[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 105 : Observational notes of 'The Red Thread of Fate' (แอล/ไลท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 259
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    25 ม.ค. 64


Pairing : แอล/ไลท์ , มัตสึดะ/ซายุ , แมตต์/เมลโล/เนียร์ , มิสะ/ไลท์



//AU ด้ายแดงแห่งโชคชะตาล่ะ~
ช่วงนี้หัวแล่นไปในทางแฟนตาซีมากเลยค่ะ ฟฟฟฟฟฟ



















ความเชื่อเกี่ยวกับเนื้อคู่ไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนในปัจจุบันยึดถืออีกต้องไปแล้ว




มันเป็นเพียงเรื่องปรุงแต่ง โรแมนซ์เพ้อฝัน ไม่มีอยู่จริง




ยางามิ ไลท์ได้ยินข้อถกเถียงพวกนี้มาเป็นเวลายาวนาน ทั้งผู้สนับสนุนและผู้ต่อต้าน เขาเคยมีบทสนทนากับน้องสาวและเพื่อนๆ สมัยยังเด็ก ซึ่งทุกครั้งล้วนจบลงที่เสียงหัวเราะว่ามันไร้สาระ นักเรียนอันดับหนึ่งของประเทศอย่างไลท์ไม่มีทางเชื่ออยู่แล้ว




ในขณะที่เมื่ออยู่คนเดียว เขากลับสืบหาข้อมูลเรื่องนี้อย่างลึกซึ้งจนเกือบเป็นงานวิจัยเสียด้วยซ้ำ




แม้จะอายุสิบเจ็ดปีแล้ว ไลท์ก็ยังไม่อาจมั่นใจในจุดยืนของตัวเองอย่างแท้จริง




เพราะถึงจะดูเป็นไปไม่ได้เพียงใด ไลท์ก็เห็นมัน 'ด้ายแดงแห่งโชคชะตา' อะไรนั่น




ตั้งแต่จำความได้ เขามักจะรับรู้ถึงการมีอยู่ของมันผ่านนิทานพื้นบ้านว่าเป็นสิ่งที่ผูกพันคู่แท้เข้าหากัน ในตอนแรกก็ไม่แน่ใจนักหรอกว่าใช่สิ่งที่เห็นหรือเปล่า แต่ไลท์รู้ดีพอจะมั่นใจว่านั่นเป็นพรสวรรค์บางอย่างที่มีเพียงเขาเท่านั้น เพราะไม่มีเด็กคนไหนที่ลำบากใจกับเจ้าด้ายยุ่งเหยิงที่พันนิ้วก้อยพวกเขาเลย




เอาตามตรง มันไม่ได้ดูเป็นรูปธรรมกับใครนอกจากไลท์ ถ้ามีสมาธิมากพอเขาถึงขั้นสัมผัสมันได้เสียด้วยซ้ำ แต่ส่วนใหญ่แล้วร่างกายก็ทะลุผ่านได้เหมือนกับคนอื่นนั่นแหละ ก็ไม่ใช่อะไรที่มีแล้วชีวิตเปลี่ยนขนาดนั้น แต่รกสายตานี่ขอยืนยันว่ามาก




นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงได้ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด เพราะก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเข้าใจว่าทำไมครอบครัวถึงได้มึนงงเมื่อลองเอ่ยปากทัก




ด้ายแดงเชื่อมคุณพ่อคุณแม่ไว้ด้วยกัน แต่ไม่เห็นต่อมาถึงเขากับซายุ ไม่ยุติธรรมเลยสักนิด





อาจเป็นความน้อยใจสมัยไม่รู้ความหมาย แต่พอคิดว่าตัวเองเคยพูดออกมาตรงๆ แล้วก็แทบอยากมุดดินหนี ตอนนั้นคุณพ่อคุณแม่ยิ้มเอ็นดู คิดแค่ว่าเขาเปรียบเปรยอะไรไปเรื่อย ซึ่งดีที่ไม่จริงจังถึงขั้นพาไปพบจิตแพทย์ เพราะเรื่องมันจะยุ่งยากกว่านี้อีกเป็นเท่าตัว





ยางามิ ไลท์ยังมีความสงสัยอีกมากเกี่ยวกับเจ้าเส้นด้ายพวกนี้





เช่นทำไมนิ้วของเขาถึงไร้ซึ่งเส้นด้าย บางทีอาจเป็นเพราะเขาไม่มีเนื้อคู่ ยังไม่ถึงเวลา ไม่เคยเห็นหน้า อีกฝ่ายตายหรือยังไม่เกิด หรือแค่กลไกป้องกันโกงอย่างการเห็นของคนอื่นได้แต่ไม่เห็นของตัวเอง




ความเป็นไปได้ต่างๆ มากมายทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าทำไมไม่ลองศึกษาอย่างจริงจังไปเลยล่ะ?




เขามีความสามารถและควรใช้มันให้เป็นประโยชน์ ไม่แน่ อนาคตเขาอาจได้เป็นที่ปรึกษาความสัมพันธ์ระดับประเทศเลยก็ได้




หรืออาจค้นพบวิธีกำจัดด้ายแดง คิดดูสิว่ามันจะวิเศษแค่ไหนถ้าสามารถเปลี่ยนโชคชะตางี่เง่าที่พระเจ้ายัดเยียดให้ทุกคน




ความรักน่ะเราต้องเป็นคนกำหนดเองสิ


















ยางามิ ไลท์เขียนบันทึกสังเกตการณ์มาได้ระยะหนึ่งแล้ว ข้อมูลทุกอย่างอยู่บนสมุดปกดำซึ่งห่างไกลจากคำว่าไดอารี่พอสมควร




ข้อสังเกตที่หนึ่ง : ไม่มีใครเชื่อมโยงกับเนื้อคู่ตั้งแต่แรก




มันง่ายที่จะรู้เรื่องนี้ โดยเฉพาะสมัยอยู่ชั้นประถม ในตอนที่เด็กส่วนใหญ่ไม่มีอะไรมากไปกว่าด้ายเส้นเล็กผูกรอบนิ้วแต่ไม่เชื่อมถึงใคร หรือบางคนที่ไม่มีอะไรผูกก็ถือว่าปกติ ต้องถามพวกที่เชื่อมกันตั้งแต่ไม่ถึงสิบขวบต่างหากว่าตอนนี้ดร็อปเรียนไปมีลูกกันหมดหรือยัง




ด้วยเหตุนี้แล้ว นักเรียนม.ปลาย วัยแห่งรักแรกเช่นไลท์จึงทำได้เพียงมองความผิดพลาดของผู้อื่น




เขาต้องทนดูความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นและกำลังจะพังทลายในเวลาไม่นานโดยมิอาจเข้าไปขัดขวาง มันเหมือนกับการเดตเกิดขึ้นวันแล้ววันเล่าเป็นเทศกาลสักอย่างที่ไม่มีคำว่าหยุดพัก มีคู่รักมากมายที่ด้ายแดงมุ่งไปคนละทางขณะที่จับมือกัน ซึ่งไลท์ก็ได้แต่อวยพรให้ความสัมพันธ์ของพวกเขายืนยาวมากกว่าวันปัจฉิมนิเทศ




ให้พูดตามตรง ไอ้ด้ายนี่โคตรวุ่นวาย




ทำตัวเป็นกามเทพเผด็จการจับคู่คนนู้นคนนี้ไปทั่ว คนเขาจะรักกันเองมันผิดนักรึไง เป็นแค่เส้นบางๆ ริอาจถือดีมาบอกว่าคู่นี้เหมาะสม ส่วนคู่นั้นไม่




ถามจริง เพื่อ?




