[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 104 : Just divorce already... (Fem! แอล/Fem! ไลท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 144
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    25 ม.ค. 64

Pairing : Fem! แอล/Fem! ไลท์ , Male! มิสะ/Fem! ไลท์(เล็กน้อยอยู่ในแบ็คกราวน์...) , มัตสึดะ

//ฟิคนี้ค่อนข้างดิสเครดิตคู่ มิสะ/ไลท์ เพราะเนื้อหามันต้องไปจริงๆ
แต่ปกติเราก็รักคู่นี้มากนะคะ ไม่ได้แอนตี้หรืออะไรเลย









"วันนี้ดูเหมือนใครบางคนจะมีความสุขเป็นพิเศษนะครับ" ประโยคล้อเลียนจากมัตสึดะเรียกสายตาจากไลท์ที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ใบหน้าหวานเลิกคิ้วฉงนขณะที่ชายหนุ่มกลอกตา "โหย ไม่เอาน่าไลท์จัง ผมไม่ใช่มือสมัครเล่นซะหน่อยนะ! เลิกทำเป็นประหลาดใจที่ผมสังเกตที!" นายตำรวจรุ่นพี่โวยทั้งน้ำเสียงน้อยใจ หญิงสาวกระตุกยิ้มให้ท่าทางนั้น


"ขอโทษค่ะ แต่มันยากจะลืมช่วงเวลาที่คุณบุกเดี่ยวไปโยทสึบะจนเรื่องวุ่นวายไปหมดนี่คะ" เธอหัวเราะเสียงใส


"ใจคอจะเอาเรื่องนี้มาเล่นยันผมเกษียณจริงๆ สินะพวกคุณเนี่ย..." เขาพึมพำทั้งหน้าบู้บี้ คนเด็กกว่าพยักหน้าให้ประโยคนั้น รอยยิ้มยิ่งกว้างขึ้นไปอีก "แต่เอาตามตรง วันนี้ไลท์จังฮัมเพลงตอนที่เดินเข้าสำนักงาน แถมยังใช้โพสอิทสีฟ้าแปะหน้าจอคอมแทนกระดาษโน้ตด้วย อะไรทำให้คุณมีความสุขขนาดนั้นเชียว?"


ไลท์ไม่ได้ให้คำตอบ มัตสึดะจึงหันมาจ้องอย่างคาดคั้น ตบมือลงกับโต๊ะทั้งยังเอนตัวเข้ามาจนสามารถกระซิบความลับระหว่างพวกเขาได้


"ให้ทาย...นี่ผมจะต้องโกหกยางามิซังว่าพวกเราไปเที่ยวอาโอยามะกันอีกแล้ว เพื่อที่คุณจะได้มีพยานแก้ตัวระหว่างที่ไปพบเธ" มัตสึดะกล่าวขึ้นด้วยความมั่นใจ พวกเขาไม่แม้แต่จะคิดเอ่ยชื่อผู้หญิงคนนั้น...ผู้หญิงที่ไลท์ตกหลุมรัก มันเป็นกฎเพื่อความปลอดภัยในหลายๆ แง่ อย่างน้อยก็เพื่อกันไม่ให้ครอบครัวยางามิมาได้ยินเข้า หรือแม้แต่ตัวสามีของเธอเอง


"ค่ะ" ดวงตาสีน้ำผึ้งหลุบลงคล้ายเด็กกลัวความผิด "ทั้งสุดสัปดาห์นี้เลย"


"ฟังนะอามาเนะ ไลท์ คุณไม่จำเป็นต้องทนอยู่กับอะไรแบบนี้ เราทุกคนก็รู้กันอยู่ว่ามันเป็นรักข้างเดียว การแต่งงานเกิดขึ้นก็แค่เพราะคุณเริ่มมีอายุและโดนสังคมนินทาว่าเก่งเกินหน้าผู้ชายจนไม่มีใครเอา แต่ความจริงคุณมีอีกหลายคนที่รักคุณมาก คุณมีพ่อ แม่และน้องสาว คุณมีเพื่อนแบบผมหรือทาคาดะ ทุกคนพร้อมจะสนับสนุนการตัดสินใจของคุณ พวกเราจะอยู่ข้างคุณเสมอถึงแม้คุณเลือกที่จะหย่า โดยเฉพาะเธอ"


