Slave นายไม่ใช่ทาสของใคร [JAETEN]

ตอนที่ 35 : มีความสุข หัวเราะ ร้องไห้กับเราได้ไหม END

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    17 พ.ค. 61

     ทั้งสองคนเดินเข้างานเลี้ยงที่เป็นไปด้วยความเรียบง่ายและดูไม่ครึกครื้นอย่างที่ควรเพราะทั้งจอห์นนี่ มาร์คและแทยงรวมถึงผู้ใหญ่อีกหลายคนที่ไม่ได้เข้าร่วมเพราะติดการประชุมครั้งใหญ่กับแม่ทัพรามูจ แม่ทัพแสนใจร้อนที่หวังจะหุบเอาประเทศนี้มานานกว่าหลายสิบปี


“แจฮยอนทำไมไม่กินเยอะๆ”เพราะเห็นว่าแจฮยอนที่เอาแต่เขี่ยอาหารไปมาไม่ค่อยทานทำให้เตนล์ต้องบังคับคนตัวโตให้กินเข้าไปเยอะๆเนื่องจากพึ่งฟื้นไข้ไป


“ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่”คนถูกถามก็ตอบไปตามตรง ที่เขาไม่หิวเพราะคนข้างๆที่เอาแต่เหม่อและถ้าให้แจฮยอนเดาคงเป็นเรื่องที่ทั้งพี่ชายและพ่อเข้าไปฟัง


“แต่พึ่งหายจากการฟื้นไข้นะ”


“งั้นก็ป้อนสิ ป้อนแล้วจะกิน”คำพูดที่ดูเจ้าเล่ห์นั้นทำให้เตนล์นิ่งชะงักก่อนจะมองไปยังผู้ร่วมโต๊ะที่แอบเหลือบมองพวกเขามาสักพักแล้ว


“อย่ามองๆเตนล์เขินหมดแล้วพวกบ้า”ยูตะหันไปชี้หน้าทุกคนแต่ไม่ลืมจะตีไหล่ฮันซลไปหนึ่งที


“นายน่ะมองคนแรกเลยยูตะ”ฮันซลว่าอย่างหงุดหงิดเพราะยูตะเอาแต่ฟาดเขาทั้งวันและซ้ำไปซ้ำมาจนแขนของเขาแทบจะช้ำอยู่แล้ว แม้จะเป็นนิสัยที่แก้ไม่หายแต่ฮันซลก็ไม่เคยดุอะไรยูตะมากกว่าไปกว่าสั่งห้ามไม่ให้ตี


“กินเองไปเลย”เตนล์ดันจานที่เต็มไปด้วยอาหารของแจฮยอนออกแล้วหันไปนั่งกินของตัวเองเงียบๆ







                งานวันนี้ดูเรียบง่ายเสียจนโดยองคิดว่ามันกร่อยไปแล้วเพราะเมื่อเตนล์เอาแต่นิ่งเงียบทุกคนก็ไม่ได้รู้สึกสนุกเพราะรอยยิ้มที่สดใสไม่ได้ถูกฉายมาตลอดสามสี่ชั่วโมงและตอนนี้ก็ล่วงเวลามาถึงสามทุ่ม ยังไม่มีคำตอบออกมาจากห้องโถงที่ใช้หารือและงานนั้นก็ได้สิ้นสุดไปนานแล้วเพราะตอนนี้พวกเขาทั้งห้าคนย้ายตัวเองมานั่งยังสวนสมุนไพรภายใต้โคมไฟแสงสลัว


“เตนล์ คิดว่าสมุนไพรมันช่วยได้ทุกอย่างจริงหรอ”ยูตะถามทั้งๆที่นั่งกับพื้นข้างๆเตนล์ที่กำลังพยายามแหวกพุ่มสมุนไพรเหมือนกำลังหาอะไรบางอย่าง


“ไม่หรอกก็แค่ช่วยเสริมและบรรเทา สมุนไพรไม่ใช่ยามหัศจรรย์ขนาดนั้นครับ”


“แล้วทำไมถึงสนใจเรื่องสมุนไพร”ยูตะยังคงไม่เลิกที่จะถามเพราะเขาก็อยากรู้ว่าทำไมเตนล์ถึงสนใจสมุนไพรมากมายขนาดนี้


“อืม.....เตนล์ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ”


“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆนายเลิกไปถามเซ้าซี้เตนล์ได้แล้วยูตะ”ฮันซลที่นั่งอยู่กับแทอิลและแจฮยอนหัวเราะออกมาเสียงดังก่อนจะรีบหุบยิ้มเมื่อเจอสายตาค้อนจากยูตะ






                เสียงคุยที่ดังมาแว่วๆทำให้ทุกคนหันไปมองทางหน้าปราสาทอย่างพร้อมเพรียงและก็พบว่าตอนนี้พวกเขาได้เจรจากันเสร็จแล้วและดูจากสีหน้าของทุกคน รอยยิ้มที่ดูโล่งใจและความกังวลบนใบหน้าของเหล่าขุนนางได้หายไปแล้ว เป็นสัญญาณที่ดีว่าเรื่องราวคงผ่านไปด้วยดีจริงๆ


“บอกแล้วว่าไม่ต้องกังวลอะไรมากยังไงซะพวกเขาก็จัดการได้”แจฮยอนว่าด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ฟังแล้วดูเหมือนเป็นการให้กำลังใจจนเตนล์ต้องยกยิ้มในรอบหลายชั่วโมงที่ผ่านมา