จะให้พวกเขารู้สึกดีๆ ต่อกันตั้งแต่แรกทำไมในเมื่อพวกเขาไม่มีสิทธิ์เลือกตอนจบของตัวเอง? ทำไมถึงต้องหลงรักคนที่ไม่มีวันลงเอยด้วยตั้งแต่แรก? ทำไมถึงต้องเสียเวลาหลายปีไปกับความสัมพันธ์ที่สุดท้ายแล้วก็เละไม่เป็นท่า?




ทำไมต้องให้เขามาเห็นอะไรแบบนี้?




คำถามทั้งหมดไม่ถูกส่งต่อให้ใครมากไปกว่าตัวสมุดโน้ตของเขาเอง เขารู้ดีพอจะไม่เปิดเผยความสามารถนี้ เขารู้ว่าไม่มีใครเชื่อแม้จะมีหลักฐานมากเพียงใด




แม้จะพยายามมองหาแค่ส่วนที่เป็นข้อดี ไลท์ก็ยังยืนยันว่าเขาเกลียดมันอยู่ดี จากนี้ก็ทำได้เพียงบอกตัวเองว่ามันอาจเป็นประโยชน์ต่อการสืบคดี ในเมื่ออนาคตเขาจะเป็นตำรวจฝ่ายสืบสวน




และในตอนที่ไลท์ขอบคุณต่อพระเจ้าที่อย่างน้อยเขาก็ไม่มีด้ายให้วุ่นวาย ก็มีเรื่องให้สาปส่งอีกครั้ง




ทำไมน้องสาวเขาถึงเป็นเนื้อคู่กับตำรวจที่แก่กว่าเป็นสิบปีวะ!?


















ข้อสังเกตที่สอง : ไม่มีกฎเกณฑ์ว่าใครคู่ใคร





เราแจ้งจับพระเจ้าข้อหาสนับสนุนการพรากผู้เยาว์ได้ไหม?




เด็กหนุ่มทอดถอนหายใจที่เขาถึงขนาดพิมพ์ประโยคนั้นค้นหาในอินเตอร์เน็ต แต่นี่มันเกินไปจริงๆ เด็กสิบห้ากับผู้ใหญ่ยี่สิบห้า(แถมเป็นลูกน้องพ่อ)เนี่ยนะ? โอเค อย่างน้อยมัตสึดะซังก็เป็นคนดี...แต่นอกนั้นมันไม่มีส่วนไหนโอเคเลยด้วยซ้ำ!




พอมาคิดๆ ดูแล้วเขาก็สังเกตกฎการจับคู่ของมันไม่ได้เลยแฮะ




ทาคาดะเพื่อนของเขาถูกเชื่อมกับรุ่นพี่มิคามิ ถือเป็น Perfect match เพราะคู่นี้ดูเป็นผู้เป็นคนที่สุด




ยามาโมโตะเพื่อนสนิทของเขาถูกเชื่อมกับชิโอริแฟนเก่าเขา บัดซบที่สุด ทั้งที่เพิ่งคบกันจริงจังไม่กี่วัน...เพราะงั้นที่หลบหน้าไปนานต้องขอโทษด้วย ไลท์ไม่ใช่ประเภทอยากกิ๊กกั๊กกับเนื้อคู่คนอื่น




หรือจะยูริที่เขาเคยเดต ตอนนี้ถูกเชื่อมกับแยงกี้ของอีกห้องหนึ่ง ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ประเภทเด็กสาวอ่อนหวานกับเจ้าอันธพาลอย่างแท้จริง




นิสัยของบางคู่ต่างสุดขั้วในขณะที่บางคู่เข้ากันดีเป็นปี่ขลุ่ย บางคู่รู้จักกันยาวนานเป็นสิบปีในขณะที่บางคู่เพิ่งได้พบกันครั้งแรก




เขาจับทริคอะไรไม่ได้ในตอนนี้ แต่ช่วงไหนว่างๆ จะลองทำตารางวิเคราะห์อีกทีก็แล้ว




เสียงลูกบิดประตูถูกหมุนทำเอาคนในภวังค์สะดุ้งโหยง เด็กหนุ่มเก็บสมุดลงชั้นลับก่อนไปเปิดประตูที่ลงล็อก





เขาเจอซายุยิ้มสดใส "มัตสึดะซังบอกว่าอีกสิบนาทีจะมาบ้านเราล่ะ"




"มาทำไม?" คนเป็นพี่ชายสวนกลับอย่างหวงน้อง




นั่นทำให้ร่างเล็กเลิกคิ้วฉงน





"เอ๊ะพี่ ปกติเวลาแขกมาพี่ต้องบอกให้หนูไปเตรียมน้ำให้ไม่ใช่เหรอ"




นั่นสินะ




ไลท์กระแอมทำทีจุดประเด็นใหม่ "ไม่เป็นไรซายุ เอ้อ ยังไม่แม่นตรีโกณใช่ไหม มาพี่จะสอน" มือก็คว้าแขนอีกฝ่ายเข้ามาข้างใน





"ดะ เดี๋ยวสิคะ ไม่อยู่รอต้อนรับมัตสึดะซังก่อนเหรอ?" ซายุแย้งเสียงร้อนรนแต่ไลท์ไม่อาจประมาทต่อให้มันจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม





เด็กหนุ่มกดไหล่น้องสาวลงนั่งเก้าอี้ "ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่อง วันนี้พี่จะติวเธอให้สมองระเบิดไปเลย"





ด้วยความมุ่งมั่นที่ฉายชัดในดวงตาสีน้ำผึ้ง ไลท์ได้ปฏิญาณกับตัวเองไว้แล้ว





ถ้าซายุยังไม่ถึงสิบแปด อย่าหวังว่าจะได้คุยกันอีก!


















