[รวม Fic. Death Note] Every ship is happening

ตอนที่ 103 : Unable (Ice! คุณพ่อโซอิจิโร่ & Juice! ไลท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 90
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    31 ม.ค. 64



Pairing : Ice! คุณพ่อโซอิจิโร่ & Juice! ไลท์

//AU Iceverse ฟิคนี้ไม่โรแมนซ์ ไม่! เห็นเวิร์สนี้ละพล็อตคุณพ่อโผล่ก่อนคู่อื่นอีกค่ะ






ยางามิ ไลท์ไม่เคยได้รับความรักจากพ่อ


ไม่เคยเลย


ตั้งแต่เมื่อเขายังเด็ก ไลท์ไม่เคยได้รับอ้อมกอดอบอุ่น ไม่เคยได้จูงมือ


เขาเฝ้าถามตัวเองว่าทำอะไรผิด ได้แต่สงสัยว่าทำไมดวงตาคู่นั้นถึงมองมาอย่างเฉยชา


เขาพยายามเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียนหนังสือจนได้ที่หนึ่งของประเทศ


ทั้งหมดก็เพราะหวังว่าสักวันพ่อจะรักเขาบ้าง


แต่บางทีเขาอาจยังดีไม่พอ


ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ทุกอย่างก็ไม่เปลี่ยนไป


ไม่เคยมีคำว่า 'รัก' ไม่เคยมีการกระทำว่า 'รัก'


บางทีไลท์ก็สงสัย ว่าอาจเพราะเขาเป็นเขา จึงไม่สมควรได้รับมัน


เขาอยากเป็นแบบซายุ


ซายุไม่ต้องพยายาม


คุณพ่อก็ยังทั้งยิ้มให้ทั้งกอดด้วยใบหน้ามีความสุข


ไลท์อยากเป็นแบบนั้นบ้าง


อยากได้อ้อมกอดแบบนั้น อยากได้ความรักแบบนั้น


เขาคาดหวัง...ทั้งที่ไม่เคยสมหวัง


เขาพยายามบอก ย้ำเตือนกับตัวเองว่าเขาโตแล้ว


เขาควรทำตัวเป็นผู้ใหญ่กว่าเด็กคนอื่น


ไม่จำเป็นต้องรอคอยความรัก ไม่จำเป็นต้องเรียกร้องความอบอุ่นจากใคร


แต่สุดท้ายมันก็แค่หลอกตัวเอง


เขาต้องการมันมาตลอด แต่ที่ทำเป็นปฏิเสธเพราะรู้ดีว่าไม่มีวันได้รับ


คุณพ่ออาจไม่รู้ แต่ทุกคืนที่เขากลับบ้านมาดึกดื่น


ที่เตียงของเขา มีลูกชายสอดตัวเข้าใต้แขนเย็นเยียบ ซุกหน้าลงกับอกเขา


แล้วร้องไห้


ถึงคุณพ่อจะไม่รู้ก็ไม่เป็นไร ถึงคุณพ่อจะไม่รักก็ไม่เป็นไร


ขอแค่ให้เขาได้รัก ได้เป็นฝ่ายกอดคุณพ่อที่มีเพียงคนเดียวก็เพียงพอแล้ว










ยางามิ ไลท์ พร้อมจะเสียสละครอบครัวเพื่ออุดมการณ์


เขารู้มันเป็นความคิดที่เลวร้าย เขารู้ว่ามันเป็นสิ่งไม่สมควร



แต่เพื่อโลกที่ดีขึ้น เขาจำเป็นต้องละทิ้งทุกสิ่ง ต้องไม่ให้มีสิ่งใดส่งผลต่อการตัดสินใจ


คิระจะต้องอยู่ต่อไป แม้ไม่มีครอบครัวให้กลับไปหา


และครั้งนี้เป็นตาของคุณพ่อ


ถึงเวลาที่เขาจะต้องเสียสละเพื่อโลกใบใหม่


บางทีเขาอาจจะลังเลสักนิด


บางทีเขาอาจล้มเลิกความคิดถ้ามีความรักและผูกพันเข้ามาร่วม


แต่ต้องขอบคุณยางามิ โซอิจิโร่ที่ทำให้เรื่องง่ายขึ้นเยอะ


จนถึงตอนนี้ไลท์ก็สามารถยืนยันได้ว่าเขาไม่เสียใจกับการเลือกเส้นทางในครั้งนี้เลย


ที่เขาทำทั้งหมดก็เพื่อประชาชนกว่าพันล้านคนทั่วโลก


เพราะยางามิ ไลท์คือพระเจ้าของโลกใบใหม่

 

