Slave นายไม่ใช่ทาสของใคร [JAETEN]

ตอนที่ 34 : อยากเดินไปด้วยกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    16 พ.ค. 61

“หมดงานเราแล้วใช่ไหม?”ผู้ดูแลก้มหัวให้ทีหนึ่งก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันไป กษัตริย์ที่เวลาอยู่ในราชวังจะไร้ผู้ติดตาม เว้นเสียแต่องค์รักษ์ส่วนพระองค์อยู่หนึ่งที่คนที่ใครๆก็จะเห็นพวกเขาเดินด้วยกันประจำ และการเดินคนเดียวในบ้านตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรของจอห์นนี่





                ระหว่างที่ทุกคนกำลังเตรียมจัดการงานของตัวเองโดยมีเตนล์ที่อ้อนวอนแทยงมาช่วยแทนการกลับไปพักที่บ้านตอนนี้เขากำลังยุ่งกับการจัดแจกันดอกไม้สำหรับโต๊ะอาหารอย่างตั้งใจ


“พักหน่อยไหม”แทยงเดินเข้ามาถามพร้อมกับเอาขนมมาให้ ส่วนคนที่กำลังสนุกกับการทำงานได้แค่ยกยิ้มแล้วส่ายหัวเป็นคำตอบ


“ทำแค่นี้ไม่เหนื่อยเลยแทยง ดูแลเตนล์ตลอดไม่สนใจคนนั้นบ้างรึไง”คนตัวเล็กกว่าหันหน้าไปทางเก้าอี้ตัวใหญ่ที่ตอนนี้มีกษัตริย์ตัวโตกำลังทำหน้าเครียดครุ่นคิดอยู่กับมาร์คสองคน ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกัน


“เรื่องเครียดยากจะเข้าใจน่ะ เอาเป็นว่าหิวก็กินนะ”เตนล์พยักหน้ารับรู้ก่อนที่แทยงจะเดินกลับไปร่วมวงสนทนากับจอห์นนี่และมาร์ค บรรยากาศของทั้งสามน่าตึงเครียดยิ่งกว่าอะไรส่วนยูตะและฮันซลก็มาช่วยเตนล์ทำงานบ้างหยอกเล่นกันบ้างตามประสาวัย


“เย็นนี้งานเข้ากษัตริย์เราแล้วล่ะ เห็นว่าตัดสินชี้เป็นชี้ตายราชวงศ์เชียวนะ”ประเด็นที่ยูตะได้เปิดขึ้นมาทำให้เตนล์ที่กำลังคิดจะพักต้องหยุดชะงัก เขามองไปทางสองพี่น้องที่ยืนกอดอกคุยกัน


“ทางพ่อแม่เราก็เตรียมทางหลบไว้แล้วกลัวอะไร”คนสูงที่สุดว่าอย่างไม่ใส่ใจ


“มีคนจ้องจะปลิดชีวิตนายยังทำตัวสบายอยู่อีกหรือไง”ยูตะตีแขนฮันซลไปทีหนึ่งอย่างแรงทำเอาคนถูกตีต้องลูบแขนตัวเอง


“คิดหรอว่าจอห์นนี่จะยอมให้ใครตาย แต่หมอนั่นสละตัวเองอันนี้ก็ไม่รู้นะ”


“แทยงไม่ยอมหรอกแบบนั้น”ยูตะพุดขัดอีกครั้งคราวนี้ทั้งสองคนเงียบไปทันที


“พูดถึงเรื่องอะไรกันหรอครับ?”เตนล์ที่นิ่งเงียบมานานพูดถามอย่างไม่ปิดบัง เขาอยากจะรู้ว่ามันเกดอะไรขึ้นและจากที่ยืนฟังมาได้สักพักทำให้เขาเริ่มปะติดปะต่ออะไรได้บ้างแล้ว


“ไม่ต้องรู้หรอก”ฮันซลรีบยื่นช่อดอกไม้ให้คนตัวเล็กไปจัดต่อก่อนจะลากยูตะออกมาทิ้งให้คนตัวเล็กทำงานไปคนเดียว เตนล์เองที่ไม่ได้คำตอบแถมยังได้งานเพิ่มก็รู้สึกไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ เรื่องสงครามที่จะเกิดขึ้นใครๆก็รู้ว่ามันมีทางเป็นไปได้ในสถานการณ์แบบนี้ ชาวบ้านในเมืองหลายคนก็ซุบซิบกันหนาหูมาได้สักพักแล้ว





