นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

『Oumasai』วิธีบอกแฟนคุณที่ยังไม่รู้ตัวว่าเป็นแฟนคุณว่าเป็นแฟนคุณ

โอมะมั่นใจมากว่าไซฮาระเป็นแฟนเขา และโอมะก็มั่นใจมากว่าไซฮาระไม่รู้ตัวเลย

ยอดวิวรวม

54

ยอดวิวเดือนนี้

5

ยอดวิวรวม


54

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  14 ก.พ. 64 / 19:27 น.
นิยาย 『Oumasai』Ըպ͡ΌسѧΌسΌس

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
He
is the
definition
of 'คลั่งรัก'
himself.
t
b

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 ก.พ. 64 / 19:27


(∫˘▽˘) ∫ AU no killing game! ทุกคนอายุยี่สิบ มีสปอยล์ Chapter 6, Comic Anthology เล็กน้อย, Free Time Events และ ตอนจบ Salmon team รูทโอมะและพี่รันทาโร่, กาวยี่สิบกระปุก นึกอยากเล่นมุกอะไรก็เล่นเพราะแต่งหลังเที่ยงคืนติดกันหลายวันจนเป็นบ้าไปแล้ว 555555555

 

 

 

 

 

วาเลนไทน์นี้เป็นวันครบรอบของฉันกับไซฮาระจังล่ะ! เราเป็นแฟนกันมาสองปีแล้ว

อ๊ะล้อเล่น

...

วันครบรอบน่ะโกหก แต่ที่ว่าเป็นแฟนอะเรื่องจริง

นิชิชิ~ ฉันโกหกอีกแล้ว! ฉันไม่ได้เป็นแฟนไซฮาระจังซะหน่อย แต่มันก็แน่นอนอยู่แล้วว่าพวกเธอไม่โง่พอจะหลงกลหรอก ใครจะไปเชื่อคำพูดที่ตีลังกามองลงมาจากดาวอังคารยังรู้ว่าเป็นเรื่องหลอกเด็กกันล่ะเนอะ

ก็อามามิจังไง

 

 

 

เรื่องมันเริ่มมาจากเช้านี้ พี่ชายที่พลัดพรากจากฉันไปถึงยี่สิบปีอุตส่าห์ถ่อสังขารมากดกริ่งอพาร์ทเมนท์ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเพื่อปรึกษาความคืบหน้าเรื่องตามหาน้องสาวทั้งสิบสองของเขา แต่พี่แกดันรีบจนลืมโทรถามก่อนว่าเจ้าของห้องอยู่ไหม

ประจวบเหมาะเหลือเกินที่คุณนักสืบคนนั้นดันติดธุระอยู่ต่างเมือง กว่าจะกลับมาอย่างน้อยก็เที่ยงวัน ลำบากฉันต้องลุกมารับแขก นั่งคุยสัพเพเหระฆ่าเวลาเป็นเพื่อน ไปๆ มาๆ ลงท้ายหัวข้อสนทนาออกทะเลมาเรื่องวาเลนไทน์ที่จะถึงในอีกสามวันได้ยังไงก็ไม่รู้

สมกับเป็นนักผจญภัย นี่จังช่างสังเกตพอจะตั้งคำถามว่า ‘ทำไมโอมะคุงถึงนอนห้องไซฮาระคุงล่ะ?’ แล้วจะให้ฉันทำไงได้ สกิลชงระดับฟ้าประทานขนาดนี้ถ้าตอบความจริงว่าเพราะชูไมยอมเข้าร่วมองค์กรชั่วร้ายของฉันแล้วก็ออกจะคิลมู้ดไปหน่อย เลยตบมุกไปงามๆ ว่า ‘ก็เพราะเราเป็นแฟนกันน่ะสิ!’

ผิดคาด นี่จังยิ้มจนตาปิดน้ำเสียงมีความสุข “ยินดีด้วยนะ~ ฉันเองก็แอบเชียร์ทั้งสองคนมาตั้งนานแล้ว มีแพลนอะไรสำหรับวาเลนไทน์นี้รึยัง?”

???

คิดว่าฉันจะทำยังไงต่อถ้าโดนเข้าใจผิดอย่างรุนแรงน่ะเหรอ?

ก็ใส่ไฟเพิ่มน่ะสิ!

“จริงๆ แอบคิดไว้ว่าจะกระโดดตีลังกาลงจากเฮลิคอปเตอร์มาคุกเข่ายื่นช่อกุหลาบหน้าไซฮาระจังน่ะ แต่แบบนั้นจะซ้ำกับปีที่แล้วเลยว่าจะเปลี่ยน รันทาโร่นี่จังมีไอเดียดีๆ บ้างไหม?”

อามามิจังพยักหน้ามือก็คว้านเข้าไปในกระเป๋าเป้ ยื่นนิตยสารรายปักษ์ฉลองเทศกาลแห่งความรัก สีชมพูบาดตาจนรู้สึกแสบคอกับความหวานน้ำตาลสิบช้อนโต๊ะ ด้วยความพยายามใจกว้างจะไม่แซะว่าทำไมพี่เขาถึงซื้อของแบบนี้ตั้งแต่แรก ฉันรับมาคลี่อ่านเร็วๆ นึกขำตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ ก็ไม่ใช่ว่าฉันกับไซฮาระจังจะ—

และในระหว่างนั้น ฉันก็นึกขึ้นมาได้ถึงความจริงที่ว่าเราสองคนเหมือนคู่รักซะยิ่งกว่าคู่รักไหนๆ บนโลก

1 เราดูแลกัน ถ้าฉันถูกยิง โดนยำตีนหรือแค่มีดบาด ไซฮาระจังจะเป็นคนทำแผลให้ ถ้าไซฮาระจังทำงานหนักจนป่วย ฉันจะโทรไปฟ้องคุณลุง ลากเขาออกจากโต๊ะและร้องเพลงกล่อมนอน

2 เราเอนเตอร์เทนกัน ไซฮาระจังไม่เคยยอมให้ติดตามไปสถานที่เกิดเหตุก็จริง แต่พอคดีคลี่คลายก็ปล่อยให้ฉัน ‘ดูแล’ พวกคนร้ายปากหนักที่ไม่รับสารภาพ ส่วนฉันก็ช่วยทำให้วันจืดชืดของเขามีสีสันขึ้นด้วยการตามรังควานไม่ห่าง
 

3 เราให้ของขวัญกัน ถึงเซ้นส์การเลือกของเขาจะพิลึกมากและฉันได้การ์ดเป่ายิ่งฉุบมาจะหกสิบใบแล้ว แต่ฉันก็ซาบซึ้งกับมันทุกครั้งนั่นแหละ
 

4 เราไปเดตหลังคดีจบเสมอ สลับกันเป็นฝ่ายเลี้ยงข้าว ดูภาพยนตร์ เข้าเกมเซ็นเตอร์ ไซฮาระจังซิ่งรถเหยียบมิดไมล์ไม่มีชนแต่เกมอื่นนอกเหนือจากนั้นน่ะห่วยแตก

5 บางครั้งเราก็แค่จ้องหน้ากัน ฉันจ้องเขาเพราะเขาน่ารักแล้วก็เป็นมนุษย์ที่ฉันโปรดปรานที่สุดในโลก ส่วนเขาชอบจ้องฉันแบบแปลกๆ แล้วแอบหันไปถอนหายใจกับตัวเอง เห็นไหม? ใจเราตรงกันออกจะตาย

6 เราฝากตัวกับครอบครัวของกันและกัน ฉันเป็นเด็กดีพอที่คุณลุงจะเอ็นดู ส่วนไซฮาระจังก็มีออร่าน่าแกล้งพอที่พวกไดซ์จะเอ็นดู

7 ชูไมเรียนรู้ที่จะรักคำโกหกมากขึ้น ฉันเองก็กำลังพยายามกับการพูดความจริงให้มากขึ้น...ก ก ก—โกหกจ้า เฮ้อ ไม่ไหวๆ

8 เราทำให้กันและกันมีความสุข ว่างั้นได้ไหมนะ?

