Slave นายไม่ใช่ทาสของใคร [JAETEN]

ตอนที่ 6 : ป่วยพร้อมกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 400
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    24 ต.ค. 60

     แผ่นหลังเล็กที่เต็มไปด้วยรอยแผลที่มากกว่าของเขาหลายเท่าตัวเพราะเตนล์เป็นเด็กหัวอ่อนตามเกมของผู้หญิงคนนั้นไม่ค่อยทันทำให้เวลาอยู่ลับหลังเขาก็มักจะถูกทำร้ายเสมอแต่สิ่งที่ไม่เข้าใจสำหรับแทยงคือทุกครั้งที่เตนล์โดนรังแกวันรุ่งขึ้นแจฮยอนก็กลับพูดกับเตนล์เหมือนกับว่าแม่ตัวเองไม่เคยทำอะไร ตอนแรกแทยงโกรธแจฮยอนมากแต่พอมาคิดๆดูแล้วน้องเขาก็ชอบอยู่ฝ่ายเดียวอีกคนจะไม่สนใจก็ไม่แปลก


“อ๊ากกกกกกกแสบอ่ะ”เตนล์เผลอจิกลงไปที่ขาตัวเองเพราะความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านทั่วหลัง


“อย่าตะโกนเสียงดังสิมันก้องปวดหู”แทยงยกนิ้วชี้ขึ้นที่ปากตัวเองเป็นการบอกให้เตนล์อยู่เฉยๆเพราะคนตรงหน้าดิ้นไปมาจนยามันไม่ถูกแผลสักที


“ไม่ใส่แล้วได้ไหมอ่ะแทยงเตนล์เจ็บ”


“ฉันทำให้เอาไหม”มุนกึนขัยบเข้ามาใกล้ๆแทยงก่อนจะมองแผลที่หลังเตนล์อย่างสงสารเพราะมันยังมีเลือดซึมและอีกอย่างแผลก็ดูสกปรกพอสมควร


“แต่.......”แทยงที่จะพูดขัดกลับเงียบลงเพราะมุนกึนพูดขัดก่อน


“แผลยังสกปรกแบบนี้ใส่ยาไปเกิดอักเสบขึ้นมาล่ะยุ่งเลยนะ ป่ะไปล้างน้ำกับฉันก่อนนะ”มุนกึนยกยิ้มอย่างอ่อนโยนทำเอาเตนล์คล้อยตามได้ไม่ยากก่อนที่หัวกลมๆนั้นจะพยักขึ้นลงช้าๆ



                แทยงมองการกระทำของผู้หญิงคนนี้อย่างไม่เข้าใจเพราะพวกเขาพึ่งเจอกันทำไมดูเหมือนเธอดูแลอย่างกับรู้จักกันมานานแบบนี้ แม้จะไม่เข้าใจแต่เพราะความหวาดระแวงเลยทำให้แทยงไม่ไว้ใจใครสักเท่าไหร่และนั่นทำให้การเคลื่อนไหวของเตนล์และ
มุนกึนมักจะมีแทยงเดินตามไปเสมอด้วยโซ่ที่ล่ามติดขาของพวกเขา มุนกึนก็มีโซ่เหมือนกัน


                การทำความสะอาดแผลและการรักษาเป็นไปอย่างเรียบร้อยและดูดีมากเมื่อเทียบกับที่ให้แทยงทำเอง เพราะเขาไม่ได้ใส่ใจที่ทำให้ถูกวิธีเลยไม่เคยคิดเรื่องการลุกลามของแผลเมื่อทำไม่สะอาดแต่มาตอนนี้เขากลับรู้สึกขอบคุณผู้หญิงคนนี้ที่ดูแลพวกเขาสองคนอย่างดี


“ง่วงก็นอนก่อนได้นะ”พื้นแข็งๆคือที่นอนที่ดีที่สุดในตอนนี้และเตนล์ก็ตบพื้นที่ข้างๆเพื่อให้แทยงล้มต้วนอนส่วนตัวเองก็นอนข้างๆแทยงแม้พวกเขาจะมีแผลที่หลังแต่การนอนตะแคงก็สะบายมากเหมือนกัน


