก็บอกเองว่าให้ฮิคาริ ตอนนี้เขาเป็นเด็กดีกว่าเธออีกนะ" มิสะไม่วายตามน้ำไปเหมือนทุกที ไลท์จึงเลิกแกล้งแล้วให้ร่างเล็กได้กล่องของขวัญไป เด็กชายทำหน้าชนะก่อนจะกอดมันไว้อย่างถนุถนอม


"หมะม้าพูดถูก ทีหลังปะป๊าก็เขียนจดหมายเองสิ!" นั่นไม่ได้ทำให้คนอายุมากกว่าสำนึกผิดหรืออะไร กลับกันเขาเพียงยิ้มอย่างทั้งขำทั้งเอ็นดู


ฮิคาริกอดกล่องไปแกะบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว


มือเล็กสัมผัสกับเนื้อผ้านุ่ม เขายกมันขึ้นมาดู เครื่องแบบตำรวจไซส์พอดีตัวแถมมีชื่อของเขาปักอยู่ด้วย ดวงตากลมมองมันด้วยความตกตะลึง อ้าปากค้าง


"ว้าว..."


"นี่ต้องเป็นสัญญาณแน่เลยฮิคาริ เขาอยากให้หนูเป็นฮีโร่!"


ฮิคาริมองคุณพ่อคุณแม่ด้วยใบหน้ามีความสุข เสื้อนี้ให้ความรู้สึกผูกพันแบบแปลกๆ กับเขา ร่างเล็กกอดมันแน่นราวกับได้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ใฝ่ฝันมาโดยตลอด ก่อนจะใส่มันทับเสื้อตัวเก่า สมบูรณ์แบบสุดๆ ไปเลย แบบนี้เขาก็เหมือนคุณพ่อที่เด็กลงยี่สิบปีแล้ว


"สุดยอด! ผมเป็นฮีโร่แล้ว เหมือนปะป๊า เหมือนซานต้า! ผมจะจัดการพวกคนเลวให้หมดโลกเลย!" เขาชูมือขึ้นไปบนอากาศอย่างเริงร่า "ผมรักกกกกมัน!"


มิสะย่อตัวลงสวมอ้อมกอดให้ร่างเล็กก่อนหอมแก้มฟอดใหญ่ "เป็นความคิดที่วิเศษไปเลย หมะม้าจะสนับสนุนให้หนูได้เป็นแบบที่อยาก ต่อให้จะยากลำบากแค่ไหนก็อย่ายอมแพ้ให้กับความฝันนะ"


"ผมไม่มีทางยอมแพ้ครับ...ผมจะพยายามยิ่งๆ ขึ้นไปอีก ผมจะทำให้ซานต้าภูมิใจยิ่งกว่านี้ในปีหน้า"


หลังจบมื้อเย็นความสนุกสนานก็ยังก่อตัวขึ้นในบ้าน มิสะเป่าเทียนบนคริสต์มาสเค้กก่อนจะเป็นคนตัดหนึ่งในสี่ส่วนให้พวกเขาแบ่งกันทาน ที่เหลือเธอตั้งใจเก็บไว้ให้มากิและเจ้าหมอนั่น อย่างที่รู้กันว่าครอบครัวยางามิไม่ทานหวานมาก ก็ได้แต่หวังว่าแอลจะโอเคกับเค้กน้ำผึ้งผสมกาแฟ


ตอนนี้ไลท์เหมือนได้ย้อนวัยไปอายุเท่าลูกชาย พวกเขาเล่นกันทั้งได้ทั้งคืน ทักษะการแสดงของไลท์ทำให้เขามั่นใจได้ว่าฮิคาริจะรู้สึกสนุกที่สุด มิสะอมยิ้มขณะทำความสะอาดบ้านและมองสามีกับลูกชายไปด้วย ฮิคาริมีแบบอย่างที่ดีขนาดนี้ มิสะมั่นใจเลยว่าเขาจะได้เติบโตไปเป็นฮีโร่อย่างที่เฝ้าฝัน


ในที่สุดเด็กชายตัวน้อยก็หมดพลังหลังจากทำอะไรไปเสียหลายอย่าง โดยไม่ทันรู้ตัวก็เอนตัวหลับปุ๋ยกับไหล่คุณพ่อ มากพอๆ กับความต้องการจะเล่นต่อ เขาจำเป็นที่จะต้องพักผ่อนเพื่อวันพรุ่งนี้


"ดูฮิคาริสิ กอดเธอซะแน่นเชียว...ได้เวลานอนแล้ว" มิสะกระซิบเสียงแผ่วอย่างไม่รบกวน มือปัดปอยผมที่ปรกหน้าอย่างอ่อนโยน


"ทั้งฉลาดและร่าเริงกว่าใครๆ ฉันไม่รู้เลยว่าเขาโตเร็วขนาดนี้ ไม่เหมือนกับตอนคุยผ่านหน้าจอสักนิด นี่มัน..."


"รู้สึกดี ใช่ไหม?" เธอต่อให้ในทันที "พวกเราก็เหมือนกัน ฮิคาริทั้งคิดถึงทั้งอยากเจอเธอมาก ฉันก็ด้วย"


ไลท์ลุกขึ้นทั้งมือยังอุ้มร่างเล็กเข้าไปในห้องนอน เป็นเรื่องยากทีเดียวที่จะวางฮิคาริลงบนเตียงเพราะเขาเกาะคุณพ่อไม่ปล่อยจนทั้งสามต้องสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มด้วยกันทั้งหมด คุณพ่อทางซ้าย คุณแม่ทางขวา ลูกชายตรงกลาง มิสะกดจูบลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มก่อนหลับตาลง


"ฉันรู้นะว่าไม่ควรถาม แต่...เธอจะอยู่นานไหม?"


"อื้ม ก็ระยะนึง มีคดีใหญ่ที่ญี่ปุ่นอยู่พอดี" เสียงนุ่มพูดต่อเรื่อยๆ ราวกับไร้ซึ่งเรื่องใดรบกวนจิตใจ "แต่ฉันจะไม่กลับไปทำงานถ้ายังไม่ได้ฉลองปีใหม่กับครอบครัวหรอกนะ ไม่ยอมเด็ดขาดเลย"









-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

//กระโดดกอดครอบครัวยางามิและคุณซานต้า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #138 [ LuksornNoy ] (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 14:34

    หมะม๊า ปะป๊าเรอะ..หนูเรียกซะจีนเลยค่ะลูก

    ชอบความรวมหัวต้มฮิคาริของบ้านยางามิจังค่ะ>< แบบแท๊กทีมกันมาไม่มีหลุด สมแล้วที่พ่อแม่เป็นอดีตนักแสดงทั้งคู่(?)

    #138
    1
    • #138-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 106)
      8 ตุลาคม 2562 / 16:34
      เห็นว่าเรียกแล้วน่ารักดีค่ะ น้องยังเด็กอยู่ด้วย คิดว่าโตขึ้นคงเรียกคุณพ่อ คุณแม่แบบปกติ > <

      ต้มฮิคาริจนเปื่อยเลยทีเดียว ทักษะการแสดงของบ้านนี้นี่ระดับมืออาชีพ!
      #138-1