“เตนล์ไปหาทุกคนได้ไหม?”แจฮยอนพยักหน้าเบาๆก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปข้างๆเตนล์ส่วนคนอื่นๆก็เดินตามมาอย่างเงียบๆไม่มีใครพูดอะไรจนไปถึงหน้าปราสาทที่มีจอห์นนี่ แทยงและมาร์คกำลังส่งแม่ทัพรามูจกลับและเมื่อรถม้าครันหรูเคลื่อนตัวออกไปทั้งสามคนก็ถอนหายใจออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน


“เป็นยังไงบ้างจอห์นนี่”แทอิลถามทั้งๆที่ตายังมองรถม้าที่เคลื่อนที่ออกไปนอกปราสาท


“ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง ธรรมดาน่ะครับ”


“เสียอะไรไป?”แจฮยอนถามต่ออย่างสนใจ


“ดินแดนทางใต้ ไม่มากแต่ก็ถือว่าจบด้วยดี”จอห์นนี่หันไปพิงไหล่แทยงอย่างเหนื่อยก่อนจะยื่นมือขวาออกไปลูบหัวมาร์ค การเจรจาครั้งนี้จะไม่จบหากไม่ได้มาร์คช่วยเจรจา วันนี้จอห์นนี่ต้องยกมาร์คเป็นฮีโร่ให้กับเขาเลยก็ว่าได้


“เพราะได้มาร์คจึงสำเร็จด้วยดี”


“ไม่หรอกครับผมแค่พูดในส่วนที่พี่จอห์นนี่ทำไว้เท่านั้น”


“ไปพิงไหล่แทยงแบบนั้นได้ยังไง ตัวเองก็สูงกว่าเขาหนักตายเลยแบบนั้น”มุนอาแตกตัวจอห์นนี่ก่อนที่เธอจะยกยิ้ม มุนอามีสีหน้าที่ยังคงยิ้มแย้มเสมอและแทมุนที่เดินตามเข้ามาก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอก


“ถอนหายใจซะดังเชียวท่านน้าแทมุน”ฮันซลหยอกตามประสาคนสนิท เพราะแทมุนได้เป็นแม่ทัพที่ต้องคอยสอนฮันซลทำให้ทั้งสองคนสนิทกันมากจนที่สามารถพูดเล่นกันได้


“เตรียมหาทางหนีทีไล่ให้เตนล์แล้ว นึกว่าต้องทำสงครามแต่แบบนี้ก็ดีเราจะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาสักที”


“จะพาลูกนายหนีไปที่ไหนล่ะแทมุน”มุนอาถามติดตลก


“กลับประเทศตัวเองน่ะสิ ที่นี่น่ะบ้านของภรรยาส่วนบ้านเราก็อยู่อีกประเทศหนึ่ง”ความจริงที่ไม่เคยมีใครได้รู้กระทั่งมุนอาเองทำให้ทุกคนเงียบกันอย่างพร้อมเพรียง เตนล์และแทยงมองหน้าผู้เป็นพ่อที่พวกเขาไม่เคยรู้ข้อมูลนี้เลย


“ก็ไม่ได้กลับนานแล้ว”เหมือนจะรู้ว่าตัวเองกำลังถูกจ้องเลยบอกออกไปเบาๆ นานๆครั้งเขาจะกลับบ้านที่นั่นสักทีแต่หลังจากที่ภรรยาเสียเขาก็ไม่ได้กลับอีกเลยและไม่รู้ว่าที่นั่นจะยังมีที่ให้เขากลับไปด้วยรึเปล่า


“ท่านจะพาเตนล์หนีไปรึเปล่าเนี่ย”แจฮยอนถามอย่างเคร่งเครียดเพราะก่อนหน้าที่จะถูกเปลี่ยนเป็นแม่ทัพแทมุนเคยมาเล่าให้เขาฟังว่าจะพาลูกกลับบ้าน และแจฮยอนก็พึ่งได้เข้าใจวันนี้ว่าบ้านที่ว่าก็คืออยู่อีกที่ที่ไกลกว่าที่นี่


“ลูกคนนี้นี่”มุนอาหันไปมองค้อนลูกชายตัวเองที่ไปโอบคนตัวเล็กอย่างแนบเนียน


“ถึงจะกลับก็คงกลับไม่ได้แล้วแทยงก็เป็นองค์รักษ์ส่วนเตนล์ก็กำลังจะเป็นนักปรุงยา อีกอย่าง”แทมุนมองหน้าจอห์นนี่และแจฮยอนสลับไปมาก่อนจะยกยิ้มจางๆก่อนจะพูดขึ้นมาที่ทำเอาทุกคนหัวเราะไปตามๆกัน


“เขาคงไม่อยากไปไหนกันแล้ว”


“ไหนๆก็สบายใจกันแล้วเรากลับไปจัดงานต่อดีไหมครับ”ยูตะและมาร์คที่หันไปคุยกันได้ทำการตกลงเป็นที่เรียบร้อยก่อนจะยื่นข้อเสนอให้ทุกคนและการตอบรับก็คือการที่พวกเขาทุกคนเดินเข้าไปในงานเพื่อนั่งทานมื้อค่ำอีกรอบแต่คราวนี้พวกเขามีความสุขมาก เสียงพูดคุยดังระงมในห้องโถงทุกเรื่องที่ผานมาได้ถ่ายทอดภายในงานเป็นที่เรียบร้อย

 







 