พอมาคิดดูแล้วก็โรแมนติกจัง นี่หรือว่าเราเป็นแฟนกันมาโดยตลอดแต่ฉันไม่รู้ตัวงั้นเหรอ???

ฉันมัน! แย่! ที่สุด! อุแง้งงงงงงงงงงงงงง ว๊ากกกกกกกกกก ฮรึกกกกกฮรืออออออออออออ

โอเค รู้สึกดีขึ้นเยอะ

อามามิจังยื่นทิชชู่ให้ซับน้ำตา ลูบหลังปลอบอย่างพี่ชายผู้แสนดี หลักฐานที่ผ่านมาช่างแน่นหนาและนำไปสู่ข้อสรุปเพียงหนึ่งเดียวว่าฉันกับไซฮาระจังเป็นแฟนกัน ซึ่งเอาจริง ก็ไม่ได้ประหลาดใจขนาดนั้นหรอก เราแค่ไม่เคยคุยกันตรงๆ เรื่องความสัมพันธ์มากกว่า ก็เพราะการทำให้ทุกอย่างชัดเจนมันน่าเบื่อน่ะสิ! แต่พอวันแห่งความรักใกล้มาถึงแล้วมันก็ครั่นเนื้อครั่นตัวไม่อยากอยู่เฉย เอาล่ะ ฉันมีเป้าหมายแล้ว ไม่ว่ายังไงก็ต้องให้ชูไมรู้ตัวว่าเราเป็นแฟนกันทันวาเลนไทน์!

ฉันคลี่นิตยสารที่ไม่ได้ไร้ประโยชน์ซะทีเดียวนั่นอีกครั้ง มันต้องมีอะไรที่ใช้การได้บ้างสิ อย่างน้อยสักบทความนึงให้คุ้มแปดร้อยเยนที่เสียหาย

 

4 ไอเดียเดตวาเลนไทน์ สนุกได้ไม่มีจำเจ

วิตกว่าเขาจะไม่เอ็นจอย? ว้าวุ่นกับการตามหาของขวัญที่เพอร์เฟค เดตที่สมบูรณ์แบบ กิมมิคเล็กๆ น้อยๆ ที่จะตราตรึงวันสุดพิเศษนี้ลงในส่วนลึกของหัวใจตราบนานเท่านาน? อย่าได้กังวลต่อไปค่ะ เราขอแนะนำนี่เลย! 4 ไอเดียเดตวาเลนไทน์ที่จะมาเติมความหวานต้อนรับวันแห่งความรักที่กำลังมาถึง

1) อยู่ในช่วงคบหาดูใจ? บางทีคุณอาจไม่อยากป่าวประกาศและยังต้องรักษาท่าที ทำไมไม่ลองเปลี่ยนจากความกระชุ่มกระชวยของหนุ่มสาวให้สุขุมเป็นผู้ใหญ่ขึ้นด้วยดินเนอร์สุดหรูล่ะ! นี่คือวิธีที่ดีในการสานสัมพันธ์ผ่านไวน์และพาสต้าโดยไม่ดูกระตือรือร้นจนเกินไป บางทีคุณอาจได้เรียนรู้กันและกันในมุมมองที่ต่างออกไปก็ได้!

2) คุณและคนรักชื่นชอบวิวทิวทัศน์รึเปล่า? ลองขับรถชมเมืองด้วยกันสิ! อย่าได้กลัวที่จะเปิดเพลงหวานๆ ฉีดน้ำหอมกลิ่นโปรดและเลือกเส้นทางที่ต่อเนื่องไม่มีสะดุด เพื่อให้คุณทั้งสองได้มีช่วงเวลาส่วนตัวกันมากขึ้น บรรยากาศที่สมบูรณ์แบบสำหรับบทสนทนาโรแมนติก!
 

3) เริ่มเบื่อแล้ว? หน่ายกับอะไรเดิมๆ ซ้ำซากจำเจ? งั้นลองย้อนกลับไปพบความรักของคุณใหม่เป็นครั้งที่สองสิ! แยกทางไปบังเอิญเจอกันที่ผับหรือโรงแรม หรือถ้าเป็นไปได้ กลับไปยังสถานที่ที่คุณทั้งสองเจอกันเป็นครั้งแรก! และโปรดจำไว้ว่า: ตอนนี้พวกคุณเป็นคนแปลกหน้า ลองเข้าหาอีกฝ่าย เสนอเครื่องดื่ม แล้วรอดูว่าค่ำคืนนี้จะไปจบที่จุดไหน!
 

4) หวานใจของคุณซุกตัวอยู่ในกองผ้าห่มตลอดทั้งเช้า? และคุณก็ชอบทำอาหาร? มื้อเช้าบนเตียงเป็นคำตอบเดียวเท่านั้น! แพนเค้ก ไข่ดาว ช็อกโกแลตร้อนเพื่อเพิ่มความหวาน และอย่าได้ลืมดอกไม้เชียว!

 

ถึงอาร์ติเคิลนี้จะภาษาห่วยแตกเต็มไปด้วยคำถามเชิงวาทศิลป์รกหูรกตา ไอเดียแต่ละอย่างก็นับว่าสร้างสรรค์ดี อามามิจังแนะนำให้เลือกหนึ่งในนั้นมาลองดูแต่มิวายกำชับว่าอย่าสรรหาอะไรพิสดารมาใส่สีตีไข่เพิ่มจะดีกว่า ทำไมนี่จังต้องทำหน้าเป็นกังวลขนาดนั้นกันนะ ฉันไม่เคยทำอะไรหวือหวาสักหน่อย

แต่ให้เลือกแค่อันเดียวเองเหรอ nah!

ฉันจะทำมันทุกอย่างนั่นล่ะ

 

 

 

 

 

-1-

“ไซฮาระจัง~” ฉันชอบนามสกุลนี้ ทั้งเพราะทั้งคล่องปาก ชอบจนอยากจะเอามาใช้เองเลย...โกหกจ้า! “ใส่สูทตัวเก่งเร็ว คืนนี้เรามีนัดดีลยาอีล็อตใหญ่กับมาเฟียอิตาลีนะลืมไปแล้วเหรอ!”