                ความเงียบเข้าครอบงำตอนนี้ทั้งสามคนเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างที่จะเป็นเพราะความมืดบวกกับแสงไฟที่ดับลงเพราะเชื้อเพลิงหมดทำให้พวกเขาหลับได้ง่ายขึ้นและเตนล์ก็เผลอหลับไปทั้งๆที่วันนี้ทั้งวันเขายังไม่ได้กินอะไรเลยด้วยซ้ำ

 



                ในปราสาทที่หลังจากแยกกันด้วยมื้อค่ำเป็นแจฮยอนที่นอนไม่หลับเลยเดินไปหาจอห์นนี่ที่นั่งท่องกฏของการบริหารบ้านเมืองที่เจ้าตัวเกลียดนักเกลียดหนาแต่เมื่อเห็นว่าใครเข้าห้องมาก็ต้องปิดหนังสือนั่นลงก่อนจะเสมองมาที่น้องชายตัวปัญหา


“เข้ามาหาแบบนี้มันผิดนิสัยของนายนะแจฮยอน”


“ก็แค่นอนไม่หลับหาคนคุยด้วยเท่านั้นแหละ”ปกติเวลาเขานอนไม่หลับก็แค่หาหนังสืออ่านสักเล่มแต่วันนี้เขาไม่สามารถมีสมาธิอ่านได้เหมือนเช่นทุกวันเพราะใบหน้า น้ำตาเสียงของเตนล์เมื่อเช้ามันเข้าหัวเขาตลอดเวลาจนไม่เป็นอันกินอันนอนนั่นแหละ


“ทำไมทำหน้าครุ่นคิดแบบนั้น”แม้จอห์นนี่พอจะเดาได้ถึงสาเหตุแต่ก็อยากได้ยินจากปากของน้องชายคนนี้เหมือนกัน


“ก็คิดอะไรนิดหน่อยว่าแต่เกลียดไม่ใช่รึไงหนังสือเล่มนั้น”จอห์นนี่หยิบหนังสือเล่มใหญ่ที่ถูกทำขึ้นอย่างปรานีตและประทับตราราชวังบนหน้าปก ก่อนหน้านี้พวกเขาได้ถูกเรียกเข้าวังเพราะต้องเข้าชิงตำแหน่งราชาคนต่อไปจากราชาคนปัจจุบันซึ่งทุกคนก็งงว่าทำไมพวกเขาถึงมีสิทธิ์นั้นแต่ก็ไม่มีใครรู้จนถึงตอนนี้


“เพราะพวกนายถอนตัวออกหมดฉันเลยเป็นตัวแทนน่ะสิ”


“พี่แทอิลเป็นก็ได้นี่พี่ใหญ่ยังไงก็ต้องทำอยู่แล้ว”


“พี่แทอิลจะเป็นนักปรุงยาขืนมารับหน้าที่นี้จะไปสอบนักปรุงยาได้ยังไงล่ะ”แจฮยอนสะบัดมือเป็นการบอกว่าเปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า เขาลุกเดินไปที่หน้าต่างซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับผู้หญิงคนนั้นลงไปยังห้องใต้ดิน


“จะไปไหน!!!”จอห์นนี่ที่เดินเข้ามาเห็นเหมือนกันต้องรีบเข้าห้ามเพราะแจฮยอนเหมือนจะเดินลงไปหาเรื่อง


“สองคนนั้นอยู่ข้างล่างนะ”


“ดูทหารพวกนั้นสินายก็รู้ว่าผู้หญิงทำอะไรได้บ้างยิ่งท่านพ่อไม่อยู่แบบนี้อย่าหวังว่าเราไม่โดนนะ”ไม่ใช่พวกเขาไม่ถูกลงโทษเมื่อถูกขัดใจแต่เพราะโทษของพวกเขามันไม่ได้มากมายเท่าของพวกคนใช้ในปราสาทแต่ส่วนใหญ่น้อยคนที่จะลงคุกใต้ดินแต่กลับเตนล์และแทยงนั้นจอห์นนี่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพวกเขาถึงได้ถูกทำโทษที่นั่นบ่อยกัน


“คิดว่าตัวเองทำได้คนเดียวรึไง”