หลายปีที่ผ่านมาทุกคนต่างมีงานให้ทำกันล้นมือและจากวัยเด็กเข้าสู่วัยรุ่นกลับเป็นวัยหนุ่มสาวอย่างเต็มตัว เด็กชายวัย15เมื่อก่อนตอนนี้กลับเป็ฯชายหนุ่มวัย 23 ที่ได้เลื่อนขึ้นมาเป็นหนึ่งในสภานักปรุงยาที่เก่งของราชวังซึ่งเป็นอะไรที่ฮือฮาในหมู่นักปรุงยาเพราะวัย 23 ถือว่าเด็กมากที่ก้าวเข้ามาเป็นได้


“ยังไม่ว่างอีกรึไง”เสียงทุ้มนุ่มที่มักจะมาเวลาเดิมทุกวันจนเตนล์คิดว่าแจฮยอนได้ตั้งนาฬิกาปลุกติดตัวมาตลอดหรือเปล่าเพราะเมื่อเวลาก่อนพักเที่ยงเขามักจะเห็นแจฮยอนเดินเข้ามาพร้อมกระดานร่างแบบที่เตนล์มักจะเห็นแจฮยอนนั่งวาดนั่งคิดรูปแบบเป็นประจำ


“วันนี้มีสมุนไพรเข้ามาใหม่เตนล์ต้องเช็คดูอีกทีก่อน”


“ไว้ค่อยทำไม่ได้รึไง”เสียงออดอ้อนที่ไม่บ่อยจะได้เห็นแต่สำหรับเตนล์พักหลังมานี้แจฮยอนมักจะอ้อนเขาบ่อยขึ้น


“ถ้าแจฮยอนหิวก็ไปทานก่อน เตนล์ยังทำงานไม่เสร็จ”ชายหนุ่มที่โตกว่าเดิมแต่ก็ยังตัวเล็กสำหรับทุกคนกำลังยกยิ้มพร้อมกับพูดเหมือนเช่นทุกครั้งและแจฮยอนก็เป็นคนที่แพ้รอยยิ้มนี้เสมอ


“อยากทานเองเราไม่เดินมาหาหรอกนะ”


“ถ้าอย่างนั้นก็รอเตนล์สักพักนะ เตนล์ทำใกล้เสร็จแล้วเดี๋ยวเราไปพร้อมกัน”เตนล์ตบไปที่เก้าอี้ข้างๆเพื่อให้คนตัวสูงกว่ามานั่งรอและแจฮยอนก็เป็นคนที่ว่าง่ายเขาค่อยๆวางแบบที่มือแล้วเดินมานั่งมองคนตัวเล็กที่กำลังยุ่งกับเอกสารรายชื่อสมุนไพรเงียบๆ เขาทำแบบนี้มานานหลายปีและไม่เคยเบื่อที่จะต้องมานั่งมองคิ้วของเตนล์ที่ขมวดกันเมื่อต้องเจออะไรผิดปกติในเอกสาร


“ขมวดคิ้วบ่อยไปแล้ว”แจฮยอนเท้าคางกับโต๊ะก่อนจะหันไปมองคนข้างๆที่ตอนนี้รู้สึกว่าแจฮยอนกำลังจะฟุบหน้าจ้องเขาทำงานซึ่งนั่นทำให้ไม่มีสมาธิเท่าที่ควร


“อย่างจ้องหน้าเตนล์สิ”


“ก็เลิกขมวดคิ้วก่อน”


“ชื่อสมุนไพรมันเยอะเตนล์ไม่เข้าใจนี่นา”ปากเล็กนั้นงุ้มงออย่างน่ารักทำเอาคนที่แอบมองต้องยกยิ้มตาม เวลาเตนล์งอแงสำหรับแจฮยอนคือสิ่งที่เขาชอบมากไม่รู้วาเพราะอะไรที่ได้เห็นคนตรงหน้าโกรธหรือโมโห มันทำให้เขารู้สึกอยากจะแกล้งตลอด


“ไม่เห็นจะต้องจำหมดในเมื่อมันก็มีตำราอยู่แล้ว”


“บางครั้งเราก็ต้องจำให้เข้าใจจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเปิดตำราบ่อยๆไง”ความคิดของเตนล์นั้นทำให้แจฮยอนอึ้งเสมอ นี่ไม่ใช่รื่องแรกที่แจฮยอนอึ้งเพราะก่อนหน้านี้เตนล์สามารถช่วยเขาออกแบบตัวอาคารได้แล้วจากการที่คลุกคลีอยู่กับเขา ใช่แจฮยอนเข้าเรียนด้านสถาปัตย์กรรมของทางราชวังและเขาก็มักขะใช้เวลาวาดและคิดแบบอยู่บ่อยครั้งแต่ทุกครั้งก็ได้เตนล์ช่วยเสมอซึ่งนั่นทำให้แจฮยอนคิดแล้วว่า คนรักของเขานั้นทำอะไรไม่เป็นบ้าง


“แต่ถ้าท่านนักปรุงยาคนเก่งไม่รีบกินข้าวจะปวดท้องเอานะ”เตนล์ที่ได้ยินแบบนั้นก็หลุดหัวเราะออกมาทันที ไม่บ่อยที่แจฮยอนจะพูดเล่นแต่พอเห็นแบบนี้เขาก็ต้องยอมละมือจากงานเพื่อไปหาอะไรทานจริงๆซะแล้ว


“กินข้าวเสร็จขอมานั่งทำงานที่นี่ด้วยนั่งในวังน่าเบื่อ”แจฮยอนว่าก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มตัว เขาหยิบของจำเป็นของเตนล์ที่มักพกติดตัวไปเสมอคือหมวกสีขาวที่ต้องสวมกับชุดคลุมสีขาวยาวราวกับพ่อมด แจฮยอนมักล้อชุดนักปรุงยาเสมอเพราะเมื่อมันอยู่กับเตนล์ชุดคลุมก็เหมือนชุดนอนไปในพริบตา