ชูไมเงยหน้าขึ้นจากหนังสือเป็นครั้งแรกตั้งแต่เสร็จธุระกับอามามิจัง (ผู้บอกว่าเลื่อนการสืบสวนไปหลังวาเลนไทน์ก็ได้ ประเสริฐเลิศล้ำล้นฟ้ามากฮะพี่ชาย!) สายตาเฉียบคมของคุณนักสืบกระตุกน้อยๆ กับสภาพของฉัน เป็นปฏิกิริยาที่ดี เพราะฉันใช้เวลาทั้งเย็นไปกับการเลือกชุดออกเดต ซึ่งมันยากมากเพราะพอปกติแต่งตัวเก่งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จะหาอะไรมาใส่ให้ดูดีกว่าทุกวันเลยทำเอาปาดเหงื่อ

เลยมาจบที่ความหวังสุดท้าย เชิ้ตม่วงอ่อนสูทขาวจด สอดผ้าผูกคอตารางหมากรุกเข้าวอกเกิล เซ็ตผมให้ยุ่งขึ้นนิดหน่อย แพทเทิร์นสำเร็จรูปที่เคยใส่ไปแล้วตอนงานเลี้ยงจบการศึกษา แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหมาะที่สุดสำหรับวันสำคัญ ถึงจะไม่ค่อยชอบสูทน้ำตาลส้มเชยๆ ของไซฮาระจังเท่าไร แต่ถ้าเขาใส่เพื่อจะเข้าคู่กับฉันก็จะถือว่าหล่อเป็นพิเศษก็ได้

“นั่น...โกหกใช่ไหม?” คราวนี้ถามกลับช้ากว่าปกติ แสดงว่าอึ้งหนักจริง

“โดนจับได้ซะแล้ว นายเริ่มจะเข้าใจฉันมากขึ้นทุกวันแล้วนะชูไม” ฉันดึงมือเขาลุกขึ้น ทำตัวดีๆ กับแฟนเข้าไว้โคคิจิจัง เขาจะได้รู้ตัวสักที “เราจะไปดินเนอร์ที่ร้านเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ฉันเองแหละ อ๊ะ นี่ไม่ได้วางแผนอะไรไม่ดีไว้เลยนะ ไม่ได้จะขอตัวเข้าห้องน้ำแล้วชิ่งหนีทางช่องระบายอากาศตอนเรียกเก็บเงินด้วย”

“คือ เราจะไปเดตกันเหรอ?” เขาถามกลับเหมือนไม่ค่อยแน่ใจเท่าไร ให้ตาย ฉันผิดเองแหละที่ไม่บอกก่อนล่วงหน้า แต่ตอนนี้ก็ว่างอยู่นี่ คนเป็นแฟนกันเขาต้องใช้เวลาว่างร่วมกันสิ

“ก็ใช่น่ะสิ ถ้าคนอื่นชวนก่อนไม่ต้องเสียตั๋วด้วยนะ โอกาสดีๆ แบบนี้ไซฮาระจังจะพลาดได้ไง~! รีบแต่งตัวเร็วเข้า อีกครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลาจองโต๊ะแล้ว”

 

 

 

นี่อาจจะฟังดูแปลกนะ: แฟนฉันมีเสน่ห์มากๆ เวลากิน มีเสน่ห์พอๆ กับตอนที่ออกกำลังกายกับพวกเทรนนิ่งทรีโอ้หรือตอนเคร่งเครียดสืบคดีหรือตอนเล่นมินิเกมหรือตอนพยายามกันฉันไม่ให้ทำเรื่องโง่ๆ และฉันคิดว่าทั้งหมดนั่นน่าหลงใหลเพราะไซฮาระจังใส่ความรักลงไป ไม่เคยสังเกตมาก่อน แต่พอเวลาคนเรารักอะไรสักอย่าง—มากๆ—มันจะแสดงออกมาเองทางแววตา และความรักของเขาน่ะไม่น่าเบื่อเลย
 

เราดินเนอร์ที่ร้านอาหารของคุณพี่สาวผู้ตระเวนแกล้งคนร่วมทุกข์ร่วมสุขในไดซ์ด้วยกันมา แน่นอนว่าฉันทำเซอร์ไพรส์เล็กๆ ด้วยการใช้ชื่อปลอมจองโต๊ะ เพราะงั้นเมื่อไปถึงเจ๊แกก็หน้าเด๋อไปเลยพอรู้ว่าเป็นฉันกับไซฮาระจังมาอุดหนุน เจ้าหล่อนรีบพาเราไปนั่ง จุดเทียนหอม เอาแจกันดอกไม้มาตั้ง แถมของฝากอะไรมากมาย ได้เสียงประท้วงเกรงใจจากไซฮาระจังไปหนึ่ง
 

“คนเราไม่จำเป็นต้องทำตัวดีตลอดเวลานะรู้ไหม” ฉันเปรยระหว่างที่ชูไมเริ่มกินพาสต้าที่จำชื่อไม่ค่อยได้แต่ซอสเพสโต้ดูน่าอร่อย ฉันว่าจะขโมยกินตอนเขาหันไปทางอื่น และเพื่อเป็นการตอบแทน จะยกมานิคอตติให้สักชิ้นก็ได้
 

เขาเงยหน้ามองฉัน ตักแบ่งพาสต้าให้ทั้งที่ไม่ได้ขอ “ใช่ แต่คนเราควรสุภาพ”
 

“งั้นมั้ง” ฉันตักส่วนของตัวเองให้บ้าง “แค่เก็บความสุภาพไว้ให้คนที่ทำดีกับนายก็พอ”

“ไม่ นั่นผิดแล้ว!” จู่ๆ เขาก็เผลอขึ้นเสียง นี่หรือว่า...มีจุดอ่อนในคำให้การของฉันงั้นเหรอ? “แบบนั้นจะตัดโอกาสการเป็นเพื่อนกันเลยนะ บางทีถ้าเราลองทำดีกับเขา เขาอาจเปิดใจให้เรามากขึ้น หรือเขาอาจพยายามดีกับเราแล้วแต่ไม่รู้จะแสดงออกยังไง แบบอิรุมะซังไง”

“ไม่ นั่นผิดแล้ว!” ฉันย้อนคำเขาบ้าง “ถ้าทำตัวแย่จะเป็นเพื่อนกันไปทำไม โดยเฉพาะพวกคนไม่ดีเนี่ยแหละยิ่งต้องหยาบคายใส่! แบบฉันนี่ไง”

ไซฮาระจังยิ้มบาง “เป็นเดตที่ดีนะ” เขาว่างั้นแทนที่จะโต้เถียงต่อ ครึ่งนึงฉันรู้สึกมีความสุขที่เขาชอบมัน แต่อีกครึ่งก็รู้สึกทนไม่ไหวเพราะเราย้ำคำว่า ‘เดต’ กันมาประมาณสิบรอบแล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่าเขาจะเข้าใจมันจริงๆ

“ใช่” ฉันทำหน้าจริงจังเหมือนกำลังคุยกับคนที่มีปัญหาในเรื่องง่ายๆ อย่างไม่รู้ตัวว่าตัวเองกับรูมเมทเป็นแฟนกัน “ดีกว่าทุกเดตที่นายเคยไปกับทุกคน” หรือนี่จะเป็นสาเหตุที่แท้จริง ไซฮาระจังเดตคนอื่นไปทั่ว—แบบว่า เพื่อนร่วมห้องมีสิบห้าคน ไซฮาระจังเดตไปแล้วสามสิบ—เขามองการกระหนุงกระหนิงกันเป็นมิตรภาพระหว่างเพื่อนหรืออะไร

ไซฮาระจังพยักหน้าเห็นด้วย “อื้ม ถ้าทุกคนคุยง่ายเหมือนนายก็ดีสิโอมะคุง สำหรับเดตครั้งหน้าและครั้งถัดๆ ไป ฉันเองก็อยากให้พวกเขามีความสุขเหมือนกันกับฉันตอนนี้”

โอมะ โคคิจิกำลังตกอยู่ในภวังค์ที่เต็มไปด้วยความคิดอันดำมืดว่าอยากจะจับไหล่เขย่าตัวคนตรงหน้าจนกว่าคอมม่อนเซ้นส์ของเขาจะกลับมา

