Slave นายไม่ใช่ทาสของใคร [JAETEN]

ตอนที่ 3 : สร้อยกับองค์รักษ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 480
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    11 ต.ค. 60

     หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จทั้งสี่ก็ออกมาเดินเล่นที่สวนหลังปราสาทที่ๆพวกเขามักมาเล่นด้วยกันเสมอเมื่อก่อนมักจะมีแจฮยอนกับมาร์คมาด้วยแต่คราวนี้กลับไม่พบวี่แววของทั้งสองเลยแม้เตนล์จะแปลกใจกับท่าทีที่ดูสับสนของแจฮยอนตอนเช้าแต่เขาก็ยังอยากเล่นกับแจฮยอนอยู่ดีแค่คิดสีหน้าของเขาก็ทำให้คนอื่นๆดูออก


“แจฮยอนออกไปข้างนอกกับท่านพ่อน่ะ”แทอิลแตะไหล่เตนล์เบาๆระหว่างที่นั่งดูลำธารเล็กๆ


“เตนล์ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อยนี่ครับ”


“ตานายมันฟ้องว่าอยากเจอ ว่าแต่เพื่อนอีกคนไม่มาเล่นด้วยหรอ”คนที่แทอิลพูดถึงคงเป็นโดยอง เรื่องโดยองก็เข้ามาเล่นที่นี่หลายครั้งด้วยการพามาของเตนล์เองนับได้ว่าเตนล์เป็นคนพาโดยองเข้ามาทำให้แจฮยอนเจอและสนิทกันจนขอร้องให้เขาช่วยจีบนั่นแหละ


“เอ่อคือว่าเขาอยู่นอกปราสาทเตนล์คิดว่าคงไม่ดีถ้า....”


“ขืนปล่อยให้คนนอกเข้าคราวนี้พวกเราคงนอนข้างล่างนั่นเป็นเดือน”แทยงที่เดินตามเข้ามาว่าอย่างเหนื่อยใจไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเตือนเรื่องเตนล์ที่ใจดีเกินไปแต่เพราะเตือนแล้วแต่เด็กคนนี้ก็มีมุมดื้อของตัวเองเหมือนกันและผลก็คือเขาต้องโดนทำโทษไปด้วยเสมอ


“สำหรับเราก็เป็นแค่ทาสและบทลงโทษของทาสก็ไม่เหมือนพวกนายหรอก”แววตาตัดพ้อของแทยงทำให้จอห์นนี่ต้องเบนสายตาไปทางอื่น เพราะเขาไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ผู้หญิงคนนี้มีอำนาจมากเกินไปจนบรรดาพวกพี่น้องเองก็สงสัยว่าเพราะอะไรทำไมนางถึงมีอำนาจได้ขนาดนี้


“นี่ก็เลยเวลามามากแล้วเราต้องไปทำงานต่อ”แม้ตอนเช้างานพวกเขาจะหนักหนาสาหัสมากแค่ไหนแต่งานช่วงบ่ายเป็นงานที่สองพี่น้องชอบที่จะทำมากที่สุดคือการเข้าป่า ใช่มันไม่ใช่งานของปราสาทแต่มันคืองานที่พวกเขาแอบทำกันเองมากกว่าเพราะสำหรับทาสที่อายุไม่ถึง18ยังไงซะการใช้งานก็จำกัดแค่ช่วงเช้าส่วนช่วงบ่ายก็เป็นเวลาว่างที่จะทำอะไรก็ได้


“งานพวกนายมันสิ้นแค่ตอนเช้านี่”


“ใครบอกว่างานของปราสาทนี่กัน เตนล์ไปเตรียมกระเป๋าแล้วเอาของพี่มาด้วย”คนถูกสั่งได้แต่พยักหน้ารับก่อนจะขอลากับแทอิลและจอห์นนี่ไปเอากระเป๋าในบ้านที่ว่า


“ข้างนอกปราสาท?”แทยงพยักหน้าเบาๆเป็นคำตอบให้จอห์นนี่


“แต่มันไม่ผิดกฏหรอที่ออกไปข้างนอก”


“ผิดสิ ผิดมากด้วยแต่แล้วไงเราไม่เหมือนทาสคนอื่นพวกนายก็รู้”จอห์นนี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ส่วนแทอิลไม่ได้ว่าอะไรและภาวนาให้สองพี่น้องไม่ถูกจับก็พอและถึงแม้ว่าเขาจะอยากรู้ว่าออกไปไหนก็ไม่มีสิทธิ์ไปถามมากเกินไป