“วันนี้ไม่ได้ใส่เข็มกลัดสภามาหรอ ลืมอีกแล้วล่ะสิ”แจฮยอนว่าติเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเข็มกลัดสภาที่นักปรุงยาสภาต้องมีไม่ได้ติดอยู่ที่อกเสื้อของเตนล์และถ้าเดาแล้วคนตัวเล็กนี่ต้องลืมอีกแน่ๆ


“ก็เมื่อเช้าเตนล์รีบ แทยงต้องออกเช้าด้วยเตนล์เลยลืม”


“ทำไมไม่กลับไปเอา”ที่แจฮยอนต้องดุเพราะสำหรับสภานักปรุงยาแล้วเรื่องการแต่งตัวนั้นเข้มงวดมากและถ้าไม่มีเข็มกลัดเตนล์ก็ไม่สามารถเข้าอาคารสภาได้เลย


“วันนี้เตนล์ไม่ต้องเข้าสภาหรอกไม่เป็นไร”


“เดี๋ยวก็โดนท่านอาวุโสบ่นอีก อย่ามาเสียใจกับเราอีกนะ”เพราะเตนล์มักจะโดนผู้อาวุโสบ่นตลอดและเมื่อโดนบ่นก็เป็นแจฮยอนที่ต้องมานั่งปลอบและรับฟังคนตัวเล็กบ่นอีกที แต่แจฮยอนก็ไม่ได้รำคาญอะไรเขาแค่อยากให้เตนล์มีที่รับฟังปัญหาตัวเองบ้าง ตามนิสัยของเตนล์ที่ทุกคนรู้ก็คือผู้ที่เก็บงำทุกอย่างไว้ที่ตัวเองซึ่งแจฮยอนได้ทะลายกำแพงส่วนนี้ออกไปแล้ว


“เดี๋ยวเตนล์กลับไปเอาก็ได้”


“เราจะไปส่ง แต่ต้องขี่ม้าไปนะเดี๋ยวไม่ทันกลับมาทำงาน”เตนล์พยักหน้ารับไปสองทีก่อนที่ทั้งคู่จะเดินไปตามโถงทางเดินเพื่อไปยังโรงครัวของวัง แม้จะเป็นองค์ชายที่สามของราชวงศ์แต่แจฮยอนกลับไม่ได้นั่งกินร่วมโต๊ะหรูเขาชอบที่จะมานั่งกินกับเตนล์และแทยงเสมอจนจอห์นนี่ที่เป็นกษัตรย์นั้นต้องออกมาห้ามปรามบ้างแต่สุดท้ายจอห์นนี่ก็ตามเขามาด้วยทุกครั้งจนตอนนี้โรงครัวกลับเป็นที่สำหรับขุนนางและกษัตริย์ไปซะแล้ว

               





                มื้อกลางวันที่ผ่านมาสำหรับเตนล์แล้วก็รู้สึกเหมือนทุกวันแต่สำหรับแจฮยอนที่หลังจากรับประทานมื้อกลางวันเสร็จก็รู้สึกว่าอารมณ์ของเขาจะไม่ค่อยดีเอาเลย และเมื่อกลับจากไปเอาเข็มกลัดที่บ้านยิ่งทำให้เตนล์มั่นใจได้ว่า แจฮยอนกำลังไม่พอใจอะไรตัวเขาอยู่แน่ๆ


“จะกลับไปทำที่วังไหม?”เพราะว่าเตนล์ไม่อยากขัดใจอะไรแจฮยอนเขาเลยถามออกไปเพื่อให้อีกคนยอมเปิดปากคุยสักที


“ไม่กลับจะนั่งทำที่นี่แหละ”แจฮยอนว่านิ่งๆแต่กลับยกงานไปทำยังมุมห้องที่อยู่ไกลจากโต๊ะทำงานของเตนล์มากพอสมควร
เตนล์มองพฤติกรรมที่แปลกไปของแจฮยอนก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ อยากจะถามแต่กลัวสายตาที่แข็งกร้าวของคนตัวสูงพอสมควร





                ระหว่างที่นั่งทำงานเตนล์รู้สึกได้ถึงความเงียบที่ไม่เหมือนคนทำงานทุกครั้งเพราะเตนล์รับรู้ได้ถึงสายตาที่คอยจ้องมองมาที่เขาเป็นพักๆแต่ไม่มีการพูดคุย ถ้าขืนเป็นแบบนี้จนเลิกงานเตนล์คงรู้สึกแย่ก่อนเวลาแน่ๆ


“มีอะไรกับเตนล์รึเปล่าแจฮยอน”คนตัวโตกว่าที่นั่งวาดรูปอยู่มุมห้องเงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะส่ายหน้าไปมาเป็นคำตอบ แต่ไม่มีการพูดอะไรออกมาจากปากของแจฮยอนเลยสักคำ


“บอก....”