ด้วยอำนาจเดธโน้ตและมันสมองที่มี เขาจะสร้างโลกที่สมบูรณ์แบบขึ้นมาอีกครั้ง โลกไร้อาชญากรรมที่มีเพียงคนดีมีศีลธรรมอาศัยอยู่ร่วมกัน

 

ด้วยชื่อ 'คิระ' พวกคนชั่วจะตกอยู่ในความหวาดกลัว จะไม่มีใครกล้าก่อคดีอีกต่อไป

 

ความสันติสุขจะมาเยือนทั่วทั้งโลกใบนี้

 

บัดนี้เมื่อกำจัดแอลได้แล้วทุกอุปสรรคก็เป็นเรื่องง่าย ถึงเจ้าพวกตัวแปรที่มายุ่งจะป่วนประสาทได้อย่างดีแต่ก็ไม่ลุ้นระทึกเท่าคนที่เขาผ่านมาได้ ตอนนี้เข้ามาให้เต็มที่เถอะจะเอ็นหรือเมลโลเขาก็มีแผนเตรียมไว้หมดแล้ว






ยางามิ โซอิจิโร่เป็นน้ำแข็ง

 

ไม่ เขาไม่ได้เมา...ไม่ได้กำลังดื่มสังสรรค์แล้วอยากได้ก้อนเย็นๆ นั่นมาเติมด้วย

 

น้ำแข็งคือผู้ที่มีอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ เป็นเพียงบุคคลส่วนน้อยของโลกที่เหมือนต้องคำสาปจากพระเจ้า กล่าวคือเมื่อน้ำแข็งตกหลุมรัก 'น้ำหวาน' บุคคลอีกกลุ่มที่มีจำนวนมากกว่าเกือบเท่าตัว หากพลาดพลั้งบอกคำรักจะละลายอย่างรวดเร็วจนตายจากไปในที่สุด


ไม่เคยมีน้ำหวานคนไหนได้รู้ว่าตัวเองแตกต่างจากคนธรรมดา รัฐบาลทั่วโลกลงมติว่าพวกเขาอันตรายและไม่สมควรฉวยโอกาสจากความพิเศษเหล่านั้น มีเพียงแพทย์ที่เป็นน้ำแข็งที่สามารถระบุประเภทเด็กเกิดใหม่ เช่นเดียวกับที่ผู้เป็นน้ำแข็งจะถูกกันตัวไปห้องเรียนพิเศษเพื่อศึกษาเกี่ยวกับคนทั้งสามสถานะอย่างลึกซึ้ง

 

แม้จะมีกฎที่เหมือนเป็นยมทูตเดินตามหลังตลอดเวลา หากโซอิจิโร่ไม่เคยพลาดพลั้งกับเรื่องนี้ น้ำหวานมีอุณหภูมิที่สูงกว่าปกติ ตั้งแต่เด็กจนโตเขาจึงสามารถหลีกเลี่ยงการพูดกับพวกอันตรายมากสุดเท่าที่ทำได้ คุณพ่อกับคุณแม่ที่เป็นน้ำแข็งเหมือนกันคอยดูแลให้เขาเติบโตอย่างระแวดระวังจนถึงวันเป็นฝั่งฝา และโซอิจิโร่กล้ายืนยันเลยว่าตลอดทั้งชีวิตห้าสิบกว่าปีเขาไม่เคยชอบพอกับพวกน้ำหวานแม้แต่ครั้งเดียว

 

ซาจิโกะคือผู้หญิงที่เขาตามหามาโดยตลอด เธอไม่ใช่ทั้งสองสิ่ง ไม่ใช่ผู้หวาดกลัวหรือน่าหวาดกลัว เธอคือความรัก

 

โซอิจิโร่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้เมื่อครอบครัวที่สมบูรณ์อยู่แล้วยิ่งสมบูรณ์ขึ้นไปอีก เจ้าตัวน้อยเริ่มเข้ามาในท้องกลม เป็นเด็กผู้ชายที่ดิ้นแรงและทำให้ซาจิโกะบ่นปวดหลังได้บ่อยทีเดียว ดูท่าจะซนใช่เล่น แต่คนเป็นพ่อก็ชอบนิสัยนั้น จะมีอะไรดีกว่าการได้ย้อนวัยไปสนุกกับลูกของตัวเอง

