นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

นิยาย { Kaiouma | Oumakai } ASKING FOR THE MOON

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

ask for the moon idiom

    
     to ask for something that is very difficult or impossible to get


sqw

เนื้อเรื่อง อัปเดต 22 ม.ค. 64 / 01:55


(∫˘▽˘)∫ AU no killing game!, แซ่บแบบสองโพ—แค่ก สนทนาภาษาอังกฤษนิดโหน่ย ทุกคนอายุยี่สิบ & ไคโตะนักศึกษาฝึกงานนาซ่า

 

 

 

มีเสน่ห์

นั่นคือคำนิยามที่โมโมตะ ไคโตะมอบให้ใครคนหนึ่งที่ดึงดูดสายตาเขาไปตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่างกรายเข้ามาในคลับ ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของรูปร่างเพรียวได้สัดส่วน ไล่ตั้งแต่เสื้อแขนยาวสีเข้มที่ปลดกระดุมคอ กางเกงสีดำขาดเข่าเผยผิวนวลน่ามอง ผ้าพันคอลายตารางหมากรุกที่ขัดกับสถานที่ไปบ้างแต่ก็เข้ากับเจ้าตัวที่สุด

ทุกอย่างช่างแสนลงตัว

สปอร์ตไลท์ม่วงอมฟ้าสาดส่องทั่วไนท์คลับขณะที่เพลงเริ่มเปลี่ยนบีทจากสบายๆ เป็นหนักขึ้น คนทั้งร้านโยกไปกับเสียงเพลง รวมทั้งผู้ชายคนนั้นที่เขาหมายตามาตั้งแต่ต้น

ร่างเพรียวน่ามองเคลื่อนกายเล็กน้อยตามจังหวะ มือหนึ่งถือขวดแก้วสีม่วงที่พร่องไปกว่าครึ่ง หากใบหน้านั้นกลับยิ้มแย้ม สนุกสนานราวกับเด็กๆ

น่าสนใจ

คนแบบไหนกันที่ทั้งยั่วยวน หากก็น่าเอ็นดูราวกับเทวดาตัวน้อย

“Are you single?” อาศัยจังหวะที่เข้าใกล้อีกฝ่ายมากที่สุดกระซิบข้างหู น่าแปลกที่อีกคนไม่มีท่าทีตกใจเลยแม้แต่น้อย เจ้าตัวเพียงแค่เงยหน้าขึ้นจนเขาสามารถเห็นใบหน้าได้อย่างชัดเจน ดวงตากลมช้อนมองพร้อมทอดรอยยิ้มหวานหยดให้ วินาทีนั้นเขาแทบลืมหายใจ

“...Does it look like I'm with someone?” นอกจากคนคนนั้นจะมีรูปร่างที่แสนลงตัวและใบหน้าที่แสนดึงดูดแล้ว เขายังมีเนื้อเสียงทุ้มเสนาะหู

“Maybe you're apart from them.” เขาได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักสวยนั่น อีกฝ่ายโน้มตัวเข้ามาเพื่อจะสนทนาให้ชัดเจนขึ้น

“You’re from Japan, aren’t you?”

 “I am—Wait..How did you know?”

“Lucky guess~! Well then, I will not sugar-coat things so you won’t misunderstand” วินาทีนั้น ภาพของอีกฝ่ายที่เหมือนกับเทวดาตัวน้อยแตกเป็นเสี่ยงๆ เหลือแต่ภาพปีศาจที่แย้มรอยยิ้มยั่วยวนพร้อมกับมือเรียวที่ยกโอบรอบคอเขา “I’m looking for some fun tonight”

“I—” โมโมตะตัวแข็งทื่อกับความแนบชิด สมองประมวลผลช้าไปชั่วขณะ “My room is just down the street”

 

 

 

ชายหนุ่มกดร่างเล็กกว่าลงกับเตียง มือปลดกระดุมอีกฝ่ายออกขณะที่ริมฝีปากยังคงประกบติด มอบจูบที่เปี่ยมไปด้วยแรงอารมณ์ราวกับต้องการจะสื่อให้คนใต้ร่างได้รับรู้ สบดวงตาคู่สวยที่ปริ่มไปด้วยความปรารถนาไม่ต่างกัน มือเรียวนั้นแสนร้ายกาจจนเสื้อเขาร่วงลงกับพื้นโดยที่แทบไม่รู้ตัว