                เสียงวิ่งใกล้เข้ามานั่นเป็นสัญญาณว่าเตนล์เตรียมของเสร็จแล้วร่างเล็กหอบหายใจถี่ด้วยความเหนื่อยก่อนจะโดนผู้เป็นพี่ชายอย่างแทยงบ่นให้ไปหนึ่งทีเพราะร่างกายที่ยังไม่หายดียังจะฝืนวิ่งออกมาอีกแต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าสร้อยที่เขาได้ในวันนั้นอยู่ในถุงแทยงจึงให้เตนล์สวมอีกเส้นทันทีเพราะเขาก้ได้สวมแล้วเส้นหนึ่ง


“นั่นสร้อยอะไรน่ะ”จอห์นนี่ชี้ถามอย่างงสงสัยเพราะสร้อยที่ดูมีมูลค่าราคาสูงแถมยังดูคุ้นมาก


“มีคนให้เตนล์มาในถุงนี้”เตนล์ยื่นถุงผ้าสีน้ำตาลเก่าๆขึ้นมาให้ทั้งสองดูก่อนจะเก็บมันลงไปที่เดิม


“ให้เฉยๆ?มันดูมีเอ่อ...มูลค่ามากนะ”


“เราไม่ได้ขโมยจากใครมาหรอกอีกอย่างเราก็ไม่ใช่พวกหัวขโมยด้วย”แทยงว่าแทรกทันทีก่อนจะทำจอห์นนี่นิ่งไปเพราะการพูดแบบนั้นแสดงว่าแทยงกำลังมองว่าเขาดูถูกอยู่


“ไม่ได้หมายความแบบนั้นพวกนายไม่ใช่แต่คนให้ก็ไม่แน่”


“เขาไม่ใช่ขโมยหรอกฮะจอห์นนี่เขาบอกว่าเขาเป็นองค์รักษ์”ทั้งสามหันมามองหน้าเตนล์อย่างพร้อมเพรียงและเป็นแทยงที่สงสัยมากที่สุด


“นายไม่เคยบอกเรื่องนี้มาก่อนนะเตนล์”


“คงเพราะเตนล์ลืมล่ะมั้ง ว่าแต่เราจะไม่ไปกันอีกหรอ”


“งั้นพวกเราขอแยกตรงนี้เลยแล้วกันระวังตัวกันด้วยนะพวกนาย”แทอิลตัดบทสนทนาก่อนจะให้สองพี่น้องได้หนีออกนอกปราสาทส่วนทั้งสองก็เดินมุ่งหน้าสู่ปราสาทเพื่อไม่ให้มีพิรุธมากเกินไป



                ระหว่างทางที่เดินในปราสาทหลังใหญ่จอห์นนี่ที่ดูครุ่นคิดตลอดเวลากับแทอิลที่เงียบตลอดทางเดินมันทำให้คนที่เป็นน้องคนรองที่สูงกว่าทนความอึดอัดและไม่สบายใจนี้ไม่ได้


“พี่รู้ใช่ไหมเรื่องสร้อยนั่น”แทอิลหยุดเดินแล้วสบตากับน้องชายร่างสูงนี่นิ่งๆ


“ถ้าจำไม่ผิดมันเป็นสร้อยขององค์รักษ์เจ้าชายในวัง...แต่สีของอัญมณ์แบบนั้นไม่เคยเห็น”เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจเพราะแม้สร้อยนั้นจะเป็นรูปแบบเดียวกับองค์รักษ์ที่ห้อนอยู่แต่สีอัญมณีกลับต่างออกไปเพราะองค์รักษ์ทั่วๆไปมักจะมีสีอัญมณีสีแดงแต่ที่ทั้งสองเห็นแทยงและเตนล์สวมมันคือสีน้ำเงิน


“บางทีอาจเป็นของเลียนแบบ”


“นั่นก็เท่ากับความผิดฐานปลอมแปลงสำนักวังเลยนะโทษแรงมาก”จอห์นนี่ว่าเสียงดังก่อนจะลืมตัวรีบปิดปากตัวเอง


“เกิดอะไรขึ้นหรอครับพี่แทอิลพี่จอห์นนี่”คนตัวไม่สูงเท่าไหร่ด้วยวัย11ปีของมาร์คที่กำลังหอบหนังสือหลายเล่มเดินเข้ามจนจอห์นนี่ต้องรีบเดินเข้าไปช่วยถือ


“เรียนเสร็จแล้วหรอ”มาร์คพยักหน้ารับพร้อมกับถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ไม่ใช่แค่มาร์คแต่พี่ๆทั้งสองคนก็เบื่อไม่แพ้กันแม้จะไม่ถูกบังคับเรียนเยอะแบบมาร์คแล้วแต่ก็ยังต้องเรียนอะไรหลายๆอย่างอยู่ดี