“หมายความว่ายังไง”แจฮยอนยกยิ้มมุมปากเพราะวันนั้นที่เขาเข้าเมืองละเจอโดยองมันทำให้เขารู้ความลับเกี่ยวกับคนนี้มาว่าเป็นลูกเจ้าของปราสาทเหมือนกันและเป็นถึงลูกชายของลูกสาวคนที่3ของพระราชาด้วยหรือเรียกอีกอย่างว่าโดยองคือเชื้อพระวงศ์คนหนึ่งของกษัตริย์


“เมื่อผู้หญิงคนนี้ล้ำเส้นเราเมื่อไหร่ผมนี่แหละที่จะเป็นคนจัดการเอง”พูดได้แค่นั้นแจฮยอนก็เดินตึงตังออกจากห้องไปทิ้งให้จอห์นนี่ยืนงงอยู่คนเดียวกับอาการเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของน้องคนนี้




                ด้านแจฮยอนที่แอบเดินมายังบริเวณคุกใต้ดินก็ต้องหาที่หลบเพราะมีทหารหลายคนยืนคุมทางเข้าออกราวกับค่ายอะไรสักอย่าง แม้ว่าเขาอยากจะเข้าไปช่วยมากแค่ไหนแต่เพราะข้อจำกัดตอนนี้ทำให้เขาต้องค่อยเป็นค่อยไปเพราะขืนวู่วามอาจจะเป็นดั่งที่จอห์นนี่ได้เตือนเขาไว้ก็ได้


                ร่างสูงยืนรอมานานหลายนาทีจนผู้หญิงคนนั้นเดินออกมาด้วยใบหน้าที่ไม่สบอารมร์เหงื่อที่หลั่งออกมาราวกับเธอไปสู้กับใครมาเพราะผมเผ้าดูยุ่งนิดๆและมุมปากเหมือนโดนอะไรกระแทกมาเพราะมีรอยเลือดมากพอสมควร แจฮยอนยกยิ้มมุมปากเพราะคิดว่าคงเป็นแทยงที่เป็นคนทำแน่นอนแต่เมื่อได้ยินเสียงคุยกับทหารแจฮยอนก็ต้องตาโตทันที


“เข้าไปจัดการสั่งสอนไอ่คนพี่สวะนั่นด้วยอย่าถึงตายล่ะแค่สั่งสอนพอ”พูดเสร็จร่างนั้นก็เดินจากไปด้วยอาการหงุดหงิด แจฮยอนมองตามทหารสองคนนั้นที่พร้อมจะเดินลงไปทำตามคำสั่งทันทีแม้เขาจะอยากลงไปช่วยแต่เพราะขืนไปตอนนี้เขานี่แหละที่จะโดนก่อน


“นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ยโว้ยยยทำไรไม่ได้เลย”แจฮยอนทึ่งหัวตัวเองอย่างขัดใจ เมื่อเห็นว่าทหารเดินเข้าไปแล้วแต่ยังมีหลายคนที่ยังคงยืนเฝ้าหน้าประตูไว้ทพให้แจฮยอนไม่สามรถหาทางเข้าไปนั่นทำให้เขายิ่งโมโหเข้าไปใหญ่ ความกังวลที่ก่อขึ้นแบบไม่รู้ตัวทำให้แจฮยอนสับสนกับความรู้สึกตัวเองว่าเพราะอะไรทำไมเขาต้องรู้สึกเป็นห่วงและกลัวแต่ก๋อนที่ความคิดจะฟุ้งซ่านไหล่ของเขาก็ถูกแจฮยอนแตะเบาๆเป็นการเรียกสติ


“ฉันได้ยินมัน...คำพูดของผู้หญิงคนนั้น”สายตาที่ปกติดูอบอุ่นอ่อนโยนตอนนี้กลับแข็งกร้าวทำเอาแจฮยอนที่ไม่ค่อยได้เห็นด้านนี้ของพี่ชายคนรองต้องรีบพาเดินออกมาก่อนที่จอห์นนี่จะทำอะไรที่ขาดสติยิ่งกว่าเขา ในบรรดาพี่น้องทั้งหมดสี่คนจอห์นนี่คือคนเดียวที่บอกความรู้สึกทั้งหมดให้ทุกคนได้ฟัง ใช่ทุกคนสี่พี่น้องของปราสาทแห่งงนี้รู้ดีว่าจอห์นนี่รู้สึกยังไงกับแทยง แต่เพราะชนชั้นที่ต่างกันมันทำให้พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้มาก