                เตนล์หันไปมองทั้งสามที่กำลังคุยกันเงียบๆอย่างให้กำลังใจเพราะเชื่อว่าทุกคนมีทางแก้ไข อีกอย่างแม้พวกขุนนางหลายคนจะมีคิดไม่ซื่อแต่เขาก็เชื่อว่าถึงเวลาที่ขับขันจริงความสามัคคีมันจะเกิดขึ้นเพราะคงไม่มีใครอยากถูกยึดบ้านหรอก


“กลับไปพักก่อนเถอะลูกดูเหนื่อยแล้วนะ”แทมุนที่เดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ทำให้เตนล์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะยกยิ้มกลับไปให้


“เดี๋ยวเตนล์ก็กลับแล้วครับ ว่าแต่ท่านพ่อมาทำไมครับ?”


“มาทำงานไง เย็นนี้มีประชุมใหญ่น่ะ”แม่ทัพคนใหม่ว่าอย่างยิ้มๆ แม้จะยิ้มแต่เตนล์กลับรู้สึกถึงคามกังวลไม่น้อย


“เรื่องจริงหรอครับ?”


“ไม่ต้องห่วงหรอก ไม่เกิดขึ้นแน่นอน ยังไงแล้วเย็นนี้ช่วยไปดูแลองค์ชายแจฮยอนที”แทมุนลูบหัวลูกชายอ่างเบามือ ส่วนเตนล์ก็ได้แต่พยักหน้าเบาๆกลับไปให้เพราะยังไงเขาก็ต้องแวะเข้าไปหาแจฮยอนที่ไม่ร่าตอนนี้อาการเป็นยังไงบ้างเพราะตั้งแต่ที่ส่งแจฮยอนไปพักก็ไม่ได้เข้าไปหาอีกเลย


“แบบนี้งานจะยังมีอยู่ไหมครับท่านพ่อ?”ตาโตกวาดไปมองรอบๆที่ถูกตระเตรียมอย่างดีเพื่อเลี้ยงฉลองให้โดยองและตัวเขาเองแต่เมื่อเกิดสถานการณ์แบบนี้เตนล์เองก็ไม่อยากจะจัดแล้ว ดูทุกคนเครียดกันมากไม่มีใครอยากจะหัวเราะและมีความสุขในเวลาแบบนี้หรอก


“มีสิ มีได้ปกติเดี๋ยวประชุมเสร็จพวกเขาก็กลับมางานเองแหละ อย่ากังวลเลย”


“ครับ”เตนล์พูดตอบสั้นๆก่อนที่แทมุนจะแยกไปสมทบกับจอห์นนี่ แทยงและมาร์คส่วนพี่น้องและเพื่อนคนอื่นๆก็แยกย้ายตามงานของตัวเองกันแล้วเพราะงาเลี้ยงก็จัดเสร็จและกว่าจะถึงงานก็อีกตั้งหลายชั่วโมง


“กลับบ้านไหม?”แทยงเดินเข้ามาถามน้องชายตัวเองที่ดูจะทำตัวไม่ถูกเพราะเจ้าตัวเล็กเอาแต่หันซ้ายมองขวา


“แทยง เตนล์ขอไปอยู่ในสวนสมุนไพรได้ไหม?”สวนสมุนไพรในวังเป็นอะไรที่กว้างเพราะที่นี่แทบจะมีทุกอย่างที่ปลูกไว้ใช้เอง เตนล์เป็นคนหนึ่งที่ชอบธรรมชาติเขาก็อยากเลือกที่จะไปขลุกอยู่แต่ที่นั่นสักครั้งเหมือนกัน


“ได้สิแต่ถึงเวลาก็เข้ามากินข้าวเดี๋ยวจะปวดท้อง”


“แล้วแทยงต้องไปกับพวกเขาด้วยหรอ?”


“อืม....ก็ต้องไป มันไม่มีอะไรหรอกเรื่องนี้มันควรจะจบวันนี้แหละ”แทยงตบไหล่เตนล์เบาๆเขาก็ไม่ได้กังวลอะไรมากเพราะฟังจากสองพี่น้องเมื่อกี้ก็เดาได้ว่ามันคงจบได้ดีไม่มีการนองเลือดแน่นอน


“ถ้าอย่างนั้นเตนล์ไปสวนสมุนไพรนะ”


“แล้วไม่คิดจะไปหาคนป่วยหน่อยหรอ”แทยงถามเผื่อคนป่วยที่ดูเหมือนว่าน่าจะอาการดีขึ้นแล้ว


“ให้แจฮยอนพักจนหายดีกว่าเตนล์ไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อน”ทั้งสองพี่น้องมองหน้ากันสักพักก็แยกย้ายกันไปทำงานทำหน้าที่ตัวเองทันที