“พี่แจฮยอนก็ออกไปกับท่านพ่อเหลือแต่นางมารในปราสาทน่าเบื่อจะตาย”


“พูดแบบนั้นเดี๋ยวก็โดนดีหรอก”แทอิลรีบห้ามปรามก่อนจะโดนทำโทษเพราะไปพูดแบบนั้น


เพราะพี่สองคนกลัวไงเขาเลยได้ใจ ว่าแต่ไปไหนกันมาหรอครับ”


“ก็ไปเดินเล่นแถวนี้แหละตอนนี้พี่ง่วงแล้วขอไปนอนก่อนละกัน”จอห์นนี่เปลี่ยนเรื่องเพราะขืนบอกไปว่าไปหาแทยงกับเตนล์มาเจ้าเด็กสุดท้องนี่ได้โวยวายและหาว่าพวกเขาไม่พาไปแน่ๆและนั่นมันคงทำให้ท่านผู้หญิงของบ้านรู้เรื่องและคนที่ซวยก็คงเป็นสองพี่น้องนั้นแน่นอน


“พี่ต้องไปอ่านหนังสือเตรียมสอบนายเองก็รับไปอ่านได้แล้วท่านพ่อกลับมาจะได้ไม่โดน”แทอิลลูบหัวมาร์คอย่างเอ็นดูก่อนจะเดินแยกออกไปทิ้งให้มาร์คยืนงงอยู่ลำพังก่อนที่เขาเองก็จะเดินแยกออกไปบ้าง

 



                ทางด้านแจฮยอนที่ถูกขอร้องให้มาทำงานด้วยความไม่เต็มใจนักเพราะงานที่ว่าก็คือการออกมาพบปะกับเหล่าบรรดาธุรกิจต่างเมือง ร่างสูงที่เบื่อหน่ายที่จะต้องนั่งฟังเรื่องทางธุรกิจตอนนี้ก็เลยเดินออกมาเตร็ดเตร่รอด้านนอกและถ้าจะไม่ผิดเมืองนี้เขาไม่ค่อยได้มีโอกาสที่จะมาเท่าไหร่ บรรยากาศโดยรอบก็ดูเหมือนเมืองของเขาเองแต่ต่างกันที่บรรยากาศที่ดูดีกว่านิดหน่อย



“บอกคนรถให้รอก่อนนายจะไปทำอะไรก็ไปก่อนก้ได้อีกนายกว่าผมจะทำธุระเสร็จ”ร่างสูงดูมีภูมิฐานและอยู่ในชุดที่ต่างออกไปพร้อมกับคนดูแลอีกสองสามคนทำให้แจฮยอนเลิกคิ้วสูง


“โดยอง?”แจฮยอนเรียกอีกคนอย่างแปลกใจกับท่าทางตกใจของอีกฝ่ายเพราะคงคาดไม่ถึงที่จะมาเจอเขาที่นี่


“นะ..นายมาทำอะไรที่นี่”ด้วยความไม่ทันได้ตั้งตัวโดยองจึงถามออกไปนิ่งๆแต่ก็แฝงไว้ด้วยอาการตะกุกตะกักจนแจฮยอนต้องหรี่ตามองอีกรอบอย่างสัยสัย โดยองที่พวกเขารู้จักมากว่าหลายปีไม่ใช่เด็กที่แต่งตัวดูมีฐานะแบบนี้อย่างมากก็แต่งตัวธรรมดาเหมือนเด็กทั่วไปแต่พอเห็นแบบนี้ความอยากรู้ความสงสัยของแจฮยอนก็เข้ามาทันที


“ดูการแต่งตัวนายนี่ดีเลยนะ”เพราะแอบชอบมานานอย่างแจฮยอนมักจะรู้เสมอว่าโดยองเป็นคนยังไง ใช่เขาแอบชอบคนตรงหน้าแต่นั่นมันก็ก่อนที่เขาจะมีความรู้สึกใหม่เข้ามา


“ก็เพราะมาทำงานนิดหน่อย”โดยองเปลี่ยนสีหน้าเป็นเรียบนิ่งและคาดเดาได้ยาก


“ว่าแต่นายล่ะมาทำอะไรที่นี่ไม่ใช่เพราะว่ามีนัดหรอกนะ”โดยองเหลือบไปมองป้ายที่ถูกเขียนด้วยหมึกบนแผ่นไม้ใหญ่ๆว่าที่พักสำหรับแขกต่างเมือง


