Slave นายไม่ใช่ทาสของใคร [JAETEN]

ตอนที่ 31 : ไม่คิดถึงกันบ้างหรอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    19 เม.ย. 61

     ผ่านมาหลายเดือนสำหรับการที่แจฮยอนและคนอื่นๆแวะเวียนมาหาเตนล์จนสนิทสนมกับนาอินและซูโฮรวมทั้งลูกค้าที่มักมาซื้อสมุนไพรบางคน นาอินที่ท้องเริ่มโตจนเดินไม่ไหวทำให้หน้าที่ในการเตรียมสมุนไพรจัดจ่ายทุกอย่างเป็นของเตนล์ที่แม้จะอาศัยอยู่ที่นี่แต่ก็ต้องเข้าไปเรียนและการรับทุนนักปรุงยาทุกวันหยุดเสาร์อาทิตย์แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรเพราะทุกวันศุกร์แจฮยอนจะมารับเขาเข้าวังเสมอนั่นคือสิ่งที่ทุกคนเห็นกันมาตลอด


“หนูกลับไปอยู่ที่โน่นจะกลับมาหาเราบ้างรึเปล่า”นาอินถามอย่างเศร้าใจเมื่อคิดว่าอีกไม่นานเด็กคนนี้ก็ต้องออกไปอยู่ที่อื่นแล้ว เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นนาอินและซูโฮได้รู้จากปากของแทยงผู้เป็นพี่ชายแท้ๆของเตนล์ตอนแรกที่พวกเขาได้ยินนั้นก็ไม่มีใครอยากจะเชื่อแต่เมื่อนานวันเข้าพวกเขาก็เข้าใจและรับรู้ได้หมดทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเกที่พวกเขาเคยช่วยเหลือไว้


“กลับมาสิครับเพราะเตนล์มีน้องแล้ว เตนล์จะกลับมาหาน้องบ่อยๆ”รอยยิ้มที่ไม่ว่าจะเวลาไหนเมื่อได้เห็นก็เป็นอันต้องมีความสุขเสมอ


“อย่าลืมที่พูดไว้ล่ะ”


“ไม่ลืมหรอกครับเพราะท่านแม่และท่านพ่อเป็นผู้มีพระคุณของเตนล์เสมอ”


“แล้วท่านแทมุนช่วงนี้เป็นยังไงบ้างไม่เห็นมาเยี่ยมเราหลายวันแล้วนี่”เมื่อนึกได้ว่าผู้เป็นพ่อแท้ๆของเด็กคนนี้ไม่ได้เข้ามาหาหลายวันแล้วก็เป็นที่แปลกใจเพราะซูโฮก็เหมือนมีบางอย่างเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกจะถามมากอยู่เหมือนกัน


“เห็นบอกว่าช่วงนี้ติดงานแต่งตั้งองค์รักษ์ส่วนพระองค์ชุดใหม่น่ะครับ”จากที่ได้ยินจากแจฮยอนที่มักจะเล่าความเป็นมาเป็นไปเสมอของวังแม้เตนล์เองก็กลับไปบ่อยครั้งช่วงวันหยุดเพราะต้องเข้าไปเรียนกับทุนที่ได้มาแม้จะเหนื่อยแต่เมื่อเทียบกับการได้อยู่กับพ่อและพี่ชายเตนล์ก็รอคอยวันหยุดทุกครั้งไป


“ถ้าอย่างนั้นแทยงก็.....”นาอินป้องปากอย่างดีใจเพราะเทียบเด็กทั้งสองแล้วแม้แทยงจะไม่ได้มาบ่อยแต่ทั้งเธอและสามีก็ผูกพันธ์ด้วยไม่น้อยด้วยความที่คุยง่ายของแทยง


“ครับเขาจะได้ขึ้นเป็นองค์รักษ์ส่วนพระองค์ของกษัตริย์จอห์นนี่”


“จากวันนั้นก็ผ่านมาเร็วเหลือเกินไม่คิดว่าแทยงจะทำได้จริงๆ”ซูโฮว่าอย่างพึงพอใจในตัวเด็กคนนั้นไม่น้อย