“ไม่มีอะไรทำงานไปเถอะ หิวรึเปล่าเดี๋ยวไปเอาของว่างมาให้”แจฮยอนลุกพรวดอย่างรวดเร็วก่อนจะหันไปถามเตนล์ที่ทำหน้าเหวออย่างตกใจกับการที่จู่ๆแจฮยอนก็ลุกพรวดแบบนั้น เตนล์กับแจฮยอนจ้องตากันสักพักก่อนจะเป็นแจฮยอนเองที่หลบสายตาไปก่อน


“ทำงานต่อสิเดี๋ยวมา”


“เตนล์ทำอะไรให้ไม่พอใจหรอ ทำไมต้องเงียบใส่กันด้วย”ความรู้สึกที่ไม่อยากคิดไปเองคนเดียวของเตนล์ถูกจบลงด้วยการที่เขาถามออกไปแบบนั้นตรงๆ เรื่องที่เตนล์ไม่ชอบมากที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับแจฮยอนแน่นอนว่าคนที่มักเป็นห่วงความรู้สึกคนอื่นเสมออย่างเตนล์ไม่ชอบการที่อีกฝ่ายมีอะไรแล้วไม่พูดกับเขาตรงๆแบบนี้


“เปล่าหรอก”


“แจฮยอน บอกเตนล์มาสิว่าเรื่องอะไรที่ทำให้ไม่พอใจ”


“เรางี่เง่าเองมันไม่เกี่ยวกับเตนล์หรอก”และแล้วแจฮยอนก็เป็นแจฮยอนที่ยอมอ่อนลง บรรยากาศเงียบอีกครั้งแต่คราวนี้แจฮยอนเปลี่ยนจากยืนนิ่งเป็นเดินเข้าไปหาเตนล์ที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม


“ตอนกินข้าวมีเรื่องที่พวกลูกขุนนางพูด เราแค่ไม่พอใจเท่านั้น”ลุกขุนนางถ้าเปรียบยศแล้วถือว่ารองจากบรรดาญาติของกษัตริย์และถือว่าเป็นยศที่ใกล้เคียงพวกเขามากที่สุด ไม่แปลกที่พวกลูกขุนนางหลายๆคนจะไม่เกรงกลัวกับบุคคลที่มีตำแหน่งต่ำกว่าองค์ชายและกษัตริย์


“เรื่องที่บอกว่าเตนล์ได้เป็นนักปรุงยาสภาเพราะแจฮยอนน่ะหรอ”สายตากลมโตของเตนล์พูดอย่างไม่กระพริบตา ไม่มีความกังวลหรือคิดมากผ่านสายตาโตนั้นทำเอาแจฮยอนถึงกับแปลกใจ


“เราก็ได้ยินมาตลอดหลายปีที่อยู่ที่นี่แล้ว ไม่เห็นต้องไปคิดอะไรมากเลยนี่นา”นอกจากไม่มีความกังวลแล้วแต่คนตรงหน้ากลับยกยิ้มราวกับเรื่องนี้มันคือเรื่องตลก


“แต่มันดูไม่ดีไม่ใช่หรอ?”


“เตนล์เข้ามาเป็นนักปรุงยาสภาได้ด้วยตัวเองก็จริงแต่เตนล์ก็คิดว่าแจฮยอนก็ช่วยให้เตนล์ได้เป็นเหมือนกัน”มือของเตนล์เอื้อมไปแตะแขนแจฮยอนเบาๆเป็นการบอกว่าเขาขอบคุณที่ช่วยเหลือ


“เราไม่ได้ช่วยอะไรเลยนะ”


“ช่วยสิ แจฮยอนช่วยเตนล์เพราะตอนสอบเข้าเป็นสภานักปรุงยาประจำราชวังแจฮยอนคอยเฝ้าเตนล์อ่านหนังสือและพาไปดูสมุนไพรตลอดตั้งแต่ก่อนช่วงสอบ แจฮยอนให้กำลังใจเตนล์มาตลอด”พอได้ยินคำพูดที่ยาวเหยียดแต่แฝงไว้ด้วยความขอบคุณที่แสนอบอุ่นนั้น แจฮยอนรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาเสียให้ได้ ร้องไห้ด้วยความรักที่มีมากเกินไปมันคงดูตลกแน่


“ทีนี้คิดเหมือนเตนล์รึเปล่าว่าแจฮยอนช่วยเตนล์”


“ทำไมถึงพูดอะไรแบบนี้ออกมา รู้ตัวรึเปล่าว่ากำลังทำเราตกหลุมไม่สิ้นสุด”แจฮยอนเดินเข้ามาใกล้อีกนิดก่อนจะใช้แขนขวาโอบไหล่เล็กที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้


“หลุม?หลุมอะไรหรอ”คนที่คิดไม่ทันก็หันมองซ้ายขวาและก้มลงไปที่พื้นเพื่อหาหลุมที่ว่าแต่กลับได้รอยยิ้มอบอุ่นจากแจฮยอนมาแทน


“ตกหลุมรักเตนล์มากขึ้นยังไงล่ะ”







                ไม่รู้ว่าเพราะคำพูดหรือเพราะรอยยิ้มของแจฮยอนทำให้เตนล์นิ่งค้างไป เตนล์รู้สึกเหมือนโลกมันหยุดหมุนโลกที่รู้สึกจะขาวโพลนไปหมดไม่รู้ว่าตอนนี้สติของเขามีมากแค่ไหนแต่พอรับรู้ได้ถึงแรงสะกิดและเสียงหัวเราะของแจฮยอนเตนล์ก็รู้สึกได้ว่าเมื่อกี้เขากำลังถูกสารภาพรัก ใช้ตั้งแต่ที่บ้านคราวนั้นที่แจฮยอนบอกว่าขอดูแลเขาพวกเขาทั้งสองก็ไม่เคยบอกรักกันเลยสักครั้ง


"ทำไมต้องทำหน้าเหมือนวิญญาณหลุดแบบนั้น"แจฮยอนว่าหยอกล้อทันที


“ก็แจฮยอนพูดอะไรออกมาเล่า”รอยยิ้มเก้อเขินของเตนล์ทำให้แจฮยอนรู้สึกว่าเขาตกหลุมรักคนๆนี้ซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด จนเขาเองก็คิดว่าคนๆหนึ่งสามารถตกหลุมรักกับใครสักคนได้ทุกวันเหมือนตัวเขาเองที่รู้สึกกับเตนล์รึเปล่า


“เตนล์ ขอโทษเรื่องที่ทำให้เจอมาตลอดแต่ไม่ว่าใครจะว่ายังไงเราอยากให้เตนล์เชื่อแค่เรา”


“ทำไมจู่ๆถึง.....”


