นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

=MomoHaru= P e r s i s t e n c e

ถ้าให้นึกถึงคนประเภทที่โมโมตะน่าจะชอบ ยังไงฮารุคาวะ มากิก็ไม่ได้อยู่ในลำดับแรกๆ ของลิสต์ ตามตรงเลย เธอไม่ติดสำรองของสำรองด้วยซ้ำ

ยอดวิวรวม

29

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


29

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  2 ก.พ. 64 / 10:22 น.
นิยาย =MomoHaru= P e r s i s t e n c e

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

“O, when she’s angry, she is keen and shrewd. She was a vixen when she went to school. And though she be but little, she is fierce.”


          A Midsummer Night’s Dream, Act 3 Scene 2

tb

เนื้อเรื่อง อัปเดต 2 ก.พ. 64 / 10:22


(∫˘▽˘) ∫ AU no killing game! โมโมฮารุ+โอมะนักแย่งซีน
 

 

 

"ต้องให้บอกอีกกี่รอบ นั่นมันที่ฉันเฟ้ย!"

"ไม่ฟังไม่ฟัง ฉันอุตส่าห์นอนที่ห้องเรียนเพื่อตื่นมาจองที่นั่งข้างไซฮาระจังเชียวนะ อยู่ดีๆ จะมาไล่ได้ไง ไม่ฟัง"

"เอ่อ โอมะคุง ไม่ใช่ว่านายเข้าโรงเรียนมาพร้อมคีโบ—"

"ก็โมโมตะจังตื่นสายเองแล้วยังโวยวายอยู่ได้! นี่อย่าบอกนะว่าไซฮาระจังสองมาตรฐาน มิตรภาพระหว่างเรามันไม่มีค่าเลยใช่ไหม อุแง้งงงงงงงงง"

"ฉันสายเพราะต้องบินมาจากเมกาต่างหาก ที่สำคัญชูอิจิก็จองที่ให้แล้วไม่ใช่รึไง!?"

"นั่งก่อนได้ก่อนต่างหาก! อย่าทำเหมือนนายมีเพื่อนคนเดียวไปหน่อยเลย นู่น ไปนั่งกับฮารุคาวะจังไป๊"

ไม่ว่าเปล่าคว้าแขนเพื่อนซี้เขาไปกอดรัด โมโมตะคิ้วขมวดแทบผูกเป็นโบว์ อ้าปากกำลังจะแย้งพอดีกับที่เสียงกริ่งเริ่มคาบดังขึ้น โอมะยิ้มกริ่มสะบัดมือไล่เขา คนโดนแย่งที่จำใจกัดฟันกระทืบเท้าไปโต๊ะสุดท้ายที่ยังว่าง ได้ยินเสียงเจือแววขอโทษลอยมาตามลม ไว้เทอมหน้านะโมโมตะคุง

ไฟลท์กลับญี่ปุ่นถูกเลื่อนไม่พอยังจะต้องมาปวดประสาทแต่เช้า เด็กหนุ่มเกาหลังหัวเซ็งๆ ดึงเก้าอี้ที่ถูกสอดไว้ "ขอนั่งด้วยคน"

ฮารุคาวะเงยหน้ามอง สายตาเต็มไปด้วยความรำคาญ แต่เขายังไม่ทันทำไรเลยเหอะ

อยู่ไปคงสนิทกันเอง...นั่นคือสิ่งที่โมโมตะคิด ก่อนจะระลึกได้ว่าตลอดหนึ่งเทอมที่ผ่านมายังไม่เคยคุยกับอีกฝ่ายเลยสักครั้ง
 

 

 

 

สิ่งแรกที่สังเกตได้คือเธอไม่พูด ซึ่งไม่เกี่ยวกับพัฒนาการบกพร่องหรืออะไรทำนองนั้นเพราะตอนอาจารย์เช็กชื่อ ฮารุคาวะก็ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนทุกครั้งว่า "มาค่ะ"