“แทยงเก่งเสมอเลยครับท่านพ่อ ตั้งแต่เด็กๆแทยงคอยทำอะไรให้เตนล์มาตลอดแต่ตอนนี้เขาคงต้องไปทำให้คนอื่นแล้ว”เตนล์ว่าอย่างยกยิ้มเมื่อคิดว่าหน้าที่ดูแลเขาคงไม่ใช่แทยงเหมือนเคยเพราะพี่ชายเขาก็คงมีกษัตริย์ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักพ่วงเข้าไปด้วยให้คอยดูแลต่อส่วนเขานั้นก็ดูเหมือนจะไม่เหงาอย่างที่คิดเพราะคนรอบตัวก็มีมากจนเขาคิดว่าเรื่องราวร้ายๆที่เคยพบเจอมามันถูกลบหายไปจากความรู้สึกแล้ว


“แล้วหนูจะกลับไปอยู่ที่วังเมื่อไหร่?”


“ก็คงก่อนที่จะมีพิธีแต่งตั้งในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้าครับ คิดดูแล้วก็ใจหายเหมือนกัน”เตนล์ว่าอย่างใจหายจริงๆเพราะนี่ก็เป็นเวลาเกือบสามปีที่เขาได้มาอยู่ที่นี่แม้พักหลังๆจะถูกพาตัวไปนอนที่บ้านของแทมุนบ่อยครั้งด้วยฝีมือแทยงและมีบ้างที่แจฮยอนจะมานอนด้วยแต่ก็ไม่ได้บ่อยเท่าไหร่


“นั่นควรเป็นทางเรามากกว่าที่จะต้องพูดแบบนั้น ยังไงซะที่นี่ก็คือบ้านของเตนล์เหมือนกันอยากกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้”คนตัวเล็กพยักหน้ารับรู้เพราะตั้งแต่ที่ว่าเตนล์จะกลับไปอยู่กับครอบครัวแท้ๆทั้งนาอินและซูโฮก็พร่ำบอกเขาแบบนี้มาตลอด





                ระหว่างที่สามพ่อแม่ลูกกำลังนั่งคุยถึงเรื่องราวต่างๆอย่างสนุกสนานจู่ๆนาอินก็รู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรงขึ้นมาทำเอาซุโฮและเตนล์รู้สึกทำตัวไม่ถูกจนพวกเขาทั้งสองตัดสินใจพานาอินไปหาหมอที่ใกล้ที่สุด





                การรอคอยที่นานจนเวลาล่วงมาเท่าไหร่ไม่รู้แต่เตนล์รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ซูโฮมาปลุกเขาให้ตื่นจากนอนนอนพักผ่อนหน้าห้องตรวจที่มีพยาบาลและหมอมากหน้าหลายตาเดินผ่านไปมาด้วยความวุ่นวาย เสียงกรีดร้องโหยหวยยังมีเป็นระยะแต่สีหน้าของซูโฮไม่ได้กังวลใจอะไรเพราะซูโฮเพียงแค่เฝ้ามองหน้าห้องตรวจอย่างใจจดใจจ่อ


“กำหนดคลอดอีกตั้งหลายวัน”คำพูดที่พูดกับตัวเองพอที่จะทำให้เตนล์เดาเหตุการณ์ออกได้ทันที ที่นาอินปวดท้องคงเพราะกำลังจะคลอด


“กรี๊ดดดดดดดดด”เสียงกรีดร้องของผู้หญิงที่ดังทั่วโรงพยาบาลขนาดเล็กนี้ทำเอาเตนล์ที่กำลังครุ่นคิดอะไรเพลินๆต้องสะดุ้สุดตัวก่อนที่หญิงสาวคนนั้นจะวิ่งสะเปะสะปะปัดป่ายไปทั่วเหมือนคนไร้สติแต่แล้วเธอกลับมาทรุดล้มทับเตนล์ที่นั่งยังม้านั่งหน้าห้องตรวจพอดี


“เป็นอะไรรึเปล่าครับ”เตนล์เขย่าคนหมดสติเบาๆเพราะหวังว่าคนๆนี้จะตอบแต่เปล่าเธอกลับแน่นิ่งพร้อมกับพยาบาลและเหล่าหมอวิ่งกรูเข้ามาดูอย่างตกใจ


“พยาบาลพาคนๆนี้เข้าไปในห้องด่วนเลย”ความวุ่นวายที่มาประหนึ่งพายุและจากไปอย่างรวดเร็วทำให้ตอนนี้เตนล์กับซูโฮได้แต่มองหน้ากับปริบๆ