 

เขายังไต่เต้ามาได้เพียงระดับปลายๆ ในกรมตอนที่ภรรยาเริ่มท้องแก่ แม้ว่างานของตำรวจจะหนักหนาแต่ทุกครั้งที่เหนื่อยกลับมาบ้านโซอิจิโร่ไม่เคยพัก เขาจะหยิบนิทานสักเรื่องมาเล่าให้ลูกฟัง คอยลูบและจุ๊บท้องให้เด็กน้อยรู้ว่าพ่อรักเขามากแค่ไหน

 

เหมือนเขาจะยิ้มบ่อยขึ้น แม้แต่ซาจิโกะที่อยู่ด้วยกันมานานยังทัก ก็มันช่วยไม่ได้ ใครบ้างเล่าจะกลั้นความรู้สึกกับเรื่องแบบนี้ได้ นี่ลูกชายเขาเลยนา!

 

จนถึงวันที่เขามีความสุขที่สุดในชีวิต...อย่างน้อยมันควรจะเป็นแบบนั้น

 

โซอิจิโร่นิ่งค้าง รู้สึกเหมือนแทบลมจับเมื่อได้ฟังผลตรวจจากคุณหมอ

 

ลูกของเขาที่นอนแนบอยู่กับอกซาจิโกะ

 

ยางามิ ไลท์เป็นน้ำหวาน










"แบบนี้ก็มีแค่วิธีเดียวคือต้องแลกเปลี่ยนดวงตายมทูต"

 

ไลท์...แอลคนปัจจุบันเสนอขึ้นมาหลังคิระติดต่อขอความร่วมมือพวกเขาแย่งชิงสมุดโน้ตจากเมลโล อดีตนายตำรวจทั้งห้ามีสีหน้าเคร่งเครียด

 

"ฉันจะเป็นคนรับข้อเสนอเอง"

 

ทั้งห้องมุ่งสายตาไปที่โซอิจิโร่ ทั้งน้ำเสียงและดวงตาหลังกรอบแว่นฉายประกายความมุ่งมั่น

 

"ได้ไงล่ะครับ!? ให้ผมรับเองเถอะครับ!" มัตสึดะแทรกขึ้นมาอย่างร้อนรนเมื่อเห็นเขาเสนอตัว

 

ผู้อาวุโสของห้องยืนยันคำเดิม "ต้นเหตุก็คือฉันที่เอาโน้ตไปให้พวกมัน ฉันรู้สึกผิดจนเคยคิดอยากจะฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ" โซอิจิโร่ยังมีสีหน้าราบเรียบแต่ทุกคนกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเศร้าซึมที่ปิดไม่มิด "ฉันจะใช้โน้ตฆ่าคนร้ายพวกนั้น และอีกสิบสามวันให้หลัง ฉันก็พร้อมจะตายตาม"

 

สิ้นประโยคนั้นเขาหันไปมองลูกชายเพียงคนเดียว เด็กน้อยของเขา...ที่วันนี้โตเสียแล้วพยักหน้าให้นิ่งๆ

 

แม้แต่ในเวลาแบบนี้ไลท์ยังคงเป็นมืออาชีพพอที่จะไม่ให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล

 

ตอนนี้ลูกชายประสบความสำเร็จยิ่งกว่าเขาจนรับช่วงต่อนักสืบอันดับหนึ่งของโลกได้

 

โซอิจิโร่ดีใจเหลือเกิน

 

และเขาที่ล้มเหลวในฐานะพ่อคนจะขอเป็นหนึ่งในความสำเร็จนี้เอง

 

เพื่อสานต่อความยุติธรรม เพื่อโลกที่สมบูรณ์แบบอีกครั้ง ไลท์...พ่อทำได้ทุกอย่าง










ยางามิ โซอิจิโร่ถอดหน้ากากป้องกันออกเพื่อมองเด็กต่างชาติตรงหน้า

 