ใจเย็นก่อน ฉันได้แต่บอกตัวเอง ยังเหลืออีกตั้งสามอีเว้นท์ มันต้องมีสักอันแหละน่าที่ช่วยได้...ขอเหอะ

 

 

 

-2-

ฉันใช้เวลาไปห้าชั่วโมงได้กับการตามหารถเช่าที่สมบูรณ์แบบในการพาแฟนหนุ่มไปขับชมวิว และมันแย่มากที่รถเพียงหนึ่งเดียวในโตเกียวที่มีเครื่องเล่นซีดี เบาะระบบทำความร้อน ติดฟิล์มกรองแสง และพื้นที่วางขาสะดวกๆ กลับเป็นรถตู้ขาวคันใหญ่สารพัดประโยชน์ที่พวกโรคจิตและนักลักพาตัวชื่นชอบเป็นนักหนา ตอนนี้มันจอดอยู่หน้าอพาร์ทเมนท์ ทำตัวน่ากลัวและกำลังตามสตอล์กฉันแบบเปิดเผย และเพื่อไม่ให้ลูกเด็กเล็กแดงแถวนี้ร้องไห้แจไปซะก่อน ฉันต้องรีบไปตามไซฮาระจังลงมาโดยด่วน

“ไซฮาระจัง~!” ฉันเปิดประตูผ่าง ชูไมกำลังถือสายโทรศัพท์อยู่ ไม่แม้แต่จะหันมาหรือสะดุ้งตกใจสักนิด ไม่แม้แต่ตอนที่แกล้งปิดประตูดังปั้ง นี่คือหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเขาชินชากับฉันแค่ไหน “ไปกันเร็วไซฮาระจัง รถมาแล้ว!”

เขายกนิ้วชี้แตะริมฝีปาก จะบอกให้ฉันเงียบ? แต่ครั้งนี้ชวนล่วงหน้าไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ ยอมได้ที่ไหนกัน! “โอ่ยยย โอ่ยยย ไซ-ฮา-ระ-จัง อย่ามาเมินฉันนะ นายคุยโทรศัพท์มาครึ่งชั่วโมงแล้ว มันสำคัญถึงขนาดต้องแซงคิวให้เลยรึไง”

[อ้าว มีนัดกับโอมะคุงหรอกเหรอ? แย่ล่ะสิ แล้วทำไมไม่บอกก่อนล่ะชูอิจิ ลุงกวนรบกวนเวลาพวกเธอเลยเนี่ย]

...อุ่ย

“ไม่ใช่แบบนั้นนะครับโอจิซัง! ผมแค่ล้อเล่น คุยต่อเลยครับ! คุยต่อเลย!”

[ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร หมดธุระพอดี เที่ยวเผื่อลุงด้วยล่ะหนุ่มๆ]

แล้วสายก็ตัดไป ไซฮาระคนหลานมองฉันด้วยสายตา ‘เห็นไหม?’ แต่ก็ดูขำมากกว่าหงุดหงิด “ว่าไง ขอเหตุผลดีๆ กับเรื่องเมื่อกี๊หน่อยซิ”

“ฉันก็แค่เช่ารถตู้ท่าทางไม่น่าไว้ใจมา เราควรจะรีบขับมันไปชมวิวและฟังเพลงเพราะๆ ก่อนจะมีโรคจิตมาแงะประตูหน้าแล้วลักพาตัวเด็กหนีไปจริงๆ” รีบพูดทุกอย่างให้จบในคราวเดียว ให้ตาย นี่ฉันกำลังโดนแซว

เขานำทางลงไปด้านล่างไม่อิดออดอะไรอีก “เอาสิ ไปเที่ยวเผื่อคุณลุงกันให้เต็มที่”

ไซฮาระ ชูอิจิ ถ้านายยังไม่หยุด ฉันจะ—

“มันดูน่าสงสัยมากจริงด้วย” ไซฮาระจังเปิดประตูชะโงกหน้ามองข้างใน สอดส่องและสัมผัสบางจุดคล้ายกำลังหาสิ่งแปลกปลอม เมื่อตรวจดูจนพอใจจึงนั่งลงฝั่งคนขับ

สิ่งสำคัญที่เธอควรรู้เกี่ยวกับการเช่ารถคือมันจะเหมือนกับเจ้าของมันทุกระเบียบนิ้ว ซึ่งกลิ่นเหงื่ออับชื้นของไอ้โรคจิตคนก่อนหน้าก็ไม่ได้โรแมนติกเท่าไร แต่อย่างน้อยฉันก็มีความรับผิดชอบพอจะเตรียมความพร้อมมาก่อน ฉีดสเปรย์ไปสองรอบพร้อมพรมน้ำหอมทุกจุดรอยต่อ ริบพวกเครื่องดักฟังและกล้องสอดแนมลงเตาเผาเรียบร้อย ด้วยความยินดี
 

ไซฮาระจังวางมือที่พวงมาลัยแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรต่อ “ช่วงนี้นายกระตือรือร้นเป็นพิเศษนะ มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นรึไง?”

“ไม่บอกหรอก~ ฉันอยากให้นายใช้ทักษะนักสืบนั่นเปิดโปงทุกความจริงด้วยตัวเองมากกว่า” ฉันเอื้อมตัวไปสตาร์ทกุญแจที่ฝั่งเขา ไซฮาระจังแอบถอนหายใจแต่ก็ไม่ได้ออกปากดุ เบาะนั่งกระเทือนตึกตักเครื่องยนต์ติดพร้อมจะออกเดินทาง เครื่องเล่นซีดีส่งเสียงวี้ก่อนเพลงแรกจะเริ่ม

คุณสุดยอดนักเปียโนเสนอตัวช่วยฉันเลือกเพลงเข้าลิสต์ล่ะ ด้วยความสามารถระดับอัลติเมทของเธอทำให้มั่นใจไปได้หลายเปราะว่ามู้ดแอนด์โทนจะไม่เลี่ยน บวกกับอาคามัตสึจังเป็นหนึ่งในคนที่เรียกได้ว่าเถรตรงเรื่องความรัก เพลย์ลิสต์ที่จัดมาต่อให้เป็นคนซื่อบื้อแบบไซฮาระจังก็ต้องเข้าใจแน่

 

1. Can You Feel the Love Tonight ของ Elton John (ไอเดียฉัน อาคามัตสึจังหรี่ตา ทำไมล่ะ เปิดด้วยไลอ้อนคิงน่ะวิเศษที่สุด)

2. Make You Feel My Love ของ Adele (เฮ้อ อันนี้อาคามัตสึจังเลือก ตรงประเด็นดีแต่ทำนองเศร้าอย่างกับฉันโดนหักอก)

3. Love Alone ของ Katelyn Traver (เป็นเพลงที่เนื้อหาครบถ้วนถูกต้องในทุกท่อน แค่ฟังอันนี้ทุกอย่างจบ ฉันก็อปปี้เพลสมันสิบอันแต่อาคามัตสึจังลบอีกเก้าออกแล้วบอกว่าหยุดซะ)

4. I Just Called To Say I Love You ของ Stevie Wonder (เราเห็นพ้องต้องกันว่ามันสดใสพอจะดึงอารมณ์ขึ้นมาครื้นเครงได้ ทำไมจะไม่ใส่ล่ะ?)