                แจฮยอนรีบพาจอห์นนี่เข้าปราสาทก่อนจะมุ่งตรงไปที่ห้องของแทอิลเพราะพี่ชายคนโตมักจะเป็นผู้สงบศึกไม่ว่าจะกลับใครก็ตามคนๆนี้ดูมีการเจรจาที่น่าทึ่งมากทีเดียว


“นี่มันดึกมากแล้วพวกนายไปไหนกันมา”แทอิลที่นั่งทบทวนตำราปรุงยาต้องร้องถามอย่างไม่เข้าใจ


“ช่วยสงบจิตใจพี่จอห์นนี่ที”แจฮยอนว่าอย่างไม่ตกใจอะไรเก่อนที่เขาจะมานั่งที่เตียงขนาดใหญ่ก่อนจะยกหย้าที่ให้พี่ชายคนโตเป็นคนจัดการสงบสายตาเกรี้ยวโกรธนั้น


“เกิดอะไรขึ้นจอห์นนี่”แทอิลปตะที่ท่อนแขนของคนตรงหน้าก่อนจะจ้องหน้าอย่างต้องการคำตอบ


“เราต้องหาทางช่วยแทยงและเตนล์ออกมาให้ได้โดนเร็วที่สุด”


“นี่แหละพี่ชายผมรอคำพูดนี้มานานแล้ว!!”แจฮยอนเด้งตัวลุกจากเตียงก่อนจะมายืนข้างๆแทอิลพร้อมกับทำท่าทางจริงจังทำเอาพี่คนโตกระพริบตาปริบๆเหมือนตามไม่ทัน


“ผมจะให้โดยองช่วยอีกแรง”


“ทำไมต้องให้โดยองช่วย?”แทอิลกับจอห์นนี่ว่าขึ้นมาพร้อมกัน แม้จะรู้ว่าแจฮยอนตามจีบโดยองเพื่อนของเตนล์แต่นั่นก็ไม่มีเหตุผลที่จะให้คนนอกอย่างโดยองเข้ามาช่วยด้วยเลยสักนิดเมื่อเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของพวกเขา


“เพราะจะต่อกรกับแม่เลี้ยงเราก็ต้องยืมมือของราชวงศ์ไง”พี่ชายทั้งสองตาโตอย่างตกใจกับคำพูดของแจฮยอนส่วนเจ้าตัวก็แค่ยกยิ้มมุมปากด้วยความภาคภูมิใจ


“ราชวงศ์? พูดอะไรบ้าๆแบบนั้นเด็กแต่งตัวธรรมดานั่นหรอ”จอห์นนี่ร้องอย่างแปลกใจ


“ตอนผมรู้เรื่องนี้ครั้งแรกก็ตกใจแบบพวกพี่นั่นแหละ แต่ก็อย่างที่พูดเขาเป็นลูกชายของบุตรธิดาที่ 3 ของกษัตริย์”


“นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย”แทอิลสบทเบาๆก่อนจะกุมขมับแล้วกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมโดยไม่ลืมที่จะทำหน้าจริงจังเรื่องการช่วยเหลือเตนล์และแทยงในคุกใต้ดินที่พวกเขาไม่เคยแม้แต่จะลงไป


“แล้วเราต้องเริ่มยังไง”แจฮยอนสบตากับแทอิลก่อนจะเหลือบไปมองจอห์นนี่อย่างครุ่นคิด


“อีกสองวันต้องไปพบกับกษัตริย์เพื่อฟังกติกาการร่วมงานราชวัง”จอห์นนี่พูดดักทาง นั่นทำให้เขาคิดหนักเมื่อเห็นว่างานนี้เขาต้องไปนอนที่ราชวังกว่า5วันและยิ่งกังวลเมื่อเรื่องของแทยงทางนี้ก็ดูจะแย่ลง


“อ่า...ใช่สิผู้หญิงคนนั้นก็ต้องเข้าราชวังด้วยเห็นคุยกับท่านชินซอง”แทอิลดีดนิ้วพรางพูดไปด้วย