"หึ ยางามิอีกแล้วเหรอ? ฉันน่าจะฆ่านายทิ้งไปซะ ไม่นึกเลยว่าจะต้องมาแลกสมุดกันอีกรอบนึง" คนผมทองเหยียดยิ้มหยัน ในมือถือปุ่มระเบิดเอาไว้อย่างข่มขู่

 

ดวงตายมทูตทำให้บรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน

 

อดีตนายตำรวจอาวุโสจ้องใบหน้านั้นอ่านตัวอักษรที่เห็นชัดถ้อยชัดคำหวังให้ลูกชายตนที่บัญชาการอยู่ได้ยินด้วย "M-i-h-a-e-l-K-e-e-h-l ชื่อจริงมิฮาเอล คีห์ล" เมลโลเบิกตากว้างด้วยความตกใจ โซอิจิโร่กางสมุดปกดำออก จรดปากกาลงหน้ากระดาษแต่ยังไม่ขยับมือ "ยอมแพ้ซะเมลโล ถ้ายอมให้จับโดยดีฉันจะไม่ฆ่านาย"

 

เหมือนได้ยินเสียงที่คุ้นเคยสบถออกมาจากหูฟัง หากอดีตนายตำรวจไม่ได้ใส่ใจนักพุ่งสมาธิทั้งหมดไปที่เหตุการณ์ตรงหน้า ยังพอมีทางที่เสียหายน้อยที่สุด บางทีอีกครึ่งชีวิตที่เหลือของเขาอาจไม่จบลงแค่จำนวนสิบสามวัน "ถ้าฉันเขียนชื่อนายลงไปในโน้ตเล่มนี้ นายตายแน่"

 

ดวงตาสีดำสนิทจ้องเขากลับไม่หวั่นเกรงราวกับประเมินสถานการณ์

 

เจ้าของดวงตายมทูตสั่งเสียงกร้าว "วางสวิตช์ลงแล้วชูมือขึ้นทั้งสองข้าง!"

 

เด็กหนุ่มถอนหายใจ "ยางามิ..."

 

"อย่าขยับ! ฉันเขียนชื่อลงไปแล้ว แค่นามสกุลน่ะไม่ถึงสองวิ!" เขาเขียนมันลงสมุดตามที่พูด ขณะที่คนเป็นเจ้าของชื่อทำหน้านิ่งเหมือนไม่ใช่เรื่องน่าหวาดกลัว 

 

"ขอโทษด้วยยางามิ แต่ดูเหมือนนายจะไม่เคยฆ่าคนสินะ"

 

จบประโยคนั้นชายซึ่งนอนอยู่ที่พื้นก็คว้าปืนอูซี่ข้างกายรัวกระสุนใส่ชายอาวุโสไม่ยั้ง เกราะช่วยบรรเทาไปได้เยอะแต่เมื่อจ่อยิงระยะประชิดจึงโดนบางส่วนซึ่งอยู่พ้นการป้องกัน

 

ร่างทั้งร่างร่วงหล่นกับพื้น เขาได้ยินเสียงเมลโลตวาดสั่งให้ลูกน้องเข้ามาเอาสมุดจากเขา โซอิจิโร่กอดอาวุธสังหารไว้แน่นแม้ชายร่างใหญ่จะเข้ามายื้อแย่งก็ไม่อาจเอามันไปได้ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเมลโลก็คว้าหน้ากากป้องกันของเขาไปใส่ กระทั่งอดีตนายตำรวจทุกคนมาถึง เสียงระเบิดเป็นสิ่งที่เดียวที่เขาได้ยินก่อนหมดสติ

 


 

 

ร่างในชุดเกราะหลับตาไม่ได้สติหากยังกำสมุดปกดำแน่นไม่ยอมปล่อย มัตสึดะที่เข้าช่วยแบกคนที่เนื้อตัวเย็นเยียบออกมาวางลงกับพื้นหน้าตึกที่พังถล่ม เขม่าดินปืนและคราบเลือดเกาะใบหน้าเคร่งเครียดของหัวหน้าไปเสียหมด ได้ยินเสียงคนอื่นโหวกเหวกโวยวายแจ้งไลท์ ส่วนเขารีบระดมเสื้อคลุมทั้งหมดมาห่มให้อีกฝ่ายรักษาความอบอุ่นเพื่อไม่ให้ร่างอุณหภูมิต่ำจนเกิดอาการทรุดหนัก

 

 

 