 






                เวลาบ่ายเป็นอะไรที่เหมาะแก่การเดินเล่นในช่วงฤดูหนาวนี้และเตนล์ก็เลือกที่จะนั่งเก้าเล็กๆตรงมุมของสวนสมุนไพร เขายอมรับเลยว่าอากาศดีๆแบบนี้มันเหมาะกับการชื่นชมสมุนไพรแต่ใจหนึ่งเขาก็เป็นห่วงทุกคนไม่น้อย สำหรับเตนล์ที่รู้เรื่องราวขอรามูจมามากพอสมควรเขารู้สึกว่าคนๆนี้ไม่ได้ซื่อตรงอย่างที่ควรจะคิดได้


“เราต้องเชื่อมั่นในพี่จอห์นนี่สิ”เสียงบ่นพึมพัมกับตัวเองไม่มีใครได้ยินเว้นเสียแต่คนที่แอบหนีมางีบตั้งแต่ช่วงเที่ยงอย่าโดยองที่ดันตื่นเพราะเสียงบ่นพึมพัมข้างๆแทน


“ใครบ่นอะไรตรงนี้”


“เฮ้ยยย!! โดยองมานอนทำไมตรงนี้”เพราะตกใจทำให้เตนล์รีบลุกพรวดและเป็นจังหวะเดียวกับที่โดยองลุกพรวดขึ้นมาอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นใคร


“เตนล์เองหรอ”โดยองเกาหัวอย่างงัวเงียเมื่อเห็นว่าเป็นใคร เพราะงีบไปนานทรงผมของเขาเลยชี้ฟูไม่เป็นทรงดูแล้วทำให้เตนล์ขำออกมาได้ไม่ยาก


“โดยองล่ะมานอนทำไมตรงนี้ ที่มีตั้งเยอะมานอนพื้นหญ้าในสวนนี่อ่ะนะ”


“บรรยากาศมันดีจะตายอีกอย่างเตนล์นั่นแหละมานั่งบ่นอะไร”คำถามกลับที่ทำให้เตนล์นิ่งเงียบก่อนจะถอนหายใจเบาๆหนึ่งที


“เปล่านี่”


“หรอ แล้วนี่มาคนเดียวรึไงคนอื่นๆล่ะ”เพราะคิดว่าต้องพบน้องชายตัวเองยืนอยู่ด้านหลังด้วยแต่กลับผิดคาดเมื่อเขาเห็นแค่เตนล์คนเดียว


“มีงานน่ะ ส่วนแจฮยอนยังไม่ตื่นมั้งเตนล์ไม่ได้เข้าไปดูเตนล์อยากมาดูสมุนไพรก่อน”


“รู้แล้วว่าเป็นนักปรุงยา ชอบจริงๆเลยสินะสมุนไพรเนี่ย”


“มันมีประโยช์นมากเลยนะ ไม่คิดแบบเตนล์หรอ?”ใบหน้างอง่ำทำให้โดยองต้องผลักหัวเล็กอย่างหมั่นไส้ในความน่ารักไปหนึ่งที




“อะแฮ่ม”เสียงทุ้มหนักกระแอมเบาๆจากด้านหลังโดยที่ทั้งสองไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใคร และเมื่อโดยองหันไปมองเขาก็เจอสายตาที่เคียดแค้นจ้องกลับมาเป็นคำตอบและที่สำคัญคนที่เข้ามาใหม่นั้นอยุ่ในชุดที่แปลกออกไป ปกติตอนอยู่ในวังทุกคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นองค์ชายจะสวมชุดที่ดูดีแต่วันนี้เตนล์กลับเห็นแจฮยอนแต่งตัวที่แปลกออกไป


“ใส่ชุดธรรมดาบ้างแปลกตรงไหน”คนที่ถูกจ้องมองได้แต่ถอนหายใจกับท่าทีประหลาดใจของคนตรงหน้า


“ปกติเตนล์ไม่เห็นนี่”           

                                                                                                       

“แล้วมาทำอะไรกันสองคนตรงนี้”คำถามที่ตั้งใจจะถามพี่ชายตัวเองที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลังของเตนล์มากกว่าที่จะถามคนตรงหน้าที่ทำหน้าเหมือนตามไม่ทัน


“เตนล์มาเดินเล่นบังเอิญมาเจอโดยองแอบนอนตรงนี้พอดี”