"รู้แล้วค่ะ..." หญิงสาวสบมองเขาอย่างตรงไปตรงมา ดวงตาคู่สวยสั่นไหวราวกับหยดน้ำตาจะเอ่อล้นออกมาได้ทุกเมื่อ


"งั้นก็ได้โปรดหย่ากับเขาเสียที เลิกให้ความหวังอามาเนะคุงที่น่าสงสารแล้วทำตามที่ใจคุณต้องการ" มัตสึดะแนะนำด้วยความหวังดีเช่นทุกครั้ง "พวกเราทุกคนก็อยากให้คุณหย่าเหมือนกัน พวกเราอยากให้คุณมีความสุข"


คุณนายอามาเนะตอบกลับเสียงแผ่ว "จะลองคิดดูอีกทีนะคะ"


"นั่นคือ 'ไม่' " มัตสึดะแย้งทันควันก่อนจะลดเสียงลง "เห็นแก่สามีบ้างเถอะครับ ยิ่งรักมากตอนจากก็ยิ่งเจ็บมาก พวกคุณทั้งสองคนควรจะได้มีความสุขและเจอความทุกข์ยากน้อยที่สุด เพราะงั้น...ช่างสังคม ช่างพวกที่ไม่เคยรู้อะไรเลยเถอะครับ ผมมั่นใจว่าเธอเองก็ไม่สนว่าคุณจะเคยแต่งงานมาก่อนหรือว่าอะไร"


"ไม่อยากฟังอีกแล้วค่ะ หยุดซะที...ฉันรู้แล้ว รู้มามากพอแล้ว"  ไลท์บอกปัดทุกสิ่งที่เขาพูด แล้วหันไปให้ความสนใจกับคดีในหน้าจอคอมพิวเตอร์แทน


เมื่อปฏิเสธอย่างจริงจังชายหนุ่มก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้าถอนหายใจเหนื่อยๆ ก่อนจัดการเอกสารส่วนของเขาต่อ


ไลท์หลับตาลง ภาพของวันวานย้อนกลับมาชวนให้คิดถึง เธอเห็นตัวเองมีความสุข ดื่มกาแฟเพียงลำพังตอนเช้าในห้องนอนของบ้านหลังเก่าที่ไม่มีผู้ชายคนนั้น พูดคุยกับครอบครัวด้วยบทสนทนาซ้ำๆ แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย นอนหลับในเตียงนุ่มเพื่อรอคดีใหม่ที่จะมาท้าทายในวันรุ่งขึ้น


เธอเห็นตัวเองตื่นขึ้นมาเจอแอลเป็นคนแรก เห็นมนุษย์คนเดียวในโลกที่ตามความคิดเธอทันเกือบทุกอย่าง ชีวิตประจำวันที่ไม่น่าเบื่ออีกต่อไปกับปริศนาแปลกใหม่แสนตื่นเต้น หญิงสาวยิ้มให้กับความคิดพวกนั้นก่อนจะลืมตาขึ้นมาสู่โลกความเป็นจริง


เธอทำได้ ไลท์รู้ว่าเธอทำได้ มันอาจต้องแลกกับอะไรหลายอย่างก็จริง แต่พอคิดถึงความสุขทั้งหมดที่ตามมาก็คุ้มค่าแล้ว









"คุณมาสาย"

ไลท์มีเรื่องให้กลอกตาตั้งแต่เปิดประตูรถยุโรปคันนี้ เสียงของอีกคนเนิบนาบแต่แฝงการหยอกล้ออยู่ในนั้น คนผมน้ำตาลตวัดสายตาดุๆ ให้เอาขาคู่นั้นลงจากเบาะนั่งแต่ผู้หญิงที่อยู่ฝั่งคนขับดื้อด้านพอจะไม่สนใจ


"ฉันตรงเวลาตลอด มีแต่เธอนี่แหละที่รีบนัก"


"ก็อยากเจอไลท์จังเร็วๆ นี่คะ"