“มันคงถึงเวลาแล้ว เราตัดสินใจดีแล้วว่าต้องบอกกับเตนล์สักที”แจฮยอนผละออกมาจากไหล่ของเตนล์ก่อนที่จะหมุนเก้าอี้ของเตนล์ให้คนตัวเล็กหันมามองเขาชัดๆ







                แจฮยอนยืนเต็มความสูงต่อหน้าเตนล์ที่ยังนั่งเก้าอี้ตัวเดิมแต่เปลี่ยนทิศและจ้องมองคนตัวสูงกว่าที่ยังยืนจ้องเขานิ่งเงียบ ความเงียบที่ไม่อึดอัดเหมือนเดิมแต่เตนล์กลับรู้สึกว่าตอนนี้หัวใจของเขามันเต้นโครมครามราวกับจะทะลุออกมานอกร่างกายเสียให้ได้


“มะ...มีอะไรหรอ”เพราะว่าแจฮยอนเอาแต่ยืนยิ้มมาให้ เตนล์เลยถามออกไปอย่างติดๆขัดๆ




                แจฮยอนยกยิ้มอีกครั้งก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้นแล้วจ้องใบหน้าหวานที่ดูจะงุนงงมากพอสมควร แม้จะไม่เคยคิดว่าต้องเป็นวันนี้แต่เพราะเมื่อตอนกลางวันที่เขาได้ยินจากพวกลูกขุนนางทั้งหลายว่าเตนล์ไม่เหมาะสมที่จะยืนเคียงข้างองค์ชายแจฮยอน ประโยคนั้นมันทำให้เขาต้องมานั่งโทษตัวเองจนคนตัวเล็กต้องพลอยรู้สึกอึดอัดไปด้วย


“เราไม่เคยคิดเลยว่าเตนล์ไม่เหมาะที่จะยืนข้างเรา”

“เราไม่เคยคิดเลยว่ายศที่เราเป็นจะเป็นเรื่องที่ทำให้เราอยู่ด้วยกันไม่ได้”

“เราไม่เคยคิดเลยว่าที่ผ่านมานั้นเราผ่านอะไรกันมาบ้าง ไม่เคยคิดว่าเมื่อก่อนนั้นเตนล์จะเสียใจกับเรามากแค่ไหน”

“เราไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งเราจะต้องมานั่งคุกเข่าต่อหน้าคนที่เราอยากฝากชีวิตและอยากจะดูแลให้ดีที่สุด”




                คำพูดมากมายที่แจฮยอนอยากจะพูดมันตีตื้นด้วยความรู้สึกผิดเมื่อลองคิดนึกย้อนไปช่วงที่เขาทำให้เตนล์ถูกแม่เลี้ยงคนนั้นทำร้ายมากมายแค่ไหน แน่นอนว่าเรื่องพวกนี้เขาได้ยินมาจากจอห์นนี่ที่ได้ฟังจากแทยงมาอีกทีว่าเตนล์เคยแอบช่วยเหลือเขาจนโดนทำโทษมากแค่ไหน


“ขอโทษที่เคยทำให้ต้องหวาดกลัวมาตลอด”

“ขอโทษที่เล่นกับความรู้สึกเตนล์จนทำให้เตนล์ต้องเดือดร้อน”

“ขอโทษสำหรับที่ผ่านมาที่เราช่วยเตนล์ไม่ได้”

“ขอโทษที่เป็นคนที่เตนล์รักมาตลอดแต่ไม่เคยเหลียวแล”




                คำขอโทษที่แจฮยอนอยากจะพูดมากมายถูกจบด้วยเตนล์ที่ลุกจากเก้าอี้มาปิดปากคนที่พร่ำขอโทษไม่หยุด เตนล์ที่จ้องมองแจฮยอนด้วยน้ำตาคลอแค่กระพริบตาหนึ่งครั้งน้ำใสๆก็ไหลอาบแก้มทันที เตนล์กำลังร้องไห้ แต่ไม่ใช่การร้องไห้เพราะความเจ็บปวด


“เตนล์ไม่เคยโกรธแจฮยอนเลยสักครั้ง ไม่เคยเลย”


“เพราะเป็นแบบนั้นทำให้เรารู้สึกแย่”แจฮยอนว่าสวนขึ้นมาทันทีก่อนที่จะถูกเตนล์ใช้มือทั้งสองข้างสัมผัสที่ใบหน้าของแจฮยอนอย่างอ่อนโยน แจฮยอนจ้องมองเตนล์ที่ยังคงร้องไห้เงียบๆก่อนจะคว้าตัวของเตนล์เข้ามากอดทันที


“อย่าร้องเลย”เสียงสะอื้นเบาๆทำให้แจฮยอนสัมผัสได้ว่าตัวของเตนล์สั่นไหว


“ต่อไปนี้เราอยากให้เตนล์มาเป็นคนที่เดินข้างๆตลอดไปได้ไหม”ไม่มีการผละออกจากกันแต่เมื่อคำพูดของแจฮยอนได้ถูกเปล่งออกมาเตนล์ก็นิ่งเงียบทันที เขาพยายามจะดันตัวออกมามองแจฮยอนแต่อีกคนกลับไม่ยอมคลายอ้อมกอดกลับกันแจฮยอนกลับกอดเข้าแน่นกว่าเดิม