เขาไม่ได้จะตายในอีกสิบสามวันหลังจากนี้ เขายังไม่ได้เขียนชื่อเมลโล

 

แต่เพราะโดนระเบิด...บางทีมันอาจเป็นวันนี้

 

ร่างบนเตียงโรงพยาบาลหายใจรวยริน ท่อจำนวนมากต่อสายมาที่ตัวเขา น้ำหลายชนิดที่ประดังประเดเข้าร่างอาจเป็นยารักษา หากยางามิ โซอิจิโร่ก็รู้ได้ว่าเขาไม่มีหวัง กลั้นใจยกคอขึ้นแต่กลับไร้เรี่ยวแรง เฝือกที่พันรอบเป็นสิ่งเดียวที่พยุงให้เงยหน้า ทั้งรอยฟกช้ำทั่วร่างกายและความเจ็บปวดราวกับกระดูกร้าวไม่อาจเทียบกับความเจ็บใจที่สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่สามารถทำภารกิจได้สำเร็จ

 

สุดท้ายเขาก็ไม่เคยทำอะไรให้ลูกชายได้สักอย่าง

 

"พ่อครับ! พ่อต้องไม่ตายนะ!!!" เสียงของไลท์ดังแทรกความเงียบงันที่มีเพียงสัญญาณชีพจร โซอิจิโร่ลืมตาขึ้นมองหน้าคนที่นั่งข้างเตียง 

 

ดวงตาสีน้ำผึ้งที่ปริ่มน้ำตาจะร้องอยู่รอมร่อ คนเป็นพ่อเห็นท่าทางราวกับหัวใจสลายแล้วนึกอยากยื่นมือไปเช็ดให้ อยากกล่าวคำปลอบประโลมไม่ให้เสียใจ แต่ตอนนี้สายเกินไปเสียแล้ว น่าเศร้าที่ก่อนหน้านี้เขามีโอกาสแต่ไม่เคยคว้าเอาไว้ ร่างบนเตียงเปล่งเสียงเรียกด้วยเรี่ยวแรงที่มี "ไ..ลท์..."

 

"พ่อครับ!" น้ำเสียงนั้นยังคงอ่อนโยนเหมือนเมื่อตอนเยาว์วัย "พ่อไม่เป็นไรแล้วใช่ไหมครับ!?" เขานึกคิดถึงเสียงนุ่มนวลเช่นนี้ เขาคิดถึงเด็กน้อยของเขาเหลือเกิน

 

"ไลท์ พ่อโล่งอก...เหลือเกิน" ด้วยใบหน้าที่นิ่งสงบ โซอิจิโร่ไม่อาจทำอะไรได้นอกจากเปล่งเสียง "พ่อยังมีดวงตานั้น ยมทูต...บอกไว้ว่า ไม่สามารถมองเห็นอายุขัย...ผู้ถือครองโน้ต"

 

ดวงตาสีเข้มจับจ้องไปที่หน้าลูกชายเพียงคนเดียว วิสัยทัศน์แดงฉาน ตัวเลขหลายหลักที่ลอยเหนือศีรษะช่วยให้ในใจของเขาชื้นขึ้นด้วยความยินดี

 

หยดน้ำเย็นเอ่อล้นขึ้นที่หางตา โซอิจิโร่ไม่อาจห้ามตัวเองได้อีกแล้ว "ไลท์...ลูก ไม่ใช่คิ ระ"

 

"ก็ไม่ใช่น่ะสิครับ!" น้ำเสียงที่ตอบเต็มไปด้วยความร้อนรน คนที่นั่งเคียงข้างยกมือเขาขึ้นกอบกุม ความอบอุ่นจากร่างของน้ำหวานเหมือนช่วยละลายน้ำแข็งเย็นเยียบที่เกาะกุมใจเขา ใบหน้าของคนที่เขาให้ความสำคัญที่สุดกำลังเศร้าโศก ดวงตาสีน้ำผึ้งสั่นไหวราวกับสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างเอาไว้ ตั้งแต่เข้าร่วมคดีคิระ...ไม่สิ นานแค่ไหนกันนะที่เขาทำให้ลูกชายตัวเองต้องทนทุกข์ถึงเพียงนี้

 

"พ่อ ต้องขอ โทษด้วย...สุดท้ายแล้ว พ่อก็...