ข้อสังเกตที่สาม : บางคนมีเนื้อคู่มากกว่าหนึ่ง




ไลท์ได้เรียนรู้เมื่อไม่นานมานี้ว่าด้ายแดงนี่ก็ให้ทางเลือกมากกว่าที่คิด




เขาลอบสังเกตจากระยะประชิดจึงได้เห็นเด็กอายุน้อยกว่านั่งรวมกลุ่มโดยที่สองในสามมีด้ายแดงเชื่อมไปที่คนๆ เดียว หรือก็คือเจ้าเด็กผมทองที่ดูหงุดหงิดตลอดเวลานั่นมีเนื้อคู่สองคนนั่นเอง




ถ้าจำไม่ผิด ระยะหลังที่ไลท์มาคาเฟ่ก็มักจะเจอพวกนี้นั่งอยู่ก่อนแล้ว ดูเป็นกลุ่มที่ไร้ซึ่งความเข้ากันโดยสิ้นเชิง ตอนแรกก็นึกว่าแค่มองพลาดหรือไม่ก็อาจมีบุคคลที่สี่ซึ่งจืดจางจนไม่เป็นที่สนใจ






แต่ไม่ ตรงนั้นมีอยู่สามคน และไม่ว่าจะมองยังไงเด็กหัวขาวกับหัวน้ำตาลก็มีด้ายแดงไปที่เด็กหัวทอง




และจากนั้นยอมรับเลยว่าไลท์จงใจเข้าคาเฟ่บ่อยขึ้นเพื่อที่จะได้มาดูเจ้าพวกนี้ ด้วยความพยายามใจกว้างที่สุด เขามองข้ามเรื่องที่ทั้งสามเป็นเพศเดียวกันแล้วเจาะจงไปที่รายบุคคล จากการฟังบทสนทนา 'เนียร์' คือเด็กหน้าตายชอบม้วนผมตัวเอง 'แมตต์' คือเด็กใส่ก็อกเกิลที่ไม่เคยปล่อยมือจากเครื่องเกม 'เมลโล' คือพวกเสพติดช็อกโกแลตและเป็นคนที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้




ไลท์เริ่มสงสัยแล้วว่ามีเนื้อคู่สองคนจริงๆ แน่เหรอ...ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อเอาป่านนี้ เขาหมายถึงมี 'แค่' สองคนแน่เหรอ? บางทีเด็กนี่อาจพิเศษหรือทำอะไรบางอย่างจนสามารถมีทางเลือกมากกว่าหนึ่ง




เขาเริ่มเข้าใกล้การเบี่ยงเบนโชคชะตามากขึ้นอีกนิดแล้ว ถ้าเกิดรู้สาเหตุได้ล่ะก็ อย่างน้อยต่อให้ตัดคนแรกออกไม่ได้ ก็สามารถสานความสัมพันธ์กับคนสองได้!




เพราะงั้นเขาจึงโยนสามัญสำนึกออกนอกหน้าต่างแล้วถือแบบฟอร์มมาขอสัมภาษณ์!




ไลท์ขอบคุณทักษะการแสดงทั้งหมดที่มีที่ทำให้เขาดูเป็นเพียงรุ่นพี่ม.ปลายต้องการข้อมูลไปทำงานส่งครู ขอบคุณตัวเองด้วยที่น่าเชื่อถือเป็นทุนเดิมและอธิบายคำโกหกได้เป็นฉากๆ




เอาจริง หัวข้อ 'เพื่อนรักของฉัน' นี่ง้องแง้งเป็นบ้า แต่ช่วยไม่ได้ กลุ่มเป้าหมายคือเด็กม.ต้นและนี่เป็นคำถามที่ตรงแต่ไม่พิลึกที่สุดแล้ว




ดวงตาสีน้ำผึ้งเต็มไปด้วยความใสซื่อมองเนียร์กับแมตต์ที่เขียนไปกว่าครึ่งแล้ว หัวเราะน้อยๆ เป็นการแซวทั้งที่ในใจรู้ดีว่านี่มันไม่ใช่ 'เพื่อนรัก' แต่เป็น 'รักเพื่อน' "แหม ทั้งสองคนบอกว่าเป็นเพื่อนรักกับเมลโลเหมือนกันเลยนะครับ"




"ผมก็แค่ไม่มีเพื่อนคนอื่นแล้ว" เนียร์ตอบกลับนิ่งๆ ส่วนแมตต์ยักไหล่ไม่ใส่ใจจะแก้ตัวอะไร




"แล้วใครคือเพื่อนรักของเมลโลงั้นเหรอครับ?" ดวงตาทั้งสามคู่มองไปที่เด็กผมทองด้วยความคาดหวัง แม้จุดประสงค์จะต่างกันไปบ้างแต่ก็นับว่าทุกคนลุ้นระทึกกับคำตอบ




เมลโลส่งกระดาษให้ไลท์ คำตอบก็ไม่ได้ต่างจากที่คิดไว้หรอก แต่ความเร็วที่เขียนบรรยายความสัมพันธ์ทั้งหน้าได้ในเวลาสั้นๆ ก็แสดงว่าข้อมูลทั้งหมดเป็นเรื่องจริงและความรู้สึกจากใจ ไลท์ยิ้มบางขณะที่เอ่ยถึงมัน "รักทั้งสองคนเท่ากันสินะครับ"




แม้คำที่คนอายุมากกว่าเลือกใช้จะทำให้คนเขียนหน้าแหยแต่อย่างน้อยเขาก็ตอบข้อสงสัย "คงงั้น ผมเป็นคนเดียวที่ดูแลพวกประหลาดอย่างเจ้าสองคนนี้ได้ อย่างที่เห็น ถ้าไม่ใช่ผมก็ไม่มีใครอยากเป็นเพื่อนกับพวกมันหรอก"





จากนั้นทั้งสามก็แชร์เรื่องราวช่วงเวลาดีๆ ที่มีร่วมกัน ไลท์เองก็เออออตั้งใจฟังไปด้วยทั้งยังต้องห้ามตัวเองเวลามีเรื่องที่น่าโน้ตลงกระดาษ ถ้าจดอะไรตอนนี้จะแปลกเกินไป เขาจะเก็บไว้เขียนลงสมุดที่บ้านก็แล้วกัน




สุดท้ายวันนั้นก็จบลงที่ได้รู้ความสัมพันธ์ของทั้งสาม เมื่อเขากลับบ้านก็ไล่อ่านมันอย่างละเอียดอีกครั้ง




แล้วไลท์ก็ได้ข้อสันนิษฐานมาอีกหนึ่ง




มันจะจบที่ทั้งสามคนลงเอยกันหรือเปล่า?