ดวงตาสีน้ำผึ้งหรี่ลงกับประโยคนั้น แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งลงที่ข้างๆ แล้วคาดเข็มขัด ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามันแน่นกำลังดีและช่วยเซฟเธอจากอุบัติเหตุได้จริง โอเค แอลมีใบขับขี่และความสามารถรอบด้าน แต่ไลท์ที่เคยอยู่ในรถคันเดียวกันมาก่อนขอยืนยันว่ามันไม่คุ้มค่าที่จะฝากชีวิตไว้กับยัยนี่ มันไม่เคยเข้าใจด้วยซ้ำว่าท่านั่งนั่นโคตรเป็นอันตราย ไม่สนด้วยว่าความเร็วจำกัดเป็นสิ่งที่ควรเคารพต่อให้ไม่มีกล้องตรวจอยู่ในระยะ


"คาสิโนที่อยู่ถัดไปอีกสองชั่วโมงสามสิบนาทีกำลังจะมีพิธีเปิดในสุดสัปดาห์นี้" แอลเปรยขึ้นมา "ฉันก็เลยจองเพนท์เฮ้าส์สวีทที่นั่นไว้จนถึงบ่ายวันอาทิตย์"


"พูดง่ายๆ คือเธอจะหาคดีไปประเคนให้พวกนั้นถึงที่สินะ"


"ช่วยไม่ได้นี่คะที่บ่อนถูกกฎหมายแบบนั้นดันมีคนในความต้องการของอินเตอร์โพลมาเสี่ยงดวง" นักสืบอันดับหนึ่งของประเทศโคลงศีรษะก่อนลดเท้าข้างหนึ่งลงเหยียบคันเร่ง ซึ่งไลท์แทบหลุดปากด่าเมื่อจู่ๆ ความเร็วก็เพิ่มโดยไม่ทันตั้งตัว


คนอยู่ฝั่งผู้โดยสารกอดอกบ่นกระปอดกระแปด "ฉันต้องลากตัวใครก็ตามที่ให้ใบขับขี่เธอไปปรับทัศนคติหน่อยแล้ว"


"คุณทำอะไรวาตาริไม่ได้หรอก" แอลหมายความตามที่พูด ไร้ซึ่งทีท่าใส่ใจกับความผิดของตนแม้แต่น้อย "ตอนที่พวกเราถึงแล้ว ฉันจะให้คุณดูชุดที่ต้องใส่พรุ่งนี้นะคะ"


"เธอซื้ออะไรมา?" ไลท์มองอีกคนอย่างระแวดระวัง


"คุณไม่เชื่อใจฉันแม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างเลือกเสื้อผ้างั้นหรือคะ? ไลท์จังใจร้ายที่สุด"


"ไม่เล็กน้อยซะหน่อย! แถมครั้งล่าสุดที่ฉันไว้ใจเธอคือตอนที่ชงกาแฟแล้วน้ำตาลหกก้อนอยู่ในถ้วยฉัน"


หญิงสาวข้างกายเบ้ปาก "การที่คุณดื่มมันโดยไม่ใส่อะไรเลวร้ายกว่าอีกค่ะ"


"ไงก็เถอะ ฉันไม่สัญญานะว่าจะใส่อะไรก็ตามที่เธอซื้อ" คนที่มีเซ้นต์แฟชั่นกว่ามากยืนกราน


การโต้เถียงของทั้งคู่กลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว แม้จะดูเหมือนมีรังสีมาคุบางอย่างปกคลุมไปทั่วแต่มันก็เป็นเครื่องยืนยันว่าพวกเธอสนิทกันแค่ไหน ไลท์กดปุ่มคลื่นสถานีวิทยุเป็นการสั่งให้แอลหุบปากกลายๆ และในตอนที่คนเสพติดความหวานจอดรถที่ศูนย์อาหาร ไลท์แทบจะกระเด้งตัวเสนอไปซื้อของกินให้


"ถ้ากล้าคายอะไรออกมา ฉันสาบานเลยว่าจะยัดมันกลับเข้าปากเธอให้หมด" คนอายุน้อยกว่ากอดอกสั่งด้วยมาดคุณแม่ ขณะที่เด็กในร่างผู้ใหญ่หน้าแหยกับแซนวิชแฮมที่มีผักเป็นส่วนประกอบ


"ขอบคุณจากใจจริงเลยล่ะค่ะ..." แอลกัดฟันพูดแต่ก็จำใจปล่อยเลยตามเลย


ทั้งคู่กลับมาเดินทางต่ออีกครั้ง ไลท์ผู้รู้ชะตากรรมดีคาดเข็มขัดให้แน่นที่สุดเท่าที่ทำได้ รถยนต์ของนักสืบอันดับหนึ่งแล่นไปตามท้องถนนด้วยความเร็วราวกับคนขับแค้นใครมาสิบชาติ


เครื่องปรับอากาศเย็นสบายทำให้ดวงตาสีน้ำผึ้งปริ่มจะปิดลงตลอดเวลา ไลท์ยกมือป้องปากหาวเป็นพักๆ ก่อนจะถามแอลในที่สุด "จะว่าอะไรไหมถ้าฉันของีบสักหน่อย?"