นอกเหนือจากนั้นก็ปิดปากเงียบจนกว่าอาจารย์จะเรียก ไม่หันไปคุยกับคนรอบข้างหรือแม้แต่พึมพำกับตัวเองสักนิด โมโมตะเลยคิดเอาเองว่าเธอคงขี้อาย และมันเป็นหน้าที่ของเขาในฐานะเพื่อนร่วมห้องที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้

เด็กหนุ่มนิ่งคิดหาวิธี ก่อนเริ่มจากหันไปถามว่าขอยืมปากกาเธอได้ไหม

ดวงตาสีทับทิมจ้องไปที่ปากกาหมึกซึมบนโต๊ะเขาอย่างประเมิน กระนั้นก็ยังยื่นส่วนสำรองของตัวเองให้ก่อนกลับไปสนใจเนื้อหาบนกระดาน ไม่มีบทสนทนาแง้มมาสักแอะแต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาเลิกภารกิจไปกลางคัน พักเที่ยงถึงได้ไปยืนปักหลักอยู่ที่ประตูกันฮารุคาวะออก

ใบหน้าของเด็กสาวเต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายขณะที่เธอพยายามหลบโมโมตะ เขาขยับตามแล้วยิ้มเยาะใส่ ทั้งสองขยับซ้ายขวาเหมือนเต้นคู่กันอยู่สิบกว่าวิอารมณ์เด็กสาวจึงเปลี่ยนเป็นรำคาญแทน ดวงตาเหี้ยมโหดจ้องเขม็ง ขณะที่คนไม่รู้ร้อนรู้หนาวเอ่ยอย่างเป็นมิตรว่าวันนี้อากาศแจ่มใสเนอะอีกฝ่ายก็เหยียบลงมาที่เท้าเขาเต็มแรง

อาจจะช้าไปหน่อยแต่โมโมตะสังเกตได้อีกสิ่ง ฮารุคาวะใส่รองเท้ามีส้น เขาร้องลั่นคว้าเท้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด คนตรงหน้ายกยิ้มสะใจผลักร่างที่ขวางทางออก แต่ก่อนจะไปก็นิ่งมองเด็กหนุ่มครู่นึง เสียงหวานแผ่วเบากว่าทุกครา "เมฆเยอะไปหน่อย"
 

 

 

ลงท้ายโกคุฮาระก็อาสาพาเขาไปส่งห้องพยาบาล ถึงจะอายุเท่ากันแต่ก็แบกกึ่งลากไปได้อย่างรวดเร็ว ไซฮาระนั่งลงข้างเตียงระหว่างที่สึมิกิซังช่วยตรวจดูอาการ คนไม่อยู่ในเหตุการณ์ถอนหายใจพึมพำว่าใครกันที่ทำแบบนี้กับโมโมตะ ส่วนผู้เสียหายเพียงเหลือบตาลงมองความบวมแดงที่อย่างน้อยก็สบายขึ้นเมื่อถอดรองเท้าแล้ว แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น...

"เธอยอมคุยกับฉันด้วย!"

นักสืบหนุ่มไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเท่าไร "ขยับเท้าได้ไหม?"

"ช่างมันเหอะน่า!" โมโมตะสวนกลับแต่ก็ลองกระดิกเท้า มันปวดพอที่จะหน้าแหยตอนเดิน "อาจจะเหมือนไม่สนใจใครแต่เธอก็แค่รอให้คนคุยด้วยก่อนเท่านั้นเอง"

ไซฮาระพยักหน้ารับฟัง โน้ตไว้ในใจว่าใครก็ตามที่ทำโมโมตะเจ็บโดยไม่โกรธได้ย่อมเป็นคนที่น่าสนใจ เขาลุกขึ้นพึมพำว่าเดี๋ยวจะไปเอามื้อเที่ยงมาให้ อีกคนส่งเสียงตอบรับ ระหว่างนอนนิ่งบนเตียงก็ใช้สมองขบคิดหาวิธีทำให้ฮารุคาวะคุยกับเขาอีกครั้ง