“ต้องขอโทษด้วยนะครับพอดีคนไข้คนนี้สติไม่ดีเธอทำร้ายตัวเองแล้ววิ่งหนีออกมา”เตนล์พยักหน้ารับรู้ก่อนจะมองเนื้อตัวที่เปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงฉาน แม้เตนล์จะเป็นคนไม่กลัวเลือดแต่เมื่อเห็นเยอะแบบนี้ก็รู้สึกแย่ได้เหมือนกัน


“กลับบ้านไปอาบน้ำอาบท่าก่อนดีกว่าไหมเดี๋ยวทางนี้พ่อดูแลเอง”


“แต่เตนล์..........”


“เนื้อตัวมีแต่เลือดแบบนี้สกปรกแย่ ไปอาบน้ำแล้วกลับมาก็ได้ม้าพ่อก็ผูกไว้แต่ถ้าไม่อยากขี่เดี๋ยวเรียกรถม้ากลับ”เพราะซูโฮรู้ว่าเตนล์กลัวม้าและการเรียกใช้รถม้าของที่นี่ก็ไม่ได้แพงอะไรมากมาย


“ครับแค่นี้เองเดี๋ยวเตนล์เรียกรถม้ากลับได้”ว่าแล้วคนตัวเล็กก็ลุกขึ้นก่อนจะลาซูโฮและเลี้ยวตัวเดินกลับโดยไม่ลืมที่จะรับเงินจากซูโฮมาเพราะเขาคงไม่เลือกที่จะขี่ม้ากลับแน่ๆ





                รถม้าที่เคลื่อนตัวไปอย่างรวดเร็วไม่นานนักเตนล์ก็มาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านและจากที่นี่ก็ไปอีกไม่ถึงสามนาทีก็ถึงบ้านของเขาแต่วันนี้เตนล์กลับรู้สึกแปลกไปกว่าทุกวันเพราะมเอมาถึงหน้าบ้านกลับมีทหารหลายคนต่างยืนเต็มไปหมดขาสองข้างของเตนล์ค่อยๆก้าวเข้าไปอย่างช้าๆเหมือนระแวงต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น


“ไปไหนมา”เสียงทุ้มแข็งที่ดังด้านหลังทำให้คนตัวเล็กกว่าสะดุ้งสุดตัวก่อนจะรีบหันไปมองอย่างรวดเร็ว


“แจฮยอน?”


“ตกใจอะไรขนาดนั้นก็ฉันเองน่ะสิ”คนตัวสูงว่าอย่างแปลกใจก่อนจะมองไปที่เนื้อตัวที่สกปรกไปด้วยคราบเลือดของคนตรงหน้า สายตาที่นิ่งเมื่อกี้กลับกลายเป็นตกใจทันที


“เนื้อตัวนั่นอะไรเกิดอะไรขึ้น ไปทำอะไรมา บาดเจ็บหรอ?”คำถามมากมายที่พ่นออกมาในเวลาเดียวทำให้เตนล์ต้องแตะไปที่ไหล่แจฮยอนเบาๆอย่างปลอบใจก่อนจะถอนหายใจเบาๆเพราะความเป็นห่วงที่เกินไปของแจฮยอน


“เตนล์ไม่ได้เป็นอะไร เลือดนี่ก็ของคนอื่นพอดีท่านแม่อยู่ที่โรงพยาบาลเตนล์เลยกลับมาอาบน้ำก่อน”เสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกของแจฮยอทำให้เตนล์เลือกที่จะขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ แต่เมื่อหันไปมองยังอีกด้านก็พบกับเหล่าบรรดาทหารหลายคนที่ยืนนิ่งเหมือนเช่นรูปปั้น


“พ่อกับพี่ของนายมาหา วันนี้พี่แทยงได้รับตำแหน่งเร็วกว่ากำหนดคงจะมาบอกเรื่องนี้ล่ะมั้ง”


“แล้วแจฮยอนล่ะ?”