เอาเถอะ ต่อให้ใครคนหนึ่งต้องผิดหวังหรือสุดท้ายแล้วก็ทรีซัมจริงๆ ไลท์ก็ขอให้พวกเขาโชคดีกับชีวิตคู่แล้วกัน อาเมน



















ข้อสังเกตที่สี่ : คนที่มองเห็นเส้นด้าย สามารถเห็นของตัวเองได้เช่นกัน




การสอบเข้าโตโอไม่ได้ทำให้ไลท์รู้สึกกระวนกระวายอะไรสักนิด




มันเป็นแค่ความรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็ว เด็กหนุ่มที่ขยันขันแข็งที่สุดคนนึงในญี่ปุ่นอย่างเขาทบทวนหนังสือเป็นประจำอยู่แล้ว พอใกล้สอบก็เลยไม่มีคำว่า 'อ่านไม่ทัน' หรือ 'ไม่เห็นเข้าใจ' แบบคนอื่น เขาก็แค่เอาเวลาเขียนบันทึกสังเกตการณ์ไปติวเพิ่มนิดหน่อยก็ทำคะแนนเต็มได้ง่ายๆ




เพราะงั้นถึงต้องพักเรื่องเนื้อคู่เรื่องด้ายแดงไปก่อนแม้ว่าจะคันไม้คันมืออยากบ่นอะไรสักอย่าง ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา เอาไว้สอบเสร็จเขาจะเขียนระบายให้สาแก่ใจไปเลย




"นี่เธอ ผู้เข้าสอบหมายเลข 162 นั่งให้มันดีๆ หน่อย"




ไลท์กำลังนั่งตรวจโจทย์ว่ามีครบทุกข้อในตอนที่ได้ยินเสียงกรรมการคุมสอบ มือที่กำลังจะหยิบดินสอชะงักก่อนเหลียวหลังมองตามสัญชาตญาณ




ดวงตาสีน้ำผึ้งสบประสานกับดวงตากลมโตสีดำสนิท ชายที่ถูกเตือนนั่งคู้ตัวยกเท้าขึ้นเก้าอี้ เขาอยู่ห่างออกไปสองช่วงแถว ผิวขาวซีดราวกับศพแถมผมยุ่งเหยิงนั่นทำให้ไลท์แทบขนลุก เด็กหนุ่มรีบหันกลับมาลงมือทำข้อสอบทั้งที่ในใจสั่นเทาด้วยสัมผัสได้ถึงดวงตาคู่เดิมที่ยังมองอยู่




ด้วยความไม่เคยมีมาก่อนจึงไม่รู้เลยว่ามันบางเบาแค่ไหน ไลท์ใช้มือซ้ายหยิบยางลบก่อนจะพบว่ามีเส้นด้ายสีแดงผูกนิ้วเขาเอาไว้




ลุกออกจากห้องสอบทันทีที่กรรมการให้สัญญาณหมดเวลา ดวงตาสีน้ำผึ้งถลึงมองที่มือซ้ายตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ ระหว่างที่สอบอยู่เขาแทบไม่มีสมาธิเพราะมัวแต่คิดเรื่องด้ายแดงบ้าๆ นี่





ไลท์มองตามเส้นยาวบางสีสดที่ไม่อาจรู้ได้ว่าเชื่อมโยงไปถึงใคร เอาล่ะ สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่รู้ว่าใครคือเนื้อคู่




...เอาล่ะ สุดท้ายแล้วเขาก็รู้ว่าใครคือเนื้อคู่




เด็กหนุ่มในชุดสูทขยับตัวอย่างอึดอัดใจบนเวที เขาพยายามมองตรงไปข้างหน้าด้วยท่าทีสำรวมที่สุดขณะฟังเสียงนุ่มทุ้มของคนข้างกายกล่าวสุนทรพจน์




ริวซากิ รุเอะ ไม่ว่าหมอนี่จะเป็นใครก็ตามมันสอบได้คะแนนสูงสุดเท่ากันกับเขา แม้แต่ในวันปฐมนิเทศเช่นนี้ก็ยังคงแต่งกายด้วยเสื้อแขนยาวกางเกงยีนอย่างไม่ให้เกียรติสถานที่ เด็กหนุ่มลอบถอนหายใจกับชะตากรรมหลังจากนี้




ตอนนี้ยางามิ ไลท์ นักเรียนอันดับหนึ่งของประเทศ ลูกชายหัวหน้ากองสืบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถูกด้ายแดงผูกพันกับอัจฉริยะสติเฟื่องที่ไม่แม้แต่จะหวีผมตัวเองเลยด้วยซ้ำ





"ไลท์คุงครับ"




แถมรุกเร็วอีกนะ ขอบคุณพระเจ้า




"มีอะไร?" เขาหันไปตามเสียงเรียก ตั้งแต่เดินลงมานั่งข้างล่างก็พยายามรักษาระยะห่างไม่เปิดปากพูดแล้วเชียว ทำไมรู้ตัวอีกทีมันก็มานั่งคู้ตัวอยู่เก้าอี้ข้างๆ ซะได้




"เย็นนี้จะไปฉลองที่ไหนรึเปล่าครับ?" ดวงตากลมโตจ้องเขาอย่างคาดหวังและไลท์ที่ป๊อปในหมู่สาวๆ มาเป็นเวลานานรู้ดีว่าคำถามประเภทนี้มีจุดประสงค์อะไร




ขอโทษทีเพื่อน ฉันจะไม่ไปไหนกันนายทั้งนั้น "ไม่ ฉันต้องรีบกลับบ้าน"




ใบหน้าซีดเซียวมีรอยยิ้มแปลกประหลาดซึ่งไลท์ขอลงความเห็นว่าสยองเป็นบ้า




นิ้วโป้งไล้ริมฝีปากไปมาคล้ายคนใช้ความคิด "งั้นก็วิเศษไปเลยครับ ผมมีเรื่องจะคุยกับหัวหน้ายางามิอยู่พอดี"




คิ้วขมวดกับสิ่งที่ได้ยินในทันที "ฮะ?"




นี่ใจคอจะไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ ใช่ไหม? ทั้งด้ายแดงทั้งริวซากิ




ช่วงนี้มีแต่เรื่องเข้ามาให้ปวดหัวเต็มไปหมด




เขาเพิ่งถูกด้ายแดงพัน เจอเนื้อคู่ที่โคตรทำตัวประหลาด ซึ่งมันบอกว่ารู้จักกับพ่อเขา




...แล้วดันเป็นเรื่องจริงอีก




ไลท์ที่นั่งฟังบทสนทนาทั้งหมดแทบกัดลิ้นตายไปให้รู้แล้วรู้รอด ริวซากิ รุเอะคือแอล! ให้ตายสิ นักสืบอันดับหนึ่งของโลกทำงานกับพ่อเขา เรื่องราวมันชักจะยุ่งยากขึ้นไปทุกที ชีวิตคนเรามันจะหักมุมขนาดนี้ไปเพื่ออะไร





"ไลท์คุง?"