"มีความสุข หัวเราะ ร้องไห้กับเราได้ไหม”


“อือ”เตนล์ตอบกลับไปหลังจากที่เงียบมานาน แจฮยอนที่ได้ยินการตอบรับนั้นก็รีบผละมามองหน้าเตนล์ทันที น้ำตาที่แจฮยอนคิดว่าแห้งไปแล้วกลับไหลออกมาอย่างไม่ขาดสายจนแจฮยอนเองก็ตกใจรีบเช็ดน้ำตาให้ทันที


“ร้องไห้ทำไม”


“เตนล์ดีใจ เตนล์รู้สึกมีความสุขทำไมแจฮยอนต้องอ่อนโยนกับเตนล์ขนาดนี้”คำพูดที่พรั่งพลูออกมาจากปากเตนล์ทำให้คนที่ทำหน้าเครียดต้องหลุดขำออกมากับเหตุผลของเตนล์ เลิกน่ารักสักทีเถอะ


“เลิกร้องไห้ได้แล้ว”แจฮยอนว่าทั้งๆที่ยังคงคอยเช็ดน้ำตาจากใบหน้าของเตนล์ที่ไม่ยอมหยุดไหลสักที


“ถ้าเตนล์เลิกร้องไห้ เตนล์จะต้องเขินมากแน่ๆ”คนตัวเล็กยังคงร้องไปบ่นไปก่อนจะฟุบหน้ากับอกของแจฮยอน คราวนี้น้ำตาของเขาไม่ไหลแต่ใบหน้าของเขานั้นกลับร้อนผ่าวทันที


“ครั้งก่อนไม่เห็นเป็นขนาดนี้เลย”แจฮยอนว่าหยอกล้อทั้งๆที่อีกคนยังซบอกอยู่แต่เมื่อเตนล์ได้ยินว่าถูกล้อเขาก็เอาหัวตัวเองทุบไปที่อกนั้นอย่างหมั่นไส้


“เจ็บนะฮ่าๆๆๆๆๆ”


“เลิกล้อเตนล์สิ จะล้ออะไรนักหนาเล่า”


“ก็อยากทำตัวน่าล้อทำไมล่ะ เลิกน่ารักด้วยเราจะไม่ไหวแล้วนะ”คำว่าไม่ไหวของแจฮยอนคือหัวใจของเขามันจะไม่ไหวแล้ว ยิ่งเตนล์ทำตัวน่ารักมันก็เหมือนกับหัวใจของเขาจะเต้นแรงจนกลัวมันป่วยขึ้นมา


“เป็นโรคหัวใจรึเปล่า ทำไมเต้นแรงนักล่ะ”ประโยคที่ฟังดูเป็นห่วงแต่ใบหน้ากลับยิ้มกรุ่มกริ่มทำให้แจฮยอนรู้สึกว่า เขาถูกล้อคืนซะอย่างนั้น และจากเรื่องราวทั้งหมดก็เป็นไปได้ว่าวันนี้แจฮยอนจะต้องมีความสุขมากที่สุดแน่ๆเพราะเขากับเตนล์ก็ไม่ต้องอ้อมค้อมกันแล้วการมีความรักมันทำให้แจฮยอนเป็นคนอ่อนโยนมากกว่าแต่ก่อนจนเหล่าบรรดาพี่น้องต่างหยอกล้อถึงเรื่องอดีตที่เขาเป็นคนแข็งกร้าวเสมอและเหตุผลที่ทำให้แจฮยอนยอมอ่อนลงคงเป็นเพราะเตนล์


“กล้าหยอกล้อเราอย่างนั้นหรอ”เตนล์ยกยิ้มอย่างทะเล้นเพราะใบหน้าแจฮยอนตอนนี้มันชวนให้เขาขำซะอย่างนั้น


“เตนล์เปล่านะ”


“ต้องโดนทำโทษนะ”สายตาที่กรุ่มกริ่มของแจฮยอนทำให้เตนล์รีบผละตัวออกมาอย่างรวดเร็วเพราะใบหน้าของแจฮยอนมันแสดงออกมาหมดแล้วว่าต้องการอะไร


“เตนล์ขอโทษ”


“ไม่ยกโทษให้หรอก”แจฮยอนจับแขนเตนล์ไว้ทำให้คนที่คิดจะหนีต้องหยุดกระทันหัน





                แจฮยอนกระตุกให้เตนล์ขยับเข้ามาหาเขาให้ใกล้กว่านี้และด้วยขนาดตัวที่แตกต่างกันมากและเตนล์ก็สู้แรงของแจฮยอนไม่ไหวทำให้ร่างเล็กนั้นเซเข้าไปหาอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะใบหน้าที่ห่างกันไม่ถึงคืบทำให้เตนล์รีบหันใบหน้าหนีไปอีกทางทันที


“เตนล์หันมา”


“ไม่”


“เราบอกให้หันหน้ามายังไงล่ะ หรือต้องให้เราบังคับ”คนตัวโตกว่าว่าขู่แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นไม่ได้มีความน่าเกรงขามเลยสักนิดแต่เป็นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการหยอกล้อและยั่วโมโหเล็กน้อย


“ก็แจฮยอนกำลังบังคับเราอยู่”