“ก็ตามที่เตนล์บอกเราพึ่งเจอกันก่อนนายจะมานี่แหละ”โดยองว่าเสริมเพราะขืนคนขี้หึงอย่างแจฮยอนไม่ได้คำตอบที่ถูกใจยังไงเขาก็ต้องโดนสายตาตำหนิอยู่ดี


“ว่าแต่ไม่เข้าประชุมกับเขาหรอ”


“นายยังไม่เข้าฉันจะเข้าไปทำไม อีกอย่างเรื่องนั้นมันจะเป็นยังไงก็ขึ้นอยู่กับอีกฝ่ายด้วยอยู่แล้ว”


“แต่มันก็เป็นไปได้ถ้าเกิดข้อตกลงไม่ตรงกันไม่ใช่รึไง แบบนั้นเป็นพวกนายเองที่.....”


“สมัยนี้ใครเขาจะฆ่าจะแกงกันล่ะ มีสงครามก็จริงแต่ไม่ใช่จะนองเลือดสักหน่อย”คนตัวสูงกว่าเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะใช้แขนโอบไหล่อีกคนเหมือนใช้คนตัวเล็กกว่าเป็นที่วางแขนแทน


“เตนล์งงแล้วนะ”


“เข้าไปเถอะ เจ้าของงานสองคนมาอยู่ตรงนี้แล้วจะจัดงานทำไมกัน”แจฮยอนก้มหน้าไปมองคนที่อยู่ในอ้อมกอดก่อนจะหันไปขยิบตาให้โดยองเพื่อเป็นการท้าทายแต่ผฏิกิริยากลับผิดคาดเมื่อโดยองแค่ยกยิ้มกลับมาให้ ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ต้องหงุดหงิดแล้วพาลมาด่าเขา


“ไม่ได้ผลหรอกเราตกลงกันแล้ว”โดยองตบบ่าแจฮยอนไปสองทีก่อนจะเดินนำออกไปทิ้งให้แจฮยอนมองตากระพริบปริบๆ


“มีอะไรอย่างนั้นหรอแจฮยอน”


“ตกลงอะไรกับหมอนั่น?”


“อืม....ก็ตกลงทุกเรื่องล่ะมั้ง”รอยยิ้มที่เขาไม่ได้เห็นมาหลายวันกลับปรากฏออกมาอย่างง่ายดายทำให้แจฮยอนเลือกที่จะไม่ถามอะไรเกี่ยวกับทั้งสองต่อเพราะดูแล้วยังไงโดยองกับเตนล์คงเคลียร์กันด้วยดี


“ว่าแต่หายดีแล้วหรอถึงลุกขึ้นมาได้”


“ไม่ดีเท่าไหร่เพราะพยาบาลประจำตัวไม่ยอมไปดูอาการเลยต้องลุกขึ้นมาตามหานี่ไง”รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของแจฮยอนถูกฉายผ่านใบหน้าหล่ออย่างไม่ปิดบังแต่สำหรับเตนล์ที่มักจะตามคนไม่ค่อยทันก็ทำได้แค่พยักหน้าเข้าใจจนคนที่อยากแกล้งต้องหุบยิ้มทันที


“ปฏิกิริยาตอบโต้ที่น่าผิดหวังนี่มันอะไรกัน”


“แจฮยอนหมายถึงใครอย่างนั้นหรอ?”เมื่อได้ยินคำถามที่ถามกลับมาทำให้แจฮยอนต้องรีบผละออกมาจากเตนล์แล้วจ้องหน้าคนตัวเล็กกว่าให้ชัดๆ สำหรับเตนล์ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็สดใสคนนี้ ตอนนี้กำลังทำให้แจฮยอนรู้สึกลำบากใจ


“เมื่อก่อนต้องเขินแล้วสิ”


“หมายถึงเขินที่แจฮยอนพูด?”


“เตนล์ หัวไปกระทบกระเทือนอะไรมารึเปล่า เจ็บตรงไหน ไหนบอกแจฮยอนมาสิ”ความเงียบเข้าครอบงำ แจฮยอนที่พลิกตัวเตนล์ไปมาเพื่อสำรวจหาล่องรอยของบาดแผลแต่กลับได้เสียงหัวเราะคิกคักของเตนลืกลับมาแทนทำเอาแจฮยอนงงทันที


“แทนตัวเองว่าแจฮยอนด้วย”เสียงหัวเราะที่แจฮยอนไม่ค่อยจะได้ยินได้เปล่งออกมาจากเตนล์ เป็นเสียงหัวเราะที่ดูมีความสุขมากทีเดียว


“แกล้งรึไง?”