5. Plastic Love ของ Mariya Takeuchi (ความจริงเราสองคนเลือกอันนี้เข้าลิสต์เป็นอันแรก แค่เปิดฟังด้วยกันอาคามัตสึจังก็เริ่มบ่นอยากมีแฟนแล้วเนี่ย)

6. Love You More ของ GENERATIONS from EXILE TRIBE (ค้นพบด้วยกันโดยบังเอิญ กดไปฟังแล้วเนื้อหวานจั๊กจี้หูดี อีกอย่าง เรากะจะให้ทุกเพลงในนี้มีคำว่า Love เป็นส่วนประกอบชื่ออยู่แล้ว)

7. Love Words ของ Hatsune Miku (อีกหนึ่งเพลงเถรตรง บวกคะแนนให้ความเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งเพลงเพียงหนึ่งเดียวในลิสต์ ไว้ท้ายสุดในกรณีที่สมองไซฮาระจังเหนื่อยล้าเกินกว่าจะแปลภาษาอังกฤษออก)

จากนั้นอาคามัตสึจังก็บอกว่าเราควรหยุด จะเพลงอังกฤษหรือญี่ปุ่นก็ปวดหัวมามากพอแล้วสำหรับการขับรถไปด้วยพินิจพิเคราะห์ไปด้วย ที่เหลือเลือกเอาทำนองเปียโนสบายๆ จากลิสต์ของเธอใส่เติมไปสักชั่วโมงสองชั่วโมงก็พอ ยังไงมันก็คือขับเล่นชมวิว ให้เขารีบรู้ตัวตั้งแต่เจ็ดเพลงแรกแล้วเอาเวลาที่เหลือไปนั่งหยอดคำหวานกันแทนเถอะ!

ไซฮาระจังดูสงสัยเมื่อได้ยินเสียง Elton John สั่นสะท้อนไปทั่วทั้งรถตู้
 

“เพลงเพราะมากโอมะคุง” แต่พอขับได้ระยะนึงก็เริ่มออกปากชม อาจเพราะถูกฉันจ้องเหมือนกำลังคาดหวังอะไรสักอย่างจนเกินไป

“อื้ม ความหมายก็ดี” ทั้งหมดนี่เพื่อนายคนเดียวเลยรู้ไหม รีบๆ รู้ตัวสักทีว่าฉันพยายามจะสื่ออะไรจะเป็นพระคุณมาก

เราขับต่อไปตามถนน ต่อให้ไม่เคยสอบใบขับขี่ฉันก็พอจะเดาได้ว่าการเลี้ยวพาหนะขนาดใหญ่เท่านี้ตามตรอกซอกซอยต้องใช้สมาธิสูง ฉันเองอยากจะมีบทสนทนาโรแมนติกกับชูไมขณะที่ในแบ็กกราวน์เล่นมาสเตอร์พีซซีดีนี่อยู่หรอก แต่ฉันก็ไม่อยากให้พวกเราตายไปทั้งที่ยังเวอร์จิ้นเหมือนกัน เพราะงั้นช่างหัวบทสนทนาไปก่อน

ฉันลืมไปอีกอย่างเลยคือนี่มันเริ่มมืดแล้ว เพราะงั้นวิวของบ้านเมืองอันศิวิไลซ์จะดูแปลกตาไปในทางครื้นเครงขึ้นเยอะจากตอนกลางวัน เหลือแค่ไฟส่องถนนตามทางขณะที่เพลงของ Hatsune Miku จบลง อาาา ไม่นะ เพลงมีเนื้อร้องไปหมดแล้ว ที่เหลือก็เป็นแค่ทำนองเปียโนน่ะสิ แต่ไซฮาระจังยังไม่ได้ดูเข้าใจอะไรเลยสักนิดเดียว!

รถรางเริ่มบางตาลงไปทุกทีจนตอนนี้สามารถขับเอ้อระเหยชมบรรยากาศได้ตามต้องการ โอเค ถ้าเป็นตอนนี้พอคุยกันได้ ฉันอ้าปากเตรียมจะพูดจังหวะเดียวกับที่ทำนองเพลงแปลกประหลาดแทรกขึ้นมาในโสตประสาท
 

Pass to the center~♪ Pass to the center~♪
 

ห- เห เดี๋ยวก่อน นี่เราอยู่ในถนนเส้นตรงยาวสามเลนสองข้างทางเป็นบิลบอร์ดชิโรงาเนะจังตั้งแต่เมื่อไร!? แล้วไอ้ตัวอักษรลอยตามทางนี่มันอะไร?!?

Thinking Time

ไซฮาระจังกำลังเหยียบคันเร่งด้วยความเร็วสองร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง เลี้ยวหลบรถคันหน้าได้อย่างหวุดหวิด ขูดขอบถนนไปทีนึง และมันช่วยไม่ได้ที่ฉันจะรู้สึก—

ตื่นเต้นแบบสุดๆ! ฉันชอบที่แฟนตัวเองกำลังรนหาที่ตายได้อย่างระทึกเร้าใจขนาดนี้ ชนสาวให้เต็มที่ไปเลยไซฮาระจัง วู้วววววฮู้วววววว~!!!

 

 

 

-3-

“นายกำลังบอกว่า เราจะแยกกันนั่งรถไปที่โรงเรียน ฉันต้องพาอาคามัตสึซังไปด้วย แล้วเราจะมาย้อนวันวานด้วยการท่องบทตอนเจอกันครั้งแรก?”

“อื้ม อื้ม ฉลาดมากไซฮาระจัง ฉันไม่ได้คาดหวังให้นายเข้าใจทุกอย่างตั้งแต่อธิบายแผนครั้งแรกนะเนี่ย”

“แต่ ทำไมล่ะ?” เขาโคลงศีรษะ “เราจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร?”
 

ก็เพราะว่าบางทีทั้งหมดนี่อาจจะปักทะลุเข้าไปในกะโหลกหนาๆ ของนายได้ซะทีว่านายต้องการฉัน ฉันต้องการนาย เราเป็นแฟนกันแล้วก็เลิกคิดจะเดตคนอื่นได้แล้ว! “ก็เพราะว่ามันจะสนุกมากกกกกน่ะสิ!”

“แต่มันออกจะยุ่งยากเกินคำว่าสนุกไปหน่อยรึเปล่า” ไซฮาระจังพูดช้าๆ ด้วยน้ำเสียงพยายามรักษาน้ำใจเหมือนทุกที ก็เป็นซะแบบนี้ถึงปฏิเสธคนอื่นไม่เคยได้ “มีอีกหลายอย่างที่เราจะสนุกด้วยกันได้ อย่าง เดินสูดอากาศ เข้าร้านหนังสือ ใช้เวลากับเพื่อนๆ—”
 

“แล้วมันต่างกันตรงไหน?” ฉันขัดขึ้นมา ก่อนแทบกัดลิ้นตายเมื่อรู้ตัวว่าประโยคต่อมากำลังจะสื่อไปในทาง... “ก็ใช้เวลากับเพื่อนๆ เหมือนกันนี่”
 

ไซฮาระจังมักจะทำหน้าลำบากใจและเงียบไปเสมอเวลาที่เขาไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเห็นด้วย และเมื่อเขาทำแบบนั้น ฉันก็รู้ตัวแล้วว่ามันคือชัยชนะ

เขาถอนหายใจ “อืม จริงของนาย เราจะไปกันเลยไหม?” สำาาเร็จ~ ฉันชูสองมือขึ้นฟ้า “แต่แปลกนะที่คีโบคุงเองก็อยากทำมัน”

 

 

 