“ทีตอนเราป่วยการป้อนยาของเตนล์...เรายังไม่เห็นจะว่าอะไรเลย”คำพูดที่ทำให้เตนล์หวนนึกถึงเรื่องราวเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาทำให้เขาเผลอลืมตัวหันไปมองและเป็นจังหวะที่แจฮยอนเข้ามาช่วงชิงริมฝีปากทันทีอย่างที่เตนล์ม่ามารถขัดขืนได้




                การจูบที่นุ่มนวลและเนิ่นนานจนเตนล์ต้องทุบอีกฝ่ายเพราะเริ่มรู้สึกขาดอากาศหายใจและแจฮยอนเองก็ยอมผละออกมาอย่างง่ายดายเพราะเขาก็ช่วงชิงอากาศของอีกคนมานานไปแล้วเหมือนกัน


“..................”เตนล์นิ่งเงียบเอาแต่ก้มหน้าทำให้แจฮยอนเริ่มรู้สึกใจเสียขึ้นมาทันทีเพราะกลัวว่าอีกคนจะเป็นอะไรจากการจูบที่เนิ่นนานของเขาหรือเปล่า


“เตนล์”


“.....................”เตนล์ยังคงก้มหน้านิ่งเงียบและไม่ตอบอะไรทำให้แจฮยอนต้องจับอีกคนเงยหน้า





                ใบหน้าหวานที่แดงเถือกที่ไม่ได้มากจากแดงเพราะพิษไข้แต่คงแดงอาการเขินแต่ที่ทำให้แจฮยอนต้องตกใจก็เพราะว่าเตนล์ได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้วเรียบร้อย ดวงตากลมโตที่เคยเปล่งประกายตอนนี้กลับปิดพร้อมขนตาที่เป็นแพยาว


“จูบจนหลับเลยหรอเนี่ย เหนื่อยก็นอนพักนะ”เพราะพวกเขายังคงท่านั่งคุกเข้ากันทั้งคู่มันเลยทำให้เตนล์นั่งหลับทั้งๆที่ยังคุกเข้าแบบนั้น แจฮยอนค่อยๆลุกขึ้นก่อนจะพยุงอีกคนให้เดินไปนอนที่เก้าอี้ตัวยาวดีๆ เวลานี้เตนล์เหมือนราวกับตุ๊กตาที่แจฮยอนสามารถเล่นได้เพราะไม่ว่าจะสั่งอะไรเตนล์ก็ทำตามอย่างเช่นเขาสั่งให้เดิน คนตัวเล็กก็เดินอย่างว่าง่ายแต่ยังคงมีแจฮยอนคอยพยุงไม่ห่าง


“ง่วงอะไรขนาดนี้กัน”




                ร่างเล็กที่นอนแผ่อยู่บนเก้าอี้หรูนุ่มยาวที่สามารถเป็นที่นอนได้สบายเพราะเก้าอี้นี้แจฮยอนสั่งให้ผู้ดูแลเอามาไว้ที่ห้องทำงานของเตนล์เพราะเมื่อเขามาก็จะมานั่งที่นี่ประจำและเมื่อมันว่างเขาก็ต้องการให้เตนล์ใช้มันพักผ่อน และถ้าให้แจฮยอนเดาแล้วเตนล์คงไม่เคยใช้มันในการพักผ่อนเลยสักครั้งแน่ๆ


“นอนพักผ่อนแล้วมื้อเย็นจะเข้ามาปลุกนะ”แจฮยอนลูบผมที่ปกปิดใบหน้าออก เสียงหายใจเข้าออกเป็นจังหวะทำให้แจฮยอนมั่นใจได้ว่าคนตัวเล็กนั้นหลับไปแล้วจริงๆ เมื่อเป็นแบบนี้แจฮยอนก็ก้มลงไปจูบที่หน้าผากนั้นเบาๆก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับงานที่ตองทำ วันนี้แจฮยอนรับรู้ถึงความสุขได้ไม่ยากเขารอบคอยช่วงเวลาแบบนี้มานานและวันนี้เขาก็ได้มีความสุขอย่างที่หวังได้สักที








______________________________________________________________________________

ใช่ค่ะ มันคือตอนจบ (._.) เรารู้ๆว่าทุกคนต้องคิดว่าหะจบแล้วหรอ แต่มันจบแล้วค่ะทุกท่าน T^T (เล่นอีโมมุ้งมิ้งเผื่อเห็นใจ)  

     ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านทั้งที่เม้นต์และไม่เม้นต์มากนะคะที่ทำให้เราตัดสินใจไม่ทิ้งค้าง55555555555 ขอบคุณทุกกำลังใจมากๆเลยค่ะที่อยู่จนจบเรื่องไม่คิดว่าจะมีคนอ่านมากขนาดนี้และก็เม้นต์ที่เกิน100 เราซึ้งใจมากจริงๆ และเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่เราแต่งเกิน100หน้า จบ35ตอนที่ 181 หน้า อยากจะปรบมือสามชุดให้ตัวเองเหมือนกันอยากลงเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของตัวเอง ._. 

     สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่าแต่งสเปไว้ค่ะแต่เหมือนมันไม่ใช่สเปเลยคิดว่าจบแค่ตอนนี้ดีกว่าอันนั้นมันเรื่องของอนาคตเนาะ5555

รักผู้อ่านทุกท่าน จูบจูบ 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #115 Satita_Soda (@satita12345) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 23:08
    ขอบคุณไรท์ที่แต่งเรื่องนี้นะค่า สนุกมากๆเลย ^^
    #115
    0
  2. #114 TNTnew (@TNTnew) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 22:39
    ขอบคุณที่เเต่งเรื่องนี้ค่ะ
    #114
    0