“มาธุระกับท่านพ่อ”แจฮยอนว่าพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้โดยองที่ถอยห่างออกไปเหมือนเดิม


“คนเคยๆกันกลัวอะไรเล่า”


“คุณชายครับนายท่านสั่งว่าอย่านานก่อนพระอาทิตย์ตก”โดยองหน้าเสียเมื่อจู่ๆผู้ดูแลก็เข้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียงและยังทำความลับที่ปิดมานานให้แจฮยอนได้รู้อีก


“คุณชาย?...อ๋านี่นายคงไม่ใช่.....”เพียงแค่นั้นโดยองก็รีบเดินเข้าไปภายใน แจฮยอนพอที่จะรู้เรื่องคร่าวๆเกี่ยวกับโดยองขึ้นมาบ้างแล้ว เขายกยิ้มจนเห็นรอยที่ข้างแก้มก่อนจะเดินตามเข้าไปอย่างนึกสนุก

 




                การเดินทางไกลกว่าสองชั่วโมงตอนนี้สองพี่น้องก็มาถึงเมืองข้างๆอย่างปลอดภัยแม้จะใช้เส้นทางลัดแต่ก็เร็วพอที่จะมาหาซื้อของใช้จำเป็น แน่นอนว่าเมืองพวกเขาก็มีแต่จะให้ออกไปซื้อมีหวังได้นอนคุกใต้ดินนั่นอีกแน่นอนเพราะคำว่าทาสในปราสาทไม่มีสิทธิ์แม้จะออกนอกปราสาทแม้จะไม่สบายก็ห้ามออกไปพบหมอเด็ดขาด ฟังดูตลกแต่มันคือกฏวิปริตของท่านผู้หญิงคนใหม่ แน่นอนว่ามันเคยมีคนเก่าที่ไม่มีใครรู้ว่าหายไปไหน


“แป้งก็จะหมดแล้วและธัญญาพืชอีกนิดหน่อย”แทยงทบทวนสิ่งที่ต้องหาซื้อเข้าบ้านหลังเล็กส่วนเตนล์ก็เดินตามต้อยๆโดยไม่ออกความเห็นเพราะเรื่องงานบ้านนั้นนอกจากทำความสะอาดเรื่องอาหารหรือเรื่องในครัวเตนล์ไม่ยุ่งเลย


“แทยงๆ”เตนล์กระตุกชายเสื้อแทยงเบาๆก่อนจะชี้ไปที่ร้านน้ำชาตรงหน้า แทยงเองก็มองตามอย่างแปลกใจเช่นกัน


“มีอะไรหรอเตนล์”


“ผู้ชายคนนั้นเหมือนคนที่ให้ถุงผ้าเตนล์มา”ผู้ชายร่างสูงในชุดสำนักราชวังและดูๆแล้วมันคือชุดองค์รักษ์ที่แทยงเคยเห็นเมื่อครั้งที่มีคนในวังเสด็จมาที่ปราสาท สำหรับสร้อยนั้นแทยงพกไปไหนมาไหนด้วยตลอดเพราะรู้สึกว่ามันคือของที่ไม่สมควรเก็บไว้ห่างตัวเองไม่รู้เพราะเหตุผลอะไรและที่สำคัญเขาก็อยากจะเอาคืนเจ้าของด้วยแต่ดูสถานการณืแล้วตอนนี้คงไม่ใช่เวลาเหมาะสม


“แทยงจะทำอะไร”คนเป็นพี่คว้าแขนคนเป็นน้องให้เดินเลาะออกมาผ่านร้านนั้นโดยไม่มีใครสังเกตเห็น เขาไม่อยากให้คนๆนั้นเจอไม่รู้เพราะอะไร แทยงพาเตนล์เดินอ้อมมายังร้านขายวัตถุดิบที่จำเป็นเงินที่ได้มาก็เป็นเงินจากการที่พวกเขาแอบหาของป่ามาขายที่เมืองนี้แม้จะไม่มากแต่ก็พอจะซื้อของตุนไว้นานหลายอาทิตย์


“ยาของเราใกล้หมดรึยังนะ”แทยงจับคางครุ่นคิดเบาๆก่อนจะหันไปมองเตนล์ที่กำลังสนใจต้นไม้ต้นหนึ่งในกระถางที่วางขาย


“อยากได้หรอ”แทยงนั่งลงข้างๆเป้นเพื่อนเตนล์ก่อนจะลูบหัวน้องชายปลอบใจเพราะเขาไม่มีเงินพอที่จะซื้อกลับ


“เปล่าหรอกเตนล์จำได้ว่ามันเป็นสมุนไพรพี่แทอิลเคยบอก”