“เวลานั้นแหละที่เราจะจัดการ”แจฮยอนพยักหน้าก่อนจะจับคางตัวเองแล้วมองหน้าพี่ชายทั้งสองราวกับตัวเองเป็นนักสืบ


“แต่พรุ่งนี้ผมต้องส่งจดหมายให้โดยองเรื่องนี้อีกทียังไงหมอนั่นก็เพื่อนเตนล์คงยอมช่วย”ทั้งสามคนพยักหน้าก่อนที่จะสรุปได้ว่าต้องรอให้แม่เลี้ยงนั้นเดินทางไปราชวังกับจอห์นนี่ก่อนโดยแจฮยอนจะขอความช่วยเหลือจากโดยองเรื่องการหาที่หลบภัยของสองพี่น้องเพราะงานนี้หนีออกมาได้ก็คงอยู่ที่ปราสาทนี้ไม่ได้แม้จะรู้สึกแปลกๆเมื่อคิดแผนนี้ได้แจฮยอนก็รู้สึกใจหายเหมือนกันที่เพื่อนของเขาจะต้องออกไปอยู่ที่อื่น

 

 



                ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขานอนอยู่คุกใต้ดินนี้มากี่วันและตอนนี้เช้าแล้วหรือยังเพราะที่นี่จะมีแสงไฟจากตะเกียงก็ต่อเมื่อมีอาหารจากด้านบนลงมาให้ ตั้งแต่ที่เตนล์และแทยงถูกขังกับผู้หญิงคนนี้คนที่ดูจะสนิทด้วยมากที่สุดก็คงเป็นเตนล์เพราะเขาเป็นเด็กที่ใครๆต่างก็เข้าหาและที่สำคัญผู้คนที่พวกเขาอยู่ด้วยให้ความรู้สึกเหมือนแม่ซึ่งเป็นสิ่งที่เตนล์อยากจะมีมากที่สุด


“น้ามุนกึนฮะตื่นขึ้นมากินข้าว”เตนล์เข้าไปสะกิดผู้หญิงที่นอนนิ่งสงบอยู่ที่ประจำตัวเองแต่ก็พบว่าอีกคนไม่ได้ลุกขึ้นมาตามที่เขาเรียกเหมือนทุกที


“แทยงคุณน้าเขาไม่ตอบเตนล์อ่ะ”น้ำเสียงที่ฟังดูเป็นห่วงนั้นทำให้แทยงต้องจำใจลุกจากที่นอนด้วยร่างกายที่ระบมเพราะเมื่อไม่นานมานี้เขาถุกทหารสองคนรุมซ้อมปางตายและคนที่เข้าช่วยอย่างเตนล์และผู้หญิงที่นอนอยู่ก็โดนหนักไม่แพ้กันไม่รู้ว่าเพราะตัวเขาเองหรือเปล่าที่ดันเผลอต่อยหน้านังคนใจร้ายนั่น


“อั่ก”แทยงร้องออกมาเมื่อขยับตัวเล็กน้อย ตอนนี้เขาคือคนเดียวที่ยังขยับร่างกายได้ดั่งใจเพราะแทยงได้ล้มตัวลงนอนเพราะคงจุกที่โดนอัดหน้าท้องไปหลายที เมื่อเห็นว่าตอนนี้เตนล์คือคนเดียวที่ขยับตัวได้เขาเข้าไปดูแทยงแต่กลับถูกคนพี่ไล่ให้ไปดูอีกคนนั่นทำให้เตนล์ดูกล้าๆกลัวๆเพราะไม่กล้าแตะตัวผู้หญิง แน่นอนว่าเตนล์เคยเจอผู้หญิงในชีวิตแค่ไม่กี่คน



                มือของเตนล์พลิกตัวคนที่นอนเบาๆก่อนจะพบว่าลมหายใจที่ผ่านมือเขาตอนพลิกนั้นอุ่นจนร้อนทำเอาเตนล์เลิกลักทำตัวไม่ถูกแต่จากนี้ก็รู้แล้วว่าเพราะพิษไข้แน่ๆที่ทำให้มุนกึนไร้สติ ด้วยความที่เป็นคนชอบสังเกตเตนล์รีบเดินไปหาเศษผ้าเพื่อเช็ดตัวให้เพราะยาที่เขาแอบพกมานั้นหมดไปกับครั้งล่าสุดพอดีทำให้ตอนนี้พวกเขาไม่มียาใช้เลย