ไซฮาระกลับมาพร้อมแซนวิชแฮมสองชิ้น ระหว่างทานโมโมตะยังคงประสบความสำเร็จในการเล่าความดีงามทั้งหมดของคนๆ เดิม

คนฟังเงียบด้วยพูดไม่ออกไปพักหนึ่ง ถ้าให้นึกถึงคนประเภทที่โมโมตะน่าจะชอบ ยังไงฮารุคาวะ มากิก็ไม่ได้อยู่ในลำดับแรกๆ ของลิสต์ ตามตรงเลย เธอไม่ติดสำรองของสำรองด้วยซ้ำ ดวงตาสีอ่อนกะพริบมองอีกฝ่ายอย่างสงสัย

"ไม่ใช่ว่าเธอ...ค่อนข้างน่ากลัวเหรอ?"

"ก็แค่ขี้อายนิดหน่อยเอง!" โมโมตะรีบแย้งในทันที"แล้วฉันก็มั่นใจว่าเธอจะต้องน่ารักกับคนที่สนิทด้วยแน่นอน"

ภาพเมื่อคาบพละยังคงติดตา ไซฮาระยังคงจำได้ดีถึงวันที่เขากำลังนั่งดูการแข่งขันวอลเลย์ของฝั่งผู้หญิง ฮารุคาวะกระโดดตบบอลแรงทำแต้มจนมันเด้งพื้นฝั่งตรงข้ามกระแทกหน้าอิรุมะ เสียงร้องไห้จ้าละหวั่นพร้อมเลือดจากจมูกทำให้ความน่าเกรงขามของฝั่งนั้นพุ่งขึ้นสิบระดับ เขาลอบมองเท้าบวมเป่งของโมโมตะ เด็กหนุ่มตรงหน้าไม่สะทกสะท้านทั้งยังเอนตัวเข้ามาพูด

"อย่างที่บอก เธอก็แค่ขี้อาย ถ้าลองได้มีเพื่อนสักคนเดี๋ยวก็มั่นใจขึ้น”

ไซฮาระไม่มีคำตอบรับไหนดีกว่า 'ระวังตัวด้วย' แต่เห็นสีหน้ามุ่งมั่นนั่นแล้วก็จำใจปิดปากเงียบต่อไป

 

 

 

ระหว่างรออาจารย์เข้าคาบ อยู่ดีๆ ก็มีก้อนกระดาษปาอัดหลังหัวเขาอย่างจัง โมโมตะหันซ้ายขวาหาตัวต้นเหตุก่อนก้มเก็บมันมาคลี่ออก เห็นลายมือที่คุ้นตาพิกล

โอ้ นายยังเด็กเหลือเกินโมโมตะจัง ถ้าให้ดีเริ่มจากมิตรภาพแบบเพื่อนก่อนแล้วความรักจะเป็นฝ่ายเข้าหาเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเอง สุดท้ายนายอาจอกหักดังเป๊าะหรือติดเฟรนด์โซนแต่ฉันสัญญาว่ามันจะเจ็บไม่นานนักหรอก โชคดีน้า

“โอมะ!!!”

ผู้ต้องหายังคงมีสีหน้าเรียบเฉยทว่ากลั้นขำจนไหล่สั่นไปหมด ยิ่งหัวร้อนขึ้นไปอีกเมื่อเห็นข้อความตรงด้านหลังแผ่นประมาณว่าโอ๊ยๆ โวยวายใหญ่ เขินอะดิ

จังหวะเดียวกับที่โมโมตะลุกขึ้นเตรียมไปใส่เดี่ยวกับโอมะ ความเจ็บปวดที่เหมือนจะลดลงแล้วพลันแล่นสู่เท้าเจ้ากรรมจนต้องนั่งลงตามเดิม เจ้าตัวแสบเห็นดังนั้นก็หัวเราะร่าผาสุกขณะคนข้างกายกุมขมับเครียด