ดวงตาสีน้ำผึ้งตวัดไปมองเจ้าตัวปัญหา ก่อนจะคลายสีหน้าลงเมื่อสัมผัสได้ว่าคุณพ่อก็กำลังจ้องเขาอยู่เช่นกัน




แอลเสริมขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเขาเงียบไป "ผมกำลังรอฟังการตัดสินใจของคุณอยู่นะครับ"





พวกเขากำลังคุยกันเรื่องคดีใหญ่ในญี่ปุ่น แล้วเมื่อกี๊แอลก็เพิ่งเสนอชื่อให้เขาเข้ามาร่วมด้วย ไลท์เม้มปากแน่นด้วยความลำบากใจ ไอ้คดีเขาก็อยากทำ โอกาสที่นักศึกษาจะได้ลองสืบสวนเต็มรูปแบบไม่ใช่จะมีบ่อยๆ ยิ่งเป็นคดีใหญ่แถมอยู่ใต้ความดูแลของแอลด้วยแล้ว แต่อีกใจก็ร่ำร้องเตือนให้ระวังตัว นี่เป็นกับดักที่ด้ายแดงวางเอาไว้เพื่อล่อให้เขาตกหลุมรักอีกฝ่าย




แต่ถึงอย่างงั้นยางามิ ไลท์ก็ไม่สามารถต้านทานมันได้ หากนี่เป็นกับดักจริงก็คุ้มค่าแล้วที่จะลองเสี่ยงดู




คนฉลาดแบบเขามีหรือจะพลาดท่า? เขาจะไขคดีพร้อมๆ กับกันตัวหมอนี่ออกไปให้ดู!




"ครับ ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมงานกับคุณ" เด็กหนุ่มแย้มรอยยิ้มหวานจนตาปิด "ฝากตัวด้วยนะครับ แอล"




นักสืบหนุ่มมองเขาด้วยแววตาขบขัน "น่าสนใจมากครับ ไลท์คุง"


















ข้อสังเกตที่ห้า : ต้องพบกันก่อน ด้ายแดงถึงจะเชื่อม


ไลท์ได้ข้อสรุปนั้นตอนแฝงตัวเข้าหาผู้ต้องหาในอาโอยามะ เด็กหนุ่มที่อยู่ในกลุ่มเพื่อนรุ่นเดียวกันพร้อมนายตำรวจมัตสึดะลาดตระเวนตามจุดที่คาดการณ์ไว้ ก็ไม่ใช่ว่าเขาโอเคจะยกน้องสาวให้หรอกนะ ไลท์แค่แยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานได้


แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เห็นจะเจอเป้าหมายที่ว่า ดาราสาวคนนั้นอาจไหวตัวทันหนีไปแล้ว เด็กหนุ่มทอดถอนหายใจขอแยกตัวกับกลุ่มเพื่อมารายงานกับแอลที่คาเฟ่ เพราะมัวแต่ไล้สายตาหานักสืบคนนั้นจึงไม่ทันระวัง ร่างบางที่เข้ามาชนเขาเซจนเกือบล้มแต่ด้วยสัญชาตญาณมือก็คว้าเอวอีกฝ่ายไว้ได้ทัน


เหมือนฉากในนิยายโรแมนติกของเด็กผู้หญิง แขนทั้งสองข้างของอีกฝ่ายโอบรอบคอเขาขณะสายตาสบประสาน แก้มนวลขึ้นสีชมพูขณะที่ไลท์เบิกตากว้าง ต่อให้ใส่วิก แว่นตาหรือเครื่องแบบนักเรียนม.ปลาย เขาก็จำใบหน้านี้ได้! สื่อประโคมข่าวเธอไม่เว้นวันทั้งยังเป็นคนที่ตำรวจต้องการตัวมากที่สุด


อามาเนะ มิสะก้มหัวขอโทษเขาอย่างเอียงอาย เด็กหนุ่มที่เพิ่งได้สติรีบปล่อยอีกฝ่ายในทันที สาวเจ้าแตะนิ้วชี้สองข้างของตัวเองทั้งท่าทีประหม่า "ขอบคุณที่ช่วยนะคะ"


"ไม่เป็นไรหรอกครับ" ไลท์แย้มรอยยิ้มสุภาพที่ฝึกมาเป็นอย่างดี ในเมื่อเธอคนนี้อ่อนไหวง่ายนั่นก็หมายความว่าล่อลวงได้ง่ายด้วย


"คุณบาดเจ็บนี่" เมื่อเห็นรอยฟกช้ำและแผลเลือดซึมที่พ้นถุงน่องเล็กน้อยไลท์ก็รีบทักในทันที "ให้ผมพาไปคลินิกใกล้ๆ นี้ไหม?"


ใบหน้าหวานเปลี่ยนเป็นร้อนรนก่อนเธอจะโค้งให้เขารัวเร็ว "ไม่...ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมาก"


สาวเจ้าแจ้นออกไปทันที แล้วไลท์ก็ต้องเบิกตากว้างอีกครั้งเมื่อเห็นเส้นด้ายสีแดงที่เชื่อมนิ้วก้อยของเธอเอาไว้


กับเขา









พระเจ้าจะกลั่นแกล้งกันไปถึงไหน


ยางามิ ไลท์มีสีหน้าเคร่งเครียดขณะนั่งรออีกคนมาตามนัด สบถคำด่าทอกับตัวเองเบาๆ เมื่อนึกถึงสถานการณ์เลวร้ายที่เผชิญ


ตอนแรกเชื่อมเขากับแอลก็ว่าบัดซบพอแล้วนะ นี่เนื้อคู่ที่สองที่เอามาหลอกล่อก็ดันเลือกจริงไม่ได้อีก


ผู้ชายพิลึกกับผู้หญิงหน้าตาสะสวยงั้นเหรอ? นักสืบอันดับหนึ่งของโลกกับผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมงั้นเหรอ?


สุดท้ายก็โดนบังคับให้อยู่ฝั่งแอลไม่ใช่หรือนั่น!? สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องจับกุมผู้หญิงที่เขาควรจะแต่งงานด้วย! เพื่อที่ตอนจบเขาจะไม่เหลือใครให้เลือกแล้วลง-เอย-กับ-หมอ-นั่น!!!


ยกมือขึ้นมานวดขมับ ไลท์หลับตาข่มใจให้สงบ ความคิดมากมายประดังประเดเข้ามาในหัวซึ่งเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกทีเขาก็เห็นดวงตาไร้อารมณ์จ้องกลับมาอย่างประเมิน


"เฮ้ย!" หลุดปากอุทานด้วยไม่คิดว่าจะเจออีกฝ่ายอยู่ข้างหน้าในเวลาแบบนี้ หากแอลไม่ได้ถือสา เขาเพียงหยิบน้ำตาลใส่ถ้วยด้วยท่าทีสบายๆ


"ขอโทษที่ผมไม่ให้สัญญาณอะไร เห็นว่าคุณกำลังเครียดและต้องการพักผ่อนเลยไม่อยากรบกวน" หลังใช้ช้อนคนก็ยกขึ้นจิบก่อนตัดเค้กบนจานรองเข้าปาก ไลท์เบ้หน้าเบาๆ เมื่อคิดถึงความหวานในนั้น


"ไม่เป็นไร แค่พักสายตาน่ะ" แม้จะพยายามฝืนแต่เสียงที่บอกปัดก็ออกมาห้วนอย่างเห็นได้ชัด "ไงก็เหอะ เหมือนวันนี้ฉันจะเจออามาเนะ มิสะแล้วแหละ"


แอลละมือจากทุกอย่างในทันที "ที่ไหนครับ!? คุณทำสำเร็จใช่ไหม? จับตัวเธอไว้ได้ใช่ไหม?"