“เตนล์เกิดอะไรขึ้น”แทยงถามเสียงแหบนั่นทำให้เตนล์ต้องกุมขมับเพราะเหมือนว่าตอนนี้เขามีผู้ป่วยที่ต้องดูแลถึงสองคน เห็นแบบนั้นก่อนที่จะเอาผ้าไปชุบน้ำเตนล์ก็เดินแวะเข้าไปสัมผัสหน้าผากแทยงเพื่อวัดอุณหภูมิ


“ป่วยทั้งคู่เลยแหะ”เตนล์ว่ากัวตัวเองก่อนจะบอกให้แทยงนอนเฉยๆส่วนตัวเองก็เอาเศษเสื้อที่ฉีกมาจากเสื้อตัวเองและแทยงครั้งที่แล้วไปชุบน้ำ




                ผ้าเปียกน้ำหมาดๆถูกเช็ดไปตามตัว ตอนนี้เตนล์ได้รับภารกิจอันยิ่งใหญ่เมื่อพี่ชายก็ป่วยและผู้ร่วมชะตากรรมก็ป่วยด้วยแต่การเช็ดตัวแทยงนั้นไม่ลำบากเท่าต้องเช็ดตัวมุนกึนที่ดูสะลึมสะลือแต่ก็ไม่ถึงกับไร้สติเพราะเมื่อเตนล์สั่งให้ทำอะไรมุนดกึนก็ตอบสนองดี


“อั่ก แคกๆ”เสียงไอเบาๆพร้อมเสียงร้องเจ็บปวดของแทยงทำให้เตนล์ต้องหันกลับไปมองท่ามกลางความมืดที่พอมีแสงจากด้านนอกบ้างแต่เอาจริงๆแล้วไฟดวงเดียวที่ส่องมามันก็เลือนลางพอดู


“เขาเป็นอะไร?”แม้จะป่วยเจียนตายแทยงยังอุส่าห์เป็นห่วงคนอื่น เตนล์ส่ายหน้าเป็นคำตอบก่อนจะส่งสัญญาณให้แทยงนอนเฉยๆเพราะเขากำลังเช็ดตัวมุนกึนจะเสร็จแล้ว



                เมื่อเช็ดตัวให้ผู้ป่วยทั้งสองตอนนี้เตนล์ก็ได้เวลานอนพักของตัวเองบ้างแล้ว คนตัวเล็กเลือกที่จะนอนระหว่างแทยงและมุนกึนเผื่อมีเหตุจำเป็นจะได้ช่วยทัน ท่านนอนที่เปลี่ยนจากนอนราบกลายเป็นพิงกำแพงแม้จะจุกที่ท้องเล็กน้อยเพราะวันนั้นเขาก็โดนอัดไปเหมือนกันแต่เพราะแทยงเข้ามารับมากกว่าทำให้เขาโดนไปไม่เท่าพี่ชาย





                ตึก ตึก ตึก ตึก พรึบ คนที่นอนไม่สนิทอย่างเตนล์สะดุ้งสุดตัวก่อนจะเบิกตาโพลงเมื่อมีแสงไฟจากตะเกียงอยู่หน้าลูกกรงพร้อมกับร่างที่เตนล์เห็นไม่ชัดห้าคน ใช่นับได้คร่าวๆมีห้าคน คนตัวเล็กค่อยๆขยับไปหาแทยงอย่างกลัวๆแต่คนที่เป็นไข้กลับไม่รู้สึกตัวแล้วเพราะคงหลับลึกทำให้เตนล์ต้องเปชิญหน้ากับทั้งห้าเพียงลำพัง




_______________________________________________________________________________________

ไม่รู้จะพูดอะไรตรงนี้เลยแหะ 5555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #77 SRYFl022 (@SRYFl022) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 21:33
    อ่านละบีบหัวใจมาก ลูกช้านนน สงสารหนูมากๆ แจฮยินแทอิลโดยองมาช่วยสองพี่น้องเร็วๆทีเถอะะ
    #77
    0
  2. #51 Satita_Soda (@satita12345) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 01:02
    ฮืออออ สงสาร
    #51
    0