"ได้สิคะ" เสียงโมโนโทนตอบรับในทันที "สักครู่นะคะ ฉันวางหมอนกับผ้าห่มไว้ตรง..."  ในขณะที่กำลังขับรถลงจากไฮเวย์ แอลหันไปมองที่เบาะหลัง ไลท์แทบหัวใจวายกับภาพตรงหน้า


"เดี๋ยวฉันหาเอง!--- ขับรถไปก็พอ!" ไลท์ว้ากเสียงสั่น ดวงตาสีดำสนิทเพียงแค่กะพริบปริบๆ อย่างไร้เดียงสาก่อนจะหันกลับไปมองถนนดังเดิม ไลท์เอี้ยวตัวไปหยิบหมอนกับผ้าห่มที่กองอยู่ข้างกัน มือซีดเซียวช่วยลดแอร์ให้เล็กน้อยเพื่อที่อีกคนจะหลับได้สบายขึ้น


"ขอบใจนะ" คนใต้ผ้าห่มหัวเราะเสียงใส "ชุดเครื่องนอนสำหรับคนที่ตื่นทั้งคืนแบบเธอ เตรียมไว้ให้ใครเป็นพิเศษล่ะนั่น"


คนผมดำหลุดยิ้มบางเบาออกมา "ใครบางคนควรจะดูแลคนบ้างานแบบคุณให้พักผ่อนเพียงพอก็แค่นั้นแหละค่ะ"


"โอ้โห อย่างเธอเนี่ยนะ? ดูตัวเองก่อนไหม" ไลท์แซะกลับ "ฉันแต่งงานมีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้วนะ ไม่เหมือนกับเด็กโข่งบางคนแถวนี้ที่ยังไม่มีใครมาคอยดูแล"


"เหรอคะ?"


แอลหัวเราะเบาๆ ก่อนจะทวนคำว่า เหรอคะ อีกครา ไลท์หันไปกำลังจะถามว่ามีอะไรตลกนักแต่รอยยิ้มแปลกประหลาดบนใบหน้านักสืบอันดับหนึ่งของโลกทำให้เธอต้องหุบปากเงียบ


บนรถมีบรรยากาศหนักอึ้ง ไม่มีเสียงใดมากกว่าเพลงที่เปิดคลออยู่ ไลท์ลอบถอนหายใจแล้วซุกหน้าลงกับหมอนใบนุ่ม









"ไลท์จัง ตื่นได้แล้ว"


"อืม..." คนถูกเรียกส่งเสียงตอบรับในลำคอ ยืดกล้ามเนื้อแขนขาให้มากที่สุดก่อนจะพับผ้าห่มและหมอนไปเก็บเบาะหลัง เดินตามคนเป็นนักสืบไปเช็คอินที่โรงแรม


คาสิโนกึ่งโรงแรม เธอเตือนความจำตัวเองว่าทั้งสองสถานที่อยู่ข้างกันภายใต้ชื่อเจ้าของคนเดียว และเตือนตัวเองอีกครั้งว่าพวกเธอจะต้องพักในเพนส์เฮ้าส์ นั่นทำให้สงสัยกับจำนวนเงินที่แอลจะต้องจ่ายไปจริงๆ...แน่ล่ะว่าถ้าเป็นไลท์ไม่มีทางทำแบบนี้กับทุกคดีแน่



"เธอจองแต่ห้องหรูตลอดทุกครั้งที่มาโรงแรมเลย" ไลท์ตั้งข้อสังเกต "ไม่ใช่ว่าเราต้องการพื้นที่เยอะขนาดนั้นซะหน่อย"


"อย่างที่ไลท์จังน่าจะรู้ มันเป็นส่วนตัวที่สุดและส่วนใหญ่พวกเขาจะทำให้กำแพงเก็บเสียงได้"