“ก็แจฮยอนชอบแกล้งเตนล์ก่อน โดนบ้างเป็นไงล่ะ”


“ทำไมกลายเป็นคนใจร้าย รู้ว่าชอบให้เขินก็ยังจะแกล้งกันอีก”ผู้ชายตัวสูงขาวที่ใครๆก็คิดว่านิ่งสุขุมแต่สำหรับเตนลืก็เหมือนเด็กที่ชอบเอาแต่ใจ ชอบแกล้งและที่สำคัญชอบทำให้เขาเขินตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน


“เตนล์ไม่เขินแล้ว เตนล์เก่งแล้ว”


“จริง?”คนตัวเล็กพยักหน้าเบาๆก่อนจะยกยิ้มกว้างๆเป็นคำตอบอีกที ไม่ใช่ว่าไม่เขินแต่เขาแค่พยายามไม่เขินมากต่างหาก


“ถ้าอย่างนั้นตอนที่ป้อนยาก็ไม่เขินเลยสินะ?”รอยยิ้มกว้างหยุดชะงักไปทันทีก่อนจะทำตาโตอย่างตกใจเมื่อจู่ๆแจฮยอนก็พูดเสียงเบาๆเกี่ยวกับการป้อนยา


“เงียบทำไม ไม่เขินเลยหรอก็เตนล์ ตรงนี้ไง”แจฮยอนชี้นิ้วไปที่ริมฝีปากตัวเองก่อนจะยกยิ้มจางๆมาให้ส่วนเตนล์นั้นก็เหมือนคนที่วิญญาณหลุดล่องลอยไปทันที


“เตนล์เข้าไปในงานก่อนนะ”





                คนที่กลั้นอาการไม่อยู่รีบเดินหนีทันที แจฮยอนหัวเราะตามหลังเสียงดังจนเตนล์ต้องหันมามองค้อนใส่อย่างไม่พอใจที่ถูกล้อ ตอนที่ป้อนยานั้นเขาคิดแล้วว่าแจฮยอนต้องไม่รู้สึกตัวแต่ทำไมคนที่ป่วยขนาดนั้นต้องรับรู้ด้วยว่าเขาทำอะไรลงไป แบบนี้ก็มองหน้าไม่ติดกันพอดี


“รอด้วย!!!”


“ไม่ต้องตามมาใกล้นะแจฮยอน!!”


“ไหนบอกไม่เขินแล้วไง!!”คนหนึ่งก็วิ่งหนีส่วนอีกคนก็วิ่งตาม แจฮยอนที่ช่วงขายาวกว่าไม่แปลกใจที่เขาจะวิ่งมาดักหน้าคนที่หน้าแดงได้ทัน


“อะ....อะไร”


“เดินไปพร้อมกันสิ”เตนล์หรี่ตามองคนเข้าเล่ห์ที่ไม่รู้ว่าจะใชไม้ไหนพูดให้เขาเขินอีก แค่นี้ก็แทบจะมุแผ่นหนีแล้ว


“ไม่แกล้งแล้ว แค่อยากเดินไปด้วย”


“แน่นะ”


“ไม่แกล้งแล้วจริงๆ ต่อให้แกล้งก็จะไม่แกล้งให้เขินหรอกเดี๋ยวคนอื่นเห็น หวง”ใบหน้าที่พูดนิ่งๆแต่แฝงไว้ด้วยความดุดันนั้นทำให้คนได้ยินอยากจะมุดไปที่ไหนสักที่ ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนแจฮอนก็มักจะทำให้เขายิ้มหัวเราะและหน้าแดงไปพร้อมกันเสมอ เตนล์ชอบที่จะมีคสามสุขแบบนี้ 









__________________________________________________________________________________________________________________

ข้าพเจ้าต้องขอโทษท่านผู้อ่านจริงๆ เรารู้สึกภาษาของเรานั้นเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา55555 พยายามแล้วค่ะที่จะรักษามาตราฐานเอาไว้แต่แบบว่าเราแต่งบ้างหยุดบ้างเลยอย่างงที่เห็นแต่เราก็คิดนะว่าเราจะมาบอกทำไม แต่เราไม่มีอะไรจะคุยเราเลยมาพร่ำเพ้อพรรณาให้ทุกคนเสียเวลาอ่าน ขอบคุณค่ะ

ตอนหน้าจบแล้วนะคะ อ่ะฮิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #113 Satita_Soda (@satita12345) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 22:01
    เขิน >///<
    #113
    0
  2. #112 Note Paphawarin (@notezazazaza6503) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 17:20
    สนุกมากเลยค่ะ
    #112
    0