"ใจเย็นๆ เพื่อน" ไลท์ออกมือปรามอีกฝ่าย "ครั้งนี้เธอหนีไปได้ แต่ฉันมีข้อมูลบางอย่างที่จะสาวไปถึงที่กบดานแน่นอน" เมื่อเห็นใบหน้าอย่างชาวยุโรปมีทีท่าไม่เชื่อนักก็ระบุให้ชัดเจนขึ้น "ฉันเจอเธอจริงๆ นะ ผู้หญิงผมดำสั้นชุดนักเรียน อามาเนะปลอมตัวเข้ามาในนี้ ถ้าเช็คกล้องวงจรปิดนายก็จะรู้"


ชายตรงหน้าส่งเสียงตอบรับอย่างไว้วางใจ "งั้นเราจะจับกุมเธอได้เมื่อไรล่ะครับ?"


เด็กหนุ่มนิ่งไป ก้มลงมองมือซ้ายของตัวเองที่เส้นด้ายทั้งสองมุ่งไปในทิศตรงข้ามกัน


"พรุ่งนี้เช้า...ฉันมั่นใจว่าเราจะเจอตัวเธออย่างรวดเร็ว" ดวงตาสีน้ำผึ้งฉายประกายความมุ่งมั่น ก่อนเด็กหนุ่มทำท่าจะลุกเมื่อหมดธุระ "ถ้าไม่มีอะไรแล้วงั้นฉันกลับก่อน"


"เดี๋ยวครับ ไลท์คุง" มือซีดดึงแขนเสื้อเขาไว้เบาๆ ขณะที่อีกมือดันจานเค้กสีดำสนิทที่ไม่มีร่องรอยช้อนตัดออกมาข้างหน้า


เด็กหนุ่มส่ายหน้า "ขอบคุณมากแต่ฉันไม่ทานหวาน"


"เค้กกาแฟไม่หวานหรอกครับ" แอลงึมงำเสียงแผ่ว "ผมอยากตอบแทนความช่วยเหลือของคุณ นะครับ? ทานหน่อยนะ"


...เป็นเหตุผลที่แถชะมัดแต่เขาจะพยายามเมินไปแล้วกัน


ยางามิ ไลท์ถอนหายใจคิดเสียว่าไม่มีอะไรจะเสีย เด็กหนุ่มนั่งลงกับที่เดิมก่อนจะหยิบช้อนมาตักมันเข้าปาก


ไม่หวานจริงด้วย...ไลท์รู้สึกดีขึ้นมาเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมกรุ่นและรสขมกำลังดี เขาไม่ได้ทานเค้กมาพักใหญ่แล้ว และครั้งนี้ก็นับได้ว่าอร่อยเกินคาด


"เวลาเขารู้สึกชอบอะไรบางอย่างจะยิ้มชวนมองเหมือนเด็กๆ" แอลยิ้มเผล่คล้ายจะแซว "ผมได้รู้เรื่องของไลท์คุงเพิ่มอีกหนึ่งแล้ว"


คนผมน้ำตาลส่งเสียงอือในลำคอทั้งมือยังตักคำต่อไปเข้าปาก "เหรอ? นั่นคือจุดประสงค์ที่นายเลี้ยงเค้กฉัน? อยากรู้จักฉันให้มากขึ้น?"


"ผมแค่คาดหวังให้คุณผ่อนคลาย มันเป็นเรื่องดีที่จะพัฒนาความสัมพันธ์เมื่อเราต้องร่วมงานกัน" แอลตักครีมของชีสเค้กกินก่อนยกกาแฟขึ้นดื่ม "พอๆ กับความอยากรู้จักคุณ ผมเองก็อยากให้คุณรู้จักผมมากขึ้น"


ไลท์เลิกคิ้วกับประโยคสุ่มเสี่ยงนั่น "...ในฐานะเพื่อน?"


"ไลท์คุงอยากเป็นอย่างอื่นเหรอครับ?"


"ไม่ ฉันจะเป็นเพื่อน!" เด็กหนุ่มแย้งเสียงสั่น


เท้าซีดเซียวที่ถูกยกขึ้นบนเก้าอี้ถูไถกันไปมา แอลก้มหน้ามองถ้วยกาแฟอย่างยากจะคาดเดาอารมณ์


อะไร นี่คือไม่พอใจกับคำตอบเหรอ? ถ้าจะมีใครไม่พอใจมันต้องเป็นเขาสิ! เขาไม่อยากเป็นอะไรกับหมอนี่ทั้งนั้น ไม่อยากเป็นเพื่อนด้วย---


"ไลท์คุงเป็น...เพื่อนคนแรกของผม"


ไลท์สบดวงตากลมโตที่แฝงประกายความสุขปนเปกับหมองเศร้า


"อะไรนะ? นายหมายความว่า...ฉันเป็นเพื่อนคนแรกและคนเดียวของนายงั้นเหรอ?"


แอลพยักหน้าทั้งรอยยิ้มบาง "ผมดีใจจริงๆ ครับไลท์คุง"


พอได้ฟังแบบนั้นแล้วก็ได้แต่นิ่งค้างทำตัวไม่ถูก ตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมเขาถึงได้ใจร้ายคิดหนีคนที่โดดเดี่ยวมาทั้งชีวิตได้ลงคอ? แต่...แต่มันช่วยไม่ได้นี่ เขาไม่อยากเป็นคนรักกับหมอนี่ แต่ถ้าเป็นเพื่อน...? ไม่ นั่นก็ไม่เอา ความสัมพันธ์น่ะพัฒนาเร็วจะตาย ถ้าเผลอไปทำอะไรให้มันใจเต้นเดี๋ยวก็ต้องโดนตามจีบแน่!


"ไลท์คุง เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะครับ" เสียงหัวเราะน้อยๆ อย่างมีความสุขนั่นทำให้ไลท์แทบกรีดร้อง


ไม่ยุติธรรมเลย น่าสงสารขนาดนี้แล้วเขาจะปฏิเสธได้ยังไง!?