 

 

 

"เป็นสุดยอดพี่เลี้ยงเด็กแสดงว่าเธอก็ต้องใจดีและอ่อนโยนมากแน่ๆ เขาว่าเด็กเล็กจะมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของคนนะ"

เช้าวันถัดมาโมโมตะก็ยังคงชวนฮารุคาวะคุย

"จะว่าไป เธอดูแลพวกเขาขนาดไหนเหรอ เปลี่ยนผ้าอ้อม? ทำอาหาร? เล่นด้วย? อ่านนิทานก่อนนอน? มอบอ้อมกอดอุ่นๆ แล้วก็จุ๊บราตรีสวัสดิ์?"

เด็กสาวนั่งนิ่งเงียบราวกับรอยยิ้มเมื่อวานเป็นเพียงการมโนไปเอง โมโมตะเม้มริมฝีปากแน่นหันไปมองนาฬิกาหน้าห้อง ถึงจะเข้าห้องมาเร็วแต่ตอนนี้เหลืออีกไม่ถึงสองนาทีจะเริ่มคลาสและฮารุคาวะไม่เปิดปากคุยกับเขาเลยแม้แต่ประโยคเดียว

เด็กหนุ่มเอนตัวไปพิงพนักเก้าอี้นั่งเหม่อลอยคิดหาวิธีใหม่ สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย อาจมาจากความโล่งใจที่ไม่ถูกบุกรุกความเป็นส่วนตัวอีกต่อไปแล้ว แต่โมโมตะไม่ปล่อยให้บรรยากาศเงียบนานนัก

"ฉันว่าเธอแข็งแรงแล้วก็พลังเยอะมากเลย เมื่อวานทำเท้าฉันบวมจนเดินแทบไม่ได้แน่ะ"

เด็กสาวหันมามองด้วยแก้มสีชมพูที่ไม่รู้ว่าเพราะความอับอายหรือโมโห เมื่อความสนใจพุ่งมาหาเขาก็ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เหมือนมือเธอที่จับปากกาอยู่จะกำแน่นขึ้นแต่ก็ไม่ได้นิ่วหน้าหรือขมวดคิ้ว โมโมตะถือว่านั่นเป็นการอนุญาตให้เขาพูดต่อ

"เราน่าจะมาฝึกด้วยกันนะ นี่ฮารุคาวะ เธอชอบออกกำลังกายไหม?"

ใบหน้าหวานหันกลับไปมองกระดานเมื่อได้ยินเสียงกริ่งเข้าเรียน อาจารย์ที่ยืนอยู่หน้าชั้นเตรียมเช็กชื่อทำให้เด็กหนุ่มกลอกตาไปมาที่โดนขัดจังหวะ

สองสามนาทีต่อมาก็มีโน้ตถูกฉีกวางหน้าเขา ฮารุคาวะยังนิ่งเป็นหินจับจ้องกระดาน แต่โมโมตะขอนับมันเป็นชัยชนะก็แล้วกัน

เมื่อไรล่ะ
 

 

 

 

มันเป็นวันครบรอบสองเดือนที่ได้คุยกันตอนที่อาจารย์สั่งให้ทั้งคลาสจับคู่ทำงาน ไซฮาระกลายเป็นปัญหายื้อแย่งระหว่างโอมะกับอาคามัตสึโดยสมบูรณ์ ขณะที่โมโมตะแค่มองแล้วยังรู้สึกเหนื่อยแทน "ฮารุมากิ" สะกิดเด็กสาวข้างกาย เธอเลิกคิ้วแต่ก็ละมือจากการอ่านหนังสือ

"คู่กันไหม?"