“ฉันทำไม?...อ้อก็อยากมาหา เราไม่ได้เจอกันมาหลายวันแล้วนะไม่คิดถึงบ้างเลยหรอ”เพราะสายตาของเตนล์ที่บ่งบอกว่าแจฮยอนมาทำไมนั่นทำให้คนทึคิดถึงมาอย่างแจฮยอนรู้สึกน้อยใจขึ้นมาทันที


“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย”คนตัวเล็กรีบขอโทษทันทีเพราะคงรู้ดีว่าแจฮยอนคงคิดถึงจริงๆแม้ล่าสุดที่พวกเขาได้พบกันก็คือเมื่อสองวันที่แล้วเอง แม้จะรู้สึกว่าเจอกันบ่อยแต่เตนล์ก็ยอมรับว่าพักหลังๆมานี้ตัวเขาเองีคามสุขทุกครั้งที่แจฮยอนมาหาและความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ดูจะเป็นไปในทางที่ดีเช่นกัน


“เข้าไปล้างเนื้อล้างตัวแล้วไปคุยกับครอบครัวนายเถอะ”แจฮยอนโอบไหล่เตนล์ก่อนจะพาเดินไปด้วยราวกับเพื่อนที่สนิทกันมากแต่ทั้งสองกลับไม่ได้คิดแบบนั้น มันเป็นคามสัมพันธ์ที่มากกว่าเพื่อนแต่ไม่มีสถานะมากกว่า





                เพราะเนื้อตัวที่เปื้อนเลือดและคนรอบตัวที่ดูจะตกใจจนเกินเหตุเป็นเหตุทำให้เตนล์ต้องนั่งเงียบหลังจากชำระเนื้อล้างตัวเสร็จ ตอนนี้ด้านหน้าของเขาก็คือพี่ชายและพ่อแท้ๆที่กำลังจ้องมองมาที่เขาอย่างจับผิดส่วนแจฮยอนก็ได้แค่มองยิ้มๆมาให้เหมือนทุกที


“ก็อย่างที่บอกว่าท่านแม่นาอินกำลังจะคลอดเลือดที่เห็นก็ไม่ใช่ของเตนล์สักหน่อย”


“ไม่ได้ซ่อนบาดแผลอะไรไว้ใช่ไหม? ไม่ได้โดนอะไรมาใช่ไหม”แทยงถามอย่างเป็นห่วงเพราะอดีตที่จำได้เตนล์เป็นคนที่ชอบปกปิดความรู้สึกรวมทั้งปกปิดเรื่องที่เจ้าตัวคิดว่าคนอื่นจะไม่สบายใจไว้เสมอ


“แทยงอย่างคิดอะไรเกิดกว่าเหตุได้ไหมเตนล์สบายดีไม่ได้เป็นอะไรจริงๆนะ”


“ก็นายมัน........”


“เอาน่าน้องเองก็คงไม่ได้ปกปิดอะไรหรอกจะไปคาดคั้นอะไรขนาดนั้น”แทมุนห้ามปรามพี่ชายขี้ห่วงทันทีก่อนจะหันไปมองลูกชายคนเล็กที่จ้องตาปริบๆมาที่ตัวเอง


“ทางนั้นเป็นยังไงบ้างคลอดแล้วรึยัง”เสียงนุ่มถามอย่างอ่อนโยน


“เตนล์ไม่รู้ครับท่านพ่อแต่ป่านนี้แล้วคงจะคลอดแล้วครับ”


“ไปเยี่ยมกันไหมครับ?ยังไงซะวันนี้ก็ตั้งใจจะมาเยี่ยมอยู่แล้ว”แจฮยอนเสนอความคิดเพราะยังไงวันนี้พวกเขาก็ตั้งใจมาบอกข่าวดีและมาเยี่ยมคนท้องรวมทั้งคุณพ่อมือใหม่ด้วย


“เอาสิผมอยากจะพูดคุยเรื่องพาเตนล์กลับไปอยู่ด้วยเหมือนกัน”แทมุนตกลงกับความคิดนั้นส่วนคำพูดของเขาดูเหมือนจะไปสะกิดใจคนตัวเล็กที่นั่งฟังอยู่


“กลับหรอครับ?”


“ถึงเวลาที่เตนล์ต้องกลับไปอยู่ที่นั่นแล้วอีกไม่นานอายุก็จะครบ15ส่วนเรื่องทุนตอนนี้ทางวังก็ต้องการนักปรุงยาเพิ่มด้วย”แทยงตอบอย่างฉะฉานและมั่นใจ เขาเฝ้ารอวันที่น้องชายจะกลับไปอยู่ด้วยเสมอ


“แต่ไหนแทยงบอกว่าให้กลับอีกสองอาทิตย์ยังไงล่ะ....”