"ใช่ริวซากิ" ไลท์ยิ้มรับคำ ทั้งที่ไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือเปล่า "เราเป็นเพื่อนกัน"


แต่นั่นก็เป็นเพียงคำสัญญาสำหรับคดีนี้ ไลท์จะกลับสู่โหมดหลีกเลี่ยงเต็มรูปแบบอีกครั้งเมื่อพวกเขาจับกุมอามาเนะ มิสะได้


ส่วนตอนนี้...สนิทกันไว้ก็ไม่เสียหาย










หมายจับ? เช็ค นายตำรวจแข็งแรง? เช็ค รถยนต์ธรรมดา? เช็ค นักสืบอันดับหนึ่งของโลก? เช็ค ด้ายแดง? ดับเบิ้ลเช็ค


ไลท์กอดอกยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผน ในที่สุดความสามารถของเขาก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ โมงิซังที่เป็นคนขับถามความพร้อมเขาอีกครั้งก่อนเด็กหนุ่มผู้ทำหน้าที่บอกทางจะพยักหน้า เบาะหลังมีแอลและยางามิ โซอิจิโร่ตามมาสนับสนุนเผื่อติดขัดอะไร


"ตรงไปยาวๆ เลยครับโมงิซัง ลงจากสะพานตรงนั้นแล้วเลี้ยวซ้ายนะครับ" ไลท์บอกทางอย่างชำนาญ เขาคุ้นเคยกับด้ายแดงพอจะรู้ว่าเนื้อคู่คนนั้นยังอยู่ในญี่ปุ่น และเมื่อแอลนั่งอยู่ข้างหลังจึงทำให้มองทางได้สะดวกขึ้น อย่างน้อยเขาก็ไม่สับสนว่าเส้นไหนเชื่อมกับอามาเนะเพราะมันอยู่ในทิศตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง


นักสืบอันดับหนึ่งของโลกให้ความไว้วางใจเขากว่าที่คิด ตอนแรกไลท์นึกว่าอีกฝ่ายจะถามว่าเขารู้ได้จากอะไร หากแต่ทั้งรถมีเพียงความเงียบงัน ซึ่งต้องขอบคุณทุกคนที่ใจกว้างพอจะไม่ถามในตอนนี้


ไลท์บอกเส้นทางไปเรื่อยๆ เส้นด้ายที่เริ่มหย่อนลงทำให้ใจชื้นด้วยความยินดี พวกเขาใกล้ถึงจุดหมายแล้ว


"ตรงไปอีกประมาณเจ็ดร้อยเมตรครับ" น้ำเสียงเต็มไปด้วยความมั่นใจ นายตำรวจร่างใหญ่ข้างๆ ส่งเสียงโอ้ด้วยความตื่นเต้นขณะที่อีกสองคนข้างหลังเริ่มเอนตัวมามองข้างหน้าอย่างลุ้นระทึก


"จอด จอดเลยครับ!" ไลท์ประกาศในทันทีที่เห็นด้ายแดงเลี้ยวหายไปในทางเข้าสถานที่แห่งหนึ่ง


นักสืบอันดับหนึ่งของโลกอ่านป้ายด้วยความประหลาดใจ "มหาวิทยาลัยโตโอ..."


"ไลท์ อามาเนะ มิสะมาทำอะไรที่นี่!?" โซอิจิโร่รีบถามลูกชายเสียงตระหนกมือก็กระชับปืนของตนแน่น หญิงสาวคนนั้นเป็นตัวอันตรายและการที่เธออยู่ในสถานศึกษาแบบนี้ย่อมน่ากลัวว่าจะเกิดเรื่อง!


"ผมไม่รู้! แต่เธอต้องอยู่ที่นี่แน่นอนครับ พวกกำลังเสริมก็ตามเกือบถึงแล้วใช่ไหมครับ!?"


ทั้งสี่ลงจากรถแต่ไลท์ก็เอ่ยกำชับให้แน่ใจว่าทุกคนจะเหมือนอาจารย์ไม่ก็นักศึกษาของที่นี่ เขาเดินนำทุกคนไปหาเนื้อคู่ของตน เส้นดายแห่งโชคชะตาหยุดอยู่ที่หญิงสาวผมสีน้ำตาลเข้มในเสื้อยืดกางเกงสามส่วน ด้วยรู้ในตัวตนดี ไลท์เข้ากระชากแขนกะไม่ให้หนี


ดวงตาหลังคอนแทคเลนส์สีเทาเบิกกว้าง "ทำอะไรน่ะ!? ปล่อยฉันนะ!" หญิงสาวพยายามสะบัดมือออกแต่ด้วยร่างกายผอมบางจึงไม่มีเรี่ยวแรงสู่ผู้ชายได้ เสียงหวานแผดลั่นหวังให้รอดจากสถานการณ์ "โรคจิต! ช่วยด้วย!! ฉันถูกลวนลาม ปล่อยเดี๋ยวนี้นะไอ้โรคจิต!!!"


สายตาหลายคู่มองมาอย่างตกใจ แต่ก่อนจะมีพลเมืองดีเข้ามาช่วยไลท์ก็หันไปให้สัญญาณกับอีกสามคน "อามาเนะ มิสะ! คุณถูกจับกุมและทางเรามีหมายศาล!"


โมงิแสดงตราเจ้าพนักงานทั้งหมายศาล ไลท์ล็อกตัวหญิงสาวจากด้านหลังไม่ให้หนี โซอิจิโร่พึมพำคำขอโทษก่อนตรวจเสื้อผ้าเธอในกรณีที่มีอาวุธอะไรติดตัว "ไม่ใช่! ฉันไม่ใช่มิสะมิสะสักหน่อย! ฉันโทดะ เอริกะต่างหากจับผิดคนแล้ว ปล่อยนะ!" คนที่ปลอมตัวอยู่ร้องปฏิเสธทั้งน้ำตา มือเรียวของอามาเนะดีดดิ้นปัดป่ายให้ปล่อย เส้นด้ายสีแดงที่ยังคงเชื่อมอยู่กับเขาเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดี แม้จะรู้สึกเสียใจที่ต้องทำแบบนี้กับหนึ่งในคู่ชีวิต แต่ไลท์ก็ไม่อาจลังเล เขาต้องอยู่ข้างความยุติธรรมไม่ว่ามันจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม


อามาเนะหันหน้าไปกัดข้อมือไลท์ก่อนจะกดรองเท้าส้นสูงของเธอลงกับเท้าเขา ชายหนุ่มร้องเผลอปล่อยอีกฝ่ายหลุดจากการล็อกตัว แต่ร่างบางยังไม่ทันออกตัววิ่งก็โดนคนเป็นนักสืบจิกผมจนวิกหลุดเผยให้เห็นผมบลอนด์ทองข้างใต้ บังเกิดภาพที่ทำให้ทุกคนมองตาค้างเมื่อเขาแทงเข่าใส่ลิ้นปี่ของอีกฝ่ายจนหญิงสาวทรุดลงกุมอกด้วยความเจ็บปวดที่พื้น


ยางามิ ไลท์เบิกตากว้างกับสิ่งที่เห็น ไม่ เขาไม่ได้ตกใจที่แอลใช้ความรุนแรงกับผู้ต้องหาหญิง แต่เขาตกใจที่ด้ายแดงที่เชื่อมเขาไว้กับอามาเนะ มิสะ...ด้ายแดงที่มักจะยึดตึงไม่ก็พันอย่างยุ่งเหยิง ตอนนี้มันขาดออกจากกัน


ดวงตาสีน้ำผึ้งตวัดมองคนผมดำอย่างหวาดหวั่น ดวงตาไร้อารมณ์นั่นกำลังมองเขาอยู่เช่นกัน


ไลท์ไม่รู้จะแสดงสีหน้าเช่นไรอีกต่อไปเมื่อเขาได้เห็นมันต่อหน้าด้วยตาตัวเอง สิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้และเขาตามหามาโดยตลอด


"นาย...นายทำได้ยังไง...?"