คิ้วยิ่งเลิกสูงขึ้นไปอีก เธอเขยิบเก้าอี้เข้าใกล้แล้วกางกระดาษแผ่นใหญ่บนโต๊ะ

พวกเขาเขียนทุกอย่างที่คิดได้ลงไปก่อนสามนาทีให้หลังไอเดียสุดแสนบรรเจิดก็ผุดขึ้นมาในสมองโมโมตะ

"ยังไงเราก็ต้องนำเสนอผลงานของเชคสเปียร์อยู่แล้วนี่"

อีกคนพยักหน้า

"งั้นทำไมเราไม่แสดงฉากสั้นๆ กันล่ะ? เขาไม่ได้กำหนดว่าให้นำเสนอแบบไหนและฉันว่ามันน่าสนใจกว่าโปสเตอร์หรือรายงานแน่นอน"

ฮารุคาวะนิ่งทบทวนไปครู่นึง ดวงตาคู่สวยไล่อ่านชื่อผลงานของเชคสเปียร์ เธอพยักหน้าอีกครั้งและชี้ไปที่ชื่อแรกของลิสต์ หัวใจของเด็กหนุ่มกระตุกวูบเพราะมันคือโรมิโอ แอนด์ จูเลียต

"ไม่เอาอันนี้ เลี่ยน"

"เอ๋" โมโมตะกะพริบตาปริบๆ เมื่อผลงานยอดนิยมถูกตัดออกเป็นอันแรก "แต่ฉันว่ามันเข้าใจง่ายแล้วก็สนุกดีออก"

"ไม่เอา" แล้วฮารุคาวะก็ขีดฆ่าไม่ปรานี เด็กหนุ่มหน้าหงอยพึมพำอย่างน้อยใจกับตัวเองอยู่พักนึงจนสะดุ้งเฮือกอีกทีตอนมือของเด็กสาวแปะลงที่ไหล่เขา

"โทษที เหม่อไปหน่อย เธอว่าไงนะ?"

เด็กสาวย่นหน้าผากรำคาญและเน้นเสียงทวนประโยคเดิม บนกระดาษมีหัวข้อเพิ่มขึ้นมาเยอะและมีหัวข้อหนึ่งที่ได้รับการวงไว้

"ฝัน ณ คืนกลางฤดูร้อน คิดว่าไง?"

ความคิดแรกที่พุ่งเข้ามาในหัวคือผมสีน้ำตาลยาวของฮารุคาวะประดับด้วยดอกไม้ เดรสเลือดหมูจีบระบายอย่างเทพธิดาพร้อมเท้าเปลือยเปล่า ใบหน้าหวานไร้เครื่องสำอางงามหยดและโมโมตะได้แต่พยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดนั้น

ฮารุคาวะมองเขาด้วยแววตาราบเรียบแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากยกตัวอย่างซีนที่น่าสนใจมาให้เลือก

"ข้าจูบผ่านรูกำแพงแล้ว ไม่ใช่ริมฝีปากเจ้าเลยสักนิด"

ระหว่างนั้นโมโมตะลืมไปเลยว่าเสียงอีกฝ่ายโมโนโทนขนาดไหน พวกเขากำลังซ้อมบทกันและแทบไม่รู้สึกเลยว่าเธอพยายามจะสื่ออะไร ดวงตาสีทับทิมสบกับเขา มันเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ

"ดีแล้วนะแต่ฉันว่าเธอควรจะ..." เขาเอามือลูบหลังคอระหว่างหาคำที่เหมาะสม "ใส่อารมณ์มากกว่านี้ คิดซะว่าถ้าเป็นเธอจะรู้สึกยังไงตอนพูดประโยคนั้น"

"แล้วมันมีเหตุการณ์ไหนในชีวิตที่ฉันต้องพูดประโยคนั้น?"