คนตรงหน้าถอนจูบออกมาอ้อยอิ่ง ไม่มีท่าทีหอบหายใจหรือเหนื่อยล้าแม้แต่น้อยราวกับเป็นผู้เชี่ยวชาญคนนึง และเขาเองก็ยอมรับอย่างเต็มหัวใจ จูบของคนตรงหน้ายอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยได้รับ อีกฝ่ายกัดริมฝีปากล่างของเขาเบาๆ ราวกับจะหยอกเย้า

“What are you waiting for?”

สิ้นคำพูดนั้น โมโมตะแทบกระโจนเข้าใส่อีกฝ่าย

 

 

 

โมโมตะ ไคโตะหยีตาพลางยกมือบังแสงรำไรของอาทิตย์วันใหม่ อีกแขนพาดออกข้างกายหวังสัมผัสร่างกายนุ่มๆ ที่เขานอนกอดไปเมื่อคืน แต่ที่ตรงนั้นกลับเหลือเพียงความว่างเปล่า 

ไปแล้วเหรอ... 

ไม่สิ ได้ยินเสียงน้ำฝักบัว

ลุกขึ้นนั่งคว้าบอกเซอร์ที่ตกอยู่ข้างเตียงมาใส่ ไม่กี่อึดใจ คนที่รอคอยก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยท่าทางสบายๆ เรือนผมสีหมึกลู่ลงล้อมกรอบหน้า อีกฝ่ายใส่กางเกงเรียบร้อยแต่ท่อนบนยังคงเปลือยเปล่า รอยแดงขึ้นสีรอบลำคอและแผ่นอก พาดผ้าเช็ดตัวผืนเล็กไว้บนบ่า

และเมื่อเห็นเขามองอยู่ก็เลิกคิ้วราวกับจะถามว่ามีอะไร “Morning, enjoyed last night?”

“Morning” เขาทักทายกลับงงๆ นี่มันสถานการณ์ประเภทไหนกันล่ะเนี่ย พอต้องมาคุยกันอีกครั้งแบบสติครบส่วนทั้งที่เพิ่งมีสัมพันธ์เมื่อคืนมันก็น่าอายแบบแปลกๆ “I've never...had sex...this rough”

“Never?” คนถามยิ้มเผล่ราวกับจะแซว “Then you are not doing it right, my love” 

ร่างเล็กเช็ดผมตัวเองท่าทางสบายอารมณ์ ทุกอย่างดูชิลไปหมดจนเขาได้แต่นึกสงสัย

หรือเมื่อคืนกูโดนฟันวะ

ไม่มั้ง...

คนเป็นเจ้าของห้องถอนใจเฮือกใหญ่ มือควานหัวเตียงหาโทรศัพท์ “กี่โมงแล้วเนี่ย”

“เจ็ดโมงเป๊ะ อ้อ เมื่อกี๊แกะแปรงสีฟันกล่องใหม่มาใช้ ไม่ว่ากันเนอะ”

เขาส่งเสียงตอบรับส่งๆ ก่อนระลึกได้ถึงความจริงข้อใหญ่

“เดี๋ยว— นี่พูดญี่ปุ่นได้?”

เจ้าตัวพยักหน้าตาใสเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในโลก “Indeed! Japanese!”

“แล้วทำไมไม่บอกล่ะเฮ้ย!?”

คนโดนคาดโทษยักไหล่ไม่ใส่ใจ “ก็ไม่ได้ถามเองนี่ ว่าแต่ปกติกินมื้อเช้าไหม? สั่งพิซซ่าไปแล้ว โปร 1 แถม 1 เดี๋ยวยกให้ถาดนึงละกัน” 

ฮะ? 

อีกฝ่ายว่าขณะเดินมาล้มตัวลงนั่งข้างเขา กลิ่นกายหอมจากเจลอาบน้ำพาให้อารมณ์ดีอย่างน่าประหลาด จะบอกว่ามันมอมเมาให้เลิกใส่ใจการกระทำของอีกฝ่ายก็ไม่ผิดนัก

รู้ตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงผู้ประกาศข่าวดังจากโทรทัศน์และรีโมตไม่ได้อยู่ในมือเขา

นี่สรุป...ใครเป็นเจ้าของห้องนะ...