“นาอินกับซูโฮเคยบอกพ่อไว้ว่าอยากจะให้ลูกกลับไปนานแล้วเขาเองก็เกรงใจทางเราและเราก็เห็นใจทางนี้แต่นั่นมันก็อยู่ที่ตัวลูกเองเป็นคนตัดสินใจ แต่ทางเราก็คิดถึงลูกเสมอนะเตนล์”แทมุนพูดยาวที่สุดที่เขาเคยพูดมา ตอนนี้เขาอยากให้ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าสักทีเพราะตั้งแต่วันนี้ตำแหน่งของเขาก็ถูกปลดให้เหลือแค่อดีตองค์รักษ์ที่ได้ตำแหน่งใหม่คือแม่ทัพประจำราชวังตามคำสั่งของมุนอาและกษัตริย์จอห์นนี่


"อีกอย่างแทยงก็ได้ขึ้นเป็นองค์รักษ์ส่วนพระองค์แล้ว"เตนล์มองหน้าแทยงอย่างตื่นเต้นแทนเพราะเขาก็ได้ยินมามากมายเกี่ยวกับหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้และแทยงก็ทำมันได้สำเร็จ การจะขึ้นเป็นองค์รักษ์ส่วนพระองค์นอกจากความเห็นจากกษัตริย์เองก็ดูจะเป็นเข้าเข้าทดสอบด้านสุขภาพและการต่อสู้ที่โหดกว่าการเป็นทหารของวังหลวงเป็นไหนๆ 


"ยินดีด้วยนะแทยง เตนล์เชื่อว่าแทยงทำได้อยู่แล้ว"


"อย่างนั้นก็รีบๆกลับไปฉลองที่วังได้แล้ว"คนเป็นพี่บอกอย่างนิ่งๆเพราะเขาก็รอที่จะฉลองกับน้องและเพื่อนๆเสมอ การอยู่ให้ครบพร้อมหน้าพร้อมตามันก็เป็นอะไรที่เขารอมาเสมอจริงๆแต่สำหรับเตนล์ แทยงเข้าใจว่าน้องคนนี้เป็นคนยังไงการที่เป็นคนขี้เกรงใจและคอยเป็นห่วงคนนั้นคนนี้ไปทั่วมันก็เป็นสิ่งที่แทยงเห็นมาตั้งแต่เด็กๆนั่นแหละ


“ครับ”ไม่มีคำพูดอะไรออกมาจากเตนล์นอกจากคำนี้ เขาเองก็รู้สึกผิดที่จากครอบครัวทั้งๆที่ได้เจอกันแล้วแต่เมื่อได้ยินแบบนี้เขาก็ดีใจที่จะกลับไปแต่อย่างน้อยให้เขาได้อยู่ดูแลผู้ช่วยชีวิตอีกสักสองสามวันก็ยังดี


“เราไม่ได้จะให้กลับวันนี้หรือพรุ่งนี้หรอกนะ”แทยงว่าอีกทีเอเห็นสีหน้าลำบากใจของเตนล์ คนเป็นพี่ที่ดูแลคนน้องมานานทำไมจะไม่รู้นิสัยนี้ของน้องชาย


“เตนล์ขอเวลาสามวันนะครับท่านพ่อ”


“ได้เสมอ พ่อรอหนูกลับไปเสมออยู่แล้ว”สองพ่อลูกกอดกันหนึ่งทีก่อนจะผละออก บรรยากาศที่ดูมีความสุขไม่ว่าจะทางไหนมันทำให้เตนล์รู้สึกดีไม่น้อย เขาอยากจะเก็บความทรงจำที่มีคามสุขนี้ไว้นานๆและดูเหมือนทุกคนก็คิดแบบเดียวกับเขาเช่นกัน 







     ภายในวังที่ดูจะเงียบสงบเหมือนเช่นทุกวันแต่วันนี้กลับเงียบไปมากกว่าเดิมเมื่อกษัตริย์จอห์นนี่ถอนหายใจทิ้งไปแล้วกว่าสามสี่ครั้งที่ผ่านมาทำให้ มาร์คที่ถูกขอให้มานั่งเป้นเพื่อนในห้องทำงานที่แสนเคร่งเครียดต้องหันไปมองพี่ชายตัวเองอย่างสงสัย