“อยากเป็นนักปรุงยาเหมือนกันหรอ”แทยงถามอย่างแปลกใจเพราะจากการสังเกตมาสักพักเมื่อตอนเดินหาของป่าเตนล์รู้ชื่อต้นสมุนไพรเยอะขึ้นเรื่อยๆมันก็ดีที่เตนล์จำได้และเขาก็อยากสนับสนุนให้เตนล์ได้เป็นนักปรุงยาด้วยแต่เพราะพวกเขาไม่มีอิสระที่จะทำอะไรขนาดนั้น


“เตนล์แค่ชอบเฉยๆ ว่าแต่แทยงซื้อของเสร็จแล้วใช่ไหม”


“อ้อเราต้องไปซื้อยา...เผื่อไว้”แทยงเหลือบขึ้นมองหอนาฬิกาของเมืองก่อนจะพบว่าเหลือเวลาไม่มากที่พวกเขาต้องกลับเพราะยิ่งมืดการเดินทางกลับมันยิ่งอันตรายและทางที่ดีพวกเขาควรรีบซื้อรีบกลับได้แล้ว



                สองพี่น้องเดินรีบเดินมายังร้านยาที่ไม่ค่อยมีคนก่อนที่แทยงจะให้เตนล์รออยู่ข้างนอกและตัวเองเดินเข้าไปซื้อยาที่จำเป็นและเพียงพอต่อเงิน คนเป็นน้องยืนรอที่หน้าร้านอย่างหวาดระแวงเพราะรู้สึกเหมือนมีคนจ้องตลอดเวลาแต่พอหันกลับไปมองก็ไม่สายตาคู่นั้นสักครั้ง


“ป่ะเรารีบกลับกันเถอะสะพายกระเป๋าดีๆด้วย”เตนล์พยักหน้าตามคำสั่งของพี่ชายก่อนจะกระชับกระเป๋าแล้วทั้งสองก็รีบออกเดินทางกลับปราสาทมืดทันที


                ทางด้านร้านน้ำชาที่มีชายร่างสูงกว่าสามสี่คนนั่งจิบชารอเจ้าชายประชุมโดยมีหนึ่งในนั้นมองตามเด็กแต่งตัวมอมแมมสองคนตั้งแต่แรกเห็นที่ร้านขายวัตถุดิบจนเด็กสองคนนั้นวิ่งลับตาไป รอยยิ้มบนใบหน้าที่ดูมีริ้วรอยฉายขึ้นบางๆแต่แววตาของเขากลับไม่ได้ยินดีเท่าไหร่ที่พบเจอ


“ท่านมองอะไร”ชายคนหนึ่งถ้วงถามอย่างสงสัยเพราะเห็นองค์รักษ์คนเก่งเอาแต่จ้องมองแถวร้านค้า


“เปล่าหรอกไม่มีอะไร”เสียงทุ้มว่าเนือยๆก่อนจะยกชาขึ้นจิบแต่แล้วต้องสำลักกับประโยคที่เพื่อนองค์รักษ์คนหนึ่งพูดขึ้น


“เมื่อกี้เหมือนข้าเจอเด็กหน้าตาคล้ายเมียเจ้าเลยแทมุน”


“พวกท่านคงจำผิดล่ะมั้งจะเหมือนได้ยังไง”รอยยิ้มจางๆที่แฝงไว้ด้วยความเศร้าทำให้บทสนทนาถูกหยุดไว้




_____________________________________________________________________________________________

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์กับการกดเฟบนิยายเรื่องนี้ ปกติเป็นคนชอบแต่งอะไรนอกกระแสคนอ่านกันขอบคุณมากๆนะคะ
ดูจากการลงมาสามตอนเราคิดว่า 3 วันอาจจะอัพที 555555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #74 SRYFl022 (@SRYFl022) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 20:56
    หืมมมมมันมีเงื่อนงำ แทยงกับเตนล์น่ารักและก็น่าสงสาร อ่านไปปาดน้ำตาไป ชอบเรื่องนี้มากนะคะ
    #74
    0
  2. #48 Satita_Soda (@satita12345) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 00:36
    พ่อแทยงกับเตนล์แน่เลย
    #48
    0
  3. #16 bunnyxfox (@waritz68) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 04:49
    คนนี้เป็นพ่อแทยงกับเตนล์รึเปล่าาา ใช่แน่เลย
    #16
    0
  4. #15 bunnyxfox (@waritz68) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 04:49
    คนนี้เป็นพ่อแทยงกับเตนล์รึเปล่าาา ใช่แน่เลย
    #15
    0