 

 

 

ไม่นานอาหารเช้าที่อีกคนสั่งไว้ก็มาถึง พิซซ่าหอมกรุ่นสองถาด ฮาวาเอี้ยนทั้งคู่ เลือกได้โคตรเซฟ เพราะมนุษย์บนโลกนี้มีสองประเภทหนึ่งคือพวกกินสับปะรดในพิซซ่าและสองคือคนปกติ

“โมโมตะ ไคโตะ” เขาแนะนำตัว คนฟังยิ้มนิดๆ ไม่ได้มีท่าทีแปลกใจอะไร “แล้วนาย...” เขาถามซ้ำเมื่ออีกฝ่ายทำเมินให้ความสนใจกับความยืดของชีสซะมากกว่า 

“สนุกกันทั้งคืน เพิ่งนึกได้ว่ายังไม่รู้จักชื่อฉันรึไง” 

“ก็นะ…”

“ไม่เห็นต้องรู้เลยนี่ ได้แล้วก็จบ แยก วันไนท์ไง” นิ้วชี้แตะริมฝีปาก เจ้าตัวหัวเราะเสียงใสเหมือนเขาถามอะไรที่ดูอ่อนต่อโลกจนน่าขำ “รู้อะไรไหม คนสองคนเจอกันครั้งแรกแค่เรื่องปกติ ครั้งที่สองคือบังเอิญ ส่วนครั้งที่สาม...เขาว่าเป็นพรหมลิขิต” 

ความหวังที่จะได้รู้จักคนตรงหน้าแทบเป็นศูนย์ โมโมตะกลอกตาเริ่มคิดแล้วว่าผีห่าซาตานที่ไหนดลบันดาลให้เขานอนกับมันตั้งแต่แรก บนเตียงว่าอ้อนเก่งแล้ว นอกเตียงอ้อนตีนเก่งกว่าอีก

“ถ้าไม่อยากให้เป็นแค่คืนเดียว ก็ทำให้มันเป็นคืนแรกซะสิ แล้วฉันจะตั้งตารอคอยนายนะ...โมโมตะจัง<3” 

ผู้ชายคนนั้นกลับไปแล้ว…

กลับไปโดยที่เขาไม่รู้แม้แต่ชื่อ แชท เบอร์โทร หรือช่องทางการติดต่อใดๆ

นี่มันบ้ามาก เขาจะไปมีปัญญาหาคนๆ นึงจากทั่วเกาะเมอร์ริตต์โดยไม่มีข้อมูลอะไรเลยได้ยังไง

“...พยายามเข้านะ ฉันรอพรหมลิขิตจากนายอยู่งั้นเหรอ...เหอะ...” 

แม่งเอ๊ยยย ดูยังไงก็ตีความได้อย่างเดียวว่าเจ้าตัวกำลังสนุกมากกับการปั่นหัวเขาเล่น! 

 

 

 

เย็นวันนั้นโมโมตะลองกลับไปที่คลับเดิมอีกครั้ง แอบหวังลึกๆ ว่าจะได้เห็นใครบางคนอยู่ในร้าน นั่งวนแก้วเล่นจนเวลาล่วงเลยไปถึงเกือบตีหนึ่งนั่นล่ะถึงได้ตัดใจเดินออกจากร้านหงอยๆ

วันอาทิตย์ เขาทำการถีบตัวเองออกจากห้องไปวิ่งสวนสาธารณะใกล้บ้าน ระหว่างทางกลับผ่านร้านพิซซ่าและถูกเสนอใบปลิวตามระเบียบ วันนี้ก็ยังอยู่ในช่วงโปรโมชั่น 1 แถม 1 โมโมตะขมวดคิ้ว ลงท้ายก็หย่อนลงถังขยะแถวนั้นไม่ใส่ใจอะไร

วันจันทร์ โมโมตะออกไปฝึกงานตั้งแต่เช้าอย่างไม่เคยเป็น แวะซื้อกาแฟร้านที่ไม่เคยซื้อ เข้าสำนักงานใหญ่ด้วยความผิดหวังที่ฉายชัดบนใบหน้าจนซีเนียร์หลายคนเอ่ยปากแซว ก่อนจะแวะไปนั่งเล่นที่คลับเดิมหลังเลิกงาน...