“เป็นอะไรครับทำไมถอนหายใจบ่อยแบบนั้น”


“เบื่อมาก พี่เบื่อมากเลยมาร์ค”จอห์นนี่ว่าขึ้นมาอย่างไม่ต้องปิดบังเพราะในห้องนี้นอกจากมาร์คก็ไม่มีใครอยู่ทำให้จอห์นนี่รู้สึกเป็นตัวของตัวเองมากไม่ต้องระวังคำพูดและการกระทำที่ทำให้เหล่าบรรดาผู้ดูแลตำหนิว่าไม่เหมาะสม


“ก็ให้พี่น้องเขาได้เจอกันบ้าง ทำไมกษัตริย์ขี้น้อยใจแบบนี้นะ”เสียงบุคคลที่สามเดินเข้ามาพร้อมตำราเล่มใหญ่ก่อนจะเดินมานั่งข้างน้องชายคนเล็กที่รู้สึกเป็นเกียรติที่พี่ชายคนโตมาช่วยแบ่งเบาความหดหู่ใจของเขา


“ก็ผมคิดถึงเขานี่”


“เขาอยู่ข้างกายมาตลอดจนเคยชินรึไง? จอห์นนี่นายนี่มันเด็กจริงๆ”แทอิลว่าอย่างหยอกล้อเพราะนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่จอห์นนี่เป็นแบบนี้ มันจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่แทยงขอลาไปนอนด้วยกับเตนล์หรือลาไปเยี่ยมเตนล์และแน่นอนว่ากษัตริย์อย่างจอห์นนี่ไม่เคยได้ออกจากวังเลยตั้งแต่ได้รับตำแหน่ง จะว่าเบื่อก็ไม่แต่เหงามากกว่าเพราะพี่น้องรอบตัวต่างก็ได้ออกไปเยี่ยมไปเที่ยวหาเตนล์เว้นเสียแต่ตัวเขาเอง


“อย่างน้อยพวกพี่ก็ได้ออกไปเที่ยวไปเล่นข้างนอก”


“สรุปแล้วพี่น้อยใจพี่แทยงหรือโชคชะตา”มาร์คถามหน้านิ่งก่อนที่แทอิลได้ยินจะระเบิดหัวเราะออกมาอย่างถูกใจ


“พี่เองก็อยากเจอเตนล์นะ จะเจอเขาได้ก็ต่อเมื่อวันหยุดพี่ไม่ได้น้อยใจอะไรสักหน่อย”


“เห็นแจฮยอนบอกว่าท่านแทมุนจะไปรับเตนล์กลับมาแต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับเจ้าตัวว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ด้วย”แทอิลพูดตามที่ได้ยินจากแจฮยอนมาอีกที เป็นเรื่องที่ได้ยินแล้วรู้สึกดีมากเพราะเขาเองตั้งแต่วันนั้นก็เข้าเรียนเข้าศึกษาเรื่องการแพทย์และเพราะอายุที่ยังน้อยและยังไม่ได้รับการเรียนที่สูงกว่านี้ทำให้การเรียนของเขามันหนักมากจนไม่มีเวลารับรู้เรื่องอื่นๆเลยถ้าได้เจอเตนล์ตัวเขาเองคงจะรู้สึกดีเพราะใครๆในวังต่างก็บอกว่าเตนล์คือแสงสว่างที่รักษาพวกเขาด้วยรอยยิ้มของเจ้าตัวที่มักแสดงออกมาบ่อยๆ


“ครอบครัวคงครบกันสักทีสินะ”จอห์นนี่ว่าเสริม


“ผมเองก็อยากจะเล่นกับพี่เตนล์เร็วๆจะแย่แล้ว”มาร์คพูดขึ้นมาอย่างตื่นเต้นเพราะมาร์คกับเตนล์เป็นสองคนที่สนิทกันมาก มากเสียจนแจฮยอนมักจะน้อยใจบ่อยๆ


“เดี๋ยวก็ได้ทะเลาะกับเจ้าคนขี้หวงอีกหรอก”จอห์นนี่หันไปบอกมาร์คอย่างกรุ่มกริ่ม


“มีพี่เตนล์พี่แจฮยอนไม่ทำอะไรมาร์คหรอกครับ”