แอลเพียงแค่ยักไหล่ไม่ใส่ใจ


"อย่าทำเป็นตกใจไปหน่อยเลยครับ"


ข้อสังเกตที่หก : แอลสามารถตัดด้ายแดงได้









-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

//ทำไมตอนนี้ยาวขนาดนี้!!!

ช่วงนี้เขียนไลท์คุงบ่อยมากเลยค่ะ ฟฟฟฟฟ เดี๋ยวตอนหน้าจะเป็นฟิคขอขมาด้วย มิสะ/ไลท์ ค่ะ เหตุเพราะใจร้ายกับมิสะซังมาสองตอนติดกันแล้ว //ก้มหน้างุด

หลังตอนหน้ากะจะพักไม่เขียนไลท์คุงหน่อยนะคะ คือแบบ...บ่อยไปจริงๆ แล้ว เลยกะจะย้ายไปสิงโฮสต์แอลแทน //หัวเราะชั่วร้ายก่อนกระโดดเกาะพี่แอล


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #139 SATANGAPA (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 01:15
    เราเมนแอลคุงงงง รู้ตัวบ้างมั้ยว่าหนูเท่ห์ขนาดไหน เอาใจแม่ไปเลยลูก!!! >\\\<
    #139
    1
    • #139-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 105)
      11 ตุลาคม 2562 / 21:38
      เมนแอลเหมือนกันค่ะ อนิเมะอีพีสองก็คือโผล่มาแค่ครึ่งหน้าแต่หล่อเท่สุดๆ! //ปาหัวใจ
      #139-1
  2. #137 [ LuksornNoy ] (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 14:20

    ยาว! ยาวมาก! ยาวผิดคาด! และก็ชอบมากค่ะ!!

    เนื่องจากตอนนี้มีเนื้อหาค่อนข้างเยอะ เราเลยไปพิมความเห็นไว้อีกที่แล้วอ่านไปเรื่อยๆ เพราะงั้นบางคำมันก็จะเป็นความรู้สึกเฉพาะเวลาหน่อย แล้วก็ไม่อยากลบทิ้งด้วย แฮ่ ขออนุญาตโยนใส่เลยนะคะ//เท


    อิหยังนะ!? ซายุคู่กับใคร มัตสึมัตสึเรอะ!? ไลท์! ลากคุณตำรวจไปเก็บ--//ผิด

    ชิโอริจังง เธอยังไม่ตายยย ฮือ..

    แอลมีความอ้อน อะไรเนี่ย -หมาป่าเจ้าเล่ห์นั่นหายไปไหนแล้ว?

    --ไม่สิ ไม่ๆ ขอถอนคำพูด ตานี่มันหมาป่าในคราบลูกแกะ! ไลท์หนีไป! ไม่ต้องยุ่งกับมัน!

    มิสะมิสะปลอมตัวเป็นโทดะ เอริกะ อืม...//งงไปวูบนึงเลยค่ะว่า ใครนะ?

    ว่าแล้ว ฟิคนี้อิงเวอร์ชั่นหนังโรงจริงๆด้วย ทัตสึยะซางงง แงงงงงง

    อะไรคือเเอลตัดด้ายแดงได้? เดี๋ยวๆๆ ทำไมตัดได้?

    แล้วก็จบแบบสมกับเป็นไรท์(ขำ) ตัดฉับกลางอากาศ! แหม ไม่ได้เจอมานานแล้วนะคะเนี่ย น่าคิดถึงจัง


    เรื่องโซลเมทอะไรนี่เราคิดแบบไรท์เลยค่ะ แบบฉันจะรักใครมันเรื่องของฉัน จะมากำหนดเนื้อคู่ให้กันเพื่อ? ถ้าสมมติเราเข้ากับคนๆนั้นไม่ได้ล่ะ? หรือเรามีคนรักอยู่แล้วละบังเอิญเขาดันไม่ใช่? เหมือนไม่ยุติธรรมเท่าไหร่ หรือโชคชะตาจะคิดมาดีแล้วก็ได้ว่านี่คู่นี่อ่ะดีสุดก็ได้? คิก ดีใจที่เจอคนคิดเหมือนกันนะคะ แต่ถึงจะบ่นนี่นั่น สุดท้ายเราก็ลากไลท์ไปหาแอลอยู่ดี 55555

    #137
    1
    • #137-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 105)
      8 ตุลาคม 2562 / 16:21
      ยาวจนเราเองก็ตกใจเลยค่ะ ทำไมเขียนเพลินขนาดเน้

      ทนไปอีกสามปีนะพ่อหนุ่ม! //Me ล็อกตัวมัตสึดะ
      เราอยากเขียนฉบับหนังโรงก็เพราะมีชิโอรินี่แหละ! ชอบเธอคนนี้มากเลยค่า น่าเสียดายมาแค่เวอร์ชั่นเดียว T T
      แอล นังหมาป่าห่มหนังแกะ! ฉันรู้ว่านายไม่อินโนเซนต์เหมือนภายนอก หนีไปไลท์คุง! หนี!
      แอบใส่อีสเตอร์เอ้กมาแหละค่ะ ฟฟฟฟฟ โทดะ เอริกะคือชื่อของนักแสดงที่เล่นเป็นมิสะในภาคหนังโรง ไหนๆ ฟิคก็เขียนเวอร์นี้แล้วขอแอบใส่หน่อย > <

      ที่แอลตัดด้ายแดงได้ก็เพราะ..เพราะ..เพราะว่า!! *ตี๊ด เซนเซอร์กันสปอยล์*
      ฟฟฟฟฟฟ เราก็แค่หาเรื่องให้ไลท์คุงสนใจนังแอลอะค่ะ แบบต่อให้จบคดีนี้ก็ไม่อยากหนีแล้ว นายสามารถตัดด้ายแดง! ฉันอยากรู้วิธี นายทำได้ไงกัน!? อะไรแบบนี้~
      ตัดจบแบบไม่เฉลยอะไรให้คนงงเล่น! 555555 ตัวเราคนเก่ายินดีที่ได้เจอ ต่อจากนี้ก็มาหากันบ่อยๆ นะ---

      โซลเมทเอยูเป็นพื้นฐานของหลายๆ เวิร์สล่ะค่ะ ถึงไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไรแต่ก็ยอมรับว่าถ้ามีก็จะจับไลท์เป็นคู่แอล ฟฟฟฟ สนุกดีค่ะที่จะเห็นพวกเขาหลีกเลี่ยงกันแต่สุดท้ายก็รักกันอยู่ดี ไม่ใช่เพราะเป็นเนื้อคู่แต่เป็นเพราะได้ใช้เวลาร่วมกัน!
      #137-1
  3. #136 หมามุ่ยน้อย (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 20:47
    โอ้ยย สนุกกกกฮาาาา
    #136
    1