ที่ตรงกลางห้อง คีบอยกำลังเดินวนเป็นวงกลมแบบหยุดไม่ได้อย่างกับว่ากำลังตื่นเต้น

ฉันนั่งลงบนโต๊ะสอดส่องสายตาไปเรื่อย ผ่านไปแค่ไม่กี่ปีก็รู้สึกว่าที่นี่พัฒนาขึ้นจากตอนที่อยู่เยอะ คาบนี้พวกรุ่นน้องสุดยอดนักเรียนออกไปพละข้างนอกเราจึงใช้มันได้เต็มที่ตลอดชั่วโมง

มีเสียงเคาะดังขึ้นก่อนประตูจะเปิดออก ฉันลืมตัวชำเลืองมองไปทางนั้นแป๊ปนึง อาคามัตสึจังทำมือโอเคอยู่แถวกระโปรง ส่วนชูไมชะโงกหน้าจากด้านหลัง สวมหมวกใบโปรดที่ไม่ได้เห็นมานาน อา แปลกจัง ทำไมอยู่ๆ ฉันก็ไม่กล้ามองเขาขึ้นมา...เหมือนกับวันแรกที่เจอกันเลยแฮะ
 

“ได้โปรดหยุดเถอะครับ! อย่าเข้ามานะ!”

คราวนี้ต้องขอบคุณคีบอยที่รีบเริ่มบท ไม่งั้นฉันคงเผลอใจเต้นตึกตักจนแฟนตัวเองได้ยินแน่ “เฮ้ยยยย! รอเดี๋ยวว!” ได้ทีต้องรีบเข้าโหมดแอคติ้งจ้างร้อยเล่นล้านในทันที

“ขอฉันจับขอฉันทัชตัวนายหน่อย! ฉันน่ะอยากจะเป็นเพื่อนกับหุ่นยนต์มาโดยตลอด!”

อาคามัตสึจังทำสีหน้างุนงงได้เหมือนตอนนั้นเปี๊ยบ “ฮะ? หุ่นยนต์”

“...อะไรครับ คุณก็เป็นพวกเหยียดหุ่นยนต์รึไง?” คีบอยหันไปเอาเรื่องเธอบ้างโดยไม่ต้องดูสคริปต์ที่ปริ้นท์มา (ทุกบทสนทนาในชีวิตของเขาถูกบันทึกลงเทป นั่นทำให้เรามานั่งย้อนฟังแกะบทกันได้) จะกี่ปีผ่านไปเขาก็ยังจริงจังกับเรื่องนี้ไม่เปลี่ยน “ผมมีฟังก์ชันอัดเสียงนะ ถ้าคุณพูดจาค่อนแคะอะไรหุ่นยนต์แม้แต่น้อย ได้เจอกันในชั้นศาลแน่”

อาคามัตสึจังก้มดูบทน้อยๆ แต่ทักษะการแสดงยอดเยี่ยมเหมือนเคย “เดี๋ยว...นายเป็นหุ่นยนต์? แบบ หุ่นยนต์อะนะ!?”

“ห-หรือว่านายเป็นหนึ่งในโมโนคับส์—” ไซฮาระจังกล่าวเสริม บราโว่! โอ้โห ออสการ์สาขานักแสดงนำชายจะเป็นของใครไปได้

“อย่าเอาของเล่นพวกนั้นมาเทียบกับผมสิครับ! ผมไม่ใช่แค่หุ่นยนต์คร่ำครึสักหน่อย! ผมคือคีโบ สุดยอดนักเรียนม.ปลายหุ่นยนต์!”

ฉันกำสองมือทำทีไม่พอใจ “ไม่แฟร์เลย! นายจะมาโชว์ออฟคนเดียวไม่ได้นะ! ฉันก็จะแนะนำตัวด้วย!”

“เอ่อ เอาสิ..เชิญเลย” อาคามัตสึจังเสียงแหย แค่ฟังก็รู้ว่าเธอคิดว่าเพื่อนใหม่ทั้งสองดูไม่ปกติอย่างแรง

“ฉัน โอมะ โคคิจิ สุดยอดนักเรียนม.ปลายผู้นำสูงสุด!” อา พอได้พูดประโยคนี้อีกครั้งก็อดรู้สึกคิดถึงไม่ได้ “ไงก็เหอะ ฉันได้ยินมาว่าลมหายใจของหุ่นยนต์น่ะกลิ่นเหมือนน้ำมัน”
 

คีบอยจะต้องเจอคำดูถูกแบบนี้ไปอีกหลายนาทีเลยล่ะ น่าสงสารจริง ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าไม่ควรไปเหยียดเขาแบบนั้น เขาไม่ได้เซ้นส์ซิทีฟเกินไปหรืออะไร มันก็แค่ฉันไม่ควรทำให้เขารู้สึกแย่ ต่อให้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงเมื่อสี่ปีที่แล้วก็ตาม “ลมหายใจผมไม่ได้กลิ่นแบบนั้น! ผมใช้พลังงานไฟฟ้า!”

“นิชิชิ...ล้อเล่นน่า...โอ๋เอ๋ ขอโทษน้า ฉันไม่ได้ตั้งใจจะว่า” นอกบทสักหน่อยจะเป็นไรไป เกี่ยวก้อยกันน้าคีบอย

เขาประหลาดใจจนลืมต่อบทไปแป๊ปนึง “...ไม่ตลกเลย”

“แน่สิว่านายต้องไม่ตลก หุ่นยนต์น่ะไม่เข้าใจอารมณ์ขำของมนุษย์อยู่แล้ว!” จุดนี้คงพูดอะไรเพิ่มให้ไม่ได้ ไม่งั้นต่อจากนี้เรามีด้นสดใหม่หมดแน่

“ย-อย่ามาล้อเลียนผมนะ! ผมศึกษาประวัติเดี่ยวไมโครโฟนฉบับสมบูรณ์มาแล้ว!”

และฉันก็ยังสงสัยมาจนถึงทุกวันนี้ว่านายจะศึกษาไปเพื่อ? ทำไมไม่นั่งดูของจริงสักชั่วโมงล่ะ

“และต่อให้ผมจะมีรูปลักษณ์เป็นหุ่นยนต์ แต่ผมก็เป็นนักเรียนม.ปลายเหมือนกับคุณนั่นแหละ”

“นายเป็นนักเรียนม.ปลาย?” ไซฮาระจังทวนประโยค

คีบอยมีสีหน้าที่ภาคภูมิใจขึ้นมาทันทีเมื่อกล่าวถึงคุณพ่อ “ผมถูกสร้างโดยศาสตราจารย์อิดาบาชิ ผู้นำของวงการหุ่นจักรกล...เขาติดตั้งระบบ AI ขั้นสูงให้ผม เพื่อที่จะเรียนรู้และเติบโตแบบเดียวกับสมองของมนุษย์”

“นั่นคือเหตุผลที่ตอนประกอบเสร็จใหม่ๆ ผมไม่รู้อะไรเลย เป็นเหมือนกับเด็กทารก”

โหย แบ็คสตอรี่น่าเบื่อเป็นบ้าเลยว่ะ ปุ่มกรออยู่ไหนเนี่ย?

“แต่ศาตราจารย์ก็เลี้ยงดูผมมาเหมือนกับเป็นลูกแท้ๆ ของเขา เขาสอนหลายสิ่งหลายอย่างให้กับผม...จนในที่สุดก็ส่งผมเข้าเรียนม.ปลาย”

“แล้วตอนนี้ผมก็ยืนอยู่หน้าพวกคุณ! เป็นไงล่ะครับ! ผมก็เหมือนกับทุกคนนั่นแหละ!”