"เมื่อไรก็ตามที่มีคนขอจูบเธอผ่านรูกำแพง"

อีกคนทำเสียงจิ๊จ๊ะไม่พอใจ แต่ก็ยอมปรับสีหน้าให้ดูอ่อนหวานและงงงวยตามบท เธอควรจะยื่นหน้าเข้ามาอีกนิดหรืออย่างน้อยก็เอามือแตะแก้มเขา หากเด็กสาวเพียงแค่สบตาอย่างลึกซึ้งขณะทวนบทอีกครั้งด้วยเสียงที่ชัดถ้อยกว่าเดิม

ใบหน้าหวานมีรอยยิ้มบางเบา "ดีขึ้นไหม?"
 

 

 

"สรุปนายเป็นเพื่อนหรือสตอล์กเกอร์กันแน่?" โฮชิ เรียวมะแซวอย่างไม่ออมเสียงนัก

เริ่มแน่ใจหน่อยๆ แล้วว่าบางทีโมโมตะอาจมีแรงจูงใจซ่อนเร้นในการสมัครเป็นตัวสำรองเทนนิสชายงานกีฬาโรงเรียน เจ้าตัวติดสอยห้อยตามเขามาถึงคอร์ทหน้ายิ้มแย้มทั้งที่วางมือเลิกเล่นไปตั้งแต่ม.ต้น

แล้วเขาก็ได้เห็นแววตาของอีกฝ่ายจับจ้องไปที่ผู้เข้าแข่งขันฝ่ายหญิง เป็นครั้งแรกที่ตามแผนการของโมโมตะไม่ทัน เจ้าตัวตะโกนเรียกฮารุคาวะพร้อมโบกมือให้ทั้งรอยยิ้ม ขณะที่เขาต้องคอยดึงชายเสื้อไม่ให้มันพุ่งตัวไปหาซะก่อน

"โมโมตะ ฉันขอเตือนก่อนนะว่าเด็กคนนั้นฆ่านายได้เลยถ้าไปทำให้เธอโกรธ ฮารุคาวะไม่เคยมีเรื่องกับใครในแมตช์ก็จริงแต่ฉันเคยเห็นเธอเล่น และทุกครั้งที่เสียแต้ม เธอ—"

"ก็แค่อายน่า" โมโมตะแก้

ถอนใจเฮือกใหญ่เมื่อเห็นว่าฝั่งนั้นยังไม่ละสายตาจากฮารุคาวะ เด็กสาวกำลังวอร์มอัพซ้อมหวดลูกอย่างขันแข็ง น้ำหนักมือและการจับไม้แบบนั้น โฮชิสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่คุ้นเคยออกมาจากตัวอีกฝ่าย ในส่วนของโมโมตะนั้นไม่เข้าใจอะไรเลยสักนิด

"นี่ ขอยืมแร็กเก็ตแป๊ปได้ไหม? ไม่ได้จะไปกวนนะ แค่อยากอุ่นเครื่องเผื่อไว้ก่อน"

โฮชิส่ายหน้า แต่วินาทีต่อมาไม้ของเขาก็ไปอยู่ในมือโมโมตะ
 

 

 

หลังจบการแข่งขันโมโมตะก็รีบเก็บของเปลี่ยนชุดกลับ ออกมารอโฮชิและคนอื่นๆ ที่หน้าห้องล็อกเกอร์...อ่า โอเค เขายืนเยื้องไปฝั่งของพวกผู้หญิงมากกว่าแต่มันไม่มีอะไรเลยจริงๆ

ฮารุคาวะเดินออกมาในเวลาไม่นาน เธอดูประหลาดใจที่เห็นเขาแต่ก็ส่งยิ้มให้

"ไงโมโมตะ ดักรอคนอื่นสนุกไหม?"

เขาปฏิเสธได้ในทันที "เพราะมีแข่งเทนนิสต่างหากล่ะ ฉันก็เลยมาเพื่อเป็น—"

"เชียร์ลีดเดอร์?"

"กำลังเสริม" โมโมตะนิ่งทบทวนสิ่งที่ได้ยินชั่วครู่ "เดี๋ยว เธอเพิ่งเล่นมุกไปใช่ไหม!?"