วันอังคาร เขาตื่นสาย รีบร้อนออกจากห้องจนลืมผูกเนคไท โชคดีที่มีสำรองไว้ในกระเป๋าเส้นนึง ใจลอยจนโดนเรียกไปตักเตือนว่าถ้ามีความตั้งใจแค่นี้ยังไงก็ไม่มีทางแม้แต่จะแตะขอบยาน คืนนี้เลยตั้งใจจะนอนเร็วบ้าง แม้ไปคลับไม่ได้ก็มิวายแวะซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต

วันพุธ วันนี้เขาต้องสลับไปศึกษาภาคทฤษฎีที่มหาลัย โมโมตะนั่งเท้าคางมองวิดีทัศน์ของศาสตราจารย์ กลับไปนึกฝันถึงอวกาศได้เสียทีหลังปล่อยให้ใครบางคนเข้ามาแย่งพื้นที่จิตใจไปหลายวัน จบคลาสคราวนี้เขาไม่แวะเวียนคลับประจำแต่ไปสำรวจร้านอื่นในละแวกเดียวกัน ไม่ต้องบอกใช่ไหมว่าผลเป็นไง

วันพฤหัสบดี หลังเทคควิซดาราศาสตร์ ตอนเย็นก็เฟซไทม์ข้ามทวีปนั่งกินข้าวกับไซฮาระและฮารุคาวะ บอกเล่าปรึกษาปัญหาความนกในชีวิตซึ่งคุณพี่เลี้ยงเด็กถอนใจตามมาอย่างไม่คิดปิดบังปากงุบงิบให้โฟกัสกับการเรียน ขณะที่คุณนักสืบร่วมสุมหัวตั้งอกตั้งใจถามข้อมูลจากเขาราวกับกำลังซักคดี

วันศุกร์ ซีเนียร์ที่มาช่วยฝึกภาคปฏิบัติก่ายหน้าผากร่ำจะเอาหัวโขกมุมเต้าหู้ โมโมตะกะพริบตาปริบเพื่อจะพบว่าทั้งโลกกำลังกลับหัว คนเหม่อลอยร้องลั่นมือไม้กระพือเหมือนเด็กตกน้ำเมื่อแผงวงจรส่งสัญญาณอเลิร์ทให้เข้าเปลี่ยนวิถีกระสวย ไม่กี่วินาทีต่อมาเครื่องปรับสุญญากาศก็ปิดลง เขาตกแหมะลงบนฟูก รุ่นพี่เข้ามาตบไหล่เบาๆ ว่าเห็นแก่เป็นครั้งแรกจะยังไม่รายงานเรื่องนี้เข้าส่วนกลาง

วันเสาร์...คงได้เวลาตัดใจ เป็นสัปดาห์แล้ว ป่านนี้อีกฝ่ายเดินทางออกจากรัฐฟลอริด้าแล้วมั้ง ยังไม่มีวี่แววว่าไอ้โชคชะตาจะทำงานของมันแม้แต่น้อย ซ้ำยังมารังควานขัดขวางการทำงานเขาแทนอีก 

มือไล่ตามปกหนังสือที่วางเรียงกันบนชั้น อ่านชื่อเรื่องแต่ละอันแล้วได้แต่นิ่วหน้า ก่อนจะเงยขึ้นไปเห็นป้ายหมวด ‘สยองขวัญ’ เล่นเอาหมุนออกจากชั้นแทบไม่ทัน แต่นั่นทำให้บังเอิญเห็นใครบางคนที่ตามหามาทั้งสัปดาห์

ร่างเล็กที่เขาเคยเจอเพียงครั้งเดียวแต่ทุกอย่างประทับแน่นในความทรงจำ ต่างเพียงแค่ชุดวันนี้ดูจะเรียบร้อยกว่าที่เจอวันนั้นมาก ทั้งกางเกงขายาวและเดรสเชิ้ตขาวจดเย็บทับ ที่เหมือนเดิมเห็นจะเป็นผ้าผูกคอลายตารางหมากรุก ไม่สิ คำว่าเรียบร้อยน่าจะผิดความหมายไปหน่อย...เรียกว่าน่ารักจะถูกกว่า