โอ๊ะ ถึงส่วนสนุกแล้วสิ!

“เฮ้ แล้วหุ่นยนต์มีหำรึเปล่า?”

“โปรดอย่าถามอะไรเหลวไหลสิครับ!”

เฮ้ย อันนี้อยากรู้จริงจัง...

“นิชิชิ...ฉันถามก็เพราะว่าภูมิหลังของนายมันดูเหยาะแหยะมากน่ะสิสำหรับหุ่นยนต์”

หลังจากนั้นก็เดดแอร์ไปพักนึง จนไซฮาระจังต้องสะกิดคุณนักเปียโนว่าถึงบทเธอแล้ว

“นี่ โอมะคุง? ฉันไม่ค่อยเข้าใจความสามารถผู้นำสูงสุดของนายเลย”

“อ๋อ ฉันก็แค่เป็นผู้นำสูงสุดขององค์กรชั่วร้ายลับๆ ก็เท่านั้นเอง”

“ฮะ?”

“ขอบอกว่าน่าประทับใจมากเลยนะ องค์กรฉันน่ะมีสมาชิกกว่าหมื่นคนเชียว!”

“เอาจริงดิ? ผู้นำสูงสุดขององค์กรชั่วร้าย--”

“ใครจะไปรู้ล่า? ยังไงฉันก็เป็นนักโกหกอยู่แล้ว”

“ฮะ? งั้นเมื่อกี๊นายก็โกหกเหรอ?”

“ก็นะ ฉันเป็นผู้นำสูงสุดขององค์กรชั่วร้ายลับๆ ส่วนนั้นน่ะเรื่องจริง!”

“แล้ว..สรุปโกหกไหม?” นี่อาคามัตสึจังกำลังแสดงหรืองงจริงกันแน่ จะเนียนเกินไปแล้ว!

“นิชิชิ...ไม่บอกหรอกกกกก”

ไซฮาระจังที่บทน้อยคอยนานได้เวลาเข้าซีนเสียที “อ่า ว่าแต่...องค์กรนั้นชื่ออะไรเหรอ?”

“เป็นความลับ รู้ไหม ก็แบบ เป็นองค์กรลับนี่เนอะ” และนั่นคือครั้งแรกที่เราคุยกันจริงๆ

ยอมรับตามตรง ตอนนั้นฉันไม่สนใจเด็กผู้ชายใส่หมวกท่าทางดูอีโมคนนี้เลย

“แต่ฉันไม่เคยได้ยินว่ามีองค์กรลับที่ใหญ่ขนาดนั้นอยู่เลย” โทษอาคามัตสึจังดีไหมนะ? ออร่าตัวเอกโลกสดใสแผ่ซ่านซะขนาดนั้น ถ้าตอนนั้นเธอไม่ช่วยให้ชูไมมั่นใจขึ้นจนยอมถอดหมวดออก ป่านนี้ฉันคงโสดสนิทและไม่ได้เป็นคนที่ดีขึ้นขนาดนี้แน่

“แน่สิว่าต้องไม่เคย ก็มันเป็นองค์กรลับ” ฉันหัวเราะเสียงใสตัดสินใจหยอกเขาเพิ่มสักเล็กน้อย “ถ้าอยากรู้ขนาดนั้นก็ต้องมาเข้าร่วมกันแล้วแหละ พร้อมทำงานวันนี้เลยไหมล่ะ?”

“นี่...” อาคามัตสึจังแทรกขึ้นมา นั่นประไร เธอมันโดดเด่นเกินไปจนกลบเพื่อนมิดเลยเนี่ย “ทุกอย่างที่เขาพูดมาดูเป็นเรื่องแต่งทั้งนั้น งั้นเมื่อกี๊ก็โกหกเหมือนกันใช่ไหม?”

“ปล่อยเขาไปเถอะครับ ทุกอย่างที่เขาพูดมามีแต่คำโกหก” คีบอยกล่าวสนับสนุนโดยไม่จำเป็นต้องคิด “...ที่แน่ๆ เขาดูเป็นคนน่าสงสัยกว่าผมเยอะ”

ถึงจะขออนุญาตก่อนเอาบทมาเล่นแล้วก็เถอะ แต่หลังจากนี้ฉันต้องไปขอโทษส่วนตัวกับเขาหน่อยละ “แน่สิว่านายไม่ใช่คนน่าสงสัย ก็หุ่นยนต์มันไม่ใช่คน เจ้าง่าว”
 

“อึก...!”

“โอ๊ยโกรธเหรอ? จะต่อยฉันด้วยหมัดจรวจใช่ป้ะ?”
 

“ผมไม่มีฟังก์ชันนั้น!”

“โหยยย น่าเบื่อว่ะ”

 

...

 

สนุกดีแฮะ จบแล้วเหรอ?

ฉันยิ้มกว้าง มองอีกสามคนในห้องที่เติบโตขึ้นจากวันนั้นแต่ต้องมาใส่ชุดคับๆ โรลเพลย์เป็นเด็กเล่น “อาคามัตสึจัง สนใจไปคัดตัวที่ Royal Shakespeare Company บ้างไหม? บางทีเขาอาจจะมีบทนักเปียโนให้เธอแสดงนำก็ได้นะ”

เธอหัวเราะ แตะบ่าฉันทั้งรอยยิ้มก่อนยื่นตัวมากระซิบ “ต่อจากนี้พวกนายสองคนเป็นไงต่อ พิมพ์แชทมาอย่าให้ขาดแม้แต่รายละเอียดเดียว! ...อ๊ะ ไซฮาระคุง เดี๋ยวฉันกับคีโบคุงไปหาอิรุมะซังก่อนนะ นัดกันตรงสนามนี้เอง”
 

ชูไมอ้าปากทำท่าจะขอไปด้วย แต่สองคนนั้นก็รีบจรลีชิ่งหนีไปในทันที ฉันเองได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ
 

ไซฮาระจังหันกลับมาทางฉัน ยกมือขึ้นแตะปีกหมวกเหมือนทุกครั้งที่ประหม่า “ฉันรู้สึกเหมือนยังพูดออกไปไม่มากพอ” เขาส่งยิ้มบางเบามาให้ รู้ตัวอีกทีฉันก็เผลอโน้มตัวไปดึงหมวกของเขาออก อยากจะเห็นให้ชัดเจนกว่านี้ ใบหน้าของไซฮาระจังตอนยิ้ม “โอมะคุง ฉันดีใจจริงๆ ที่ได้เจอนาย”
 

“เหมือนกัน” หลุดปากไปไม่ทันได้คิดซะแล้ว แต่ก็ไม่ได้แย่หรอก “ฉันเองก็ดีใจ ที่ได้เจอไซฮาระจัง ดีใจ—” ฉันรู้ตัวดีว่ากำลังจะพูดอะไรออกไป และฉันไม่คิดจะหยุดตัวเองด้วย “ที่ได้รักนาย”

 

 

 

-4-

บอกไปแล้วพวกเธออาจจะไม่เชื่อ แต่ฉันทำอาหารเก่งมาก

เพราะฉันก็ไม่เชื่อตัวเองเหมือนกันนั่นแหละ!