อีกฝ่ายยังนิ่งเงียบหากรอยยิ้มนั้นส่งไปถึงดวงตา ก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ รูดซิปกระเป๋ากีฬายื่นโทรศัพท์ให้เขา โมโมตะกะพริบตาปริบแต่ก็ให้เบอร์ตัวเองโดยดี

เธอพึมพำอะไรบางอย่างเมื่อเดินผ่านเขาไปทางออก "เผื่อจะนัดมาเล่นด้วยกัน"

 

 

 

พวกเขาพรีเซนต์งานคู่เกือบจบแล้วและมันก็ไปได้สวย ช่วงแรกโมโมตะต้องพูดนอกบทมากเป็นพิเศษเพราะฮารุคาวะค่อนข้างเงียบทิ้งเดดแอร์ไว้เสียมากมาย แต่เมื่อจูนกันติดทุกอย่างก็อยู่ในการควบคุม พวกเขาต่อบทสนทนากันราวกับโลกใบนี้มีเพียงเราสอง และเมื่อถึงประโยคสุดท้ายของฮารุคาวะ "ข้าจูบผ่านรูกำแพงแล้ว ไม่ใช่ริมฝีปากเจ้าเลยสักนิด" ก็ถูกเปล่งออกมาขณะที่เด็กสาวโน้มตัวมาใกล้

ใบหน้าแดงก่ำและหายใจเร็วจนเกือบกลายเป็นหอบ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะการตกเป็นจุดสนใจของทั้งคลาส โมโมตะเห็นดังนั้นก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เตรียมกล่าวประโยคสุดท้ายเพื่อจบเรื่องก่อนจะมีคนเป็นลมไปซะก่อน แต่ทันใดนั้นเอง โอมะ โคคิจิคนดีคนเดิมก็นึกคึกป้องปากตะโกนขึ้นมาว่า "จูบเลย! จูบเลย!" ทำให้โมโมตะหน้าแดงไปถึงหูอย่างช่วยไม่ได้ และก่อนที่เขาจะได้อ้าปากพูดอะไร รู้ตัวอีกทีเขาก็กำลังจูบกับเด็กสาวตรงหน้า หรือพูดให้ถูกคือ ฮารุคาวะประทับริมฝีปากลงกับเขา

ทั้งคลาสเฮลั่นปรบมือกันเกรียวกราวราวกับมีใครได้แต่งงาน เด็กสาวผละริมฝีปากก่อนซุกหน้าลงกับไหล่เขา มือที่เหมือนจะกอดทุบหลังอีกคนด้วยความอับอาย เหมือนได้ยินเสียงเจ้าตัวป่วนหัวเราะด้วยความชอบใจก่อนจะบอกให้ทุกคนเงียบลงหน่อย โมโมตะที่พอมีสติอยู่บ้างกล่าวจบการแสดงอันคะแนนสิบเต็มสิบนี้ สองขาพาร่างไร้วิญญาณไปนั่งเหม่อลอยที่โต๊ะ

ข้างๆ เขาเด็กสาวมุดหน้าลงกับแขนจนเห็นแค่ผมสีน้ำตาลยาวสลวย ไม่มีเสียงร้องไห้ ไม่มีเสียงอาฆาตพยาบาท เธอก็แค่หนีออกจากโลกแห่งความเป็นจริง โมโมตะเองไม่รู้จะปลอบยังไงเพราะเธอเป็นฝ่ายเข้ามาจูบเขาก่อนและนั่นคือสาเหตุ

เมื่อกริ่งเลิกคลาสดังขึ้นฮารุคาวะก็วิ่งออกจากห้องไป โดยมีโมโมตะวิ่งตามหลัง…เป็นภาพสโลว์โมชั่น คนที่เหลือก็ได้แต่นั่งมองตาปริบๆ


 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ Heinewriter1313

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น