ทั้งสามพี่น้องหัวเราะกันอย่างรู้กันเพราะตั้งแต่ที่แจฮยอนรู้ใจตัวเองสามพี่น้องและญาติคนอื่นๆก็ได้แต่กุมขมับกับความขี้หวงและอาการหึงตลอดเวลาของคนๆนั้น ว่าแล้วจอห์นนี่ก็ได้แต่ถอนหายใจเพราะนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้หัวเราะอะไรแบบนี้ตั้งแต่ได้รับตำแหน่งอันสูงส่งและถึงแม้ว่าเขาจะมีผู้คนล้อมหน้าล้อมหลังตลอดเวลาแต่กลับไม่ได้มีความสุขเท่าที่ควรเพราะความสุขของเขาจริงๆแล้วมันก็ต้องอยู่กันกับเพื่อนและน้องๆเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา


“มีอะไรไม่สบายใจนายยังมีพี่มีน้องมีเพื่อนอยู่ข้างๆเสมอนะจอห์นนี่”แทอิลว่าอย่างเรียบนิ่ง แม้จะไม่เข้าใจความคิดทั้งหมดของจอห์นนี่แต่สีหน้าของน้องชายเขาเวลานี้มันก็บอกเขาได้หมดเหมือนกันว่าคนที่แบอะไรไว้ทุกอย่างของกษัตริย์ที่อายุยังน้อยนี้มันสาหัสเหมือนกัน


“ขอบคุณครับพี่แทอิล”


“มาร์คและทุกคนคอยอยู่ข้างๆพี่เสมอนะครับ...อาจจะน้อยกว่าพี่แทยงหน่อย”มาร์คยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะหลบหมอนที่จอห์นนี่ปามาหาอย่างหวุดหวิด


“เอาเถอะยังไงก็นอนพักซะเรายังมีเรื่องให้ทำกันอีกมากมาย พักสักหน่อยแล้วไปลุยต่อกันดีกว่า”แทอิลโอบไหล่ของน้องชายตัวสูงทั้งสองอย่างปลอบใจซึ่งกันและกัน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเติบโตขึ้นมากกว่าเดิมแต่การกระทำของพี่น้องทุกคนกเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนเสมอมา ยามที่พวกเขาเสียใจก็มักจะกอดมักจะพูดปลอบใจกันแบบนี้และนี่ทำให้แทอิลรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก


“อย่าลืมที่พี่กับมาร์คบอก มีอะไรให้พูดกับพวกเรารู้ไหมจอห์นนี่”แม้ยศและตำแหน่งจะสูงมากแค่ไหนเหล่าสามสี่พี่น้องไม่เคยนำมาคิดและใช้กับครอบครัวเมื่อทุกคนตกลงกันแล้วว่าตำแหน่งนั้นมีไว้เป็นหน้าที่แต่กับครอบครัวพี่ก็คือพี่น้องก็คือน้องไม่มีการเรียกอะไรที่พิเศษจากเดิมเลย


ทั้งสามพี่น้องแยกย้ายกันเข้านอนโดยจอห์นนี่เข้านอนตามเวลากับมาร์คส่วนแทอิลนั้นต้องอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้กับโดยองที่คงเตรียมตัวอ่านอยู่เหมือนกัน








_____________________________________________________________________________

ใกล้จะจบของเรานี่มันกี่ตอนกันนะ นั่งกุมขมับเลยหาทางจบไม่เจอ..........

ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ เริ่มมาไม่ถี่แล้วแต่จะพยายามนะคะเชื่อว่าตัวเราเองจะสามารถจบเรื่องได้เร็วๆนี้(มีเรื่องใหม่อยากจะแต่งอยู่555555) ขอบคุณจริงๆค่ะ ตอนหน้าบอกเลยวังหลวงต้องทำประกันเบาหวาน555555555555555555555555







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #104 Satita_Soda (@satita12345) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 22:48
    รอเลยจ้าาาา
    #104
    0
  2. #103 JKREN (@JKREN) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 11:18
    งดน้ำตาลรอเลยจ้าาาา
    #103
    0
  3. #102 TNTnew (@TNTnew) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 20:25
    <p>รอค่าาาา</p>
    #102
    0