ไลท์พยักหน้าตอบรับมือก็กระชับกระเป๋าเดินทางล้อลาก แน่นอนว่ามันบรรจุของใช้ทั่วไปอย่างเสื้อผ้าหรือสมุดบันทึก แต่ลึกลงไปในชั้นลับมีอุปกรณ์สืบสวนที่จะบ่งบอกตัวตนของพวกเธอได้


ถ้าไลท์ยังไม่ได้แต่งงาน...พวกเธอคงกลายเป็นคู่หูไปแล้ว ไม่ใช่แบบโฮล์มส์กับวัตสันเพื่อนยาก แต่เป็นแบบโฮล์มส์กับศาสตราจารย์มอริอาตี้ สองคนที่เข้าใจกันดีที่สุดในโลกแต่อีกนัยหนึ่งก็แตกต่างสุดขั้ว เล่นเกมทางจิตวิทยาเพื่อช่วงชิงความเหนือกว่าในการไขคดี เดินทางไปทั่วโลกเพื่อนำมาซึ่งความยุติธรรมในแบบของตัวเอง


แต่ตอนนี้ไลท์ทำได้เพียงคิด ทำได้เพียงเพ้อฟัน เธอมีครอบครัวถึงสองให้กลับไปหา และเธอตายไม่ได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม


"สายัณห์สวัสดิ์ครับคุณผู้หญิง" ชายชาวต่างชาติที่แผนกต้อนรับกล่าวต้อนรับพวกเธอด้วยรอยยิ้มสุภาพ "คุณได้จองห้องพักไว้หรือไม่ครับ?"


"จองไว้ค่ะ" แอลตอบกลับเสียงราบเรียบเหมือนกับทุกครั้งที่ต้องพบเจอคนแปลกหน้า ตอนคุยกับคนในกองก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นอยู่หรอกแต่ก็ห่างเหินอยู่ดี ทำเอาคนเด็กกว่านึกสงสัยอีกว่าจะมีสักกี่คนเชียวที่คิดว่าเธอคนนี้น่ารัก วาตาริแน่ละหนึ่ง


"ฉันชื่อริวซากิ รุเอะ จองเพนส์เฮ้าส์สวีทสำหรับสุดสัปดาห์นี้ค่ะ" ด้วยดวงตาที่ไม่สื่อถึงอารมณ์ใด มือขาวซีดยื่นบัตรเครดิตและบัตรประชาชนออกมา ไลท์รู้ว่ามันเป็นของปลอมแต่ไม่ได้พูดอะไร


"ส่วนคุณผู้หญิงท่านนี้..." พนักงานหนุ่มเบนสายตามามองคนผมน้ำตาล


"เธอทำไมงั้นเหรอคะ?" แม้จะดูเหมือนไม่ไยดีแต่เพื่อนสนิทอย่างเธอจับแววความหงุดหงิดในนั้นได้


"เราต้องการชื่อของเธอเช่นเดียวกัน แขกทุกคนของเพนส์เฮ้าส์จำเป็นต้องลงทะเบียนในระบบครับ" เขาตอบอย่างนุ่มนวล ส่วนหญิงสาวทั้งสองกลอกตาโดยพร้อมเพรียงกัน


...ระวังตัวนักนะ...


"เธอชื่ออาซาฮี คิระค่ะ" สมกับที่เป็นแอล เธอยื่นบัตรปลอมที่มีหน้าไลท์ติดอยู่ไปให้ชายหนุ่ม


...เฮ้ยเดี๋ยว


"ริวซากิ! เธอแอบขโมยไอดีการ์ดฉันอีกแล้วงั้นเหรอ!?" เหมือนเห็นภาพสโลว์หน้าไลท์ที่เหวอเปลี่ยนไปเป็นเกรี้ยวกราดอย่างรวดเร็ว "จะแกล้งกันไปถึงไหนเนี่ย!?"