หากคราวนั้นมีภาพลักษณ์เป็นปีศาจแสนยั่วยวน คราวนี้ภาพลักษณ์เทวดาตัวน้อยก็เป็นฝ่ายกลับมาแย่งซีนนั่นล่ะ เขาเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่ายที่จดจ่ออยู่กับนิยายสืบสวนสอบสวนในมือ

“ไง รอนานไหม” โมโมตะถอนใจ เห็นอีกฝ่ายยกยิ้มก่อนปิดหนังสือวางลงบนชั้น

“เกือบคิดว่าจะไม่เดินเข้ามาทักแล้วนะ” คนตรงหน้าเอียงคอน้อยๆ ท่าทางไม่ยี่หระ จะบอกว่าน่าหมั่นไส้ก็ใช่ จะบอกว่าน่าดึงดูดด้วยก็คงใช่อีก 

“อ้าว ถ้าเห็นแล้วทำไมไม่ทักล่ะ”

“ก็หาหนังสืออยู่ไม่เห็นเหรอ แล้วนี่เดินเข้ามาคิดออกแล้วเหรอว่าจะชวนคุยเรื่องอะไร ชวนทำอะไร บอกก่อนเลยว่าถ้าไม่สนุกไม่ไปนะ” คนพูดชี้นิ้วหน้าบูดเป็นเด็กๆ จนโมโมตะแอบคิดว่านี่ใช่คนที่เขามีสัมพันธ์ร้อนแรงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วแน่หรือ...หรือภาษาอังกฤษมีเวทมนตร์...

“เอ้าเร็วสิ พาไปทำอะไรสนุกๆ หน่อย เบื่อแล้ว” 

“โอยยย” นี่เพิ่งจะหาเจอเองนะ แล้วเขาก็อยากได้คนฮอตที่ติดใจคืนนั้น...ไม่ใช่เด็กห้าขวบเฟ้ย! โตแล้วเที่ยวเองไม่เป็นไง๊ 

“ลองบ่นมา จะหายไม่ให้หาเจออีกเลย”

โมโมตะเกาหลังหัวไม่สบอารมณ์ แต่เขาก็พอคิดกิจกรรมสนุกๆ ใกล้ร้านหนังสือนี่ได้ 

“ฉันมีที่นึง” เขาคว้ามือคนตรงหน้าพาเดินออกไป 

 

 

 

“วู้ววววว สนุกจังเลย~” ร่างนั้นเริงร่าเข้าไปอีกเมื่ออยู่บนลานน้ำแข็งลื่นที่หลังจากลงไม่ถึงสิบนาที เจ้าตัวก็คล่องไถเร็วจนเขาแทบตามไม่ทัน ถึงเป็นห่วงว่าจะล้มจะอะไรอยู่บ้าง แต่เขาก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่านี่เป็นทางที่ทำให้อีกฝ่ายมีความสุขมากที่สุด

แค่ปล่อยให้วิ่งไป แล้วคอยดูอยู่ห่างๆ ก็พอ

...เดี๋ยว นั่นฟังดูแปลกๆ แฮะ เหมือนเป็นสิ่งที่ฮารุมากิจะคิดตอนพาเหล่าอนุบาลทานตะวันเข้าสนามเด็กเล่น เขาไถตัวไปมาเชื่องช้าไม่ใช่ไม่คล่องเพียงแต่กลัวว่าตัวเองจะติดลมจนเผลอละสายตาจากอีกฝ่ายไป

รอยยิ้มกว้างๆ นั่น หากเป็นไปได้ก็อยากจะเห็นมันทุกวันอยู่หรอก เพียงแต่เจ้าตัวดูจะรักอิสระมากขนาดนั้นคงไปเรียกร้องอะไรมากไม่ได้... ยิ่งเข้าหาเหมือนยิ่งผลักไสตัวเอง เหมือนกับว่าถ้าเหยียบลงผิดตำแหน่งอีกฝ่ายก็พร้อมหนีหายไปตลอดกาล 

แบบนั้นเขาไม่ยอมแน่

 