 

ถ้าตอนนั้นเขาเขียนชื่อเมลโลตอนจบจะเป็นยังไง...มันคงไม่มาถึงเร็วขนาดนี้

 

"...ไม่ได้ ฆ่ามัน"

 

ทั้งที่ตัดสินใจเด็ดขาดว่าหลังใช้เดธโน้ต สิบสามวันที่เหลือเขาจะเป็นคุณพ่อที่ดีที่สุดของไลท์

 

แต่สุดท้ายก็ต้องเป็นแบบนี้ เพราะเขาจำใจเขียนชื่อเมลโลไม่ได้ เป็นเพราะเขาเห็นแก่ตัว เป็นเพราะเขาโลภอยากได้เวลามากกว่านั้น

 

โอกาสสุดท้ายมาถึงเร็วกว่าที่คิด

 

ถ้าไม่ใช่ตอนนี้ก็จะไม่มีครั้งต่อไปอีกแล้ว

 

"ไลท์" เปลือกตาเริ่มหนักอึ้ง ทั้งเสียงที่แผ่วเบาจนแทบควบคุมไม่ได้ โซอิจิโร่ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวกับความตายอีกต่อไปเมื่อมันกำลังจะพรากเขาไปจากสิ่งสำคัญ "พ่อรัก..."

 

"พ่อครับ เขียนชื่อมันเลย! อย่าปล่อยให้มันทำเราฝ่ายเดียว!!! พ่อครับเขียนชื่อมัน!" ไลท์ยัดปากกาและเดธโน้ตใส่มือเขา และในวินาทีสุดท้ายของชีวิต โซอิจิโร่จากไปทั้งดวงตาที่ปิดไม่สนิท

 

เสียงสัญญาณชีพจรขาดช่วงลง คุณหมอเจ้าของไข้แทรกขึ้นมาสีหน้าโศกเศร้า "หมอเสียใจด้วยครับ"

 

"พ่อครับ!!! อย่าเพิ่งตายสิ!! พ่อครับ!!!"

 

ลูกชายเพียงคนเดียวของอดีตหัวหน้ากองยางามิร้องไห้ออกมา ปากพร่ำขอร้องวิงวอนต่อร่างไร้วิญญาณ อดีตนายตำรวจทั้งสี่ที่ยืนโดยรอบได้แต่ยกมือปิดใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา








------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ฟงแฟนไรเล่า รักแต่บอกไม่ได้นี่มันต้องเล่นกับประเด็นครอบครัวสิ! เดี๋ยวค่อยแต่งคู่อื่นเวิร์สนี้เนอะ ขอพักก่อน หัวไม่ค่อยแล่น

ข้อมูลหายากเช่นเคย ก็เลยเพิ่มกฎบางอย่างแบบตามใจตัวเอง ฟฟฟฟฟฟ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #133 [ LuksornNoy ] (จากตอนที่ 103)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 07:45
    อืม......
    ไม่รู้จะพูดอะไรเลยนอกจาก— ไลท์ นายมัน-ตอแห** พ่อรักนายนะ! และในออริจินัลพ่อก็ไม่ได้เป็นน้ำแข็งด้วย! นายนี่มัน!!!
    ...
    พอเถอะ//กุมขมับ นั่งบ่นเรื่องacting skillของไลท์ทีไรคือปวดใจทุกที
    ส่วนคุณพ่อ ดีใจไว้เถอะค่ะ ถึงจะตาย แต่คุณ-สวยสุดในทุกเวอร์ชั่นแล้ว ไม่ต้องรู้หรอกค่ะว่าลูกชายคนดีของคุณพ่อเป็นอะไร ฝันดีค่ะ..
    #133
    1
    • #133-1 ไฮน์จะไม่ดองนิยาย(จากตอนที่ 103)
      4 ตุลาคม 2562 / 22:56
      ยิ่งเป็นคิระนานยิ่งเลือดเย็น สงสารคุณพ่อที่ทำเพื่อลูกชายมากขนาดนี้แต่ต้องจบที่ความตาย แถมก่อนตายก็ยังได้ความจริงปลอมๆ ว่าไลท์บริสุทธิ์อีก...หน่วงมาก แต่ก็คิดว่าแบบนี้อาจจะดีแล้วเมื่อเทียบกับความเป็นไปได้อื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น(อาทิคุณพ่ออยู่ถึงตอนจบ พวกเราจะตับพังกันหมด---)
      #133-1