เจ้าของนามแฝงทำทีเป็นยักไหล่อย่างน่าหมั่นไส้ที่สุด "คราวหลังคิระจังต้องหัดหยิบกระเป๋าไปเข้าห้องน้ำด้วยนะคะ ถือว่าเป็นบทเรียนแล้วกัน"


ขณะที่การทะเลาะปลอมๆ ดำเนินต่อไป พนักงานก็กรอกข้อมูลลงคอมพิวเตอร์จนเสร็จสิ้นแล้วจึงคืนบัตรทั้งหมดให้พวกเธอพร้อมคีย์การ์ดห้อง กล่าวขอบคุณเป็นครั้งสุดท้ายก่อนหญิงสาวทั้งสองจะตรงเข้าไปในลิฟต์


"ยัยบ้าเอ้ย! เกือบไปแล้วไหมล่ะ" ไลท์กระซิบรอดไรฟันด้วยอารมณ์คุกกรุ่น "คราวหลังถ้าทำของปลอมก็รีบให้แต่เนิ่นๆ สิ! คนบ้าอะไรมีบัตรประชาชนของคนอื่นกันเล่า!?"


แอลหัวเราะออกมาน้อยๆ "แต่คุณก็แก้ไขสถานการณ์ได้ดีนี่คะ น่าประทับใจออก"


ไลท์กอดอกหน้าง้ำงอแต่แอลก็ไม่เคยคิดอ่านบรรยากาศอยู่แล้ว


"เกือบเที่ยงคืนแล้วนะคะ" คนเป็นนักสืบทักขึ้นเมื่อเห็นนาฬิกาที่แขวนอยู่เหนือประตูลิฟต์


ดวงตาสีน้ำผึ้งมองตามก่อนจะขมวดคิ้ว "ดึกกว่าที่คิด ไงก็ช่าง ฉันจะนอนทันทีที่ถึงห้อง"


"ไลท์จังจะทิ้งฉันอีกแล้วเหรอคะ? ฉันไม่ยอมแน่" แอลสบตาอีกฝ่ายด้วยใบหน้าจริงจัง "ฉันจะไม่ปล่อยให้คุณนอนทั้งคืนเลยล่ะ" ประโยคสุดท้ายเป็นเพียงเสียงกระซิบแต่กลับเน้นบางคำอย่างจงใจ ไลท์ตวัดสายตาดุๆ เป็นการเตือนทั้งที่หน้าเริ่มแดง


แอลยกยิ้มมุมปากคล้ายจะแซว "ไลท์จังคิดเรื่องสกปรก"


"ไม่ใช่ซะหน่อย!! เธอนั่นแหละพูดอะไรสองแง่!"


เสียงดิ๊งดังก่อนประตูจะเปิดออกในชั้นเป้าหมาย แอลแตะการ์ดไปที่รีดเดอร์ประตูของห้องที่ครองพื้นที่ทั้งชั้นของโรงแรม เมื่อสีแดงเปลี่ยนเป็นสีเขียวจึงสามารถเข้าไปข้างในได้


ไลท์จัดแจงปล่อยกระเป๋าไว้ที่ข้างเตียงขณะที่คนเป็นนักสืบแขวนป้ายห้ามรบกวนไว้หน้าห้อง ล็อกประตูและเริ่มสำรวจหน้าต่าง ออกไปดูลาดเลาที่ระเบียงก่อนปิดม่านและล็อกทางเข้านั้นเช่นกัน ส่วนคนเป็นตำรวจดูตามซอกมุมหาเครื่องดักฟังแล้วจึงปิดไฟห้องเพื่อหาว่ามีแสงสีแดงจากกล้องแอบถ่ายอยู่หรือไม่


"ปลอดภัย" ทั้งคู่เอ่ยขึ้นมาพร้อมกันก่อนหัวเราะกับความวิตกกังวลเมื่อครู่


"ไลท์จังดูชุดที่คุณจะต้องใส่พรุ่งนี้สิคะ" แอลนั่งคู้ตัวบนเตียง เปิดกระเป๋าก่อนหยิบชุดราตรีสีแดงที่ยาวพอจะคลุมข้อเท้า ดูสง่างามแต่ก็ไม่เปิดเผยจนเกินไป ผ้าซาตินถูกตัดเย็บอย่างปรานีตเป็นระบายหรูหราตรงปลายและอีกครั้งที่ไลท์อยากโทรไปฟ้องวาตาริว่าควรจำกัดวงเงินของแอลได้แล้ว


ไลท์มองด้วยความสนใจ "แล้วชุดของเธอล่ะ?"


แอลยิ้มหวาน "คะ?"