พูดแล้วก็เจ็บกระดองใจ คนที่ไม่มีแรงแม้แต่จะพยุงใบมีดเหล็กกล้าขึ้นมาหั่นเนื้อได้แบบฉันเนี่ยนะเป็นสุดยอดผู้นำสูงสุด ฮรึก รู้ถึงไหนอายถึงนั่น อุแง้งงงงงงงงงง
 

เฮ้อ ว่าไปนั่น มันก็แค่อาหาร แถมเอาจริงถ้าทอดไข่ดาวหรือแพนเค้กไม่ได้ก็ซื้อกินสิไม่เห็นเสียหาย
 

แต่เพราะนี่คือวาเลนไทน์ ฉันจะอนุญาตให้ฝีมือดั่งคมในฝักของฉันได้ออกมาเฉิดฉายประจักษ์ตาแก่ ‘แฟนหนุ่ม’ เป็นบุญก็แล้วกัน
 

อีเว้นท์ที่สี่จากนิตยสารความรักไม่ได้ยากเย็นอะไร ฉันก็แค่ต้องตื่นก่อนไซฮาระจังเช้านี้ (จริงๆ ฉันบอกให้เขาจงใจตื่นสายเองแหละ ก็แบบนั้นมันง่ายกว่า) นั่งเปิดคลิปสอนทำแพนเค้กในเน็ต แยกส่วนผสม พยายามละเลียดเมอแรงค์ให้เบามือมากที่สุดแม้ว่าเวลาเห็นมันขึ้นรูปเป็นฟองแล้วอยากจะละเลงตีจนกระจุยกระจาย ระหว่างที่ลงเตารอไฟอ่อนครบหกนาทีก็ไปจัดการส่วนของช็อกโกแลตร้อนต่อ

การทำอาหารสนุกจริงๆ นั่นแหละ ฉันได้สับช็อกโกแลตออกเป็นซี่ แอบหยิบกินก่อนลงหม้อนมไปกี่ชิ้นก็ไม่มีใครว่า เทสารพัดของกุ๊กกิ๊กลงไปก็ไม่มีใครรู้ แวะไปกลับด้านแพนเค้กแป๊ปนึง ก่อนจะมานั่งคนของเหลวสีน้ำตาลเข้มเหนียวหนืด มันข้นมาก ข้นซะจนอยากลองใส่ยาพิษลงไปเพื่อดูว่ามันจะเข้มพอปิดพิรุธได้รึเปล่า โอ๊ะ แพนเค้กสุกแล้ว ช็อกโกแลตร้อนก็เข้ากันดีแล้ว ต่อไปเหลือแค่ไข่ดาวรูปหัวใจเป็นอันเสร็จพิธี!

ฉันยกทั้งหมดนั่นใส่ถาดเตรียมประเคนให้คุณแฟน ก่อนจะต้องถอยหลังกลับไปวางมันตามเดิมเพราะลืมหยิบส่วนสำคัญติดมาด้วย!

พยายามก้าวย่ำเบาๆ อีกครั้งมาถึงปลายเตียง วางถาดลงบนนั้น ฉันยังไม่ปลุกไซฮาระจังเพราะอยากจะดูเขานอนต่ออีกสักหน่อย

ถึงจะพยายามฝังหน้าลงไปกับหมอนและผ้าห่มแค่ไหนก็ปิดความหล่อของเขาไม่มิดหรอก— โอเคๆ เลิกงุบงิบกันว่าฉันคลั่งรักได้แล้ว เธอไม่เคยเจอชูไมตัวเป็นๆ ก็พูดได้สิ!

แล้วไซฮาระจังก็ค่อยๆ กะพริบตา หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง แล้วก็ลืมตาขึ้นโดยสมบูรณ์ ว้า ฉันยังไม่พอใจเลย แต่ช่างมันเถอะ

“ทำมื้อเช้าให้เหรอ?” ไซฮาระจังลุกขึ้นนั่งยกมือปิดปากหาว ส่งยิ้มที่น่าจะเพราะยังตื่นไม่สนิทถึงได้หวานเกินจำเป็นขนาดนั้น ผมเขายุ่งหน่อยๆ แล้วก็...ฉันควรจะเล่นมุก สรรหาคำโกหก หรือเล่าอะไรสักอย่างที่ดูเกินจริงมากๆ ออกไปเพื่อคีพคาแรคเตอร์ แต่ตอนนี้ตัวคันจิทั้งหมดในหัวกำลังตีกันยุ่งเหยิงไปหมดจนพูดออกมาได้แค่ “อื้ม”
 

ฉันยกถาดขึ้นมาบนตักเขา สูดลมหายใจเข้าลึก นึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ยังเล่นมุก ‘ให้ป้อนไหม อ้ามม~’ ทันอยู่ แต่พอไซฮาระจังกล่าวขอบคุณอาหารเสร็จและหันมา “ขอบคุณนะโอมะคุง” ด้วยรอยยิ้มแบบนั้น ฉันก็ไม่กล้าทำอะไรเพิ่มอีกแล้ว

การน่ารักทั้งตอนตื่นทั้งตอนนอนเนี่ยมันไม่ผิดกฎหมายเกินไปหน่อยเหรอคุณนักสืบ

มื้อเช้าให้แฟนหนุ่มบนเตียงนี่มันยอดเยี่ยมที่สุด คุ้มเหนื่อยที่สุด รู้งี้ทำไปนานแล้ว!

เสียงมือถือเหมือนจะดังขึ้นมาได้จังหวะพอดี “โอ๊ะ อาคามัตสึจัง ลืมไปเลยแฮะ” ฉันโยนมันลงบนเตียง “แต่เรื่องมันเริ่มยาวอะ ขี้เกียจเล่า~”

ไซฮาระจังยกแก้วช็อกโกแลตร้อนยิ้มๆ “อาคามัตสึซังออกตัวช่วยเรามากขนาดนั้น ถ้าไม่บอกอะไรก็ใจร้ายเกินไปหน่อยนะ”

“แต่ประเด็นคือหลังฉากมันไม่ได้มีเธอคนเดียวไง ยังมีอามามิจังกับคีบอยอีก แถมแค่ส่งหนึ่งข้อความน่ะไม่พอแน่ จินตนาการออกเลยว่าแชทฉันจะร้องขอชีวิตไปสามวันสามคืน”

ไซฮาระจังหัวเราะรับ “ก็ถ้าขี้เกียจพิมพ์ตอบขนาดนั้น เราไปเปิดตัวซึ่งหน้ากันก็ได้นี่”

ฉันหูผึ่ง นี่ได้ยินไม่ผิดใช่ไหม? “พูดเองนะไซฮาระจัง! ห้ามคืนคำนะ ยังเหลืออีกตั้งสิบหกชั่วโมงก่อนหมดวาเลนไทน์ นายได้กล่องเสียงระเบิดแน่! เริ่มจากคุณลุงก่อนเลยแล้วกัน!!!”

ฉันดึงแขนชูไมที่เพิ่งกินมื้อเช้าเสร็จหมาดๆ ลุกขึ้น เอาจานไปแช่อ่างล้างไว้ก่อน แล้วรีบวิ่งตระเวนซิ่งรถตู้น่าสงสัยนั่นไปบ้านบุคคลมากมายที่จำเป็นต้องรู้เรื่องนี้ หัวเราะไปด้วยกันเมื่อพูดถึงดอกกุหลาบสีน้ำเงินและม่วงที่คงจะเฉาคาเตียงไปแล้วเมื่อเรากลับถึงห้อง จะว่าไป เพลย์ลิสต์เปียโนของอาคามัตสึจังก็เพราะมากจริงๆ นั่นแหละ

 

 

 

 

———————————————————————————————————————————————————

ผลงานอื่นๆ ของ Heinewriter1313

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น