 

 

“สไตรก์!” ร่างเล็กกำมือตาเป็นประกายเมื่อพินโบว์ลิ่งอันสุดท้ายล้มลง 

“เออๆ เก่งๆ” 

“ไม่เอาน่า เพิ่งเลิกล้างท่อไปเองนะ” 

“เลยบอกว่าเก่งไง”

อีกฝ่ายในวันนี้อารมณ์ดีจนน่าใจหาย คนที่ตื่นเต้นไปกับทุกสิ่งบนโลก คนที่หัวเราะไปพร้อมกับทุกกิจกรรมที่เขาพาทำ 

และโมโมตะรักความรู้สึกนั้น

ความรู้สึกที่เขาเป็นคนทำให้อีกฝ่ายยิ้ม

 

 

 

ร่างเล็กฮัมเพลงสุนทรีย์ตลอดทางจนหยุดอยู่ตรงบริเวณที่เริ่มปลอดคน ขณะนี้เป็นเวลาเกือบหกโมงเย็นแล้ว เขาพยายามจะชวนฝั่งนั้นทานข้าวต่อแต่แน่นอนว่าเฟล เจ้าตัวบ่ายเบี่ยงยกสารพัดเหตุผลมาอ้างจนในที่สุดเขาก็ต้องยอมแพ้ไป

“วันนี้ยอมรับเลยนะว่าประทับใจ...ชักเสียดายถ้าโมโมตะจังหาฉันไม่เจออีก”

“งั้นนายก็บอกชื่อมาสิ ยากตรงไหน” เขาเห็นอีกฝ่ายนิ่งคิดไปเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นฉายแวว...ลังเล? ในใจเขาพลันลิงโลดขึ้นมา ก่อนใบหน้านั้นจะเปลี่ยนเป็นยิ้มจนตาปิด 

“ไม่เอาดีกว่า~”

“อะไรที่ได้มาง่ายๆ มันก็ไม่สนุกสิ” 

โมโมตะส่ายหน้าปลง เขาหันซ้ายหันขวา เมื่อเห็นว่ารอบข้างไม่มีใครผ่านมาก็ตัดสินใจเชยปลายคางมนขึ้นเบาๆ ริมฝีปากนั้นยังคงหยักสวยไม่ต่างจากครั้งแรกที่พบ อีกฝ่ายกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ หลับตาลงเป็นฝ่ายโน้มเข้าประทับริมฝีปาก

ความหวานแผ่ซ่านเข้ามา เขาตอบรับสัมผัสของอีกฝ่าย หวังเพียงให้จูบนี้เป็นอีกสิ่งที่คนตรงหน้าไม่มีวันลืม จวบจนฝั่งนั้นพอใจนั่นล่ะถึงได้ถอนริมฝีปากออกมาช้าๆ

“อันที่จริง...การพบกันครั้งที่สองของเราไม่ต้องจบที่นี่ก็ได้นะ” คนตรงหน้าเงยขึ้นสบตาเขา แววตาที่โมโมตะเห็นคือความอันตรายแสนยั่วยวนที่เขาคะนึงหามาทั้งสัปดาห์ คนตรงหน้าทำลายภาพลักษณ์เทวดาตัวน้อยทิ้งในเสี้ยววินาที 

ถ้าอย่างนั้น… ก็จบแบบครั้งที่แล้วแล้วกัน…

 

 

 

 

 

——————————————————————————————————————————————

Random facts สนุกๆ: 

องค์การนาซ่าตั้งอยู่ที่เกาะเมอร์ริตต์ รัฐฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา, ซึ่งจะเป็นนักบินอวกาศเนี่ยอย่างน้อยก็ต้องจบปริญญา ไคโตะจึงยังแค่ฝึกงานอยู่ โดนไล่ไปเรียนมหาลัยตามระเบียบ อาเมน 

เกาะเมอร์ริตต์เป็นที่ท่องเที่ยวเสียมากกว่า ประมาณพัทยาบ้านเราล่ะนะ เพราะงั้นจะหากันไม่เจอก็ไม่แปลก คนส่วนใหญ่เขามาเที่ยวเดี๋ยวก็กลับ

ผลงานอื่นๆ ของ Heinewriter1313

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น