"ชุดที่เธอจะใส่พรุ่งนี้"


บนใบหน้าซีดเซียวยังคงประดับด้วยรอยยิ้มขณะที่ห้องแทบจะมีรายการมวยเมื่อไลท์เชื่อมโยงเรื่องราวได้


"ไม่แอล! ฉันไม่ใส่อะไรแบบนี้เข้าคาสิโนคนเดียว!" หญิงสาวชี้ไปที่ 'อะไรแบบนี้' ที่ว่า รู้สึกจงเกลียดจงชังเจ้าชุดเนื้อดีขึ้นมาในทันที "อย่างน้อยก็เข้าไปตายด้วยกันสิเฮ้ย! ยัยคนทรยศ!!!"


"ไม่มีใครเหมาะสมกับงานนี้มากกว่าคุณอีกแล้ว" ดวงตาสีดำสนิทจ้องเธอด้วยความคาดหวัง "เป้าหมายในครั้งนี้เซียนโป๊กเกอร์และเป็นเสือผู้หญิงตัวพ่อ เขาทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับสาวสวยที่เขาต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้หญิงคนที่ว่าดูสง่างามสูงส่ง วางตัวดี มีความมั่นใจ สำคัญที่สุดคือฉลาด"


นิ้วขาวจดชี้เข้าตัวเอง "ฉันสอบตกตั้งแต่คำว่า 'สาวสวย' แล้วค่ะ"


ไลท์เกือบจะแย้งว่า 'ในสายตาฉัน เธอน่ารักไม่แพ้คนอื่น' หรืออะไรที่ค่อนไปในทางเลี่ยนกว่านั้นแต่ดีที่ยั้งปากทัน ซึ่งพอมาพิจารณาดีๆ แล้วตัวเธอเองเข้าข่ายทุกข้อที่ว่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ


คนผมน้ำตาลทอดถอนหายใจออกมา "ก็ไม่ได้มีอะไรการันตีว่าฉันจะทำสำเร็จซะหน่อย อย่างน้อยเธอก็ช่วยเนียนเข้าไปหน่อยเถอะเผื่อมีอะไรผิดพลาดจะได้ช่วยฉันได้"


"ฉันจำไม่ได้ว่าคุณมีสิทธิ์ทำพลาดนะคะ" แอลแก้ประโยคนั้น "ครั้งนี้คุณจะจัดการคดีด้วยตัวคนเดียวทั้งหมด"


ดวงตาสีน้ำผึ้งฉายประกายความประหลาดใจ "เธอไม่เคยให้ใครจัดการคดีแทน เธอมีแต่ผู้ช่วย...แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึง...?"


"นั่นสินะคะ ทำไมฉันถึงอยากมอบหมายคดีนี้ให้ไลท์จัง..." นิ้วโป้งแตะริมฝีปากก่อนหญิงสาวจะยิ้มเผล่ "คงเพราะฉันมองคุณเป็นมากกว่า 'ผู้ช่วย' "


ไลท์กะพริบตาอย่างงุนงงในตอนที่อีกฝ่ายลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้เธอ


"นี่อาจเป็นคำถามที่ต้องใช้เวลาตัดสินใจนะคะ แต่ฉันจะไม่เร่งรัดและเคารพการตัดสินใจของคุณไม่ว่าคำตอบจะเป็นแบบไหน"


ดวงตาสองคู่สบประสานกันก่อนไลท์จะรู้สึกเหมือนหัวใจกระตุกวูบตอนได้ยินเสียงนั้นเอ่ยเอื้อนประโยคต่อมา


"อามาเนะ ไลท์ คุณมาเป็นนักสืบร่วมกับฉันได้ไหมคะ? ไม่ใช่ในฐานะผู้สืบทอดแต่เป็นเพื่อนที่เท่าเทียมกันในทุกด้าน"


ดวงตาสีน้ำผึ้งเบิกกว้างกับสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินมาก่อน แอลนักสืบอันดับหนึ่งของโลกกำลังขอให้เธอมาร่วมสืบคดีต่อจากนี้ แอลที่เธอรักมาโดยตลอดออกปากเชิญชวนอะไรที่ไม่ต่างจากการอยู่เคียงข้างกันตลอดไป นี่เป็นฝันหรือเปล่า? ทำไมมันถึงวิเศษจนทำหัวใจเต้นแรงขนาดนี้


เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไป ดวงตากลมโตก็เบนไปมาอย่างวิตกกังวล "ฉันเข้าใจค่ะ เราต้องเดินทางไปทั่วโลกและมันอันตรายเกินไปสำหรับคุณแถมยังเป็นการดึงเวลาที่ควรจะใช้กับครอบครัวด้วย" การแต่งงานเป็นสิ่งที่ผูกมัดหลายคนไว้และแอลเข้าใจดีถ้าไลท์อยากจะอยู่กับสามีอย่างมีความสุขมากกว่าใช้ชีวิตโลดโผนจะตายได้ทุกเมื่อกับเธอ


"ยังต้องถามอีกเหรอ?" ไลท์กอดอกด้วยรอยยิ้มหยันจนคนเป็นนักสืบกลัวว่าเธอจะปฏิเสธ "ฉันก็ต้องเลือกเธออยู่แล้ว!"


แอลโบกมือไปมาอย่างไม่คาดคิดกับคำตอบ "แน่ใจเหรอคะ? ลองคิดดูอีกทีเถอะนะคะ ฉันเข้าใจถ้าคุณจะ---"


"ฉันแน่ใจ แอล" ไลท์ยืนยันกลับมาเสียงหนักแน่น "ฉันเริ่มเดินทางไปทำคดีได้เมื่อไร หลังจบเรื่องนี้ก่อนใช่ไหม?"


"แต่ไลท์จัง อามาเนะซังจะไม่ว่าเหรอคะ?"


ไลท์กลอกตาให้เมื่อได้ยินนามสกุลนั้นที่ตอนนี้ก็มีอยู่ในชื่อเธอ "ต่อให้ไม่ชอบ เขาก็ไม่มีสิทธิ์ท้วงอะไรคนเคยรู้จักหรอก"


นักสืบอันดับหนึ่งของโลกเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม


อามาเนะ ไลท์กระแอมก่อนจะเอ่ยชัดถ้อย "ฉันจะหย่า"









-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ถึงจะไม่ได้นกแต่ก็เฟรนด์โซนนะคะ ไลท์จัง---

ม..มิสะซัง //อ้าแขนออกมอบอ้อมกอด
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #135 Hydran (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 15:13

    ไม่คะไรต์! เราเชื่อว่าไลท์จะไม่ติดเฟรนด์โซน เพราะดูแล้วแอลก็มีใจให้เหมือนกัน หลอกล่อขนาดนี้แล้ว! ไม่มีทางนกแน่นอน! ทำไมมัตสึดะแลดูจะฉลาดขึ้น นายกินยาเพิ่มความฉลาดเข้าไปใช่ไหมมัตสึดะ!//คุณได้รับมัตสึดะร้องไห้ 1 ea ปล. สงสารมิซะนะคะ ภรรยาตอบรับคำขอแอลโดยไม่ลังเล แถมจะอย่าทันทีอีก โถ่พ่อหนุ่มโกลเด้น รีทรีฟเวอร์

    #135
    1
    • #135-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 104)
      4 ตุลาคม 2562 / 23:24
      นั่นสินะคะ แอลนี่ก็ต้องมีใจให้บ้างแหละ พยายามเสนอให้น้องขนาดนี้แล้ว!

      ตอนนี้มัตสึดะก็คือนั่งกอดเข่ามุมห้องแล้ว โดนทุกคนทักว่าฉลาดขึ้น ฟฟฟฟ

      โอ๋ มิสะซัง เราขอโทษ T T
      #135-1
  2. #134 [ LuksornNoy ] (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 10:28
    ทำไมมัตสึดะมีความฉลาด...
    และแอล! ขับรถอยู่ใครเขาให้ไม่มองถนน นั่นมันน่ากลัวจริงๆนะเฟ้ย!! ไลท์ ยึดใบขับขี่นั่นมาเดี๋ยวเนนน้
    ปล.สงสารมิสะมิสะ....
    #134
    1
    • #134-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 104)
      4 ตุลาคม 2562 / 23:01
      แอ๊ลลลลลลลล //ไลท์หวีดร้องก่อนปฏิญาณว่าต่อจากนี้จะลากมันขึ้นรถไฟฟ้าแทน...

      ก็ต้องมีพัฒนาสกิลกันบ้างอะเนอะ มัตสึดะซัง ผ่านงานแอลมาได้ก็น่าจะเก่งขึ้นอยู่~

      ม..มิสะซัง ขอโทษค่ะ T T
      #134-1